นกป่าสัปดาห์ละตัว

All posts tagged นกป่าสัปดาห์ละตัว

นกกาฝากอกเพลิง

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150215/201358.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2558
นกกาฝากอกเพลิง

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกาฝากอกเพลิง

                          เพิ่งผ่านพ้นงานใหญ่ประจำปีอย่างกิจกรรมนับนกดอยอินทนนท์ (Inthanon Census) ไปหมาดๆ ใครลองได้ไปแล้วติดใจ ใครไม่ได้ไปและอยากรู้ว่า “นับนก” ทำกันอย่างไร นับไปเพื่ออะไร เตรียมตัวแพ็กกระเป๋าไปนับนกเขาใหญ่ (Khao Yai Bird Census) ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 21-22 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ครับ รายละเอียดเพิ่มเติมลองติดตามทางเว็บไซต์ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) หรือสอบถามโดยตรงได้ที่เบอร์โทร.0-2588-2277 หรือทางอีเมล bcst@bcst.or.th
                          การสำรวจประชากรนกในพื้นที่อนุรักษ์อย่าง อช.เขาใหญ่ ทำให้มีข้อมูลของชนิดที่ควรจับตาในการอนุรักษ์เพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบแนวโน้มประชากรจากข้อมูลนับนกครั้งก่อนๆ ได้ ที่สำคัญมากคือ ข้อมูลของชนิดที่มีสถานภาพถูกคุกคามระดับโลกที่พบในพื้นที่ และชนิดที่มีการกระจายแคบหรือชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น (endemic taxa) ดอยอินทนนท์มีนกกินปลีหางยาวเขียว (Green-tailed Sunbird) ชนิดย่อย angkanensis ที่มีอกสีส้มเข้มไม่เหมือนที่ไหนในโลก เขาใหญ่เองก็มีนกจับแมลงคอน้ำตาลแดง (Hill Blue Flycatcher) ชนิดย่อย lekhakuni ที่พบเฉพาะป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ อีกตัวที่เกือบจะเข้าข่ายชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นคือ นกกาฝากอกเพลิง (Fire-breasted Flowerpecker) ชนิดย่อย cambodianum
                          ความพิเศษของนกกาฝากอกเพลิงชนิดย่อยนี้ คือ เพศผู้ไม่มีแถบสีแดงที่อกต่างจากนกทางภาคเหนือ ตะวันตก ใต้ หรือแม้กระทั่งอีสานเหนือ พูดง่ายๆ ว่า มันขาดจุดเด่นที่ดูน่าดึงดูดที่สุดของชนิดย่อยอื่นๆ นั่นเองครับ ด้วยเหตุนี้เอง บางครั้งมันจึงถูกยกสถานะขึ้นมาเป็นชนิดเต็ม (ในกรณีนี้จะรู้จักกันในชื่อ Cambodian Flowerpecker) การกระจายพันธุ์ของมันจำกัดอยู่เพียงแค่ป่าตะวันออกของไทยและทางตะวันตกของกัมพูชาเท่านั้น แคบยิ่งกว่านกเฉพาะถิ่นของภูมิภาคอินโดจีนอย่างไก่ฟ้าพญาลอ (Siamese Fireback) และนกโกโรโกโส (Coral-billed Ground Cuckoo) ซึ่งพบขึ้นไปถึงอีสานเหนือ
                          นกกาฝากอกเพลิงเพศผู้มีหลังสีน้ำเงินอมเขียวเหลือบสะท้อนแสง ท้องสีเหลืองนวล มีขีดสีดำกลางอก ด้านบนของอกมีแถบสีแดงเพลิงยกเว้นชนิดย่อยที่พบทางภาคตะวันออกนี้เอง เพศเมียมีลำตัวสีน้ำตาลอมเขียว ท้องสีอ่อนกว่าด้านบนของลำตัว นกกาฝากชนิดนี้เป็นขาประจำบนป่าดิบเขาที่มักส่งเสียงร้องดังมาจากพุ่มกาฝากบนยอดไม้สูงให้ได้ยินอยู่เสมอ บางครั้งอาจพบลงมาหากินลูกไม้หรือน้ำหวานดอกไม้ถึงระดับตีนเขาด้วย
———————-
นกกาฝากอกเพลิง
ชื่ออังกฤษFire-breasted Flowerpecker, Buff-bellied Flowerpecker
ชื่อวิทยาศาสตร์Dicaeum ignipectus (Blyth, 1843)
วงศ์ (Family)Dicaeidae (วงศ์นกกาฝาก)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)

นกมุ่นรกสีน้ำตาล

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150208/200934.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558
นกมุ่นรกสีน้ำตาล

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกมุ่นรกสีน้ำตาล

                             สัปดาห์ก่อนได้แนะนำให้รู้จักกับ “นกเหนือ” สีสันสวยงามกันไปแล้ว สัปดาห์นี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาพาไปรู้จักกับ “นกใต้” กันบ้างครับ มีนกใต้หลายชนิดสีสวยสดสะดุดตาเช่นกัน แต่ผู้เขียนขอพาไปรู้จักกับนกสีตุ่นๆ ที่มีชื่อว่า นกมุ่นรกสีน้ำตาล (Brown Fulvetta) ซึ่งก็เป็นนกตัวเล็กสีน้ำตาลๆ หัวมีสีอมเทาหน่อยๆ ลักษณะเด่นนอกจากนี้สารภาพว่านึกไม่ออกจริงๆ แทบจะเรียกได้ว่ามันไม่มีจุดเด่นอะไรเลย!
                             แต่อย่าเพิ่งเบือนหน้าหนีกันนะครับ เห็นสีสันดูไร้จืดชืดแบบนี้ เจ้านกตัวเล็กที่มีหัวโตไม่สมส่วนชนิดนี้ก็มีความน่าสนใจอยู่หลายประการเลยทีเดียว
                             เช่นเดียวกับนกมุ่นรกอีกหลายชนิด นกมุ่นรกสีน้ำตาลสามารถถูกมองได้ว่า leader species ของ bird wave หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ว่า “ผู้นำฝูง” ของฝูงนกที่หากินปะปนกันหลายชนิด อันที่จริงนกมุ่นรกสีน้ำตาลนั้น ชอบอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงแบบชนิดเดียว (monospecific flock) อยู่แล้ว จากข้อมูลของ H.E. McClure ในมาเลเซีย เมื่อปี พ.ศ.2510 พบว่า ฝูงหนึ่งมีนกมุ่นรกสีน้ำตาลโดยเฉลี่ยมากกว่า 7 ตัวเลยทีเดียว
                             เสียงร้องที่มีทั้งเป็นท่วงทำนองไพเราะและทั้งแบบเซ็งแซ่ ดึงดูดให้นกชนิดอื่นๆ ตามมาหากินสมทบเพื่อติดสอยห้อยตามไปด้วย บ้างก็เพื่อกระจายความเสี่ยงในการถูกล่า บ้างก็เพื่อที่จะสามารถหาอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (อาจโฉบจับแมลงที่หนีจากการมุดหากินตามพุ่มรกๆ ของนกมุ่นรก หรือตามฝูงมาเพื่อจะได้หากินในจุดที่แมลงยังไม่ถูกฝูงนกมุ่นรกจับกินไปหมดแล้ว) แต่ส่วนใหญ่ก็ทั้งสองสาเหตุนั่นแหละครับ
                             นกที่ยังโตไม่เต็มวัยมีโคนปากสีเหลือง และมีม่านตาสีน้ำตาลเข้มแทนที่จะเป็นสีเทา เช่นเดียวกับ นกมุ่นรกตาขาว (Brown-cheeked Fulvetta) ซึ่งมีเชื้อสายใกล้ชิดกันและมีถิ่นอาศัยทับซ้อนในป่าทางภาคใต้ตอนบน จำแนกชนิดได้จากลำตัวด้านบนที่สีอ่อนกว่าและท้องไม่ขาวเท่านกมุ่นรกสีน้ำตาล แต่นกมุ่นรกตาขาวอาศัยอยู่ตามป่าระดับเชิงเขา ในขณะที่นกมุ่นรกสีน้ำตาลมักอยู่ตามป่าที่ราบต่ำ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 300 เมตรจากระดับน้ำทะเล
                             ถิ่นอาศัยดั้งเดิมของนกมุ่นรกสีน้ำตาลยังคงถูกทำลายอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่กลายสภาพเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ทำให้มันถูกจัดให้อยู่ในสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม (near-threatened) ในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ
———————–
นกมุ่นรกสีน้ำตาล
ชื่ออังกฤษBrown Fulvetta, Malaysian Fulvetta
ชื่อวิทยาศาสตร์Alcippe brunneicauda (Salvadori, 1879)
วงศ์ (Family)Leiothrichidae (วงศ์นกกะรางและนกหางรำ)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)

นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า

Published มกราคม 12, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150201/200514.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558
นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า

                           สุดสัปดาห์วันที่ 7-8 ก.พ. นี้ตรงกับงานนับนกดอยอินทนนท์ (Inthanon Census) ซึ่งนักดูนกล้วนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ปีนี้นับเป็นปีที่ 16 ที่ทางชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนาได้จัดกิจกรรมนับนกที่นี่ เรียกได้ว่าดอยอินทนนท์เป็นสถานที่ที่มีการติดตามประชากรนก รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ อย่างต่อเนื่องเพียงไม่กี่แห่งของเมืองไทย เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมประจำปีที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
                           เมื่อกล่าวถึงนกดอยอินทนนท์ เรามักนึกถึงบรรดานกประจำถิ่นที่อยู่บนป่าสูงบริเวณยอดดอย ใครเคยไปเยือนมาแล้วเป็นต้องประทับใจกับความเชื่องของนกเหล่านี้ คงเพราะในอดีตไม่เคยมีคนขึ้นไปอาศัยอยู่ นกต่างๆจึงไม่มองคนเป็นผู้ล่าหรือศัตรู นกประจำถิ่นสีสันสวยงามที่ถือเป็นตัวแทนที่เหมาะสมมากๆกับโลโก้งานปีนี้คือ นกกินปลีหางยาวเขียว (Green-tailed Sunbird) ชนิดย่อยเฉพาะถิ่นของที่นี่ซึ่งมีแถบอกสีแดง แต่สัปดาห์นี้ขอแนะนำให้รู้จักกับ นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า (Mrs. Gould’s Sunbird) นกกินปลีอีกชนิดที่มีสีสันสวยงามเช่นกัน แถมยังพบได้ง่ายแทบจะทั่วทั้งดอยไม่เว้นแม้ป่าดิบเขาที่ไม่สูงจากระดับน้ำทะเลมากนัก
                           นักดูนกส่วนใหญ่คงรู้สึกขัดใจไม่น้อยกับชื่อไทยของนกสีสันแสบทรวง ที่มีลำตัวสีแดง ท้องสีเหลืองสด และหางยาวสีน้ำเงินเข้มเป็นมันวาว จึงอย่าได้แปลกใจหากได้ยินนักดูนกเรียกชื่อทับศัพท์ ซึ่งถูกตั้งเป็นเกียรติให้กับคุณนาย Elizabeth Gould ภรรยาของ John Gould นักปักษีวิทยาและศิลปินนักนิยมธรรมชาติชื่อดัง
                           ชื่อไทยของนกกินปลีหางยาวคอสีฟ้านั้นมีที่มาจากการแปลตรงตัวจากชื่อสามัญที่เดิมใช้ Blue-throated Sunbird เพราะมันมีคอสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดเด่นที่จะสังเกตเห็นเป็นสิ่งแรกๆเวลาเจอมัน ผู้เขียนเข้าใจว่าส่วนหนึ่งน่าจะเป็นชื่อที่ตั้งเพื่อล้อไปกับนกกินปลีคอแดง (Crimson Sunbird) ซึ่งเป็นนกกินปลีหางยาวตัวสีแดงๆเหมือนกัน นกกินปลีคอแดงเคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Scarlet-throated Sunbird
                           นกเพศผู้จำนวนมากที่พบในเมืองไทยช่วงนี้อยู่ในชุดขน eclipse ซึ่งหมายถึงชุดขนหลังช่วงจับคู่ สีสันจึงดูก้ำกึ่งระหว่างเพศผู้และเพศเมีย น่าจะเดากันไม่ยากใช่ไหมครับว่าสีสันของนกเพศเมียดูจืดชืดต่างจากเพศผู้ชัดเจนตามแบบฉบับนกกินปลี แม้จะพบได้บ่อยๆตามดอยทั่วทุกหนแห่งเฉพาะฤดูหนาว แต่ช่วงกลางปีก็มีรายงานการพบอยู่บ้างเช่นกัน สันนิษฐานกันว่าอาจมีบางส่วนเป็นนกประจำถิ่นด้วย
————————
นกกินปลีหางยาวคอสีฟ้า
ชื่ออังกฤษMrs. Gould’s Sunbird, Blue-throated Sunbird
ชื่อวิทยาศาสตร์Aethopyga gouldiae (Vigors, 1831)
วงศ์ (Family)Nectariniidae (วงศ์นกกินปลีและนกปลีกล้วย)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)

นกช้อนหอยดำเหลือบ

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150125/200085.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2558
นกช้อนหอยดำเหลือบ

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกช้อนหอยดำเหลือบ

                             ตั้งแต่กลางเดือนจนถึงปลายเดือนมกราคมนี้ อาสาสมัครนักดูนกทั่วประเทศไทยหลายกลุ่มทยอยออกตระเวนนับนกน้ำตามพื้นที่ชุ่มน้ำต่างๆ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสำหรับติดตามประชากรนกน้ำในโครงการ Mid-winter Asian Waterbird Census (เรียกสั้นๆว่า AWC) ผู้อ่านท่านใดสนใจช่วยนับนก รีบติดต่อไปที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) ก่อนสิ้นเดือนนี้นะครับ
                             นกน้ำส่วนใหญ่มีจำนวนลดลงทุกปีโดยยังคงมีสาเหตุหลักคือการถูกล่าและถิ่นอาศัยถูกทำลาย มีเพียงไม่กี่ชนิดที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ที่ชัดเจนที่สุดคงไม้พ้นนกปากห่าง (Asian Openbill) เพราะมันสามารถกินสัตว์ต่างถิ่นรุกรานอย่างหอยเชอรี่ (golden apple snails) ซึ่งระบาดหนักไปทั่วตามแหล่งน้ำทุกหนแห่ง อาหารของนกปากห่างจึงมีเหลือเฟือ นกน้ำขนาดใหญ่อีกชนิดที่เพิ่มจำนวนขึ้น คือ นกช้อนหอยดำเหลือบ (Glossy Ibis) ซึ่งส่วนหนึ่งของการเพิ่มจำนวนขึ้นน่าจะมาจากหอยเชอรี่เช่นเดียวกัน เพราะมันกินหอยวัยอ่อนตัวเล็กๆเป็นอาหารได้ด้วย อย่างไรก็ตามมันล่าเหยื่อได้หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ปลา กุ้ง กบ งู หรือแม้กระทั่งลูกนก
                             ในอดีตนกช้อนหอยดำเหลือบมีสถานภาพเป็นเพียงนกอพยพพลัดหลง แต่เมื่อราวๆ สิบปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เริ่มมีประชากรมาตั้งรกรากทำรังวางไข่ในบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ ปัจจุบันเป็นนกที่พบได้ประจำตลอดทั้งปี แถมยังดูจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ สามารถพบได้เป็นฝูงใหญ่ในจังหวัดอื่นๆ ทางภาคกลาง เช่น อยุธยา นอกจากนี้ยังมีรายงานฝูงเล็กๆ ในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ไกลถึงพัทลุงหรือเชียงใหม่เลยทีเดียว
                             การเพิ่มขึ้นของนกช้อนหอยดำเหลือบไม่ใช่“การฟื้นตัวของประชากร”ดังที่เกิดขึ้นกับนกน้ำขนาดใหญ่อย่าง นกกาบบัว นกกระทุง และนกอ้ายงั่ว ที่ในอดีตเคยเป็นนกที่เจอได้ทั่วไป แต่ต่อมามีจำนวนลดลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ก่อนที่จะมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ เพราะมีการตระหนักเกี่ยวกับปัญหาการล่ามากขึ้น
                             นกช้อนหอยดำเหลือบในชุดขนฤดูผสมพันธุ์มีลำตัวสีน้ำตาลแดงเข้ม ปีก หลัง และหางมีสีเขียวหรือม่วงเข้มเหลือบสะท้อนแสง ส่วนในชุดขนนอกฤดูผสมพันธุ์มันจะมีลำตัวสีเทาเข้ม หัวและคอมีลายขีดสีขาว นับเป็นนกที่มีการกระจายพันธุ์กว้างชนิดหนึ่ง พบได้ทางชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย แอฟริกา และกระจายเป็นหย่อมๆไปจนถึงออสเตรเลีย โดยประชากรที่ทำรังทางตอนเหนืออพยพลงใต้ในฤดูหนาว
———————–
นกช้อนหอยดำเหลือบ
ชื่ออังกฤษ Glossy Ibis
ชื่อวิทยาศาสตร์ Plegadis falcinellus (Linnaeus, 1766)
วงศ์ (Family) Threskiornithidae (วงศ์นกช้อนหอยและนกปากช้อน)
อันดับ (Order) Plataleiformes (อันดับนกช้อนหอยและนกปากช้อน)

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกสติ๊นท์คอแดง

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150118/199627.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2558
นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกสติ๊นท์คอแดง

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกสติ๊นท์คอแดง

                              วันที่ 19-25 มกราคมนี้ สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) กำหนดให้เป็นวันสำรวจประชากรนกชายเลนปากช้อน (Spoon-billed Sandpiper) ที่ทราบกันดีว่าเป็นนกชายเลนหายากที่เหลือเพียงไม่กี่ร้อยตัว ในขณะเดียวกันก็ยังคงอยู่ในช่วงนับนกน้ำเอเชียกลางฤดูหนาว (Mid-winter Asian Waterbird Census) อาสาสมัครที่มุ่งมั่นตามหานกชายเลนปากช้อนในช่วงเวลาดังกล่าว จึงควรที่จะเก็บข้อมูลนกน้ำชนิดอื่นๆ ในเวลาเดียวกันไปด้วยเลย
                              เนื่องจากนกชายเลนปากช้อนมีจำนวนน้อยมาก ปกติเราจึงพบมันเพียงครั้งละตัวสองตัว หากินปะปนกับนกชายเลนชนิดอื่น โดยเฉพาะนกสติ๊นท์คอแดง (Red-necked Stint) ซึ่งมีขนาดตัวไล่เลี่ยกัน ทรวดทรงก็ละม้ายคล้ายคลึงกัน แถมยังมีถิ่นอาศัยที่คล้ายคลึงกัน คือหาดเลนและนาเกลือริมชายฝั่งทะเล ประชากรของนกสติ๊นท์คอแดงที่อพยพหนีหนาวมายังเมืองไทยยังมีจำนวนมาก บางครั้งอาจพบได้ถึงหลายพันตัวในจุดเดียว
                              แม้จะงอยปากของนกชายเลนปากช้อนจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ชัดเจน แต่ในระยะไกลบางครั้งก็สังเกตได้ยาก การสังเกตท่วงท่าของนกชายเลนแต่ละชนิดขณะหากินจึงช่วยได้มาก นกสติ๊นท์คอแดงซึ่งมีปากเรียวโค้งลงเล็กน้อยจะเดินจิ้มในดินเลนหรือน้ำตื้นๆ ไปเรื่อยๆ ส่วนนกชายเลนปากช้อนจะใช้ปากไถไปมาในบริเวณน้ำตื้นเป็นหลัก โดยรวมนกชายเลนปากช้อนมีขนาดตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย สัดส่วนหัวก็ใหญ่กว่าอีกด้วย
                              ในช่วงนี้ของปี นกชายเลนแทบทุกชนิดอยู่ในชุดขนนอกฤดูผสมพันธุ์ พวกมันมีลำตัวสีน้ำตาลๆ เทาๆและมีท้องสีขาว แลดูละม้ายคล้ายคลึงกันไปหมด นกสติ๊นท์คอแดงจะมีคอสีส้มเข้มเมื่อเริ่มเข้าสู่ชุดขนฤดูผสมพันธุ์ในช่วงฤดูร้อน เป็นช่วงเวลาไม่นานก่อนที่มันจะอพยพขึ้นไปยังแหล่งทำรังวางไข่ทางตอนเหนือของรัสเซีย
                              นกสติ๊นท์คอแดงเป็นชนิดที่ชอบหากินตามชายฝั่งทะเลมากที่สุดในบรรดานกสติ๊นท์ 4 ชนิดที่พบในไทย ยามที่น้ำทะเลขึ้นสูง พวกมันจะไปหลบพักหรือหากินอยู่ในนาเกลือ ช่วงนี้เองที่จะพบหากินปะปนกับนกสติ๊นท์ชนิดอื่นๆ ซึ่งเป็นนกชายเลนขนาดเล็กที่มีขาและปากสั้นเช่นเดียวกัน หากไม่นับนกสติ๊นท์เล็ก (Little Stint) ที่มีหน้าตาคล้ายกันมากในชุดขนนอกฤดูผสมพันธุ์ นกสติ๊นท์คอแดงนั้นจำแนกชนิดได้ไม่ยากจากลวดลายและขาสีดำ ไม่เป็นสีเหลืองเหมือนนกสติ๊นท์นิ้วยาว (Long-toed Stint) และนกสติ๊นท์อกเทา (Temminck’s Stint)
————————
นกสติ๊นท์คอแดง
ชื่ออังกฤษ Rufous-necked Stint, Red-necked Stint
ชื่อวิทยาศาสตร์ Calidris ruficollis (Pallas, 1776)
วงศ์ (Family) Scolopacidae (วงศ์นกอีก๋อย นกชายเลน และนกปากซ่อม)
อันดับ (Order) Charadriiformes (อันดับนกชายเลนและนกนางนวล)

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระจ้อยอกเทา

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150111/199203.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2558
นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระจ้อยอกเทา

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระจ้อยอกเทา

                          ฤดูหนาวนี้ยังคงมีนกที่น่าตื่นเต้นทยอยถูกรายงานมาไม่ขาดสายสำหรับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย หากยังจำกันได้ เมื่อเดือนกว่าๆ มานี้เพิ่งมีรายงานนกเป็ดผีชนิดใหม่ในประเทศไทยที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย ล่าสุด ก็มีข่าวการพบนกใหม่ต้อนรับปีใหม่ ประเทศไทยมีนกเพิ่มมาอีกชนิดแล้วครับ คราวนี้เป็นนกเขน (robin) ชนิดหนึ่ง ชื่อว่า Firethroat ปรากฏตัวที่พื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ ซึ่งหมอหม่อง นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา ได้ลงทุนลงแรงพัฒนาเป็นแหล่งอาศัยชั้นเยี่ยมของนกทุ่ง-นกน้ำ
                          แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการพบนกชนิดใหม่ของประเทศในพื้นที่อนุรักษ์นกน้ำคำ ก่อนหน้านี้ก็มีรายงานแรกของ นกกระจิ๊ดชิฟแชฟ (Common Chiffchaff) และ นกกระจ้อยอกลายจุด (Spotted Bush Warbler) เจ้าตัวหลังนี้ในอดีตเคยถูกจัดเป็นชนิดเดียวกับ นกกระจ้อยอกเทา (Baikal Bush Warbler) ซึ่งพบมากที่น้ำคำ ตามปกติแล้วนกกระจ้อยกลุ่มนี้มีอุปนิสัยค่อนข้างลึกลับขี้อาย แต่สำหรับที่นี่ เพียงแค่นั่งรอเงียบๆ อยู่ในซุ้มบังไพร ก็มีโอกาสพบมันเดินออกมาเล่นน้ำแบบโล่งๆ ได้ไม่ยากเลย
                          นกกระจ้อยอกเทาเป็นนกอพยพนอกฤดูผสมพันธุ์ที่มีประชากรชุกชุมในถิ่นอาศัยที่เหมาะสม โดยเฉพาะตามทุ่งหญ้าทางภาคเหนือ พบได้ทั่วประเทศยกเว้นภาคใต้ แต่ถึงจะมีจำนวนมาก ก็ใช่ว่าจะเห็นตัวกันได้ง่ายๆ นะครับ มันหากินโดยการ “เดิน” มุดไปตามพงหญ้ารกทึบไม่ต่างจากญาติสนิทอย่างนกพงตั๊กแตน (grasshopper warblers) พวกมันไม่ได้ก็เป็นญาติกับ “นกกระจ้อย” กลุ่มอื่นๆ ที่ “กระโดด” หากินแต่อย่างใด
                          อันที่จริงนกกระจ้อยอกลายจุดไม่ได้มีจุดที่อกเยอะกว่านกกระจ้อยอกเทาเท่าใดนัก ยิ่งกว่านั้น มันมีสีเทาที่อกมากกว่าเจ้ากระจ้อยอกเทาเสียอีก ในชุดขนฤดูผสมพันธุ์อกมันจะเป็นสีเทาล้วนๆ ตัดกับลำตัวสีน้ำตาล ต่างจากนกกระจ้อยอกเทาซึ่งในชุดขนฤดูผสมพันธุ์ก็ยังมีอกสีน้ำตาลอมเทา ไม่ค่อยต่างจากนอกฤดูผสมพันธุ์นัก ที่ชื่อฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักคงเป็นเพราะ “นกกระจ้อยอกเทา” นั้นถูกตั้งขึ้นในสมัยที่ทั้งสองยังถูกจัดเป็นชนิดเดียวกัน
                          ใครสนใจจะลองไปตามหานกกระจ้อยอกลายจุดตัวที่สองของประเทศ แนะนำว่าควรพยายามดูลายบั้งที่ก้นและความยาวหาง นกกระจ้อยอกเทามีแต้มสีขาวที่ก้นหนากว่ามาก แถมยังมีหางสั้นกว่าอีกด้วย ทั้งสองชนิดอาจมีลายจุดบนอกหรือไม่มีก็ได้ โดยเฉลี่ยเพศผู้มีจุดสีเข้มกว่าเพศเมีย และนกโตไม่เต็มวัยส่วนใหญ่จะไม่มีจุดเลย
————————
นกกระจ้อยอกเทา
ชื่ออังกฤษ Baikal Bush Warbler, Siberian Bush Warbler
ชื่อวิทยาศาสตร์ Locustella davidi (La Touche, 1923)
วงศ์ (Family) Locustellidae (วงศ์นกพงตั๊กแตน)
อันดับ (Order) Passeriformes (อันดับนกเกาะคอน)

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระแตหาด

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20150104/198766.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2558
นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระแตหาด

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกกระแตหาด

                               ขณะนี้ผู้อ่านหลายท่านคงอยู่ระหว่างท่องเที่ยววันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่า ขอประชาสัมพันธ์ครับว่าวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม จะมีงานประชุมต้อนรับปีใหม่ ของสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) ที่ห้องบรรยาย 1 คณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรศาสตร์ (บางเขน) ภายในงานสมาชิกทุกท่านจะสามารถลงคะแนนเลือกตั้งคณะนายกและกรรมการสมาคมชุดใหม่ ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2558-2559 นอกจากนี้ยังมีการอบรมนับนกน้ำเอเชีย (Asian Waterbird Census) สมาคมจะขอแรงอาสาสมัครนักดูนก ช่วยกันลงพื้นที่นับจำนวนนกน้ำแต่ละชนิดในพื้นที่ชุ่มน้ำทั่วประเทศในช่วงครึ่งเดือนหลัง ที่สำคัญคือมีเสื้อแจกสำหรับอาสาสมัครด้วยนะครับ!
                               พื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งมีการติดตามประชากรนกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในที่ราบลุ่มภาคกลางและบางส่วนของภาคเหนือ ถึงกระนั้นก็ยังคงมีพื้นที่ตกสำรวจที่ต้องการข้อมูลอีกมาก ทุกปีจะมีนกน้ำหลายชนิดลดจำนวนลงจนถูกเลื่อนขั้นในบัญชีแดงของสหภาพเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN Red List) แต่การตระหนักถึงความสำคัญของบางชนิดยังไม่มากเท่าที่ควร เช่น นกกระแตหาด (River Lapwing) ซึ่งพบได้ไม่ยากตามแม่น้ำสายใหญ่ๆ แต่ด้วยความที่แม่น้ำส่วนใหญ่ไม่ใช่จุดนับนกน้ำ จึงยังขาดการสำรวจประชากรอย่างจริงจัง
                               ปัจจุบันนกกระแตหาดมีสถานภาพระดับโลกใกล้ถูกคุกคาม (NT: Near-threatened) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียถิ่นอาศัยและแหล่งทำรังวางไข่ หาดริมแม่น้ำหลายแห่งมีการรบกวนโดยตรงจากมนุษย์และสัตว์เลี้ยง อนาคตของมันก็ดูจะไม่สวยงามเท่าไหร่นัก เพราะมีเขื่อนผลิตไฟฟ้าหลายโครงการจ่อคิวรอถูกสร้างตามแม่น้ำสายหลัก โดยเฉพาะแม่น้ำโขง แน่นอนว่าแหล่งวางไข่ของนกกระแตหาดก็จะเหลือน้อยลงไปเรื่อยๆ
                               นกกระแตหาดมีลักษณะเด่นคือใบหน้าสีดำ และหงอนที่ปกติจะชี้ไปด้านหลัง ยามตกใจหงอนมันจะชี้ตั้งฟูขึ้น เป็น“ทรงผม” ที่แลดูเท่ดีไม่หยอก แต่เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่พิเศษที่สุดของนกชนิดนี้คือเดือยแหลมที่ยื่นออกมาจากบริเวณหัวปีก ว่ากันว่ามันใช้ในการ “ขวิด” ต่อสู้กันเมื่อเกี้ยวพาราสี
                               ปกตินกกระแตหาดจะชอบหากินโดดเดี่ยวหรือเป็นฝูงเล็กๆ ไม่พบเป็นฝูงใหญ่แบบที่นกกระแตชนิดอื่นชอบอยู่รวมกันในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ แต่ยามที่ไม่ต้องเลี้ยงลูกก็จะสามารถพบมันตามทุ่งโล่งใกล้แหล่งน้ำนิ่งได้ด้วย ซึ่งบางครั้งก็อาจห่างไกลจุดทำรังตามแม่น้ำสายใหญ่ๆ พอสมควรเลยทีเดียว
—————————-
นกกระแตหาด
ชื่ออังกฤษ River Lapwing, Asian Spur-winged Plover
ชื่อวิทยาศาสตร์ Vanellus duvaucelii (Lesson, 1826)
วงศ์ (Family) Charadriidae (วงศ์นกหัวโตและนกกระแต)
อันดับ (Order) Charadriiformes (อันดับนกชายเลนและนกนางนวล)

นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

Published ธันวาคม 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141228/198490.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557
นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

นกเขาเปล้าธรรมดา : นกป่าสัปดาห์ละตัว

             วันหยุดยาวปีใหม่นี้ผู้อ่านส่วนใหญ่ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวคงไม่พลาดที่จะออกทริปยาวไปพักผ่อนเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ส่วนคนกรุงเทพที่ตัดสินใจอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดในวันที่คนจำนวนมากออกเดินทาง ก็สามารถมาร่วมกิจกรรม bird walk ที่สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (BCST) จัดทุกวันเสาร์-อาทิตย์แรกของเดือนที่สวนรถไฟและสวนหลวง ร.๙ ช่วงนี้ของปีนกอพยพจากประเทศเขตอบอุ่นและเขตหนาวล้วนมาถึงแหล่งอาศัยช่วงฤดูหนาวกันครบถ้วนทุกชนิดแล้ว

แต่นอกจากนกอพยพฤดูหนาว ตามสวนสาธารณะใน กทม. ก็พบนกที่อพยพตามแหล่งอาหารได้ด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนเมื่อไม่นานมานี้ก็เช่น นกเขาเปล้าธรรมดา (Thick-billed Green Pigeon) ที่ถูกพบ 1 คู่ขณะกินลูกไม้ในสวนลุมพินี ในงาน Bangkok Wild Watch จัดโดยมูลนิธิโลกสีเขียว โดยทั่วไปเราถือว่านกเขาเปล้าธรรมดาเป็นนกประจำถิ่น (resident) ที่หาดูง่าย กระจายอยู่ตามป่าทั่วประเทศ แต่ในที่ราบลุ่มภาคกลางที่มีรายงานเพียงประปรายนั้น ส่วนใหญ่น่าจะเป็นนกป่าที่บินตามหาลูกไม้กินเป็นระยะทางไกล

นกที่มีพฤติกรรมเช่นนี้อาจนับเป็นนกอพยพ (migratory) ได้ไม่เต็มปากนัก อันที่จริงคู่มือดูนกส่วนใหญ่จัดให้อยู่ในข่ายนกประจำถิ่น แต่นกกินผลไม้หลายชนิดไม่ได้เป็น sedentary (อาศัยอยู่ในอาณาเขตหรือพื้นที่เดิมตลอดทั้งปี) แบบนกประจำถิ่นตามความหมายที่มักเข้าใจกัน หากแต่เป็น nomadic ซึ่งหมายถึงพวกที่มีวิถีชีวิตเร่ร่อน โดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูผสมพันธุ์ นกเปล้าหน้าเหลือง (Ashy-headed Green Pigeon) ที่หาดูค่อนข้างยากและมีสถานภาพใกล้ถูกคุกคามระดับโลก ก็เคยมีรายงานตามสวนในลักษณะเดียวกัน

เอกลักษณ์ของนกเขาเปล้าธรรมดาคือจะงอยปาก มันมีโคนปากสีแดงสด ตัดกับสีเหลืองตุ่นๆ ของส่วนครึ่งปลายปากที่ลักษณะอวบหนา นอกจากนี้ยังมีหนังเปลือยรอบดวงตาสีเขียว เพศผู้ต่างจากเพศเมียตรงที่มีปีกสีแดงอมม่วง และมีสีส้มเรื่อๆ ที่ขนคลุมใต้โคนหาง

นกเขาเปล้าธรรมดามักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ การเฝ้าดูพวกมันเดินไต่ไปตามกิ่งก้านสาขาเพื่อจิกลูกไม้เข้าปากลูกแล้วลูกเล่า ในขณะเดียวกันก็ส่ายหางไปมาช้าๆ เป็นภาพที่น่าดูมากทีเดียวครับ วิถีชีวิตแบบเร่ร่อนก็มีส่วนช่วยกระจายพันธุ์พืชที่มันกินไปยังจุดที่อยู่ห่างไกลกันมากๆ ด้วย พวกมันเป็นนักปลูกป่าที่มีความสำคัญทีเดียว

นกเขาเปล้าธรรมดา

ชื่ออังกฤษ Thick-billed Green Pigeon

ชื่อวิทยาศาสตร์ Treron curvirostra (Gmelin, 1789)

วงศ์ (Family) Columbidae (วงศ์นกเขาและนกพิราบ)

อันดับ (Order) Columbiformes (อันดับนกเขาและนกพิราบ)

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกซ่อมทะเลปากยาว

Published กันยายน 3, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141221/198008.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม 2557
นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกซ่อมทะเลปากยาว

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกซ่อมทะเลปากยาว

                                 เริ่มมีสัญญาณของลมหนาวมาบ้างแล้วสำหรับเมืองกรุงและที่ราบลุ่มภาคกลาง ฤดูกาลนี้นับว่ามีรายงานนกชายเลนที่น่าสนใจหลายชนิดทีเดียว ที่เป็นข่าวใหญ่ที่สุดคงไม่พ้น นกลอยทะเลสีแดง (Red Phalarope) ตัวที่สองของประเทศไทย ในนาเกลือบ้านปากทะเล จ.เพชรบุรี ทำเลเดียวกันกับรายงานแรก แต่คราวนี้มีนักดูนกหลายคนโชคดีตามไปดูทันก่อนที่มันจะหายตัวไป คาดว่าน่าจะเดินทางอพยพต่อ เพราะมันชอบหากินอยู่ในทะเลเปิด
                                 หากนับจากจำนวนรายงานที่พบในเมืองไทย นกชายเลนหายากลำดับรองลงมาที่เรียกเสียงฮือฮากันไปพอสมควรคือ นกซ่อมทะเลปากยาว (Long-billed Dowitcher) ซึ่งปกติจะมีรายงานแค่ปีละตัวในไทย บางปีอาจไม่มีคนพบเลยด้วยซ้ำ นักดูนกจำนวนมากแคล้วคลาดมันมาตลอด อาจเพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยพบหากินเป็นหลักแหล่งนักทำให้ตามดูยาก แต่ปีนี้นักดูนกหลายท่านดูจะได้พบในระยะเผาขนสมอารมณ์หมายกันถ้วนหน้า
                                 ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ผู้เขียนไปร่วมทริปดูนกชายเลนกับบรรดาแอดมินเพจเฟซบุ๊กยอดนิยมอย่าง “สิ่งละอันพันละนก” และ “Northern Thai Birds” ในขณะที่กำลังส่องกล้องหา นกซ่อมทะเลอกแดง (Asian Dowitcher) ซึ่งพบได้เป็นประจำที่แหลมผักเบี้ย ก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอนกซ่อมทะเลปากยาวในบ่อน้ำตื้นๆ ริมถนน แม้นกซ่อมทะเลอกแดงจะมีสถานะใกล้ถูกคุกคามระดับโลก แต่สำหรับเมืองไทย นกซ่อมทะเลปากยาวนั้นเจอยากกว่ามาก เพราะแหล่งอาศัยหลักช่วงฤดูหนาวของมันคือตอนใต้ของทวีปอเมริกาเหนือและกลาง
                                 ที่มาของชื่อ “นกซ่อมทะเล” นั้นน่าจะมาจากลักษณะปากที่หนาตรงเหมือน นกปากซ่อม (snipes) คำว่า“ซ่อม”ในที่นี้ก็น่าจะเพี้ยนมาจาก“ส้อม” เพราะมันใช้ปากจิ้มลงไปในดินเลนเพื่อหาอาหาร แต่นกปากซ่อมล้วนแต่หากินตามแหล่งน้ำจืดเป็นหลัก โอกาสพบใกล้ทะเลนั้นมีน้อยกว่า dowitchers มาก แต่จริงๆ แล้วนกซ่อมทะเลปากยาวก็ชอบหากินตามน้ำกร่อยและน้ำจืดเป็นหลัก ไม่ได้พบเฉพาะตามชายทะเลเหมือนนกซ่อมทะเลอกแดง
                                 ในชุดขนฤดูผสมพันธุ์ นกซ่อมทะเลทุกชนิดจะผลัดขนจากชุดขนสีน้ำตาลอมเทาตุ่นๆเป็นสีน้ำตาลอมส้มทั่วทั้งตัว นกซ่อมทะเลปากยาวมีสีตุ่นกว่าและลายกระสีดำข้างอกชัดกว่านกซ่อมทะเลอกแดง แต่จุดที่ใช้จำแนกชนิดได้ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นสีขาและจะงอยปาก นกซ่อมทะเลปากยาวมีโคนปากสีอ่อนและมีขาสีเขียวตุ่นๆ ไม่ “ดำทั้งแท่ง” แบบนกซ่อมทะเลอกแดง นอกจากนี้ขนาดตัวมันยังเล็กกว่าและปากไม่หนาเท่าอีกด้วย
—————————
นกซ่อมทะเลปากยาว
ชื่ออังกฤษLong-billed Dowitcher
ชื่อวิทยาศาสตร์Limnodromus scolopaceus (Say, 1822)
วงศ์ (Family)Scolopacidae (วงศ์นกอีก๋อย นกชายเลน และนกปากซ่อม)
อันดับ (Order) Charadriiformes (อันดับนกชายเลนและนกนางนวล)

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกเป็ดผีเล็ก

Published กันยายน 3, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20141214/197649.html

กิน-ดื่ม-เที่ยว : ข่าวทั่วไป
วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557
นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกเป็ดผีเล็ก

นกป่าสัปดาห์ละตัว : นกเป็ดผีเล็ก

                          ฤดูหนาวนี้มีข่าวการพบนกหายากให้สะเทือนวงการดูนกหลายระลอกด้วยกันสำหรับเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ตั้งอยู่เหนือสุดของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในแหล่งดูนกที่มีนกทุ่งนกน้ำมากชนิดที่สุดด้วย เริ่มจาก นกเป็ดผีใหญ่ (Great Crested Grebe) ที่มาปรากฏตัวในกลางเดือน พ.ย. ตามด้วย นกเป็ดผีคอดำ (Black-necked Grebe) ซึ่งมีจำนวนรายงานในไทยน้อยยิ่งกว่าเจ้านกเป็ดผีใหญ่เสียอีก เท่านั้นไม่พอ ล่าสุดยังมีนกเป็ดผีชนิดใหม่ของประเทศไทยที่ชื่อว่า Slavonian Grebe (ในทวีปอเมริการู้จักกันในชื่อ Horned Grebe) เรียกได้ว่ามีนกเป็ดผีครบทั้ง 4 ชนิดในที่เดียว!
                          ชนิดสุดท้ายที่ยังไม่ได้กล่าวถึงคือ นกเป็ดผีเล็ก (Little Grebe) ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่พบได้ง่ายในเมืองไทย มันกระจายอยู่ตามหนองบึงและทะเลสาบทั่วประเทศ แม้ดวงตากลมโตสีเหลืองของนกเป็ดผีเล็กชนิดย่อยที่พบในไทยจะแลดูน่าขนลุก (ม่านตาสีแดงก่ำของชนิดอื่นๆก็ไม่แพ้กัน) แต่ชื่อ“นกเป็ดผี”มีที่มาจากพฤติกรรมชอบผลุบหายลงไปใต้น้ำราวกับผีหลอก ก่อนจะไปโผล่อีกจุดหนึ่งซึ่งมักอยู่ห่างออกไป
                          พวกมันวิวัฒนาการมาให้มีความเชี่ยวชาญในการว่ายน้ำจับปลามาก ตลอดทั้งชีวิตมันขึ้นจากน้ำเฉพาะตอนวางไข่และบินเท่านั้น มีนกเป็ดผีสองชนิดที่เป็นนกประจำถิ่นในทะเลสาบขนาดใหญ่ทางอเมริกาใต้ไม่มีความจำเป็นต้องบินมาหลายชั่วอายุ ถึงขั้นกลายเป็นนกบินไม่ได้ไปเสียอย่างนั้น
                          นกเป็ดผีไม่ใช่เป็ด (waterfowls) หากแต่ญาติสนิทที่สุดของพวกมันคือ flamingos ที่หลายคนน่าจะรู้จักจากสวนสัตว์และสารคดีโทรทัศน์ แน่นอนว่ามันฟังดูเหลือเชื่อ เพราะนกฟลามิงโกเป็นนกน้ำที่มีคอและขายาวเก้งก้าง แถมมีจะงอยปากรูปทรงประหลาดไว้กรองแพลงตอนกิน แทบไม่มีส่วนไหนเหมือนนกเป็ดผีเลย
                          นกเป็ดผีเล็กในชุดขนฤดูผสมพันธุ์มีหัวสีแดงเข้ม จะงอยปากสีดำตัดกับแต้มสีเหลืองอ่อนที่โคนปาก บางครั้งมันขนลูกน้อยขึ้นบนหลัง เป็นภาพที่น่าเอ็นดูมากครับ ลูกนกมีลวดลายขาวดำซึ่งจะค่อยๆหายไปเมื่ออายุมากขึ้น ชุดขนนอกฤดูผสมพันธุ์มีหัวและลำตัวสีน้ำตาล แม้จะไม่ได้มีใบหน้าสีขาวโพลนเหมือนชนิดอื่น แต่ในระยะไกลอาจสร้างความสับสนได้ มิหนำซ้ำช่วงนี้ของปียังมีประชากรนกเป็ดผีเล็กที่ทำรังวางไข่ทางตอนเหนือของเอเชียอพยพหนีหนาวลงมาสมทบกับกลุ่มประชากรประจำถิ่นด้วย บางที่อาจพบฝูงใหญ่หลักร้อยตัวเลยทีเดียว
———————–
นกเป็ดผีเล็ก
ชื่ออังกฤษLittle Grebe, Dabchick
ชื่อวิทยาศาสตร์Tachybaptus ruficollis (Pallas, 1764)
วงศ์ (Family)Podicipedidae (วงศ์นกเป็ดผี)
อันดับ (Order)Podicipediformes (อันดับนกเป็ดผี)
%d bloggers like this: