บลจ.ไทยพาณิชย์

All posts tagged บลจ.ไทยพาณิชย์

บลจ.ไทยพาณิชย์แจงกรณีก.ล.ต.ตรวจสอบผู้จัดการกองทุน

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 20:43 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188373.

Pic_188373

บลจ.ไทยพาณิชย์ แจงกรณีก.ล.ต. เข้าตรวจสอบการใช้ข้อมูลของผู้จัดการกองทุน พร้อมให้ความร่วมมือและ ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด วอนลูกค้ามั่นใจในการบริหารงานของกอง ทุนที่จะมีความต่อเนื่องและมีผลดำเนินงานที่ดีจากทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. บลจ.ไทยพาณิชย์  ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏถึงการที่ สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบการใช้ข้อมูลของผู้จัดการกองทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดปกติในการบริหารจัดการกองทุนในเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้เข้ามาตรวจสอบข้อมูลของบริษัท เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทางสำนักงาน ก.ล.ต. มาตลอด อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษใดๆ ต่อผู้จัดการกองทุนผู้ถูกตรวจสอบ โดยเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งหากผลการตรวจ สอบที่ชัดเจนเป็นทางการออกมาแล้วทางบริษัทพร้อมที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นบริษัทไม่ได้เพิกเฉยหรือนิ่งนอนใจ โดยได้ดำเนินการต่างๆ ได้แก่ จัดให้มีการสอบทานการปฎิบัติงานโดยคณะทำงานด้านกำกับและดูแลจากธนาคาร ไทยพาณิชย์ ซึ่งจากการสอบทานรายการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผู้จัดการกองทุนผู้นี้เริ่มทำงานกับบริษัท ไม่พบหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของรายการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังได้ติดตามสอบถามความคืบหน้ากับสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่เป็นระยะ ซึ่งได้รับแจ้งว่ายังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบและยังไม่ยุติ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฎิบัติงานของผู้จัดการ กองทุนและส่วนงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมที่ถือว่า อยู่ในระดับที่เข้มแข็งอยู่แล้ว สำหรับผู้จัดการกองทุนผู้ถูกตรวจสอบนี้ ก่อนที่จะมาเริ่มงานกับบริษัท ได้ตรวจเช็คประวัติตามขั้นตอน ถือเป็นบุคคลที่มีประวัติงานที่ดีโดดเด่น เคยทำงานกับบริษัทหลัก ทรัพย์จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลานานก่อนที่ จะมาร่วมงานกับทางบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเพื่อความสบายใจของผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย บริษัทได้โยกย้ายหน้าที่งานของพนักงานไม่ให้เกี่ยวข้อง กับการบริหารกองทุน และมอบหมายให้ นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เข้ามาดูแลการบริหารจัดการกองทุนโดยตรง มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ดังนั้นจึงขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและ ลูกค้ามีความมั่นใจในการบริหารงานของกองทุนที่จะมีความต่อเนื่องและ
มีผล ดำเนินงานที่ดีจากทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ

บริษัทตระหนักถึงความไว้วางใจที่ได้รับเป็นเวลานานกว่า 19 ปี ทั้งจากท่านผู้ถือหน่วยที่เป็นรายบุคคลและรายสถาบัน จนทำให้ปัจจุบันบริษัทเติบโตมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวม กว่า 560,000 ล้านบาท ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทตั้งมั่นอยู่ในการบริหาร กองทุนต่างๆ ด้วยความซื่อสัตย์ มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ตลอดจนมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด สม่ำเสมอ ดังนั้น จึงขอให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและลูกค้าในเรื่องของ ความโปร่งใสในการบริหารกองทุนต่างๆ และขอได้ให้ความไว้วางใจในบริษัทดังเช่นตลอด
ระยะเวลาที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 20:43 น.

แนะครึ่งปีหลังลงกองตราสารหนี้ระยะสั้น

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

14 กรกฎาคม 2554, 00:46 น.

แนะครึ่งปีหลังลงกองตราสารหนี้ระยะสั้น.

Pic_186145

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะครึ่งปีหลังลงกองตราสารหนี้ระยะสั้น ป้องกันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น…

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนตราสารหนี้ในไตรมาส 3 จนถึงปลายปีนี้ ยังคงเป็นการลงทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงของราคาที่มีความผันผวน

ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากการคาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน( กนง.)จะปรับนโยบายขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง สำหรับการประชุมในเดือนสิงหาคมนี้ โดยอัตราดอกเบี้ยน่าจะอยู่ที่ระดับ 3.50% จากปัจจุบันอยู่ที่ 3.25% โดยล่าสุด การประชุม กนง.วันที่12 ก.ค.ได้รับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25%

โดยปัจจัยหลักในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยคือความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

ดังนั้น บลจ.ไทยพาณิ้ชย์จึงยังคงนโยบายออกกองทุนระยะสั้น 3 เดือน ถึง 1 ปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด โดยการจัดสินทรัพย์การลงทุนที่ผสมระหว่างพันธบัตรรัฐบาลและสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศในสัดส่วนที่เหมาะสม ตลอดจนการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการเสนอขายกองทุนพร้อมกัน 4 กองทุน มูลค่ารวม 23,000 ล้านบาท คาดให้ผลตอบแทน 3-3.70% ต่อปี ด้วยมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำแต่ละกองทุน 10,000 บาท โดยจะเริ่มเปิดขายหน่วยลงทุน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 กรกฎาคม 2554

โดยกองทุนที่เสนอขาย เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ในประเทศ 3M6 (SCB Local Fixed Income 3M6) อายุ 3 เดือน คาดผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี มีนโยบายลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย 56% ตั๋วแลกเงินธนาคารธนชาต และตั๋วแลกเงินธนาคารไทยพาณิชย์ ในสัดส่วน 22% เท่ากัน , กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล
อายุ 6 เดือน คาดผลตอบแทน 3% ต่อปี เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง 99% ส่วนที่เหลือลงทุนในเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ อายุ 6 เดือน คาดผลตอบแทนประมาณ 3.40% ต่อปี มีนโยบายลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาลไทย 22% พันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ 33% ,เงินฝากธนาคาร Bank of China (BOC) สาขามาเก๊า 25% และเงินฝากธนาคาร China Construction Bank (CCB) 20% ซึ่งอัตราผลตอบแทนของกองทุนดังกล่าว ได้ทำการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) เรียบร้อยแล้ว

และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ต่างประเทศ อายุ 1 ปี คาดผลตอบแทน 3.70% ต่อปี มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ คือ พันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ ,เงินฝากธนาคาร Bank of China สาขามาเก๊า ) 25% ,เงินฝากธนาคาร Union National Bank 20% พร้อมปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 กรกฎาคม 2554, 00:46 น.

บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้เป้าดัชนีฯปีนี้ไม่ต่ำกว่า1.2พันจุด

Published พฤษภาคม 25, 2011 by SoClaimon

24 พฤษภาคม 2554, 20:40 น.
บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้เป้าดัชนีฯปีนี้ไม่ต่ำกว่า1.2พันจุด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173851

บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้เป้าดัชนีปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,200 จุด แต่ดัชนีฯมีโอกาสปรับฐานจนถึงเดือน มิ.ย.นี้ และจะเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส3เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. นางสาวโศภนา เจนบวร รองกรรมการผู้อำนวยการ กลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์เปิดเผยว่า บริษัทให้เป้าหมายดัชนีหุ้น ไทยปีนี้ที่ 1,200 จุด พร้อมทั้งประเมินว่าแนวโน้มตลาดหุ้นในช่วงนี้จนถึงเดือน มิ.ย. มีโอกาสที่จะปรับฐานและมีความผันผวนสูง เพราะถูกกดดันจากปัจจัย สำคัญ 2 ประเด็น คือจากความกังวลถึงมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของสหรัฐฯ (QE2) ที่จะหมดลงในมิ.ย.นี้ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าสภาพคล่องจะหายจากตลาด ขณะที่ในช่วงนี้ปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรปเริ่มกลับมาสร้างความกังวลให้นักลงทุน อีกครั้งประกอบกับทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง ส่งผลให้มีแรงเทขายทำกำไรออกมา และเป็นแรงขายแบบ Panic Sale ในตลาดหุ้น ไทย อย่างไรก็ตามหากพิจารณาตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับการปรับตัวลงของราคาหุ้นจึงถือเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน โดยไทยพาณิชย์ประเมิน ว่าตลาดหุ้นไทยาจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 เป็นต้นไป ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังรอดูความชัดเจนในการต่อมาตรการ QE2และความคืบหน้าวิกฤติหนี้ยุโรป

นางสาวโศภนา กล่าวถึงการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นว่า มั่นใจว่ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักการเมืองใด เชื่อว่าจะให้สำคัญกับตลาดทุน เพราะเป็นแหล่งระดมทุนและเป็นแหล่งที่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนทั้งในและ ต่างประเทศ นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนและพื้นฐาน
ของบริษัท

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้จนถึงเดือนหน้านั้นที่ราคาหุ้นจะปรับ ฐานลงนั้นถือเป็นจังหวะที่ควรซื้อลงทุน โดยแนะนำหุ้นกลุ่มธุรกิจอาหารที่เชื่อว่ากำไรไตรมาส 2 และ 3ยังมีทิศทางที่ดีและสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในอัตราที่ดี เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นและภาวะเศรษฐกิจที่แปรปรวนทำให้ อาหารมีราคาสูงขึ้น รวมทั้งหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมามีแรงเทขายออกมามาก ทำให้ราคาปรับตัวลงเนื่องจากเป็นหุ้น ที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนมาก จึงเป็นจังหวะที่น่าซื้อลงทุน โดยประเมินว่าสินเชื่อในช่วงไตรมาส 2-3 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องและส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (NIM) ยังทรงตัวในระดับที่ดี ซึ่งแนะให้เลือกซื้อหุ้นธนาคารพาณิชย์รายตัวนอกจาก นี้ยังเชียร์หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและโรงกลั่น ที่แม้กำไรไตรมาส 2จะชะลอตัวลงจาก ไตรมาสก่อนหน้า แต่คาดว่ครึ่งปีหลังยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมองว่าราคาหุ้นปรับตัวลงมากเกินไปเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน

นอกจาก นี้หุ้นอีกกลุ่มที่มีแนวโน้มที่ต้องติดตาม คือ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่จะมีการย้ายฐานการผลิตจากต่างชาติเข้ามาในไทยมาก ทั้งการลงทุนด้านโรงงานและธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยปีหน้าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้นถือเป็นหุ้นกลุ่มที่สามารถซื้อลงทุนได้ในปีนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 พฤษภาคม 2554, 20:40 น.
%d bloggers like this: