นที ศุกลรัตน์

All posts tagged นที ศุกลรัตน์

กทช.ปูพรมรับ กสทช.

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127819.

Pic_127819

พ.อ.นที ศุกลรัตน์

เป็นการเตรียมการไว้รองรับ กสทช.ชุดใหม่ให้ทำงานได้ราบรื่น ถ้า กสทช.ชุดใหม่คิดว่าเหมาะสม ก็นำไปใช้ ถ้าไม่เหมาะสมก็ปรับใหม่ได้ การเตรียมการดังกล่าวจะร่นเวลาการทำงานของกสทช.ได้

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด  กทช.ได้มอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงานเตรียมการจัดทำร่างแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตารางกำหนดคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม และมอบหมายให้นายพนา ทองมีอาคม กรรมการ กทช. เป็นหัวหน้าคณะทำงานร่างแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ แผนความถี่วิทยุ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค.2554 เพื่อเตรียมการไว้รองรับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) หลังจาก พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม หรือ พ.ร.บ.กสทช.ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“การยกร่างแผนแม่บท เป็นการเตรียมการไว้รองรับ กสทช.ชุดใหม่ให้ทำงานได้ราบรื่น ถ้า กสทช.ชุดใหม่คิดว่าเหมาะสม ก็นำไปใช้ ถ้าไม่เหมาะสมก็ปรับใหม่ได้ การเตรียมการดังกล่าวจะร่นเวลาการทำงานของกสทช.ได้ ซึ่งกฎหมายระบุว่า กสทช.จะต้องจัดทำร่างแผนแม่บทให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี”

นอกจากนั้น ที่ประชุมบอร์ด กทช.ยังได้อนุมัติให้บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) นำเข้าอุปกรณ์ 3 จี เพื่อขยายการลงทุนโครงข่าย 3 จี 4,673 สถานีด้วย

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการทีโอที กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดได้ส่งร่างเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) 3 จี ให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย ตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2554 จะเปิดให้บริการ 3 จีได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การแก้ไขทีโออาร์ครั้งสุดท้ายของทีโอที คือเรื่องการปรับผู้ชนะประมูลสร้างโครงข่าย 3 จี จากปรับวันละ 0.1% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด เปลี่ยนเป็นปรับวันละ 0.5% จากมูลค่าสถานีฐานที่ก่อสร้างล่าช้า เบื้องต้นคำนวณไว้ที่ราคา 2-3 ล้านบาทต่อสถานีฐาน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 06:00 น.

รักษาการหลบ กสทช.ตัวจริงเช็กชื่อ

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191385.

Pic_191385

ประชุม กสทช.ล่ม หลัง พ.อ.นที และนายพนา ทำหนังสือแจ้งให้รักษาการประธาน กสทช. ว่า ขณะนี้กระบวนการสรรหา กสทช.เริ่มมีความชัดเจนแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ได้รายชื่อ กสทช.ชุดใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นรักษาการ กสทช.ควรจะงดเว้นการประชุม…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา รักษาการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยกเลิกการประชุม เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ มีเพียงนายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ รักษาการประธาน กสทช. นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร ส่วน พ.อ.นที ศุกลรัตน์, นายพนา ทองมีอาคม และนายสุธรรม อยู่ในธรรม ไม่ได้เข้ามาร่วมประชุม โดย พ.อ.นที และนายพนา ได้ทำหนังสือแจ้งให้รักษาการประธาน กสทช.และผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบว่า ขณะนี้กระบวนการสรรหา กสทช.เริ่มมีความชัดเจนแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 45 วัน ก็จะได้รายชื่อ กสทช.ชุดใหม่แล้ว เพราะฉะนั้นรักษาการ กสทช.ควรจะงดเว้นการประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ควรรอให้ กสทช.ชุดใหม่เป็นผู้พิจารณาตัดสิน สำหรับขั้นตอนการสรรหา กสทช.ชุดใหม่นั้น เริ่มมีความชัดเจนแล้ว หลังเปิดสมัยประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา และทางเลขาธิการวุฒิสภา ก็ได้เสนอรายชื่อว่าที่ กสทช.ซึ่งผ่านกระบวนการสรรหาทั้งหมด 44 คน ให้พลเอกธีรเดช มีเพียร ประธานวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และประธานวุฒิสภาจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพื่อบรรจุเป็นวาระการประชุม และแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติและเปิดโอกาสให้ว่าที่ กสทช.ทั้ง 44 คน ได้แสดงวิสัยทัศน์ให้สมาชิก ส.ว.ได้รับทราบ และคาดว่าในระหว่างวันที่ 5 -11 ก.ย. 2554 จะมีการนัดลงคะแนนลับเพื่อเลือก กสทช.ให้เหลือ 11 คน โดยคาดว่าวันที่ 11 ก.ย.2554 จะได้รู้รายชื่อ กสทช.ชุดใหม่อย่างแน่นอน

ด้าน พ.อ.นที กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. เพราะขั้นตอนการสรรหา กสทช. เริ่มมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รักษาการ กสทช.ควรจะชะลอการดำเนินการต่างๆ ที่จะมีผลผูกพันต่อไป ควรรอ กสทช.ชุดใหม่ยกเว้นเรื่องที่จำเป็น เร่งด่วน และอาจกระทบต่อประโยชน์สาธารณะเท่านั้น และควรงดการประชุมบอร์ดด้วย

พ.อ.นที ยังเปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้เข้าพบตนพร้อมกับนายพนา ทองมีอาคม เพื่อทำความรู้จักและแนะนำ ตัว “ผมพูดกับดีแทคว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยยุ่งเหยิงมาก อย่าฟ้องกันมากเลย”

ส่วนเรื่องการเปิดให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมของดีแทคนั้น ได้ย้ำว่า เป็นเรื่องที่ดีแทคจะต้องไปเจรจากับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในฐานะคู่สัญญาสัมปทานเอง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 05:45 น.

“นที”คลี่ปมโทรคมนาคมไทย ประเทศเสียโอกาสบนเส้นทางความขัดแย้ง

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

27 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

“นที”คลี่ปมโทรคมนาคมไทย ประเทศเสียโอกาสบนเส้นทางความขัดแย้ง.

Pic_181867

หลังจาก “ศาลปกครอง” ประกาศคุ้มครองชั่วคราวระงับการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ 3 จี มาตั้งแต่เดือน ก.ย.2553 ที่ผ่านมา

ความสับสนวุ่นวายในกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย ทั้งความพยายามในการแก้ไขสัญญาสัมปทานเดิม การดิ้นรนของผู้ประกอบการมือถือในการเปิดพื้นที่หาสัญญาสัมปทานใหม่ และปัญหาการฟ้องร้องระหว่างภาคเอกชนก็ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ลดละ

ศึกล่าสุดเป็นของ 2 ค่ายผู้ให้บริการ ระหว่าง บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “ดีแทค” ที่เกิดขึ้นอย่างร้อนแรง ในช่วงตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา

เริ่มจาก “ดีแทค” ตัดสินใจยื่นฟ้องต่อศาลปกครองว่า “สัญญาการ ให้บริการโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี บนโครงข่าย CDMA ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำกับกลุ่มทรู” ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ทรูเดินหน้า 3 จี เต็มรูปแบบอย่างที่หวังไว้

ขณะที่กลุ่มทรูก็เดินหมาก “เอาคืน” ดีแทคอย่างถึงพริกถึงขิง ด้วยการรวบรวมหลักฐานยื่นฟ้องต่อกองบังคับการกองปราบปราม, กระ-ทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า ดีแทคเป็น “บริษัทต่างด้าว” ที่ละเมิดกฎหมายไทย ทำเอาดีแทคนั่งไม่ติด เพราะ หากพบว่า “ผิดจริง” มีหวังต้อง “แพ็กกระเป๋ากลับบ้าน”

ภาคธุรกิจเปลี่ยนโฉมหน้าจากการแข่งขันกันด้วยการให้บริการ เป็นการเปิดฉากงัดกฎหมายฟาดฟันกันตรงๆ ส่งผลให้ประชาชนผู้บริโภคต่างมองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างงงงัน!!!

ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางการทะเลาะเบาะแว้งอย่างรุนแรงของภาค เอกชน และขาดองค์กรที่จะเป็นผู้ตัดสินปัญหา และกำกับดูแลที่ชัดเจน

“ทีมเศรษฐกิจ” ในฐานะผู้บริโภคยังค้นพบความจริงอีก ประการว่า คุณภาพการให้บริการของทุกค่ายมือถือได้ลดลงอย่าง ต่อเนื่อง ปัญหาโทร.ออกยาก สัญญาณหาย สายหลุด ต่อไม่ติด กลายเป็นปัญหาเรื้อรังกระทบต่อการใช้งานของลูกค้ามือถือที่มี อยู่กว่า 70 ล้านเลขหมาย

เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถมองผ่านสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ด้วยความ หวังว่าจะได้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ได้ “ทีมเศรษฐกิจ” ขอให้ “พ.อ. นที ศุกลรัตน์” รักษาการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ 1 ใน 44 ผู้เข้า ชิงตำแหน่ง กสทช.ที่สำนักงานเลขาวุฒิสภา จะเสนอรายชื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) คัดเลือกในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมนี้ ให้ความกระจ่างเรื่องนี้

ถาม : อะไรคือต้นตอของปัญหาความสับสนวุ่นวายใน กิจการโทรคมนาคมประเทศในขณะนี้?

ตอบ : สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ประเทศไทยพลาดหวังจากการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ 3 จี และใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 กิกกะเฮิตรซ์ (GHz) ที่ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ (กทช.) พยายามผลักดันให้เกิด ขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นความพยายามในการหาทางออกให้กับโทรคมนาคม ของประเทศ เพื่อปลดล็อกปัญหาสัญญาสัมปทานที่มีอยู่เดิม

แต่สุดท้ายก็เป็นอย่างที่ทุกคนทราบดี บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ยื่นฟ้อง ต่อศาลปกครอง ให้ระงับการเปิดประมูล เพราะเห็นว่า กทช.ไม่มี อำนาจจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่และเปิดประมูลใบอนุญาต จะต้อง รอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใต้ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 ทำให้การประมูลถูกระงับไปในที่สุด

เมื่อ กทช.ไม่สามารถเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีได้ ขณะที่กฎหมายเดิมก็ไม่เปิดโอกาสให้คู่สัญญาปรับเปลี่ยนหรือแปรสัญญาสัมปทานเป็นใบอนุญาตได้อีก ประกอบกับสัมปทานของบรรดาผู้ประกอบการกำลังทยอย สิ้นสุดลง โดยทรูมูฟ จำกัด เหลือสัมปทาน 2 ปี สิ้นสุดปี 2556 บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เหลือ 5 ปี สิ้นสุดปี 2558 และดีแทค เหลืออายุสัญญา 7 ปี สิ้นสุดปี 2560

“เอกชนทุกรายจึงตกอยู่ในสภาวะหลังพิงฝา ไม่รู้อนาคตว่าเมื่อสัญญาสิ้นสุดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น ลูกค้าที่ใช้บริการอยู่ 70 ล้านราย จะได้รับผลกระทบหรือไม่”

เหตุนี้ ทุกค่ายจึงต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะเปิดให้บริการ 3 จี เป็นรายแรก ทุกรายจึงต้องดิ้นรนหาทางออกให้กับตัวเองทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน โดยสัญญาการให้บริการ 3 จี รูปแบบใหม่ระหว่าง กสท และทรู ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะทรูจะหมด อายุสัมปทานรายแรก ถึงต้องดิ้นรนหาทางออกพยายามเล็ดลอดช่องทางที่คิดว่ากฎหมายให้ทำได้

ถาม : ผลพวงที่ไม่สามารถเปิดประมูล 3 จี ทำให้ผู้บริโภค เผชิญปัญหาคุณภาพบริการมือถือที่ลดลง

ตอบ : กทช.เข้าใจและตระหนักถึงคุณภาพการให้บริการที่ถดถอยลงอย่างมากในช่วงนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจผู้ให้บริการเช่นกันเมื่อไม่สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่ได้เพิ่มเติม คลื่นความถี่เดิมก็ไม่เพียงพอต่อความ ต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการให้บริการข้อมูล (Data) ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากตามความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือ (Mobile internet) ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็ว

ปัจจุบันนี้ ความนิยมในกระแสโซเชียล เน็ตเวิร์ก หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ ในประ-เทศไทยเพิ่มขึ้นเร็วมาก มีคนใช้มากถึง 12 ล้านคนแล้ว เป็นสมาชิกเฟซบุ๊ก 10 ล้านคน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ 1 ล้านข้อความต่อวัน จัดเป็นประเทศที่ใช้เครือข่ายออนไลน์มากที่สุดเป็นอันดับที่ 18 ของโลกแล้วในปัจจุบัน

รายได้ส่วนนี้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีสัดส่วนกว่า 30% ของรายได้ทั้งหมด และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทุกค่ายถึงต้องเจียดช่องสัญญาณ เจียดคลื่นที่มีอยู่ไปใช้ในบริการที่เป็น Data Application มากขึ้น จนส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยรวม

อย่างไรก็ตาม แม้ทางออกในเรื่องนี้คือ การให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิมไปก่อน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่องการลงทุนอุปกรณ์ที่มี ราคาแพงกว่าอุปกรณ์บนคลื่น 2.1 GHz ซึ่งเป็น คลื่นมาตรฐานและมีผู้ใช้แพร่หลาย การลงทุนดังกล่าวยังติดเงื่อนไขตามสัญญาปัจจุบันที่เป็นแบบ Built-Transfer-Operate (BTO) ซึ่งเมื่อลงทุนปรับปรุงโครงข่ายแล้วต้องโอนให้แก่รัฐที่เป็นเจ้าของสัมปทาน แต่เมื่ออายุสัญญาสัมปทานทุกค่ายเหลือเพียงไม่กี่ปี การลงทุนบนโครงข่ายเดิมจึงไม่คุ้มค่าเท่าไรนัก

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทุกค่ายเลือกที่จะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นมากกว่า บางรายมีการขนเงินกลับไปให้บริษัทแม่ คุณภาพการให้บริการในโครงข่ายเดิมที่เป็น 2 จี จึงลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังอยู่ในระดับมาตรฐานที่ กทช.รับได้”

ถาม : แล้ว กสทช.จะมีทางออกในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านี้อย่างไร

ตอบ : ในฐานะรักษาการ ผมบอกได้เลยว่าเราทำอะไรได้ไม่มากนัก ต้องรอให้มีการจัดตั้ง “คณะกรรมการ กสทช.” เสร็จสิ้น ซึ่งคาดว่า จะใช้เวลาอีกไม่เกิน 180 วัน หรือราวเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ การคัดเลือกกรรมการ กสทช.ชุดใหม่น่าจะเสร็จสิ้นลงได้

แต่การประมูลใบอนุญาต 3 จี คงต้องใช้เวลามากกว่านั้น ขบวนการประมูลคงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี เพราะ กสทช.ชุดใหม่ต้องจัดทำแผนแม่บทคลื่นความถี่ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคมให้แล้วเสร็จก่อน จึงจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการประมูล 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ได้

ส่วนแนวคิดที่จะก้าวข้ามผ่านไปสู่การประมูล 4 จี เพื่อป้องกันการเสียโอกาสซ้ำซ้อนนั้น หากมองในระยะใกล้คงเป็นเรื่องยากน่าจะใช้เวลาอีกราว 5 ปี เพราะขณะนี้ราคาอุปกรณ์และสมาร์ทโฟนสำหรับ 4 จี ยังแพง และยังไม่แพร่หลาย ต่างจากสมาร์ทโฟน 3 จี และ 3.9 จี ที่มีราคาถูกมีเงิน 3,000-5,000 บาท ก็สามารถซื้อหาได้

“ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ขณะนี้เราไม่มีโอกาสนำคลื่นความถี่ที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ต้องปล่อยโอกาสของประเทศไทยไว้อย่างนั้น ขณะที่ประชาชนไม่ได้รับบริการที่ดี แต่เราเองก็ทำอะไรไม่ได้ต้องเฝ้ารอให้มีการจัดตั้งองค์กร กสทช.ใหม่แล้วเท่านั้น”

ถาม : ปัญหาความขัดแย้งของผู้ให้บริการ ในฐานะรักษาการ กสทช. มองสัญญาระหว่าง กสท กับทรู ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ก่อให้เกิดการวิพากษ์อย่างหนักอย่างไร

ตอบ : มองเผินๆ สัญญาระหว่างทรูกับ กสท นั้น คล้ายกับระบบ สัมปทานเดิม เพราะรัฐยังคงมีบทบาทในการควบคุม แม้จะทำในลักษณะสัญญาค้าส่ง-ค้าปลีก (Wholesale-Reseller) ก็ตาม ซึ่งกรณีอาจจะ ต้องทำความเข้าใจทรูเขาด้วย เพราะอย่างที่รู้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอายุ สัมปทานเก่าเหลือเพียง 2 ปี จึงต้องดิ้นรนเพื่อให้สามารถให้บริการได้ต่อ

แม้สัญญาใหม่นี้ทรูอาจดูเหมือนได้ต่อลมหายใจออกไปอีก แต่ถ้ามองลงไปอีก สัญญาที่ทำกันในลักษณะนี้ไม่มีความคล่องตัวและไม่ได้ส่งเสริมการแข่งขันมากนัก แต่เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ทรูถึงต้องยอมดำเนินการในรูปแบบนี้ไปก่อน

แต่หากมีการเปิดประมูลใบอนุญาตใหม่เชื่อว่าทรูจะต้องเข้าร่วมแน่ เพราะความคล่องตัวในการทำธุรกิจมีมากกว่า สร้างความเท่าเทียมและเป็นธรรมมากกว่า ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกสัมปทานอย่างแท้จริง

“การหาวิธีการเพื่อประกอบกิจการต่อไปนั้น หากยังมีความคลุมเครือ เป็นเรื่องใต้โต๊ะ ไม่นำขึ้นมาบนโต๊ะ ก็คงไม่ใช่ การแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรมและไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คงว่าใครไม่ได้ ทุกคนต่างต้อง หาทางออกเพื่อความอยู่รอด”

อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปถ้ามีการประมูล 3 จี เกิดขึ้น เรามีการประเมินกันว่าจะมีเงินไหลเข้ารัฐเป็นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตไม่น้อยกว่า 40,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดภาระการลงทุนของภาครัฐ แต่วันนี้สถานการณ์กลับเปลี่ยนไป หน่วยงานรัฐกลับตัดสินใจที่จะลงทุนเอง ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล โดยให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) รวมทั้ง กสท โทรคมนาคม ลงทุน 3 จีเอง กลายเป็นว่าแทนที่รัฐจะได้ “ค่าต๋ง” ก็กลับต้องควักเนื้อ

สิ่งเหล่านี้ทำให้ธุรกิจโทรคมนาคมไทย “ย่ำอยู่กับที่”!!!

ถาม : กสทช.มีการตรวจสอบความถูกต้องของสัญญาเหล่านี้ อย่างไรบ้าง?

ตอบ : ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช.ได้มีการตรวจสอบสัญญา ดังกล่าวและมีข้อสรุปบางประการออกมา แต่บอร์ด กสทช.เห็นว่าสิ่งที่สำนักงานฯดำเนินการไป เป็นการตรวจสอบที่เกินเลยไปกว่าอำนาจ เกินกว่ากฎหมายที่เรามีอยู่ เพราะเราไม่มีอำนาจไปตรวจ ว่าสัญญานี้ถูกหรือผิด และมีการปฏิบัติตามกฎหมายอื่น เช่น พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2535 หรือไม่ หรือตรวจสอบว่าเป็นสัญญาที่เอื้อประโยชน์กับทรูหรือไม่

ดังนั้น ในการประชุมคณะกรรมการล่าสุด เราถึงต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบใหม่และกำหนดกรอบในการตรวจสอบตามขอบเขตที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น เราจะตรวจสอบสัญญาภายใต้กรอบ 2 ประการ ได้แก่ การตรวจสอบว่าสัญญาดังกล่าว บิดเบือนการแข่งขันหรือไม่ และละเมิดต่อมาตรา 46 ที่ห้ามไม่ให้
ผู้รับใบอนุญาตนำคลื่นไปให้คนอื่นใช้ หรือไม่เท่านั้น

ส่วนเรื่องการขอนำเข้าอุปกรณ์มาเพื่อติดตั้ง อัพเกรดโครงข่ายจากซีดีเอ็มเอเป็นเอชเอสพีเอ 3 จี ภายใต้สัญญาระหว่าง กสท และทรู ฉบับนี้ ซึ่งมีข้อกังขาว่า กสทช.ดึงเรื่อง ไม่ยอมอนุมัติเพราะขุ่นเคือง กสท ที่ไปฟ้องระงับประมูล 3 จีนั้น ต้องขอชี้แจงตรงนี้ว่า ไม่มีเลย

“เรื่องการขออนุมัตินำเข้าอุปกรณ์นั้น กสทช.จะพิจารณาเฉพาะในกรอบกฎหมายที่เรามีอยู่ ผู้ขอนำเข้าอุปกรณ์เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตหรือไม่ อุปกรณ์ที่ขอนำเข้าได้มาตรฐานตาม ประกาศหรือไม่อย่างไรเท่านั้นอย่างกรณีนี้ ส่วนตัวเห็นว่าต้องอนุมัติ ให้นำเข้า เพราะหากพิจารณาแล้วไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ก็ไม่มีเหตุให้ต้องฉุดรั้งไว้”

อย่างไรก็ตาม การอนุมัติต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า กสท ต้องยอมรับความเสี่ยงเอง หากที่สุดแล้วสัญญาถูกตัดสินว่าผิดกฎหมาย หรือเป็นโมฆะอุปกรณ์ที่ขอนำเข้าเหล่านี้ก็ต้องเลิกใช้ถือเป็นของเถื่อนหมด

ถาม : ขณะนี้ใน “ธุรกิจโทรคมนาคม” กำลังมีการฟ้องร้องกันในเรื่องการเป็น “บริษัทต่างด้าว”

ตอบ : ผมว่าธุรกิจโทรคมนาคมจะใช้ความเป็นชาตินิยมมาตัดสินไม่ได้ เพราะเป็น ธุรกิจสากล การที่เอกชนไปลงทุนในหลายๆ ประเทศ เป็นเพราะต้องการลดต้นทุนลง อีกทั้ง ในปี 2558 เราจะเปิดเสรีโทรคมนาคมอาเซียนอยู่แล้ว ถ้ารัฐวิสาหกิจไทย เอกชนไทยไม่แข็งแกร่ง ก็จะไม่สามารถแข่งขันได้

บริษัทโทรคมนาคมที่เป็นรัฐวิสาหกิจของต่างประเทศ เช่น นอร์เวย์ สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ต่างขยับขยายไปลงทุนในต่างประเทศทั้งนั้น เว้นแต่รัฐวิสาหกิจไทย ที่ไม่เคยขยับขยาย เพราะได้รับการปกป้องมากเกินไป สบายและไม่พร้อมแข่งขัน คอยแต่มัดมือมัดเท้าเอกชน

เรื่องการพิจารณาการถือหุ้นของคนต่างด้าวนั้น กสทช.ยึดหลักตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดวิธีการตรวจสอบเฉพาะที่จดแจ้งไว้ที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ตรวจสอบเชิงลึกลงไปถึงการถือหุ้นแทนหรือนอมินีหรือไม่

ดังนั้น ทุกฝ่ายที่อยู่ในระบบโทรคมนาคมของไทยต้องปรับตัวและเตรียมตัวที่จะก้าวไปสู่การแข่งขันที่เป็นมาตรฐานสากล ถ้าแข่งขันไม่ได้ ก็อยู่ในธุรกิจนี้ไม่ได้ ไม่ใช่หยุดทุกอย่างไว้เพียง เพราะรัฐวิสาหกิจของรัฐยังไม่พร้อมแข่งขัน และทำให้เกิดปัญหาคาราคาซังมาจนถึงทุกวันนี้

“ตราบใดก็ตาม ถ้าการแข่งขันไม่เกิดขึ้น องค์กรกำกับดูแลก็ต้องสร้างกฎ กติกาให้มีการแข่งขัน สร้างกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากสัมปทานไปสู่ใบอนุญาตที่ราบรื่น แต่ในขณะนี้ยังทำไม่สำเร็จ”

ถาม : สุดท้าย อีกเรื่องที่สำคัญ คือ การรักษาวงโคจรดาวเทียมที่ถือเป็นสมบัติของประเทศไทย ซึ่งมีแนวโน้มเราอาจต้องสูญเสียไป และ กสทช.ถูกกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือ

ตอบ : ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมนั้นถือเป็นสมบัติของประเทศ เป็นเหมือนผืนแผ่นดินของเรา เราคงปล่อยให้สูญเสียไปไม่ได้ แต่เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของกระทรวงไอซีทีจะต้องหาทางเจรจามา ในส่วน ของ กสทช.นั้นกฎหมายกำหนดให้เราเป็นเพียงผู้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมเท่านั้น

ในแง่ของใบอนุญาตนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย หากเป็นเรื่องของความมั่นคง เป็นเรื่องของประเทศที่เราจำเป็นต้องรักษาไว้ หากรัฐสามารถไป เจรจาเช่าดาวเทียมที่อยู่ใกล้เคียงมาได้ กสทช.ก็พร้อมจะออกใบอนุญาตชั่วคราวเพื่อความมั่นคงให้ได้ ส่วนระยะยาวในเรื่องใบอนุญาตในเชิง พาณิชย์จะเอาอย่างไรค่อยไปว่ากัน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ กสทช.เลย

ทั้งหมดนี้ เป็นภาพสะท้อนของกิจการโทรคมนาคมไทยในภาวะสุญญากาศ ซึ่งยังไม่เห็นทางออกที่ชัดเจนว่าจะเป็น อย่างไร แต่ต้องยอมรับว่าเวลาแต่ละวินาทีผ่านไป คือการสูญเสียโอกาสและล้าหลังของประเทศไทยในสังคมโลก.

ทีมข่าวเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 27 มิถุนายน 2554, 05:00 น.

ม.หอการค้าชี้3จีแท้งทำไทยสูญโอกาสลดต้นทุนขนส่งแสนล้าน

Published มิถุนายน 15, 2011 by SoClaimon

6 พฤศจิกายน 2553, 21:04 น.
ม.หอการค้าชี้3จีแท้งทำไทยสูญโอกาสลดต้นทุนขนส่งแสนล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_124937

ภาพ Reuters

“ม.หอการค้า” ระบุ หาก3จีเกิดจะช่วยลดต้นทุนภาคขนส่งได้กว่าแสนล้าน ใน 3 ปี ทั้งกระตุ้นภาพลักษณ์การลงทุนจากต่างชาติ ด้านกทช. เผยมาเลเซียใช้ 3จี แค่2ปี ประชาชนเข้าถึงบรอดแบนด์แซงไทยแล้ว 17เท่าตัว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานสัมมนา “วิกฤต 3 จี จุดเปล่ียนธุรกิจไทยว่า  การสูญเสียโอกาสทางการแข่งขันหลังจากที่ประเทศไทยต้องชะลอการเปิดประมูลใบ อนุญาต (ไลเซ่นส์) 3 จี สิ่งจำเป็นอย่างมากเวลานี้คือรัฐบาลจะเยียวยาปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร ต่อไป และมีหนทางใดบ้างที่จะเร่งผลักดันให้บริการ 3 จีนี้เกิดขึ้นโดยเร็ว

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนที่สูญเสียไปจากการหยุดประมูล 3 จี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1-2 แสนล้านบาท แต่หากเกิดเทคโนโลยี 3 จี จะมีส่วนช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการขนส่ง (โลจิสติกส์) ที่ปัจจุบันคิดเป็นต้นทุนสูงถึง 19% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่หากมีเทคโนโลยี 3 จี จะก่อให้เกิดการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยการบริหารจัดการภาคการขนส่งได้ ดีขึ้น และลดต้นทุนด้านนี้ได้ราว 0.5-1% หรือประมาณ 1 แสนล้านบาทภายใน 2 ปี

นาย ธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า การเปิดให้บริการ 3 จี จะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นในการเข้ามาลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติของภาค อุตสาหกรรมไอซีที จากเวลานี้มีมูลค่าประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติโดยรวมต่อปีที่ 9,000-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้เพิ่มมากขึ้นด้วย

“3จี จะมีส่วนช่วยในการลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งหมายถึงว่าธุรกิจเอสเอ็มอีก็จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชน ดังนั้นความล่าช้าที่เกิดขึ้นเวลานี้ จึงสูญเสียโอกาสอย่างมากสำหรับประเทศไทย รัฐบาลจำเป็นต้องใส่ใจ จะช้าไม่ได้อีกแล้ว” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวด้วยว่า ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ยังระบุด้วยว่าไอซีที เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะมีส่วนช่วยอย่างมากต่อการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันต่อไป

ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การเปิดให้บริการ 3 จี ในมาเลเซีย ทำให้เขาเพิ่มขีดความสามารถการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) ของประชาชน ที่มากกว่าประเทศไทยอยู่แล้ว 4 เท่า เพิ่มเป็น 17 เท่าตัว ดังนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทยเวลานี้ คือ ทำอย่างไรโครงข่ายที่สำคัญจะเข้าถึงประชาชนได้

ทั้งนี้ โครงข่ายที่สำคัญประกอบด้วย การเชื่อมต่อระดับท้องถิ่น โครงข่ายหลัก และโครงข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งการผลักดันนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติของรัฐบาลเวลานี้ ไม่อาจปฏิเสธโครงข่ายทั้งหมดนี้ได้ ซึ่งบริการ 3 จี ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างการเข้าถึงบรอดแบนด์ของประชาชนได้เป็น อย่างดี สามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ 80-90% ใน 2ปี ผลการศึกษายังพบว่าหากมี3จี จะช่วยให้รัฐบาลประหยัดเงินลงทุนด้านบรอดแบนด์เหลือ 180,000-250,000 ล้านบาทเท่านั้น เทียบกับการที่ต้องทุ่มเม็ดเงินลงทุนเทคโนโลยีโทรคมนาคมความเร็วสูง (ไฟเบอร์ทูเดอะโฮม) ทั่วประเทศ ที่ต้องใช้ถึง 6-8 แสนล้านบาท นอกจากนี้ การก้าวเข้าสู่ยุค 3 จี ยังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายภาครัฐ จากการให้สัมปทานสู่ใบอนุญาต ที่สร้าง การแข่งขันที่เป็นธรรม กำไรกลับสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

“เจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ คือประชาชนต้องเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ดังนั้นหน่วยงานรัฐไม่จำเป็นต้องแสวงหารายได้ การเปลี่ยนจากระบบสัมปทานเป็นใบอนุญาต โดยที่เงินค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บกลับมาที่ประชาชน เราก็จะไม่ได้เห็นเอไอเอส จ่ายเงินปันผลแบบ 100%อีก แล้ว” พ.อ.นที กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 6 พฤศจิกายน 2553, 21:04 น.

จับตาย่างก้าวแรก​ 3 จี รัฐต้องคุมกฎแข่งขันที่เป็นธรรม

Published มิถุนายน 6, 2011 by SoClaimon

23 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
จับตาย่างก้าวแรก​ 3 จี รัฐต้องคุมกฎแข่งขันที่เป็นธรรม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173290

เปิด​แชมเปญ​ฉลอง​กัน​ไป​เรียบร้อย สำหรับศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์ กรรมการ​ผู้จัดการ​ใหญ่​และ​ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร บริษัท ​ท​รู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ​ทีม​งาน หลัง​รอ​ลุ้น​คำ​ตัดสิน จาก​ศาล​ปกครอง​มา​นาน​เกือบ​เดือน ภาย​ใต้​คดี​ที่​บริษัท​โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค ยื่น​ฟ้องบริษัท ​กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ​คณะ​กรรมการ (บอร์ด) ว่าดำเนิน การเซ็น​สัญญา​โครงการ 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ (HSPA) กับ​กลุ่ม​บริษัท​ท​รู โดย​ไม่​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย

แม้​ท​รู​จะ​ไม่ได้​ถูก​ฟ้อง​หรือ​เกี่ยวข้อง​โดย​ตรง​กับ​คดี​ความ​ดัง​ กล่าว แต่ศุภ​ชัยจะ​ได้​รับ​ผล​กระทบ​เต็มๆ หาก​ศาล​มี​คำสั่ง​คุ้มครอง​ฉุกเฉินให้ การ​ดำเนิน​การ​ต่างๆ ภาย​ใต้​สัญญา 3 จี​เอ​ช​เอส​พี​เอ​ที่​เขา​ทำ​กับ ​กสท ต้องยุติ​ลงชั่วคราว เพราะ​เขา​เป็น​ฝ่าย​ที่​ควัก​กระเป๋า​จ่าย​ค่า​ซื้อ​กิจการ​ฮัทช์ ผู้​ให้​ บริการ​มือ​ถือ​ซี​ดี​เอ็ม​เอ​ไป​แล้ว 6,300 ล้าน​บาท เพื่อ​ให้​ได้​มี​การ​ปรับเปลี่ยน ​สัญญา​เป็น​รูป​แบบ​ใหม่ พร้อม​กับ​ขยาย​อายุ​การ​ให้​บริการ​เพิ่ม​จากเดิม ​เหลือ 2 ปี​ เป็น 14 ปี แถม​สิทธิ​ใน​การ​ให้​บริการ​พร้อม​คลื่น​ความถี่

ที่​สำคัญ​หาก​ต้อง​ยุติ​การ​ให้​บริการ​ไว้​ก่อน เขา​จะ​ทำ​อย่างไร​กับ เงินกู้ รวม​เงินต้น​และ​ดอกเบี้ย​อีก 300 ล้าน​บาท เป็น 6,600 ล้านบาท ซึ่งเป็น​เงินกู้​ระยะ​สั้น​ที่​ต้อง​ใช้​คืน​เจ้าหนี้​ภายใน​สิ้น​เดือน ก.ค.​นี้

แล้ว​ยัง​แผน​เพิ่ม​ทุน​ตาม​ข้อ​เรียก​ร้อง​ของ​เจ้าหนี้ รอง​รับ​การ​กู้​เงิน​เพิ่มเติม​ก้อน​ใหญ่​อีก​มูลค่า​กว่า 49,000 ล้าน​บาท เพื่อ​รอง​รับ​การ​ลงทุน 3 จี ที่​มี​กำหนด​เวลา​ชัดเจน​แล้ว ไม่​นับ​รวม​ยอด​หนี้​ปัจจุบัน​ที่​ปรากฏ​ใน​งบ​การเงิน​ล่า​สุด​ที่ 110,000 ล้าน​บาท

การ​เปิด​แชมเปญ​ฉลอง ยัง​อาจ​นับ​ได้​ว่า​น้อย​เกินไป​กับ​ความ​โล่งใจ ​ที่​เขา​ได้​รับ เมื่อ​เทียบ​กับ​ความ​กังวล​และ​ภาระ​หนัก​อึ้ง​ที่​ต้อง​แบกรับไว้​ใน​ตลอด 3 สัปดาห์​แห่ง​การ​รอ​คอย​นี้

ถึง​กระนั้น ศุภ​ชัยก็​ย่อม​ต้อง​รู้อยู่​แก่​ใจ​ว่า เมื่อ​มอง​ไป​ข้าง​หน้า ยัง​คง​มี​ความ​เสี่ยง​เรียงราย​อยู่​มากมาย​ระหว่าง​ทาง

แม้​คำสั่ง​ศาล​จะ​ไม่​พิจารณา​เรื่อง​ที่​ดี​แทค​ร้องขอ​ให้​มี​การ​ คุ้มครอง​ฉุกเฉิน เพื่อ​ให้​ระงับ​การ​ดำเนิน​การ​ภาย​ใต้​สัญญาดังกล่าว​ไว้​ก่อน แต่​ศาล​ก็ได้​รับ​ฟ้อง​กรณี​ที่​บอร์ด ​กสท มี​มติ​ให้​ กสท ทำ​ สัญญา​กับ​ท​รู เพราะ​เป็น​คำสั่ง​ทาง​ปกครอง ที่​อาจ​มี​ผล​ทำให้ดีแทค ผู้​ฟ้อง​คดี ซึ่ง​เป็น​ผู้​ประกอบ​การ​โทรคมนาคม​เช่น​เดียวกัน ได้​รับ​ ความ​เดือดร้อน​เสียหาย​ได้ หาก​ที่สุด​พบ​ว่า​สัญญา​ไม่​ชอบ​ด้วยกฎหมาย

ใน​ระยะ​ยาวจึง​ยัง​ไม่​มี​ความ​ชัดเจน​ว่า​คดี​ความ​ดัง​กล่าว​จะ​สิ้นสุด​ อย่างไร และ​หาก​พบ​ว่า​ไม่​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย จะ​กระทบต่อ ​สัญญา​และ​ผู้​ใช้​บริการ​หรือ​ไม่
นับ​ตั้งแต่ศาล​ปกครอง​มี​คำสั่ง​ให้​ระงับ​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​ บน​คลื่น​ความถี่ 2.1 กิก​กะ​เ​ฮิ​รตซ์ (GHz) ออก​ไป​ก่อน ตามคำร้องขอขอ​ง ก​สท ที่​เห็น​ว่า​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.) ไม่​มี​อำนาจ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี ใน​เดือน ก.ย.2553

การ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​บน​คลื่น​ความถี่​เดิม จึง​กลับ​มา​เป็น​ทาง​เลือก​สำหรับ​ผู้​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ใน​ประเทศไทย​ อีก​ครั้ง โดยเฉพาะ​เมื่อ​มี​ความชัดเจน​ ว่า ลูกค้า​ชาว​ไทย​พร้อม​แล้ว​ต่อ​เทคโนโลยี​ใหม่ๆ พิสูจน์​ได้​จากยอด​ขา​ย สมาร์ท​โฟน รวม​ทั้ง​ราย​ได้​จาก​บริการ​อินเตอร์เน็ต​บน​มือ​ถือ ที่​เติบโต​ก้าว กระโดด​ด้วย​ตัวเลข 2 หลัก
2 เดือน​จาก​นั้น ข่าวคราว​เรื่อง​การ​เข้า​ซื้อ​กิจการ​มือ​ถือ​ซี​ดี​เอ็ม​เอจาก​ บริษัท​ฮัทชิ​สัน ของ​กลุ่ม​บริษัท​ท​รู ก็​เริ่ม​เล็ด​ลอด​ออก​มา และ​เป็น​จริง​ใน​ที่สุด เมื่อ​ท​รู​แจ้ง​ต่อ​ตลาดหลักทรัพย์​แห่ง​ประเทศไทย ว่า​เข้า​ซื้อ​กิจการ​ฮัทช์ ณ สิ้นสุด ​วัน​ทำ​การ​ปี 2553 ด้วย​มูลค่า 6,300 ล้าน​บาท

ไม่​ถึง 1 เดือน​ถัด​มา เมื่อ​วัน​ที่ 27 ม.ค.2554 ท​รู​ก็​เซ็น​สัญญา​กับ ​กสท รวม 6 ฉบับ ยกเลิก​สัญญา​ซี​ดี​เอ็ม​เอ​เดิม และ​ทำ​สัญญา​รูป​แบบใหม่ ที่​เรียก​ว่า​สัญญา​ค้า​ปลีก-ค้า​ส่ง (Wholesale-Reseller) โดย​ท​รู​จะ​รับ​ขายส่ง​บริการ 3 จี​ พร้อม​คลื่น​จาก​ กสท ขณะ​ที่​ท​รู​จะ​ลงทุน​ติดตั้ง​เทคโนโลยี 3 จี​ บน​เสา​สัญญาณ​ที่​ทั้ง 2 ฝ่าย​ เป็น​เจ้าของ​คละ​กัน และ​ให้​ กสท เช่า

ความ​ซับซ้อน​ของ​สัญญา​รูป​แบบ​ใหม่​ที่​ยัง​ไม่​เคย​มี​ใคร​ทำ​มา​ก่อน ทำให้​ความ​ร่วมมือ​ระหว่าง​ท​รู​กับ ​กสท ใน​ครั้ง​นี้​ถูก​ตรวจสอบ​จากหน่วย​งาน ​หลากหลาย ทั้ง​จาก​สำนักงาน​ตรวจ​เงิน​แผ่นดิน คณะ​กรรมการ​ป้องกัน​การ​ทุจริต​แห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กสทช.)

โดยเฉพาะ​การ​ถูก​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​ว่า​ขัด​ต่อ ​พ.ร.บ.​ว่า​ด้วย​การ​ให้​เอกชน​เข้า​ร่วม​การ​งาน​หรือ​ดำเนิน​การ​ใน​ กิจการ​ของรัฐ พ.ศ.2535 (พ.ร.บ.​ร่วม​ทุน) และ​ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​วิทยุ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.​กสทช.) หรือ​ไม่

ขณะ​ที่​การ​ตรวจสอบ​กำลัง​ดำเนิน​ต่อ​เนื่อง ทั้ง​ กสท และ​ท​รู ก็​ยัง​คง​เดิน​หน้า​รุก​ธุรกิจ 3 จี​ ต่อ​ไป โดย​ท​รู​ประกาศ​แบรนด์ 3 จี​ ที่​จะ​ให้​บริการ ​ภาย​ใต้​สัญญา​ กสท-ท​รู ใหม่ ใช้​ชื่อว่า​ท​รู​มูฟ เอ​ช  (Truemove H) ควบคู่​ไป​กับ​การ​ทยอย​สั่ง​ซื้อ​อุปกรณ์​เพื่อ​ติดตั้ง​โครง​ข่าย 3 จี ซึ่ง​ตาม​ที่​กำหนด​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ​ใน​ไตรมาส 3 โดย​ต้อง​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ ให้​แล้ว​เสร็จ​ปี​แรก​รวม 2,500 สถานี

แต่​ระหว่าง​ที่​ทั้ง​ท​รู​และ​ กสท กำลัง​ขะมักเขม้น​ใน​การ​ปฏิบัติ​ภารกิจ ​เพื่อ​ให้​เป็น​ไป​ตาม​สัญญา​ดัง​กล่าว จอน เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์ ประธานเจ้า หน้าที่​บริหาร​ของ​ดี​แทค ใน​ฐานะ​ผู้​ประกอบ​การ​ใต้​สัมปทาน​ขอ​ง ก​สท อีก​ราย ก็ได้​ตัดสินใจ​ยื่น​ฟ้อง​ต่อ​ศาล​ปกครอง เมื่อ​วัน​ที่ 28 เม.ย.

จน​ที่สุด​เมื่อ​วัน​ที่ 19 พ.ค.​ที่​ผ่าน​มา ศาล​ปกครอง​จึง​ก็ได้​มี​คำสั่ง​ตัดสิน ตาม​ที่​เขียน​ไว้​ข้าง​ต้น

แม้​ว่า​คำ​ตัดสิน​ของ​ศาล​ปกครอง จะ​ทำให้ กสท และ​ท​รู สามารถ​เดิน​หน้า​ขยาย​การ​ลงทุน​เพื่อ​ให้​บริการ 3 จี บน​คลื่น​ความถี่​เดิม ที่​เรียก​ว่า 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ ต่อ​ไป​ได้

แต่​รัฐบาล​โดย​กระทรวง​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) รวม​ทั้ง ​กสทช.​ใน​ฐานะ​ผู้​กำกับ​ดูแล​กิจการ​โทรคมนาคม​ของ​ประเทศ จะ​ต้อง​ดูแล​ให้​กิจการ​ของ​บรรดา​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ของ​ ประเทศ ซึ่ง​มี​ผู้​เกี่ยวข้อง​กับ​การ​ใช้​บริการ​อยู่​เป็น​จำนวน​มาก​ถึง​เกือบ 80 ล้าน​เลข ​หมาย สามารถ​ดำเนิน​การ​ไป​ได้​อย่าง​คล่องตัว ภาย​ใต้​การ​แข่ง​ขัน​ที่​เป็น​ธรรม บน​พื้นฐาน​และ​กฎ​เก​ณท์​เดียวกัน โดย​ยึดถือ​ผล​ประโยชน์​ของ​ประเทศ และ​ประชาชน​เป็น​สำคัญ

เป็น​ความ​จริง​ที่​ผู้​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ภาย​ใต้​เครือ​ข่าย​ของท​รู และ​ กสท จำนวน​กว่า 18 ล้าน​เลข​หมาย​จะ​ได้​รับ​ประโยชน์ และ​โอกาส​จาก​การ​ได้​เข้าถึง​ข้อมูล​ข่าวสาร​ที่​รวดเร็ว​กว่า​ใน​ระบบ 3 จี เอ​ช​เอส​พี​เอ ก่อน​ใคร

แต่​นั่น​ใช่​ความ​ยุติธรรม​หรือ​ไม่ หาก​ลูกค้า​ผู้​ใช้​บริการ​ใน​เครือ​ข่าย​ของ​ดี​แทค จำนวน 22.3 ล้าน​เลข​หมาย และ​ของ​บริษัทแ​อด​วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอ​ไอ​เอส ซึ่ง​มี​อยู่ 32 ล้าน​เลข​หมาย จะ​ไม่ได้​รับ​โอกาส​เช่น​เดียวกัน​นี้​ด้วย…บรรดา​ผู้​ให้​บริการ​และ​ ผู้​ใช้​บริการ​เหล่า​นี้​ผิด​ตรง​ไหน​ที่​จะ​ไม่ได้​รับ​การบริการ​ภาย​ใต้ ​มาตรฐาน​เดียวกัน แม้​จะ​อยู่​ใน​ประเทศไทย​ด้วย​กัน

แม้​ที่​ผ่าน​มา คณะ​รัฐมนตรีของรัฐบาล​นายกฯ​อภิสิทธิ์ เวช​ชาชีวะ จะ​เห็น​ชอบ​ให้บริษัทที​โอ​ที จำกัด(มหาชน) ใน​ฐานะ​รัฐวิสาหกิจ​อีก​แห่ง ของกระทรวง​ไอ​ซี​ที สามารถ​ลงทุน​ขยาย​โครง​ข่าย​การ​ให้​บริการ​มือ​ถือ​ใน​ระบบ 3 จี มูลค่า​กว่า 15,000 ล้าน​บาท เพื่อ​ที่​บรรดา​เอกชน​ผู้​ให้บริการ ​เดิม​ทั้งดี​แทคและเอ​ไอ​เอส จะ​สามารถ​เช่า​ใช้​โครง​ข่าย 3 จี​ของที​โอ​ที ใน​รูป​แบบ​ของ​เอ็ม​วี​เอ็น​โอ​ได้ ก็ตาม

แต่​ใน​ข้อเท็จจริง รูป​แบบ​ของ​การ​เปิด​ให้​ผู้​ให้​บริการ​ที่​ไม่​มี​โครงข่าย ​เป็น​ของ​ตน​เอง เช่า​ใช้​โครง​ข่าย 3 จี​ของ​ที​โอ​ที รวม​ทั้ง​ขอ​ง ก​สท ได้นั้น ไม่​มี​สิ่ง​บ่ง​ชี้ หรือ​ยืนยัน​ได้​ว่าโครง​ข่าย​จะ​มี​ประสิทธิภาพ และ​คุณภาพ​มาตรฐาน​ทัดเทียม​กับ​บริการ​ที่​เอกชน​ให้​แก่​ลูกค้า​ของ​พวก​ เขา

ที่​สำคัญ ขณะ​ที่​ประชาชน​คน​ไทย​กำลัง​รอ​คอย​การ​กำเนิดของ ​คณะ​กรรมการ ก​สทช. ซึ่ง​จะ​นำ​ไป​สู่​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี รากฐาน​แห่ง​การ​นำ​มา​ซึ่ง​โอกาส​ใน​การ​เข้าถึง​ข้อมูล​ข่าวสาร​ที่แท้​ จริง แต่​จนถึง​ขณะ​นี้ คณะ​กรรมการ​ที่​ได้​รับ​การ​คัด​สรร ก็​ยัง​มี​ปัญหา​เรื่อง​การ​ขาด​คุณ​สมบัติที่​ทำให้​วุฒิสภา​ไม่​สามารถ​ ให้​ความ​เห็น​ชอบ​ได้

3 จี​จะ​ถือ​กำเนิด​ได้​จริง​ภาย​ใต้​การ​แข่ง​ขัน​ที่​เป็น​ธรรม และ​ประชาชน​จะ​ได้​ประโยชน์​อย่าง​จริงจัง​หรือ​ไม่ จึง​ขึ้น​อยู่​กับ​รัฐบาล โดยเฉพาะ​นายกรัฐมนตรี จะ​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​เรื่อง​นี้​แท้จริง​เพียง​ใด​เท่านั้น.


ทุก​ค่าย​พร้อม​ผงาดแล้ว

ทันที​ที่​ศาล​ปกครองชี้ขาด​ไม่คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ตาม​ที่​ดี​แทค​ฟ้อง กสท ล้ม ​สัญญา​โครงการ 3 จี​ของ​กลุ่ม​ท​รู นั่นเท่า กับ​ว่า​นับ​แต่​นี้​กลุ่ม​ท​รู​จะเดินหน้าให้ บริการ 3 จี อย่างเต็มที่ ​กลาย​เป็น​เสือ​ติดปีกไปในที่สุด​

อย่างไรก็ดี มี​หรือ​ที่​คู่แข่ง​อีก 2 ค่าย​คือ​เอ​ไอ​เอส​และ​คู่กรณี​อย่าง​ดี​แทค​จะ​ปล่อย​ให้​ท​รู​ได้​ทำ​มา​ หากินแต่​ค่ายเดียว ดังนั้นทั้ง 2 ค่ายที่เหลือจึง​ได้​พยายาม​ใน​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​เดินหน้า​ธุรกิจ​เช่น​ กัน

ต่อ​ไป​นี้​คือ ความ​มุ่ง​มั่น​ใน​การ​ให้​บริการ 3 จี​ ของ​ค่าย​มือ​ถือ​ทั้ง 3 ราย รวม​ ทั้งที​โอ​ที​ และ กสท ในฐานะ​รัฐวิสาหกิจ

ภาย​ใต้​การ​กำกับ​ดูแล​เข้ม​ชนิด​ไม่​กะพริบ​ตา​ของ กทช.

วิเชียร เมฆ​ตระการ
ซี​อี​โอเอ​ไอ​เอส

ใน​อีก 1-2 เดือน​ข้าง​หน้า เอ​ไอ​เอส​จะ​สามารถ​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน​เพื่อ​ให้​บริการ 3 จี​ได้​เสร็จ​สิ้น 1,884 สถานี เน้น​ครอบคลุม​กรุงเทพฯ และ​อีก 9 จังหวัด หลังจาก​นั้น​คง​จะ​สามารถ​ทยอย​ให้​บริการ​เชิง​พาณิชย์​ได้​ราว​ไตรมาสที่ 3

การ​ให้​บริการ 3 จี​ของ​เรา ณ ขณะ​นี้ ทำ​บน​คลื่น​ความถี่ 900 MHz เดิม​ของ​เอ​ไอ​เอส หลัง​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​บน​คลื่น 2.1 GHz ถูก​ศาล​สั่ง​ระงับ​ไป แม้​คลื่น​ที่​ให้​บริการ​จะ​มี​จำกัด เนื่องจาก​ฐาน​ลูกค้า​ปัจจุบัน​ที่​แน่นหนา​กว่า 32 ล้าน​เลข​หมาย แต่​ถ้า​เป็น​เรื่อง​คุณภาพ เรา​ไม่​เคย​ประนีประนอม​อยู่​แล้ว นั่น​เป็น​เหตุผล​ที่​เรา​ต้อง​หัน​ไป​หา​พันธมิตร ทั้ง​ให้​บริการ WiFi กับ​กลุ่ม​จัส​มิ​น หรือ​ใช้​เครือ​ข่าย​ร่วม (โรม​มิ่ง) กับ​บริษัท​ลูก​อย่าง​ดี​พี​ซี บน​คลื่น 1800 MHz รวม​ทั้ง​จับ​มือ​กับ​พันธมิตร​อย่าง​ที​โอ​ที ซึ่ง​เขา​กำลัง​ติดตั้ง 3 จี​อยู่​เช่น​กัน โดย​ใน​ส่วน​ของ​ที​โอ​ที​นั้น เรา​มอง​โอกาส​ใน​การ​โรม​มิ่ง รวม​ทั้ง​เข้าไป​เป็น​เอ็ม​วี​เอ็น​โอ (ผู้​ให้​บริการ​ที่​ไม่​มี​โครง​ข่าย) ของ​ที​โอ​ที​ด้วย

ใน​เมื่อ​ ขณะ​นี้ ดูเหมือน​ว่า กสท และ​ท​รู จะ​สามารถ​เดิน​หน้า​สัญญา​ให้​บริการ 3 จี​ระหว่าง​กัน​ได้ และ​ภาย​ใต้​กฎหมาย กสท ต้อง​ยอม​ให้ผู้​ ให้​บริการ​ราย​อื่น​ใช้​โครง​ข่าย​ด้วย​เช่น​กัน เอ​ไอเอส​ ก็​จะ​เข้าไป​ขอ​ใช้​ด้วย เพื่อ​บริการ​ที่​ดี​แก่​ลูกค้า ขณะ​เดียวกัน เรา​ใน​ฐานะ​คู่แข่ง ก็​ย่อม​ต้อง​อยาก​เดิน​ตามอย่าง​ท​รู อยาก​ได้​เงื่อนไข​เหมือน​อย่าง​ที่​ท​รู​ทำได้ อย่าง​การ​ยืด​อายุ​สัญญา​ออก​ไป แต่​จะ​ทำให้​ดี​กว่า ถูกต้อง​กว่า เพราะ​เห็น​แล้ว​ว่า​สัญญา​ของ กสท และ​ท​รู ยัง​มี​ความ​เสี่ยง​อยู่

ขณะ ​นี้​การ​แข่ง​ขัน​กำลัง​เริ่ม​ต้น  ใน​ฐานะ​ผู้​นำ ก็​คง​ต้อง​บอก​ว่า​อย่า​มอง​แค่​ช็อต​เดียว อย่า​ ชี้ขาด​แค่​เหตุการณ์​เดียว ตอน​นี้​เรา​มอง​ไป​ถึง​การ​เข้าไป​โรม​มิ่ง​กับ​เครือ​ข่าย​ดี​แทค​ด้วย​ ซ้ำ ถ้า​เบอร์ 1 กับ​เบอร์ 2 โรม​มิ่ง​กัน ก็​คง​จะ​สร้าง​ความ​แข็งแกร่ง​ได้​มาก เรา​ก็​ขอ​เปิด​ข้อ​เสนอ​นี้​ไว้​กับ​ดี​แทค​เลย​แล้วกัน.

จอน เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์
ซี​อี​โอ​ดี​แทค

จนถึง​ขณะ​นี้ ดี​แทค​ได้​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ไป​แล้ว​ประมาณ 400 สถานี มี​เป้าหมาย​ที่​จะ​ติดตั้ง​ให้​ครบ 1,220 สถานี​ บน​คลื่น​ความถี่​เดิม 850 MHz ครอบคลุม​กรุงเทพ​ฯ และ 20 หัวเมือง​ใหญ่  เพื่อ​จะ​ให้​ทัน​เปิด​บริการ​ใน​ช่วง​ไตรมาส​ที่ 3 ปี​นี้​ให้​ได้ แม้​ขณะ​นี้ ดี​แทค​ยัง​ประสบ​ปัญหา​ไม่​สามารถ​ขอ​อนุมัติ​การ​ให้​บริการ 3 จี​เชิง​พาณิชย์​จาก​คณะ​กรรมการ กสท ได้ แต่​ยัง​คง​มี​เวลา​อีก​ร่วม 2 เดือน ที่​จะ​สะสาง​ปัญหา​ให้​สำเร็จ​ลุล่วง

เรา​กำลัง​พยายาม​ ปกป้อง​การ​ลงทุน​ของ​เรา เพื่อ​ให้​ตาม​คู่แข่ง​ได้​ทัน ทั้ง​ลูกค้า​และ​คู่​ค้า​จะ​ได้​ไม่​ต้อง​ถาม​อีก​ว่า​ดี​แทค​จะ​เดิน​หน้า 3 จี​เมื่อ​ไร แต่​แน่นอน ผม​จะ​ไม่​นำ​บริษัท​เข้าไป​สู่​จุด​ที่​เสี่ยง เรา​ต้องการ​ทำ​ทุก​อย่าง​ให้​ถูกต้อง

วัน​จันทร์​นี้ (23 พ.ค.) ผม​มี​นัด​กับ​ซี​อี​โอ กสท เพื่อ​ที่​จะ​ติดตาม​ใน​เรื่อง​นี้ เขา​ส่ง​ข้อความ​มา​บอก​ว่า​รอ​คอย​ที่​จะ​ได้​พูด​คุย​กับ​เรา ก็​เชื่อ​ว่า​ทิศทาง​จะ​เป็น​ไป​ด้วย​ดี เรา​กับ กสท คุย​ธุรกิจ​กัน​อย่าง​มืออาชีพ แม้​ว่า​จะ​มี​คดี​ความ​ฟ้องร้อง​กัน ผม​ว่า​เรา​ต้อง​แยกแยะ เรื่อง​การ​ฟ้องร้อง​และ​การ​ขอ​ทำ 3 จี​ เชิง​พาณิชย์​เป็น​คน​ละ​เรื่อง​กัน

ผม​เห็น​ด้วย​อย่าง​ยิ่ง​ที่​ คุณ​ศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์ (ซี​อี​โอ​ของ​ท​รู) บอก​ว่า ดีใจ​ที่​ใน​ที่สุด​คน​ไทย​ก็ได้​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เสียที หลังจาก​ที่​ศาล​ปกครอง​ไม่​พิจารณา​คำร้อง​ที่​เรา​ขอ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ไป แต่​คน​ไทย​ใน​ที่​นี้​ควร​จะ​รวม​ลูกค้า​ของ​ดี​แทค​กว่า 22.3 ล้าน​ราย หรือ 1 ใน 3 ของ​ผู้​ใช้​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ทั่ว​ประเทศ​ด้วย พวก​เขา​ก็​ควร​จะ​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เหมือน​กัน​และ​เท่าเทียม​กัน จึง​ไม่​น่า​มี​เหตุผล​ใด​ที่​จะ​หยุด​ยั้ง​ดี​แทค​อีก​ต่อ​ไป

อย่างไร ก็ตาม สำหรับ​ดี​แทค​แล้ว การ​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​บน​คลื่น​ความถี่ 2.1 GHz ซึ่ง​เป็น​จุด​เริ่ม​ต้น​ของ​การ​ออก​ใบ​อนุญาต เป็น​ทาง​ที่​เหมาะสม​ใน​การ​แก้​ปัญหา​การ​หยุด​ชะงัก​ที่​อุตสาหกรรม​ โทรคมนาคม​กำลัง​ประสบ​อยู่ ทำให้​ผู้​ประกอบ​การ​ทุก​ราย​สามารถ​แข่ง​ขัน​ภาย​ใต้​กฎเกณฑ์​และ​ข้อ​ กำหนด​เดียวกัน รัฐบาล​จึง​ควร​เร่ง​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​โดย​เร็ว เรื่อง​นี้​ถือ​เป็น​จุดยืน​ของ​ดี​แทค​มา​โดย​ตลอด ดี​แทค​ไม่​เคย​ฉุด​รั้ง​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี อย่าง​ที่​มี​ใคร​บาง​คน​พยายาม​กล่าวหา เรา​เตรียม​เงิน​สำหรับ​การ​ประมูล​ครั้ง​ที่​แล้ว ที่​ราคา​เริ่ม​ต้น 12,800 ล้าน​บาท ​และ​บอร์ด​ยัง​อนุมัติ​เงิน​ลงทุน​ติดตั้ง​โครง​ข่าย​เพิ่มเติม​อีก 30,000 ล้าน​บาท นี่​น่า​จะ​เป็น​ข้อ​พิสูจน์​ว่า​เรา​พร้อม​จริง.

ศุภ​ชัย เจียร​วน​นท์
ซี​อี​โอ​ท​รู


ภาย​ใต้​สัญญา 3 จี​ระหว่าง ​กสท และ​ท​รู เรา​ต้อง​ติดตั้ง​สถานี​ฐาน 3 จี​ให้​ได้ 2,000 สถานี​ภายใน​ปี​นี้ เมื่อ​รวม​กับ​สถานี​ฐาน 3 จี​ของ​ท​รู​มูฟ บน​คลื่น 850 MHz อีก​กว่า 700 สถานี ใน​ปี​นี้​เรา​จะ​มี​เครือ​ข่าย 3 จี​ครอบคลุม​กว่า 2,700 สถานี ขณะ​นี้​ต้อง​เรียก​ว่า​เดิน​หน้า​เต็ม​กำลัง เพราะ​ตาม​กำหนด​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ​ภายใน​ไตรมาส​ที่ 3 ของ​ปี​นี้

เรา ​มี​เวลา 3 ปี ตาม​ที่​สัญญา​กำหนด ต้อง​ลงทุน ​เครือ​ข่าย 3 จี​ให้​ครอบคลุม 4,500 สถานี​ฐาน ซึ่ง​วงเงิน​ลงทุน​จะ​อยู่​ที่ 9,000 ล้าน​บาท

วัน​ที่​ศาล​มี​คำ​ตัดสิน ผม​รู้สึก​ดีใจ​มาก​ที่​คน​ไทย​จะ​ได้​มี 3 จี​ใช้​เสียที ก็​ต้อง​เรียก​ว่า​โล่ง​อก แต่​โล่ง​อก​ได้​แค่ 1 วัน เพราะ​ขณะ​เดียวกัน ก็​คง​ถึง​เวลา​ที่​เรา​ต้อง​เดิน​หน้า​เข้า​สู่​การ​แข่ง​ขัน​อีก​ครั้ง เรา​แค่​ผ่าน​ด่าน​แรก​มา เชื่อ​ว่า​ยัง​มี​อีก​หลาย​ด่าน​รอ​อยู่​ข้าง​หน้า

ต้อง​ยอม​รับ​ว่า ​ก่อน​หน้า​นี้ ธุรกิจ​ไม่ได้​อยู่​ใน​โหมด​การ​แข่ง​ขัน​มา​พัก​หนึ่ง​แล้ว ผม​ดีใจ​ที่​เรา​จะ​ได้​กลับ​มา​สู่​โหมด​แข่ง​ขัน​สัก​ที ก็​หวัง​ว่า​จะ​ไม่​มี​ใคร​มา​ฉุด​รั้ง​อีก

ด้วย​ศักยภาพ​ของ​เอ​ไอ​ เอส​และ​ดี​แทค ถ้า​ตั้งใจ​ทำ 3 จี​ตั้งแต่​บัดนี้ พวก​เขา​จะ​ไม่​เสียเปรียบ​เลย ทั้ง​ด้วย​ปริมาณ​คลื่น เงิน​ทุน อายุ​สัญญา​ที่​เหลือ และ​ส่วน​ต่าง​กำไร (Margin) ที่​สูง​เกือบ 50% ของ​ราย​ได้

ใน​ส่วน​ของ​ดี​แทค​นั้น เชื่อ​ว่าที่​สุด​จะ​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​บริการ​เชิง​พาณิชย์​ได้ เพราะ​การ​ที่​ท​รู​สามารถ​เดิน​หน้า​สัญญา 3 จี​ได้​นั้น จะ​ช่วย​ผลัก​ดันดี​แทค​ให้​ขยับ​ได้​เช่น​กัน ทุก​ฝ่าย​ควร​มี​สิทธิ​ให้​บริการ

ผม​ไม่​ยอม​รับ​ว่า​เรา​ได้​ เปรียบ​จาก​สัญญา​นี้ ไม่​ว่า​จะ​ใน​ระยะ​สั้น ระยะ​กลาง หรือ​ระยะ​ยาว เรา​เพียง​มี​โอกาส​แข่ง​ขัน เสียเปรียบ​น้อย​ลง ขยับ​ขึ้น​มา​ทัดเทียม​ได้​บ้าง แต่​ไม่​ใช่​ได้​เปรียบ​แน่นอน   ถ้า​จะ​ได้​เปรียบ   ยอม​รับ​อย่าง​เดียว​ ว่า​อาจ​ได้​เปรียบ​เรื่อง​ที่​เรา​เป็น Convergence Play มี​ธุรกิจ​ใน​กลุ่ม​ครอบคลุม มี Content ใน​มือ​หลากหลาย เรา​ทำ Content มา​โดย​ตลอด

สัญญา 3 จี​ระหว่าง กสท และ​ท​รู ไม่​ใช่​สัญญา​ใน​ลักษณะ​เบ็ดเสร็จ มัน​เป็น​สัญญา​ค้า​ส่ง-ค้า​ปลีก​ที่​มี​ข้อ​จำกัด​ของ​มัน ไม่​เหมือน​สัญญา​สัมปทาน​ที่​เป็น​อยู่ ที่​สำคัญ กสท และ​ท​รู​ต้อง​แบ่ง​ราย​ได้กัน

ส่วน​หาก​ใน​อนาคต​ข้าง​หน้า การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี คลื่น​ความถี่ 2.1 GHz เดิน​หน้า​ต่อ​ไป​ได้ ทาง​ท​รู​ก็​จะ​เข้า​ร่วม​ประมูล​อย่าง​แน่นอน เพราะ​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ยุค​นี้ แพ้​ชนะ​แข่ง​กัน​ที่​ปริมาณ​คลื่น

จาก ​นี้ ทุก​คน​น่า​จะ​เดิน​หน้า​ทำ​ธุรกิจ​เหมือนกับ​ที่​เคย​เป็น​มา ทั้ง​เอ​ไอ​เอส​และ​ดี​แทค​ก็​คง​คิด​เหมือน​กัน เมื่อ​ท​รู​สามารถ​ขยับ​ขึ้น​มา​มี​โอกาส​แข่ง​ขัน ก็​คง​สู้​กัน​สุด​ตัว การ​แข่ง​ขัน​จะ​นำ​ไป​สู่​ประโยชน์​ต่อ​ผู้​บริโภค และ​ประเทศชาติ.


ธุรกิจ​สื่อสาร​แข่ง​เดือด

อานนท์ ทับ​เที่ยง
ซี​อี​โอ ที​โอ​ที

ที​โอ​ทีได้​จุด​ประกาย​ให้​บริการ 3 จี มา​ตั้งแต่​ปลาย​ปี 2552 ถือ​เป็น​ผู้​ให้​บริการ 3 จี เป็น​ราย​แรก​ของ​ประเทศ บน​คลื่น​ความถี่ 1900-2000 เม​กะ​เ​ฮิรตซ์ (MHz) มี​ผู้​ใช้​บริการ 200,000-300,000 ราย และ​หลังจาก​ศาล​ปกครอง​มี​คำสั่งให้​ กสท เดิน​หน้า​บริการ 3 จี บน​คลื่น​ความถี่​เดิม​ย่าน 850 MHz ได้ ก็​ถือ​เป็น​การ​ส่ง​สัญญาณ​ที่​ดี และ​ทำให้​ขีด​ความ​สามารถ​ทางการ​แข่ง​ขัน​ของ​ประเทศไทย​ดี​ขึ้น

ขณะ​ที่​ค่าย​มือ​ถือ​ราย​อื่นๆ ก็​ต้องหา​ช่อง​ทาง​ที่​จะ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี เช่น​เดียวกัน อัน​จะ​เป็น​ผล​ทำให้​การ​แข่ง​ขัน​การ​ให้​บริการ 3 จี คึกคัก​มาก​ยิ่ง​ขึ้น เพราะ​ทุก​ค่าย​มือ​ถือต่าง​ต้องหา​ช่อง​ทาง​รักษา​ฐาน​ลูกค้า​ของ​ตัว​เอง​ ไว้

“ผม​เชื่อ​ว่า​เมื่อ​กระบวนการ​สรรหา​คณะ​กรรมการ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กสทช.) เสร็จ​สิ้น จะ​มี​การ​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี ใบ​อนุญาต​ใช้​คลื่น​ความถี่​ย่าน 2.1 กิ​กะ​เฮิรตซ์ (GHz) และ​นำ​ไป​สู่​การ​ให้​บริการ 3 จี​อย่าง​เต็ม​รูป​แบบ อย่าง​ช้า​ภายใน​ปี 2555 จะ​ทำให้​การ​แข่ง​ขัน​การ​ให้​บริการ 3 จี ดุเดือด​รุนแรง​ขึ้น แต่​ผู้​บริโภค​จะ​ได้​ประโยชน์​เต็มที่”

ใน​ส่วน​การ​ให้​บริการ 3 จี​ที​โอ​ที​นั้น ที​โอ​ทีได้​เตรียม​เม็ด​เงิน​ไว้​ลงทุน​กว่า 15,999 ล้าน​บาท เพื่อ​ติดตั้ง​อุปกรณ์​โครง​ข่าย​สถานี​ฐาน 5,320 แห่ง และ​จะ​ทยอย​เปิด​ให้​บริการ​ตั้งแต่​เดือน มิ.ย.​นี้​เป็นต้น​ไป ซึ่ง​จะ​ไป​ช่วย​เสริม​การ​ให้​บริการ 3 จี​ของ​ที​โอ​ที ที่​มี​อยู่​เดิม 550 สถานี​ฐาน

ภายใน​ปี 2555 ที​โอ​ทีจะ​มี​บริการ 3 จี ครอบคลุม​พื้นที่​เกือบ​ทั่ว​ประเทศ ซึ่ง​จะ​ทำให้​การบริการ 3 จี​ที​โอ​ที มี​ประสิทธิภาพ​มาก​ยิ่ง​ขึ้นกว่า​เดิม โดย​ตั้งเป้าหมาย​ว่า​ปี​นี้​จะ​มี​ลูกค้า 1 ล้าน​ราย มี​ราย​ได้ 1,700 ล้าน​บาท และ​ปี​ถัดๆไปก็​จะ​มี​ราย​ได้​จาก 3 จี เพิ่ม​ขึ้น​เท่าตัว ซึ่ง​คาด​หวัง​ว่า​จะ​มา​ทดแทน​ราย​ได้​จาก​สัมปทาน​ที่​ต้อง​นำ​ส่ง​รัฐ​ ทั้งหมด​ใน​ปี 2557 และ​ทำให้​ฐานะ​การเงิน​ที​โอ​ทีแข็งแกร่ง​ขึ้น โดย​ไม่​พึ่ง​ราย​ได้​สัมปทาน​อีก​ต่อ​ไป

สำหรับ​แผนการ​ตลาด​ที่​จะ​รอง​รับ​การ​ให้​บริการ 3 จี​นั้น ที​โอ​ทีได้​จ้าง​บริษัท​ที่​ปรึกษา​ศึกษา​รูป​แบบ​การ​ทำ​ตลาด ทั้ง​การ​ให้​ผู้​ให้​บริการ​โทร– ศัพท์​มือ​ถือ​ที่​ไม่​มี​โครง​ข่าย (Mobile Virtual Network Operator : MVNO) และ​การ​ให้​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ปัจจุบัน​เช่า​ใช้​โครง​ข่าย ซึ่ง​คาด​ว่า​ภายใน​เดือน ​มิ.ย.​นี้​จะ​ได้​ข้อ​สรุป​ที่​ชัดเจน ขณะ​เดียวกัน ที​โอ​ที ก็​จะ​เปิด​โฉม​ใหม่ “ที​โอ​ที 3 จี” อย่าง​เต็ม​รูป​แบบ​ด้วย​เช่น​กัน.

สุ​ธรรม อยู่​ใน​ธรรม
กรรมการ กทช.

จาก​นี้​ไป​โครงสร้าง​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม​จะ​บิดเบือน​ไป​และ ​เลว​ร้าย​กว่า​เดิม เพราะ​ผู้​ประกอบ​การ​โทรศัพท์​มือ​ถือมี​สินค้า​และ​บริการ​ที่​ไม่​เหมือน ​กัน ไม่​เท่าเทียม​กัน ต่าง​จาก​ช่วง​ที่​ผ่าน​มา​ที่​มี​สินค้า​และ​บริการ​เหมือน​กัน ทำให้​เกิด​การ​แข่ง​ขัน ผู้​บริโภค​ได้​รับ​ประโยชน์​สูง​สุด

แต่​การ​ที่​ กสท ทำ​สัญญา​การ​ทำ​ธุรกิจ​โทรศัพท์​มือ​ถือ 3 จี รูป​แบบ​ใหม่ กับ​กลุ่ม​ท​รู​นั้น ลักษณะ​เหมือนกับ​การ​นำ​สัมปทาน 3 จี ออก​มา​ขาย​ให้​ค่าย​มือ​ถือ​ราย​หนึ่ง ส่ง​ผล​ให้​มี​สินค้า​และ​บริการ​ที่​ไม่​เท่าเทียม​กัน

ฉะนั้น​ เมื่อ​ราย​หนึ่ง​ทำได้ ราย​ที่​เหลือ​คือ ​ดี​แทค​และ​เอ​ไอ​เอส ก็​ต้อง​ทำ​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​ให้​ได้​เปิด​บริการ 3 จี​เช่น​เดียวกัน ซึ่ง​อาจ​ทำ​สัญญา​ลักษณะ​เดียวกัน​ก็​เป็นได้ ยิ่ง​จะ​ส่ง​ผล​ให้การ​แข่ง​ขัน​บิดเบือน อีก​ทั้ง​จะ​ไม่​มี​ผู้​ประกอบ​การ​ราย​ใหม่​เกิด​ขึ้น ทำให้​ประเทศชาติ​เสีย​โอกาส​และ​ประชาชน​ก็​จะ​ไม่ได้​รับ​ประโยชน์​สูง​ สุด

“ผม​เชื่อ​ว่า​จาก​นี้​ไป​จะ​เกิด​ความ​วุ่นวายไป​จนกว่า​จะ​มี​การ​เปิด​ ประมูล​ใบ​อนุญาต​และ​คลื่น​ความถี่ 3 จี และ​มี​ผู้​ประกอบ​การ​ราย​ใหม่ๆเข้า​มา​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม”

ทั้งนี้​ สัญญา ​กสท-ท​รู ยัง​ไม่​เป็น​ข้อ​ยุติ เพราะ​ยัง​อยู่​ในกระบวนการ​พิจารณา​ของ​ศาล​ปกครอง ขณะ​ที่​ กสทช.ก็​กำลัง​ตรวจสอบ​รายละเอียด​ของ​การทำ​สัญญา​ทั้งหมด​ว่า​ปฏิบัติ​ตาม ​ประกาศ ​กทช.​และ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ​กิจการ​โทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.​กสทช.) หรือ​ไม่

“กทช.​ทำ​หน้าที่​ผู้​คุม​กฎ ต้อง​ตัดสิน​บน​พื้นฐาน​ข้อเท็จจริง​และ​หลักฐาน ต้อง​ฟัง​ความ​ให้​ครบถ้วน​จาก​ทุก​ฝ่าย​ก่อน​ตัดสิน ซึ่ง​ต้อง​ใช้​เวลา​ระยะ​หนึ่ง แตก​ต่าง​จาก​การ​เป็น​ผู้​ให้​ความ​เห็น​หรือ​วิพากษ์วิจารณ์ ที่​จะ​ตัดสิน​ฟัน​ธง​ว่า​ผิด​หรือ​ถูก​ด้วย​ความ​รวดเร็ว​ได้ ไม่​ว่า​ผล​การ​ตรวจสอบ​ของ​ กทช.​จะ​เป็น​อย่างไร สุดท้าย​ก็​ต้อง​ไป​ยื่น​ฟ้อง​ศาล​ปกครอง​และ​ศาลแพ่ง เพราะ​คำ​พิพากษา​ของ​ศาล​นั้นถือ​เป็น​ที่​สิ้นสุดที่​ทุก​คน​ต้อง​ปฏิบัติ ​ตาม”.

พ.อ.​นที ศุ​กล​รัตน์
กรรมการ กทช.

ธุรกิจ​โทรคมนาคม​ของ​ไทย ตก​อยู่​ใน​ภาวะ​สุญ​ญา​กา​ศ เพราะ​เป็น​ช่วง​รอย​ต่อ​ระหว่าง​กฎหมาย​เก่า​และ​ใหม่ พ.ร.บ.​องค์กร​จัดสรร​คลื่น​ความถี่​และ​กำกับ​กิจการ​​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์ และ ​กิจการ​โทรคมนาคม (พ.ร.บ.​กสทช.) โดย​กฎหมาย​เก่า กทช.​ทำ​หน้าที่​ได้​อย่าง​เต็มที่ แต่​กฎหมาย​ใหม่ ซึ่ง​เอา​คลื่นวิทยุ โทรทัศน์ และ​โทรคมนาคม มา​รวม​ไว้​ด้วย​กัน ทำให้​ กทช.​ไม่​มี​อำนาจ ต้อง​รอ ก​สทช.​ที่​อยู่​ระหว่าง​การ​สรรหา มา​ทำ​หน้าที่ ฉะนั้น กทช.ทำ​หน้าที่​รักษา​การ ก​สทช. จึง​ไม่​มี​อำนาจ เปรียบ​เสมือน “ยักษ์​ไม่​มี​กระบอง”

ทั้งนี้​  ตาม​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญและ​กฎหมาย​ทุก​ฉบับ  กำหนด​ให้​ระบบ​โทรคมนาคม​เกิด​การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ขจัด​อุปสรรค​ความ​ได้​เปรียบ​เสียเปรียบ​ของ​ระบบ​สัมปทาน​ที่​มี​อยู่ ด้วย​การ​กำหนด​กฎ​ระเบียบ​ให้​อยู่​บน​พื้นฐาน​เดียวกัน เมื่อ​มี​การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ผล​ประโยชน์​สูง​สุด​ต้อง​เป็น​ของ​ประชาชน ขณะ​ที่​ผู้​ประกอบ​การ​ก็​มี​กำไร​ที่​เหมาะสม ไม่​ใช่​ค้า​กำไร​เกิน​ควร

แต่​ระบบ​โทรคมนาคม​ของ​ไทยยัง​คง​เป็น​ระบบ​สัมปทานที่​ไม่​เท่าเทียม​กัน ทั้ง​อายุ​สัญญา​สัมปทาน การ​จ่าย​ส่วน​แบ่ง​ราย​ได้ ทำให้​ต้นทุน​การ​แข่ง​ขัน​ไม่​เท่า​กัน ทุก​ค่าย​มือ​ถือก็​ต้อง​แสวง​หา​ช่อง​ทาง​ที่​จะ​ตอบ​สนอง​ความต้องการ​ของ ​ลูกค้า โดยเฉพาะ​บริการ 3 จี กำลัง​เป็น​ที่​ต้องการ​ของ​ลูกค้า​ที่​ใช้​อินเตอร์เน็ต​บน​มือ​ถือ (Mobile Internet)

ฉะนั้น​ การ​ทำ​สัญญา 3 จี ระหว่าง​ กสท-ท​รู เป็น​อีก​ช่อง​ทาง​หนึ่ง ที่​ต้องการ​ตอบ​สนอง​ความต้องการ​ของ​ลูกค้า ซึ่ง​จะ​ผลัก​ดัน​ให้​ทั้ง​ดี​แทค เอ​ไอ​เอส​ หา​วิธีการ​ที่​จะ​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ ให้​ได้​เช่น​เดียวกัน

ส่วน​วิธี​นั้น​จะ​ถูก​กฎหมาย​หรือ​ไม่ ใน​ระหว่าง​นี้​ก็​ต้อง​ดำเนิน​การ​ไป​ก่อน จนกว่า​ศาล​ปกครอง​จะ​มี​คำสั่ง​ตัดสิน แต่​ถ้า​ยัง​มี​ความ​คลุม​เค​รือ ​ด้าน​กฎหมาย การ​แข่ง​ขัน​เสรี​อย่าง​เป็น​ธรรม ก็​​คงจะ​ยัง​ไม่​เกิด​ขึ้น​กับ​ธุรกิจ​โทรคมนาคม​ของ​ไทย​เป็น​แน่!!

จิ​รา​ยุทธ รุ่ง​ศรี​ทอง
ซี​อี​โอ กสท

ขอ​ยืนยัน​อีก​ครั้ง​ว่า สัญญา​บริการ 3 จี กสท-ท​รู เป็น​ไป​ตาม​ขั้น​ตอน​และ​ถูกต้อง ไม่ได้​เอื้อ​ประโยชน์​ให้​ราย​ใด​ราย​หนึ่ง เพราะ​เป็น​การ​ทำ​สัญญา​ ขายส่ง​โครง​ข่าย 3 จี ซึ่ง​ราคา​ขายส่ง​ก็​จะ​เป็น​อัตรา​เดียวกัน  ถ้า​เอกชน​ราย​ใด​สนใจ​ก็​ สามารถ​ทำ​สัญญา​เช่น​เดียว​กับ​ท​รู​ได้

กสท มี​ทาง​เลือก​ไม่​มากที่​จะ​ลด​ภาวะ​การ​ขาดทุน​จาก​ธุรกิจ​มือ​ถือ​ซี​ดี​ เอ็ม​เอ และ​เพื่อ​ความ​อยู่​รอด​ขอ​ง ก​สท ​ทั้ง​ใน​ปัจจุบัน​และ​อนาคต เพราะ​ใน​อีก 3 ปี​ข้าง​หน้า​ราย​ได้ที่​เคย​ได้​รับ​จาก​สัมปทาน ก็​ต้อง​นำ​ส่ง​เป็น​ราย​ได้​แผ่นดิน​ทั้งหมด ฉะนั้น  ​จึง​จำเป็น​ต้องหา​ช่อง​ทาง​เพิ่ม​ราย​ได้​ให้​องค์กร​ยืน​อยู่​ ได้​ด้วย​ตัว​เอง โดย​ไม่​พึ่ง​พา​ราย​ได้​จาก​สัมปทาน​อีก

ซึ่ง​นับ​ตั้งแต่​ลง​นาม​ใน​สัญญา​เมื่อ 27 ม.ค.​ที่​ผ่าน​มา กสท ก็ได้​เดิน​หน้า​เตรียม​ให้​บริการ 3 จี​มา​โดย​ตลอด พร้อม​วาง​เป้าหมาย​ว่า​ภายใน​ไตรมาส 3 ของ​ปี​นี้ จะ​ต้อง​เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ ได้​อย่าง​แน่นอน โดย​จะ​เริ่ม​เปิด​บริการ​ใน​พื้นที่​กรุงเทพฯและ​ปริมณฑล และ​จังหวัด​ใหญ่อีก 10 จังหวัด และ​สิ้น​ปี 2555 ก็​จะ​ขยาย​บริการ​ได้​ครอบคลุม​พื้นที่​ทั่ว​ประเทศ โดย​ปี 2554 ตั้ง​เป้า​ว่า​จะ​มี​ผู้​ใช้​บริการ 3 จี 1 ล้าน​ราย มี​ราย​ได้ 3,000 ล้าน​บาท และ​คาด​หวัง​ว่า​แต่ละ​ปี​จะ​มี​อัตรา​เติบโต​เท่าตัว จนถึง​ปี 2556 จะ​มี​ผู้​ใช้​บริการ 3-4 ล้าน​ราย และ​มี​ราย​ได้ 8,000 ล้าน​บาท

ขณะ​เดียวกัน ​ กสท  ​ได้​ปรับ​แผนการ​โอน​ย้าย​ลูกค้า​ที่​ใช้​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ระบบ​ซี​ดี​ เอ็ม​เอ 800,000 เลข​หมาย ให้​มา​ใช้​บริการ 3 จี ระบบ​เอ​ช​เอส​พี​เอ ภายใน 1 ปี

ส่วน​เม็ด​เงิน​ลงทุน​นั้น กสท ​ได้​เตรียม​งบประมาณ​ไว้​แล้ว ซึ่ง​วาง​แผน​ไว้​ว่า​ตลอด​ระยะ​เวลา 15 ปี จะ​ใช้​เงิน​ลงทุน 12,000 ล้าน​บาท ใน​ระบบ​สื่อ​สัญญาณ เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การบริการ 3 จี ให้​รวดเร็ว​ยิ่ง​ขึ้น

การ​เดิน​หน้า​ให้​บริการ 3 จี ขอ​ง ก​สท ​นั้น เชื่อ​ว่า​นับ​จาก​นี้​ไป ค่าย​มือ​ถือ​ทั้งดี​แทคและ​เอ​ไอ​เอสก็​จะ​ต้อง​ทำ​ทุก​วิถี​ทาง​ที่​จะ​ เปิด​ให้​บริการ 3 จี​ให้​ได้​เช่น​เดียวกัน เพื่อ​รักษา​ฐาน​ลูกค้า​ไว้ ซึ่ง​อาจ​เช่า​โครง​ข่าย 3 จี จาก​ที​โอ​ที หรือ กสท ลักษณะ​เดียว​กับ​ท​รู ขณะ​ที่​ดี​แทคก็​จะ​มี​คำ​ตอบ​ที่​ชัดเจน​ใน​อีก  1-2 สัปดาห์​ข้าง​หน้าว่า​จะ​สามารถ​เดิน​หน้า​ให้​บริการ 3 จี บน​คลื่นความ​ถี่​เดิม​ย่าน 800 MHz ด้วย​เทคโนโลยี​ใน​เชิง​พาณิชย์​ได้​ หรือ​ไม่

เมื่อ​เป็น​เช่น​นี้ ไม่​เกิน​ปลาย​ปี 2554 ประชาชน​คน​ไทย​จะ​ได้​เห็น ภาพ​การ​แข่ง​ขัน​ใน​ธุรกิจ​โทรคมนาคม ที่​จะเริ่ม​กลับ​มา​ดุเดือด​อีก​ครั้ง หลังจาก​เงียบเหงา​มา​ระยะ​หนึ่ง เพราะ​ไม่​มี​บริการ​ใหม่ๆ.

ทีมเศรษฐกิจ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 23 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

กสทช.ยันไม่มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญา3จี ‘กสท-ทรู’

Published พฤษภาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 พฤษภาคม 2554, 15:43 น.

กสทช.ยันไม่มีสิทธิ์ยกเลิกสัญญา3จี ‘กสท-ทรู’.

Pic_174068

“กสทช.” ยันไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญา3 จี “กสท-ทรู” เพราะอยู่ใต้กฎหมายแพ่ง ยื้อเวลาตรวจสอบสัญญา โดยกำหนดกรอบให้สำนักงานไปศึกษาวิเคราะห์อีกรอบ…

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะรักษาการคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม ว่า ที่ประชุมบอร์ดได้เห็นชอบกรอบการพิจารณากรณีสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3จี บนคลื่นความถี่เดิม ด้วยเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ตามอำนาจหน้าที่ของรักษาการ กสทช.ที่กำกับดูแลให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ต้องปฏิบัติตามประกาศ กทช. ดังนี้ 1. มีการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรมหรือไม่ ตามประกาศ กทช.เรื่องมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

2. ประกาศ กทช. เรื่องการประกอบกิจการโทรคมนาคมประเภทการขายส่งบริการและขายต่อบริการ พ.ศ. 2549 3.การมอบคลื่นความถี่ให้กลุ่มบริษัททรูนำไปให้บริการนั้น ขัดต่อมาตรา 46 แห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือไม่ โดยเรื่องนี้จะต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดและรอบคอบ ทั้งผลทางเศรษฐศาสตร์ กฎหมาย การแข่งขัน และผลประโยชน์ต่อสาธารณะ เพราะหากวิเคราะห์ในวงจำกัดหรือแคบ ก็จะกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งระบบ แต่หากวิเคราะห์ในวงที่กว้างเกินไปก็จะไม่เป็นตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ซึ่งต้องนำญัตติของกฎหมายนับตั้งแต่เริ่มร่าง พ.ร.บ.กสทช. มาพิจารณาด้วย และหากมีความเห็นขัดแย้ง ก็สามารถโต้แย้งได้ อีกทั้ง กสทช.จะเปิดเวทีรับฟังความเห็นสาธารณะด้วย เพื่อเตรียมข้อมูลให้ กสทช.มานำเสนอแก้ไขกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากขอบเขตของมาตรา 46 แห่งพ.ร.บ.กสทช. มีความชัดเจนแล้ว ก็จะส่งผลต่อการประกอบกิจการของผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือที่เช่าใช้โครงข่ายจากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ด้วย

“รักษาการ กสทช.ไม่สามารถ ตัดสินได้ว่าสัญญา 3จี  กับกลุ่มบริษัททรูผิดหรือถูกกฎหมาย เพราะไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณา เพราะสัญญาอยู่ภายใต้กฎหมายแพ่ง และไม่มีสิทธิยกเลิกสัญญาด้วย เพราะ กสทช.เป็นเพียงผู้กำกับดูแลให้ผู้รับใบอนุญาต ปฏิบัติตามประกาศ กทช. ส่วนเรื่องการตรวจสอบความถูกต้องของสัญญานั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” พ.อ.นที กล่าว

พ.อ.นที กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กสทช.ได้วิเคราะห์กรณีสัญญาระหว่างกสท-ทรู เสร็จแล้วและเสนอให้รักษาการ กสทช.พิจารณาแล้ว แต่บอร์ด กสทช.แจ้งว่าข้อมูลยังไม่ครบถ้วน จึงได้กำหนดกรอบให้สำนักงาน กสทช.ไปตรวจสอบและศึกษาวิเคราะห์กลับมาใหม่ และให้นำมาเสนอบอร์ด  กสทช.โดยเร็วที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมในคราวนี้ มีรักษาการ กสทช.มาประชุม 4 คน จาก 5 คน ขาดเพียงนายสุธรรม อยู่ในธรรม ที่ติดภารกิจต่างประเทศ และหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น กรรมการ กทช. ประกอบด้วย นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ รักษาการประธาน กสทช. นายพนา ทองมีอาคม นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร และพ.อ.นที ได้ร่วมกันแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกหลังเป็นทำหน้าที่รักษาการ กสทช.มาตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 พฤษภาคม 2554, 15:43 น.

กสทช.ดิ้นหลุดข้อครหาเตะถ่วง 3 จี

Published กุมภาพันธ์ 4, 2011 by SoClaimon

3 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

ผ่านทางกสทช.ดิ้นหลุดข้อครหาเตะถ่วง 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_146162

 

เร่งเคลียร์ปมนำเข้าอุปกรณ์ ย้ำเอกสารครบ 5 วันอนุมัติได้ ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างกันเท่านั้น…

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า จากปัญหาความล่าช้าการอนุมัติให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมนำเข้าอุปกรณ์โทรคมนาคม โดยเฉพาะอุปกรณ์ HSPA เพื่อขยายโครงข่าย 3 จี รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จนทำให้เอกชนต้องยื่นหนังสือร้องเรียนมายัง กสทช.นั้น ล่าสุดที่ประชุมบอร์ด กสทช.ได้อนุมัติให้สร้างขั้นตอนการอนุมัตินำเข้าใหม่ ให้เป็นแบบอัตโนมัติ โดยจะอนุมัติให้แล้วเสร็จภายใน 5 วัน

ทั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนวิธีการอนุมัตินำเข้า จากเดิมให้อำนาจสำนักงานในการอนุมัติได้ทันทีแต่ หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ กทช.ระงับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) เมื่อวันที่ 23 ก.ย.2553 ที่ผ่านมา ทำให้ กทช.ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการอนุมัติใหม่ เป็นการลงนามอนุญาต 2 คน คือ พ.อ.นที และนายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการ กทช. เพื่อความรอบคอบอีกครั้ง และป้องกันปัญหาว่าจะมีการร้องเรียนว่า กทช. มีอำนาจในการอนุญาตหรือไม่

พ.อ.นที กล่าวต่อถึงการลงนามในสัญญาการทำธุรกิจโทรศัพท์มือถือรูปแบบใหม่เพื่อให้บริการ 3 จี บนคลื่นความถี่เดิม ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกลุ่มบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ว่า กสทช.ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วนำมารายงานที่ประชุม กสทช.ต่อไป เนื่องจาก กสทช.จะต้องมีข้อมูลที่ชัดเจนก่อนเสนอความคิดเห็นอย่างใดอย่างหนึ่งออกไป

“กสทช.สนับสนุนการลงทุนขยายโครงข่าย 3 จี ดังนั้น ผู้ได้รับอนุญาตสามารถยื่นขออนุญาตนำเข้าอุปกรณ์ได้ เมื่อเอกสารครบ กสทช.ก็พร้อมอนุญาต ส่วนความล่าช้าที่เกิดขึ้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างกันเท่านั้น ไม่มีปัญหาอื่น และไม่ต้องการเป็นตัวถ่วง 3 จี อย่างที่ใครๆกล่าวหา”

พ.อ.นที กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการให้บริการแบบเช่าใช้โครงข่าย หรือ MVNO รายใหม่นั้น กสทช.คงยังให้ใบอนุญาตให้แก่ผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตก่อนหน้านี้ ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าสัญญาเดิมที่ทำไว้จะหมด และคงไม่กระทบกับ MVNO ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการประเภทที่ 1 ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนไปให้บริการแบบขายส่งขายได้ทันที โดยไม่ต้องขออนุญาตใหม่อีก

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติให้ตั้งคณะกรรมการศึกษาและเตรียมการให้ใบอนุญาตองค์กรกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ (ไทยพีบีเอส) เนื่องจาก พ.ร.บ.องค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง  กิจการโทรทัศน์  และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ พ.ร.บ.กสทช. กำหนดให้ต้องออกใบอนุญาตให้ภายใน 120 วัน หลังจากกฎหมายมีผลประกาศใช้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 กุมภาพันธ์ 2554, 06:15 น.

 

กทช.คุมเข้มสกัดเอกชนฮั้ว 3 จี

Published กันยายน 3, 2010 by SoClaimon

3 กันยายน 2553, 06:00 น.

ผ่านทางกทช.คุมเข้มสกัดเอกชนฮั้ว 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_108257

จับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงนามสัญญาห้ามเผยข้อมูลเกี่ยว กับการประมูล ขู่ไล่ออก-ส่งฟ้องศาล ด้านดีแทคดิ้นขู่ฟ้องกรรมาธิการสื่อสารยัดข้อหานอมินี …

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทร–คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ได้มีขบวนการยื่นข้อมูลภายในการประมูลใบอนุญาต 3 จี โดยใช้เจ้าหน้าที่ กทช.ในการดำเนินการ จึงจำเป็นต้องออกมาตรการป้องกันการฮั้วและนำข้อมูลไปเปิดให้เอกชน โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดลงนามในสัญญาห้ามเปิดข้อมูลเกี่ยว กับการประมูล 3 จี ให้กับเจ้าหน้าที่ภายในกันเองและบุคคลภายใน หากตรวจสอบพบว่ากระทำผิด ถือว่าละเมิดกฎระเบียบถึงขั้นไล่ออกและส่งฟ้องศาลเพื่อให้ลงโทษต่อไป

ทั้ง นี้ สำหรับการประมูล 3 จี ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ กทช.ได้เตรียมงบประมาณไว้ 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3 จี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมงานไปจนสิ้นสุดการประมูล โดย กทช.ได้เลือกโรงแรมเอวาซอน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่จัดการประมูล เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สามารถแบ่งเป็นสัดส่วนห้องพักและห้องประมูลสำหรับ ผู้ยื่นประมูลแต่ละรายเป็นการเฉพาะ รวมทั้งระบบการควบคุมการเข้าออกมีประสิทธิภาพ

ด้านผู้สื่อข่าว รายงานว่า จากกรณีหลังจากที่คณะกรรมาธิการและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเปิดเผยการศึกษาปัญหาการถือหุ้นโดยคนต่างด้าวในกิจการโทรคมนาคม ได้ข้อสรุปว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ถือเป็นบริษัทต่างด้าว ขาดคุณสมบัติเข้าประมูล 3 จีนั้น ดีแทคได้ออกแถลงการณ์  ระบุว่า ข้อเท็จจริงแล้ว คณะอนุกรรมาธิการฯมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินเรื่องใดๆที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ต่างด้าว หรือการประมูล 3 จี

อีกทั้งข้อเท็จจริงแล้ว การประกอบธุรกิจของบริษัทก็เป็นไปโดยสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ต่างด้าวทุกประการ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นองค์กรเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว ก็ได้ให้คำรับรองมาโดยตลอดอยู่แล้ว และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดที่สุดโดยจะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และจะถือว่าการกล่าวหาบริษัทเช่นนี้เป็นเรื่องร้ายแรง โดยบริษัทจะพิจารณาดำเนินมาตรการต่างๆ ทางกฎหมายต่อไป.

ห้ามคนต่างชาตินั่งบริหาร กลุ่มทุนสื่อสารงานเข้า!

Published สิงหาคม 6, 2010 by SoClaimon

6 สิงหาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทางห้ามคนต่างชาตินั่งบริหาร กลุ่มทุนสื่อสารงานเข้า! – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_101603

พ.อ.นที ศุกลรัตน์

กทช.ป่วนรายวัน ล่าสุดออกประกาศห้ามต่างด้าวครอบงำกิจการโทรคมนาคม เขย่า “ดีแทค–เอไอเอส” เอกชนบ่นสกัดทุนต่างชาติประมูล 3 จี…

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ได้นำร่างประกาศว่าด้วยการกำหนดข้อห้ามการกระทำที่มีลักษณะเป็นการครอบงำ กิจการโดยคนต่างด้าวขึ้นประกาศเว็บไซต์เพื่อเตรียมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ ร่างดังกล่าวจะห้ามไม่ให้บริษัทที่อยู่ในธุรกิจโทรคมนาคมมีผู้บริหารใน ตำแหน่งผู้จัดการขึ้นไปจนถึงผู้บริหารสูงสุด เป็นชาวต่างชาติ ทั้งบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3 จี รวมถึงบริษัทที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันด้วย โดยหลังผ่านกระบวนการตามกฎหมายแล้วร่างนี้จะมีผลบังคับใช้ย้อนหลัง แม้ว่าการประมูล 3 จี จะผ่านไปแล้วก็ตาม

สำหรับบริษัทที่ได้รับผล กระทบเรื่องนี้โดยตรง คือ บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งมีเทเลนอร์จากประเทศนอร์เวย์ถือหุ้นใหญ่ และบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ซึ่งมีกลุ่มเทมาเสกถือหุ้นใหญ่ทางอ้อมอยู่

ด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกลยุทธ์และกิจการองค์กรดีแทค เปิดเผยว่า ประกาศฉบับดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคต่อการเปิดประมูล 3 จี ของ กทช. และขัดแย้งกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการเปิดเสรีการลงทุน “การประมูลซึ่งต้องใช้เงินลงทุนมากระดับ 40,000 ล้านบาทขึ้นไปนั้น คงหาคนไทยที่มีเงินลงทุนเพียงลำพังยาก ส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีเงินทุนต่างชาติ

เข้า มาร่วมลงทุนด้วย เงื่อนไขนี้อาจทำให้ผู้สนใจเข้าร่วมประมูลมีจำนวนน้อยลง ซึ่งไม่น่าจะใช่สิ่งที่ กทช. ต้องการ การลงทุนเครือข่ายมือถือต้องใช้เงินมาก มหาเศรษฐีในเมืองไทยมีไม่กี่คนที่มีเงินในระดับที่ลงทุนในธุรกิจนี้ได้ นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องยอมรับ ประเทศจึงต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติ”

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า บอร์ด กทช.เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา อนุมัติร่างประกาศกำหนดข้อห้ามการครอบงำกิจการโดยคนต่างด้าว มีสาระสำคัญ ได้แก่ ห้ามการมีอำนาจในการแต่งตั้งซีอีโอ ซีเอฟโอ การมีสิทธิออกเสียงเกินสัดส่วนหุ้นที่ถือจริง การว่าจ้างหรือแต่งตั้งคนต่างด้าวในตำแหน่งสำคัญ เป็นต้น

“ผมคิดว่า แม้แต่ทรูเอง ซึ่งยังคงความเป็นบริษัทไทย ที่สุดแล้วก็ต้องหาพันธมิตรต่างชาติเข้ามาช่วยลงทุน ซึ่งนั่นอาจทำให้ทุกคนติดเงื่อนไขประกาศนี้ และไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้”

นาย วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าเจ้าหน้าที่คณะผู้บริหารเอไอเอส เปิดเผยว่า ผู้บริหารของเอไอเอสส่วนใหญ่เป็นคนไทยหมด จึงคิดว่าจะไม่กระทบอะไร แต่ไม่เห็นประโยชน์ว่า  กทช.ออกประกาศฉบับนี้ออกมาเพื่ออะไร สงสัยอยากเปิดคอร์สฝึกอาชีพคนไทย ขอบอกว่ากฎเช่นนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาการครอบงำจากต่างด้าวได้ เพราะไม่ใช่การแก้ที่ถูกจุด หากไม่ต้องการต่างชาติขนาดนั้น น่าจะออกกฎหมายห้ามเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเสียก็หมดเรื่อง

ขณะที่ นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการ กทช. เปิดเผยหลังการหารือร่วมกับคณะกรรมการคงสิทธิเลขหมายโทรคมนาคม (Mobile Number Por– tability) ว่า ได้ให้เอกชนไปตรวจสอบระบบการให้บริการคงสิทธิเลขหมายอีกครั้ง ว่าจะสามารถให้บริการ ได้ในวันที่ 1 ก.ย.53 หรือไม่ โดยให้เสนอกลับมาภายในวันที่ 10 ส.ค.นี้ โดยในความเห็นส่วนตัว มีความเป็นไปได้สูงที่อาจต้องเลื่อนการเปิดให้บริการคงสิทธิ

เลข หมายออกไปเป็น 1 พ.ย.นี้ เพราะหลังจากรับฟังความเห็นจากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือแล้ว พบว่าปัญหาด้านเทคนิคที่ต้องเชื่อมต่อระหว่างค่ายมือถือด้วยกันต้องใช้เวลา ทดสอบระบบไม่ต่ำกว่า 3-4 เดือน.

ยื่นป.ป.ช.ฟัน กทช.ส่อทุจริตเอื้อเอกชนประมูล3จี

Published สิงหาคม 4, 2010 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2553, 15:56 น.

ผ่านทางยื่นป.ป.ช.ฟัน กทช.ส่อทุจริตเอื้อเอกชนประมูล3จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_100990

ประสิทธิ์ โพธสุธน

กมธ.วิทย์-เทคโนฯ วุฒิ ยื่น ป.ป.ช.สอบ กทช. ส่อเอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการตั้งราคาประมูล 3จี ต่ำเกินไป ทำรัฐสูญรายได้มหาศาล…

เมื่อ วันที่ 3 ส.ค. ที่รัฐสภา นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี ประธานคณะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา กล่าวว่า ได้เข้ายื่นเรื่องต่อประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันทื่ 2 ส.ค. ขอให้สอบสวนการดำเนินการของ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT หรือ 3G and Beyond เนื่องจากมีพฤติการณ์อันทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดต่อหน้าที่ โดยปรากฏข้อเท็จจริง กทช. ได้ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ IMT หรือ 3G and Beyond กำหนดให้ใช้วิธีประมูลใบอนุญาตจำนวน 3 ใบ มีขนาดคลื่นความถี่ 2 คูณ 15 MKz ระยะเวลา 15 ปี มีราคาประมูลเริ่มต้นที่ 12,800 ล้านบาท ขณะที่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศได้ประเมินราคาที่เหมาะสมคือ 330,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมาธิการฯเห็นว่าเป็นการตั้งราคาที่ต่ำเกินไป มีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ ทำให้รัฐสูญเสียประโยชน์ที่ควรจะได้

นาย ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละรายมีการจ่ายส่วนแบ่งรายได้ตาม สัมปทานให้แก่รัฐปีละประมาณ 25-30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อครบอายุสัญญารัฐจะมีรายได้ประมาณ 250,000 ล้านบาท พร้อมต้องโอนทรัพย์สินที่ลงทุนประมาณ 150,000 ล้านบาท ให้กับรัฐรวมทั้งสิ้นประมาณ 400,000 ล้านบาท ส่วนหลักเกณฑ์การประมูลใบอนุญาต 3จี ดังกล่าวกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระค่าตอบแทนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมแล้วเพียงปีละ 6 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งเมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาผู้ลงทุนไม่ต้องโอนทรัพย์สินที่ลงทุนไปให้กับ รัฐ จึงเห็นชัดว่าการกำหนดราคาประมูลขั้นต้นของ กทช.ไม่สมเหตุสมผล มีลักษณะที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการเข้าแสวงหาประโยชน์ที่มิควร ได้โดยชอบกับทรัพยากรสื่อสารของชาติ ถือว่าขาดจิตสำนึกในหน้าที่ปกป้องรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

ทั้ง นี้ การกำหนดหลักเกณฑ์โดยเฉพาะการชำระส่วนแบ่งรายได้จะส่งผลให้ผู้ประกอบการย่อม ต้องดำเนินการไม่ว่าด้วยวิธีใดๆในการย้ายลูกค้าจากระบบ 2จี ปัจจุบันไปยังระบบ 3จี เนื่องจากได้ประโยชน์และจ่ายค่าตอบแทนน้อยลง ขณะที่รัฐสูญเสียรายได้ ซึ่งกรณีนี้ทาง กทช. ไม่เคยชี้แจงให้ประชาชนรับทราบ กทช.ในฐานะองค์กรกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมของรัฐ มีอำนาจหน้าที่กำหนดทิศทางของกิจการโทรคมนาคมของประเทศ การกำหนดมาตรการใดๆ ต้องพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ และคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประโยชน์สาธารณะ แต่การกำเนินการของ พ.อ.นที ใช้ข้อมูลด้านเดียว และไม่ชี้แจงหรือให้ความกระจ่างต่อคณะกรรมาธิการฯในประเด็นที่ได้สอบถามไป ตลอดจนมีพฤติการณ์อันควรสงสัยหลายประการ ทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการและทุจริตต่อหน้าที่ คณะกรรมาธิการฯจึงมีมติส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ได้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

%d bloggers like this: