นิติบุคคล

All posts tagged นิติบุคคล

ธปท.หนุนลดภาษีนิติบุคคล รักษาการแข่งขันกับเพื่อนบ้าน

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 18:12 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189018.

Pic_189018

ธปท. เห็นด้วยลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23% รักษาการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ควรหารายได้ทดแทนจากการขยายฐานภาษีให้ใหญ่ขึ้น แต่ไม่อยากให้ขึ้นภาษี เพราะอัตราของไทยสูงแล้ว หวั่นกระทบประชาชน ขณะที่ติดตามการใช้จ่ยรัฐบาล ประชาชน และแนวนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ใกล้ชิด …

วันที่ 25 ก.ค. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงนโยบายการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ว่า การปรับลดภาษีนิติบุคคล เป็นภาษีที่ทุกฝ่ายพูดกันมานานแล้วว่า ควรจะมีการปรับลดภาษีลง เพื่อให้สามารถแข่งขันในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศไทย ซึ่ง ธปท.มองว่า การปรับลดเป็นเรื่องที่ควรทำ แต่รัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องหารายได้เพิ่มเติมจากส่วนอื่นมาทดแทน เพื่อคงรายได้ของรัฐบาลในระดับที่เหมาะสม

“อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราภาษีอื่นทดแทนการปรับลดภาษีนิติบุคคลนั้นมองว่า ไม่น่าจะดำเนินการเพราะอัตราภาษีของเราสูงกว่าคนอื่นอยู่แล้ว อย่าภาษีนิติบุคคลเองของเราก็สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมด ดังนั้น การหารายได้เพิ่มน่าจะเป็นความพยายามขยายฐานภาษี คือ ขยายกลุ่มคนที่เสียภาษีให้มากขึ้น เพราะถ้าเทียบกับจำนวนคนที่ทำงานแล้ว ในขณะนี้คนที่เสียภาษีให้รัฐยังมีจำนวนน้อย ถ้าปรับปรุงเรื่องนี้ เราจะมีรายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว

นายประสาร กล่าวต่อว่า ธปท. และคณะกรรมการนโยบายการเงิน ยังคงอยู่ระหว่างการติดตามแนวนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล และแนวโน้มการใช้จ่ายของภาครัฐ และประชาชนในช่วงต่อไป เพื่อพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเงินเฟ้อ และการขยายตัวของเศรษฐกิจในช่วงต่อไป โดยเมื่อนโยบายของรัฐบาลออกมาชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้าง และทำอะไรก่อนหลัง จะเห็นผลกระทบที่ชัดเจน ว่า เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังของปีนี้ จะขยายตัวได้สูงกว่าประมาณการเศรษฐกิจที่ กนง.ประมาณการล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไว้ที่ 4.1% หรือไม่ ซึ่งหลังจากเห็นภาพชัดเจนคงจะมีการปรับเปลี่ยนประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้ง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 18:12 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน.

Pic_186120

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน ชี้เสนอข้อคิดเห็นถึงขั้นฟ้องศาลเลิกกิจการตามมาตรา 37 และฟ้อง 7 บริษัทที่ถือหุ้นแทนตามมาตรา 36 พ่วงอีก 19 บริษัท แต่ “อลงกรณ์”เห็นควรให้ทำแค่ฟ้องดำเนินดคี ยันการเมืองไม่เคยแทรกแซง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฟ้องร้องบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ว่า ได้นำเสนอความเห็นต่อนายอลงกรณ์ โดยได้ยืนยันไปว่าจากการตรวจสอบเอกสารลับที่คณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือ หุ้นของดีแทค ชุดนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าดีแทคมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นการชี้ชัดตามที่คณะทำงานฯ ได้มีความเห็นไว้แล้ว แต่คณะทำงานฯยังไม่กล้าฟันธง

ทั้งนี้ หลังจากได้ตรวจสอบผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แล้ว จึงสรุปเสนอให้นายอลงกรณ์มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความดำเนินคดีต่อดีแทค ในความผิดตามมาตรา 37 และให้ติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ดีแทค เลิกกิจการ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้แจ้งความดำเนินคดีต่อบริษัทผู้ถือหุ้นแทนทั้ง 7 บริษัท ตามมาตรา 36 (นอมินี) และกับบริษัทอื่นๆ อีก 19 บริษัทด้วย

“ผมได้เสนอไปแบบนี้ ก็เหมือนกับเสนาธิการทหาร เวลาจะเสนอแผนรบ ก็มีทางเลือกหนึ่ง สอง สาม สี่ แต่แม่ทัพจะเลือกอะไรก็แล้วแต่เห็นสมควร เมื่อเสนอไปแบบนี้ ท่านอลงกรณ์ก็เลือกที่จะสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นความเห็นของท่าน และยังได้ให้ไปพิจารณาเองว่าจะเลือกแจ้งความนิติบุคคลใด บุคคลใด ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แต่เป็นการใช้ดุลพินิจ และพร้อมที่จะปกป้อง จะมีก็แต่ข้าราชการนั่นแหละที่แทงกั๊ก” นายสัญญา  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

ชี้เลือกตั้ง ดึงยอดเปิดบริษัทใหม่ พ.ค.วูบ4%

Published มิถุนายน 4, 2011 by SoClaimon

3 มิถุนายน 2554, 17:32 น.
ชี้เลือกตั้ง ดึงยอดเปิดบริษัทใหม่ พ.ค.วูบ4% – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_176317

“อลงกรณ์” ชี้ภาคเอกชนรอดูผลเลือกตั้ง ชะลอเปิดบริษัทใหม่เดือนพ.ค.ลดวูบ 4% เลิกกิจการเพิ่ม 34% ห่วงปัญหาค่าครองชีพ ดอกเบี้ยแพง ฉุดเศรษฐกิจอืด

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนธุรกิจในเดือนพ.ค.54ว่า มีผู้ประกอบธุรกิจขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เป็นนิติบุคคล ประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด ทั่วประเทศทั้งสิ้น 4,862 ราย มีเงินทุนจดทะเบียน 69,512 ล้านบาท นิติบุคคลจดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกคือ บริการนันทนาการ 1,379 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 361 ราย อสังหาริมทรัพย์ 207 ราย ส่วนเมื่อเทียบกับเดือนพ.ค.53 เพิ่มขึ้น 1,360 ราย หรือเพิ่มขึ้น 38% แต่เมื่อเทียบกับเดือนเม.ย.54ลดลง 236 ราย หรือ 4% และเมื่อเทียบ 5 เดือน (ม.ค.–พ.ค.) 54 กับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีจำนวน 26,101 ราย เพิ่มขึ้น 5,267 ราย หรือ 25%

ขณะที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกกิจการทั่วประเทศเดือน พ.ค. 54 มี 681 ราย มีเงินทุนจดทะเบียนเลิกทั้งสิ้น 3,326 ล้านบาท ประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกสูงสุด 3 อันดับแรก คือ ก่อสร้างอาคารทั่วไป 103 ราย อสังหาริมทรัพย์ 34 ราย และบริการด้านธุรกิจอื่น 28 ราย ส่วนเมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.53 เลิกเพิ่มขึ้น 273 ราย หรือ 66% และเมื่อเทียบกับเดือน เม.ย.54 เพิ่มขึ้น 173 ราย หรือ 34% และเมื่อเทียบ 5 เดือน 54 มี 3,038 ราย เพิ่มขึ้น 536 ราย หรือ 21% ส่งผลให้มีจำนวนนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศ 465,374 ราย

“การจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนนี้ชะลอตัว เพราะมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเงินเฟ้อ และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแพงทั่วโลก ราคาน้ำมันและดอกเบี้ยสูงขึ้น รวมถึงความวิตกเกี่ยวกับปัญหาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ขณะเดียวกันหลายประเทศในยุโรปยังเกิดปัญหาความน่าเชื่อถือลดลง สหรัฐฯขาดดุลงบประมาณ จนกระทบต่อการขยายตัวทางการค้าและเศรษฐกิจโลก และผู้ประกอบการบางส่วนยังชะลอดูความชัดเจนทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลและการโอนถ่ายอำนาจทางการเมืองว่าจะเรียบร้อยหรือไม่” นายอลงกรณ์  กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 มิถุนายน 2554, 17:32 น.

กังวลยุบสภา กระทบยอดจดทะเบียนตั้งบริษัท เม.ย.ลดลง 11%

Published พฤษภาคม 11, 2011 by SoClaimon

10 พฤษภาคม 2554, 22:30 น.
กังวลยุบสภา กระทบยอดจดทะเบียนตั้งบริษัท เม.ย.ลดลง 11% – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_170452

“พาณิชย์” เผย จดทะเบียนตั้งบริษัท เม.ย.54 ลดลง 11% เทียบกับมี.ค.54 เหตุผู้ประกอบการกังวลยุบสภา อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ขณะที่บริษัทเลิกกิจการ ลดลง 18% เชื่อทิศทางธุรกิจยังโตต่อเนื่องรับเลือกตั้ง…

10 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคลว่า ในเดือนเม.ย. 54 มีผู้ประกอบการขอจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ 5,098 ราย เทียบกับมี.ค.54 ลดลง 11% หรือลดลง 644 ราย ส่วนเทียบกับเดือน เม.ย. 53 เพิ่มขึ้น 46% จำนวน 1,611 ราย ขณะที่เปรียบเทียบ 4 เดือน (ม.ค.-เม.ย.) ปีนี้กับช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 22% จำนวน 3,907 ราย โดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ บริการนันทนาการ 1,680 ราย ก่อสร้างอาคารทั่วไป 307 ราย อสังหาริมทรัพย์ 229 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น 146 ราย ให้คำปรึกษาด้านการบริการจัดการ 121 ราย ส่วนธุรกิจที่มีทุนจัดตั้งใหม่สูงสุด ได้แก่ ผลิตยานยนต์และเครื่องยนต์ มูลค่า 1,956 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารทั่วไป 1,633 ล้านบาท อสังหาริมทรัพย์ 1,311 ล้านบาท ขายส่งวัตถุดิบทางการเกษตร 1,004 ล้านบาท และโรงสีข้าว 1,003 ล้านบาท

ขณะที่นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิก กิจการเดือนเม.ย.54 มี 567 ราย เที่ยบกับเดือนมี.ค. 54 ลดลง 18% จำนวน 131 ราย เทียบกับเดือนเม.ย. 53 เพิ่มขึ้น 39% จำนวน 160 ราย และเปรียบเทียบ 4 เดือนปีนี้ กับช่วงเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้น 20% จำนวน 439 ราย โดยกิจการที่จดทะเบียนเลิกสูงสุดได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป จำนวน 78 ราย อสังหาริมทรัพย์ 28 ราย บริการด้านธุรกิจอื่น 20 ราย ขายส่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน 15 ราย ตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวและผู้จัดนำเที่ยว 13 ราย ทั้งนี้ จำนวน ห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างหุ้นส่วนสามัญ บริษัทจำกัดคงอยู่ทั่วประเทศมี 487,106 ราย และบริษัทมหาชนคงอยู่ 902 ราย รวมนิติบุคคลคงอยู่ทั่วประเทศ ทั้งสิ้น 488,008 ราย

“เหตุที่การจดทะเบียนเดือนเม.ย.ลดลงเทียบกับมี.ค. มาจาก ความกังวลการยุบสภา และการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่มั่นใจว่าหลังการเลือกตั้ง ทิศทางการประกอบธุรกิจจะกลับมาสูงต่อเนื่อง และยังต้องจับตาปัจจัยภายในอื่น ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยที่มีทิศทางขาขึ้น ปัญหาน้ำท่วม ส่วนปัจจัยภายนอก ได้แก่ ปัญหาภัยพิบัติสึนามิในญี่ปุ่นที่จะส่งผลต่อเนื่องต่ออุตสาหกรรมต่างๆ เช่นยานยนต์ ปัญหาราคาน้ำมันทรงตัวสูง โดยสิ้นเม.ย.อยู่ที่ 118.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปยังเปราะบาง” นายอลงกรณ์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 พฤษภาคม 2554, 22:30 น.

พาณิชย์สั่งห้าม 13 นิติบุคคลทำธุรกรรมตามคำสั่ง ศอฉ.

Published พฤษภาคม 18, 2010 by SoClaimon

18 พฤษภาคม 2553, 17:07 น.

ผ่านทางพาณิชย์สั่งห้าม 13 นิติบุคคลทำธุรกรรมตามคำสั่ง ศอฉ. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_83784

นายอลงกรณ์ พลบุตร

“พาณิชย์” เด้งรับ “ศอฉ.” จัดส่งเอกสารสำคัญ 13 นิติบุคคลแบล็กลิสต์ให้พิจารณา พร้อมเปิดให้บริการทางธุรกิจเหมือนเดิม แม้รัฐสั่งให้หยุดราชการ..

เมื่อ วันที่ 18 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งห้ามนิติบุคคล 13 รายทำธุรกรรม เพราะอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้ว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดส่งเอกสารทางราชการที่สำคัญไปให้ ศอฉ. ได้แก่ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หนังสือรับรอง และงบการเงิน รวมถึงสั่งการให้กรมตรวจสอบการทำธุรกิจของบริษัท และจัดส่งให้ ศอฉ.

สำหรับ ทั้ง 13 นิติบุคคล ซึ่งมีทุนจดทะเบียนรวม 25,005 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. บริษัท ทุนนวัตกรรม จำกัด 2. บริษัท นิวโอ๊ค จำกัด 3. บริษัท บี.พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 4. บริษัท ประไหมสุหรี พร้อพเพอร์ตี้ จำกัด 5. บริษัท พี.ที.คอร์ปอเรชั่น จำกัด 6. บริษัท เอส ซี เค เอสเทต จำกัด 7. บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ ปาร์ค จำกัด 8. บริษัท เอส ซี ออฟฟิซ พลาซ่า จำกัด 9. บริษัท โอ เอ ไอ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 10. บริษัท โอเอไอ คอนซัลแต้นท์ แอนด์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด 11. บริษัท โอเอไอ แมนเนจเม้นท์ จำกัด 12. บริษัท โอเอไอ ลีสซิ่ง จำกัด 13. บริษัท โอเอไอ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด

“มีข้อ สังเกตว่า นิติบุคคลทั้ง 13 ราย มีที่ตั้งซ้ำกัน นอกจากนี้ยังมีชื่อนายชานนท์ สุวสิน เป็นกรรมการอยู่ใน 12 บริษัท และนางกาญจนาภา หงส์เหิน เป็นกรรมการอยู่ใน 10 บริษัท” นายอลงกรณ์ กล่าว

นายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เชิญสมาคมการค้า และนักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง เช่น กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มการท่องเที่ยวและโรงแรม ฯลฯ มาหารือถึงผลกระทบ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว แล้วนำผลสรุปเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อหามาตรการเยียวยาต่อไป

ส่วนกรณีที่ ครม.มีมติให้ขยายวันหยุดราชการในเขตกรุงเทพฯ ไปจนถึงวันที่ 21 พ.ค.นั้น ในส่วนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีหน้าที่บริการธุรกิจ ทั้งการจดทะเบียน การออกหนังสือรับรอง การส่งงบดุล ฯลฯ ให้เปิดทำงานต่อไปที่สนามบินน้ำ รัชดาภิเษก ประดิพัทธ์ ปิ่นเกล้า ยกเว้นที่สีลม เพื่อให้การทำธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ แต่สำหรับการเลื่อนส่งงบดุลของนิติบุคคลในเขตปทุมวัน สาธร และบางรัก ที่เลื่อนเป็นสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 53 จากเดิมที่สิ้นสุด 31 พ.ค.53 นั้น หากจำเป็นอาจต้องเลื่อนวันสิ้นสุดออกไปจาก 30 มิ.ย. นี้.

%d bloggers like this: