นโยบาย

All posts tagged นโยบาย

การประมงไทยในอนาคต

Published กุมภาพันธ์ 25, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=003481&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กุลวรา ชาญชิตร; สุธรรม สิทธิชัยเกษม; วิทย์ ธารชลานุกิจ; รุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา; วีระวัฒน์ หงสกุล; วนิช วารีกุล; ธีรพันธ์ ภูคาสวรรค์
ชื่อเรื่อง: การประมงไทยในอนาคต
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 23 สาขาประมง ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 5-7 กุมภาพันธ์ 2528
Source title : Proceedings of the 23rd conference : Fisheries section
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2528
หน้า: หน้า 240-250
จำนวนหน้า: 395 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2528)
หมวดหลัก: M01-Fisheries and aquaculture – General aspects
ดรรชนี-ไทย: การประมง, การประมงทะเล, การประมงน้ำจืด, การเพาะเลี้ยงชายฝั่ง, การพัฒนาการประมง, นโยบาย
หมายเลข: 003481 KC2304024
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

ข้อสังเกตเกี่ยวกับการป่าไม้ ของประเทศนิวซีแลนด์

Published กุมภาพันธ์ 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000529&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ดุสิต พานิชพัฒน์
ชื่อเรื่อง: ข้อสังเกตเกี่ยวกับการป่าไม้ ของประเทศนิวซีแลนด์
Article title: Note on forest management in New Zealand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 279-293
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: K01-Forestry – General aspects
ดรรชนี-ไทย: การป่าไม้, ชนิด, ป่าไม้, พันธุ์ไม้, นโยบาย, การบริหาร, การจัดการ, การอบรม, นิวซีแลนด์
หมายเลข: 000529 KC0501062
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

นโยบายการวิจัยและผลงานของการวิจัยในส่วนของกรมการข้าว

Published กุมภาพันธ์ 16, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000483&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

 

ชื่อเรื่อง: นโยบายการวิจัยและผลงานของการวิจัยในส่วนของกรมการข้าว
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 83-89
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
H10-Pests of plants
ดรรชนี-ไทย: กรมการข้าว, การวิจัย, ข้าว, นโยบาย, ผลงานวิจัย, พันธุ์, โรคพืช, แมลงศัตรูพืช, สรีรวิทยา, การเขตกรรม, เครื่องทุ่นแรง
หมายเลข: 000483 KC0501016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:

การวิจัยด้านป่าไม้ของกรมป่าไม้

Published กุมภาพันธ์ 16, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000482&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ชื่อเรื่อง: การวิจัยด้านป่าไม้ของกรมป่าไม้
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 72-83
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: K01-Forestry – General aspects
ดรรชนี-ไทย: กรมป่าไม้, ป่าไม้, การวิจัย, นโยบาย, ผลงานวิจัย
หมายเลข: 000482 KC0501015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:

นโยบายการวิจัยและผลงานของกรมพัฒนาที่ดิน

Published กุมภาพันธ์ 16, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000481&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ชื่อเรื่อง: นโยบายการวิจัยและผลงานของกรมพัฒนาที่ดิน
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 5 สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ และสาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2-4 กุมภาพันธ์ 2509
Source title : Proceedings of national conference on Agricultural Science fifth session: Plant and Biological Science, Animal Science and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2509
หน้า: หน้า 64-72
จำนวนหน้า: 754 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2509)
หมวดหลัก: A50-Agricultural research
หมวดรอง: P30-Soil science and management
ดรรชนี-ไทย: กรมพัฒนาที่ดิน, การวิจัย, นโยบาย, ผลงานวิจัย
หมายเลข: 000481 KC0501014
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง:

วางยุทธศาสตร์สินค้าเกษตร ปรับแผนข้าว ยาง ลำไยฯรับค่าแรงใหม่

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/edu/191262.

Pic_191262

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะที่ประเทศไทยเตรียมออกนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งหลายฝ่ายกังวลว่าอาจทำให้โอกาสแข่งขันทางการค้าของไทยลดน้อยลง ทั้งนี้ การเพิ่มอัตราค่าแรงดังกล่าว อาจไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าหากเพิ่มจำนวนการผลิตให้มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า มีการบริหารสินค้าแบบ Cluster หรือคลัสเตอร์สินค้ากลับมาทำใหม่

นอกจากนี้ รัฐต้องมีระเบียบกระทรวงเข้ามาสนับสนุน แสวงหาโอกาสและแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการผลิต พร้อมทั้งเลือกสินค้าเกษตรที่เป็นโอกาสของไทย เช่น ข้าว ยางพารา ลำไย หรือทุเรียน เพื่อทำการตลาดอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันต้องมีการพัฒนาทั้งคุณภาพ ปริมาณของผลผลิต ส่งเสริมการแปรรูปและพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ของสินค้าให้เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าจะช่วยทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า

“กระทรวงเกษตรฯพยายามวางแผนยุทธศาสตร์ในการผลิตสินค้าและการบริหารผ่านระบบ Cluster เน้นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน มีการติดตามสถานการณ์การค้าสินค้าในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และหากไทยเราประกาศเป้าหมายการผลิตสินค้าเกษตรเป็นนโยบายแห่งชาติ นอกจากเป็นการสร้างโอกาสแล้วยังทำให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 4 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

สำนักงบประมาณดันนโยบาย “เพื่อไทย” ปริญญาตรีรับ 1.5 หมื่นบาท

Published กรกฎาคม 31, 2011 by SoClaimon

31 กรกฎาคม 2554, 11:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190458.

Pic_190458

สำนักงบประมาณ เด้งรับนโยบายจบปริญญาตรีเงินเดือนขั้นต่ำ 15,000 บาท ของรัฐบาลชุดใหม่ เร่งศึกษาแนวปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน สร้างแรงจูงใจให้หนุ่มสาวยุคใหม่อยากรับราชการ โดยมีรายได้เพียงพอกับการใช้ชีวิตสมัยใหม่

นางวลัยรัตน์ ศรีอรุณ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณกำลังศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเงินเดือน ของข้าราชการ เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยจะเป็นการพิจารณา เกี่ยวกับการจัดทำระบบบัญชีเงินเดือนข้าราชการใหม่ทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ข้าราชการมีเงินเดือนเริ่มต้นเดือนละ 15,000 บาท โดยมีต้นแบบมาจากโครงสร้างเงิน เดือนของประเทศสิงคโปร์

นางวลัยรัตน์กล่าวว่า แนวคิดในการปรับโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการ เริ่มต้นจากการรับราชการครั้งแรกในวุฒิปริญญาตรี หรือระดับปฏิบัติการ หรือซี 3 ในอดีต รับเงินเดือน 8,000 บาท โดยมีอัตราการปรับขึ้นเงินเดือน ตำแหน่ง และซี ตลอดอายุรับราชการจนถึงระดับซี 11 ได้รับเงินสูงสุดไม่เกิน 70,000 บาท ซึ่งหากพิจารณาเส้นกราฟในปัจจุบัน จะเห็นว่าอยู่ในลักษณะที่ลาดชันมากๆ กล่าวคือ ในช่วงต้นของชีวิตราชการจะได้รับเงินเดือนน้อยและขั้นที่ขึ้นในแต่ละปีก็น้อยมากๆ จึงจำเป็นต้องปากกัดตีนถีบ ในช่วงแรกๆของการรับราชการ และค่อยๆไต่เต้าขึ้นไปจนกินเงินเดือนสูงๆในช่วงก่อนวัยเกษียณ ซึ่งจะเห็นว่ามีเส้นกราฟชีวิตที่ลาดชันทำมุม 40-45 องศา

“แนวคิดใหม่นี้ คือ การทำให้เส้นกราฟเงินเดือนของข้าราชการอยู่ ในลักษณะลดความลาดชัดลง หรือเกือบจะเป็นแนวราบเพียง 20-30 องศาเท่านั้น โดยข้าราชการปริญญาตรีจบใหม่จะมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท แล้วค่อยๆขยับเงินเดือนขึ้นไปเรื่อยๆจนถึง 40,000-50,000 บาทต่อเดือน วิธีการนี้จะทำให้องศาของเส้นกราฟจะเปลี่ยนแปลงไปโดยไม่เป็นภาระต่อเงินงบประมาณในระยะยาว”

ดังนั้น หากมีการนำระบบนี้มาใช้จริง ยอมรับว่าอาจจะมีผลกระทบ ต่อเงินงบประมาณในช่วงแรก แต่ในท้ายที่สุดแล้วเม็ดเงินที่รัฐบาลจ่ายจริงให้แก่ข้าราชการระหว่างจุดเริ่มต้นที่ 8,000 บาท กับ 15,000 บาท จะใกล้เคียง กันมาก เพราะจะมีการกำหนดเพดานในการจ่ายเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งทำให้ข้าราชการหนุ่มสาวมีความกระตือรือร้น ในการทำงานมากขึ้น เพราะได้รับเงินเดือนสูงโดยไม่ต้องรับจ๊อบอื่นๆนอกเวลาราชการ

นางวลัยรัตน์กล่าวว่า ช่วงวัยเริ่มต้นของการทำงาน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะระยะเวลาเริ่มแรก ของชีวิตทุกคนก็อยากมีบ้าน มีรถยนต์ มีครอบครัว ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก ทำให้ชีวิตของข้าราชการเมื่อเทียบกับสิงคโปร์แล้วมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก กว่าข้าราชการของสิงคโปร์

“แนวคิดของสำนักงบประมาณ คือ ต้องการทำให้เงินเดือนของข้าราชการในระดับเริ่มต้นอยู่ในอัตราที่สูงกว่าปัจจุบัน โดยในช่วง 10-20 ปีแรก อัตราการขึ้นขั้นเงินเดือนจะเร็วขึ้น เช่น เดิมซี 3 หรือระดับปฏิบัติการ ขึ้นขั้นเงินเดือน 300-400 บาทต่อปี ก็อาจขึ้นขั้นเป็นเงิน 400-500 บาท แต่พอเข้าสู่วัย 40-45 ปี อัตราการขึ้นขั้นเงินเดือนจะช้าลง หรือแคบมากขึ้น  เช่น  จากเดิมซี 8 หรือซี 9 ประมาณ 1,000-1,500 บาทต่อปี จะลดลงเหลือ 800-900 บาท หรือปรับขึ้นปีละ 1-2%”

นางวลัยรัตน์กล่าวว่า ตนได้หารือกับนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) แล้วเกี่ยวกับแนวคิดดังกล่าว โดย ก.พ.ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการจะรับแนวคิดดังกล่าวไปพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 31 กรกฎาคม 2554, 11:35 น.

ชำแหละจุดเสี่ยงนโยบาย “เพื่อไทย”

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

28 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189611.

Pic_189611

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชำแหละจุดเสี่ยงนโยบาย “เพื่อไทย”

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาเรื่อง “มองเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้ง” จัดโดยสมาคมตราสารหนี้ไทยว่า ธปท.คาดการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งปีจะขยายตัว 4.1% เป็นการโตจากการส่งออก การใช้จ่ายและการลงทุนในประเทศ แต่แรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจก็มีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเงินเฟ้อ ซึ่งหลังเลือกตั้ง ธปท.ได้สำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อของเอกชนพบว่า เริ่มปรับเพิ่มรุนแรง เป็นผลจากการคาดการณ์นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ “โครงสร้างเศรษฐกิจไทยขณะนี้ เข้าใกล้การโตเต็มศักยภาพซึ่งจะขยายตัวได้ 4-4.5% หากโตเกินนี้เศรษฐกิจไทยจะร้อนแรงเกินไป ดังนั้นถ้าให้สอดคล้องกับเสถียรภาพเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน ธปท.และนโยบายการคลังของรัฐบาลใหม่ ควรไปในทิศทางที่ลดการกระตุ้นการขยายตัว”

นายไพบูลย์  กล่าวว่า ความท้าทายของรัฐบาลใหม่ที่ต้องดูแลให้เหมาะสมกับศักยภาพเศรษฐกิจ คือแทนที่จะใส่เงินอย่างเดียว ต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับเศรษฐกิจ เพราะไทยมีจุดด้อยที่ต้องแก้มาก ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาคน และหากดูนโยบายรัฐบาลที่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจและเป็นภาระงบประมาณ เช่น รับจำนำพืชเกษตร มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ ขึ้นเงินเดือนข้าราชการและสวัสดิการสังคม รวมทั้งยังมีมาตรการที่ทำให้รัฐเสียรายได้ เช่น ลดภาษีนิติบุคคล ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ขณะที่ไม่มีมาตรการใดที่รัฐจะหารายได้เพิ่ม มีแต่ลดรายได้เพิ่มรายจ่าย นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่เป็นภาระการคลังแอบแฝง เช่น เครดิตการ์ดเกษตรกร รีไฟแนนซ์หนี้ส่วนบุคคล พักหนี้เกษตรกร บ้านหลังแรกดอกเบี้ย 0% คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 442,000 ล้านบาท ดังนั้นแม้ขณะนี้หนี้สาธารณะไทยจะอยู่ที่ 42% ของจีดีพี แต่มาตรการที่ทำผ่านสถาบันเฉพาะกิจไม่ปรากฏในยอดหนี้สาธารณะ หากโครงการมีปัญหาต้องใช้ภาษีประชาชนรับภาระอยู่ดี

“รัฐต้องจัดความสำคัญการลงทุนที่เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสร้างรายได้เพิ่ม ไม่ใช่หว่านโดยไม่เกิดผล เพราะการมีหนี้สาธารณะเพิ่มเท่ากับเพิ่มเงินเฟ้อให้สูงขึ้น สร้างภาระให้คนไทยทุกคน เพราะเงินเฟ้อเหมือนภาษีที่ทุกคนต้องจ่าย ถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อสูงจะกระทบความสามารถการแข่งขันของประเทศ และเป็นภาระคนจนที่รายได้เพิ่มไม่ทันการขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้การดำเนินนโยบายการเงิน จากที่ผ่อนคลายและปรับขึ้นดอกเบี้ยค่อยเป็นค่อยไป อาจต้องตัดไฟแต่ต้นลม  การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินอีก 3 ครั้งปีนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อรักษาสมดุลเศรษฐกิจ”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

ตลาด​ข้าว​ป่วน​รอ​นโยบาย​รับ​จำนำ

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.
ตลาด​ข้าว​ป่วน​รอ​นโยบาย​รับ​จำนำ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_183878

โรงสี ประกาศหยุดซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศชั่วคราวแล้ว เพื่อรอดูความชัดเจนนโยบายรับจำนำข้าวของพรรคเพื่อไทย

นาย ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาข้าวหลังพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ว่า ขณะนี้โรงสีได้ประกาศหยุดซื้อขายข้าวเปลือกในประเทศชั่วคราวแล้ว เพื่อรอดูความชัดเจนนโยบายรับจำนำว่าจะมีรายละเอียดและเริ่มดำเนินโครงการ เมื่อใด ส่งผลให้ผู้ส่งออกต้องหยุดรับคำสั่งซื้อจากต่างประเทศตามไปด้วยเพราะยัง กำหนดราคาขายไม่ได้ และกลัวว่าหากโครงการรับจำนำเริ่มเร็วจะทำให้ผู้ส่งออกเสี่ยงขาดทุนมหาศาล เพราะมีส่วนต่างกับราคาส่งออกข้าวปัจจุบันถึงตันละ 300 เหรียญสหรัฐฯ

นอก จากนี้ คาดว่าถ้ารัฐเริ่มรับจำนำทันที โรงสีคงหยุดขายข้าวเปลือกให้ผู้ส่งออก เพื่อรอเข้าโครงการรับจำนำกับรัฐบาลแทน เพราะจะได้กำไรสูงกว่า โดยขณะนี้ราคาข้าวเปลือกในประเทศตันละ 9,000-9,500 บาท แต่พรรคเพื่อไทยตั้งราคารับจำนำสูงถึงตันละ 15,000 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวขึ้นเร็วจนตลาดต่างประเทศรับไม่ทัน ดังนั้น จึงต้องการให้รัฐบาลทยอยเปิดรับจำนำข้าวนาปีประมาณเดือน พ.ย.นี้แทนเพื่อให้ราคาข้าวทยอยขึ้น และผู้ส่งออกกับผู้นำเข้าทยอยปรับตัว “ต้นเดือน มิ.ย.ราคาข้าวส่งออกเคยขึ้นมาแล้วจาก
ตันละ 480 เหรียญฯ เป็น 520-530 เหรียญฯ เพื่อตอบรับกระแสนโยบายจำนำ แต่ตอนนี้ตลาดยังนิ่งเพื่อรอดูว่าโครงการจะเริ่มเมื่อใด หากเริ่มเลยราคาน่าจะกระชากอีกเยอะ เพราะข้าวเปลือก 15,000 บาท จะสูงเท่ากับราคาส่งออก 850 เหรียญฯ แต่กังวลว่า ถ้าราคาขึ้นเร็ว ตลาดต่างประเทศจะไม่ตอบรับ และทำให้ข้าวไทยส่งออกสู้ต่างชาติไม่ได้ จนทำให้ใน 2-3 เดือนนี้ อาจเห็นออเดอร์ข้าวลดลง”

ด้านนายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จากนี้ไปการซื้อขายข้าวจะคำนึงถึงราคาที่เหมาะสมมากขึ้นกว่าปัจจุบันที่จะ ขายทันที เพราะตลาดรับรู้ผลการเลือกตั้งที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และประกาศจะรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาทมาใช้ ทำให้ทิศทางราคาข้าวจากนี้จะปรับตัวสูงขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

tags:
ตลาดข้าว ​ชู​เกียรติ โอภาส​วงศ์ นโยบาย รับจำนำ ข้าว

แบงก์ชาติยันทำงานกับขุนคลังได้ทุกคน

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 21:30 น.
แบงก์ชาติยันทำงานกับขุนคลังได้ทุกคน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_183841

ธปท.ยันทำงานได้กับ รมว.คลังทุกคน จับตาผลกระทบนโยบายรัฐบาลใหม่ต่อเงินเฟ้อ-เงินทุนนอก เข้า กนง. 13 ก.ค. ห่วงนโยบายประชานิยมรัฐบาลใหม่ ทำภาระการคลังย่ำแย่ ชี้ แค่ประชานิยมที่ทำมาแล้ว ซ่อนเร้นภาระให้แบกจนรับแทบไม่ไหว…

วัน ที่ 4 ก.ค. นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน กล่าวว่า ในขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างการติดตามดูการจัดตั้งรัฐบาล และการวางนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะชัดเจนในวันที่ประกาศนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ว่า จากนโยบายที่มีการหาเสียงไว้จะทำจริงมากน้อยอย่างไร ซึ่งในส่วนของ ธปท.นั้น สามารถที่จะทำงานได้กับทุกรัฐบาล และเชื่อว่าใครจะมาเป็น รมว.คลัง คนใหม่ ธปท.จะสามารถทำงานด้วยได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในขณะนี้ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังรวบรวมนโยบายทางการเงิน และ นโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองที่จะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายต่าง ๆ ที่จะจัดทำขึ้นใหม่ ตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ในช่วงของการเลือกตั้งว่า จะส่งผลต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ และแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อในช่วงต่อไปให้เพิ่มขึ้นมากหรือน้อยเพียงใด รวมทั้งภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ยังจะพิจารณาถึงปัจจัยที่จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่าง ประเทศ และ การไหลกลับมาของเงินทุนต่างชาติ โดยจะนำปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว นำเสนอในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 13 ก.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อพิจารณาการดำเนินนโยบายการเงิน และ อัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อไป

นอกจาก นี้ ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ สายนโยบายการเงิน ธปท. ได้รายงานบทความวิชาการขนาดสั้น เรื่อง ภาระการคลังที่รอการสะสาง ซึ่งแสดงความเป็นห่วงในเรื่องการดำเนินนโยบายการคลังของรัฐบาลใหม่ ว่า จากการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลในหลายสมัยได้ ที่ผ่านมาในลักษณะของนโยบายประชานิยม ทั้งมาตรการการช่วยเหลือค่าครองชีพ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รายจ่ายสวัสดิการที่เป็นภาระผูกพันตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงิน ถือเป็นการสร้างภาระการคลังซ่อนเร้น ที่มองเห็นชัดเจน และไม่ชัดเจน ดังนั้น รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามารับหน้าที่บริหารประเทศได้อย่างยั่งยืนนั้น ควรที่จะตระหนักให้ชัดเจนถึงภาระ และ ข้อจำกัดของงบประมาณที่มีอยู่ และ ดำเนินนโยบายการคลังในลักษณะที่ผสมผสานกับการทำตามคำสัญญาที่ให้ใว้กับ ประชาชนให้เป็น และที่สำคัญรัฐบาลจะต้องตระหนักด้วยว่า นโยบายหรือมาตรการใดๆ ต้องใช้ตามความจำเป็น เน้นประสิทธิภาพการใช้จ่ายให้ตรงกับจุดเป้าหมาย เพื่อไม่ให้สร้างภาระและก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการคลังกับประเทศในอนาคต

อย่าง ไรก็ตาม ธปท.ยอมรับ นโยบายประชานิยมเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินการนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ต่อเนื่อง และ นโยบายการคลังเป็นตัวที่ใช้พยุง และกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่แรงขับเคลื่อนจากภาคเอกชนอ่อนแรงลง รวมถึงยังมีรายจ่ายผูกพันที่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้านสวัสดิการที่รัฐพึงจัดให้แก่ประชาชน ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้รายจ่ายรัฐบาลเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น ภาระการคลังดังกล่าว ยังจะเพิ่มขึ้นจากนโยบายของพรรคการเมืองที่ต่างพากันหาเสียงกระตุ้นความนิยม ของประชาชนก่อนเลือกตั้งไปในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งบางเรื่องต้องยอมรับว่าเป็นไปได้ยากภายใต้ข้อจำกัดทางการคลังที่มีอยู่

ใน รายงานวิจัยของ ธปท. ยังระบุด้วยว่า โครงสร้างทางการคลังของไทยในขณะนี้มีข้อจำกัดมากขึ้น ดังนั้น หลายโครงการที่พรรคการเมืองหาเสียงไว้จึงอาจทำได้ยากภายใต้ภายใต้ภาระงบ ประมาณที่มีอยู่แล้ว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 กรกฎาคม 2554, 21:30 น.

tags:
ธปท. แบงก์ชาติ รมว.คลัง กนง. นโยบาย เลือกตั้ง

%d bloggers like this: