บัตรเติมเงิน

All posts tagged บัตรเติมเงิน

เอไอเอสพึ่งอนุญาโตตุลาการ ทีโอทีไม่ถอนทวงหนี้7หมื่นล้าน

Published กุมภาพันธ์ 12, 2011 by SoClaimon

12 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

ผ่านทางเอไอเอสพึ่งอนุญาโตตุลาการ ทีโอทีไม่ถอนทวงหนี้7หมื่นล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_148383

 

เอไอเอสพึ่งอนุญาโตตุลาการระงับข้อพิพาท หลังทีโอทีไม่ถอนทวงหนี้ 7 หมื่นล้าน กรณีการปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการระบบบัตรเติมเงิน และการเชื่อมโยงโครงข่าย (โรมมิ่ง) …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงการดำเนินคดีในชั้นอนุญาโตตุลาการกับทีโอที กรณีการปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการระบบบัตรเติมเงิน และการเชื่อมโยงโครงข่าย (โรมมิ่ง) โดยระบุว่า ตามที่ทีโอทีมีหนังสือแจ้งให้เอไอเอสชำระเงินส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติม เมื่อ 3 ก.พ.54 นั้น บริษัทขอแจ้งว่า เมื่อ 4 ก.พ. 54 บริษัทได้มีหนังสือโต้แย้งคัดค้านข้อเรียกร้องให้ชำระเงินส่วนแบ่งรายได้ เพิ่มเติมดังกล่าว และปฏิเสธการชำระเงินจำนวนที่ทีโอทีเรียกร้องไปแล้วนั้น

เอไอเอสยังขอให้ทีโอทียกเลิกเพิกถอนหนังสือแจ้งให้ชำระเงินส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติมดังกล่าวภายในวันที่ 9 ก.พ.54 รวมถึงระงับการกระทำใดๆที่จะทำให้บริษัทได้รับความเสียหายต่อไปด้วย มิฉะนั้น บริษัทจะถือว่าเกิดข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งอันเกี่ยวเนื่องกับสัญญา และจำเป็นต้องนำเรื่องพิพาทนี้เสนอต่อคณะอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้มีการระงับข้อพิพาทดังกล่าว

แต่เนื่องจากทีโอทีมิได้ดำเนินการยกเลิกเพิกถอนหนังสือแจ้งให้ชำระเงินส่วนแบ่งรายได้เพิ่มเติมภายในกำหนดระยะเวลา คือวันที่ 9 ก.พ.54 เอไอเอสจึงได้หารือในกระบวนการทางกฎหมายกับที่ปรึกษากฎหมายของบริษัท และเห็นควรยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ โดยในวันที่ 11 ก.พ.54 เอไอเอสได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นคดีหมายเลขดำที่ 8/2554 ระหว่างเอไอเอส (ผู้เรียกร้อง) กับทีโอที (ผู้คัดค้าน) แล้ว โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีโอทีได้ทำหนังสือถึงเอไอเอส เพื่อให้ชำระค่าเสียหาย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 73,812-74,000 ล้านบาท.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

 

สูตรคณิตศาสตร์กับ”บัตรเติมเงิน” คนหัวหมอหมดหวังโกง-โทร.ฟรี

Published ตุลาคม 8, 2010 by SoClaimon

วันที่ 4/8/2006

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.


ปัจจุบัน “โทรศัพท์มือถือ” ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัยไปอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ โดยขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถืออยู่หลายเครือ ข่าย เช่น AIS , DTAC , True move และ Hutch เป็นต้น ซึ่งแต่ละเครือข่ายจะแบ่งการให้บริการเป็น 2 ระบบ คือ ระบบ “Post-paid” ที่นิยมเรียกกันว่าระบบจดทะเบียน หรือ “ระบบรายเดือน” ส่วนอีกระบบ คือ ระบบ “Pre-paid” หรือที่นิยมเรียกว่า “ระบบเติมเงิน” ซึ่งการเติมเงินทำได้หลายช่องทาง แต่วิธีที่สะดวกและได้รับความนิยมสูงที่สุด คือ การใช้ “บัตรเติมเงิน”!!!
“บัตร เติมเงิน” ของระบบโทรศัพท์มือถือทุกเครือข่ายมีลักษณะสำคัญที่เหมือนกัน คือ ทำจากกระดาษหรือพลาสติก ด้านหลังจะมี “หมายเลขบัตร” พร้อมแถบ “รหัสบัตรเติมเงิน” เมื่อต้องการเติมเงินก็เพียงขูดรหัสบัตร แล้วโทรไปที่หมายเลขสำหรับเติมเงินของเครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ แล้วทำตามขั้นตอนที่ได้ยิน เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย จะเห็นได้ว่าการใช้บัตรเติมเงินไม่ยุ่งยากอะไร แถมยังดูปลอดภัย เนื่องจากต้องขูดรหัสก่อน จึงจะสามารถใช้บัตรใบนั้นได้ แต่ที่น่าสงสัย คือ เราสามารถกดรหัสโดยการ “สุ่ม” หรือพูดง่ายๆ คือ ทดลอง…..
“โกง”!!!
เพื่อ ให้สามารถเติมเงินโดยไม่ต้องขูดรหัสได้หรือไม่??? ถ้าวิธีนี้เป็นไปได้จริง การใช้บัตรเติมเงินก็จะไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าบัตรเติมเงินใบที่เราซื้อมานั้นจะถูกใครแอบใช้ ไปแล้วหรือยัง!!!
ทั้ง นี้ถ้าลองมาพิจารณาระบบการเติมเงินของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแบบ “Pre-paid” แต่ละเครือข่ายดู เริ่มจาก…..”ระบบ Happy Dprompt” ของเครือข่าย “DTAC” เช่น ถ้าเรามีบัตรเติมเงิน2 ใบที่มีหมายเลขบัตรเรียงต่อกัน คือ 404906557 และ 404906558 ซึ่งโดยทั่วไปแล้วบัตรเติมเงินจะถูกผลิตมาให้มีหมายเลขเรียงต่อกัน สมมุติว่าเราซื้อบัตรเติมเงิน 2 ใบนี้มาใช้เรียบร้อยแล้ว และอยากรู้ว่า เราจะสามารถกด “รหัส” ที่น่าจะเป็นไปได้ของบัตรเติมเงินหมายเลข 404906559 หรือหมายเลขอื่นๆที่ใกล้เคียงที่คาดว่าน่าจะยังไม่ถูกจำหน่ายได้หรือ ไม่-อย่างไร
เนื่อง จากระบบการเติมเงินด้วยบัตรเติมเงินของเครือข่าย “DTAC” นั้น เราต้องใส่หมายเลขบัตรระหว่างขั้นตอนการเติมเงินด้วย ทำให้รูปแบบการเติมเงินวิธีนี้มีลักษณะคล้ายกับการใช้บริการบัตร “ATM” ซึ่งเครื่อง ATM จะอ่านหมายเลขบัตรที่เราสอดเข้าไป แล้วจึงพิจารณาว่ารหัสที่เรากดนั้นตรงกับรหัสที่ถูกบันทึกไว้หรือไม่ ด้วยกระบวนการเช่นนี้ระบบจะสามารถตรวจสอบได้ว่าบัตรแต่ละใบถูกใช้ไปแล้วหรือ ยัง ดังนั้นถ้าหมายเลขบัตรที่เราเลือกได้ถูกใช้ไปแล้ว เราก็ไม่สามารถเติมเงินจากบัตรใบนั้นได้อีก และสมมุติว่าบัตรเติมเงินใบที่เราต้องการเติมเงิน โดยไม่ขูดรหัสนั้นยังไม่ถูกเติมเงินไป เราก็ยังมีสิทธ์จะเติมเงินจากบัตรใบนั้นได้อยู่ ถ้าเราสามารถใส่รหัสของบัตรเติมเงินใบนั้นได้ถูก ต้อง ซึ่งรหัสดังกล่าวสำหรับระบบ “Happy Dprompt” จะประกอบไปด้วยตัวเลขจำนวน 6 หลัก

กลับ ไปพิจารณาข้อมูลเดิมที่มีอยู่จากบัตร 2 ใบดังกล่าว หรือลองกลับไปสังเกตบัตรเติมเงินที่ขูดแล้วใบอื่นๆดูจะเห็นว่า “รหัสบัตรเติมเงินไม่สัมพันธ์กับหมายเลขบัตร” และ “ไม่สัมพันธ์กับรหัสของบัตรใบใกล้เคียง” ด้วย เราอาจกล่าวได้ว่าตัวเลขในรหัสบัตรเติมเงินนั้นเกิดขึ้นโดยวิธีการสุ่ม นั่นหมายความว่าเราต้องหาตัวเลข 6 หลัก เพื่อเป็นรหัสเติมเงินของบัตรเติมเงินหมายเลขใดๆ ที่เราสนใจ ตัวเลขแต่ละตัวสามารถเป็นได้ตั้งแต่ 0 ถึง 9 ดังนั้นเราสามารถเลือกตัวเลขแต่ละตัวได้ถึง 10 วิธี และสามารถเลือกตัวเลข 6 หลักได้ทั้งหมด 106 หรือเท่ากับ 1,000,000 วิธีเลยทีเดียว!!! โดยในจำนวนนี้จะมีตัวเลขที่ถูกต้องตัวเดียวเท่านั้น โอกาสถูกต้องจึงมีเพียง 1 ในล้าน
มา ที่วิธีเติมเงินของระบบ “True move” เช่น ถ้าเรามีบัตรเติมเงิน 2 ใบ มีหมายเลขบัตรเรียงต่อกัน คือ 040400861142532042 และ 040400861142532043…..แม้ว่าระบบเติมเงินของเครือข่าย “True move” เราไม่ต้องใส่หมายเลขบัตรในระหว่างขั้นตอนการเติมเงิน แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่าตัวเลข 9 ตัวท้ายของหมายเลขบัตรจะเหมือนตัวเลข 9 ตัวหน้าของรหัสเติมเงิน จึงทำให้รูปแบบการเติมเงินวิธีนี้ มีลักษณะคล้ายการใช้บริการบัตร ATM เช่นเดียวกับ “Happy Dprompt” ในกรณีของ “True move” นี้จะเห็นว่าตัวเลขที่แทนรหัสเติมเงินจริงๆจะมีเพียง 5 หลักท้ายเท่านั้น และเราสามารถเลือกตัวเลข 5 หลักได้ทั้งหมด 105 หรือเท่ากับ 100,000 วิธี!!!
สุด ท้ายลองพิจารณาวิธีเติมเงินของระบบ “1-2-Call” จากเครือข่าย “AIS” เช่นเดียวกันเรามี บัตร 2 ใบ มีหมายเลขบัตรเรียงต่อกัน คือ 14204228659 และ 14204228660 และเราอยากรู้ว่าเราจะกดรหัสที่น่าจะเป็นไปได้ของบัตรเติมเงินหมายเลขอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้อย่างไร…..การเติมเงินด้วยบัตรเติมเงินของระบบ 1-2-Call จากเครือข่าย AIS นั้น เราไม่ต้องใส่หมายเลขบัตรในระหว่างขั้นตอนการเติมเงิน และถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าตัวเลขในหมายเลขบัตร กับตัวเลขในรหัสเติมเงินนั้นไม่มีส่วนใดที่เหมือนกัน ตรงจุดนี้เองที่ทำให้ระบบนี้แตกต่างจาก Happy Dprompt และ True move
ใน กรณีของ 1-2-Call นี้จะเห็นว่ารหัสเติมเงินของบัตรที่มีหมายเลขบัตรใกล้เคียงกัน จะมีตัว เลข 5 ตัวหน้าเหมือนกัน นั่นคือ ถ้าเราทราบรหัสเติมเงินของบัตรเติมเงินใบใดๆเราจะทราบตัวเลข 5 ตัวหน้าในรหัสเติมเงินของบัตรที่หมายเลขบัตรใกล้เคียงกัน ดังนั้นตัวเลขที่ต้องหาเพิ่มจึงเหลือ 8 หลักท้าย ซึ่งคำนวณได้ว่าเราสามารถเลือกตัวเลข 8 หลักได้ทั้งหมด 108 หรือเท่ากับ 100,000,000 วิธี!!!

“ข้อ สงสัย” ต่อมา คือ ถ้าเราต้องการคำนวณค่าความน่าจะเป็นของการสุ่มเลข 8 ตัวให้ตรงกับรหัสของบัตรใบที่ยังไม่ได้ถูกเติม เราจะต้องทราบจำนวนบัตรเติมเงินที่ยังไม่ถูกเติมที่มีรหัส 5 ตัวหน้าเป็นรหัสเดียวกับรหัสที่เราทราบ ซึ่งปัญหา คือ เราจะหาจำนวนบัตรเติมเงินดังกล่าวได้อย่างไร ซึ่งถ้าให้ประมาณด้วยความรู้สึกคาดว่าน่าจะอยู่ที่ 100 ใบ ถึง 1,000 ใบ ทำให้ได้ค่าความน่าจะเป็นดังกล่าวที่ 1 ในแสน ถึง 1 ในล้าน จะเห็นว่าโอกาสที่เราจะเลือกตัวเลขได้ถูกต้องนั้นมีน้อยมากๆ และแม้เราจะคิดว่าเดาตัวเลขไปเรื่อยๆก็คงเจอตัวเลขที่ถูกต้องไปเอง เราก็จะไม่สามารถเดาได้เกิน 3 ครั้ง เนื่องจากถ้าเรากดรหัสผิดเกิน 3 ครั้งหมายเลขโทรศัพท์มือถือของเราจะถูกระงับการให้บริการ
คำ ถามถัดไปที่อาจมีคนสงสัย คือ ถ้าเราเก็บบัตรเติมเงินที่ใช้แล้วไว้เรื่อยๆ จนกระทั่งหมาย เลขบัตรเดิมถูกนำมาใช้อีก เราจะยังสามารถใช้รหัสเติมเงินเดิมเพื่อเติมเงินเข้าไปใหม่ได้หรือไม่….. ประเด็นนี้น่าสนใจทีเดียว ด้วยแนวคิดว่าตัวเลขก็น่าจะมีวันหมด แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็ยังมีการเวียนใช้ หมายเลขบัตรเติมเงินก็น่าจะคล้ายๆกัน แต่ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันหมายเลขโทรศัพท์มีเพียง 9 หลัก การเพิ่มจำนวนหลักของหมายเลขโทรศัพท์นั้นต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก ซึ่งตรงข้ามกับบัตรเติมเงินลองพิจารณาบัตรเติมเงิน 2 ใบนี้
ทั้ง นี้ถ้าเรามีบัตรเติมเงิน 2 ใบ…..”ใบแรก” หมดอายุในเดือนมีนาคม ปี 2005 หมายเลขบัตรมีตัวเลข 8 หลัก คือ 94406821 ซึ่งถือเป็นตัวเลข 8 หลักที่มีค่ามาก หมายความว่าหมายเลขบัตร 8 หลักถูกใช้ไปจนเกือบหมดแล้ว…..”ใบที่ 2″ หมดอายุในเดือนกันยายน ปี 2005 หมายเลขบัตรมีตัวเลขเพิ่ม ขึ้นเป็น 9 ตัว เพราะการเพิ่มจำนวนหลักของหมายเลขบัตรเติมเงินนั่นไม่ได้ยุ่งยากเหมือนการ เพิ่มจำ นวนหลักของเบอร์โทรศัพท์ ดังนั้นจนถึงปัจจุบันนี้จึงยังไม่ปรากฏบัตรเติมเงินที่มีตัวเลขซ้ำเดิมออก มาขายตามท้องตลาดเลย…..คาดว่าถึงจุดนี้แล้วก็คงจะทราบหลักการของบัตรเติม เงินบ้างพอสมควร และคงได้คำตอบว่าที่สุดแล้วเราจะ
“โกง หรือคิดโทร.ฟรีได้หรือไม่”!!!
ข้อมูลจาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ”(ดีเอสไอ)

%d bloggers like this: