น้ำเสีย

All posts tagged น้ำเสีย

การชลประทานข้าวด้วยน้ำเสียจากโรงงานกระดาษคร๊าฟ

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002189&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จีระศักดิ์ กีรติคุณากร; สมเจตน์ จันทวัฒน์
ชื่อเรื่อง: การชลประทานข้าวด้วยน้ำเสียจากโรงงานกระดาษคร๊าฟ
Article title: Irrigation of rice crops with wastewater from kraft paper mill
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 19 สาขาพืช อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2524: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2524
หน้า: หน้า 12
จำนวนหน้า: 146 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2524)
หมวดหลัก: F06-Irrigation
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ORYZA SATIVA, IRRIGATION, WASTEWATER, PULP AND PAPER INDUSTRY, VARIETIES, GROWTH, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ข้าว, การชลประทาน, น้ำเสีย, โรงงานกระดาษคร๊าฟ, พันธุ์, การเจริญเติบโต, ผลผลิต
หมายเลข: 002189 KC1901008
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

พัฒนาระบบเซ็นเซอร์น้ำเสีย ทีมนักวิจัยนาโนเทคโนโลยีจับมือสวทช.วิจัยนวัตกรรมดูแลสิ่งแวดล้อม

Published พฤษภาคม 21, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/6686

วันอังคาร ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : สวทช.น้ำเสียทีมนักวิจัยนาโนเทคโนโลยีระบบเซ็นเซอร์พัฒนานวัตกรรมสิ่งแวดล้อม,

ทีมนักวิจัยวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ เพื่อตรวจวัดน้ำเสียและระบบตรวจวัด pH ในน้ำ

ดร.สิรพัฒน์ ประโทนเทพ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สามารถนำไปประยุกต์ช่วยแก้ไข จึงเป็นที่มาของการพัฒนานวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สำหรับนวัตกรรมที่ทีมนักวิจัยของวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คิดค้นร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ และศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาระบบเซ็นเซอร์เพื่อตรวจวัดสารเคมีในรูปของของเหลว โดยใช้หลักการเลียบแบบการทำงานของลิ้นมนุษย์ เพื่อใช้ตรวจวัดสารพิษในน้ำและศึกษาประสิทธิภาพการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ โดยการจําแนกลักษณะแพทเทิร์น เช่น เปรี้ยว เค็ม หวาน ขม โดยมีเซลล์ประสาทสัมผัสชนิดต่างๆ เพื่อรับรู้รสของสารต่างกันไป จากนั้นนํามาประมวลผล เปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของลักษณะแพทเทิร์นที่เก็บข้อมูลไว้ ซึ่งจะสามารถแยกแยะไอออนเจือปนในน้ำทั้งไอออนบวก เช่น โซเดียม โพแตสเซียม และไอออนลบ เช่น ไนเตรต และซัลเฟลได้ดี รวมทั้งยังสามารถบ่งชี้ระดับความเข้มข้นมากน้อยในเชิงคุณภาพได้อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีระบบตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลแบบ Real Time เพื่อสร้างแผนที่ กรด-เบส สำหรับการพัฒนาแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการพัฒนาหัววัดค่า pH แบบ ISFET ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติเด่น คือ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงค่าความเป็นกรด-เบสได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ ทนทานต่อการใช้งานในสภาวะต่างๆ เก็บรักษาได้นาน โดยส่งข้อมูลแบบ Real Time ผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แสดงผลเป็นแผนที่กรด-เบส และจัดเก็บในรูปแบบฐานข้อมูลแผนที่กรด-เบส ทำให้สามารถระบุสภาพพื้นที่ ที่เกิดปัญหาเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

องค์การจัดการน้ำจับมือไจก้า บูรณาการแก้“น้ำเสีย”ในไทย

Published เมษายน 25, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/4534

วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555, 08.13 น.

tags : องค์การจัดการน้ำเสียอจน.ไจก้า,
นายไพโรจน์ สัตยสัณห์สกุล ผู้อำนวยการองค์การจัดการน้ำเสีย(อจน.) เปิดเผย ว่า อจน.ได้ร่วมลงนามข้อตกลงร่วมมือโครงการสนับสนุนเทคนิคการบำบัดน้ำเสีย ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้โครงการความร่วมมือขององค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ JICA และสำนักงานระบายน้ำจังหวัดไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนเทคนิคการบำบัดน้ำเสียให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่น ตามที่สำนักระบายน้ำ จังหวัดไซตะมะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลระบบบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ 9 แห่ง ของจังหวัดไซตะมะ และ JICA ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของ อจน.ในการดำเนินการด้านการจัดการน้ำเสียขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย ซึ่งการลงนามในครั้งนี้ จะได้มีการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และพัฒนาเทคนิคการบำบัดน้ำเสีย เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ปฏิบัติงานด้านการบำบัดน้ำเสียของ อจน.ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการจัดการน้ำเสียขององค์กรปกครองท้องถิ่นในประเทศไทย ที่ดำเนินการโดย อจน.อย่างยั่งยืนตลอดไป
สำหรับการดำเนินงานของอจน.ในส่วนของบริการสาธารณะในปี2554ที่ผ่านมา อจน.ได้ดำเนินการโครงการบำบัดน้ำเสียชุมชนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช การซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสียขององค์การปกครองท้องถิ่นให้สามารถบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริหารจัดการระบบบำบัดน้ำเสียขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มรูปแบบ สามารถบำบัดน้ำเสียได้ตามเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติละสิ่งแวดล้อมที่กำหนด และการจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียในเขตพื้นที่จัดการน้ำเสีย โดยอจน. ขอทบทวนโครงการบำบัดน้ำเสียปริมณฑลส่วนเหนือ ขั้นที่ 1  โครงการบำบัดน้ำเสียอ้อมน้อย-อ้อมใหญ่ และครม.ได้อนุมัติในหลักการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2554 โดยมอบให้ อจน.จัดทำรายละเอียดข้อมูลต่างๆให้เป็นปัจจุบัน โดยขณะนี้ได้จัดทำรายงานทบทวนผลการศึกษาความเป็นไปได้ ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ อจน. และอยู่ระหว่างการนำเสนอเรื่องผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอขออนุมัติจาก ครม.ต่อไป ร่วมทั้ง งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนขนาดเล็ก เทศบาลตำบลบางปลา จังหวัดสมุทรสาคร

ตั้ง​แท่น​รอ​รัฐบาล​ใหม่​ทำ​งาน สศช.​ชง​มาตรการ​แก้​มาบตาพุด​เบ็ดเสร็จ

Published พฤษภาคม 17, 2011 by SoClaimon

16 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.
ตั้ง​แท่น​รอ​รัฐบาล​ใหม่​ทำ​งาน สศช.​ชง​มาตรการ​แก้​มาบตาพุด​เบ็ดเสร็จ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171759

สศช.​ชง​แนวทาง​แก้​ปัญหา​มาบตาพุด​อย่าง​ถาวร​และ​ครบวงจร รอ​รับ​รัฐบาล​ชุด​ใหม่​มา​พิจารณา​อนุมัติ ชี้​ยัง​มี​ปัญหา​สาร​ระเหย–น้ำ​เสีย ส่วน​ปริมาณ​น้ำ​เพียงพอ​รอง​รับ​ได้​อีก 20 ปี…

นาย​อาคม เติม​พิทยา​ไพ​สิ​ฐ เลขาธิการ​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​พัฒนา การ​เศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย​ว่า ที่​ประชุม​คณะ​กรรมการ​พัฒนา​พื้นที่​บริเวณ​ชายฝั่ง​ทะเล​ภาค​ตะวันออก​หรือ​อีสเทิร์น​ซี​บอร์ด รับ​ทราบ​แนวทาง​แก้ไข​ปัญหา​มาบตาพุด​อย่าง​ครบ​วงจร​ใน 3 แนวทาง โดย​ให้​ สศช.​ ไป​ปรับปรุง​ให้​สมบูรณ์​เพื่อ​เสนอ ครม.​ชุด​ใหม่ ซึ่ง​แนวทาง​แรก​คือ เร่งรัดโครงการ​ที่ ครม.​อนุมัติ​ให้​เป็น​รูปธรรม​โดย​เร็วทั้ง 32 โครงการ​ วงเงิน 1,400 ล้านบาท เช่น โครงการ​ติดตั้งสถานี​วัด​คุณภาพ​อากาศ การ​ขยาย​โรงพยาบาล​มาบตาพุด​เป็น​ขนาด 200 เตียง แนวทาง​ที่​สอง​ ให้​ทบทวน​โครงการ​ภาย​ใต้​แผนปฏิบัติการ​เพื่อ​ลด​และ​ขจัด​มลพิษ​ใน​เขต​ควบคุม​มลพิษ​จังหวัด​ระยอง ปี 2553-56 ที่​ได้​รับ​อนุมัติ​จาก​คณะ​กรรมการ​สิ่งแวดล้อม​แห่งชาติ​แล้ว และ​บางส่วน​ยัง​ไม่ได้​รับ​การ​จัดสรร​งบประมาณ​ให้​เหมาะสมทันสมัย ​และ​บูรณาการ​ร่วม​กัน แนวทาง​สุดท้าย​คือ แก้ไขปัญหา​มาบตาพุด​อย่าง​ครบ​วงจร 6 ประเด็น คือ พัฒนากิจการ​ที่​เป็น​มิตร​ต่อ​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่งแวดล้อม มุ่งสู่​สิ่งแวดล้อม​สะอาด, ส่งเสริม​ยก​ระดับ​คุณภาพการ​ศึกษา​เฉพาะ​ทาง บริการ​สาธารณสุข​เฉพาะ​โรคและ​คุณภาพ​ชีวิต, พัฒนา​สู่​เมือง​อุตสาหกรรม​เชิงนิเวศ, หน่วยงาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ต้อง​พัฒนา​โครงสร้าง​พื้นฐาน​และ​จัดสรร​การ​ใช้​ประโยชน์​อย่าง​เป็น​ธรรม, ส่งเสริม​การ​วาง​ผังเมือง​อย่าง​มี​หลักการ และ​มี​การบริหาร จัดการ​ที่​มี​คุณภาพ โดย​มี​องค์กร​ที่​รับผิดชอบ​ในระดับ​พื้นที่​อย่าง​ชัดเจน

นอกจาก​นี้ สศช.​ร่วม​กับ​จังหวัด​ระยอง วิเคราะห์​ แนวโน้ม​และ​ผล​กระทบ​ต่อ​การ​พัฒนา​พื้นที่​มาบตาพุด พบ​ว่า​พื้นที่​มาบตาพุด​และ​บริเวณ​ใกล้​เคียง​ยัง​คงเป็น​ฐาน​การ​ผลิต​อุตสาหกรรม​ปิโตรเคมี​และ​พลังงานของ​ประเทศ​ต่อ​ไป และ​จะ​เปลี่ยน​เป็น​อุตสาหกรรมที่ ใช้​เทคโนโลยี​สะอาด​มาก​ขึ้น ​มี​ต้นทุน​สูง​ขึ้น ขณะที่​ประชาชน​ได้​รวม​กลุ่ม​เป็น​เครือ​ข่าย​ติดตาม​ตรวจสอบ​การ​พัฒนา​โครงการ​ขนาด​ใหญ่​ใน​พื้นที่​มาก​ขึ้น จึง​คาด​ว่า​สถานการณ์​สิ่งแวดล้อม​ใน​พื้นที่​จะ​ดี​ขึ้น ที่สำคัญอุตสาหกรรม​ได้​ขยาย​ตัว​เข้า​สู่​พื้นที่​ตอนใน เช่น ปราจีนบุรี สระแก้ว ใน​ลักษณะ​เครือ​ข่าย จึง​ต้อง​เตรียมเรื่อง​สิ่งแวดล้อม​และ​พัฒนา​โครงสร้าง​พื้นฐาน​รอง​รับ

ส่วนสถานการณ์​คุณภาพ​สิ่งแวดล้อม​ใน​พื้นที่​มาบตาพุด​ล่า​สุด ทั้ง​คุณภาพ​อากาศ มลพิษ​ด้านน้ำ​และ​ขยะ​มูลฝอย รวม​ทั้ง​กาก​ของ​เสีย​อันตราย พบว่า​ส่วน​ใหญ่​อยู่​ใน​เกณฑ์​มาตรฐาน ยกเว้น​สาร​อินทรีย์​ระเหย​ง่าย​บาง​ตัว​มี​ค่า​สูง​เกิน​มาตรฐาน ด้าน​มลพิษ​ทาง​น้ำ​ยัง​มี​การ​ปน​เปื้อน​ของ​โลหะ​หนัก​และ​สาร​อินทรีย์​ระเหย​ง่าย บริเวณ​อ่าว​ประดู่ ซึ่ง​อยู่​ระหว่าง​การ​แก้​ปัญหา ขณะ​ที่​ปัญหา​ด้าน​ขยะ​ซึ่ง​มาก​กว่าปีละ 100,000 ตัน รัฐบาล​ได้​จัดสรร​งบประมาณ​กว่า 250 ล้าน​บาท​ เพื่อ​แก้​ปัญหา​แล้ว สำหรับ​สถานการณ์น้ำ​ใน​จังหวัด​ระยอง​และ​ชลบุรี โดย​รวม​พบ​ว่า ปริมาณ​น้ำ​มี​ระดับ​สูง​กว่า​ปี 53 และ​สูง​กว่า​ปี 48 ซึ่งเป็นปี ที่​มี​ปัญหา​ภัย​แล้ง​ถึง​เท่าตัว จึง​คาด​ว่า​จะ​มี​น้ำ​เพียงพอ​ต่อ​ความต้องการ​ตลอด​ทั้ง​ปี และ​เมื่อ​โครงการ​ที่กำลัง​ พัฒนา​แล้ว​เสร็จ จะ​สามารถ​เติม​น้ำ​เข้า​สู่​แหล่ง​น้ำได้ 255 ล้าน​ลูกบาศก์​เมตร​ต่อ​ปี ซึ่ง​กรมชลประทาน​คาด​ว่า​จะ​รอง​รับ​ได้​ถึง 20 ปี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.

พด.ขยายเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ อบรมฟรี เทคนิคการผลิตปุ๋ยฯคุณภาพ

Published ธันวาคม 1, 2010 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

ผ่านทางพด.ขยายเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ อบรมฟรี เทคนิคการผลิตปุ๋ยฯคุณภาพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_125967

 

นายธวัชชัย สำโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เผยว่า กรมได้จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการผลิตและใช้นวัตกรรมจุลินทรีย์ พด. เพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น โดยจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้มีการนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจุลินทรีย์ พด.ไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรเพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิตพืชตลอดจนใช้ในการขจัดกลิ่นเหม็น ดับกลิ่นจากคอกสัตว์ ห้องน้ำ แหล่งน้ำเสีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์จากกองขยะ สำหรับกระบวนการผลิตก็ไม่ ยุ่งยากและสิ้นเปลือง เนื่องจากใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและในครัวเรือนมาแปรรูปผลิตเป็นปุ๋ยหมักน้ำหมักชีวภาพ สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่น โดยใช้สารเร่ง พด.ต่างๆก็แจกจ่ายให้ใช้ฟรี

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดินเผยอีกว่า หลักสูตรนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกร ดังนั้น ในการฝึกอบรมครั้งนี้ จึงเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ที่ไม่เคยเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรนี้มาก่อน เช่น เกษตรกร ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา องค์กรเครือข่าย ภาคเอกชน และผู้สนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจะเปิดอบรมรวม 9 รุ่น รุ่นละ 80 ราย รวม 720 ราย สนใจรับใบสมัครตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 ธ.ค. 53 ราย ละเอียดเพิ่มเติมที่www.ldd.go.th หรือที่สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน กรมพัฒนาที่ดิน โทรศัพท์ 0-2579-0679.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

 

ใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ

Published พฤษภาคม 26, 2010 by SoClaimon

24 พฤษภาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางใช้กากตะกอนน้ำเสีย-ขี้แป้ง เติมธาตุอาหารลงดินแทนปุ๋ยฯ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_85033

แปลง กล้ายางที่นักวิจัยทำการทดสอบเก็บข้อมูลที่ตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี.

ปัจจุบันยางพาราเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ หากเทียบปริมาณผลผลิตต่อไร่ กลับพบว่าเกษตรกรบ้านเรากรีดน้ำยางได้ปริมาณน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะข้อจำกัดในด้านต้นทุนที่ใช้ดูแลระหว่างต้นยางชำถุง จนกระทั่งเปิดหน้ายาง

ฉะนี้…รองศาสตราจารย์ ดร.อรวรรณ ศิริรัตน์พิริยะ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมคณะ ร่วมทำวิจัย การทดแทนปุ๋ยด้วยกากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งเพื่อการปลูกยางพารา ขึ้น ในพื้นที่ปลูกยางตำบลไทรขึง อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี โดยได้รับการสนับสนุน ทุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

รศ.ดร.อรวรรณ เปิดเผยว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น เรายังมีผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเกษตรกรใส่ปุ๋ยน้อยกว่าอัตราที่แนะนำ ส่งผลให้ธาตุอาหารในดินไม่เพียงพอต่อความต้องการนำไปใช้เป็นอาหารทำให้การ เจริญเติบโตช้า อีกทั้งการกรีดยางจะทำให้เกิดการสูญเสียธาตุอาหารที่ไหลไปกับน้ำยาง

และ…เพื่อ เป็นการลดต้นทุน เพิ่มทางเลือกให้กับเกษตรกร ทีมวิจัยจึงนำกากตะกอนน้ำเสีย รวมทั้งขี้แป้งมาทำการศึกษาวิเคราะห์ให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียรวมทั้งขี้แป้งซึ่งเป็นของเหลือทิ้งจากโรงงานที่ผ่านขบวนการ บำบัด จะมีธาตุปุ๋ย NPK อินทรียวัตถุที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของต้นพืชได้เท่าเทียมกับปุ๋ยเคมี ดังนั้นการเติมอินทรียวัตถุโดยใช้สิ่งต่างๆเหล่านี้ เสมือนกับว่าเป็นการ “นำสิ่งที่ได้จากธรรมชาติกลับ คืนสู่แหล่งที่มา”

สำหรับขั้นตอน การดำเนินงาน รศ.ดร.อรวรรณบอกว่า…เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นกล้ายาง (ต้นตอตา) และการปลูกต้นยางชำถุง โดยเตรียมกากตะกอนน้ำทิ้ง กากขี้แป้ง ในคราวเดียวกัน จากนั้นเตรียมแปลงเพาะกล้ายางโดยใช้รถแทรกเตอร์พลิกดิน 2 ครั้ง ไถพรวน 2 ครั้ง ทำแปลงทดลองขนาด 2×5 เมตร กำหนดแนวปลูกด้วยระยะ 1 เมตร สำหรับปลูกเมล็ดงอก (germinated seed) ระยะห่าง 20 เซนติเมตร

….ใน ขั้นตอนนี้จะมีแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ แปลงที่เกษตรกรปลูกโดยใส่ปุ๋ยบำรุงรูปแบบเดิม และ แปลงที่ใส่กากตะกอนและขี้แป้ง ซึ่งผ่านขบวนการทำแห้งป้องกันการเกิดราและยังทำให้ส่วนผสมที่ทีมวิจัยคิดค้น สูตรมีความคงที่เหมาะสม จากนั้นบำรุงดูแลรักษาตลอดระยะเวลา 6 เดือน โดยรดน้ำเช้าเย็นให้ดินชุ่ม กำจัดวัชพืช พร้อมวัดการเจริญเติบโตของกล้ายางทุกเดือน ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างดินก่อนและหลังการเติมสิ่งทดลองจนกระทั่งกล้ายาง อายุ 6 เดือน พร้อมที่จะติดตาเขียวต้นกล้ายางแล้วจึงเตรียมถุงเพาะชำ โดยใช้ต้นตอซึ่งติดตาเขียวพันธุ์ RRIM 600 ไปปลูกในถุงเพาะชำ โดยแบ่งเปรียบเทียบคือ แปลงที่ 1 การดูแลบำรุงรักษาจะไปตามรูปแบบเดิมอย่างที่เกษตรกรเคยทำกันมา แปลงที่ 2 ใส่ดิน 3 ส่วน/กากตะกอน 1 ส่วน แปลงที่ 3 ใส่ดิน 3 ส่วน/ใส่กากขี้แป้ง 1 ส่วน แปลงที่ 4 ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอน และกากขี้แป้ง อย่างละเท่ากันรวม 1 ส่วน แปลงที่ 5 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนมากกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน และ แปลงที่ 6 ใส่ดิน 3 ส่วน/เติมกากตะกอนน้อยกว่ากากขี้แป้งลงดินรวม 1 ส่วน

ดูแลบำรุงรักษารดน้ำ กำจัดวัชพืชตลอดระยะเวลา 90 วัน เมื่อต้นยางชำถุงอายุ 90 วัน เป็นระยะที่เหมาะสำหรับย้ายต้นยางชำลงหลุมปลูก วัดความสูง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง วัดรัศมีเรือนยอด และเก็บตัวอย่างดิน ซึ่งการวิจัยให้ผลว่า กากตะกอนน้ำเสียและกากขี้แป้งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการปลูกและการเติบโต รวมทั้งมีศักยภาพทดแทนปุ๋ย สำหรับการปลูกยางพาราตั้งแต่ระยะต้นกล้ายางจนถึงยางชำถุงและสูตรที่มีความ เหมาะสมมากคือสูตรที่ใช้ใส่ในแปลงต้นตอติดตาที่ 5

การวิจัยนี้จึง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร ที่สามารถลดต้นทุนอีกทั้งเป็นการวิจัยต้นแบบที่มุ่งการเพิ่มปริมาณอินทรีย วัตถุและแหล่งธาตุอาหารก่อนเวลาเปิดหน้ายางและเพื่อให้ได้ผลที่แน่ชัดใน พื้นที่อื่น ทีมวิจัยแนะนำว่า ก่อนเกษตรกรจะนำไปใช้ควรมีการ วิเคราะห์โครงสร้างดินจากแหล่งที่ปลูก กากตะกอนน้ำทิ้งจากแหล่งที่มาด้วยเช่นกัน.

เพ็ญพิชญา  เตียว

หนุนปลูกสาหร่ายบำบัดน้ำเสีย แก้น้ำเน่าได้ผล-รักษ์สิ่งแวดล้อม

Published กุมภาพันธ์ 11, 2010 by SoClaimon

หนุนปลูกสาหร่ายบำบัดน้ำเสีย แก้น้ำเน่าได้ผล-รักษ์สิ่งแวดล้อม คมชัดลึก : เกษตร : เกษตรคนเก่ง.

สาหร่ายสไปรูไลน่า

น้ำเน่าเสีย

การปล่อยน้ำทิ้งโดยไม่มีการบำบัดจากโรงงานขนมจีนลงสู่แหล่งน้ำของชุมชนบ้านหนองกุง ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นแหล่งผลิตขนมจีนที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเน่าเหม็น จนเป็นสาเหตุทำให้สภาพแวดล้อมบริเวณนั้นเสื่อมโทรมตามมา

 ด้วยเหตุนี้ รศ.ดร.สุมนทิพย์ บุนนาค อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงนำปัญหานี้มาศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการบำบัดน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตขนมจีนโดยนำสาหร่ายสไปรูไลน่ามาใช้ในการวิจัย เนื่องจากสาหร่ายชนิดนี้หรือที่รู้จักกันในนามสาหร่ายเกลียวทอง สามารถเจริญเติบโตได้ในน้ำเน่าเสีย

ทั้งนี้ สาหร่ายดังกล่าวเป็นแบบเซลล์เดียว ลักษณะสีเขียวแกมน้ำเงิน อยู่ใน Family Oscillatoriaceae พบได้ในแหล่งน้ำทั่วไป และสามารถปรับตัวพัฒนาสายพันธุ์ให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี

รศ.ดร.สุมนทิพย์ กล่าวว่า การศึกษาวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเพื่อตรวจสอบค่า DO (ออกซิเจนละลายน้ำ) ค่าไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสรวม pH (ค่าความเป็นกรดด่าง) ค่าความขุ่น และของแข็งที่ละลายในน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตขนมจีนก่อนและหลังการเพาะเลี้ยงสาหร่ายสไปรูไลน่า ภายใต้การควบคุมในห้องปฏิบัติการ

“เริ่มต้นทีมนักวิจัยได้ลงพื้นที่นำน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตขนมจีน ของนางสุนทร พระลับรักษา หมู่บ้านหนองกุง อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาตรวจวิเคราะห์หาค่า DO (ออกซิเจนละลายน้ำ) ค่าไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสรวม ค่าความเป็นกรดด่าง ความขุ่น และของแข็งที่ละลายในน้ำทิ้ง จากนั้นนำสาหร่ายสไปรูไลน่า มาเพาะเลี้ยงในอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำทิ้งจากโรงงานขนมจีนในระดับความเข้มข้นต่างๆ” รศ.ดร.สุมนทิพย์ แจงขั้นตอน

พร้อมกล่าวเสริมอีกว่า โดยให้ความเข้มแสง 2,000 ลักซ์ และให้อากาศตลอดเวลา ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เป็นระยะเวลา 20 วัน ก่อนนำมาหาค่าความเจริญเติบโตของสาหร่าย ด้วยเครื่องสเปกโตรโฟโตมิเตอร์ ทำการวัดค่า DO (ออกซิเจนละลายน้ำ) ค่าไนเตรท-ไนโตรเจน ฟอสฟอรัสรวม pH (ค่าความเป็นกรดด่าง) ซึ่งสารเหล่านี้มีอยู่ในน้ำเสียในปริมาณมาก รวมไปถึงศึกษาค่าความขุ่น และค่าของแข็งที่ละลายในน้ำทิ้งที่มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ทุกๆ 5 วัน เป็นระยะเวลา 20 วัน

“จากการทดสอบพบว่า สาหร่ายสไปรูไลน่าที่เพาะเลี้ยงในตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตขนมจีน สามารถลดค่าไนเตรท-ไนโตรเจน จาก 17.07 mg/l เป็น 6.00 mg/l ค่าฟอสฟอรัสรวม จาก 19.50 mg/l เป็น 5.8 mg/l เพราะสาหร่ายชนิดนี้ นำสารต่างๆ เหล่านี้มาใช้ในการเจริญเติบโต นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มออกซิเจนรวมจาก 2.67 mg/l เป็น 5.57 mg/l อีกด้วย”

รศ.ดร.สุมนทิพย์ กล่าวอีกว่า ผลของการทดลองแสดงให้เห็นว่าสาหร่ายสไปรูไลน่ามีการเจริญเติบโตได้ดีในน้ำทิ้งจากโรงงานผลิตขนมจีน นอกจากนั้นยังมีประสิทธิภาพในการลดค่าไนเตรท-ไนโตรเจน และฟอสฟอรัสรวม ทำให้น้ำทิ้งจากโรงงานสะอาดขึ้น ความขุ่นและกลิ่นเหม็นลดลง

“ทีมนักวิจัยของเราจึงแนะนำให้โรงงานผลิตขนมจีนนำสาหร่ายสไปรูไลน่ามาเลี้ยงในบ่อบำบัดน้ำทิ้งจากการผลิตขนมจีนก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม และะเป็นการลดโลกร้อนอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากบรรดาผู้ประกอบการ”

ผู้ที่สนใจงานวิจัยดังกล่าว รศ.ดร.สุมนทิพย์ ฝากบอกว่า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000 โทรศัพท์ 0-4334-2908 หรือที่ อีเมล :sumbun@kku.ac.th

%d bloggers like this: