น้ำมัน

All posts tagged น้ำมัน

การปลูกมินต์ในภาคใต้

Published กุมภาพันธ์ 1, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001893&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มิตรี ลักษณิยานนท์
ชื่อเรื่อง: การปลูกมินต์ในภาคใต้
Article title: Studies on growth and the yield potential of mint grown in southern part of Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 87
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: F01-Crop husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: MENTHA, PLANTING, GROWTH, YIELDS, OILS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: มินท์, การปลูก, ผลผลิต, น้ำมัน
หมายเลข: 001893 KC1701087
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
โฆษณา

การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับน้ำมันในข้าวโพด

Published กุมภาพันธ์ 1, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001891&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สมรัก นรเดชานนท์; พิสมัย ศรีสุขประเสริฐ; สมศรี ไทยเวสน์; นิพนธ์ เอี่ยมสุภาษิต; ชำนาญ ฉัตรแก้ว
ชื่อเรื่อง: การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับน้ำมันในข้าวโพด
Article title: Preliminary study on oil content in corn
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 85
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ZEA MAYS, VARIETIES, BREEDING METHODS, YIELDS, LIPID CONTENT
ดรรชนี-ไทย: ข้าวโพด, น้ำมัน, การปรับปรุงพันธุ์, ผลผลิต
หมายเลข: 001891 KC1701085
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ทำน้ำมันใช้เอง

Published มกราคม 15, 2013 by SoClaimon

http://clip.thaipbs.or.th/home.php?vid=1750

กิน อยู่ คือ : ทำน้ำมันใช้เอง (15 ก.ค. 2555)

น้ำมัน เป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงอาหารทั้งผัดและทอด ที่ในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลายชนิดทั้ง น้ำมันปาลม์ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันทานตะวัน ที่ผลิตด้วยระบบอุตสาหกรรม กินอยู่..คือ ชวนมาทำมันใช้เองได้ที่บ้าน ที่ทำง่าย สามารถเลือกวัตถุดิบที่ดีปลอดภัยจากสารเคมีได้ ติดตามชมได้ในรายการกินอยู่คือ ตอน ทำน้ำมันใช้เอง วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้ เวลา 11.30 -12.00 น.ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

p249

น้ำมันมะพร้าวป้องกันเด็กฟันผุ แถมยังฆ่าเชื้อราภายในปากหมด

Published กันยายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/289126

7 กันยายน 2555, 10:00 น.
Pic_289126

นักวิทยาศาสตร์ไอร์แลนด์รู้สึกตื่นเต้นเมื่อพบว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถต่อสู้กับฟันผุได้ ซึ่งทุกวันนี้เด็กตามชาติอุตสาหกรรม ตั้งร้อยละ 60–90 ล้วนแต่โดนแบคทีเรียกิน จนฟันผุกันหมด

พวกเขาได้พบว่าน้ำมันมะพร้าวที่สกัดด้วยเอนไซม์ จะมีฤทธิ์สกัดการเติบโตของแบคทีเรียสเตรปต็อคค็อกคัส ตัวการทำให้ฟันผุ ไม่ให้เติบโตได้ และยังฆ่าเชื้อราในปากได้ด้วย โดยมันคงไปย่อยไขมันของน้ำมันมะพร้าวให้กลายเป็นกรดซึ่งปราบแบคทีเรียลงได้อย่างชะงัด

ดร.ดาเมียน  แบรดี้  หัวหน้านักวิจัย  กล่าวว่า น้ำมันมะพร้าวน่าใช้ยิ่งกว่าสารเคมี “เพราะมันไม่ต้องใช้เข้มข้นกว่ากัน” และเสริมว่า ยิ่งในยามที่เชื้อโรคยิ่งดื้อกับยาปฏิชีวนะมากขึ้นทุก

วันนี้ ทำให้ยิ่งมีความสำคัญขึ้น เมื่อพบหนทางใหม่ปราบจุลชีพที่ก่อการอักเสบได้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 7 กันยายน 2555, 10:00 น.

เตือนน้ำมันอะโรมาเธอราพีแฝงอันตราย

Published มิถุนายน 30, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/47386

1 November 2554

นักวิจัยเตือนว่า น้ำมันหอมระเหย ซึ่งใช้กันตามสปาและสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพ มีการทำปฏิกิริยากับอากาศ ทำให้เกิดละอองที่สร้างความระคายเคืองแก่ดวงตา จมูก และลำคอ รวมทั้งทำให้เกิดอาการปวดหัว คลื่นไส้ และทำลายตับกับไตได้
งานวิจัยได้ศึกษาขนาดและปริมาณของละอองที่เกิดขึ้นเมื่อคนเข้ารับการนวดตามสปาต่างๆ
น้ำมันหอมระเหยเหล่านี้สกัดจากลาเวนเดอร์ ต้นชา ยูคาลิปตัส และเปปเปอร์มินต์ เชื่อกันว่าน้ำมันพวกนี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ทำให้ผิวดี เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยให้นอนหลับ
แต่นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเภสัชศาสตร์และวิทยาศาสตร์เจียหนานในไต้หวัน เตือนว่า ไม่ควรมองข้ามผลเสียของน้ำมันเหล่านี้ด้วย
งานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Engineering Science ได้วัดปริมาณของละอองเหล่านี้เมื่อมีการใช้น้ำมันถูนวดในสปา 2 แห่งในไต้หวัน
น้ำมันที่ทำให้เกิดละอองดังกล่าวเป็นจำนวนมากที่สุด คือ น้ำมันจากลาเวนเดอร์ ต้นชา เปปเปอร์มินต์ มะนาว และยูคาลิปตัส
ยังมีการพบด้วยว่า น้ำมันอะโรมาทำให้ผู้ป่วยโรคปอดและผู้ป่วยโรคหอบหืดมีอาการกำเริบ
นอกจากนี้ บรรดานางพยาบาลยังรายงานด้วยว่า คนที่ใช้น้ำมันเหล่านี้ในการอาบน้ำหรือทาผิวหนังในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้ผิวไหม้และเกิดผื่น.

พิษจากน้ำมันทอดซ้ำ

Published มิถุนายน 20, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/life/fromfood/266411

8 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

Pic_266411

วันนี้อาหารไทยกลายเป็นอาหารที่นิยมไปทั่วโลก เนื่องจากมีรสชาติที่กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ ทั้งยังทำได้ง่ายๆไม่ยุ่งยาก จนกระทั่งสมัยหนึ่งมีการค้าขายกับชาวจีน และได้นำวิธีการประกอบอาหารด้วยน้ำมันเข้ามาแพร่หลายในไทย

ทำให้น้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหารกลายเป็นสิ่งที่ต้องมีติดครัวเรือนจนถึงทุกวันนี้ มีน้ำมันจากไขสัตว์ เช่น น้ำมันหมู น้ำมันไก่ และน้ำมันพืช แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

ชนิดที่ ไม่เป็นไขในที่เย็น หรือน้ำมันที่ทำจากพืช ได้แก่ น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย ซึ่งไขมันชนิดนี้จะย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ในการสร้างเซลล์ต่างๆของร่างกาย เหมาะกับเด็กที่กำลังเจริญเติบโต

ส่วนอีกชนิดหนึ่งคือ น้ำมันที่เป็นไขในที่เย็น เช่น น้ำมันปาล์มโอเลอีน ซึ่งน้ำมันชนิดนี้เป็นที่นิยมสำหรับพ่อค้า แม่ค้า เนื่องจากเป็นน้ำมันที่ทนความร้อน ความชื้น ไม่เหม็นหืนง่าย เหมาะที่จะใช้ทอดอาหารที่ต้องใช้ความร้อนสูงนานๆ เช่น ทอดปลา ทอดเนื้อ ทอดไก่ และปาท่องโก๋

จึงไม่แปลกที่ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นน้ำมันในกระทะทอดอาหารเหล่านี้มีสีดำ

ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเคมีประกอบด้วย ชนิดของน้ำมัน ประเภทอาหาร ภาชนะทอดอาหาร ระดับความร้อน ระยะเวลาที่ทอดอาหาร จะมีสารพิษเกิดขึ้นในน้ำมันทอดซ้ำที่เสื่อมสภาพ ได้แก่ สารโพลาร์ (Polar compounds) ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic aromatic hydrocarbons; PAHs) ซึ่งเป็นสารก่อให้เกิดโรคมะเร็ง สรุปว่าสารพิษเหล่านี้เกิดขึ้นในน้ำมันขณะทอดอาหาร

สำหรับผู้ที่ชอบทานอาหารทอดให้หลีกเลี่ยงน้ำมันที่มีสีดำคล้ำ ลักษณะข้นหนืด หรือมีกลิ่นหืน ควรใช้น้ำมันให้พอเหมาะสำหรับอาหารแต่ละชนิด เพื่อไม่ให้เกิดความเสียดายนำกลับมาใช้ใหม่

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างน้ำมันพืช (น้ำมันที่ยังไม่ได้ใช้) ที่แบ่งขายตามท้องตลาด บรรจุถุงพลาสติกขนาดถุงละ 1,000 กรัม จำนวน 4 ยี่ห้อ เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของสารโพลาร์

ผลการวิเคราะห์พบว่าทุกตัวอย่างพบการปนเปื้อนของสารโพลาร์ แต่ปริมาณที่ตรวจพบนั้นยังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ก็ควรระวังหลีกเลี่ยง!

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย
  • 8 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

น้ำมันรำข้าว..คุณค่าเพื่อสุขภาพ

Published พฤษภาคม 31, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/33312

24 January 2554

หลายคนรู้ดีว่า ข้าวกล้อง เป็นธัญญาหารแห่งแผ่นดินที่มีความมหัศจรรย์ อุดมด้วยคุณค่าสารอาหารครบถ้วนที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งในด้านป้องกัน บำบัดและรักษา อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายของเราเกิดความสมดุล โดยกลุ่มสารอาหารที่สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายชนิด จะมีอยู่ในส่วนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว หรือที่เรียกกันติดปากว่ารำข้าวและจมูกข้าวนั่นเอง
จากการศึกษาทางการแพทย์พบว่า ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของโลกทำให้สาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บเปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มนุษย์เคยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคติดเชื้อเป็นหลัก กลับกลายเป็นว่าอัตราการเสียชีวิตของมนุษย์มีสาเหตุมาจาก “โรคเสื่อม” หรือภาวะความผิดปกติของร่างกายที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ซึ่งสถิติพบว่า โรคที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นมีเพียง 10% ของอัตราการเกิดโรคทั้งหมด และอีก 90% ล้วนเป็นโรคเสื่อม ซึ่งสามอันดับแรกของโรคเสื่อมที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทย ได้แก่ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งล้วนเป็นโรคเสื่อมทั้งสิ้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากสภาวะการขาดสารอาหาร ทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของร่างกาย
นพ.มีชัย อินวู้ด ที่ปรึกษาด้านการแพทย์ บริษัท ไบโอโกรว์ (ทีเอช) จำกัด กล่าวว่า ชาติตะวันตกหันมาสนใจในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวของไทย จึงเกิดการศึกษาวิจัยค้นคว้าจนพบว่ามีสารแกมมา-โอไรโซนอล (Gamma-Oryzanol) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และพบมากที่สุดในข้าว โดยเฉพาะในส่วนผิวที่มีสีน้ำตาลอ่อนของข้าวที่ยังไม่ผ่านการขัดสี ที่เราเรียกว่า รำข้าว ดังนั้น สารแกมมา-โอไรโซนอล จึงพบในน้ำมันรำข้าวมากกว่า ไม่พบในน้ำมันพืชชนิดอื่น และมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ทำให้ปัจจุบันน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารสัตว์ การใช้กรดไขมันอิสระในการผลิตสบู่ และด้วยคุณสมบัติการซึมซาบที่รวดเร็วจึงใช้เป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นต้น
สำหรับวิธีการสกัดน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการสกัดก็จะได้น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ซึ่งสามารถคงคุณค่าของสารสำคัญที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวที่สกัดได้จากกรรมวิธีพิเศษนี้ จะไม่มีการใส่วัตถุกันเสียและไม่มีการเติมสารเคมีหรือแต่งสี ซึ่งสีของน้ำมันจะเป็นสีตามธรรมชาติ คือ สีน้ำตาลเข้มคล้ำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเมื่อตั้งทิ้งไว้ระยะหนึ่งจะพบมีตะกอนของสารสเตอรอลจากพืช (Phytosterol) นอนก้นอยู่เล็กน้อย ซึ่งแสดงว่าเป็นน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวบริสุทธิ์ เป็นของแท้มีคุณภาพสูง และเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า 10 ชนิด อาทิ
สารแกมมา-โอไรโซนอล (Gamma-Oryzanol) ลดคอเลสเตอรอลและไขมันในร่างกาย, วิตามินอีคอมเพล็กซ์ ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์, เอ็นไซม์และสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการขจัดพิษจากตับและเซลล์อื่นๆ ทั่วร่างกาย เป็นต้น น้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน แต่ไม่ได้เป็นยาเพื่อรักษาอาการของโรคเหล่านั้น เพียงแต่สารอาหารที่อยู่ในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวทำให้ระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่างกายจึงสร้างภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ หรือบำบัดอาการของโรคเรื้อรังต่างๆ ด้วยตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม การรับประทานควรคำนึงถึงจุดสมดุลของร่างกายด้วย โดยเฉพาะควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดจะดีที่สุด.

การเปรียบเทียบปริมาณและองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันเมล็ดฝ้ายพันธุ์มาตรฐาน 12 พันธุ์ เพื่อประโยชน์ในการบริโภค

Published พฤษภาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001817&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิมลศรี เทวะผลิน; ประเทืองศรี สินชัยศรี
ชื่อเรื่อง: การเปรียบเทียบปริมาณและองค์ประกอบของกรดไขมันในน้ำมันเมล็ดฝ้ายพันธุ์มาตรฐาน 12 พันธุ์ เพื่อประโยชน์ในการบริโภค
Article title: Comparision of fatty acid compositions in 12 varieties cottonseed oils for nutritive value
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 11
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: GOSSYPIUM HIRSUTUM, VARIETIES, SEED, FATTY ACIDS, COTTONSEED OIL, SELECTION
ดรรชนี-ไทย: ฝ้าย, เมล็ด, กรดไขมัน, น้ำมัน, พันธุ์มาตรฐาน, การคัดเลือกพันธุ์, องค์ประกอบไขมัน, ปริมาณกรดไขมัน, ความชื้น, โปรตีน
หมายเลข: 001817 KC1701011
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

พาณิชย์จี้ กนป.นำเข้าน้ำมันปาล์มไม่เกิน 4 หมื่นตัน

Published เมษายน 9, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/251913

9 เมษายน 2555, 20:18 น.

Pic_251913

“พาณิชย์” จี้ กนป.นำเข้าน้ำมันปาล์มไม่เกิน 4 หมื่นตัน ราคาไม่เกิน กก.ละ 30 บาท เพื่อป้อนโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มขวด และให้คงราคาขายลิตรละ 42 บาท

เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันที่ 12 เม.ย.นี้ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) ที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน กระทรวงพาณิชย์จะรายงานสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน และเสนอให้อนุมัตินำเข้าน้ำมันปาล์ม หลังมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้นำเข้าไม่เกิน 40,000 ตัน ราคาไม่เกินกก.ละ 30 บาท เพื่อป้อนให้โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มขวด และให้คงราคาขายลิตรละ 42 บาท

สำหรับการเร่งนำเข้าครั้งนี้ เป็นเพราะผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดร้องเรียนให้กระทรวงพาณิชย์เร่งรัดให้ กนป. นำเข้าน้ำมันปาล์มเพื่อผลิตขวดได้แล้ว เพราะสต็อกเดิมที่มีอยู่ประมาณ 210,000 ตันเร่ิมตึงตัวแล้ว จึงต้องให้ผู้ผลิตซื้อปาล์มน้ำมันราคาสูงมาใช้ก่อน แล้วรัฐจะจัดหาน้ำมันปาล์มราคาถูกมาชดเชยให้ ซึ่งยืนยันว่าปีนี้น้ำมันปาล์มขวดไม่ขาดแคลนแน่นอน เพราะน้ำมันปาล์มในประเทศมีเพียงพอ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 เมษายน 2555, 20:18 น.

พลังงานเตรียมจ้างทำสำรองน้ำมันประเทศ

Published เมษายน 5, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/250756

4 เมษายน 2555, 22:12 น.

Pic_250756

กระทรวงพลังงานเตรียมจ้างทีมที่ปรึกษามาศึกษาความเป็นไปได้ในการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ คาดตั้งเป็นกองทุนเพื่อบริหารจัดการ

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้จัดตั้งคณะทำงานพิจารณายกร่างกฎหมายกองทุนสำรองน้ำมันแห่งชาติ (Strategy Petroleum Reserve) โดยมีตนเป็นประธาน เพื่อเตรียมการศึกษาในเรื่องของการจัดทำสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ในอนาคตโดยภาครัฐ ซึ่งจะมีการจัดจ้างที่ปรึกษามาศึกษาความเป็นไปได้ในการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์

สำหรับการศึกษาจะดูเรื่องของเงินทุนที่จะดำเนินการจัดทำสำรองน้ำมัน โดยคาดว่าจะมีการจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อบริหารจัดการ และศึกษาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ซึ่งการดำเนินการในเรื่องนี้ก็เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้น โดยจะมีการนำสำรองน้ำมันที่จัดตั้งขึ้นมาสนับสนุน หรือปล่อยออกมาในตลาดเพื่อลดราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลง โดยศึกษาว่าจะเพิ่มเป็น 90 วัน จากปกติที่สำรองอยู่ 60 วัน

ทั้งนี้ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ได้มีการสร้างคลังน้ำมันใหม่เลย ทำให้ไม่มีถัง หรือคลังเพียงพอสำหรับที่จะจัดเก็บน้ำมันสำรองเพิ่มเติมในอนาคต โดยจะต้องศึกษาว่าน้ำมันที่จะนำมาเป็นสำรองจะเป็นน้ำมันดิบ หรือน้ำมันสำเร็จรูป โดยต้องการที่จะยกร่างกฎหมายให้เสร็จในรัฐบาลชุดนี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 4 เมษายน 2555, 22:12 น.
%d bloggers like this: