ธีระชัย แสนแก้ว

All posts tagged ธีระชัย แสนแก้ว

เกาะติด24ชม.แฮปปี้เบิร์ดเดย์แบบ“win win สไตล์ เนวิน ชิดชอบ”

Published ตุลาคม 11, 2010 by SoClaimon

04 ตุลาคม 2553 เวลา 22:03 น.

ผ่านทางเกาะติด24ชม.แฮปปี้เบิร์ดเดย์แบบ“win win สไตล์ เนวิน ชิดชอบ”.

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 52 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ของผู้มีบารมีทางการเมือง นามว่า “เนวิน ชิดชอบ” ที่ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีที่ชีวิตของ “เนวิน” ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ…..

โดย…ชลธิชา เหลิมทอง

เสร็จสิ้นไปแล้วสำหรับการฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 52 ปี เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ของผู้มีบารมีทางการเมือง นามว่า “เนวิน ชิดชอบ” ที่ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีที่ชีวิตของ “เนวิน” ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งบทบาททางด้านการเมือง และบทบาททางกีฬา แม้ว่าบรรยากาศการเฉลิมฉลองในปีนี้จะไม่ได้จัดงานอย่างเอิกเกริก แต่ในความเรียบง่ายก็มีนัยยะของความยิ่งใหญ่และมากด้วยบารมีของชายผู้นี้แฝง อยู่

 

งานนี้เริ่มจากตลอดบ่ายของวันที่ 3 ต.ค.  เมื่อเวลา 15.00 น.  ที่สนามไอโมบายสเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ หรือทีมประสาทสายฟ้า ที่มี “เนวิน” นั่งเป็นประธานสโมสร ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีม ทีทีเอ็ม เอฟซี พิจิตร ปรากฎว่า นอกจากสาวกทีมปราสาทสายฟ้าที่มาร่วมเชียร์ทีมโปรดอย่างแน่นขนัดจนเสื้อสีน้ำ เงินพรึ่บเต็มสนามแล้วแล้ว  ยังมีบรรดากองเชียร์วีไอพีที่เป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา โดยเฉพาะชาวกระทรวงคลองหลอด หรือ  กระทรวงมหาดไทย ที่พรรคภูมิใจไทย ของเนวิน กำกับอยู่ ไม่ว่าจะเป็น “มานิต วัฒนเสน” อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย “ขวัญชัย วงศ์นิติกร” รักษาการปลัดกระทรวงมหาดไทย “วิเชียร ชวลิต” รักษาการอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน และผู้ว่าราชการจังหวัด อีกคับคั่ง  ไม่ว่าจะเป็น  วิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี   ระพี  ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครราชสีมา   พีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผวจ.บุรีรัมย์ พงษ์ศักดิ์  นาคประดา ผวจ.ยโสธร เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมชมการแข่งขันแมตย์นี้อย่างพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็น  ศักดิ์สยาม ชิดชอบ  อนุทิน ชาญวีรกุล  โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม  ธีระชัย แสนแก้ว ฯลฯ  รวมถึงบรรดากลุ่มทุนที่สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย และทีมบุรีรัมย์ฯ  กลุ่มคิงเพาเวอร์  กลุ่มสามารถ ไอโมบาย  กลุ่มไทย แเอร์เอเชีย  กลุ่มไทยเบฟเวอร์เรจ  เป็นต้น  โดยมีแกนนำเชียร์คนสำคัญ อย่าง “กรุณา ชิดชอบ” หรือ “เจ๊ต่าย”  ภรรยาสุดรักของ “เนวิน” ที่งานนี้ลงทุนเพ้นท์หน้าเป็นรูปสายฟ้าสีน้ำเงินสัญลักษณ์ของทีมปราสาทสาย ฟ้าร่วมเชียร์ “พี่เน” และดูแลเพื่อนฝูง “พี่เน” อย่างใกล้ชิด   และผลการแข่งขันก็จบลงอย่างแฮปปี้ เมื่อทีมปราสาทสายฟ้า สามารถเอาชนะทีมจากเมืองชาละวัน 2-0 ถือเป็นของขวัญวันเกิดสำคัญที่ก่อนวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด 1วัน

หลังจากนั้น  “เนวิน”  ได้ลงมาพบปะพูดคุยกับกองเชียร์อย่างใกล้ชิดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและบ่นว่าทีม เล่นไม่ดีมากนักแต่ก็ยังดีที่ชนะ    ก่อนที่จะขอตัวไปดูแล “ผู้หลักผู้ใหญ่”ที่บ้านพักส่วนตัว โดยไม่เปิดให้สื่อร่วมสังเกตการณ์ว่ามีไปที่นั่นบ้าง   ขณะที่ “กรุณา” ก็ได้ทำหน้าที่พานักฟุตบอลทีมบุรีรัมย์ฯ  ไปฉลองชัยชนะและพบปะแฟนคลับที่ตลาดไนซ์บาซ่าร์ บุรีรัมย์ เพื่อกระจายรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้า สามารถเรียกคะแนนเสียงเป็นจำนวนมากทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่

 

ต่อจากนั้น เมื่อเวลา 22.30 น. “พี่เน” ได้นัดหมายกับสื่อมวลชนเพื่อเปิดใจให้สัมภาษณ์ในเรื่องต่างๆ  ที่บ้านพักของตัวเอง ซึ่งเป็นเวลาที่แขกวีไอพี กลับไปกันหมดแล้ว   โดยระบุว่าถึงสิ่งที่ปรารถนาสไตล์ “เนวิน” ว่า  อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ก่อนที่จะเปิดประเด็นร้อนฉ่า เรื่องการจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวน 11 คน ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ที่ระบุชัดว่า มีเป้าหมายเพื่อลอบสังหารตัวเขาด้วยค่าหัว 20 ล้านบาท

งานนี้เจ้าตัวเปิดใจด้วยเสียงเคร่งเครียด ว่า รู้ตัวมาตลอดเพราะได้รับการเตือนมาอย่างต่อเนื่องว่าจะมีคนจ้องลอบสังหาร พร้อมทั้งย้ำว่า ทั้ง “อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี “สุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี “ประวิตร วงษ์สุวรรณ”  รมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ต่างก็มีชะตากรรมไม่ต่างกับเขาเลย

ที่สำคัญเขารู้ด้วยว่าคนที่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าหน้านายเก่าของเขานั่นเอง เพราะเป็นคนเดียวที่เกลียดเขามากที่สุดและเป็นคนที่มาเงินทองมาจ้างให้คนทำ ร้ายเขาด้วย  มาถึงวรรคเปิดใจตรงนี้ เนวิน ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า และขอร้องให้เจ้านายเก่า หยุดการกระทำต่างๆ เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ต่อบ้านเมือง

“ผมคงไม่ต้องอธิบายว่าคำว่า “ท่าน” หมายถึงใคร เพราะมีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ผมเป็นคนกล้าพูด ก็เจ้านายเก่าผมนั่นแหละ  ที่ยังมีการเคลื่อนไหวอยู่เพราะวันนี้ตนเองคงไม่สามารถสร้างความโกรธชัง เกลียดแค้นจนกระทั่งต้องหาคนมาทำร้ายผม  คนที่จะโกรธผมเกลียดผมขนาดนี้ในประเทศไทยมีไม่กี่คน แต่คนที่จะมีเงินจ้างจนมาทำร้ายได้มากขนาดนี้ ผมคิดว่ามีคนเดียว ผมพูดชัดแล้วว่าคนที่โกรธผม จนคิดจะทำขนาดนี้ได้มีไม่กี่คน และคนที่มีกำลังเงินที่จะจ้างด้วยวงเงินขนาดนี้  คิดว่าก็คงไม่มีเกินหนึ่งคน”เนวิน ระบุ

 

แกนนำพรรคภูมิใจไทยบอกด้วยว่า   จะทำทุกอย่าง เพื่อให้การนิรโทษกรรมสำเร็จ โดยตั้งเป้าว่าภายในวันที่ 30 พ.ย.จะมีต้องได้รายชื่อผู้สนับสนุนจำนวน 1 แสนชื่อ พร้อมย้ำว่าจะไม่กลับไปเล่นการเมือง และจะไม่เห็นเขาเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

“ผมคิดว่าว่า ประชาชนที่มาร่วมชุมนุมด้วยเจตนาสุจริตบริสุทธิ์เหมือนท่อนฟืนที่ไปอยู่ใน กองไฟที่นักการเมืองหรือแกนนำการชุมนุมจุดขึ้น ถ้าเราสามารถชักท่อนฟืนออกจากกองไฟได้ แม้นไฟจะจุดติดแต่ก็ไม่นานและไม่มีอานุภาพในการเผาผลาญและทำลายล้างบ้าน เมืองของเราเหมือนในอดีตที่ผ่านมาได้” นายเนวิน กล่าว

เช้าวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเกิดของเขาบรรยากาศที่บ้านพักของเนวิน คราคร่ำไปด้วยผู้คน รวมเกือบ 500 ชีวิตทั้งนักการเมือง ข้าราชการ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ  พ่อค้าประชาชนที่เห็นหน้ากันชัดๆ เช่น “โสภณ ซารัมย์” “ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ” “อนุทิน ชาญวีรกูล” รวม ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่างๆที่หลั่งไหลมาอวยพรวันเกิด “เนวิน” อย่างเนืองแน่น  ไม่ว่าจะเป็น ลพบุรี สมุทรปราการ เลย   ฯลฯ  โดยภายในงานมีการขายหนังสือที่ระลึก เรื่อง “win win style  เนวิน ชิดชอบ” ซึ่งเป็นหนังสืออัตชีวประวัติเล่มแรกของ “เนวิน” เพื่อให้บรรดาแขกที่มาร่วมอวยพร ซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วย

จากนั้นในเวลา 09.00 น. เนวิน ในฐานะประธานสโมสร บุรีรัมย์ PEA ได้ขอตัวออกไปประกอบพิธีวางศิลากฤษ์ สนามฟุตบอลของทีมบุรีรัมย์ PEA แห่งใหม่ ในพื้นที่ของตัวเอง จำนวน 500 ไร่ เพื่อสร้างสนามมาตรฐานยุโรปความจุ 2.4 หมื่นคน งบประมาณ เกือบ 200 ล้านบาท โดยประกาศว่าจะใช้เวลาสร้างแค่ 6 เดือนเท่านั้น เพราะงานนี้มีคนควบคุมงานก่อสร้างระดับวีไอพี อย่าง “เสี่ยหนู” “อนุทิน ชาญวีรกูล” แห่งบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) นั่นเอง ประธานสโมสรบุรีรัมย์ฯประกาศกึกก้องว่า เดือนเมษา ปีหน้าจะได้เห็นสนามใหม่แน่นอน

 

หลังจากนั้นเวลา 10.00 น.ประธานสโมสรทีมบุรีรัมย์ ฯ  ได้จัดแถลงข่าวอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเปิดตัวการลงนามร่วมกันของบริษัทผู้สนับ สนุน ทีมบุรีรัมย์ฯ อย่างเป็นทางการในปี 2554  จำนวน 10 บริษัท ในวงเงิน  100 ล้านบาท โดยมีสปอนเซอร์ที่คุ้นหน้าคุ้นตา  คือ กลุ่มคิงเพาเวอร์ กลุ่มสามารถไอโมบาย กลุ่มไทยเบจเวอร์เรจ กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์  กลุ่มเวิล์ดก๊าซ กลุ่มฟิลลิปส์   การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ฯลฯ พร้อมประกาศว่า ในปีหน้าจะพาทีมปราสามสายฟ้าเป็นแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกให้ได้ และภายใน 5 ปีนี้จะต้องคว้าแชมป์สโมรสระดับเอเชีย  และยังมีโครงการทำให้ทีมบุรีรัมย์ฯ เป็นสโมสรฟุตบอลแบบมหาชน ที่แฟนบอลร่วมเป็นเจ้าของเหมือนทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ทีมเรอัล มาดริด และจะสร้างเมืองบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองแห่งฟุตบอลของเมืองไทยให้ได้

บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างคึกคักชื่นมื่น ก่อนจะจบท้ายด้วยฉากสวีทที่บรรดากองเชียร์ทีมปราสาทสายฟ้าเรียกร้องให้ “พี่เน” หอมแก้ม “เจ๊ต่าย” เป็นของขวัญวันเกิดวัย 52 ปีวันเกิดปีนี้ ชีวิตของ “เนวิน” “ WIN  WIN STYLE  เนวิน” ในทุกๆด้าน ทั้งเจ้าของงานวันเกิด และผู้มาร่วมงาน

พลิกปูม 36 รัฐมนตรีครม.สมชาย 1

Published ตุลาคม 5, 2010 by SoClaimon

วันที่ 25/9/2008

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์
(พปช.)นายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อ 31 สิงหาคม 2490 จบนิติศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย (นบท.) สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา เข้ารับราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรมตั้งแต่ปี 2517 ไต่เต้ามาจนถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

นิสัยส่วนตัว สุภาพ เรียบร้อย ค่อนข้างเก็บตัว แต่เมื่อภรรยานางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ทำให้ นายสมชาย จำใจเข้าสู่เส้นทางการเมือง โดยมีพี่เขยเป็นแบ๊คอัพ ก่อนจะได้เป็นรองนายกฯควบรมว.ศึกษาธิการ สมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 26 ของประเทศไทยในที่สุด


พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (คนนอก)
รองนายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2475 ที่ จังหวัดนนทบุรี สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2496 และ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก เมื่อ พ.ศ. 2507 เคยเป็นอดีตผบ.ทบ. รักษาการผบ.สส. ก่อนจะลาออกจากราชการหันมาก่อตั้งพรรคความหวังใหม่ เคยเป็นทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม รมว.มหาดไทย รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม


ดร.โอฬาร ไชยประวัติ (คนนอก)
รองนายกรัฐมนตรี

จบปริญญาตรีทางเศรษฐศาสตร์จาก U Penn จบเอกจาก MIT เจ้าของฉายาโหรเศรษฐกิจอันโด่งดังในอดีต ขนาดที่ว่าทุกครั้งที่มีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะต้องมีชื่อ ดร โอ ติดโผด้วยทุกครั้ง แต่จนแล้วจนรอดเจ้าตัวก็ยังไม่มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้เสนาบดีใดๆ เพิ่งจะได้มีโอกาสเข้ามานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการในรัฐบาลชุด นี้ รวมทั้งยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจด้วย


พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ (ชท.)
รองนายกรัฐมนตรี

เกิดเมื่อ 7 กันยายน 2478 เป็นชาวพิจิตร เคยรับราชการเป็นทหารบก ก่อนถูกให้ออกจากราชการ เมื่อร่วมก่อการกบฏ 26 มีนาคม 2520 ถูกจำคุกที่ เรือนจำลาดยาว จากข้อหากบฏ เมื่อได้เข้าทำงานการเมืองเคยเป็นอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่นานก็ติดบ่วงกรรม เมื่อถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง

ปี 2548 ออกมาก่อตั้งพรรคมหาชน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งปี 2550 จึงต้องหอบลูก-หลานมาอยู่ชายคาพรรคชาติไทย ได้รับตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีทั้งสมัยรัฐบาลสมัครและรัฐบาลสมชาย


นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล (พปช.)
รองนายกรัฐมนตรี

อดีต รมว.สาธารณสุข สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อายุ 72 จบการศึกษาปริญญาตรีเศรษฐศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เติบโตมาในสายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก่อนจะขยายอาณาจักรรับงานระดับ เมกะโปรเจ็คต์ ของรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยงานใหญ่ที่สร้างชื่อ อาทิ งานก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ

เคยเป็น รมช.คลัง สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2539


นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ (พปช.)
รองนายกฯควบ รมว.ต่างประเทศ

อดีต รมว.ยุติธรรม สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 3 กรกฎาคม 2484 ปริญญาโทคณะรัฐศาสตร์ สาขาการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าสู่วงการเมือง ได้รับเลือกเป็น ส.ส.ชลบุรี ครั้งแรกปี 2529 ก่อนย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่ เมื่อปี 2531

ผ่านงานบริหารมาโชกโชน ทั้ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ รมช.คมนาคม และ รมว.แรงงานและสวัสดิการสังคม


นายสุพล ฟองงาม (พปช.)
รัฐมนตรีประจำสำนักงานนายกรัฐมนตรี

อดีต รมช.มหาดไทย สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 5 กรกฎาคม 2505 จบระดับปริญญาโท พัฒนาสังคม ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

เป็น ส.ส. อุบลราชธานี ตั้งแต่ปี 2539-2543 ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง อยู่ในสังกัดกลุ่มของนายเนวิน ชิดชอบ เคยออกโรงอัดพ.ต.ท.ทักษิณ กลางที่ประชุมพรรคไทยรักไทยสมัย ด้วยสำนวนที่ว่า ส.ส.ไม่ใช่ลูกจ้างบริษัทชินวัตร

ปัจจุบันอ้างว่า แยกตัวออกมาจากกลุ่มของนายเนวินแล้ว แต่ยังมีเก้าอี้รมต.สำนักนายกฯรองรับอยู่


นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ (พปช.)
รัฐมนตรีประจำนักงานนายกรัฐมนตรี

เกิดวันที่ 30 มกราคม 2496จบการศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต(เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 1 กาฬสินธุ์ พรรคไทยรักไทย 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อไทยรักไทย 2548 เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย นายกรัฐมนตรี มีตำแหน่งเป็นรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน

มีความเชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย จนสามารถเบียดนายชูศักดิ์ ศิรินิล กระเด็นจนตกเก้าอี้ไปได้


นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช (พปช.)
รมว.คลัง

เกิดวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2495 จบการศึกษาเศรษฐศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปริญญาโทเศรษฐศาสตร์ The London School of Economics and Political Science สหราชอาณาจักร ปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ ประเทศแคนาดา ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย มีส่วนร่วมในการวางแผนนโยบายประชานิยม เคยเป็นรมช.คลัง ก่อนจะเขยิบขึ้นเป็นรมว.คลังในที่สุด นอกจากนี้ นายสุชาติยังเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเตรียมเอาไว้รองรับสมาชิกหากพรรคพลังประชาชนถูกยุบอีกด้วย


นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ (รช.)
รมช.คลัง

เกิดเมื่อ 25 ธันวาคม 2498 ที่ จ.พิจิตร จบปริญญาโท พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ทำธุรกิจโรงแรมและเครื่องครัวอะลูมิเนียม ถูก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ชักชวนเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงสมัคร ส.ส.พิจิตร และได้รับเลือกครั้งแรก ปี 2538 จากนั้นเพียง 2 ปี เขาขึ้นเป็น รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี 2540

เคยเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนจะออกมาก่อตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา รับเป็นเลขาธิการพรรค


ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี (พผ.)
รมช.คลัง

เป็นศรีภริยาของ ว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี อดีต รมช.พาณิชย์ เกิดเมื่อ 23 มิถุนายน 2499 เข้ารับราชหลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ม.เกริก และคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยเป็นผู้อำนวยการสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะลาออกมารับตำแหน่งทางการเมือง โควต้าของสามี จากพรรคเพื่อแผ่นดิน


นายมั่น พัธโนทัย (พผ.)
รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

เกิด 21 มกราคม 2484 จบปริญญาโท-เอก สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกาเป็น เด็กสร้าง ของเจ้าพ่อปากน้ำ วัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าวัฒนา จะย้ายไปนั่งกระทรวงใด ก็จะตามไปเป็นเลขานุการทุกครั้ง ก่อนจะเติบใหญ่ได้เป็นรมว.ไอซีที เมื่อวัฒนา นายทุนของพรรคเพื่อแผ่นดินติดคดีคลองด่านไม่สามารถจะรับตำแหน่งเองได้


นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล (รช.)
รมว.พลังงาน

เกิดวันที่ 8 มี.ค. 2492 การศึกษาจบ วิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แพทยศาสตร์บัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา 5 สมัย เป็นคู่เขยของสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เมื่อพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลภ อดีตรมว.พลังางาน วางมือทางการเมืองจึงถูกสุวัจน์ เลือกมารับตำแหน่งแทนในที่สุด


นายไชยา สะสมทรัพย์ (พปช.)
รมว.พาณิชย์

อดีต รมว.สาธารณสุข หลังจากนั้นจึงถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ สมัยนายสมัคร สุนทรเวช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกิดเมื่อ 18 กันยายน 2495 จบการศึกษาโรงเรียนเทคโนโลยีนครปฐม ปี 2523-2533 เป็นสมาชิกสภาจังหวัดนครปฐม ปี 2538 เป็น ส.ส.นครปฐมหลายสมัย ถือเป็นครอบครัวการเมือง ที่ยึดครองนครปฐมมายาวนาน สมัยเมื่อเข้าไปเป็นรมว.สาธารณสุขถูกกลุ่มแพทย์ต่อต้านอย่างหนักจนถึงขั้น ล่ารายชื่อถอดถอน


พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์(มณ)
รมช.พาณิชย์

เกิดเมื่อ 26 กรกฎาคม 2506 จบปริญญาโทสาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร รับราชการตำรวจ และลาออกปี 2543 เป็น อดีต ส.ส.นครสวรรค์ 2 สมัย ปี 2544 และ 2548 ในนามพรรคไทยรักไทย ส่วนในการเลือกตั้ง 23 ธันวาคมที่ผ่านมา ลงสมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่มที่ 2 สังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย ลำดับที่ 1 แม้สอบตก แต่ดีกรีมือทำงานชั้นเยี่ยมย่อมไม่พลาดการปูนบำเหน็จครั้งนี้ ถือเป็นเด็กในคาถาของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ทั้งพูดและทำแทนนายหมดทุกอย่าง จึงถือว่าเป็นนักการเมืองคนสนิทคนหนึ่งของเจ้าพ่อวังน้ำยม


นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ (พปช.)
รมช.พาณิชย์

เกิดวันที่ 15 มีนาคม 2487 จบปริญญาโท-รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เคยเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ อดีตเลขานุการกรรมาธิการสวัสดิการสังคม อดีตที่ปรึกษาประธานรัฐสภา (ดร.โภคิน พลกุล) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ) อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ดร.โภคิน พลกุล)


พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ (คนนอก)
รมว.มหาดไทย

เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2490 เป็นชาวอำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 6 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 22 รับราชการเป็นตำรวจตระเวนชายแดนมาตลอด เป็นเวลากว่า 27 ปี ก่อนจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หลังเกษียณอายุราชการ ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ในรัฐบาล นายสมัคร และรัฐบาลสมชาย ก็ยังมีเก้าอี้ แต่เหลือเพียงตำแหน่งรมว.มหาดไทยเท่านั้น


นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข (พปช.)
รมช.มหาดไทย

วันเดือนปีเกิด 2 พฤศจิกายน 2500 วุฒิการศึกษา วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาโยธา MAPUA INSTITUTE OF TECH.ประเทศฟิลิปปินส์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการศึกษาเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

เคยดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.มหาดไทย ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขานุการ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เลขานุการ รมว.กระทรวงสาธารณสุข, เลขานุการ รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


นายประสงค์ โฆษิตานนท์ (พผ.)
รมช.มหาดไทย

เกิด 15 ธันวาคม 2486 จบปริญญาตรี สาขาการเงินและการธนาคาร(สถาบัน Far Eastern : ฟิลิปปินส์) ปริญญาโท สาขาการตลาด (สถาบัน Dallas : สหรัฐ) เป็นเจ้าของบ.อาณาจักรสุโขทัยหินอ่อนและแกรนิตผู้กว้างขวางในหมู่นักการ เมือง สนิทกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์มาก แต่มาเป็นรมต.ในโควต้านายทุนพรรคเพื่อแผ่นดิน ส่วนตำแหน่งการเมืองในอดีตเคยเป็นส.ว.เพชรบูรณ์ ปี 2535-2539


นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ (พปช.)
รมว.ยุติธรรม

เกิด 27 มิถุนายน 2497 จบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร สาขาโยธา ม.ขอนแก่น วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาแหล่งน้ำ จุฬาฯ มีฉายา”ขุนค้อน”จากการทำหน้าที่ขึงขังสมัยเป็นรองประธานสภาผู้แทนฯเมื่อปี 2539 เดิมเป็นแกนนำกลุ่มอีสานพัฒนาพรรคพลังประชาชน แต่ต้องถอนมาตั้งกลุ่มขุนค้อน เพราะถูกเพื่อนในกลุ่มหาว่า”หักหลัง” เพราะดันเสนอชื่อตัวเองจนได้รับเลือกเป็นรมว.วัฒนธรรมในช่วงท้ายรัฐบาลสมัคร ก่อนมาใหญ่ขึ้นอีกในยุคสมชายนี้


นางอุไรวรรณ เทียนทอง (ปชร.)
รมว.แรงงาน

ภริยาหัวหน้าพรรคประชาราช-เสนาะ เทียนทอง มากินโค้วตาแทนสามี ที่กระทรวงนี้ตั้งแต่รัฐบาลสมัคร1 เรื่อยมาจนถึงตอนนี้ โดยยุครัฐบาลทักษิณก็เคยเป็นมาแล้วทั้งรมว.แรงงานและรมว.วัฒนธรรม ป้าอุ เกิด 9 กรกฎาคม 2485 จบปริญญาตรีพาณิชยศาสตร์และบัญชี ธรรมศาสตร์ เคยรับราชการที่มหาดไทยจนเกษียณที่ซี 9 ผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาท้องถิ่น กรมการปกครอง ก่อนตามรอยสามีเข้าสู่วงการเมือง


นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล (พปช.)
รมว.วัฒนธรรม

เกิด 2 พฤศจิกายน 2502 จบปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต ม.เกษตรศาสตร์ ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า เป็นส.ส.แพร่หลายสมัย ขั้วตำแหน่งรัฐมนตรีโควต้าภาคเหนือก็หลายหน แต่ก็แห้วตลอด เพิ่งได้เก้าอี้สมใจคราวนี้ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ได้ดีเพราะเป็นคนใกล้ชิดเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายกฯสมชาย ที่ผู้คนสงสัยเป็นช้างเท้าหน้าหรือเท้าหลังกันแน่


นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล (ชท.)
รมว.เกษตรและสหกรณ์

เกิด27เมษายน2494 จบปริญญาตรีรัฐศาสตร์รามคำแหง ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ธรรมศาสตร์ เป็น ส.ส.อ่างทอง ตั้งแต่ปี 2529 จนปัจจุบัน เคยเป็น รมว.ศึกษาธิการ ปี 2542 และรองประธานสภาผู้แทนฯปี 2544 เป็นอดีตคนเดือนตุลา ที่โตทางการเมืองกับพรรคชาติไทยมายาวนานด้วยบุคคลิกว่านอนสอนง่ายในสายตาหลง จู้หัวหน้าพรรค จึงมีตำแหน่งแทบทุกครั้งที่เป็นรัฐบาล


นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร (ชท.)
รมช.เกษตรและสหกรณ์

เกิด 22 พฤศจิกายน 2504 ยังคงเก้าอี้เดิมไว้ได้ต่อจากช่วงรัฐบาลสมัคร ที่เคยส้มหล่น ได้รับเก้าอี้มาแทนโควต้าของนายกมล จิระพันธ์วาณิช ส.ส.ลพบุรี ที่ติดปัญหาคุณสมบัติเพราะครอบครัวมีสัมปทานกับรัฐ แต่ก็ถือเป็นลูกรักอีกคนของหัวหน้าพรรค-บรรหาร ที่เข้าไปทำงานในกระทรวงเกษตรฯชนิดเป็นตัวแทนรับใบสั่งหลงจู้ มาจัดการให้ทุกรูปแบบ


นายธีระชัย แสนแก้ว (พปช.)
รมช.เกษตรและสหกรณ์

เกิดปี 2510 จบปริญญาโท สาขาสังคมสงเคราะห์ ธรรมศาสตร์ เป็นส.ส.อุดรธานีหลายสมัย ถนัดบทบู๊จนได้ฉายา”อีโต้อีสาน” มีบทบาทสำคัญในกลุ่มเพื่อนเนวินที่คอยปกป้องทักษิณมาตลอดโดยเฉพาะช่วงหลัง รัฐประหาร 19 ก.ย.49 ที่เป็นแกนนำกลุ่มคนรักทักษิณไม่เอาเผด็จการ แม้เที่ยวนี้กลุ่มเพื่อนเนวินจะโดนเด็ดเขี้ยวลดโควต้า แต่ฐานะของธีระชัยก็ยังมั่นคงในตำแหน่งเดิม


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ (ชท.)
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

เกิด 23 ตุลาคม 2508 จบนิติศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) จุฬาฯ นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐฯ เป็นมือวิชาการของพรรคชาติไทยมาตลอด และถือเป็น”ยังบลัด”ที่พรรคภูมิใจนำเสนอ ด้วยภาพพจน์ที่ไม่เคยเสียหาย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นคนรู้ใจของหัวหน้าบรรหารเช่นกัน จึงเหนียวแน่นอยู่ในเก้าอี้รมว.ท่องเที่ยวฯได้ตั้งแต่สมัคร 1 จนถึงปัจจุบัน


นายสันติ พร้อมพัฒน์ (พปช.)
รมว.คมนาคม

เกิด 20 กันยายน 2495 จบปริญญาโทศิลปศาสตร์ รามคำแหง แต่ปริญญาตรีที่รามฯยังมีปัญหาเพราะถูกแฉกลางสภาว่า ทุจริตการสอบจนถูกลบชื่อไปแล้ว เป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ เจ้าของบริษัท นวพัฒนาธานี เคยเป็นนายทุนพรรคความหวังใหม่ เมื่อยุบมารวมกับไทยรักไทย ก็ใกล้ชิดทักษิณ จนได้รับการผลักดันเป็นรมว.คมนาคมในฐานะตัวแทนเฮียเพ้ง ตอนตั้งรัฐบาลสมัคร แต่เที่ยวนี้หวิดเสียเก้าอี้เพราะใกล้ชิดกลุ่มเพื่อนเนวินเกินไป ดีแต่รีบไปเคลียร์กับนายใหญ่ทัน ถึงรักษาเก้าใหญ่ตัวนี้ไว้ได้


นายโสภณ ซารัมย์ (พปช.)
รมช.คมนาคม

เกิด 31 มีนาคม 2502 จบปริญญาตรี ครุศาสตร วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ สังกัดกลุ่มเพื่อนเนวินขนานแท้ เพราะเป็นส.ส.บุรีรัมย์ในสังกัดยี้ห้อยมาตั้งแต่ปี 2544 บทบาทไม่ถึงกับโดดเด่น แต่เที่ยวนี้กลับส้มหล่นได้เข้ามาแทนที่”ทรงศักดิ์ ทองศรี”ลูกพี่ลูกน้องของเนวิน ที่ต้องตกกระป๋องไปอย่างไม่คาดฝัน จนเป็นที่ฮือฮามากว่า นี่เป็น 1 ในเกมเชือด เพื่อสยบอหังการ์พ่อมดเขมร


นายวราวุธ ศิลปอาชา (ชท.)
รมช.คมนาคม

ลูกคนสุดท้องของหัวหน้าพรรคชาติไทย จบปริญญาโท MBA FINANCE จากยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ วิสคอนซิล สหรัฐอเมริกา เป็นส.ส.สุพรรณบุรีตามรอยพ่อ เกิด 11 กรกฎาคม 2516 เพิ่งอายุเต็ม 35 ปีตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดให้เป็นรัฐมนตรีได้ จึงได้รับการผลักดันจากเตี๋ยบรรหาร ให้ขึ้นแท่นรมต.แทนอนุรักษ์ จุรีมาศ ที่มีปัญหาติดร่างแหจำเลยคดีทุจริตหวยบนดินด้วย


นายศรีเมือง เจริญศิริ (พปช.)
รมว.ศึกษาธิการ

เกิด 9 กรกฎาคม 2485 จบการศึกษา ปริญญาโท มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยเป็นสว.มหาสารคามปี 2543-2549 ที่มีบทบาทในการสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่ จนเป็นหัวหอกในการชนกับกลุ่มสว.ฝ่ายจรงกันข้าม จากนั้นจึงเข้ามาสังกัดพรรคพลังประชาชน และถือเป็นรัฐมนตรีสายตรงคนหนึ่งของตระกูลชินวัตร


นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง (พปช.)
รมว.วิทยาศาสตร์

น้องชายนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่เข้ามารับตำแหน่งแทนพี่ชายซึ่งติดห้องขังบ้านเลขที่ 111 อยู่ โดยคงเก้าอี้เดิมอย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่สมัคร 1 จนถึงตอนนี้ เกิด 13 สิงหาคม 2502 การศึกษาปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประกอบธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์


ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง (พปช.)
รมว.สาธารณสุข

เกิด 10 มิถุนายน 2491 การศึกษาสูงสุดตอนนี้คือ ปริญญาเอกนิติศาสตร์ รามคำแหง เป็น อดีตรมว.มหาดไทย สมัยรัฐบาลสมัคร ที่ถูกปรับออกในช่วงท้ายอย่างเจ็บปวด ด้วยข้อหาที่เป็นรมต.สายล่อฟ้าคนหนึ่ง เป็นนักการเมืองฝืปากกล้าที่มีบทบาทโลดโผนยาวเหยียด ตั้งแต่รับราชการเป็นตำรวจจนมาเล่นการเมือง ได้เป็นรัฐมนตรีก็หลายรัฐบาล ตกอับถูกคณะปฏิวัติยึดอำนาจช่วงรัฐบาลชาติชาติ ชุณหะวัณ ไล่ล่าจนต้องลี้ภัยออกนอกประเทศก็เคย เล่นบทฝ่ายค้านไล่รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ทำมาแล้ว ทั้งเคยเป็นหัวหน้าพรรคมวลชน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันให้อดีตนายกฯทักษิณ ถึงทุกวันนี้ จนได้ดีกลับมาเป็นรมต.อีกหน


นายวิชาญ มีนชัยนันท์ (พปช.)
รมช.สาธารณสุข

เกิด 24 กรกฎาคม 2503 จบปริญญาตรีคณะวิทยาการจัดการ ม.ราชภัฏราชนครินทร์ ฉะเชิงเทรา ปริญญาโทรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง เล่นการเมืองท้องถิ่นเป็นสก.เขตมีนบุรีอยู่หลายสมัย จนบารมีแก่กล้า จึงโดดลงสนามใหญ่เป็นส.ส.กทม.ตั้งแต่ปี 2544 อยู่ในสังกัดกลุ่มเจ๊หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธ์


นายอุดมเดช รัตนเสถียร (พปช.)
รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2502 จบการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีหลายสมัย เคยเป็นผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงคมนาคม

ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.กระทรวงมหาดไทย และเลขานุการ รมว.กระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นคนสนิทคนสำคัญของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงได้รับการทั้งผลักทั้งดันอย่างเต็มที่จนได้เป็นรัฐมนตรีในที่สุด


พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก (พผ.)
รมว.อุตสาหกรรม

เกิด 18 พฤษภาคม 2485 อดีตอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนแรก จากนั้นก็ลาออกก่อนเกษียณมาเล่นการเมืองเคยสังกัดพรรคชาติพัฒนา เมื่อพรรคยุบไปรวมกับพรรคไทยรักไทย จึงหยุดพักการเมืองไป ก่อนกลับมาเป็นประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และเที่ยวนี้ส้มหล่นได้เป็นรมต.แทนหัวหน้าพรรค-สุวิทย์ คุณกิตติ ที่เจอคำสั่งห้ามจากลอนดอน ไม่ยอมให้ขึ้นเป็นรมต.


นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน (มฌ.)
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เป็นอีกคนที่รับตำแหน่งแทนสามี คือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่โดนดอง 5 ปี อยู่ในบ้านเลขที่ 111 เกิด 21 กันยายน พ.ศ.2501 จบปริญญาตรี ม.ศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก และปริญญาโท ม.เกษตรศาสตร์ เดิมรับราชการครูตั้งแต่ปี 2524 แต่พลิกผันชีวิตมาเป็นนักการเมืองเพื่อสืบทอดแทนสามี จนรั้งเก้าอี้หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนั่งเก้าอี้รมต.ตีวนี้เหนียวแน่นมาตั้งแต่สมัคร 1

แถลงการณ์พันธมิตรฯ ประณามอันธพาลการเมือง!

Published กันยายน 27, 2010 by SoClaimon

วันที่ 26/7/2008

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

หมายเหตุ:กลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ออกแถลงฉบับที่16/2551 เรื่อง”ประณามรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติที่ส่งกลุ่มอันธพาลของรัฐบาล ทำร้ายร่างกายและพยายามฆ่าประชาชนอย่างโหดเหี้ยม” หลังจากที่เกิดเหตุกลุ่มต่อต้านในนามกลุ่มคนรักอุดร ได้ยกกำลังนับพันบุกเข้าถล่มเวทีพันธมิตรฯที่อุดรธานีเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม และรุมทำร้ายคนของพันธมิตรฯจนบาดเจ็บสาหัสหลายคน โดยที่ตำรวจไม่ได้ดูแลเท่าที่ควร)

ตามที่ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ใช้สิทธิชุมนุมตามรัฐธรรมนูญอย่างสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ เพื่อทำหน้าที่ของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญในการปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตลอดจนพิทักษ์รัฐธรรมนูญที่มาจากมติมวลมหาประชาชนส่วนใหญ่ของคนในประเทศกว่า 14 ล้าน 7 แสนคน และยกระดับเป็นการโค่นล้มระบอบทักษิณและขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดนั้น

ตลอดเวลากว่า 61 วัน 61 คืนที่พันธมิตรฯใช้สิทธิชุมนุมอย่างต่อเนื่องโดยสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธนั้น ปรากฏว่า รัฐบาลได้ใช้วิธีให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและนักการเมืองท้องถิ่น ตลอดจนแนวร่วมที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชนจัดกลุ่มอันธพาลของรัฐบาล เพื่อไล่ทุบตี ทำร้ายร่างกาย และพยายามฆ่าประชาชนที่มาร่วมชุมนุมบนเวทีพันธมิตรฯ ตลอดจนทำลายทรัพย์สินที่ใช้จัดเวทีด้วยอาวุธหลายชนิด อาทิ มีด ขวาน ค้อน ไม้หน้าสามตอกตะปูโผล่ปลายแหลม ท่อนเหล็ก ก้อนหิน และลูกหิน ทั้งในกรุงเทพฯและในจังหวัดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและข้าราชการฝ่ายปกครองได้สมรู้ร่วมคิด รู้เห็นเป็นใจ ปล่อยให้ผู้ปราศรัยและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ถูกอันธพาลของรัฐบาลทำร้ายร่างกายอย่างโหดเหี้ยมซึ่งหน้า ซึ่งเกิดขึ้นหลายจังหวัดในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน เช่น กรุงเทพฯ ขอนแก่น เชียงใหม่ เชียงราย สกลนคร มหาสารคาม ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อุดรธานี ฯลฯ

การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำที่เหี้ยมโหด ทารุณ ป่าเถื่อน โดยรัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐคอยบงการ และสนับสนุนในการทำร้ายประชาชน

บัดนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสในการที่อันธพาลของรัฐบาลได้บุกทำร้าย ร่างกาย และพยายามฆ่าพี่น้องประชาชนที่จังหวัดอุดรธานี

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงเห็นควรแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังนี้

1.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอแสดงความเสียใจและให้กำลังใจผู้ที่ถูกทำร้ายร่างกายในการชุมนุมที่ผ่านมา

2.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้กำลังใจกับพี่น้องประชาชนที่ยืนหยัด อย่างกล้าหาญในการจัดเวที และขอให้ปฏิบัติตามประกาศของพันธมิตรฯฉบับที่ 6/2551 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2551 ที่ให้พี่น้องประชาชนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งหน้าหรือสมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลจนถึงที่สุด และแนะนำให้พี่น้องประชาชนงดจัดเวทีเฉพาะพื้นที่ที่ไม่สามารถพึ่งพาตำรวจและ เจ้าหน้าที่รัฐในการให้ความปลอดภัยตามกฎหมายได้ และขอให้เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่กรุงเทพมหานคร แทน

หากพี่น้องประชาชนในจังหวัดใด ประสงค์จะจัดเวทีของพันธมิตรฯขอให้ส่งตัวแทนเข้ามาประสานงาน และรับคำแนะนำจากพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยส่วนกลาง เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ รับทราบผล และสรุปสถานการณ์ โดยที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยส่วนกลางจะสามารถให้ข้อมูลข่าวสารและ ประสบการณ์ในการเสนอแนะในการจัดชุมนุมได้

3.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอประณามรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ที่ให้กลุ่มสมุนบริวารส่งอันธพาลของรัฐบาลมาทำร้ายร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สินประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และข้าราชการฝ่ายปกครอง นอกจากไม่คุ้มครองความปลอดภัยแล้ว ยังรู้เห็นเป็นใจ ทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ว่า เป็นการกระทำละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ไม่เคารพสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ทำผิดกฎหมายอาญาให้เกิดขึ้นทั่วสารทิศ จนกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไม่เป็นที่ยอมรับในสากล จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ทราบถึงความชั่วช้าสามานย์นี้

4.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขอเรียกร้องต่อพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยรักษาความมั่นคงภายใน ได้แสดงความรับผิดชอบมากกว่าการวางเฉย เพราะหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ก็จะเกิดการนองเลือดทั่วประเทศ กระทบต่อความมั่นคงภายใน เพราะฝ่ายที่ถูกกระทำอาจจะต้องลุกขึ้นสู้ในที่สุด และในเวลานั้นก็ใกล้จะมาถึงแล้ว

5.พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยืนยัน และสนับสนุนในทุกวิถีทางเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีความกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง กับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ โดยพันธมิตรฯไตยจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ ของรัฐทุกๆคน ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในทุกๆกรณี นอกจากนี้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีมติให้ยื่นฟ้องร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติต่อไป

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะหยุดยั้งการคุกคามและการก่อความรุนแรงกับประชาชน ตลอดจนดำเนินคดีกับกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับทุกคน ซึ่งมาจากการวางแผนของรัฐบาล อันเนื่องมาจากรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติอยู่ในภาวะจนตรอกนั่นเอง

ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

รวมกรณีที่อันธพาลการเมืองทำร้ายประชาชน

วันที่ 28 มีนาคม 2551 (กรุงเทพมหานคร)

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดงานสัมนา”ยามเฝ้าแผ่นดิน ภาคพิเศษ” ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มอันธพาลของรัฐบาลฝั่งสนามหลวงได้ยิงน๊อตและลูกแก้วเข้ามาในมหาวิทยาลัย จนผู้ที่เข้ามารับฟังได้รับบาดเจ็บหลายคน ภายหลังจบการสัมนา รถบัสของกองทัพธรรมที่เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 40 คนได้ถูกกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ ประมาณ 50 คนลอบทำร้าย โดยการขว้างปาก้อนหิน ขวด และภาชนะบรรจุน้ำปัสสาวะขึ้นมาบนรถซึ่งมีแต่ผู้หญิง คนแก่และเด็ก จนได้รับบาดเจ็บประมาณ 7 – 8 คน น.ส.พนมธรรม นาวาบุญนิยม อาการหนักที่สุดเพราะถูกปาก้อนหินโดนคางจนแตก ตำรวจไม่สามารถจับคนร้ายได้

วันที่ 25 เมษายน 2551 (กรุงเทพมหานคร)

พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดสัมมนาครั้งที่สอง ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มอันพาลของรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ ได้ขว้างปาข้าวของ ขวดน้ำ ก้อนหิน เข้ามาในมหาวิทยาลัย นายเสรี อูมา ช่างภาพช่อง 7 ได้ถูกม็อบปาหินโดนบริเวณคิ้วจนแตกเลือดไหลอาบเต็มหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมหรือควบคุมสถานการณ์ได้

วันที่ 25 พฤษภาคม 2551 (กรุงเทพมหานคร)

พันธมิตรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมถูกกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ เข้าทำร้ายรางกายขณะเดินทางกลับ โดยน.ส.ระรินทิพย์ ฐิตานุวงศ์ โดนตบหน้าและหลานที่จะเข้ามาช่วยเหลือถูกกลุ่มต่อต้านกว่า 10 คน เตรียมเข้าทำร้าย โดยตำรวจไม่เข้ามาช่วยเหลือใดๆ

วันเดียวกัน ขบวนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกกลุ่มอันธพาลลอบโจมตีด้วยการขว้างปาสิ่งของ ก้องอิฐ ขวดน้ำส้มสายชู น้ำปลาร้าที่เตรียมมา เข้าใส่ท้ายขบวน รวมทั้งเข้าไปกระโดดถีบผู้ร่วมขบวน โดยไม่มีตำรวจเข้าไปดูแล กระทั่ง นายยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที ถูกขว้างปาจนโหนกแก้มแตก นายศุภชัย ตระกูลรังสี การ์ดกลุ่มพันธมิตร ถูกกลุ่มอันธพาลใช้ไม้หน้าสามรุมตีบาดเจ็บสาหัส ขาข้างซ้ายหักและยังมีผู้บาดเจ็บฝ่ายพันธมิตรถูกทำร้ายไม่สาหัสอีกประมาณ 10 คน

เวลา 00.30 น. บริเวณสี่แยกจปร.รถขนของของกองทัพธรรมถูกกลุ่มอันธพาลขว้างปาสิ่งของต่างๆ เข้าใส่ ทั้ง ก้อนหิน ขวด และไม้ พร้อมตะโกนด่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นนอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะยืนเฉย ไม่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้ว ยังไม่ปรากฏว่าได้มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีความอาญากับกลุ่มอันธพาลของ รัฐบาลแต่ประการใด

วันที่ 27 มิถุนายน 2551 (อุดรธานี)

กลุ่ม นปก. กลุ่มคนรักอุดร และกลุ่มคนรักทักษิณ ซึ่งเป็นกลุ่มอันธพาลของรัฐบาลประมาณ 200 คน นำโดย นายขวัญชัย ไพรพนา ทำการด่าทอ ปาข้าวของใส่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยการเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่รัฐ

วันที่ 11 กรกฏาคม 2551 (สกลนคร)

กลุ่มอันธพาลฯประมาณ 400คนใช้หนังสติ๊ก ถุงปัสสาวะ ก้อนหิน ขวดกระทิงแดงขว้างใส่เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมิได้ดำเนินการใดๆทั้งสิ้น

วันที่ 13 กรกฎาคม 2551 (เชียงใหม่)

เวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เชียงใหม่ ถูกกลุ่มอันธพาลของรัฐบาล นำโดย นายเพชรวัฒน์ พัฒนศิริกุล ประธานสภาประชาชนภาคเหนือ นายอัครเดช สุขลักษณ์ แกนนำเครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน และ นายวิทยา ตันติภูวนาท หรือ แกนนำกลุ่มคนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย ได้ปาไข่เน่าใส่ไข่เน่าเข้าใส่…และหลังการปราศรัยของพันธมิตรจบลงกลุ่มต่อ ต้านได้เข้าปิดล้อมโรงยิมและขว้าง ไข่เน่า ถุงแกงบูด ถุงฉี่ ขวดน้ำ ก้อนหิน เข้าใส่ประชาชนที่เดินทางออกจากโรงยิมโดยไม่สนใจว่าเป็นเด็ก ผู้หญิง พระสงฆ์ หรือผู้สูงอายุใดๆ โดยตำรวจก็ไม่สามารถจับกุมกลุ่มอันธพาลนี้ได้แต่อย่างใด

วันที่ 17 กรกฏาคม 2551 (ศรีสะเกษ)

นายวีระ สมความคิด ที่เดินทางไปอุทยานเขาพระวิหาร ได้ถูกขัดขวางโดยตำรวจและอันธพาลของรัฐบาลที่สั่งการโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ปิดถนน หลังจากนั้นกลุ่มอันธพาลได้ขว้างปาท่อนไม้ และนำท่อนไม้เข้าตีกลุ่มพันธมิตรฯ จนได้รับบาดเจ็บหลายสิบราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ดำเนินคดีกับกลุ่มอันธพาลดังกล่าวแตประการใด

วันที่ 19 กรกฏาคม 2551 (เชียงราย)

กลุ่มอันธพาลของรัฐบาลในนาม เครือข่าย “คนเจียงฮายฮักประชาธิปไตย” ประมาณ 1,000 คน ยกขบวนปิดทางเข้าสนามบินเชียงรายเพื่อตรวจหากลุ่มพันธมิตร ทางกลุ่มต่อต้านยังได้แยกย้ายค้นตามสถานที่ต่างๆอย่างอุกอาจเช่น สำนักงานมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา ชุมชนป่างิ้ว เทศบาลนครเชียงราย ซึ่งเป็นสำนักงานของนางเตือนใจ ดีเทศน์ อดีต ส.ว. เชียงราย โดยปาสิ่งของเข้าใส่สำนักงาน ยิงหนังสติ๊กใส่,ปิดล้อมบ้านของ นายผ้าง พลชัย เจ้าของวิทยุชุมชนห้วยไคร้ 107.5 เมกะเฮิร์ตซ์ แกนนำพันธมิตร จ.เชียงราย และทำลายหม้อแปลงไฟหน้าบ้าน ทุบหลังคาบ้าน โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ

วันที่ 23 กรกฏาคม 2551 (มหาสารคาม)

กลุ่มอันธพาลของรัฐบาล 400 คน บุกรื้อเวทีพันธมิตร จนเกิดการจลาจล หลังเหตุการณ์สงบ พบว่า นายการุณ ใสงาม ถูกปาด้วยอิฐและหนังสติ๊กยิงที่สีข้างและศีรษะและได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้อง เข้าโรงพยาบาล โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น

วันที่ 24 กรกฎาคม 2551 (บุรีรัมย์)

กลุ่มอันธพาลของรัฐบาลได้นำก้อนหิน ท่อนเหล็กบรรจุปูน ทำลายเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทุบทำลายลำโพง และทรัพยสิน ทางราชการ และขว้างปาด้วยก้อนหินและของแข็งใส่ผู้ชุมนุม

วันที่ 24 กรกฏาคม 2551 (อุดรธานี)

กลุ่มอันธพาลของรัฐบาล ในนามกลุ่มคนรักอุดร นำโดย ขวัญชัย ไพรพนา และ น้องชายนายธีระชัย แสนแก้ว ซึ่งเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน ได้นำอาวุธมีด ขวาน ไม้หน้าสามติดตะปู ลูกหิน ลุยทำร้ายพันธมิตรฯพร้อมเผารื้อทำลายเวที ส่งผลพันธมิตรฯบาดเจ็บและสาหัสรวม 20 ราย

(หมายเหตุ:รวบรวมนำเสนอโดยพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย)
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง
รมว.มหาดไทย

“เหตุการณ์เกิดจากกลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้เรียกร้องประชาธิปไตย เนื่องจากรัฐบาลก็มาจากประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้ง แต่พันธมิตรฯกลับมาขับไล่ ทั้งขับไล่ตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย พอเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชนก็วิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ตอนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อยู่ต่างประเทศ พันธมิตรก็บอกว่าหนีคดี แต่พอกลับมา บนเวทีปราศรัยก็ด่าพ.ต.ท.ทักษิณ เสียๆหายๆซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังชอบพ.ต.ท.ทักษิณอยู่

เมื่อพันธมิตรไปตั้งเวทีปราศรัยด่าทอ คนที่รักพ.ต.ท.ทักษิณก็ออกมาขับไล่ ผมยังอยากเจรจากับกลุ่มพันธมิตรว่า ทำอย่างนี้เพื่ออะไร ถ้าไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ก็ควรวิจารณ์โครงสร้างรัฐบาล ไม่ใช่ด่าตัวบุคคล แล้วถ่ายทอดสด ด่าหยาบๆคายๆ คนที่ชอบอยู่ ก็ไม่พอใจ ถ้าพันธมิตรยังไม่ยุติพฤติกรรมเช่นนี้ เมื่อไปจังหวัดไหนที่เป็นฐานเสียงของรัฐบาล ก็จะทะเลาะกันไม่รู้จบ พันธมิตรคำนึงถึงประเทศชาติหรือไม่ว่า ข่าวออกไปทั่วโลกว่าคนไทยเข่นฆ่ากันเอง”
นายธีระชัย แสนแก้ว
รมช.เกษตรฯ-ส.ส.อุดรธานี

“ผมโทรศัพท์สอบถามไปยัง นายอุทัยซึ่งเป็นน้องชาย ตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้การฯถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งได้เตือนน้องชายว่า ต้องระวังเพราะ เราเป็นการเมือง ทำอะไรอาจเป็นเหยื่อการเมืองได้ ขณะที่เกิดเหตุผมก็ไม่อยู่ เผอิญเป็นนามสกุลแสนแก้วด้วย ก็เลยเป็นโอกาสดีของสื่อ แต่คนที่พูดให้ตีและบอกว่าจะให้เงินคือไพรพนา ไม่ใช่น้องผม ผมก็บอกน้องชายว่า อย่าไปยุ่ง ซึ่งมันก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีการตีกัน แต่ตอนนั้นต้องบอกว่า สส.อุดรฯไม่มีใครอยู่ ผมก็ไม่อยู่ ไอ้เราก็ไม่อยากให้เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น ถ้าพันธมิตรไปเมื่อไหร่ ก็จะได้รับการต่อต้านทุกครั้ง เราไม่รู้จะทำอย่างไร พี่น้องเป็นสองกลุ่ม มันก็จุดนี้แหละ”
นายขวัญชัย ไพรพนา
ประธานชมรมคนรักอุดรธานี

“ที่เราออกมาคัดค้านพันธมิตรฯ เนื่องจากไม่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ถ้ามีการตั้งเวทีและมีการยั่วยุอีก ผมก็จะทำแบบนี้อีก”

%d bloggers like this: