น้ำมันมะพร้าว

All posts tagged น้ำมันมะพร้าว

‘น้ำมันมะพร้าว’10ข้อดีที่ไม่เคยรู้ ใช้ประโยชน์ได้เจ๋งตั้งแต่หัว-เท้า

Published พฤศจิกายน 4, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/186780

วันจันทร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 16.11 น.
“น้ำมันมะพร้าว” ผลิตภัณฑ์มากประโยชน์ ทั้งคุณประโยชน์เรื่องสุขภาพและคุณประโยชน์เรื่องความงาม หลายๆ คน คงรู้ประโยชน์ในเบื้องต้นของน้ำมันมะพร้าวไปบ้างแล้ว แต่ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น วันนี้เรายังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ มานำเสนออีก เป็น10 ประโยชน์สุดเจ๋ง ที่คนห่วงใยสุขภาพและความสวยความงามต้องหลงรัก

1. จุดเดือดสูง

คุณสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ทอด และอบด้วยอุณหภูมิที่สูง น้ำมันจะไม่ทำปฏิกิริยาออกซิไดซ์และสลายตัวจนกระทั่งถึงอุณหภูมิ 450 องศาฟาเรนไฮต์หรือ 252 องศาเซลเซียส เราขอแนะนำให้คุณลองเปลี่ยนจากน้ำมันพืชมาใช้น้ำมันมะพร้าวตั้งแต่วันนี้เลยดีกว่า

2. ครีมบำรุงผิว

บอกลาผิวแห้งที่ไม่เรียบเนียนไปได้เลย น้ำมันมะพร้าวสามารถบำรุงได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย นี่คือครีมบำรุงผิวจากธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม และไม่ทำให้ผิวมันเยิ้มเกินไป อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนในเซลล์ผิวและริ้วรอยร่องลึกอีกด้วย

3. เร่งอัตราเผาผลาญอาหารและช่วยลดน้ำหนัก

น้ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCFA) หรือที่เรียกว่าห่วงโซ่ไตรกลีเซอไรด์กลาง (MCT) มันเป็นไขมันเพื่อสุขภาพและปราศจากไขมันทรานส์ อนุภาคของกรดไขมันนี้จะส่งต่อไปยังตับทันที เพื่อเพิ่มพลังงานและเร่งการเผาผลาญ ผลที่ได้จึงเป็นการลดน้ำหนัก

4. ยาสีฟัน

เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา เราจึงสามารถผสมน้ำมันมะพร้าวที่แช่เย็นจนเป็นครีมกับเบคกิ้งโซดาเพื่อนำไปแปรงฟันได้ ควรเก็บในภาชนะที่เย็นเนื่องจากน้ำมันมะพร้าวจะกลับไปเป็นของเหลวที่อุณหภูมิ 74 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 23 องศาเซลเซียส

5. ครีมนวดผม

นอกจากนำไปบริโภคและใช้เป็นครีมบำรุงผิวกายแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังมีประโยชน์กับเส้นผมด้วย คุณสามารถหมักทิ้งไว้ข้ามคืนหรือแค่ 15 นาที เพื่อบำรุงผมให้มีสุขภาพดี เงางาม เพียงนวดและล้างออกจากนั้นก็ทำตามขั้นตอนปกติ

6. รักษาแผลมีดบาดและผิวไหม้จากแสงแดด

น้ำมันมะพร้าวจะให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ เพียงใช้ร่วมกับน้ำมันลาเวนเดอร์ 2-3 หยดจะช่วยรักษาผิวไหม้และไม่ให้ผิวลอก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังช่วยในการผลิตคอลลาเจนและซ่อมแซมเซลล์ผิวอีกด้วย

7. สร้างน้ำนมแม่

ถ้าคุณเป็นแม่ที่กำลังให้นมอยู่ คุณคงรู้ว่าน้ำนมคือกุญแจสำคัญในเรื่องพัฒนาการของลูกน้อย การบริโภคน้ำมันมะพร้าวจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมเนื่องจากไขมันดีจะสร้างฮอร์โมนซึ่งช่วยเพิ่มการผลิตน้ำนม

8. ยาดับกลิ่นกายธรรมชาติ

กรดลอริคในน้ำมันมะพร้าวจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของกลิ่นกายของคุณได้

9. ใส่กาแฟ
แทนการใส่ครีมในกาแฟ น้ำมันมะพร้าวจะช่วยเพิ่มรสชาติและการดูดซึมของวิตามินบวกกับสารอาหารในร่างกายไม่ต่างจากไขมันตัวดีที่จำเป็น

10. ขัดผิว

น้ำมันมะพร้าวสามารถเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ขัดผิวได้ง่ายๆ โดยการผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำตาลในสัดส่วนที่เท่าๆ กัน ใช้ได้ทั้งในอ่างอาบน้ำและฝักบัวเพื่อผิวที่เนียนนุ่มนวลชวนสัมผัส

ที่มา : issue247

ปรุงยาด้วยน้ำมันมะพร้าว

Published เมษายน 15, 2013 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/17889

14 February 2553 – 00:00

การนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ปรุงยา เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาช้านาน ในตำรายากลางบ้านปรากฏหลักฐานมีการนำน้ำมันมะพร้าวมาใช้ในการทำยารักษาโรคต่างๆ อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะตำรายาเกี่ยวกับน้ำมันทา นวด ที่นำน้ำมันมะพร้าวมาเป็นส่วนผสม ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากปรุงยาได้ไม่ยาก ประกอบกับสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวช่วยบำรุงเส้นเอ็นและกระดูก เมื่อปรุงเข้ากับยาอื่นๆ เช่น ไพล ขมิ้น ก็ช่วยเพิ่มสรรพคุณในการบรรเทาอาการปวดเมื่อย เคล็ดขัดยอก ตำรับยาที่ปรุงจากน้ำมันมะพร้าวที่น่าสนใจจำแนกได้ตามกลุ่มอาการที่รักษา อาทิ

รักษาแผลไฟไหม้-น้ำร้อนลวก

ตำรับที่ 1 ให้เอาน้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน เหล้าโรง 1 ส่วน น้ำปูนใส 1 ส่วน อย่างละเท่ากัน นำมากวนให้เข้ากันเป็นอย่างดี จนได้ลักษณะคล้ายน้ำมันข้น เวลาใช้ให้เอาสำลีพันปลายไม้จุ่มยาทาบริเวณที่ถูกไฟลวก ช่วยลดอาการปวดแสบปวดร้อน

ตำรับที่ 2 น้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน เหล้าโรง 1 ส่วน น้ำฝน 1 ส่วน อย่างละเท่ากัน ผสมกับปูนแดงเล็กน้อย นำไปกวนให้ส่วนผสมเข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้ทาบริเวณที่เกิดอาการ

ตำรับที่ 3 น้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน ผสมกับยางตะเคียน 1 ส่วน อย่างละเท่ากัน นำไปใส่กระทะตั้งไฟเคี่ยวให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ใช้สำลีชุบยาทาบริเวณที่เกิดอาการ ตำรับนี้ช่วยให้ไม่เกิดแผลเป็นด้วย

แก้ปวดเมื่อย

ตำรับที่ 1 ตำรับนี้เรียกว่าน้ำมันการบูร เอาน้ำมันมะพร้าวประมาณ 1 แก้ว ใส่หม้อตั้งไฟให้ร้อนจัด (ไม่ต้องเดือด) เอาการบูรประมาณ 2 ช้อนชาพูนๆ ค่อยๆ เทลงในน้ำมันที่กำลังร้อน พอการบูรละลายหมดก็ยกหม้อลงจากเตาเก็บใส่ขวดไว้ เวลาใช้ผสมกับน้ำมันไพล 1 ต่อ 1 ส่วน จะช่วยเพิ่มสรรพคุณ

ตำรับที่ 2 เอากะลามะพร้าวที่ขูดเอาเนื้อแล้วเหลือเนื้อมะพร้าวติดอยู่บ้างไปลนไฟ จะได้น้ำมันมะพร้าว ใช้ทาบริเวณที่เคล็ด ปวดเมื่อย ทาวันละ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการปวดทุเลาลง

ตำรับที่ 3 ใช้น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง ตีให้เป็นเนื้อเดียวกันจนได้ลักษณะเป็นครีมเหลว ใช้ทาบริเวณแผลและแก้ปวดเมื่อยตามเส้นเอ็น

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ/เคล็ดขัดยอก

เอาน้ำมันมะพร้าวที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จใหม่ๆ ทาบริเวณที่เป็นวันละ 3 ครั้ง หลังจากทา 2-3 วัน อาการปวดก็ทุเลาลง และทาไปจนหายเป็นปกติ

เกลื้อน

เอากะลามะพร้าวแก่ๆ ที่ขูดเนื้อหมดแล้วใหม่ๆ ตากแดดให้แห้งสนิท เอาซีกที่มีตาหรือมีรู นำมาวางหงายบนถ้วยหรือบนชามสำหรับรองรับน้ำมัน ใส่ถ่านไฟแดงลงในกะลามะพร้าวนั้นจนเต็ม น้ำมันที่อยู่ในกะลามะพร้าวจะไหลหยดตกลงมาในถ้วยที่รองรับไว้ แต่ระวังอย่าให้ไฟไหม้กะลา เอาน้ำมันที่ได้ทาบริเวณที่เป็น โดยทาครั้งเดียวก็จะหาย

ชันนะตุ

ใช้มะพร้าวขูดคั้นเอาน้ำข้นๆ นำไปเคี่ยวไฟจนเป็นน้ำมัน แล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น เช้า-เย็น ประมาณ 7 วัน แผลจะร่อนหลุด

ไล่พยาธิ

ใช้มะพร้าวที่แก่จัด 1-2 ลูก ขูดคั้นเอาแต่น้ำกะทิล้วนๆ โดยคั้นไม่ต้องเติมน้ำ แล้วใส่เกลือเล็กน้อย คั้นให้ได้ 1 ถ้วย รับประทานครั้งเดียวให้หมด ถ้าเด็กอายุ 10 ปี ให้รับประทานเพีย

งครึ่งถ้วย แล้วจิบน้ำร้อนตามรับประทานตอนท้องว่าง วันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าและก่อนนอน

การทำน้ำมันมะพร้าวใช้เองมี 2 วิธีง่ายๆ คือ การเคี่ยว โดยคั้นเอาหัวกะทิข้นๆ นำมาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนได้น้ำมันมะพร้าว แบบนี้เป็นชนิดร้อน แต่ถ้าจะทำยา ก็นำตัวยาลงเคี่ยวพร้อมกับกะทิ น้ำมันที่ได้นั้นจะเป็นยาด้วย สามารถเก็บไว้ใช้ได้เลย เช่น การทำน้ำมันแก้ปวดเมื่อยเถาวัลย์เปรียง ให้นำเอากะทิ เคี่ยวในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ แล้วใส่ตัวยาเถาวัลย์เปรียง เพชรสังฆาต ผักเสี้ยนผี เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกรอบ ก่อนยกลง เติมกานพลู และเปลือกส้มโอเล็กน้อย เคี่ยวทิ้งไว้สักครู่ แล้วตักเศษยาออก กรองเอาน้ำมันเก็บไว้ใช้ทาถู หรือนวด

อีกวิธีคือการหมัก โดยการคั้นเอาหัวกะทิแบบข้น ใส่ขวดโหลปิดฝาให้สนิท ใช้ผ้าขาวบางหรือถุงพลาสติกปิดปากแล้วรัดให้แน่น ตั้งทิ้งไว้ไม่ให้ถูกแสงนาน 48 ชั่วโมง จากนั้นก็ตักเอาเฉพาะน้ำมันที่ลอยอยู่ด้านบน โดยกรองด้วยผ้าขาวบาง 2-3 ชั้น เอาแต่น้ำมัน จะได้น้ำมันที่ใสบริสุทธิ์ เก็บไว้ใช้เอง น้ำมันประเภทนี้ได้รับความนิยมสูง มีวางจำหน่ายตามร้านสุขภาพทั่วไป แต่ใช้วิธีสกัดด้วยเครื่องจักร สกัดแบบบีบเย็นมีคุณภาพดี นิยมใช้บำรุงผิวพรรณ ช่วยลดความหยาบ ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว รักษาสิวอักเสบ รักษาฝ้า ใช้หมักผมช่วยให้ผมนุ่มสลวยเงางาม และรักษาเส้นผมแห้งแตกปลาย ผสมกับน้ำมันหอมระเหยใช้นวดตัว หรือเข้าเครื่องสำอางอื่นๆ

เพิ่มสีสันและสรรพคุณของน้ำมันมะพร้าว โดยเอาดอกโมกแช่ในน้ำมันแบบบีบเย็นทิ้งไว้สัก 1-2 วัน จะได้น้ำมันมะพร้าวสีน้ำเงินอมม่วง สามารถใช้บำรุงเส้นผมและผิวพรรณได้ดี มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกโมกด้วย

น้ำมันมะพร้าวถือเป็นยาและเครื่องสำอางชั้นดีราคาย่อมเยาที่เราสามารถนำมาใช้ดูแลสุข

ภาพของตนเองและสมาชิกในครอบครัวได้.

ประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าว

Published มกราคม 19, 2013 by SoClaimon

http://program.thaipbs.or.th/usefulprogram/article41863.ece?episodeID=11794

ประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าว

คนสู้โรค : ประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าว

6 ก.พ. 55 | 08.00 – 08.30 |

เรียนรู้วิถีการพึ่งตนเองเพื่อสุขภาพดีกับคนสู้โรค จากกิจกรรม “ชม ชิม ชอป ได้สุขภาพ” เส้นทางเกษตรกรรม มวกเหล็ก-เขาใหญ่ โดยไปรู้จักกับการกินอาหารล้างพิษสะสมและสารพันประโยชน์จากน้ำมันมะพร้าว กับ หมอต้น นพ.กฤษดา ศิรามพุช แพทย์ด้านชะลอวัย ซึ่งมีผู้ชมร่วมเดินทางไปสัญจรจำนวน 40 คน พร้อมกับฝึกโยคะชุดแก้อาการปวดเมื่อยจากการทำงาน โดยครูตูน ธิวาภรณ์  สังขพงศ์

ติดตามชมรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 08.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมผ่านทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/live

“น้ำมันมะพร้าว–ไข่ไก่” แก้น้ำร้อนลวก

Published พฤศจิกายน 13, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/305265

12 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_305265

เวลาถูกน้ำร้อนลวก ไม่ว่าจะมากหรือน้อย จะรู้สึกปวดแสบปวดร้อนมาก และหลังถูกลวกผิวหนังจะพองเป็นถุงน้ำ ซึ่งหากถุงน้ำดังกล่าวแตกจะเจ็บแสบยิ่งขึ้นและกลายเป็นแผล ต้องใช้เวลารักษานานกว่าจะหาย สมัยก่อนมีวิธีแก้คือเอา “น้ำมันมะพร้าว” กับ “ไข่ไก่” สด 1 ฟอง ไม่ต้องเอาไข่แดงออกตีผสมกัน แล้วเอาน้ำทาบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวกให้ทั่วจะช่วยไม่ให้ปวดแสบปวดร้อน และผิวหนังที่ถูกลวกจะไม่พองเป็นถุงน้ำด้วย จะค่อยๆแห้งและหายในที่สุด

มะพร้าว หรือ COCONUT–COCOS NUCIFERA LINN. อยู่ในวงศ์ ARECACEAE ราก ฝนน้ำดื่มแก้พิษไข้ต่างๆ น้ำมะพร้าวดื่มบำรุงธาตุไฟ แก้เลือดกำเดา รากและดอก แก้ท้องเสีย แก้ริดสีดวงทวาร แก้ปากเปื่อย น้ำมะพร้าว มีสารคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ดื่มประจำจะพบ แอบ-บูริน ในปัสสาวะ สมัยก่อนมีโรงงานเคี่ยว “น้ำมันมะพร้าว” บรรจุปี๊บส่งร้านโชว์ห่วยตักแบ่งขายปลีก ปัจจุบันหาซื้อยากแล้ว จึงใช้รูปผลมะพร้าวประกอบคอลัมน์แทน

ครับ หนังสือ “สมุนไพรไม้ดอกไม้ประดับหายาก” เล่มที่ 5 ของ “นายเกษตร” สี่สีทั้งเล่ม พิมพ์จำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลยไม่วางขายที่ไหน ราคาเล่มละ 600 บาท บวกค่าส่งกลับเล่มละ 30 บาท ส่งธนาณัติซื้อสั่งจ่าย “คุณนงลักษณ์ ศรีอัชรานนท์” ตู้ ปณ. 48 ปณ.สามแยกลาดพร้าว กทม. 10901 หรือสอบถามผลิตภัณฑ์สมุนไพร ขมิ้นพอกหน้า ช่วยให้ใบหน้าตึงใส, ครีมทูอินวัน สำหรับคนเป็นสิวฝ้าน้อย ใบหน้าคล้ำ, ครีมโลดทนง รักษาสิวฝ้า รูขุมขนตีบลง, ข่อยขัดรักแร้ ดับกลิ่นเต่า รักแร้ไม่คล้ำ, ยาต้มคลายเส้นไม้เท้าเฒ่าอาลี แก้ปวดเมื่อย แก้เกาต์ ลดเบาหวาน บำรุงไต บำรุงกำลัง, คอลลาเจนบริสุทธิ์ ทาหน้าช่วยให้กระชับ, ตรีผลา ลดไขมันในเส้นเลือด ลดไตรกลีเซอไรด์, ดีบัวแคปซูล ช่วยขยายหลอดเลือดไปเลี้ยงสมองและหัวใจ, น้ำมันงาบริสุทธิ์ ทาผิว หมักผม อม 1 ช้อนก่อนนอนแล้วบ้วนทิ้งดูดสารพิษได้ และอื่นๆ โทร. 0–2275–2692 ครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 12 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

การสกัดน้ำมันมะพร้าวจากกะทิโดยการใช้จุลินทรีย์

Published มีนาคม 24, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001018&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุราษฎร์ กุฎอินทร์
ชื่อเรื่อง: การสกัดน้ำมันมะพร้าวจากกะทิโดยการใช้จุลินทรีย์
Article title: Production of coconut oil through microbial action
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา ครั้งที่ 9 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 4-6 กุมภาพันธ์ 2513
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences ninth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2513
หน้า: หน้า 509-511
จำนวนหน้า: 533 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2513)
หมวดหลัก: Q02-Food processing and preservation
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: COCONUT MILK, COCONUT OIL, EXTRACTION, MICROORGANISMS
ดรรชนี-ไทย: กะทิ, น้ำมันมะพร้าว, การสกัด, จุลินทรีย์
หมายเลข: 001018 KC0901108
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ฤทธิ์ลดไขมันของน้ำมันสูตรผสมระหว่างน้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันดอกทานตะวัน

Published มีนาคม 15, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=674

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ลดไขมันของน้ำมันสูตรผสมระหว่างน้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่วเหลือง หรือน้ำมันดอกทานทะวัน

การศึกษาผลของการรับประทานน้ำมันจากพืชสามชนิดได้แก่ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน และการรับประทานน้ำมันสูตรผสมระหว่าง น้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันถั่วเหลือง และน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันดอกทานตะวัน ต่อระดับไขมันในเลือดในหนูแรทเพศผู้ 20 ตัว โดยทำการทดลองแบ่งหนูออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ตัว กลุ่มที่ 1 ให้อาหารที่ผสมกับน้ำมันมะพร้าว กลุ่มที่ 2 ให้อาหารที่ผสมกับน้ำมันดอกทานตะวัน กลุ่มที่ 3 ให้อาหารที่ผสมกับน้ำมันถั่วเหลือง กลุ่มที่ 4 ให้อาหารที่ผสมกับน้ำมันสูตรผสมระหว่างน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันดอกทานตะวัน และกลุ่มที่ 5 ให้อาหารที่ผสมกับน้ำมันสูตรผสมระหว่างน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันถั่วเหลือง (อาหารที่ให้หนูทุกกลุ่มคืออาหารสูตรมาตรฐาน AIN-76) เมื่อเลี้ยงครบ 60 วัน ทำการเก็บตัวอย่างเลือด ตับ หัวใจ และเนื้อเยื่อไขมัน เพื่อวัดค่าไขมันที่เปลี่ยนแปลงไป

ผลการวิเคราะห์ค่าเลือดพบว่าหนูแรทกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมมะพร้าวเพียงอย่างเดียว มีระดับคอเลสเตอรอล ในเลือดสูงที่สุด เมื่อเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำมันถั่วเหลืองอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงชนิดเดียว และเมื่อพิจารณาค่าเลือดในหนูแรทกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันสองชนิดพบว่าการผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันดอกทานตะวัน หรือน้ำมันถั่วเหลืองมีผลทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของหนูลดลง 5% และ 21% ตามลำดับเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียว ในขณะที่ผลการวัดค่าไขมันในตับพบว่ามีแนวโน้มไปในทางเดียวกับผลการวิเคราะห์ค่าไขมันในเลือด ยกเว้นหนูแรทกลุ่มที่ได้รับอาหารที่ผสมน้ำมันสูตรผสมระหว่างน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันถั่วเหลือง ที่พบว่ามีค่าโคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และฟอสโฟไลปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และไม่มีนัยสำคัญในทางสถิติ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียว และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบของไขมันในตับ เนื้อเยื่อหัวใจ และเนื้อเยื่อไขมันพบว่า หนูแรทกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันสองชนิดทั้งแบบน้ำมันมะพร้าวผสมกับน้ำมันดอกทานตะวัน และน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันถั่วเหลือง มีอัตราส่วนของกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับหนูกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียว ผลการทดลองที่ได้แสดงให้เห็นว่าการรับประทานน้ำมันมะพร้าวผสมน้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำมันถั่วเหลือง มีผลในการลดไขมันได้ดีกว่าการรับประทานน้ำมันมะพร้าวเพียงอย่างเดียว

Food Chem. 2010; 123: 728-33.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ผลของการบริโภคน้ำมันมะพร้าวต่อค่าชีวเคมีและสัดส่วนของร่างกาย

Published มีนาคม 11, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=591

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของการบริโภคน้ำมันมะพร้าวต่อค่าชีวเคมีและสัดส่วนของร่างกาย

การศึกษาแบบ Randomized, double-blind, clinical trial ในผู้หญิงที่มีภาวะอ้วนจำนวน 40 คน อายุระหว่าง 20-40 ปี แบ่งอาสาสมัครออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 20 คน ให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารน้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันมะพร้าว วันละ 30 มล. ร่วมกับการรับประทานอาหารแคลอรี่ต่ำและการออกกำลังกายโดยการเดินวันละ 50 นาที เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เมื่อทำการวัดค่าชีวเคมีและสัดส่วนของอาสาสมัครหลังจบการทดลอง 1 สัปดาห์พบว่าทั้งสองกลุ่มมีดัชนีมวลกาย (BMI) ลดลง แต่เฉพาะในกลุ่มที่รับประทานน้ำมันมะพร้าวเท่านั้นที่มีรอบเอวลดลง นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มที่รับประทานน้ำมันมะพร้าวมีปริมาณ High-density lipoprotein (HDL) สูงขึ้น (48.7±2.4 vs. 45.0±5.6) และอัตราส่วนของ LDL:HDL (2.41±0.8 vs. 3.1±0.8) ลดลงเมื่อเทียบกับก่อนการทดลอง ในขณะที่กลุ่มที่รับประทานน้ำมันถั่วเหลืองมีปริมาณคอเลสเตอรอลรวม Low-density lipoprotein (LDL) และอัตราส่วนของ LDL:HDL เพิ่มขึ้นแต่ปริมาณ HDL ลดลง จึงกล่าวได้ว่าการบริโภคน้ำมันมะพร้าวไม่ก่อให้เกิดความผิดปกติของไขมันในร่างกายและยังมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนได้อีกด้วย

Lipids 2009; 44:593-601


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

น้ำมันจากเมล็ดลินินสามารถลดระดับไขมันสะสมที่ตับ (nonalcoholic fatty) ในหนูแฮมสเตอร์ได้

Published มีนาคม 10, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=497

ย่อยข่าวงานวิจัย

น้ำมันจากเมล็ดลินินสามารถลดระดับไขมันสะสมที่ตับ (nonalcoholic fatty) ในหนูแฮมสเตอร์ได้

การศึกษาในหนูแฮมสเตอร์ 32 ตัว สุ่มตัวอย่างแบ่งหนูออกเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 8 ตัว กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมให้กินอาหารปกติ กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวโดยได้รับอาหารปกติ 92.9% (w/w) ร่วมกับน้ำมันมะพร้าว 7% (w/w) และคอเลสเตอรอล 0.1% กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ได้รับเนยแข็ง โดยได้รับอาหารปกติ 92.9% (w/w) ร่วมกับเนยแข็ง 7% (w/w) และคอเลสเตรอล 0.1% กลุ่มที่ 4 เป็นกลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินิน โดยได้รับอาหารปกติ 92.9% (w/w) ร่วมกับน้ำมันจากเมล็ดลินิน 7% (w/w) และคอเลสเตอรอล 1% ซึ่งปริมาณไขมันของทั้งกลุ่มควบคุม กลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าว เนยแข็ง และน้ำมันจากลินินเท่ากับ 5, 11.65, 11.65 และ 11.65% ตามลำดับ ทำการศึกษานาน 6 สัปดาห์ พบว่าน้ำหนักของหนูแฮมเตอร์ในกลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวและเนยแข็ง สูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินินและกลุ่มควบคุม ระดับคอเลสเตอรอล และระดับ triacylglycerol ในเลือดและที่ตับเพิ่มขึ้นในกลุ่มที่ได้รับไขมันและคอเลสเตอรอลเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม แต่กลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินินระดับไขมันในเลือดและที่ตับจะเพิ่มขึ้นในระดับต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวและเนยแข็ง ส่วนการถูกทำลายของตับเมื่อดูจากค่า glutamic oxaloacetic transminase (GOT) และ glutamic pyruvic transaminase (GPT) พบว่าทุกกลุ่มที่ได้รับอาหารผสมไขมันและคอเลสเตอรอลระดับ GOT และ GPT ในเลือดสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม แต่ในกลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินิน ระดับ GOT และ GPT จะต่ำกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวและเนยแข็ง นอกจากนี้ระดับ malodialdehyde (MDA) ในตับของกลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวและเนยแข็งสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินิน ในขณะที่ระดับ glutathione (GSH) ในตับของกลุ่มที่ได้รับน้ำมันจากเมล็ดลินินมีค่าสูงกว่าในกลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวและเนยแข็ง จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าน้ำมันจากเมล็ดลินินสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด และลดไขมันสะสมที่ตับในหนูแฮมสเตอร์ที่ถูกเหนี่ยวนำให้คอเลสเตอรอลสูงได้

J Agric Food Chem 2009;57:5078-83


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

น้ำมันมะพร้าว..สกัดแบบเย็น ผลิตใช้เองได้ง่าย..ทำขายก็ดี

Published กรกฎาคม 7, 2010 by SoClaimon

11 มิถุนายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางน้ำมันมะพร้าว..สกัดแบบเย็น ผลิตใช้เองได้ง่าย..ทำขายก็ดี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_88567

ผลิตภัณฑ์บรรจุขวด

ย่าง ก้าวเข้าสู่ทายผลการแข่งขัน…ฟุตบอลโลก …นสพ.ไทยรัฐ ยังคงเปิดให้ท่านผู้อ่านส่ง “ไปรษณียบัตร” มาร่วมลุ้นรางวัลกันอย่างมากมาย…หลายสิบล้านบาท…!!!

…และแล้ว ก็มีไปรษณียบัตรส่งมาถึง “ทำได้ ไม่จน” จาก คุณพรรณี ทุ่งสง เขาไม่ได้ส่งมาทายผลฟุตบอลโลก แต่ต้องการข้อมูลวิธีการทำ “น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น” ว่ามี…ประโยชน์ ผลดี ผลเสีย (ถ้ามี)…มาลงให้แฟนๆคอลัมน์ได้รับความรู้

จากการสืบค้นข้อมูล… จาก นักวิจัยด้านพืชสวนของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า…น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นน้ำมันที่ได้มาโดยไม่ผ่านความร้อน (cold press coconut oil) ไม่ผ่านขบวนการเติมออกซิเจน (oxidation) เป็นน้ำมันมะพร้าวที่บริสุทธิ์ที่สุด  สีใสเหมือนน้ำ  มีวิตามินอี…ที่สำคัญในน้ำมันมะพร้าวมี กรดลอริกอยู่ประมาณ 54.61%

*****************************ทองทิพย์ มาฤทธิ์…กร ดลอริก นี้มีความสามารถพิเศษ คือ สร้างภูมิคุ้มกัน เมื่อเราบริโภคเข้าไปในร่างกายจะเปลี่ยนเป็น โมโนลอริน ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่อยู่ใน น้ำนมมารดา สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ดีกว่า ยาปฏิชีวนะ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงฆ่า…เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตชัว ไวรัส และ เชื้อที่ก่อให้เกิดหลอดเลือดแข็งตัวอีกด้วย…นอกจากนี้ บทบาทของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นต่อความงามยังมีอีกมากมาย หากนำไปใช้ทาผิว และสระผม ส่วนข้อเสียยังไม่พบผลข้างเคียง นอกจากต้องเก็บรักษาใน อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ไม่ให้ โดนอากาศ และ แสงแดด

*****************************ขั้นตอนการทำเมื่อ ครั้งทีมงาน ทำได้ ไม่จน เยือน…สวนป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง ตำบลดงบัง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี แล้วก็พบว่าที่นี่เขาผลิต…น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมาวางจำหน่ายในราคาขวดละ 20 บาท (ขนาดเท่าขวดยาดม) จึงซื้อมาทดลองใช้แล้วก็ได้ข้อมูลวิธีการทำจาก นางสาวทองทิพย์ มาฤทธิ์ อายุ 48 ปี หนึ่งในทีมงานผลิต น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นบ้านโนน-หินผึ้ง บอกว่า…วิธีทำไม่ยากเลย เริ่มจากขูดเนื้อออกมา จากนั้นก็ ลงมือคั้นกะทิในแบบที่ไม่ต้องเติมน้ำลงไป เมื่อได้น้ำกะทิแล้วจึงนำไปบรรจุในถุงพลาสติกแล้วใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา เป็นเวลา อย่างน้อย 24 ชั่วโมง (1 วัน)

จากนั้นก่อนนำออกมาจากตู้ เย็น สังเกตให้ดีๆจึงพบว่ากะทิจะแยกชั้นเป็น 2 ชั้น ชั้นบนเป็น “ครีมกะทิ” ส่วนชั้นล่างเป็น “น้ำเปรี้ยว” ให้ ทำการเจาะถุงเพื่อเอาน้ำเปรี้ยวออกไปให้หมด  แล้วจึงมัดรูที่เจาะไว้ด้วยหนังยางรัดให้แน่นๆ

ขั้นตอนต่อมา นำเข้าตู้เย็นใน ช่องแช่แข็ง (ฟรีซ) แช่ไว้อีกสัก 36 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย จนแข็งดี นำออกมาตั้งพักไว้ ข้างนอกในอุณหภูมิห้อง รอจนกระทั่งกะทิที่แข็งตัวค่อยๆละลาย จากนั้นมันจะแยกชั้น เมื่อแยกกันจนเห็นชัดเจนเป็น 3 ชั้น แบ่งชั้น บนสุดเป็นครีม ส่วน ชั้นกลาง คือ…น้ำมันมะพร้าว และ ชั้นล่างเป็นน้ำเปรี้ยว ให้ทำการตัก เอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำมันมะพร้าว นำมาไปใช้ประโยชน์ได้

ผู้สนใจขั้นตอนการทำ ต้องการหาซื้อไปใช้เอง แวะผ่านไปทางชุมชนบ้านโนนหินผึ้งก็กริ๊งกร๊างหากันได้ที่ ทองทิพย์ 08-6148-2427, 08-1154-6435 ในเวลากลางวันสะดวกที่สุด.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

%d bloggers like this: