บอร์ด

All posts tagged บอร์ด

บอร์ด ทอท.เตรียมพิจารณาสร้างอาคารผู้โดยสาร

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

28 กรกฎาคม 2554, 01:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189586.

Pic_189586

ที่ประชุมบอร์ด ทอท. (28ก.ค.) เตรียมพิจารณาอนุมัติโครงการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ…

เมื่อวันที่ 27 ก.ค. นายนิรันดร์ ธีรนาทสิน รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบอร์ด ทอท. ที่มีนายธีรพล นพรัมภา เป็นประธานบอร์ด ทอท.ในวันที่ 28 ก.ค. ที่ประชุมจะพิจารณาอนุมัติโครงการก่อสร้างกลุ่มอาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากที่ในการประชุมบอร์ด ทอท.ครั้งที่ผ่านมา มีกรรมการบอร์ด ทอท.ได้เสนอให้ฝ่ายบริหาร ทอท. จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อรายงานให้บอร์ด ทอท.รับทราบว่า หาก ทอท. มีการสร้างอาคารผู้โดยสารภายในประเทศแล้ว จะเป็นอย่างไร และฝ่ายบริหาร ทอท. จะมีการปรับรูปแบบการดำเนินการในโครงการขยายการก่อสร้างท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ในระยะที่ 2 อย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่า การดำเนินการทั้งหมดมีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และในอนาคตหากรัฐบาลชุดใหม่เปลี่ยนแปลงนโยบายการดำเนินการในการขยายและเพิ่ม ขีดความสามารถ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเกิดผลกระทบต่อการดำเนินการหรือไม่อย่างไรด้วย นอกจากนี้ ในที่ประชุมบอร์ด ทอท.จะมีการรายงานผลการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ที่จะมาแทน นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ กอญ.ที่หมดวาระไปแล้ว ให้บอร์ด ทอท.รับทราบด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กรกฎาคม 2554, 01:45 น.

ธปท.โยกย้าย ผู้บริหารระดับสูง 9 ตำแหน่งรวด

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

23 กรกฎาคม 2554, 00:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188406.

Pic_188406

ธปท.ประกาศแต่งตั้งโยกย้าย และเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง 9 ตำแหน่งรวด หวังสร้างความมั่นใจในการทำงานให้บรรลุภาระกิจ…

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศแต่งตั้งโยกย้ายและเลื่อนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงใหม่ แทนผู้บริหารเดิมที่เกษียณอายุในสิ้นเดือนกันยายนปีนี้ ตามมติของคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย(บอร์ด ธปท.)ที่มีการประชุมในช่วงเช้าวันที่ 22 กรกฏาคมดังนี้

1.เลื่อนตำแหน่งนายฉิม ตันติยาสวัสดิกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ ซึ่งดูแลงานด้านระบบการชำระเงิน ขึ้นเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าการ ด้านเทคโนโลยีข้อสนเทศและระบบการชำระเงิน ซึ่งเป็นระดับเทียบเท่ารองผู้ว่าการ ธปท.ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

2.เลื่อนตำแหน่งนางสาว ดวงมณี วงศ์ประทีป ผู้เชี่ยวชาญ ขึ้นเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าการ ธปท. ด้านนโยบายต่างประเทศ เทียบเท่าระดับรองผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งเป็นตำแหน่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน

3.โยกย้าย นางทองอุไร ลิ้มปิติ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายจัดการกองทุน ซึ่งเคยดูแลงานของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มาเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายสถาบันการเงิน แทน น.ส.พิมพา ถาวรายุศม์ ที่เกษียณอายุ

4.โยกย้าย นายนพพร ประโมจนีย์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายปฏิบัติการ เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร แทนนางจิตติมา ดุริยะประพันธ์ ที่เกษียณอายุ

5.เลื่อนตำแหน่ง นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบ 1 เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน แทนนายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งรองผู้ว่าการ สายบริหารก่อนหน้านี้

6.เลื่อนตำแหน่งนางสาว สิบพร ถาวรฉันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ แทนนายฉิม ที่ได้ขึ้นเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าการ ธปท.

7.เลื่อนตำแหน่ง นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกฎหมายและคดี ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายช่วยงานบริหาร แทน นายอรรคบุษย์ ไกรฤกษ์ ที่เกษียณอายุ

8.เลื่อนตำแหน่ง นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถิติและข้อสนเทศ ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายวางแผนและงบประมาณ แทนนายวิชาญ อมรโรจนาวงศ์ ที่เกษียณอายุ

9.เลื่อนตำแหน่งนายนิรุธ รักษาเสรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายตรวจสอบกิจการภายใน ขึ้นเป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตรวจสอบกิจการภายใน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ตั้งขึ้นใหม่

ทั้งนี้ เพื่อให้การผลักดันงานเชิงนโยบายและกลยุทธ์ของธปท.ในฐานะธนาคารกลางของประเทศ มีความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุภารกิจในการดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 กรกฎาคม 2554, 00:00 น.

“บอร์ดทีโอที”ทัวร์ฟินแลนด์-ฝรั่งเศสดูโรงงานอุปกรณ์3จี

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 20:30 น.

“บอร์ดทีโอที”ทัวร์ฟินแลนด์-ฝรั่งเศสดูโรงงานอุปกรณ์3จี.

Pic_184095

“บอร์ดทีโอที” ทัวร์ฟินแลนด์- ฝรั่งเศส อ้าง ดูโรงงานอุปกรณ์ 3 จี “โนเกีย-อัล คาเทล” ด้านพนักงานวิจารณ์ เปลี่ยนรมว.แล้วบอร์ดต้องลาออกแต่ทำไมยังไปดูงานอีก…

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า ในระหว่างวันที่ 11 -20 ก.ค.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) ทีโอที จะเดินทางไปศึกษาดูงานที่ประเทศฟินแลนด์ โดยมีวัตถุประสงค์เข้าเยี่ยมชมโรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์โครงการขยายโทรศัพท์มือ ถือ 3 จี เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจกับอุปกรณ์ และสร้างโอกาสทางธุรกิจทีโอที ซึ่งจะเข้าเยี่ยมชมโรงงานของบริษัท โนเกีย ซีเมนส์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ประเทศฟินแลนด์ และบริษัท อัลคาเทล ลูเซ่นส์ จำกัด ประเทศฝรั่งเศส

ทั้งนี้ การเดินทางไปดูงานที่ประเทศฟินแลนด์-ฝรั่งเศสในครั้งนี้ ทีโอที จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ใช้งบประมาณราว ๆ 4 ล้านบาท โดยมีกรรมการและพนักงานทีโอที ร่วมเดินทางในครั้งนี้ จำนวน 10-15 คน ส่วนกรรมการคนใดจะร่วมเดินทางครั้งนี้ ยังไม่สรุปชัดเจน เนื่องจากหลายฝ่ายกังวลว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ และรมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) คนใหม่แล้ว บอร์ดทีโอที ต้องลาออกตามไปด้วย เพราะเป็นมารยาททางการเมือง แต่กรรมการหลายคนก็แจ้งว่าไม่จำเป็น เพราะสามารถไปดูงานต่างประเทศได้ เพราะที่ประชุมบอร์ดได้อนุมัติค่าใช้งานในการเดินทางไปแล้ว

สำหรับกรรมการที โอที ประกอบด้วย นายบุญมาก ศิรเนาวกุล รักษาการประธานบอร์ด กรรรมการ ได้แก่ นายวิศาล วุฒิศักดิ์ศิลป์ ,นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ ,นายเอกสิทธิ์ วันสม,นายสายัณห์ สตางค์มงคล,พลอากาศโทจุลจรูญ แสงงำพาล ,นายพิษณุโรจน์ พลับรู้การ ,นายวิบูลย์ทัต สุทันธนกิตติ์ ,นายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากที่บอร์ดทีโอที มีกำหนดการไปจะดูโรงงานโนเกีย ซีเมนส์ และอัลคาเทลในต่างประเทศครั้งนี้ พนักงานทีโอที ได้จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก เนื่องจากใกล้จะเปลี่ยนแปลงรมว.ไอซีทีแล้ว และบอร์ดก็ต้องลาออกไปด้วย ตามมารยาท เหตุใดบอร์ดทีโอทีต้องเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ จากก่อนหน้านี้ไม่มีนโยบายที่จะเดินทางไปดูงานแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตการไปดูโรงงานอัลคาเทลด้วย ว่า ทีโอที ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของอัลคาเทลในโครงการ 3 จี เพราะกลุ่มอัลคาเทล แพ้ประมูล 3 จี เหตุใดจึงไปเยี่ยมโรงงาน หรือว่ามีการใช้อุปกรณ์บางชิ้นของอัลคาเทล ทั้งนี้  อัลคาเทล ได้เข้าร่วมประมูล 3 จีกับ บริษัท แอดวานซ์ อิน ฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) บริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเคชั่น อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) ในนามกิจการร่วมค้า เอยู คอนซอร์เตียม

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 20:30 น.

บอร์ด​ที​โอ​ที​จี้​สาง​ระบบ​บิลลิ่ง

Published เมษายน 14, 2011 by SoClaimon

14 เมษายน 2554, 05:10 น.

บอร์ด​ที​โอ​ที​จี้​สาง​ระบบ​บิลลิ่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_163768

 

บอร์ด​ที​โอ​ที​ จี้​ สาง​ระบบ​บิลลิ่งหลังซื้อมา 2 ปี ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ คาด เปิดใช้ได้ภายในเดือน มิ.ย.

นาย​ประพันธ์ บุ​ณย​เกียรติ กรรมการ​และ​โฆษก​คณะ​กรรมการ (บอร์ด) บริษัท ที​โอ​ที จำกัด (มหาชน) เปิดเผย​ว่า บอร์ด​ที​โอ​ที​ได้​เร่งรัด​ให้​ฝ่าย​บริหาร​ไป​ดำเนิน​การ​จัด​ทำ​ระบบ​ใบ​แจ้ง​หนี้ (บิลลิ่ง) ระบบ​บริการ​ลูกค้า​และ​ระบบ​การ​ชำระ​เงิน ​มูลค่า 1,500 ล้าน​บาท ​ให้​แล้ว​เสร็จ​โดย​เร็ว​ที่สุด เนื่องจาก​ที​โอ​ทีได้​ดำเนิน​การ​จัด​ซื้อ​ระบบ​ดัง​กล่าว​มา​เป็น​เวลา​เกือบ 2 ปี​แล้ว ฉะนั้น ควร​จะ​ดำเนิน​การ​ให้​แล้ว​เสร็จ​โดย​เร็ว

ทั้งนี้ ที​โอ​ทีได้​จัด​ซื้อ​จัด​จ้าง​ระบบ​บิลลิ่ง แบ่ง​เป็น 3 ระบบ ได้แก่ ระบบ​บิลลิ่ง มูลค่า 781 ล้าน​บาท และ​ระบบ​ชำระ​เงิน มูลค่า 199 ล้าน​บาท จาก​บริษัท แอ็ด​วาน​ซ์ อินโฟร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด และ​ระบบ​การบริการ​ลูกค้า มูลค่า 420 ล้าน​บาท จาก​บริษัท วัน​ทู​วัน คอน​แทคล์ จำกัด ขณะ​ที่​ฝ่าย​บริหาร​ที​โอ​ทีแจ้ง​ว่าระบบ​ดัง​กล่าว​จะ​เสร็จ​สมบูรณ์และ​พร้อม​ที่​จะ​เปิด​ใช้​บริการ​ได้​ภายใน​เดือน ​มิ.ย.2554นี้

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​เพิ่ม​ว่า ปัญหา​ระบบ​บิลลิ่ง​ของ​ที​โอ​ทีเป็น​ปัญหา​ที่​ยืดเยื้อ​มา​นาน​หลาย​ปี ทั้งที่​ระบบ​บิลลิ่งเป็น​ระบบ​ที่​มี​ความ​สำคัญ​ต่อ​การ​ให้​บริการ เพราะ​เป็น​การ​จัด​เก็บ​เงิน​จาก​ลูกค้า ทำให้​มี​กระแส​เงินสด​หมุนเวียน โดย​ที​โอ​ทีเลือก​วิธีการ​เช่า​ระบบ​บิลลิ่ง​และ​อุปกรณ์​ที่​เกี่ยว​เนื่องจาก​บริษัท เท​เลเ​มติ​กส์  จำกัด เมื่อ​ปี 46 และ​สัญญา​เช่า​ได้​สิ้นสุด​ลง​แล้ว​ตั้งแต่​ปี 2552 ซึ่ง​ที​โอ​ที​ได้​เจรจา​ต่อ​รอง​กับ​บริษัท​เท​เลเ​มติ​กส์ เพื่อ​ขอ​ถ่าย​โอน​ฐาน​ข้อมูล​ลูกค้า​ของ​ที​โอ​ที แต่​ทาง​เท​เลเ​มติ​กส์ไม่​ยินยอม จน​ต้อง​ยื่น​ฟ้องร้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง​ และ​อยู่​ระหว่าง​ขบวนการ​ไต่สวน​ของ​ศาล

ขณะ​เดียวกัน ​เท​เลเ​มติ​กส์​ได้​ยื่นหนังสือ​ถึง​นาย​จุติ ไกร​ฤกษ์ รมว.​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) เพื่อ​ขอ​ความ​เป็น​ธรรม เพราะ​ใน​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา​ที​โอ​ที​ผิด​สัญญา​เช่า โดย​มี​ยอด​ใบ​แจ้ง​หนี้​เกิน 4 ล้าน​ราย และ​ให้​เท​เลเ​มติ​กส์​ดำเนิน​การ​ระบบ​ต่างๆแทน​ที​โอ​ที เป็นต้น ดังนั้น ​เท​เลเ​มติ​กส์จึง​ร้องขอ​ความ​เป็น​ธรรม​จาก ​รมว.​ไอ​ซี​ที เพื่อ​แก้​ปัญหา​ความ​ขัดแย้ง​ระหว่าง​ที​โอ​ที​กับ​เท​เลเ​มติ​กส์​ด้วย

อย่างไรก็ตาม ​ได้​มี​การ​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า เหตุ​ใด​ที​โอ​ทีจึง​ต้อง​แบ่ง​ระบบ​บิลลิ่ง​ออก​เป็น 3 ระบบ เพราะ​ทำให้​ยุ่งยาก​ในการ​บริหาร​จัดการ​ และ​สร้าง​ปัญหา​ให้​กับ​ผู้​ใช้​บริการ เช่นใน​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา การ​ส่ง​ใบ​แจ้ง​หนี้​ผิด​บ้าน ทำให้​เกิด​ความ​ล่า​ช้า​ใน​การ​ชำระ​เงิน ทำให้​ถูก​ระงับ​การ​ใช้​บริการ การ​คำนวณ​ค่า​ใช้​จ่าย​ผิด​พลาด เพราะฉะนั้น ​ใน​ช่วง​นี้​ผู้​ใช้​บริการ​โทรศัพท์​ของ​ที​โอ​ทีควร​ตรวจ​เช็ก​ใบ​แจ้ง​หนี้​อย่าง​ละเอียด เพื่อ​ประโยชน์​ของ​ลูกค้า​เอง.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 เมษายน 2554, 05:10 น.

 

​กระทุ้ง​ที​โอ​ที​ เรียก​คืน​ค่า​เอ​ซี 1.4 แสน​ล้าน

Published เมษายน 11, 2011 by SoClaimon

11 เมษายน 2554, 05:15 น.

กระทุ้ง​ที​โอ​ที​ เรียก​คืน​ค่า​เอ​ซี 1.4 แสน​ล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_162913

บอร์ด​กระทุ้ง​ที​โอ​ที​ไล่​ตาม​หนี้  เรียก​คืน​ค่า​เอ​ซี 1.4 แสน​ล้าน

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า ใน​การ​ประชุม​คณะ​กรรมการ (บอร์ด) บริษัท ที​โอ​ที จำกัด (มหาชน) เมื่อ​วัน​ที่ 7 เม.ย.​ที่​ผ่าน​มา ได้​เห็น​ชอบ​ให้​ฝ่าย​บริหาร​ไป​ดำเนิน​การ​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง จาก​กรณี​คู่​ค้า​ค้าง​ชำระ​ค่า​เชื่อม​โยง​โครง​ข่าย​แอ็กเซส​ชาร์จ​หรือ​ค่า​เอ​ซี นับ​ตั้งแต่​เดือน พ.ย.2549 จน​ถึงปัจจุบัน คิด​เป็น​มูลค่า​รวม​ประมาณ 140,000 ล้าน​บาท ทั้ง​จาก​บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มูลค่า 4,750 ล้าน​บาท บริษัท ​โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค มูลค่า 97,500 ล้าน​บาท บริษัท ท​รู​มูฟ จำกัด มูลค่า 35,250 ล้าน​บาท บริษัท ดิจิตอล​โฟน จำกัด​หรือ​ดี​พี​ซี มูลค่า 2,500 ล้าน​บาท

โดยที่​ผ่าน​มา ที​โอ​ที​ได้​ไป​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ​ศาลแพ่ง ซึ่ง​ศาล​ไม่​รับ​และ​ให้ 2 หน่วย​งาน​รัฐ​ไป​ตกลง​กัน​ให้​ได้ ซึ่ง​ทาง​กระทรวง​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) ใน​ฐานะ​กำกับ​ดูแล ก็ได้​แต่งตั้ง​คณะ​กรรมการ​ขึ้น​เพื่อ​เจรจา​ไกล่เกลี่ย​ตั้งแต่​ปี2553 แต่​ไม่​สามารถ​ตกลง​กัน​ได้ โดย​ที​โอ​ทียืนยัน​ว่า กสท ดี​แทค ท​รู​มูฟ และ​ดี​พี​ซี ซึ่ง​เป็น​บริษัท​รับ​สัมปทาน​จาก ​กสท จะ​ต้อง​ชำระ​ค่า​เอ​ซี ขณะ​ที่​ กสท และ​บริษัท​สัมปทานก็​ยืนยัน​ว่า จะ​ไม่​ชำระ​ค่า​เอ​ซี​อีก​ต่อ​ไป เพราะ​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.)ได้​ประกาศ​ใช้​ค่า​เชื่อม​โยง​โครง​ข่าย​แบบ​อินเตอร์​คอน​เน็กชั่น​ชาร์จ (ค่า​ไอ​ซี) แล้ว ​จึง​ไม่​ต้อง​จ่าย​ค่า​เอ​ซี​ให้​ที​โอ​ที​อีก อย่างไรก็ตาม ​การ​ที่​ที​โอ​ที​ต้อง​รีบ​ดำเนิน​การ​เรื่อง​นี้​เพราะ​เกรง​ว่า​คดี​พิพาท​จะ​หมดอายุ​ภายใน 5 ปี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 เมษายน 2554, 05:15 น.

 

อีริคสันส่งหลักฐานขย่มประมูล 3 จี

Published มีนาคม 31, 2011 by SoClaimon

31 มีนาคม 2554, 06:15 น.

อีริคสันส่งหลักฐานขย่มประมูล 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160137

 

บอร์ดทีโอทีใหม่เจอของแข็ง  อีริคสันประเดิมส่งหลักฐานขย่มประมูล 3 จี

บอร์ดทีโอทีใหม่นัดแรกก็เจอศึกหนัก เมื่ออีริคสันซึ่งอกหักถูกตัดสิทธิร่วมประมูล 3 จี หอบหลักฐานชุดใหม่เรียกร้องความเป็นธรรม ด้านปลัดไอซีทีปลงผลเจรจาค่าเสียหายแก้สัมปทานกับดีแทคล่าสุด ถอดใจไปไหนไม่เป็น เมื่อกสท ยืนยันไม่ได้รับความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ประชุมกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ชุดใหม่ ได้มีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่รวม 7 คน ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนกรรมการชุดเก่าที่ยกโขยงลาออกไปเกือบหมด โดยการประชุมเริ่มต้นขึ้นในเวลา 14.30 น. ลำดับแรกเป็นการปฐมนิเทศหรือการแจ้งกฎระเบียบให้กรรมการชุดใหม่รับทราบ จากนั้นบอร์ดได้เชิญฝ่ายกฎหมายของทีโอทีให้ รายงานปัญหาข้อพิพาทระหว่างทีโอทีกับคู่สัญญาสัมปทานทุกสัญญา ทั้งสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส สัญญาระบบการจัดเก็บเงิน (บิลลิ่ง) กับบริษัท เทเลเมติกส์ (ประเทศไทย) ที่อยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องกันอยู่ รวมถึงโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จีมูลค่า 17,440 ล้านบาท และยังได้แต่งตั้งนายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี เป็นประธานบอร์ดคนใหม่ด้วย

นอกจากนั้น บอร์ดชุดใหม่ยังประเดิมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายยัวอาคีม ดัมการ์ด ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) เพื่อขอความเป็นธรรมในกรณีที่คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์มือถือ 3 จี มูลค่า 17,440 ล้านบาท ได้ตัดสิทธิอีริคสันเข้าร่วมประมูล เพราะขาดคุณสมบัติโดยร้องเรียนว่าบริษัทที่ผ่านเข้าร่วมประมูล 2 ราย ได้แก่ กลุ่มคอนซอร์เตียมเอสแอล ผู้ชนะในราคาต่ำสุด 16,290 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท โนเกีย ซีเมนส์ จำกัด บริษัทหัวเว่ย จำกัด และกลุ่มคอนซอร์เตียมเอยู ประกอบด้วยบริษัทอัลคาเทล ลูเซ่นส์ จำกัด บริษัทยูเทล จำกัด ซึ่งเสนอราคา16,799 ล้านบาทนั้น ก็ขาดคุณสมบัติเช่นกัน

นอกจากนั้น อีริคสันยังส่งหลักฐานต่างๆ ให้บอร์ด อาทิ หนังสือจากสำนักงานตรวจการเงินแผ่น (สตง.) ที่ได้สอบถามมายังทีโอทีว่าการประมูลมีความโปร่งใสและเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ คำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่ชี้ขาดว่าการขาดแคตตาล็อก ซึ่งทำให้อีริคสันถูกตัดสิทธิ ไม่ใช่สาระสำคัญ รวมทั้งเอกสารการขาดคุณสมบัติของบริษัท ล็อกซ์เล่ย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ในบริษัท ทีทีแอนด์ที จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจของทีโอที และบริษัทยูไนเต็ด เทเลคอม เซลล์แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัดหรือยูเทล ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้กลุ่มเบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด เช่นเดียวกับบริษัทบีบี คอนเน็ค ซึ่งทำธุรกิจให้บริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศ แข่งขันกับทีโอที เนื่องจากตามเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) ข้อ 4.2.7 ระบุว่าผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องไม่ทำธุรกิจแข่งกับทีโอที และถือหุ้นรวมกันในบริษัทที่ทำธุรกิจแข่งกับทีโอทีเกิน 10% หรือเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 1 ใน 10 อันดับแรก

ด้านนายสุรช ล่ำซ่ำ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ล็อกซเล่ย์ กล่าวว่า ล็อกซ์เล่ย์ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทีทีแอนด์มาหลายปีแล้ว ขณะนี้มีหุ้นไม่เกิน 30,000 หุ้นเท่านั้น และไม่ได้มีอำนาจในการบริหารจัดการแต่อย่างใด  ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเมื่อปี 2551 ล็อกซ์เล่ย์ถือหุ้นทีทีแอนด์ทีอยู่ในอันดับ 4 จำนวน 7.92% แต่ขายเหลือ 4.72% ในเดือน ธ.ค.2552 อย่างไรก็ตามไม่มีหลักฐานปรากฏว่าปัจจุบันล็อกซ์เล่ย์เป็นผู้ถือหุ้นอันดับที่เท่าใด เนื่องจากจากนั้นทีทีแอนด์ทีไม่เคยแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
ขณะเดียวกัน นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอ–ซีที) ได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือเมื่อวันที่ 29 มี.ค. ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับคู่สัญญาบริษัทโทเทิ่ล แอ็กเซส คอม– มูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคว่า ไม่ได้ข้อสรุปใดๆ เนื่องจากทางดีแทคยืนยันกสท ไม่ได้รับความเสียหายและกสท ก็ยืนยันไม่เสียประโยชน์ ดังนั้นทางคณะกรรมการจะสรุปผลการเจรจาทั้งหมด เสนอให้รมว.ไอซีทีและรายงานคณะรัฐมนตรีต่อไป “เมื่อต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าไม่เสียหาย ก็ไม่รู้ว่าจะเจรจากันอย่างไร ถ้าเจรจาต่อก็เหมือนกับเป็นการซื้อเวลา เสียดายเวลาที่ต้องประชุมเพื่อแก้ปัญหาที่ไม่มีข้อสรุปได้”

ขณะที่ทางฝั่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก็ได้มีการประชุมเมื่อวันที่ 30 มี.ค. หารือเบื้องต้นถึงประเด็นในสัญญาธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่ระหว่างกสท กับกลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยให้สำนักงานกสทช.วิเคราะห์ อย่างละเอียดเกี่ยวกับสัญญาว่าขัดต่อพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.) หรือไม่

วันเดียวกัน กสท ยังได้เปิดบริการ CAT 3 G+ ซึ่งเป็นผลพวงจากการทำสัญญาใหม่กับกลุ่มทรูซึ่งนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่กสท กล่าวว่า ขณะนี้มีความพร้อมที่จะให้บริการโครงข่าย 3G+ หรือ 3 จี พลัส ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการปลายเดือน เม.ย. ในกรุงเทพและปริมณฑล 25 จังหวัด และภายในเดือน ส.ค.นี้ จะให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศเป็นรายแรกของประเทศ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 31 มีนาคม 2554, 06:15 น.

 

ชงบอร์ดสสว.ยุบ 2 บริษัท หลังขาดทุน 100 ล.

Published สิงหาคม 16, 2010 by SoClaimon

14 สิงหาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางชงบอร์ดสสว.ยุบ 2 บริษัท หลังขาดทุน 100 ล. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_103480

สสว. เตรียมเสนอบอร์ดชุดใหม่ยุบกิจการบริษัทลูก 2 แห่ง หลังมีภาระหนี้ผูกพันไม่ต่ำกว่า 100 ล้าน…

นาย ยุทธศักดิ์  สุภสร  ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเอสเอ็มอี (สสว.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้มีมติแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 12 คน เป็นคณะกรรมการ สสว.ชุดใหม่ (บอร์ด สสว.) ซึ่งคาดว่าจะสามารถนัดประชุมคณะกรรมการ  สสว.ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประ-ธานได้ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การทำงานของ สสว. ซึ่ง สสว.จะเสนอให้คณะกรรม-การชุดใหม่ยุบกิจการบริษัทลูก 2 แห่งคือ บริษัทอุตสาหกรรมขนมไทย จำกัด และบริษัทส่งเสริมการค้าเอสเอ็มอี เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมีปัญหาขาดทุนมานาน รวมถึงมีภาระหนี้ผูกพันที่รอการชดเชยไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ทำให้ สสว.ต้อง เสนอให้คณะกรรมการฯชุดใหม่พิจารณาว่าในที่สุดแล้วต้องมีการยุบกิจการตามที่ สสว.เสนอหรือไม่ และหากไม่ให้ยุบกิจการจะต้องให้ สสว. ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไร

ขณะเดียวกัน สสว.ก็จะเสนอขอความเห็นของคณะกรรมการฯชุดใหม่ในประเด็นที่ สสว. เข้าไปร่วมลงทุนในกิจการต่างๆ อาทิ การที่ สสว. ไปร่วมลงทุนกับธุรกิจเอสเอ็มอีต่างๆผ่านกองทุนร่วมลงทุนที่ขณะนี้มีการร่วม ลงทุนกับกิจการเอสเอ็มอีต่างๆรวม 60 บริษัท และใช้เงินร่วมลงทุนไปกว่า 1,100 ล้านบาท แต่ขณะนี้มูลค่าทางบัญชีเหลือเพียง 700 ล้านบาท จึงต้องขอนโยบายจาก คณะกรรมการฯชุดใหม่ว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

บอร์ด กสท ยุคผลัดใบจูบปากทรูมูฟ

Published สิงหาคม 3, 2010 by SoClaimon

28 กรกฎาคม 2553, 06:00 น.

ผ่านทางบอร์ด กสท ยุคผลัดใบจูบปากทรูมูฟ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99428

ดำเนินการทดลองการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมด้วยการปรับปรุงโครงข่ายโดยการติดตั้งอุปกรณ์ HSPA และมีความเป็นไปได้ที่จะให้บริการในเชิงพาณิชย์ในอนาคต…

ผู้สื่อ ข่าวรายงานจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ว่า ในการประชุมคณะกรรมการที่มีนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ เป็นประธาน จะหยิบยกประเด็นการให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท ทรูมูฟ จำกัด (มหาชน) ดำเนินการทดลองการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมด้วยการปรับปรุงโครงข่ายโดยการติดตั้งอุปกรณ์ HSPA และมีความเป็นไปได้ที่จะให้บริการในเชิงพาณิชย์ในอนาคตเพื่อสร้างรายได้ให้ กสท

ทั้งนี้   สาเหตุที่บอร์ดต้องหยิบเรื่องดังกล่าวมาพิจารณาอีกเพื่อเร่งสร้างรายได้ให้ กสท ในระหว่างที่การประมูลใบอนุญาต 3 จี ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ และเมื่อประมูลเสร็จการสร้างโครงข่าย 3 จี จะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ในช่วงแรกเชื่อว่า ผู้ชนะประมูล 3 จี จะต้องมาใช้เครือข่ายร่วม (โรมมิ่ง) หรือเช่าโครงข่ายเดิมเพื่อให้บริการแน่ ดังนั้น ก็เป็นการเตรียมความพร้อมให้บริการ 3 จี และหาช่องทาง เพิ่มรายได้ให้ กสท ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ดีแทคได้ยื่นขอทดลองให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี มานานหลายเดือนแล้ว แต่ไม่ได้รับอนุมัติจากบอร์ดชุดที่ผ่านมา  เนื่องจากติดปัญหาต้องเข้าสู่ขั้นตอนตามมาตรา 22 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) ทำให้ล่าช้าออกไป โดยยื่นขอติดตั้ง 1,600 สถานี ลงทุนติดตั้ง HSPA สถานีละ 3 ล้านบาท  ซึ่งที่ผ่านมา   ดีแทคได้ทวงถามมาโดยตลอด   แต่บอร์ดก็ยังไม่ได้พิจารณาให้

ขณะที่ทรู มูฟได้ยื่นขอทดลองให้บริการเช่นกันจำนวน 1,000 สถานี  และได้รับอนุมัติจากบอร์ดเป็นที่เรียบร้อย แต่ทรูมูฟทำผิดข้อตกลงไปให้บริการในพื้นที่ที่ไม่อยู่ในข้อตกลง และไม่ได้แจ้งให้ กสท รับทราบ ทาง กสท จึงตกลงยกเลิกการให้ทดลองการให้บริการ แต่ทรูมูฟก็ยังให้บริการตามเดิมและยังให้บริการในเชิงพาณิชย์อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้บอร์ดจะต้องนำมาพิจารณาอย่างละเอียดว่าเหตุใดทรูมูฟถึงละเมิด ข้อตกลงได้ทุกเรื่อง.

กมธ.สั่งประกันสังคมเลิกควักเงิน200ล.พิมพ์หนังสือแจก

Published มิถุนายน 30, 2010 by SoClaimon

25 มิถุนายน 2553, 15:20 น.

ผ่านทางกมธ.สั่งประกันสังคมเลิกควักเงิน200ล.พิมพ์หนังสือแจก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_91889

นายสถาพร มณีรัตน์

รอง ปธ.กมธ.แรงงาน เผย มติ กมธ.สั่งประกันสังคมเลิกควักเงิน 200 ล.พิมพ์หนังสือแจก ชี้ผิดวัตถุประสงค์-ไม่จำเป็น

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2553 นายสถาพร มณีรัตน์ รองประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐออนไลน์” ถึงกรณีที่ผู้นำแรงงานร้องเรียนโครงการจัดพิมพ์หนังสือผลงานของ คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ที่ใช้งบถึง 210 ล้านบาท ของสำนักงานประกันสังคม ว่า ที่ประชุม กมธ.ได้เรียกทุกฝ่ายมาให้ข้อมูลเรียบร้อยและมีการพิจารณาจนเป็นมติว่าไม่ เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว เพราะไม่มีความจำเป็น เป็นการใช้เงินกองทุนประกันสังคมผิดวัตถุประสงค์ ทั้งนี้ เงินจำนวนดังกล่าวสำนักงานประกันสังคมสามารถนำไปใช้เพิ่มสวัสดิการให้กับผู้ ประกันตนได้อีกจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามขั้นตอนหลังจากนี้ กมธ. จะทำหนังสือไปยังนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงข้อสรุปของ กมธ.ครั้งนี้ พร้อมกับทำหนังสือแจ้งไปยังผู้บริหารสำนักงานประกันสังคมให้ยกเลิกโครงการ ดังกล่าว

บอร์ดตลาดถูกคลังเบรกหัวทิ่ม

Published พฤษภาคม 30, 2010 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางบอร์ดตลาดถูกคลังเบรกหัวทิ่ม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85360

นางภัทรียา เบญจพลชัย

รมว.คลัง สั่งงดการพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ ไม่ควรเร่งรีบแต่งตั้ง รอให้นายจรัมพรนั่งตำแหน่งผู้จัดการอย่างเป็นทางการก่อน และให้เป็นผู้ตัดสินใจว่ามีความต้องการหรือความจำเป็นในการมีที่ปรึกษาฯหรือ ไม่…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมจะมีวาระที่สำคัญคือการเสนอ แต่งตั้งนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ที่กำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 31 พ.ค.นี้ ให้เป็นที่ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ แต่ปรากฏว่า นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้ขอถอนวาระดังกล่าวออกไปหลังนางภัทรียาปฏิเสธ ที่จะรับตำแหน่งดังกล่าว หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นความพยายามที่จะให้นางภัทรียาเข้ามามี บทบาทในตลาดหลักทรัพย์ต่อ

ขณะที่นายสมพลกล่าวยอมรับว่า ตนเป็นผู้ที่ชักชวนนางภัทรียาให้เข้ามาช่วยงานตลาดหลักทรัพย์ต่อในฐานะที่ ปรึกษาตลาดหลักทรัพย์ เพราะเห็นว่าเป็นผู้ที่สามารถนำประสบการณ์และความรู้ความสามารถเพื่อช่วยให้ ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดย จะเน้นให้ช่วยดูแลงานด้านกองทุนเพื่อการพัฒนาตลาดทุนไทย (CMBF) โดยตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้มีบทบาทอำนาจในการสั่งการหรือสั่งงาน หรือเซ็นอนุมัติใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่ให้คำปรึกษาและข้อคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะนางภัทรียาเป็นผู้ที่ทำงานในตลาดหลักทรัพย์มานานกว่า 30 ปี และเป็นอดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ก่อนที่ตนจะชักชวนนางภัทรียานั้น ตนได้ปรึกษานายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการคนใหม่ที่จะมาแทนนางภัทรียาแล้ว ซึ่งนายจรัมพรก็เห็นด้วย

“งานของตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตมีภาระที่หนัก มากในการดำเนินการตามแผนพัฒนาตลาดทุนที่ผ่าน ครม.มาแล้ว โดยนายจรัมพร ผู้จัดการคนใหม่มีงานในมือที่ต้องสานต่อเยอะมากจึงอยากให้ภัทรียามาช่วยเป็น ที่ปรึกษางานด้านพัฒนาตลาดทุนซึ่งไม่ได้มีอำนาจในการสั่งงาน เพราะอำนาจยังอยู่ที่ผู้จัดการตลาด หลักทรัพย์”

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ก่อนการประชุมบอร์ดครั้งนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ได้โทรศัพท์ขอให้งดการพิจารณาวาระดังกล่าวเพราะเห็นว่าไม่ควรเร่งรีบแต่ง ตั้ง ควรรอให้นายจรัมพรนั่งตำแหน่งผู้จัดการอย่างเป็นทางการก่อน และให้เป็นผู้ตัดสินใจว่ามีความต้องการหรือความจำเป็นในการมีที่ปรึกษาตลาด หลักทรัพย์หรือไม่

%d bloggers like this: