น้ำมันโลก

All posts tagged น้ำมันโลก

ปตท.-บางจาก ขึ้นเบนซิน อีก50สต./ลิตร

Published กรกฎาคม 12, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 16:20 น.

ปตท.-บางจาก ขึ้นเบนซิน อีก50สต./ลิตร.

Pic_185564

ปตท.-บางจาก ประกาศขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซิน ลิตรละ 50 สต. อี 85 ลิตรละ 30 สต. แต่ยังคงตรึงราคาดีเซล ที่ 29.99 บาท มีผลตี 5 พรุ่งนี้ (12 ก.ค.) ตามกลไกราคาน้ำมันตลาดสิงคโปร์ แต่สวนทางตลาดโลกที่ราคาปรับลดลง…

เมื่อวันที่ 11 ก.ค. บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลิตรละ 50 สตางค์ น้ำมันอี 85 ลิตรละ 30 สตางค์ ส่วนดีเซล คงเดิม มีผลเวลา 05.00 น. พรุ่งนี้ (12 ก.ค.) ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ใหม่เป็นดังนี้ น้ำมันกรีนพลัส 91 ลิตรละ 43.54 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 38.64 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 36.14 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ลิตรละ 35.24 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี  85 ลิตรละ 22.82 บาท และน้ำมันดีเซล 29.99 ลิตรละ บาท

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับลดลง 2.47 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 96.20 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับลดลง 0.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 118.33 ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตลาดแรงงานที่ยังคงเปราะบางทำให้นักลงทุนเริ่มมีความกังวลต่อความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยและการบริโภคน้ำมันที่อาจชะลอตัวลง ส่งผลให้มีการเทขายทั้งในตลาดน้ำมันและตลาดทุนเพื่อโยกย้ายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ตลาดเงิน

อย่างไรก็ตามการที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยถึงทรงตัว เนื่องจากข่าวการลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบในบริเวณทะเลเหนือช่วงเดือน ส.ค.ซึ่งจะส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันดิบออกมาในปริมาณที่ต่ำสุดในรอบ 2 ปี จากการปิดซ่อมบำรุงแขงแหล่งผลิตและท่อส่งน้ำมันดิบในบริเวณดังกล่าว ประกอบกับวันเสาร์ที่ผ่านมา เงินเฟ้อจีนเดือนมิ.ย.ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6.4% สูงสุดในรอบ 5 ปี จากราคาสินค้าประเภทอาหารที่เพิ่มขึ้นถึง 14% ซึ่งจะส่งผลกดดันราคาน้ำมันดิบเมื่อเปิดตลาดในเช้าวันจันทร์ด้วย

ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบ ที่ตลาดสิงคโปร์ ส่งมอบเดือน ส.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 3.25 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 111.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามความต้องการนำเข้าจากเวียดนามเริ่มปรับลดลง เนื่องจากปริมาณการค้าน้ำมันหน้าสถานีบริการเริ่มชะลอตัว ส่งผลให้ปริมาณสต๊อกน้ำมันเบนซินสะสมอยู่ในระดับสูง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับตลาดมีความมั่นใจกับภาพความต้องการใช้น้ำมันดีเซลที่จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ดีปริมาณอุปทานที่มีอยู่มากในตลาดอาจเป็นตัวกดดันให้ราคาน้ำมันดีเซลไม่สามารถปรับตัวได้สูงขึ้นนัก

ทั้งนี้ ไทยออยล์ คาดว่า ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงผันผวน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 112-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสที่กรอบ 92-100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ปัญหาหนี้ของโปรตุเกส และการปรับเพดานหนี้ของสหรัฐฯรวมทั้งตัวเลขผลประกอบการไตรมาส 2/54 ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์โดยเริ่มต้นด้วยบริษัทอัลโคในคืนนี้.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 กรกฎาคม 2554, 16:20 น.

บางจาก-ปตท.จัดให้ ลดเบนซิน40สต. หลังน้ำมันโลกปรับลง

Published พฤษภาคม 24, 2011 by SoClaimon

24 พฤษภาคม 2554, 10:00 น.
บางจาก-ปตท.จัดให้ ลดเบนซิน40สต. หลังน้ำมันโลกปรับลง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173695

บางจาก-ปตท.ประกาศลดราคาน้ำมันเบนซิน 40สต.อี85ลิตรละ 20 สต. ส่วนดีเซลตรึงราคา มีผลพรุ่งนี้ (25 พ.ค.) ตี5 ด้านไทยออยล์ ระบุ ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่อง หลังนักลงทุนกังวลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 24 พ.ค. บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ประกาศลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน ลิตรละ 40 สตางค์ อี85 ลิตรละ 20 สตางค์ ส่วนราคาดีเซลคงเดิม มีผลเวลา 05.00 น. พรุ่งนี้ (25 พ.ค.) ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นดังนี้ น้ำมันกรีนพลัส 91 ลิตรละ  42.04 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 37.14 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 34.64 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 20 ลิตรละ 33.74 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 ลิตรละ 22.02 บาท และน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.99 บาท

ทั้งนี้ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ก.ค. ปรับลดลง 2.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 97.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ที่ตลาดลอนดอน ส่งมอบเดือน ก.ค.ปรับลดลง 2.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปิดที่ 110.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจาก นักลงทุนยังมีความกังวลต่อภาพการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับทางการจีนรายงานตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือน เม.ย.ปรากฎว่าลดลงจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 51.1 จุด ซึ่งถือเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 10 เดือน ส่งผลให้วานนี้มีแรงขายในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์และน้ำมันดิบออกมา รวมถึงค่าเงินยูโร ยังคงทำสถิติอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจากความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะหนี้สินของประเทศต่างๆ

ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบ ที่ตลาดสิงคโปร์ ส่งมอบเดือน ก.ค.ปรับลดลง 2.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 104.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  โดยราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามความต้องการนำเข้าน้ำมันเบนซินภายในภูมิภาคยังมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะจากอินโดนีเซีย และเวียดนาม รวมทั้งโอกาสในการส่งออกน้ำมันเบนซินไปยังตะวันออกกลางยังมีอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินลดลงไม่มากนัก ขณะที่ ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับปริมาณการส่งออกที่มีอย่างต่อเนื่องจากอินเดีย ยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดีเซลภายในภูมิภาค

บริษัท ไทยออยล์ฯ คาดว่าราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้ยังคงผันผวน โดยต้องติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์หนี้สินในยุโรป และตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะคำสั่งซื้อสินค้าคงทน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมทั้งการประกาศตัวเลขปริมาณน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯที่จะประกาศในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าราคาน้ำมันดิบเรนท์จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 105-120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสที่กรอบ 95-110 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 24 พฤษภาคม 2554, 10:00 น.

เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 4% ของจีดีพี

Published เมษายน 29, 2011 by SoClaimon

28 เมษายน 2554, 16:33 น.
เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัว 4% ของจีดีพี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167514

สศค. เผย เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกขยายตัวแล้ว 4% ของจีดีพี  ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาน้ำมันตลาดโลกผันผวน มั่นใจทั้งปียังโตได้ไม่ต่ำกว่า 4%

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ลด ลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัวถึง 12% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกเช่นราคาน้ำมันในตลาดโลก ผันผวน แต่ก็ยังมั่นใจว่า ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในระดับไม่ต่ำกว่า 4% แม้ว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะทะลุเกินกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลก็ตาม

“เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกขยายตัวอยู่ในเกณฑ์ดี ทั้งในด้านการส่งออก การบริโภคของภาคเอกชน และการลงทุน โดยพิจารณาได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บได้เพิ่มขึ้น 10% ยอดการจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นถึง 60.3% ยอดการจำหน่ายรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 12.2% ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ของเกษตรกรที่แท้จริงเป็นบวกถึง 36.4% เนื่องจากสินค้าเกษตรมีราคาแพงขึ้น ทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรกรในไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัว 45.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน” ผอ.สศค. กล่าว

นายบุญชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกที่ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง เพราะยอดการส่งออกยังคงเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกไปสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 21,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวถึง 30.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ไตรมาสแรกมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 56,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 28.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีก่อน โดยมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้น 20.2% และทางด้านราคาเพิ่มขึ้น 6.7% ขณะที่การนำเข้าก็มีอัตราการเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในเดือนมี.ค.เพิ่มขึ้น 28.4% ทำให้ในไตรมาสแรกการนำเข้าเพิ่มขึ้น 28% เมื่อเปรีบบเทียบกับปีก่อน แต่เป็นการเพิ่มขึ้นจากการนำเข้าวัตถุดิบ 19.4% เครื่องจักร 34.1% สินค้าอุปโภคบริโภค 26% และเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 42.7% จึงทำให้เศรษฐกิจมีแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ส่วนเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยด้านเสถียรภาพพบว่า อัตราการเงินเฟ้อในเดือนมี.ค.อยู่ที่ 3.1% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3% และคาดว่า อัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปี จะอยู่ที่ระดับ 3.1-4.1% โดยประเมินว่า มาตรการลดภาษีน้ำ มันสรรพสามิตดีเซลลงนั้น จะช่วยทำให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลง โดย สศค.จะประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้งในเดือนมิ.ย.54 เพื่อปรับปรุงให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 เมษายน 2554, 16:33 น.

กนง.สกัดเงินเฟ้อ ขึ้นดอกเบี้ย0.25% หลังราคาสินค้าพุ่ง

Published มีนาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 มีนาคม 2554, 16:40 น.

ผ่านทางกนง.สกัดเงินเฟ้อ ขึ้นดอกเบี้ย0.25% หลังราคาสินค้าพุ่ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154672

 

กนง.ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2.5% สกัดเงินเฟ้อพุ่งกระฉูด หลังราคาน้ำมัน และราคาสินค้าขยับขึ้น พร้อมปรับประมาณการเงินเฟ้อขึ้นอีก 0.5% เชื่อมีโอกาสสูงกว่านี้ จากการปล่อยลอยตัวราคาสินค้า เลิกอุดหนุนดีเซลสิ้นเดือน เม.ย.

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน แถลงข่าวผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า กนง.มีความเห็นว่า การปรับขึ้นของราคาน้ำมันโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น เป็นปัจจัยชั่วคราว และยังไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก คาดว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็เช่นเดียวกัน กนง.เห็นว่า จะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากปัจจัยดังกล่าว นอกจากนั้น พื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวได้ดี ทั้งการส่งออก การอุปโภคบริโภคในประเทศ การผลิต และการลงทุนในระยะที่ผ่านมาจะทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่อไปได้

ในอีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มสูงขึ้น มีผลต่อการประมาณการเงินเฟ้อของไทย โดย ธปท.ได้ปรับขึ้นประมาณการราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยของปีนี้ จาก 91.3 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็น 98.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้จากเดิมที่ ธปท.คาดว่า เงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะเพิ่มขึ้น 2.5-4.5% ในการประชุมครั้งนี้ได้ขยับประมาณการเพิ่มขึ้นอีก 0.5% ทำให้เงินเฟ้อทั่วไปปีนี้จะขึ้นไปอยู่ที่ 3-5% ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะสูงขึ้นกว่าประมาณการเดิม 0.1-0.2% ซึ่งถือว่ายังเล็กน้อย ทำให้ ธปท.ยังไม่ปรับประมาณการเงินเฟ้อพื้นฐานใหม่ ยังคงใช้ประมาณการที่ 2-3% ไปก่อน โดยเงินเฟ้อจะเริ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาสที่ 3-4ของปี

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า การดำเนินนโยบายการเงินจะมองตัวเลขเงินเฟ้อในปัจจุบันไม่ได้ แต่จะต้องพยากรณ์เพื่อดูแลไปข้างหน้า ดังนั้น เพื่อดูแลการคาดการณ์เงินเฟ้อไม่ให้เร่งขึ้น และลดโอกาสจะเกิดความไม่สมดุลในระบบการเงินได้ กนง.จึงมีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% เป็น 2.50% โดยมีผลทันที ทั้งนี้ กนง.ประเมินว่า เมื่อมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้แล้ว โอกาสที่เงินเฟ้อพื้นฐานจะหลุดกรอบเป้าหมายของ ธปท.จะลดลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามแนวโน้มแรงกดดันเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด เพราะยังมีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะเกินเป้าหมายอยู่

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า ปัจจัยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่แท้จริงติดลบ ยังมีอิทธิพลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยในขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 12 เดือนที่แท้จริงของไทยติดลบประมาณ 1% ทั้งนี้ ในสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น จะเห็นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากติดลบอยู่กับอีกประมาณ 1-2 ครั้งจากนี้ สถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง หากเปลี่ยนแปลงไปจากทางที่เริ่มดีขึ้นในขณะนี้ ซึ่งส่งผลต่อราคาน้ำมัน และการยอมให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าบางรายการของกระทรวงพาณิชย์ ในช่วงสิ้นเดือน มี.ค. รวมถึงการยกเลิกการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลในช่วงสินเดือน เม.ย.ของรัฐบาล เป็นปัจจัยที่ ธปท.ติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อให้เพิ่มมากขึ้นได้อีก ขณะที่คณะกรรมการบางท่าน มองว่าในช่วงก่อนการเลือกตั้ง รัฐบาลอาจจะมีมาตรการอัดฉีดเพิ่มเติมที่จะกระทบให้การคาดการณ์เงินเฟ้อ และต้นทุนราคาสินค้าของประชาชน และผู้ประกอบการมากขึ้นจากในขณะนี้

“คณะกรรมการบางท่าน เสนอให้ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ มากกว่า 0.25% เพราะมองว่า แรงกดดันเงินเฟ้อจะมากขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง จากมาตรการหาเสียงของรัฐบาล แต่ที่ประชุมเห็นว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะเหมาะสมกว่า เพราะตลาดจะสามารถปรับตัวได้ และไม่กระทบต่อการกู้เงินมากนัก แต่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นเพื่อให้อัตราดอกเบี้ยกลับเข้าสู่ภาวะปกติยังคง เกิดขึ้นอยู่ต่อไป” นายไพบูลย์  กล่าว

นอกจากนี้ มองว่าหากปล่อยให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นไปก่อน จะกระทบกับประชาชนมากกว่า เพราะจะทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นมากและ ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงมาก เพื่อมาดูแล หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเร็ว กนง.ก็พร้อมที่จะปรับนโยบายการเงิน และการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อตอบสนอง.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 มีนาคม 2554, 16:40 น.

 

น้ำมันโลกพุ่งแตะสูงสุดในรอบ 27 เดือน

Published มกราคม 4, 2011 by SoClaimon

4 มกราคม 2554, 11:15 น.

ผ่านทางน้ำมันโลกพุ่งแตะสูงสุดในรอบ 27 เดือน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_138840

 

ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 27 เดือน เพราะตัวเลขในภาคการผลิตของยุโรปและสหรัฐมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีและการคาดการณ์ว่าจะมีสภาพอากาศหนาวเย็น…

เมื่อวันที่ 4 ม.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การผลิตในสหรัฐฯและยุโรปดีขึ้นในเดือน ธ.ค.ส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีนและอินเดียได้ชะลอตัวลงสู่ระดับที่ยั่งยืน ขึ้นเป็นแรงกระตุ้นนักลงทุนเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือน ก.พ.ปรับตัวสูงขึ้น 17 เซนต์ ปิดที่ 91.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สูงที่สุดตั้งแต่เดือนต.ค.51 เป็นต้นมา ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ที่ลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเดียวกันปรับตัวขึ้น 9 เซนต์ ปิดที่ 94.84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สูงที่สุดตั้งแต่เดือน ต.ค.51 เช่นกัน

โดยราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่า ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐฯ เดือนธ.ค.เติบโตขึ้นเป็นเดือนที่ 17 ติดต่อกัน ตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าใหม่เพิ่มขึ้น แต่การจ้างงานในโรงงานกลับลดลงในรอบ 9 เดือน

ขณะที่การใช้จ่ายในการก่อสร้างของสหรัฐฯเพิ่มขึ้นในเดือน พ.ย.ขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน ส่วนการคาดการณ์ว่า สภาพอากาศจะหนาวเย็นลงในปลายเดือน ม.ค.นี้ ส่งผลให้มีความต้องการน้ำมันเพื่อทำความร้อนเพิ่มขึ้น กระตุ้นการซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าเช่นเดียวกัน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 4 มกราคม 2554, 11:15 น.

 

ปตท.คาดน้ำมันปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ30บาท

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

7 กรกฎาคม 2553, 18:12 น.

ผ่านทางปตท.คาดน้ำมันปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ30บาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_94478

ปตท.คาดน้ำมันเฉลี่ยปีนี้อยู่ที่ลิตรละ 30 บาท พร้อมทำนายอีก 5-10 ปี น้ำมันโลกเฉลี่ยลิตรละ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพราะความต้องการน้ำมันโลกยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง…

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2553 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวโน้มราคาน้ำมันตลาดโลกปีนี้ ในการบรรยายพิเศษเรื่อง “สถานการณ์พลังงานและการดำเนินธุรกิจของปตท.” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า โดยเฉลี่ยจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล คาดว่าจะมีราคาอยู่ระหว่าง 75-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยเฉลี่ยปีนี้มีราคาระดับ 30 บาทต่อลิตร

นาย อรรถพล กล่าวต่อว่า ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จะเห็นราคาน้ำมันตลาดโลกเฉลี่ยแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากความต้องการน้ำมันของโลกยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ ที่ฟื้นตัว ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น บวกกับการผลิตที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามความต้องการ ฉุดให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งหากราคาน้ำมันตลาดโลก อยู่ในระดับดังกล่าว และอัตราภาษีน้ำมันรวมทั้งเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย ไม่มีการ เปลี่ยนแปลง จะส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยเพิ่มขึ้นอีกประมาณลิตรละ 4-5 บาท ซึ่งปัจจุบัน ไทยมีการใช้พลังงานรวมประมาณ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยเป็นการใช้น้ำมันและก๊าซมากที่สุด ขณะที่ไทยยังต้องนำเข้าน้ำมันถึง ประมาณร้อยละ 83 ของการใช้ในประเทศ ขณะที่นำเข้าก๊าซประมาณร้อยละ 19

นาย อรรถพล กล่าวถึงปริมาณพลังงานสำรองของโลกว่า แหล่งน้ำมันสำรองของโลกในขณะนี้เหลือประมาณ  1.33 ล้านล้านบาร์เรล โดนพื้นที่ตะวันออกกลางมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณน้ำมันสำรอง และมีการผลิตประมาณร้อยละ 32 ของการผลิตทั่วโลก แต่ใช้เพียงร้อยละ 8 ส่วนทางกับประเทศในเอเชีย-แปซิฟิคที่มีอัตราการใช้น้ำมันร้อยละ 30 ของปริมาณการใช้ทั่วโลก แต่ผลิตได้เพียงร้อยละ 10 อย่างไรก็ตามมีการประเมินว่า น้ำมันสำรองของโลกจะมีใช้ได้ประมาณ 41 ปี จึงคาดว่า การใช้พลังงานในอนาคตจะเป็นถ่านหินมากขึ้น เนื่องจากยังมีปริมาณสำรองกว่า 847 ล้านตัน และใช้ไปได้อีก 133 ปี ขณะที่ก๊าซธรรมชาติมีปริมาณสำรองประมาณ 6,620 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ใช้ได้อีกประมาณ 60 ปี

%d bloggers like this: