นิคมอุตสาหกรรม

All posts tagged นิคมอุตสาหกรรม

บขส.รุกนิคมฯ-มหา’ลัย เปิดรถโมบายขายตั๋วกระตุ้นยอด

Published สิงหาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 สิงหาคม 2554, 17:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193742.

Pic_193742

บขส. เตรียมเปิดบริการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสาร หวังกระตุ้นยอดขายตั๋วตามนิคมอุตสาหกรรม-มหาวิทยาลัย พร้อมเปิดให้บริการรถขนส่งพัสดุภัณฑ์ขนาดใหญ่ คาดเริ่มให้บริการภายในปีหน้า

เมื่อวันท่ี 13 ส.ค. นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้บขส.เตรียมเปิดโครงการรถโมบายจำหน่ายตั๋วโดยสารเคลื่อนที่ โดยจะนำรถโดยสารขนาดใหญ่ของบขส. จำนวน 2 คัน มาดัดแปลงเป็นรถจำหน่ายตั๋วโดยสาร โดยระยะแรกจะจำหน่ายตั๋วผ่านพนักงานประจำรถก่อน และระยะต่อไปจะจำหน่ายตั๋วผ่านตู้อัตโนมัติ ลักษณะคล้ายตู้เอทีเอ็ม โดยจะเริ่มออกตระเวนจำหน่ายตั๋วทั่วประเทศตั้งแต่ต้นปี 2555 หากในอนาคตประชาชนนิยมใช้บริการจะเพิ่มจำนวนรถต่อไป

“ถือเป็นครั้งแรก ที่บขส. จำหน่ายตั๋วโดยสารผ่านรถโมบาย เนื่องจากต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร และหวังว่าจะสามารถกระตุ้นยอดขายตั๋วของบขส.ด้วย เบื้องต้นจะจำหน่ายในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว โดยจะไปจำหน่ายตามสถานที่ที่มีกลุ่มเป้าหมายของบริษัท เช่น มหาวิทยาลัย นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ หากพื้นที่ใดต้องการซื้อตั๋วโดยสารของบขส. เป็นจำนวนมาก ก็สามารถติดต่อมาได้ ทางบขส.จะนำรถโมบายไปบริการทันที” นายวุฒิชาติ กล่าว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับปรุงการให้บริการรับส่งพัสดุภัณฑ์ ของบขส. อย่างเต็มรูปแบบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำรถบขส. จำนวน 4 คัน มาปรับปรุงเพื่อให้บริการขนส่งสินค้าเพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุบประมาณคันละ 300,000 บาท หลังจากปรับปรุงแล้วจะทำให้สามารถขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ หรือสินค้าจำนวนมากขึ้น คาดว่า จะเริ่มให้บริการได้ประมาณเดือน ก.พ. 2555 หรืออย่างช้าเดือน พ.ค. 2555

“ที่ผ่านมา บขส. รับส่งสินค้าได้จำนวนไม่มาก เพราะต้องขนส่งสินค้าไปพร้อมกับรถขนส่งผู้โดยสาร เมื่อมีรถขนส่งสินค้าคาดว่าจะสร้างรายได้ปีละ 50 ล้านบาท จากปัจจุบันมีรายได้อยู่ที่ปีละ 20 ล้านบาท และจะคุ้มทุนภายใน 1 ปี โดยจะเจาะกลุ่มบริษัทรายใหญ่ หรือลูกค้าที่ขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ เพราะปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่ขนส่งแต่สินค้าขนาดเล็ก” นายวุฒิชาติ กล่าว

สำหรับผลประกอบการในปี 2554 ของบขส. คาดว่า จะมีรายได้ 3,000 – 4,000 ล้านบาท และมีกำไรหลังหักภาษีเงินได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หากไม่มีปัจจัยด้านลบเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่อาจปรับเพิ่มขึ้น หรือผลกระทบอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องส่วนปี 2553 บขส.มีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลงกว่าปี 2552 ถึง 259 ล้านบาท หรือ 76% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่อัตราค่าโดยสารคงเดิม รวมถึงผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ผู้โดยสารส่วนหนึ่งไปใช้บริการรถตู้มากขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 สิงหาคม 2554, 17:35 น.

ชูอีโคทาวน์ต้นแบบ “คิตะคิวชู” กรอ.ลุยเต็มสูบนิคมเชิงนิเวศน์ในไทย

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

ชูอีโคทาวน์ต้นแบบ “คิตะคิวชู” กรอ.ลุยเต็มสูบนิคมเชิงนิเวศน์ในไทย.

Pic_185918

อาทิตย์ วุฒิคะโร

กรอ.ชูแนวคิด “คิตะคิวชู” อีโคทาวน์ต้นแบบแจ้งเกิดนิคมอุตสาหกรรมอีโคทาวน์ในไทย เพื่อลดปัญหามลภาวะและการต่อต้านการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต เผยภาครัฐ-เอกชน-ประชาชนในพื้นที่ต้องเปิดใจและมีความจริงใจยอมรับซึ่งกันและกัน เพื่อให้การลงทุนดำรงอยู่ได้ในระยะยาว

นายอาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับนายริวอิจิ ฮิซูโมโต ผู้อำนวยการด้านยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมในประเทศ เมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟูกูโอกะ ภายหลังนำคณะเดินทางเข้าเยี่ยมชมกิจการนิคมอุตสาหกรรมคิตะคิวชู อีโคทาวน์ หรือโครงการเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่ปลอดมลภาวะ ว่า นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้มีจุดเด่นด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมและน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งการเผาทำลายทิ้ง, การบำบัดน้ำเสียให้กลายเป็นน้ำดี สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง

ที่สำคัญ ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมยังเป็นตัวกลางในการสร้างความร่วมมือ ที่เข้มแข็งระหว่างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการให้ความร่วมมือกับประชาชน เพื่อร่วมมือกันดูแลและเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน ผ่านการตรวจสอบของชุมชนอย่างเข้มแข็ง

“นายริวอิจิอธิบายให้ฟังว่า ก่อนจะพัฒนาให้นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ก้าวเข้าสู่การเป็นอีโคทาวน์ได้ ชาวคิตะคิวชูที่คุ้นเคยกับท้องฟ้าสีแดง หรือควันสีแดงแห่งความสุข เพราะบ่งบอกถึงความเจริญทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จนประชาชนในท้องถิ่นเริ่มจับกลุ่มคุยกัน เพราะสังเกตสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ผ้าที่ซักตากไว้นอกบ้านสกปรก และฝุ่นละอองบนหลังคาบ้านมีมากผิดปกติ”

ทั้งนี้ ข้อสงสัยของกลุ่มประชาชนดังกล่าวถูกค้นคว้าหาข้อเท็จจริง จนกระทั่งทราบว่ากำลังเผชิญกับปัญหามลพิษจากการลงทุน จึงรวมตัวกันเรียกร้องไปยังสภาเทศบาลคิตะคิวชูให้หาทางแก้ไขปัญหา จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ และมีมาตรการจัดการมลพิษอย่างเข้มงวด เช่น ทุกโรงงานจะต้องลดการปล่อยมลพิษ ฝุ่น ควัน และสารไดออกซิน รวมทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ หากโรงงานใดไม่ปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวด เทศบาลคิตะคิวชูก็มีอำนาจสั่งให้ปรับปรุงหรือปิดกิจการได้ รวมทั้งรัฐบาลกลางของญี่ปุ่น ก็ให้แรงจูงใจทั้งในรูปเงินลงทุน งานวิจัย และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อลดมลพิษแก่โรงงานที่จะต้องทำงานวิจัยในเรื่องนี้ ทำให้ปัญหาดังกล่าวยุติลง

อย่างไรก็ตาม แม้แผนการลดมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะดำเนินการได้อย่างจริงจัง แต่ด้วยลักษณะนิสัยของคนญี่ปุ่นที่มีวิสัยทัศน์ จึงไม่ยอมหยุดเพียงแค่การทำให้คนอยู่ร่วมกับอุตสาหกรรมได้ แต่มองไปไกลว่าทำอย่างไรให้ขยะหรือของเสียที่มาจากอุตสาหกรรมกลายเป็นศูนย์ แผนคิตะคิวชู อีโคทาวน์ จึงได้รับการอนุมัติจากเทศบาลเมืองคิตะคิวชูในปี 2540 พร้อมการสนับสนุนเงินทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น ถึงวันนี้เงินลงทุนทั้งจากเอกชนและรัฐบาลถูกจัดสรรไปในโครงการนี้แล้ว 60,000 ล้านเยน ขณะที่ชาวเมืองคิตะคิวชู ก็มีส่วนร่วมในการวางแผนในเรื่องนี้ในทุกขั้นตอน

สำหรับนโยบายของคิตะคิวชู อีโคทาวน์ คือการสนับสนุนการลงทุนให้ภาคอุตสาหกรรมและบ้านเรือนของประชาชน มีส่วนร่วมในการกำจัดขยะอันตรายที่เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงขยะชิ้นใหญ่จากบ้านเรือนของประชาชน อาทิ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ พัดลม ฯลฯ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แล้วจากโรงพยาบาล ให้มีการนำเข้าส่งให้กับโรงงานบำบัดน้ำเสีย โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิลตู้เย็น โทรทัศน์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แล้วเพื่อแยกย่อยวัสดุส่วนประกอบเพื่อกำจัดทิ้ง และหากมีบางส่วนวัสดุที่สามารถนำกลับมาแปรสภาพเพื่อใช้งานได้ใหม่ ก็จะถูกนำกลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งการวิจัยเพื่อลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ และลดต้นทุนของการผลิตไปในตัวอีกด้วย

ขณะเดียวกัน เทศบาลท้องถิ่นของเมืองคิตะคิวชูยังมีอำนาจเต็มที่ในการ “สั่งปิด” โรงงานที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดมลพิษทั้งพื้นที่ 21 จุด ไม่นับรวมจุดตรวจวัดมลพิษที่แต่ละโรงงานต้องติดตั้งขึ้นเอง ซึ่งสถานีตรวจวัดมลพิษจะทำหน้าที่รายงานข้อมูลต่างๆตลอด 24 ชั่วโมง มายังที่ทำการเทศบาลท้องถิ่นของเมืองให้รับทราบ เพื่อที่ว่าหากเกิดปัญหา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะสามารถแก้ไขได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน

“ความสำเร็จดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการจัดตั้งอีโคทาวน์ในประเทศไทย โดยเมื่อปี 2552 กรอ.ร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กำหนดรูปแบบการลงทุนของนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้นให้เป็นไปในลักษณะอีโคทาวน์ โดยล่าสุดได้มีเขตประกอบการอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา และนิคมอุตสาหกรรมบางกระดี จ.ปทุมธานี เป็นโครงการนำร่อง ซึ่งภาครัฐได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ, ชุมชนในพื้นที่ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจหลักการพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ โดยจัดให้มีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อกำหนดแนวคิดกิจกรรมที่จะนำไปดำเนินการร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ที่ต้องเปิดใจรับข้อมูลของทุกฝ่ายและร่วมกันแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการลงทุนอย่างจริงใจ เพื่อทำให้การลงทุนภาคอุตสาหกรรมเกิดขึ้นได้ต่อไปในอนาคต

เพราะอีโคทาวน์มีเป้าหมายเพื่อการเสริมสร้างชุมชนแบบการใช้ ทรัพยากรหมุนเวียน, การนำของเสียอุตสาหกรรมมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมประเภทอื่นๆ เพื่อลดปริมาณการปล่อยของเสียจากโรงงานให้เป็นศูนย์โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อน ซึ่งผลปรากฏว่าอีโคทาวน์นำร่องของประเทศไทยทั้ง 2 แห่งประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ ทำให้ กรอ.เตรียมขยายนโยบายดังกล่าวไปสู่นิคมอุตสาหกรรมแห่งอื่นๆต่อไป.

อาทิตย์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

กวาดลงทุนวูบไปแล้วพันล้าน ความฝันดึงนักลงทุนยุ่นริบหรี่

Published มีนาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 มีนาคม 2554, 05:45 น.

ผ่านทางกวาดลงทุนวูบไปแล้วพันล้าน ความฝันดึงนักลงทุนยุ่นริบหรี่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_157052

 

แผ่นดินไหวและสึนามิที่ญี่ปุ่นเป็นเหตุ กวาดลงทุนไทยวูบไปแล้วพันล้าน  ความฝันดึงนักลงทุนยุ่นริบหรี่  นิคมอุตสาหกรรมผวาหางเลขสึนามิ …

นางมณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าภาพรวมของการลงทุนในปีนี้ คาดว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้จะต้องจับตามองภาวะเศรษฐกิจโลกควบคู่กัน เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศโดยเฉพาะทัพนักลงทุนจากญี่ปุ่นที่อาจชะลอการเข้ามาลงทุนในไทยหลังประสบเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ แต่เมื่อเหตุการณ์เข้าสู่ภาวะปกติก็คงจะกลับเข้ามาลงทุนในไทยตามเดิม

สำหรับตัวเลขนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในนิคมฯที่ กนอ.ดูและทั้ง 45 แห่ง ในปีงบประมาณ 2554 (ต.ค.2553-ก.พ.2554) ปรากฏว่ามียอดขายพื้นที่นิคมฯรวมกัน 1,166 ไร่ แบ่งเป็นนักลงทุนรายใหม่และนักลงทุนรายเดิมที่ขอขยายการลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนจากจีนที่คาดว่าจะมีการขยายการลงทุนเพิ่มขึ้นซึ่งประเทศไทยยังคงมีศักยภาพและความพร้อมในการรองรับนักลงทุน

นายสมศักดิ์ ดารารัตนโรจน์ ประธานกรรมการบริษัท ซี.เอ.เอส.แอสเซท จำกัด ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมสินสาคร จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า บริษัทได้ขอขยายพื้นที่จำนวน 629 ไร่ เพื่อรองรับนักลงทุน ในโครงการที่ 2 จำนวน 335 ไร่ ขณะนี้ขายแล้ว 186 ไร่ เหลือพื้นที่อีก 149 ไร่ ของพื้นที่ซึ่งพื้นที่เฟส 2 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก เคมีภัณฑ์ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า และคาดว่าพื้นที่ของโครงการระยะที่ 2 ที่เหลืออยู่จะขายได้หมดภายในปีนี้ สำหรับกรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่นทำให้นักลงทุนจากญี่ปุ่นที่สนใจจะเข้ามาเช่าพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสินสาครเพื่อตั้งโรงงานผลิต สิ่งพิมพ์ มูลค่าลงทุน 1,000 ล้านบาท คงจะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีอีกรายในกลุ่มเคมีภัณฑ์จากญี่ปุ่นมูลค่าลงทุน 100 ล้านบาท ซึ่งการเจรจามีความคืบหน้าแล้วประมาณ 80% ก็คงต้องรอความชัดเจนจากความเสียหายที่ขึ้นเช่นกัน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 มีนาคม 2554, 05:45 น.

 

กนอ.เดินหน้าอีโคทาวน์

Published กันยายน 23, 2010 by SoClaimon

23 กันยายน 2553, 05:45 น.

ผ่านทางกนอ.เดินหน้าอีโคทาวน์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_113321

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เผย ผู้ประกอบการภาคเหนือ พร้อมหนุน อีโคทาวน์ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ…

นาง มณฑา ประณุทนรพาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยหลังการหารือกับผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรมภาคเอกชนเพื่อจัดทำแผน ปฏิบัติการเดินหน้าประเทศไทย ก้าวไกลสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ว่า ผู้ประกอบการภาคเอกชนยืนยันจะสนับสนุนการนิคมอุตสาหกรรมไปสู่เมือง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์หรืออีโคทาวน์ เพื่อให้การดำเนินการนับจากนี้ไปของนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใหม่และนิคม อุตสาหกรรมที่เปิดกิจการอยู่ในปัจจุบัน เป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2550 ตามมาตรา 67 วรรค 2 ที่กำหนดให้มีการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ผลกระทบด้านสุขภาพ (เอชไอเอ) และอื่นๆ โดยที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันว่าอีโคทาวน์จะมีการดำเนินการในด้านต่างๆ อาทิ การวางแผนเชิงพื้นที่และระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มาตรฐานในการก่อสร้าง การจัดทำระบบควบคุมความปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน การจัดการปัญหามลพิษด้านต่างๆของพื้นที่ได้เหมาะสม การส่งเสริมการนำกลับมาใช้ใหม่ การเสริมสร้างคนและชุมชนเพื่อให้ชุมชนโดยรอบมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โดย นางมณฑากล่าวว่า ล่าสุดมีนิคมอุตสาหกรรมภายใต้การกำกับดูแลของ กนอ.พร้อมจะดำเนินการเป็นอีโคทาวน์ ได้แก่ นิคมฯอีสเทิร์นซีบอร์ด นิคมฯอมตะนคร และโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่คือการจัดตั้งนิคมฯระยอง (บ้านค่าย) และโครงการจัดตั้งนิคมฯระยอง (วังจันทร์), เขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา และเขตประกอบการสวนอุตสาหกรรมบางกระดี จ.ปทุมธานี.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 23 กันยายน 2553, 05:45 น.

tags:
มณฑา ประณุทนรพาล กนอ. นิคมอุตสาหกรรม

ปิดฉาก 4 ฝ่ายมาบตาพุด!

Published กรกฎาคม 4, 2010 by SoClaimon

29 มิถุนายน 2553, 05:00 น.

ผ่านทางปิดฉาก 4 ฝ่ายมาบตาพุด! – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_92595

อานันท์ ปันยารชุน

ขณะที่งานต่อจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ ของรัฐบาลและรัฐสภาที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสุขภาพ พ.ศ. .. ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอีกต่อไป…

นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการปฏิบัติตามมาตร 67 วรรคสอง หรือคณะกรรมการ 4 ฝ่ายเพื่อแก้ไขปัญหามาบตาพุด เปิดเผยว่า ขณะนี้การทำงานของคณะกรรมการตลอด 8 เดือนที่ผ่านมาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว จึงขอปิดตัวการทำงานโดยสมบูรณ์ แต่คณะกรรมการประสานงานการให้ ความเห็นองค์การอิสระ ซึ่งมีองค์ประกอบรายชื่อเดียวกับคณะกรรมการชุดนี้จะยังทำงานต่อไป แต่จะไม่ได้ มีการประชุม   คงเป็นเพียงให้คำปรึกษาและเมื่อมีการจัดตั้งองค์การอิสระถาวรเสร็จแล้วก็จะ หมดหน้าที่เช่นกัน ขณะที่งานต่อจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและรัฐสภาที่จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และสุขภาพ พ.ศ. .. ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ 4 ฝ่ายอีกต่อไป ซึ่ง พ.ร.บ.จะออกมาในรูปแบบใด ลักษณะใด และเวลาใด อย่างน้อยถือว่าผ่านมือคณะกรรมการ 4 ฝ่ายไปแล้ว

นอกจากนี้   ยังมีอีก  3  เรื่องที่รัฐบาลต้องดำเนินการต่อคือ  1. การออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง 18 ประเภท 2. ขอให้ฝ่ายราชการและนิคมอุตสาหกรรมเติมเต็มทางเทคนิคเพื่อลดและขจัดมลพิษใน มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งสังคมที่ดีมีความจำเป็นที่ภาคธุรกิจต้องพร้อมลดมลภาวะให้น้อยที่สุด   และให้มีมลพิษต่ำกว่าที่มาตรฐานกำหนด   แม้ครั้งนี้ขอเพียงให้อยู่ระดับมาตรฐานก็ตาม   3. จะต้องมีการวางผังเมือง โดยจัดการปัญหาระยะห่างระหว่างอุตสาหกรรมและชุมชนในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งภายใต้คณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ   ได้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางการใช้ผังเมืองฯ   โดยมีรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการเสร็จไปแล้ว 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้

%d bloggers like this: