ธรรมะจากวัด

All posts tagged ธรรมะจากวัด

งานบวช ตอนที่ 1

Published ธันวาคม 9, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010858&srcday=2015-08-01&search=no

วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 604

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

งานบวช ตอนที่ 1

เมื่อ วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา เป็นวันชาติของสหรัฐอเมริกา เป็นวันหยุดงานวันหนึ่งของชาวอเมริกัน วันหยุดสำคัญๆ ของชาวอเมริกันนั้น ชาวอเมริกันจะอยู่บ้าน หรือไม่ก็ไปเยี่ยมครอบครัวหรือญาติมิตรที่อยู่ต่างรัฐ เมื่อรวมญาติรวมมิตรพร้อมหน้ากันได้แล้ว ก็จะจัดงานกินเลี้ยงสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูง

คนที่สนใจวัฒนธรรมอเมริกันมักจะรู้เป็นอย่างดีว่า แต่ละเทศกาลจะทำอาหารอะไรรับประทาน เช่น วันขอบคุณพระเจ้า (thank giving) มักจะมีอาหารที่ประกอบด้วย ไก่งวง เป็นหลัก ส่วนเทศกาลงานฉลองวันชาติของชาวอเมริกันก็มักจะมีอาหารประเภทปิ้งย่าง (barbecue) รับประทานกัน

เวลาเหมาะสมที่จะมีงานสังสรรค์คือ เวลาเที่ยงและเวลาเย็น หรือเลี้ยงดูปูเสื่อกันตั้งแต่เช้าถึงเย็น ไปถึงค่ำๆ ก็จะมีการจุดพลุหรือดอกไม้ไฟน้อยใหญ่ฉลองกันอย่างดุเดือดเหมือนอยู่ในภาวะสงครามอย่างนั้น

หลายปีมาแล้ว เมื่อถึงวันเฉลิมฉลองวันชาติของชาวอเมริกัน พุทธศาสนิกชนกลุ่มหนึ่งที่เคยมาวัดพุทธปัญญาอยู่เป็นประจำก็มักจะมาทำบุญที่วัดพุทธปัญญาคราวละหลายๆ คน เมื่อมาถึงก็ได้ชักชวนกันสนทนาธรรมจนบ่ายและเย็น

ต่อมาจึงลองคิดว่า น่าจะมีประเพณีที่สื่อถึงความเป็นอิสรภาพเพิ่มขึ้นมา โดยปรารภเหตุที่ว่า วัดพุทธปัญญา มีต้นศรีมหาโพธิ ซึ่งได้ต้นอ่อนมาจากใต้ต้นศรีมหาโพธิพุทธคยา ประเทศอินเดีย

ต้นศรีมหาโพธิจึงเป็นต้นไม้ที่แสดงออกถึงเสรีภาพทางจิตใจ อันไม่มีกิเลสของพระพุทธเจ้า

เมื่อประเทศสหรัฐอเมริกาฉลองวันแห่งอิสรภาพของประเทศ พุทธศาสนิกชนจึงน่าจะเชื่อมโยงเรื่องอิสรภาพทางใจที่เป็นเสรีจากพันธนาการแห่งกิเลสเข้าด้วยกันได้

วันใดที่ใจไม่มีกิเลสรบกวน วันนั้นล้วนเป็นวันแห่งอิสรภาพที่สัมผัสได้ด้วยใจ

การรดน้ำนมแก่ต้นโพธิ์ หมายถึง การนำ กาย วาจา และใจ อันบริสุทธิ์สดใสเข้าไปปฏิบัติภาวนาเพื่อก่อให้เกิดความรู้ตัวทั่วพร้อมน้อยใหญ่ไปจนถึงการตรัสรู้หมดสิ้นอาสวะกิเลสวันใดวันหนึ่งในภายภาคหน้า

ก่อนที่จะไปอบรมเป็นพระอุปัชฌาย์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นายเกจ มานี่ เป็นหนุ่มชาวอเมริกัน ซึ่งมีความสนใจในวิถีแห่งพุทธศาสนิกชนไทยและพระพุทธศาสนามาก จนเปลี่ยนชื่อเป็นไทยว่า นายกิตติศักดิ์ ด้วยการขอเป็นบุตรบุญธรรมของ นายสมโภชน์ พูลสวัสดิ์ ต่อมาเขาจึงได้ชื่อและนามสกุลไทยว่า นายกิตติศักดิ์ พูลสวัสดิ์ ได้มาแจ้งความจำนงเอาไว้ว่า ถ้าหลวงพ่อได้เป็นพระอุปัชฌาย์ ผมจะขอบวชพระกับหลวงพ่อเป็นคนแรก อาตมาก็รับปากเขาอย่างมีเงื่อนไขว่า ถ้าสอบพระอุปัชฌาย์ผ่านตามหลักสูตรของคณะสงฆ์ไทย จะรับเธอมาเป็นสัทธิวิหาริก หรือศิษย์ที่ฉันจะเป็นพระอุปัชฌาย์คนแรกเลย ขอให้เธอท่องคำขานนาคให้คล่อง เพราะฉันถือว่าผู้ที่จะมาบวชในพระพุทธศาสนาจะต้องท่องคำขานนาคได้ถูกต้องอย่างแคล่วคล่องด้วยตนเอง

หนุ่มอเมริกันชื่อไทยใจรักการบวช รับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด เขาฝึกอ่านและเขียนภาษาไทยด้วยตนเอง โดยหาข้อมูลการเรียนภาษาไทยทางอินเตอร์เน็ต เขาอ่านคำขานนาคเพื่อเตรียมตัวบรรพชาอุปสมบทได้อย่างถูกต้อง ขั้นต่อมาก็ท่องจนขึ้นใจไม่ติดขัด ขั้นสุดท้ายฝึกการท่องให้ถูกทำนองอย่างไพเราะ

ทุกอย่างเป็นไปตามที่หนุ่มอเมริกันคนนี้ปรารถนา คือตั้งแต่อาตมาจบการอบรมจนได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์วันที่ 1 มีนาคม 2558 ยังไม่มีใครมาขอบรรพชาอุปสมบทก่อนหน้านายกิตติศักดิ์เลยสักคนเดียว

จึงกำหนดวันบวชของนายกิตติศักดิ์ว่า วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 เพราะวันนี้เป็นวันที่คนรักวัดพุทธปัญญาจะคืนสู่เหย้ากลับมาทำบุญสวดมนต์ภาวนากันที่วัดพุทธปัญญาอย่างพร้อมเพรียง เพื่อมาร่วมพิธีการถวายน้ำนมรดต้นโพธิ์อันสื่อถึงการบำรุงพระพุทธศาสนาที่หยั่งรากลึกลงในประเทศสหรัฐอเมริกา ต้นโพธิ์เป็นสัญลักษณ์ของพระพุทธศาสนา

การเฉลิมฉลองการหยั่งรากลึกของพระพุทธศาสนาลงในประเทศสหรัฐอเมริกาในปีนี้มีความพิเศษอยู่ที่ ลูกชายอเมริกันที่เกิดและเติบโตบนผืนแผ่นดินสหรัฐอเมริกาแห่งนี้ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาจนเข้าใจและเห็นคุณค่าของพระพุทธศาสนา ได้ตัดสินใจเข้าบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาในวันชาติแห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้งตามคำขอบวชนั้น

การที่ชาวอเมริกันคือชาวท้องถิ่นตัดสินใจบวชในพระพุทธศาสนา เป็นการตอกย้ำว่า พระพุทธศาสนาได้หยั่งรากลึกลงในดินแดนแห่งนี้จริงๆ ยิ่งคนที่เข้ามาบวชยังเป็นคนหนุ่ม อายุเพิ่งย่างเข้า 25 ปี ยิ่งทำให้เป็นการส่งต่อพระพุทธศาสนาผ่านสู่คนอเมริกันรุ่นใหม่เป็นไปได้มากขึ้น

หวังและรอคอยเสมอว่า คนอเมริกันรุ่นใหม่ หรือคนอเมริกันเชื้อสายไทยจะให้ความสนใจเข้ามาศึกษาและปฏิบัติพุทธธรรมจนตัดสินใจบวชเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะต้องอาศัยบุญบารมีของผู้บวชเอง ที่ต้องสะสมกันมายาวนานเป็นพิเศษก็ตาม

ในวันสุกดิบ หรือก่อนการบวช 1 วัน ชาววัดพุทธปัญญา อุบาสก อุบาสิกา นำโดย คุณโยมบุปผา มหาอุบาสิกาผู้เป็นที่เคารพรักของชาววัดพุทธปัญญาเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ ร่วมกันทำข้าวต้มมัด 200 กว่าคู่ แจกแขกที่จะมาร่วมงานในวันบวชนาคให้ได้รับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญทั่วถึง

เป็นการชุมนุมยอดฝีมือการห่อข้าวต้มมัดครั้งสำคัญ อันประกอบไปด้วย คุณสมโภชน์ พ่อเจ้านาค คุณนิตยา คุณจวบ คุณนก เจ้ปุ้ย และอีกหลายท่านที่มีจิตอาสาเสียสละทั้งวันด้วยความอิ่มใจ อิ่มบุญ

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2558 พระสงฆ์วัดพุทธปัญญา ตื่นเช้าทำวัตรสวดมนต์ตามปกติแล้วฉันอาหารเช้า ซึ่งวันนี้มีคุณวันชาติ คุณเปิ้ล คุณพะเยาว์ และชาวกริฟฟิตพาร์คเป็นเจ้าภาพนำอาหารหลากหลายชนิดมาถวาย นับเป็น big breakfast แบบไทยๆ อย่างสบายๆ

เมื่อพระสงฆ์ฉันอาหารแล้ว ทีมงานที่มาปักหลักแต่เช้า มี คุณจุไร เป็นผู้ประสานงานสำคัญคอยประสานสิบทิศให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ได้เชิญให้ทุกคนรับประทานอาหารเสียก่อน เพื่อจะได้เตรียมตัวรับแขกและช่วยงานหลายอย่างด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องพะวงเรื่องอาหาร กองทัพเดินด้วยท้องฉันใด พุทธอาสาที่มาช่วยงานวัดก็ต้องอิ่มท้องฉันนั้น ดั่งที่ท่านเจ้าชื่น สิโรรส ได้กล่าวให้ได้ยินเสมอๆ ว่า บุญก็ได้ ไส้ก็เต็ม อิ่มท้อง อิ่มใจ ไม่กังวล

เวลา 10.00-11.10 น. พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมกันทำวัตรเช้า เจริญสมาธิภาวนาและฟังธรรมแล้วพากันตั้งแถวตักบาตรภายในบริเวณลานจอดรถวัดพุทธปัญญา วันนี้มีผู้มาร่วมงานไม่ต่ำกว่า 200 คน

ตักบาตรเสร็จแล้ว พระสงฆ์รับอาหารใส่บาตรไปฉัน ณ ที่อันสมควร พุทธศาสนิกชนทั้งหลายร่วมกันรับประทานอาหารและสนทนากันด้วยมิตรภาพอันอบอุ่น จนกระทั่งเวลาประมาณ 12.30 น. พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงได้ร่วมกันรดน้ำนมใต้โคนต้นโพธิ์ตามที่ได้ตกลงกันไว้

พุทธศาสนิกชนทุกท่านเข้าแถวเป็นระเบียบ เพื่อนำน้ำนมไปรดต้นโพธิ์ครบถ้วนทุกคน

การบวชนาคจึงเริ่มขึ้นเมื่อพุทธศาสนิกชนตั้งขบวนแห่นาครอบอุโบสถศาลา ขณะที่แห่ขบวนไปนั้นพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานได้ชวนกันสวดอิติปิโสจนครบ ทั้ง 3 รอบ ที่เวียนอุโบสถศาลา

เมื่อเวียนอุโบสถศาลาครบ 3 รอบแล้ว เจ้านาคและพุทธศาสนิกชนจึงเข้าสู่อุโบสถศาลาเพื่อเข้าพิธีบรรพชาและอุปสมบทต่อไป

โฆษณา

คืนทรมาน (จบ)

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128150758&srcday=2015-07-15&search=no

วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 603

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

คืนทรมาน (จบ)

เธอรับ boarding pass เที่ยวบินที่บินไปแล้วตรวจสอบ แล้วบอกว่า อีก 30 นาที จากนี้มีเที่ยวหนึ่งที่ประตู 75 ถ้ามีที่ว่างจะได้ไป แต่อีกเที่ยวหนึ่งจะออกเวลา 6 โมงเช้า เที่ยวนี้ได้ไปแน่นอน ลองไป standby ไว้ก่อนดูซิ

พนักงานเข็นรถ มุ่งหน้าไปยังประตู 75 ซึ่งอยู่ไกลจากจุดนั้นมาก เขาแข็งแรงจริงๆ เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์จัดตั๋ว standby มีคนรออยู่หลายคน พนักงานรถเข็นเดินไปเข้าใกล้ๆ แล้วเรียกชื่อคนขายตั๋ว เธอตกใจหันไปว่าหยอกล้อกันว่า อีตาบ้า ทำฉันตกใจหมดแกจะไปตายที่ไหนวะ

เจ้าหน้าที่เข็นรถยิ้มให้เธอ เธอก็ยิ้มให้เขาทั้งสองประสานตากันแล้วตอบว่า พระของฉันไข้ขึ้นสูงมาก พลาดเที่ยวบินไปเที่ยวหนึ่งแล้ว ฉันไม่อยากให้นั่งรอตรงนี้จนสว่าง พอมีที่นั่งให้สักที่ไหม อยากส่งท่านขึ้นเครื่องบินคืนนี้เลย

พอเขาพูดจบ เธอขอ boarding pass แล้วเปลี่ยนตั๋วให้ทันที เธอขึ้นเสียงแหลมกะเขาว่า โอ๋เข้ ได้แล้ว เข็นท่านเข้าไปที่ประตูเครื่องบินเลยนะ

อาตมากล่าวคำขอบใจและประทับใจเธออย่างมากท่ามกลางความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังยังมีเทพบุตรเทพธิดาบนดินที่ทำงานหนักมาช่วยนำพาให้ผ่านเวลาที่ยากลำบากนั้นไปได้ด้วยความสะดวกปลอดภัย

เมื่อคนเข็นรถส่งถึงประตูเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว จึงถามเขาว่า ถ้าฉันจะให้รางวัลคุณบ้างจะผิดกฎหมายไหม เขาหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่ผิดใดๆ ครับท่าน จึงให้ทิปเขาไปตามสมควรแก่ความดีที่เขาทำไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริงว่องไวเพื่อให้งานสัมฤทธิผล

เมื่อเครื่องบินขึ้นแล้ว อาตมาได้ที่นั่งด้านหลังใกล้ห้องน้ำนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้เข้าห้องน้ำง่าย การเดินจากประตูหน้าไปถึงที่นั่งก็ยังเหนื่อยหอบอยู่ไม่น้อย จึงต้องค่อยๆ เดินแบบเจริญสติ

เมื่อนั่งลงแล้วเจริญสติต่อจากที่เดินมา ลมหายใจหยาบก็ค่อยผ่อนคลายลงกลายเป็นละเอียดเปลี่ยนทุกขเวทนา เป็นสุขเวทนา คือทนง่ายกว่าเดิมที่ทนยากลำบาก

นี่ก็เป็นการ เห็นเวทนาในเวทนาอย่างชัดเจน

ต่อมาอาการปวดท้องเริ่มทวีความรุนแรงจากด้านซ้ายไปทางขวาจากด้านขวาไปทางหลัง เป็นทุกขเวทนาใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากลมหายใจค่อยละเอียดลง เมื่อเจอพายุลูกใหม่แบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่ากำหนดเวทนาตรงเข้าไป ดูเข้าไปยังเวทนานั้นว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา วนเวียนไปมาจนการกำหนดกับความเจ็บมองเห็นคุ้นเคยกันว่าไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขา มีเพียงคลื่นมายาแห่งรูปนามที่ทำปฏิกิริยาต่อกัน

พนักงานบริการผ่านมาถามว่า จะรับอะไรดี พิจารณาแล้วตัดสินใจด่วน แล้วตอบไปว่า ขอนมสดสักแก้ว เพราะอาจจะทำให้ขับลมที่กำลังเสียดแทงซ้ายขวา หน้าหลังและความเจ็บที่กำลังเผชิญได้ผ่อนคลายหายไป

พอดื่มนมลงไป อาการปวดท้องกลับแรงขึ้นมา แล้วค่อยๆ บรรเทาลง แต่ยังไม่หายสนิท แต่รู้สึกว่าดีขึ้น ดื่มนมเสร็จกำหนดลงไปอีกตรงจุดที่ปวดตรงๆ ไม่ต้องบริกรรมว่าปวดหนอๆ ดังอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐานสอนกันมา เพราะมันปวดอย่างหนักจนสัมผัสได้รู้ได้ด้วยกายและใจเต็มๆ ไม่ต้องส่งใจไปไหนเลย

นั่งกำหนดจนลืมตัวหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ มาตื่นเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศว่า ขณะนี้ให้เปิดหน้าต่างทุกบาน แล้วปรับเก้าอี้ที่นั่งให้ตรง เตรียมตัวร่อนลงสนามบินนานาชาติชิคาโกโอแฮ

เครื่องบินจอดสนิทแล้ว ผู้โดยสารทยอยลง มีสติกำหนดรู้ว่าต้องเดินช้าๆ ไม่ต้องเรียกรถเข็นแต่อย่างใด ค่อยๆ เดินไปรับกระเป๋าที่จุดรับ ที่ 9

ใกล้ๆ จุดรับกระเป๋าหนังสือธรรมะ มีร้านกาแฟและอาหารเช้าขาย จึงรับเพียงกาแฟแก้วหนึ่งนั่งดื่มรอคุณฉลาดมารับไปวัดพุทธธรรม

พอดื่มกาแฟหมดแก้วครู่หนึ่งเข้าห้องน้ำมีลมลงเบื้องต่ำออกมาเป็นจำนวนมาก เสร็จกิจแล้วเดินออกมารอคุณโยมฉลาดต่อ อาการปวดท้องหายเป็นปลิดทิ้ง ท้องปกติ อาการหอบหืดบรรเทาลงเกือบจะสนิท

คุณโยมฉลาดมารับไปฉันอาหารเช้าที่ร้านแดนนี่ เป็นไข่เจียวใส่ผักนานาชนิด เสร็จแล้วก็เข้าวัดพุทธธรรม มีอาการหอบเหลืออยู่บ้างจึงดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว เข้าที่พักเก็บจีวรบริขารที่จำเป็น เมื่อถึงเวลาอาหารเพลจึงมาฉันเพลร่วมกับพระธรรมทูตวัดพุทธธรรม สนทนากับอุบาสกอุบาสิกาที่มาเลี้ยงอาหารเพลแล้วขอตัวไปพักผ่อน ก่อนจะนอนพักผ่อนฉันยา day quail ชนิดน้ำเข้าไปแล้วหลับจนถึงตอนเย็น อาการหอบหืดยังมีบ้าง จึงดื่มน้ำส้มคั้นผสมโซดาเพื่อขับไล่ลม แล้ว ฉัน night quail หลับลึกจนถึงตี 4 ตื่นขึ้นมานั่งฟังพระปาฏิโมกข์จนสว่าง ลุกขึ้นลองเดินดูอาการเหนื่อยยังมี แต่หอบหืดหายไป มีแนวโน้มว่า เมื่อได้ฉันอาหารผักเบาๆ ฉันยา และพักผ่อนเพียงพอไปสัก 3-4 วัน ร่างกายก็คงจะกลับสู่ภาวะปกติ

การป่วยไข้และอุปสรรคในการเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรมครั้งนี้ หากมองแบบไสยศาสตร์น่าจะเป็นนิมิตหมายที่บ่งชี้ถึงความไม่ราบรื่นในการทำหน้าที่หรือไม่ ก็คิดกันไปได้ แต่หากมองจากพุทธทัศน์ย่อมบ่งชี้ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะลำบาก ติดขัดหรือสะดวกทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยตามกฎแห่งอิทัปปัจจยตา เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ก็มี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี ทุกประการ

คืนทรมาน

Published พฤศจิกายน 27, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010758&srcday=2015-07-01&search=no

วันที่ 01 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 602

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

คืนทรมาน

หลังจากที่อาตมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธธรรมแล้ว ได้ปรึกษาหารือกับพระธรรมทูตที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่วัดพุทธธรรมและคณะกรรมการวัดพุทธธรรมว่า จะได้จัดงานรำลึกถึงคุณูปการของหลวงพ่อพุทธทาสและหลวงพ่อปัญญานันทะที่มีต่อพระพุทธศาสนาในประเทศไทยและทั่วโลก

ทั้งพระธรรมทูตและชาววัดพุทธธรรมมีความพร้อมใจที่จะจัดงานรำลึกถึงหลวงพ่อทั้งสองด้วยความยินดียิ่ง จึงได้นัดหมายว่า วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2558 เป็นวันที่เหมาะสมและสะดวกแก่ชาววัดพุทธธรรมที่จะมาร่วมงาน แม้ว่าวันดังกล่าวจะห่างจากวันเกิดของหลวงพ่อพุทธทาสถึง 3 วัน ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ถือว่าหลวงพ่อพุทธทาสและหลวงพ่อปัญญานันทะเกิดเดือนพฤษภาคมเหมือนกันคือ หลวงพ่อพุทธทาสเกิดวันที่ 27 พฤษภาคม 2449 และหลวงพ่อปัญญานันทะ เกิดวันที่ 11 พฤษภาคม 2454

นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทั้งหลวงพ่อพุทธทาสและหลวงพ่อปัญญานันทะเกิดในเดือนเดียวกันกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคม ท่านทั้งสองได้มอบกายถวายชีวิตรับใช้พระพุทธเจ้าตั้งแต่เบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์จนวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นที่น่าสักการบูชาชื่นชมยิ่งนัก

เมื่อชาววัดพุทธธรรมได้ตกลงนัดหมายวันเวลาที่จะจัดงานกันแล้ว อาตมาจำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ได้จัดตารางไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วที่ประเทศแคนาดาและที่ประเทศไทย จึงต้องอำลาพระธรรมทูตและชาววัดพุทธธรรมเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจตามตารางที่จัดไว้แล้ว

ครั้นปฏิบัติศาสนกิจตามสถานที่ต่างๆ สิ้นสุดลงแล้ว วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 เวลา 18.00 น. คุณโยมจุไรและคุณโยมวาสนา เป็นอาสาสมัครขับรถมาส่งที่สนามบินออนตาริโอ เพื่อเดินทางไปสนามบินนานาชาติชิคาโกจึงขอขอบคุณอุบาสิกาชาววัดพุทธปัญญาทั้งสองท่านไว้ ณ โอกาสนี้

เนื่องจากต้องตรากตรำบำเพ็ญศาสนกิจติดต่อกันหลายวัน ได้พักผ่อนน้อย เมื่อกลับจากเมืองไทยแล้วยังมีศาสนกิจทันทีติดต่อกัน 2 วันเต็ม จึงมีอาการไข้หวัดปรากฏขึ้นในเวลาต่อมา

ทุกครั้งเมื่อเป็นไข้มักจะใช้ธรรมชาติบำบัด เข้าใจอาการป่วยไข้ตามความเป็นจริงว่า เกิดขึ้นในเบื้องต้น แปรปรวนในท่ามกลางและดับไปในที่สุด ดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาว อมขิงสด พักผ่อน รับประทานยา night and day quail เพื่อช่วยให้ร่างกายพักผ่อน 2 วัน 2 คืน ร่างกายรู้สึกถูกโจมตีด้วยพิษไข้จนอ่อนเพลีย อาการหวัดยังไม่ดีขึ้น เวลาเดินไกลๆ จะหอบหืดเหนื่อยง่ายๆ เคยเดินครั้งละ 4-5 ไมล์ ต่อเนื่องได้สบายๆ แต่ตอนนี้เดินไปห้องน้ำยังเหนื่อยหอบหืดต้องหยุดระหว่างทาง นับว่าร่างกายอ่อนเพลียมาก

คิดว่าไม่มีอะไรน่ากังวลมาก จึงตัดสินใจเดินทางตามตั๋วที่จองไว้ แต่พอเข้าสนามบินขึ้นบันไดเลื่อนยังรู้สึกเหนื่อยหอบ เนื่องจากเวลายังมีพอเพียง จึงเริ่มเดินไปยังประตูรอขึ้นเครื่องบินด้วยการเจริญสติ เดินแบบช้าๆ ถ้าเดินเร็วจะเหนื่อยหอบมาก เมื่อถึงที่นั่งก็นั่งเจริญอานาปานสติ วางสติไว้ที่ลมหายใจ อาการหอบไม่บรรเทาลงง่ายๆ หายใจลำบากมาก แต่พยายามผ่อนคลายด้วยระบบอานาปานสติ ดูลมหายใจที่หยาบเนื่องจากเหนื่อยหอบ ความพองยุบของท้องปรากฏชัดมาก คิดว่าเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะเจริญอานาปานสติ และเจริญสติปัฏฐานข้อเวทนานุปัสสนาที่ตามเห็นชัดทั้งภายในและภายนอก

เมื่อลมหายใจหยาบที่ก่อทุกขเวทนาเบาบางลง ลมหายใจละเอียดขึ้นตามลำดับ สุขเวทนาจากการหายใจสะดวกก็ตามมา อาการเหนื่อยหอบผ่านไปผ่านมาอย่างนี้หลายครั้งก็เป็นโอกาสเห็นอนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา ชัดเจน นามรูป เป็นอนิจจัง ทุกขังและอนัตตาจริงๆ เกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไปจริงๆ

อาการป่วยที่กำลังเผชิญอยู่นี้หนักมิใช่น้อยในรอบ 20 กว่าปี กล่าวคือ เคยเป็นแบบนี้แต่หายไปนานร่วม 20 กว่าปีแล้ว

อาการป่วยหนักแบบนี้ เตือนสติว่า ความตายก็อยู่ใกล้ๆ นี่เอง เพราะการหายใจที่ไม่สะดวกแบบนี้ หากดำเนินต่อไปจนหายใจไม่ไหวหรือไม่ทันก็อาจจะหยุดหายใจลงอย่างง่ายดาย และความตายก็จะมาเยือนได้ในทันทีทันใด ทำให้ประจักษ์ขึ้นมาได้ว่า ความตายอยู่แค่ปลายจมูก ควรตั้งอยู่ในความไม่ประมาทและเตรียมตัวตายให้พร้อม

นั่งตามดู ตามรู้ลมหายใจอยู่เช่นนั้นไม่นาน ทางสายการบินก็ประกาศว่า เครื่องบินจะออกช้ากว่าเวลาที่กำหนด 1 ชั่วโมง รอต่อไปเรื่อยๆ เมื่อเที่ยวบินหนึ่งช้า เที่ยวต่อมาก็ช้าตามๆ กัน มาเที่ยวบินที่อาตมาจะบินไปซานฟรานซิสโกเพื่อต่อไปชิคาโกกว่าจะขึ้นบินได้ 4 ทุ่มกว่า แล้วเครื่องบินลงจอดท่าอากศยานซานฟรานซิสโก 5 ทุ่ม 20 กว่านาที ขณะที่เที่ยวบินที่จะต่อไปชิคาโกออกไปแล้ว ตั้งแต่เวลา 5 ทุ่ม 11 นาที

เมื่อเดินจากประตูเครื่องบินไปตามช่องสู่ประตูอาคารผู้โดยสารกว่าจะถึงเล่นเอาเหนื่อยหอบแทบแย่อีก จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ว่า หนึ่งฉันขอรถเข็น สองขอให้ช่วยประสานงานเที่ยวบินเที่ยวต่อไปที่จะไปชิคาโกให้ด้วย เพราะเครื่องบินช้ามาจากออนตาริโอ้จนเที่ยวบินที่จะต่อไปชิคาโกออกไปก่อนหน้านี้แล้ว

เจ้าหน้าที่สายการบิน UNITED ใจดีมาก เริ่มหารถเข็นมาเข็นไปยังประตูที่เครื่องบินกำลังจะออกไปชิคาโก แต่ติดต่อแล้วผลออกมาบอกว่า ที่นั่งเต็มหมดทุกที่นั่ง เจ้าหน้าที่คนนั้นยังมีน้ำใจบอกว่า ให้ไปติดต่อ ที่ช่อง customer service

เจ้าหน้าที่เข็นรถใจดี ไม่หงุดหงิดงุ่นง่าน รีบเข็นรถไปยังช่องนั้นทันที เข้าไปช่องแรกเจ้าหน้าที่เวียดนาม บอกว่า เสียใจนะฉันหมดเวลาทำงานแล้ว พร้อมปิดช่องบริการทันที แล้วเดินออกไปอย่างไม่ไยดี เขาเข็นรถต่อไปอีก รอบนี้เจอหญิงชาวแอฟริกันอเมริกันใจดี เธอเห็นอาการหอบเหนื่อยของอาตมาแล้ว ถามว่า โอเคไหม อาตมาทำสีหน้าปกติ บอกว่า โอเค

เธอรับ boarding pass เที่ยวบินที่บินไปแล้วตรวจสอบ แล้วบอกว่า อีก 30 นาที จากนี้มีเที่ยวหนึ่งที่ประตู 75 ถ้ามีที่ว่างจะได้ไป แต่อีกเที่ยวหนึ่งจะออกเวลา 6 โมงเช้า เที่ยวนี้ได้ไปแน่นอน ลองไป standby ไว้ก่อนดูซิ

พนักงานเข็นรถ มุ่งหน้าไปยังประตู 75 ซึ่งอยู่ไกลจากจุดนั้นมาก เขาแข็งแรงจริงๆ เมื่อไปถึงเคาน์เตอร์จัดตั๋ว standby มีคนรออยู่หลายคน พนักงานรถเข็นเดินไปเข้าใกล้ๆ แล้วเรียกชื่อคนขายตั๋ว เธอตกใจหันไปว่าหยอกล้อกันว่า อีตาบ้า ทำฉันตกใจหมดแกจะไปตายที่ไหนวะ

เจ้าหน้าที่เข็นรถยิ้มให้เธอ เธอก็ยิ้มให้เขาทั้งสองประสานตากันแล้วตอบว่า พระของฉันไข้ขึ้นสูงมาก พลาดเที่ยวบินไปเที่ยวหนึ่งแล้ว ฉันไม่อยากให้นั่งรอตรงนี้จนสว่าง พอมีที่นั่งให้สักที่ไหม อยากส่งท่านขึ้นเครื่องบินคืนนี้เลย

พอเขาพูดจบ เธอขอ boarding pass แล้วเปลี่ยนตั๋วให้ทันที เธอขึ้นเสียงแหลมกะเขาว่า โอ๋เข้ ได้แล้ว เข็นท่านเข้าไปที่ประตูเครื่องบินเลยนะ

อาตมากล่าวคำขอบใจและประทับใจเธออย่างมากท่ามกลางความทุกข์ทรมานและความสิ้นหวังยังมีเทพบุตรเทพธิดาบนดินที่ทำงานหนักมาช่วยนำพาให้ผ่านเวลาที่ยากลำบากนั้นไปได้ด้วยความสะดวกปลอดภัย

เมื่อคนเข็นรถส่งถึงประตูเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว จึงถามเขาว่า ถ้าฉันจะให้รางวัลคุณบ้างจะผิดกฎหมายไหม เขาหัวเราะแล้วบอกว่า ไม่ผิดใดๆ ครับท่าน จึงให้ทิปเขาไปตามสมควรแก่ความดีที่เขาทำไปด้วยความสนุกสนานรื่นเริงว่องไวเพื่อให้งานสัมฤทธิผล

เมื่อเครื่องบินขึ้นแล้ว อาตมาได้ที่นั่งด้านหลังใกล้ห้องน้ำนับว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้เข้าห้องน้ำง่าย การเดินจากประตูหน้าไปถึงที่นั่งก็ยังเหนื่อยหอบอยู่ไม่น้อย จึงต้องค่อยๆ เดินแบบเจริญสติ

เมื่อนั่งลงแล้วเจริญสติต่อจากที่เดินมา ลมหายใจหยาบก็ค่อยผ่อนคลายลงกลายเป็นละเอียดเปลี่ยนทุกขเวทนา เป็นสุขเวทนา คือทนง่ายกว่าเดิมที่ทนยากลำบาก

นี่ก็เป็นการ เห็นเวทนาในเวทนาอย่างชัดเจน

ต่อมาอาการปวดท้องเริ่มทวีความรุนแรงจากด้านซ้ายไปทางขวาจากด้านขวาไปทางหลัง เป็นทุกขเวทนาใหม่ที่เกิดขึ้นหลังจากลมหายใจค่อยละเอียดลง เมื่อเจอพายุลูกใหม่แบบนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่ากำหนดเวทนาตรงเข้าไป ดูเข้าไปยังเวทนานั้นว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และเป็นอนัตตา วนเวียนไปมาจนการกำหนดกับความเจ็บมองเห็นคุ้นเคยกันว่าไม่มีอะไรเป็นตัวเป็นตนเป็นเราเป็นเขา มีเพียงคลื่นมายาแห่งรูปนามที่ทำปฏิกิริยาต่อกัน

พนักงานบริการผ่านมาถามว่า จะรับอะไรดี พิจารณาแล้วตัดสินใจด่วน แล้วตอบไปว่า ขอนมสดสักแก้ว เพราะอาจจะทำให้ขับลมที่กำลังเสียดแทงซ้ายขวา หน้าหลังและความเจ็บที่กำลังเผชิญได้ผ่อนคลายหายไป

พอดื่มนมลงไป อาการปวดท้องกลับแรงขึ้นมา แล้วค่อยๆ บรรเทาลง แต่ยังไม่หายสนิท แต่รู้สึกว่าดีขึ้น ดื่มนมเสร็จกำหนดลงไปอีกตรงจุดที่ปวดตรงๆ ไม่ต้องบริกรรมว่าปวดหนอๆ ดังอาจารย์วิปัสสนากัมมัฏฐานสอนกันมา เพราะมันปวดอย่างหนักจนสัมผัสได้รู้ได้ด้วยกายและใจเต็มๆ ไม่ต้องส่งใจไปไหนเลย

นั่งกำหนดจนลืมตัวหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบ มาตื่นเมื่อเจ้าหน้าที่ประกาศว่า ขณะนี้ให้เปิดหน้าต่างทุกบาน แล้วปรับเก้าอี้ที่นั่งให้ตรง เตรียมตัวร่อนลงสนามบินนานาชาติชิคาโกโอแฮ

เครื่องบินจอดสนิทแล้ว ผู้โดยสารทยอยลง มีสติกำหนดรู้ว่าต้องเดินช้าๆ ไม่ต้องเรียกรถเข็นแต่อย่างใด ค่อยๆ เดินไปรับกระเป๋าที่จุดรับ ที่ 9

ใกล้ๆ จุดรับกระเป๋าหนังสือธรรมะ มีร้านกาแฟและอาหารเช้าขาย จึงรับเพียงกาแฟแก้วหนึ่งนั่งดื่มรอคุณฉลาดมารับไปวัดพุทธธรรม

พอดื่มกาแฟหมดแก้วครู่หนึ่งเข้าห้องน้ำมีลมลงเบื้องต่ำออกมาเป็นจำนวนมาก เสร็จกิจแล้วเดินออกมารอคุณโยมฉลาดต่อ อาการปวดท้องหายเป็นปลิดทิ้ง ท้องปกติ อาการหอบหืดบรรเทาลงเกือบจะสนิท

คุณโยมฉลาดมารับไปฉันอาหารเช้าที่ร้านแดนนี่ เป็นไข่เจียวใส่ผักนานาชนิด เสร็จแล้วก็เข้าวัดพุทธธรรม มีอาการหอบเหลืออยู่บ้างจึงดื่มน้ำอุ่นผสมมะนาว เข้าที่พักเก็บจีวรบริขารที่จำเป็น เมื่อถึงเวลาอาหารเพลจึงมาฉันเพลร่วมกับพระธรรมทูตวัดพุทธธรรม สนทนากับอุบาสกอุบาสิกาที่มาเลี้ยงอาหารเพลแล้วขอตัวไปพักผ่อน ก่อนจะนอนพักผ่อนฉันยา day quail ชนิดน้ำเข้าไปแล้วหลับจนถึงตอนเย็น อาการหอบหืดยังมีบ้าง จึงดื่มน้ำส้มคั้นผสมโซดาเพื่อขับไล่ลม แล้ว ฉัน night quail หลับลึกจนถึงตี 4 ตื่นขึ้นมานั่งฟังพระปาฏิโมกข์จนสว่าง ลุกขึ้นลองเดินดูอาการเหนื่อยยังมี แต่หอบหืดหายไป มีแนวโน้มว่า เมื่อได้ฉันอาหารผักเบาๆ ฉันยา และพักผ่อนเพียงพอไปสัก 3-4 วัน ร่างกายก็คงจะกลับสู่ภาวะปกติ

การป่วยไข้และอุปสรรคในการเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรมครั้งนี้ หากมองแบบไสยศาสตร์น่าจะเป็นนิมิตหมายที่บ่งชี้ถึงความไม่ราบรื่นในการทำหน้าที่หรือไม่ ก็คิดกันไปได้ แต่หากมองจากพุทธทัศน์ย่อมบ่งชี้ว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะลำบาก ติดขัดหรือสะดวกทุกอย่างล้วนเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยตามกฎแห่งอิทัปปัจจยตา เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ก็มี เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี ทุกประการ

104 ปี หลวงพ่อปัญญานันทะ

Published พฤศจิกายน 5, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128150658&srcday=2015-06-15&search=no

วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 601

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

104 ปี หลวงพ่อปัญญานันทะ

สืบเนื่องจากการเดินทางกลับประเทศไทยไปอบรมความรู้พระอุปัชฌาย์ ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนมีนาคม 2558 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสสนทนาถึงผลงานของหลวงพ่อปัญญานันทะที่โดดเด่นมาก คือการเป็นนักปาฐกถาธรรมระดับแนวหน้าของเมืองไทยจนถึงวันมรณภาพ นอกจากท่านได้สร้างถาวรวัตถุให้กับโรงเรียน โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทยอันเป็นที่ประจักษ์กันโดยทั่วไปแล้ว ท่านยังได้สร้างพระภิกษุนักบรรยายธรรม และนักปาฐกถาธรรม ทั้งในกรุงและท้องถิ่นห่างไกลทั่วประเทศถึง 20 รุ่น นับได้ร่วม 2,000 กว่ารูป

เมื่อปรารภเรื่องนี้ และได้ประชุมกันฟื้นฟูโครงการนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบรี และแกนนำพระธรรมทายาท ได้ฟื้นฟูโครงการนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง แล้วจึงนัดพบปะกันอีกครั้ง ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2558 อันเป็นวันคล้ายวันชาตกาล ครบ 104 ปี หลวงพ่อปัญญานันทะ ซึ่งเจ้าอาวาสและคณะสงฆ์วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ตกลงกันเรียกวันดังกล่าวว่า วันปัญญานันทะ ซึ่งจะได้จัดติดต่อกันไปทุกปี

อาตมา ในฐานะศิษย์หลวงพ่อปัญญานันทะรูปหนึ่ง ได้รับการชักชวนจากท่านเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ และเพื่อนสหธรรมิกชาวธรรมทายาททุกรูปให้มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย แม้ระยะทางจะไกลกว่าท่านอื่นๆ ที่จะเดินทางมาประชุมกัน แต่ด้วยรักที่จะสืบสานงานของหลวงพ่อปัญญานันทะแล้ว แม้จะต้องเดินทางหลายหมื่นไมล์ก็เต็มใจ

เมื่อกลับมาถึงอเมริกา ตั้งแต่ วันที่ 20 มีนาคม 2558 ได้นำข่าวดีนี้มาปรารภญาติโยมสู่กันฟัง แล้วถามเชิงออกความเห็นว่า จะเดินทางจากอเมริกาไปร่วมงานหลวงพ่อปัญญานันทะ 3 วัน จะคุ้มค่าเครื่องบินไหม

ญาติโยมชาววัดพุทธปัญญาใจดีก็บอกว่า งานนี้ต้องไป ไม่ต้องเสียดายค่าตั๋ว เพราะมีคุณค่ามากมายในหลายๆ เรื่อง อย่างน้อยแค่แสดงความกตัญญูกตเวทีแก่หลวงพ่อปัญญานันทะก็คุ้มค่าแล้ว ญาติโยมแสดงความเห็นแค่นั้นยังไม่พอ คุณโยมจำนรรจ์ คุณโยมอรไท คุณโยมจ๋า คุณโยมสวัสดิ์ คุณโยมวิไล คุณโยมพรทิพย์ ได้ร่วมกันบริจาคเงินจำนวนหนึ่ง มอบให้คุณโยมจุไร ซึ่งเป็นผู้อาสาสมัครซื้อตั๋วให้โดยรับเงื่อนไขจากสหายธรรมว่า หากเงินที่ร่วมลงขันกันไม่พอที่จะซื้อตั๋ว ก็ขอให้คุณโยมจุไรออกเงินไปจนครบ ซึ่งคุณโยมจุไรได้รับปากสหายธรรม และซื้อตั๋วของ บริษัท การบินไทย มาถวายได้สำเร็จ ขออนุโมทนามา ณ โอกาสนี้

อาตมาออกเดินทางจากสนามบินลอสแองเจลิส ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2558 เวลาตี 1 กว่า ตรงไปยังเชียงใหม่ วันที่ 5 พฤษภาคม 2558 เวลาบ่าย 2 โมงกว่าๆ คุณโยมป้าแอ คุณโยมสารภี คุณโยมทวี และคุณโยมกริ่มกมล มารับที่สนามบินเชียงใหม่

เดินทางถึงวัดอุโมงค์ ถิ่นพำนักเก่าแต่ก่อนมา มีความรู้สึกสบายใจว่าได้กลับมาบ้านอย่างแท้จริง เมื่อไปกราบเจ้าอาวาสแล้ว ก็ได้พักผ่อนหลับรวดเดียวถึงตี 3 ด้วยความอ่อนเพลียจากการเดินทางไกล 10,000 กว่าไมล์

ตื่นเช้ามารู้สึกสดชื่น ได้ฉันอาหารเช้าคือข้าวต้มสมุนไพรที่โปรดปราน โดยบอกให้คุณโยมทวี นำยอดมะรุม มา 7 ยอด ยอดผักบุ้ง 7 ยอด และยอดตำลึง 7 ยอด มาต้มรวมกันกับข้าวกล้อง เป็นการทำความสะอาดลำไส้และอวัยวะภายในต่างๆ ได้เป็นอย่างดี มีญาติโยมมาสนทนาธรรมหลายคน ก็ได้ต้อนรับด้วยธรรมะอย่างเต็มที่ทุกคน ทุกเวลา

พักที่วัดอุโมงค์จนถึง วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 ฉันเพลแล้ว ภาคบ่ายได้เดินทางไปวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ดร. พระมหาบุญนำ อคฺคธมฺโม เลขานุการวัดชลประทานรังสฤษฏ์ จัดที่พักให้ที่หอประชุมพรหมมังคลาจารย์ ได้สนทนากับพระธรรมทายาทบางรูปที่ล่วงหน้ามาก่อน

เช้าวันที่ 9 พฤษภาคม 2558 ตอนเช้าได้พบสนทนาในวงอาหารเช้ากับท่านเจ้าอาวาส ดูท่าทางท่านดีใจที่อาตมาได้มาร่วมงานตามที่สัญญาไว้ ฉันเสร็จ ท่านได้นิมนต์ให้อบรมพระนวกะจนถึงเพล

ภาคบ่ายใช้เวลาสนทนากันทั่วๆ ไป ภาคค่ำพระธรรมทายาทเริ่มประชุมปรึกษาหารือ วางแผนงานที่จะทำงานในวันรุ่งขึ้น ด้วยการเปิดงานและเสวนาเรื่องอุปสรรค ปัญหา ความก้าวหน้า และประสบการณ์ของพระธรรมทายาท

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2558 เวลา 09.30 น. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ได้เมตตามาเปิดงาน วันปัญญานันทะ ในวาระชาตกาล 104 ปี โดยแสดงปาฐกถาธรรมตามพระพุทธพจน์ที่ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงเป็นทายาทของธรรมเถิด อย่าเป็นทายาทของอามิสเลย

คำว่า ทายาทแห่งธรรม คือ เป็นผู้รับมรดกธรรมอันสูงส่งขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการเข้าถึง มรรค 4 ผล 4 นิพพาน 1

ส่วนคำว่า ทายาทแห่งอามิส คือ เป็นผู้รับมรดกวัตถุสิ่งของ หรือ ลาภยศ สรรเสริญ และความสุข ความสะดวกสบายที่ได้มาจากการปฏิบัติธรรม หรือแม้แต่การสร้างวัตถุมงคลต่างๆ อันเป็นเรื่องนอกธรรม นอกวินัย แล้วนำมาแลกเปลี่ยนด้วยเงินทอง ก็จัดเข้าในอามิสทายาท คือรับมรดกหรือสืบทอดทางวัตถุ แต่มิได้สืบทอดธรรมแต่ประการใด

นอกจากนี้ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ยังได้แสดงวิธีปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบของพระสงฆ์ โดยยกอริยวงศ์สูตรมาแสดงว่า ภิกษุผู้เดินตามรอยพระอริยะทั้งหลายพึงเป็นผู้สันโดษ คือยินดีในสิ่งที่มีที่ได้ในจีวร อาหารบิณฑบาต เสนาสนะ และเป็นผู้ยินดีในการภาวนาอย่างสม่ำเสมอ

นับว่า อริยวงศ์สูตรนี้ เป็นข้อปฏิบัติของพระสงฆ์ที่ชัดเจน นำมาปฏิบัติได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีการตีความหรือประยุกต์แต่อย่างใด

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้แสดงธรรมในรายละเอียดทั้ง 2 ประการ ได้อย่างลึกซึ้ง สุขุมคัมภีรภาพ ให้พระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชนได้ฟังอย่างเต็มอิ่ม

เมื่อจบการปาฐกถาธรรมภาคเช้าแล้ว พุทธศาสนิกชนได้ถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ที่มาร่วมงาน สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ฉันภัตตาหารเพลร่วมกับท่านเจ้าอาวาส และพระภิกษุสงฆ์ระดับแกนนำของพระธรรมทายาทและวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ภาคบ่ายและภาคค่ำ เป็นการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของพระธรรมทายาทจากทั่วประเทศ และพระธรรมทูตจากทั่วโลก เป็นการสัมมนาที่รับสารประโยชน์จากประสบการณ์มากมาย จากการฟังสัมมนาครั้งนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่า งานอบรมพระธรรมทายาทที่ต้องพักไปเป็นเวลาหลายปี จะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง ด้วยความร่วมมือ ร่วมแรง และร่วมใจของพระธรรมทายาทที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ

การฟื้นฟูโครงการธรรมทายาทขึ้นมา นับเป็นเรื่องของพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา และอาจริยบูชาอย่างครบถ้วน

วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 อันเป็นวันชาตกาล ครบ 104 ปี ได้เริ่มสักการะรูปของหลวงพ่อปัญญานันทะที่จัดไว้ที่ลานไผ่ เสร็จแล้วฟังปาฐกถาธรรมพิเศษจากพระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ รูปปัจจุบัน อาตมาได้ตั้งโต๊ะแจกหนังสือธรรมะทูโกแก่ผู้มาร่วมงานได้ติดมือกลับบ้านไปทุกคน

ภาคบ่ายมีการอภิปรายเรื่อง ตามรอยปณิธานหลวงพ่อปัญญานันทะ จากพระธรรมทายาท ดำเนินการอภิปรายโดย ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ และ พระมหาทวีป กตปุญฺโญ ใช้เวลาอภิปราย 3 ชั่วโมงกว่า กว่าจะจบ และอำลาจากกัน เวลาล่วงเลยไปถึง 17.00 น.

นับเป็นการจัดงานวันปัญญานันทะที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในแง่การฟื้นฟูโครงการพระธรรมทายาท เนื้อหาสารธรรม ที่ได้รับและที่สำคัญที่สุดคือศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อปัญญานันทะ ที่กระจายตัวกันไปปฏิบัติศาสนกิจในที่ต่างๆ ได้กลับมาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน บรรลุจุดประสงค์แห่งการจัดงานวันปัญญานันทะทุกประการ

อาตมาเดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ ตื้นตันที่ได้ร่วมกันรังสรรค์พุทธธรรมให้ขับเคลื่อนไปด้วยความสว่างไสว ดังที่ได้เคยร่วมงานกันในอดีตที่มีหลวงพ่อปัญญานันทะยังมีชีวิตอยู่ทุกประการ ขอแบ่งบุญกุศลครั้งนี้ให่แก่ท่านสาธุชนทั้งหลายได้รับกัน มีแต่ความสว่างไสวในธรรมและเป็นสุขทุกท่านถ้วนหน้าเทอญ

ผีเปลี่ยนคน

Published พฤศจิกายน 2, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010658&srcday=2015-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 600

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

ผีเปลี่ยนคน

การทำบุญตักบาตรของพุทธศาสนิกชนชาวไทยแลนด์พลาซ่า เป็นกิจกรรมการทำบุญที่ยิ่งใหญ่ต่อเนื่องยาวนาน เท่าที่อาตมาเคยเดินทางท่องเที่ยวไปในเมืองต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังไม่เคยเห็นพุทธศาสนิกชนที่ไหนจะจับกลุ่มสมัครสมานสามัคคีกันทำบุญเหนียวแน่นมากมายและยาวนานขนาดนี้ ต้องยอมรับในแรงศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนที่นี่จริงๆ

พระสงฆ์จากวัดต่างๆ จะทยอยกันมานั่งสนทนาธรรมก่อนที่จะถึงเวลาบิณฑบาต 09.00 น. พุทธศาสนิกชนที่มาตักบาตรจะมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่รีบไปทำงาน จะมาตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ ก่อนเวลา 09.00 น. ส่วนพุทธศาสนิกชนที่ไม่รีบร้อนก็จะมาจองโต๊ะวางข้าวของใส่บาตร ที่เจ้าหน้าที่วางไว้ตั้งแต่เช้า ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ช่วยเก็บและช่วยวางข้าวของอยู่เป็นประจำให้ทราบกันไว้โดยทั่วกัน

พุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่ง ที่รีบร้อนจะไปทำงานจะมาตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ที่นั่งอยู่ตรงลานเสวนาธรรม หรือบางท่านที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว ก็มีพระภิกษุสงฆ์ส่วนหนึ่งนั่งนอกลานเสวนาธรรม ซึ่งให้บริการทั้งสินค้าและพิธีกรรมต่างๆ ได้มากกว่าพระภิกษุสงฆ์ที่นั่งอยู่ในลานเสวนาธรรม

นับเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่งของพุทธศาสนิกชน ที่จะทำบุญตักบาตรกับพระภิกษุสงฆ์ที่ตนเองศรัทธาและสะดวก นับเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่งของพระภิกษุสงฆ์ที่จะเลือกมุมบิณฑบาตที่ตนเห็นว่ามีความสะดวกในการรับบิณฑบาต

เคยมีพุทธศาสนิกชนถามเหมือนกันว่า ทำไม พระภิกษุสงฆ์ไม่มานั่งรวมกันในที่แห่งเดียว เมื่อบิณฑบาตเป็นแถวจะดูสวยงาม บทสรุปง่ายๆ มีว่าขึ้นอยู่กับจิตสำนึกแห่งความเป็นสังฆะหรือหมู่คณะของพระสงฆ์แต่ละรูป หากไม่มีจิตสำนึกสาธารณะร่วมกันแล้วจะไม่มีใครมาตักเตือนใครได้ ต้องเตือนตนด้วยตนเองเท่านั้น เพราะพระภิกษุต่างรูปต่างมาจากต่างถิ่นต่างที่ต่างพระอุปัชฌาย์อาจารย์ แต่น่าปลื้มใจที่พระภิกษุสงฆ์ส่วนใหญ่ก็มานั่งรวมกันเป็นที่เป็นทาง ส่วนรูปที่ไม่ปรารถนาจะมานั่งด้วยกันหรือเดินด้วยกันก็เป็นเสรีภาพของท่านที่จะใช้ดุลพินิจจากจิตสำนึกของท่าน

การจัดกิจกรรมของชาวพุทธที่นี่เป็นกิจกรรมจิตอาสาล้วนๆ เพราะทั้งพุทธศาสนิกชนและพระภิกษุสงฆ์ต่างมาด้วยความรู้สึกจิตอาสาทั้งสิ้น จึงต้องคารวะในเจตนาอันเป็นกุศลของทั้งพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนจริงๆ

พุทธศาสนิกชนหลายท่านนอกจากมาตักบาตรแล้ว ยังมีเวลาสนทนาธรรม กรวดน้ำ รับพรกับพระภิกษุสงฆ์ด้วย การสนทนาธรรมก็น่าสนใจ น้อมนำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น อุบาสิกาท่านหนึ่งมาทำบุญตักบาตรก่อนเวลา 09.00 น. เป็นประจำ เธอมีความตั้งใจในการทำบุญอย่างจริงจัง นอกจากจะเตรียมไทยทานมาถวายบิณฑบาตอย่างประณีตแล้ว ยังมีความเคารพอ่อนโยนอย่างยิ่งทุกขณะที่ตักบาตรเธอทำอย่างมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อมสุขุมในทุกขั้นตอน

วันหนึ่งหลังจากเธอทำบุญตักบาตรเสร็จแล้ว บทสนทนาก็เริ่มขึ้น เมื่อมีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่นชมเธอว่า กราบเบญจางคประดิษฐ์สวย เคยเรียนโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์มาใช่ไหม

เธอตอบว่า ไม่เคยเจ้าคะ

แล้วเธอก็เล่าว่า เธอเกิดและเติบโตในตระกูลดี มีฐานะร่ำรวย ได้รับการศึกษาดีพอสมควร แต่ช่วงชีวิตหนึ่งของเธอ ชีวิตต้องเปลี่ยนไปเพราะเธอต้องการเสรีภาพ เธอหนีออกจากบ้านเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ที่อยากจะไป ทำสิ่งต่างๆ ที่อยากจะทำ คบเพื่อนแปลกๆ มากมาย ติดอบายมุข จนสุดท้ายเงินจะกินข้าวแต่ละมื้อแทบจะไม่มี

เธอกลับมาบ้านก็ได้รับการอภัยจากพ่อแม่ กัลยาณมิตรได้ทราบข่าวว่าเธอกลับบ้านมาแล้ว จึงชวนไปเข้ากัมมัฎฐานกับหลวงพ่อจรัญ ที่วัดอัมพวันระยะหนึ่ง เธอเล่าว่า เบื่อหน่ายอึดอัดขัดเคืองมาก นั่งไปก็ถามตัวเองว่า กูมานั่งทำเหี้ยอะไรวะ เธอเล่าอย่างนี้จริงๆ นับเป็นการอุทานออกมาด้วยรู้สึกทรมาน บวกความรำคาญและอึดอัดขัดเคืองของคนที่ยังไม่พร้อมจะรับธรรมวิเศษขนาดนั้น เลยทำให้เห็นดอกบัวเป็นกงจักร

เมื่อเธอกลับมาแล้ววิบากของเธอยังไม่สิ้น เธอกลับไปใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาดั่งเดิม จนกระทั่งคืนวันหนึ่งขณะที่เธอพักอยู่คนเดียวในห้องนอนของเธอ ก็มีผีตนหนึ่งเดินออกมาจากฝา คือเดินทะลุฝาห้องออกมาเลย เธอนอนตัวแข็งทื่อไม่ไหวติง เธอมิได้ฝัน แต่เป็นความจริงแบบสดๆ เห็นกันต่อหน้าต่อตาจริงๆ ผีนั้นสอนเธอว่า อย่าทำตัวเหลวไหลมากไปกว่านี้ ชีวิตตกต่ำมากแล้ว ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ จะตกต่ำทุกข์ทรมาน หรือร้ายสุด อาจจะไม่เหลือชีวิตให้มาผลาญเล่นอย่างไม่เห็นคุณค่าอีก เมื่อผีตนนั้นได้บอกเช่นนั้นแล้วก็แทรกฝาห้องหายไป ปล่อยให้เธอเหงื่อแตกอกสั่นขวัญแขวนด้วยอาการตกใจ แต่คำสั่งสอนของผี เตือนสติให้เธอได้เห็นกงจักรเป็นดอกบัวขึ้นมาอย่างกระจ่างชัด

เธอกลับบ้านอีกครั้งหนึ่งได้พบเพื่อนที่แสนดี นำ ซีดี หลวงพ่อจรัญมาให้ชุดหนึ่ง เธอฟังอย่างซาบซึ้ง เป็นคืนเป็นวันไม่รู้สึกเบื่อเลย ธรรมะของหลวงพ่อทุกถ้อยคำไพเราะจับใจยิ่งนัก ยิ่งฟังยิ่งเพลิน ต่อมาเธอกลับไปเข้าวิปัสสนากัมมัฏฐานที่วัดหลวงพ่อจรัญอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เวลาทุกนาทีเป็นเวลาแห่งการตื่นรู้ปลาบปลื้มอิ่มเอิบ การกำหนดรู้อารมณ์ต่างๆ เป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด เห็นการเกิดดับได้แม่นยำมากมายหลายขณะ ได้ดื่มรสพระธรรมอย่างสงบเย็นตลอดเวลา

เธอทราบชัดว่า ชีวิตพบกับความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง เป็นความเปลี่ยนแปลงที่ประจักษ์ด้วยตัวเธอเอง ผ่านกระบวนการภาวนา จากการชี้นำของผีใจดีตนนั้น ที่ไม่เคยลืมพระคุณผีตนนั้นเลย ทุกครั้งที่เธอทำบุญ เธอต้องคิดถึงผีตนนั้น และอุทิศส่วนบุญให้เสมอ เธอมีบทสรุปเล็กๆ ว่า ธรรมะจากพระหรือจากผีก็ดีเท่าๆ กัน ถ้าได้นำมาปฏิบัติแล้วละความชั่ว และทำความดี มีความสุขได้

เมื่อเธอกลับมาจากปฏิบัติธรรมแล้ว เมื่อมีเวลาว่างจากการงาน เธอหมั่นทำบุญตักบาตรเจริญภาวนา เธอยืนยันว่า ทุกวันนี้ชีวิตสงบสุข ทำงานได้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน รายได้จากการทำงานดี พอมี พอกิน พอเก็บ เธอใช้ชีวิตใหม่ห่างไกลจากอบายมุขทุกชนิด เพราะเธอได้พบความสุขแบบใหม่ที่ไม่มีอบายมุขใดๆ มาทดแทนได้ นั่นคือ ความสุขอันเกิดจากการปฏิบัติธรรม สมดั่งพระพุทธเจ้าดำรัสว่า ธัมมจารี สุขัง เสติ ผู้ประพฤติธรรม ย่อมอยู่เป็นสุข

ขอจบคำบอกเล่าเรื่องผีเปลี่ยนคนไว้เพียงแค่นี้ ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่านจงพบกับความเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่มีแต่วันเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป มีแต่ความสุขกาย สุขใจ ทุกคืนทุกวัน ทุกท่านทุกคน เทอญ

คนไทยใฝ่รู้

Published พฤศจิกายน 1, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128150558&srcday=2015-05-15&search=no

วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 599

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

คนไทยใฝ่รู้

คนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา นับว่าเป็นกลุ่มคนไทยที่มีความสนใจในกิจการบ้านเมืองอย่างจริงจังกลุ่มหนึ่ง นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา คนไทยในอเมริกานอกจากมีความสนใจในกิจการบ้านเมืองมากแล้ว ยังมีส่วนร่วมในด้านความเคลื่อนไหวทางการเมืองสูง

พูดถึงเสรีภาพของคนไทยในอเมริกาอีกเล่า ก็มีอย่างเหลือเฟือมากมาย คือสามารถตั้งกลุ่มการเมืองของตนเอง หรือสังกัดกลุ่มการเมืองที่เคลื่อนไหวอยู่แล้วเพื่อให้การเคลื่อนไหวเข้มแข็งและทรงพลังยิ่งขึ้น

จึงเห็นได้ว่า เมื่อมีรัฐประหารในประเทศไทยแต่ละครั้ง ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงเป็นที่พำนักอย่างอบอุ่นของบรรดาแกนนำทางการเมืองที่ทัศนคติไม่ตรงกันกับกลุ่มคณะผู้ทำรัฐประหาร ซึ่งมักจะกวาดล้างผู้เห็นต่างกับตนให้ไปปรับทัศนคติเสียใหม่ หรือไม่ก็เจอคดีต่างๆ ที่ถูกเร่งรัดให้เร็วขึ้นมาอย่างยากแก่การหลีกเลี่ยง

ในภาวะของการประกาศกฎอัยการศึก แม้คนไทยที่เห็นด้วยกับการรัฐประหารเองก็ถูกจำกัดในด้านเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองผ่านประกาศของคณะรัฐประหารที่ว่าด้วยเรื่องห้ามการชุมนุมเกินห้าคน

การรัฐประหารผ่านไปแล้วเกือบปี คณะรัฐประหารยังคงทำกิจการที่เรียกว่า เดินหน้าประเทศไทย เพื่อคืนความสุขให้กับคนไทย แม้คนไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสุขนักกับการรัฐประหารในวันนี้ แต่ต้องยอมรับโดยไม่มีทางบ่ายเบี่ยงเพราะชีวิตบางส่วนมีความสุขสะดวกสบายในการเดินทางสัญจรไปมาทั้งในเขตเมืองหลวงและในเขตชนบทอย่างเห็นได้ชัด

บรรดาเส้นทางต่างๆ ที่เคยได้รับการขัดขวางจากนักเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อบีบบังคับฝ่ายตรงกันข้ามให้ทำตามข้อเรียกร้องของตน ได้หายสาบสูญไปไม่ปรากฏให้เห็นอีกเป็นเวลาร่วมปีแล้ว

กล่าวสำหรับรัฐบาลที่มีผู้นำคนเดียวกันกับผู้นำในการทำรัฐประหารในขณะนี้ ย่อมมีความสะดวกในการดำเนินรัฐกิจต่างๆ อย่างมั่นคง เรื่องราวต่างๆ ที่เคยล่าช้าก็กลับกลายเป็นความรวดเร็วไปอย่างน่ามหัศจรรย์

เรื่อง คุณวีระ สมความคิด นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องไปติดคุกที่ประเทศเขมร เพราะยืนยันว่า แผ่นดินแถวชายแดนหนองจานถูกเขมรล่วงล้ำอธิปไตย หรือไทยเสียดินแดนแถบนั้นให้เขมรไปเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าสิบปีที่ผ่านมา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งสองชุดก่อนมีการรัฐประหารพยายามประสานงานให้ทางการเขมรปล่อยตัวแต่ไม่สำเร็จ

แต่พอมีการรัฐประหาร เวลาผ่านไปไม่เกินหนึ่งเดือน คุณวีระ สมความคิด ได้รับการปล่อยตัวชนิดตั้งตัวแทบไม่ทัน เพราะคำสั่งปล่อยตัวมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่มีการระแคะระคายมาก่อน

สมัยที่คุณวีระ สมความคิด ยังอยู่ในเรือนจำประเทศเขมร เวลาเพื่อนๆ จากอเมริกาหรือประเทศไทยไปเยี่ยมเยือนก็มักจะบอกเสมอๆ ว่า หากวันใดได้รับอิสรภาพจะเดินทางไปเยี่ยมในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อขอบใจในการที่เพื่อนๆ ได้ให้กำลังใจพร้อมทั้งปัจจัยเล็กๆ น้อยๆ ไว้ใช้จ่ายยามที่ต้องอยู่ในเรือนจำต่างแดนโดยมิรู้ชะตากรรมว่า เมื่อไรจะได้รับอิสรภาพ

ครั้นคุณวีระ สมความคิด ได้รับอิสรภาพแล้วจึงได้เดินทางมาเยือนเพื่อนๆ ที่พำนักทำมาหากินอยู่ในรัฐต่างๆ แล้วเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้แก่เพื่อนๆ ที่คิดถึงทางนี้ได้ฟัง

เมื่อวันศุกร์ที่ 20 มีนาคม 2558 เมื่ออาตมาเพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองไทย เพื่อนๆ คุณวีระ สมความคิด ได้จัดพบปะสนทนาที่วัดพุทธปัญญาเมืองโพโมน่า ตั้งแต่เวลาบ่ายห้าโมงเย็น ถึงสี่ทุ่มกว่าๆ จึงได้แยกทางกันกลับเคหสถานของตน โดยแต่ละคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้รับความรู้และข้อมูลข่าวสารที่ต้องการทราบอย่างอิ่มหนำสำราญไปตามๆ กัน

เช้าวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2558 เพื่อนๆ ของคุณวีระ สมความคิด ที่อยู่ทางมหานครลอสแองเจลิส นัดพบคุณวีระ สมความคิด อีกครั้งหนึ่งก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำ นับเป็นความกรุณาและมิตรภาพที่ทั้งคุณวีระ สมความคิด และญาติมิตรได้แสดงออกต่อกันอย่างอบอุ่นยิ่ง

หลังจากทำบุญตักบาตรและฟังธรรมเรียบร้อยแล้ว คุณวีระได้เริ่มสนทนาในประเด็นที่คนส่วนใหญ่อยากจะทราบ

คุณอรุณรัศมี อัมพุนันทน์ ได้ตั้งคำถามว่า เหตุใดคนอื่นๆ ที่เดินทางไปด้วยกันถูกทหารเขมรจับกุมแต่ได้รับการปล่อยตัวอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คุณวีระและคุณราตรี ต้องถูกจองจำในเรือนจำที่ประเทศเขมรร่วมสามปีครึ่ง

เรื่องนี้คุณวีระก็บอกว่า น่าจะเป็นเจตนาพิเศษของผู้มีอำนาจที่ทำให้สถานการณ์ออกมาเช่นนั้นด้วยเหตุจูงใจที่สลับซับซ้อนพอสมควรของผู้ที่มองว่า คุณวีระ เป็นเครื่องกีดขวางในการแสวงหาผลประโยชน์ของตนตามแนวชายแดนซึ่งเชื่อมต่อไปถึงพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย

คุณอรุณรัศมี ถามต่อไปว่า ความเป็นอยู่ในเรือนจำเป็นอย่างไรบ้าง

คุณวีระตอบว่า ที่อยู่แคบๆ เป็นที่นอน นักโทษต้องอยู่ในห้องที่คับแคบนั้นไม่ต่ำกว่าวันละ 18 ชั่วโมง คุณวีระ ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่เครียดเพราะการเจริญภาวนาและเดินจงกรมทุกวัน จึงรักษาใจมิให้ขุ่นมัวเศร้าหมองเคร่งเครียดได้

ด้านอาหารการกินที่ทางเรือนจำจัดให้ ก็จัดแย่ๆๆ ชนิดที่ให้หมูกินมากกว่าจัดให้คนกิน โดยอาหารแต่ละมื้อมาจากการเก็บผักบุ้งจากบึงที่รับน้ำเสียและของเสียจากส้วมภายในเรือนจำ ที่ปล่อยของเสียและน้ำเสียโดยตรงลงไปโดยมิได้ผ่านการบำบัดน้ำเสีย ผักบุ้งจึงขึ้นอย่างงามด้วยปุ๋ยที่มาจากการถ่ายปฏิกูลจากชาวเรือนจำทั้งหลาย

ฟังดูแล้วผักบุ้งเหล่านั้นเป็นผักปลอดสารพิษอย่างแท้จริง แต่เมื่อกินผักบุ้งซึ่งนำมาแกงโดยไม่ต้องล้างทำความสะอาด เพียงแต่นำมาสับๆๆๆๆ แล้วใช้เท้าเขี่ยลงไปในกระทะใบใหญ่ ซึ่งได้นำปลาเน่าๆ สับใส่ลงไปก่อนแล้ว นักโทษที่ไม่มีเงินทองติดตัวต้องกัดฟันกินอาหารอันแสนจะสกปรกเหล่านั้นเข้าไปประทังความหิว แต่นักโทษหลายคนหนีความหิวได้ แต่ต้องเผชิญกับเชื้อโรคที่มาจากอาหารที่สกปรกเหล่านั้นจนป่วยไข้ไปตามๆ กัน คุณวีระจึงกล่าวขอบคุณเพื่อนๆ จากอเมริกาที่ได้ส่งเงินให้คุณแม่ได้ซื้ออาหารสดไปให้ ได้ปรุงกินภายในเรือนจำ ถึงกระนั้นเหตุปัจจัยที่อยู่ในสถานที่แย่ๆ เช่นนั้น ทำให้อ่อนแอและสุขภาพแย่ปางตายเช่นกัน ยังโชคดีที่พยายามต่อสู้จนได้รับอนุญาตให้หมอจากประเทศไทยได้เข้าไปให้การตรวจและการให้ยาอย่างถูกกับโรคได้ทันจึงรอดมาได้

ส่วนผู้ที่ช่วยเหลือให้ออกก่อนกำหนดการตัดสินจำคุกเดิมที่ตัดสินจำคุกไว้แปดปีนั้นก็ไม่แน่ใจว่า คือใครกันแน่ ที่พอจะคาดเดาได้ต้องมีนายฮุนเซ็นเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้โดยตำแหน่งนายฮุนเซ็นจะเป็นนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร แต่อำนาจและอิทธิพลอันสูงส่งของเขาทำให้ฝ่ายตุลาการสามารถกระทำการภายใต้การส่งสัญญาณของเขาได้ รวมถึงความพยายามของหัวหน้าคณะผู้รักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติได้ให้กระทรวงต่างประเทศไปประสานงานด้วย เมื่อเหตุปัจจัยถึงพร้อมคุณวีระจึงได้รับการปล่อยตัว

นอกจากคุณวีระ ได้เล่าประสบการณ์ติดคุกมาให้ฟังอย่างละเอียดแล้ว ยังได้สนทนาต่อถึงเรื่องพลังงานอย่างลึกซึ้ง ตลอดถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ล้ำลึกอันจะหาข้อมูลจากกระดานข่าวหรือหนังสือพิมพ์ทั่วไปมิได้เลย

กว่าการสนทนาจะยุติลง เวลาก็ผ่านไปถึง 16 นาฬิกากว่า คุณวีระ สมความคิด จึงกล่าวคำอำลาเตรียมตัวเดินทางไปประเทศไทยต่อไป ก่อนที่จะขึ้นรถ เสียงเพื่อนๆ ได้กล่าวว่า คุณวีระ มาเยี่ยมพวกเราอีกนะ แล้ววงสนทนาก็ปิดลงอย่างสมบูรณ์ ผู้ใฝ่รู้ทั้งหลายกลับบ้านไปด้วยใจที่อิ่มเอมไปด้วยข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อย่างมากมาย

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 6

Published ตุลาคม 31, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010558&srcday=2015-05-01&search=no

วันที่ 01 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 598

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 6

เจริญพร ชาววัดพุทธปัญญา และชุมชนคนรักธรรมที่คิดถึงทุกท่าน

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 19.00 น. อาตมาเรียกแท็กซี่จากวัดชลประทานรังสฤษฏ์ มุ่งหน้าสู่สถานีขนส่งรังสิต เพื่อเดินทางต่อไปจังหวัดหนองคาย นั่งแท็กซี่ฝ่ารถติดอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงสถานีขนส่งรังสิต

อากาศร้อนอบอ้าว อาการไข้ที่เบาบางลงกำเริบขึ้นมาอีก หายใจร้อน หน้าตารู้สึกร้อน อาการอ่อนเพลียขึ้นมาแทบจะไปไม่ไหว แต่รับนิมนต์ไว้แล้วก็ต้องไป แต่ก่อนจะขึ้นรถ พยายามเดินเข้าไปที่ร้านสะดวกซื้อ เพื่อซื้อยาบรรเทาอาการไข้ที่พอจะบรรเทาไปก่อน คนขายของจึงนำยาพาราเซตามอลออกมาขายให้แผงหนึ่ง ราคา 12 บาท นำมาผสมกับฟ้าทลายโจร อีก 4 เม็ด ฉันแล้วก็ขึ้นรถ นอนหลับไปนานพอสมควร

ตื่นขึ้นมาอาการไข้สงบลง แต่อาการร้อนในยังเหลืออยู่บ้าง เข้าห้องน้ำแล้วกลับมานับลมหายใจพุทโธ จนหลับไปอีกรอบหนึ่ง

ได้ยินเสียงคนต้อนรับบนรถประกาศว่า รถใกล้จะถึงอุดรแล้ว ใครจะลงอุดรให้เตรียมตัว อาตมาตื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง มองดูนาฬิกาเป็นเวลา 05.30 น. เมื่อผู้โดยสารลงที่อุดรแล้ว คนที่จะไปลงจุดหมายปลายทางที่หนองคาย ก็เดินทางต่อไป

อาตมาลงรถที่หนองสองห้อง ทางเลี้ยวไปอำเภอท่าบ่อ และอำเภอศรีเชียงใหม่ ตรงนั้นเป็นร้านยินดีโอสถ ซึ่งเจ้าของร้านเก่า คือ พ่อดี โคตรชมพู สามีของแม่สง่า โคตรชมพู

ในปีพุทธศักราช 2525-2526 อาตมาได้ไปปฏิบัติหน้าที่พระบัณฑิต ก่อนรับปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต เป็นเวลา 1 ปี ที่มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย จึงได้มาพบกับพ่อดี และแม่สง่า ที่มีศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาก นิมนต์อาตมาไปสอนตามโรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดหนองคาย ที่เขาต้องการให้พระสอน

เวลาที่โรงเรียนปิดเทอม พ่อดี ก็จะประกาศบวชสามเณรภาคฤดูร้อน และบวชเนกขัมมจารี แก่นักเรียนผู้หญิงที่สนใจปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เป็นเวลา 1 เดือน

พ่อดีและแม่สง่า จะถวายการอุปถัมภ์ทั้งปัจจัยสี่ และรถรา เครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทำให้อาตมาทำงานเผยแผ่ธรรมะอย่างเต็มที่ตามแรงปรารถนาของพระบัณฑิตหนุ่มไฟแรง กำลังดี จะเทศน์บรรยายปาฐกถาวันละ 4-5 ชั่วโมง หรือ 7 ชั่วโมง ได้อย่างสบาย กำลังไม่ตก

ในช่วงนั้นได้พบกับท่านนายอำเภอ รุ่งฤทธิ์ มกรพงษ์ เป็นนายอำเภอหนุ่มไฟแรง ประจำอำเภอท่าบ่อ ได้นิมนต์ไปแสดงธรรมกันแทบทุกคืน เพื่อส่งเสริมโครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง อันเป็นอุดมการณ์พัฒนาประเทศ ที่เน้นความสมดุลด้านชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ประกอบด้วยธรรม ที่ฝ่ายต่างๆ เข้ามาร่วมงานกันแบบประสานมือ ประสานงาน ประสานใจ ใช้ใบไม้ ใบหญ้า ขี้วัว ขี้หมู ขี้ไก่ อย่างได้ประโยชน์และคุ้มค่าที่สุด ผ่านโครงการผักสวนครัวรั้วกินได้ นอกจากหมู่บ้านจะสะอาดสะอ้าน ไม่มีขี้วัว ขี้ควายเกะกะแล้ว ยังมีรั้วที่เขียวขจีไปด้วยผักสวนครัวพื้นบ้านนานาพันธุ์ ที่พร้อมจะเด็ดไปทำอาหารรับประทานได้ทุกวัน อันตรงกับความหมายของเศรษฐกิจพอเพียงที่มุ่งเน้นพอมี พอกิน พออยู่ พอใช้ พอใจ อยู่เย็นเป็นสุข

ด้วยการที่ได้ร่วมงาน ร่วมสุข ร่วมทุกข์กันร่วมปี วันที่อาตมาจากหนองคายไป เพื่อไปรับปริญญาและเรียนต่อปริญญาโทที่อินเดีย ท่านนายอำเภอรุ่งฤทธิ์ กล่าวว่า ผมขอให้ท่านได้อยู่ในพระพุทธศาสนานานๆ พระพุทธศาสนาและพุทธศาสนิกชนต้องการพระเช่นท่านมาก

เสียงของท่านนายอำเภอ เป็นพลังขับเคลื่อนให้อาตมาเร่งพัฒนาตนเองในทุกด้าน โดยเฉพาะความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม ที่พร้อมจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามความต้องการของพุทธศาสนิกชน ดังที่ท่านนายอำเภอกล่าวมา เป็นเสียงที่คอยเติมพลังยามท้อแท้ว่า ชีวิตพรหมจรรย์ของเรายังมีความหมาย สร้างประโยชน์ให้แก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้อีกมากมาย

ท่านนายอำเภอผู้มีความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ สุจริต เป็นคนมั่นคงในพระพุทธศาสนา เมื่ออาตมาจบปริญญาเอกกลับมาจากประเทศอินเดีย บังเอิญท่านมาเที่ยวที่เชียงใหม่ ขณะนั้นท่านเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ท่านไม่รอช้า นิมนต์อาตมาไปอบรมข้าราชการทุกอำเภอในจังหวัดจันทบุรี และอบรมประชาชน นักเรียน นักศึกษาหลายแห่ง นับว่าเป็นผู้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาตัวจริง เสียงจริง ทีเดียว

อาตมาถือเสมือนว่า หนองคาย คือจุดเริ่มต้นแห่งการทำงานพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง เพราะกำลังมีไฟ มีกำลัง มีพลังหนุนค่อนข้างพร้อม จึงได้ทั้งประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น วัฒนธรรมประเพณี ภาษา ที่ทำให้มีความซาบซึ้ง ประทับใจ คุ้นเคยกับประชาชนชาวอีสาน และพี่น้องฝั่งลาวเป็นอย่างดี

เมื่อลงรถแล้วได้ไปยังร้านยินดีโอสถ ซึ่งคุณพันธนัทภ์ ลูกสาวคนสุดท้องของพ่อดี แม่สง่า รับกิจการมาดำเนินการต่อ เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ส่วนสามีคือ คุณธนวัต หล่มศรี เป็นนายกเทศมนตรีหนองสองห้อง ทั้งสองได้ต้อนรับเลี้ยงอาหารเช้า ชวนเพื่อนบ้านมาสนทนาธรรม และถวายอาหารเช้า จากนั้นก็ไปเยี่ยมแม่สง่าที่วัด เพราะแม่สง่าเคยถวายความอุปถัมภ์อย่างสำคัญ สนใจศึกษา และปฏิบัติธรรมตลอดมา

ตั้งแต่พ่อดีถึงแก่กรรมไปเมื่อหลายปีที่แล้ว แม่สง่าก็เข้าวัดปฏิบัติภาวนาอย่างจริงจัง โดยบวชชีสมาทานศีลแปดมาหลายปีแล้ว เล่าว่า ถ้าไม่มีใครมาเยี่ยมมาหา ก็จะปฏิบัติภาวนา โดยนั่งสมาธิ 4 ชั่วโมง เดินจงกรม 4 ชั่วโมง เป็นประจำ ไม่ขาด นับว่าแม่สง่า ได้สร้างพื้นฐานทางธรรมและพัฒนาตนเองตามลำดับเป็นอย่างดี สมกับชื่อว่า แม่สง่า คือ เป็นพุทธศาสนิกชนที่สง่างามด้วยการปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม

เมื่อเยี่ยมและสนทนาธรรมกับแม่สง่าที่วัดที่อยู่แบบเรียบง่าย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ใช้น้ำบ่อและน้ำฝน ก่อนจากกันจึงบอกว่า ขอให้รักษาสภาพวัดแบบนี้เอาไว้ อย่าไปพัฒนาอะไรมาก นี่แหละคือวัดในพระพุทธศาสนาที่เป็นอิสระจากอำนาจของวัตถุนิยม และทุนนิยมอย่างแท้จริง ขอให้คุณแม่ตั้งใจปฏิบัติและได้ประสบกับความสุขสงบเย็น ตามสมควรแก่การปฏิบัติธรรมเถิด

รถเทศบาลตำบลหนองสองห้อง ได้รับไปฉันเพลที่บ้านท่านนายกเทศมนตรีหนองสองห้อง และภริยาอีกครั้งหนึ่ง เมื่อฉันเพลแล้วก็นำไปส่งตรงสะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว ฝั่งหนองคาย เพื่อเดินทางไปเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตามคำนิมนต์ของคุณศิวิไล และคุณจันทา อุบาสกและอุบาสิกาจากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มาทำบุญที่วัดพุทธปัญญาเป็นประจำ ในโอกาสที่คุณศิวิไล มาเยี่ยมคุณแม่ที่ประเทศลาว และอาตมาก็มาอยู่ในประเทศไทย คุณศิวิไล และคุณจันทา จึงพร้อมใจกันนิมนต์ให้อาตมาไปเยี่ยมเยือน เพื่อแสดงธรรมแก่พี่น้องพุทธศาสนิกชนชาวลาว ที่เป็นญาติธรรมของอุบาสกและอุบาสิกาทั้งสองท่านนั้น

ฉบับหน้า จะได้นำเอาเรื่องราวที่ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้ฟังกันอย่างละเอียดต่อไป

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 5

Published สิงหาคม 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128150458&srcday=2015-04-15&search=no

วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 597

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 5

เจริญพร ชาววัดพุทธปัญญา และชุมชนคนรักธรรม

ในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 เมื่อฉันเพลที่วัดชลประทานเสร็จแล้ว ท่านเจ้าคุณพิศาลสิกขากร เจ้าคณะอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ได้ให้ลูกศิษย์ขับรถมารับ เพื่อไปบรรยายธรรมแก่นักเรียน โรงเรียนการกุศลวัดกรงทอง อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี

อาตมาได้รู้จักกับท่าน เมื่อคราวไปทอดกฐินวัดพระมหาชนก เมื่อปี พ.ศ. 2557 คราวนั้นอาตมาได้แสดงธรรมเป็นภาษาอังกฤษแก่ชาวพุทธนานาชาติ ที่มาร่วมทอดกฐินในวันนั้น เมื่อแสดงธรรมเสร็จแล้ว ท่านกล่าวว่า ถ้าอาตมามาเมืองไทยเมื่อไร ขอให้แจ้งให้ทราบ จะได้จัดให้แสดงธรรมแก่นักเรียนที่โรงเรียนของท่าน ซึ่งเป็นโรงเรียนการกุศลที่ท่านเป็นผู้รับอนุญาต

เมื่ออาตมากลับมาเมืองไทย ยังจำความตั้งใจและการนิมนต์ที่ท่านเคยมี จึงหาโอกาสสนองความตั้งใจของท่านทันทีที่มีเวลาว่างอยู่ 2 วัน

เมื่อเดินทางไปถึงวัดใหม่กรงทอง ท่านเจ้าคุณให้การต้อนรับอย่างดี จัดสถานที่พักให้ สะดวก สบาย แล้วท่านก็สั่งพระภิกษุให้มาดูแลเป็นอย่างดี

ท่านออกไปงานศพของญาติธรรมของวัด กลับมาร่วม 4 ทุ่ม นั่งคุยกันต่อจนดึกพอสมควร จึงปิดไฟจำวัด

รุ่งเช้าขึ้นมา ญาติโยมชาววัดใหม่กรงทอง ได้นำข้าวต้ม ทั้งประเภทข้าวต้มกับ และข้าวต้มโจ๊กมาถวาย เลือกฉันตามอัธยาศัย มีกล้วยน้ำว้างามๆ มาด้วย นับว่า เช้านี้พบอาหารเช้าที่ดี เลือกฉันแต่พอดี เพราะมีงานรออยู่ ถ้าฉันอิ่มเกินไป เวลาบรรยายธรรมจะง่วงเสียเอง แล้วผู้ฟังจะง่วงขนาดไหน ไม่ต้องกล่าวถึงแน่

รอบเช้า เริ่มบรรยายแก่นักเรียน ชั้น ม.6 เวลา 09.30-11.10 น. จำนวนนักเรียนประมาณ 700 คนได้ บรรยายเรื่องข้อคิดก่อนสู่โลกกว้าง ได้แนะแนวการเลือกอาชีพ และการเรียน โดยใช้หลัก 4 ประการ คือ

1. เลือกวิชาที่ชอบที่สุด

2. มีพื้นฐานที่ดี

3. มีอาชีพรองรับ

4. มีความสุขกับการทำงาน

สำหรับนักเรียน จะใช้หลักการนี้สำหรับเลือกวิชาที่จะเรียนต่อได้ เพื่อให้ตรงกับความชอบและพื้นฐานการเรียน หากรู้สึกชอบวิชาใดแล้ว ยังไม่มีพื้นฐานของวิชาที่ชอบมารองรับเพียงพอ จะได้ปรับหรือเสริมฐานที่ยังไม่แกร่ง ให้แกร่งขึ้นกว่าเดิม เพื่อจะได้ศึกษาวิชาที่ชอบนั้นอย่างมีความสุขและเพลิดเพลินกับการศึกษา และการฝึกฝนในวิชานั้นๆ อันจะเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การประกอบอาชีพนั้นอย่างมีความสุขด้วย เมื่อมีความสุขกับการประกอบอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานก็จะเพิ่มมากขึ้น จะเป็นที่มาของการพัฒนาทั้งความรู้ การงาน และอาชีพ อันเป็นเหตุแห่งความก้าวหน้าของอาชีพนั้นๆ

อาตมาได้บรรยายธรรมในหัวข้อดังกล่าวที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน ทั้งในภาคเช้าและภาคบ่าย รวมเวลาบรรยายประมาณ 4 ถึง 5 ชั่วโมง

ช่วงท้ายของการบรรยาย ทั้งระดับ ม.3 และ ม.6 นักเรียนได้ขอให้บรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษ 5 หรือ 10 นาที นักเรียนจะฟังกันเงียบด้วยความสนใจ จบแล้วนักเรียนก็บอกว่า แปล ด้วย เพราะจับความได้ไม่หมด จึงได้ตอบสนองเจตนาอยากรู้ อยากเห็นของนักเรียนด้วยการแปลให้อีกรอบหนึ่ง

เสร็จสิ้นการบรรยาย กลับมาพักที่กุฏิท่านเจ้าคณะอำเภอ ก็เริ่มจับไข้ มีอาการร้อน พยายามดื่มน้ำเยอะๆ จึงค่อยบรรเทา แล้วก็หลับไปด้วยพิษไข้

ตื่นเช้าขึ้นมาอาการไข้ยังมี ได้ฉันข้าวต้ม และดื่มน้ำกะเพรา อาการไข้บรรเทาลงบ้างแต่ก็ยังไม่หายสนิท พยายามดื่มน้ำเพื่อจะได้บรรเทาความร้อนภายใน

ฉันอาหารเสร็จ ลูกศิษย์ของท่านพระครูได้ขับรถจากปราจีนบุรี มาส่งที่วัดปัญญานันทาราม คลองหก เข้าพักที่วัดปัญญานันทาราม พิษไข้กลับมาอีก พยายามดื่มน้ำและพักผ่อน รู้สึกว่าอาการจะไม่บรรเทา ตกตอนเย็นท่านมิ่งขวัญมานวดให้ อาการดีขึ้น แต่อาการไข้ยังมี

พยายามดื่มน้ำจนหลับไป ตื่นเช้าขึ้นมาดีขึ้น แต่ไม่ถึงกับหายขาด ฉันอาหารเช้า แล้วท่านมิ่งขวัญนิมนต์บรรยายธรรมกับนักเรียน ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ เสร็จแล้วเดินทางเข้าวัดชลประทานรังสฤษฏ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

มาถึงวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ได้เข้าพบท่านเจ้าอาวาส และฉันอาหารเพลกับท่านพระปริยัติพุทธิวิเทศ ท่านมหารวย ท่านมหาสุจินตนินท์ แล้วสนทนาธรรมกับท่านมหาอาการ ท่านมหาเฉลิมเกียรติ์ ท่านมหาวัลย์ สหายธรรมเก่าๆ แห่งวัดชลประทานด้วยความรู้สึกเป็นสุข ด้วยการรำลึกถึงวันเก่าๆ ในอดีต สมัยยังหนุ่มแน่น เคยสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ร่วมกัน เคยจัดบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนร่วมกันทุกปี เป็นการระลึกถึงความดีอย่างมีความสุขทีเดียว

ช่วงบ่าย คุณวีระ สมความคิด และ คุณประดิษฐ์ หุ่นสุวรรณ มาเยี่ยมสนทนาธรรม และเหตุการณ์บ้านเมืองยุคปฏิรูป ได้รับฟังความคิดเห็นทั้งจากคุณวีระ และคุณประดิษฐ์ เกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชั่น และเรื่องความเคลื่อนไหวด้านพลังงานในแนวลึกอย่างแจ่มแจ้งในทุกประเด็น เป็นการสนทนาที่มีประโยชน์มาก

พร้อมกันนี้ คุณวีระ สมความคิด ได้แจ้งให้ทราบว่า จะเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อพบปะสนทนากับมิตรสหายที่เคยรู้จักกัน โดยจะได้พบปะมิตรสหายในแอลเอ ประมาณ วันที่ 1 มีนาคม 2558 แต่ยังไม่ทราบแน่นอนว่าที่ไหน คงจะมีการแจ้งให้ทราบในเวลาไม่ช้านี้

ก่อนจากกัน อาตมาได้แสดงความยินดีที่คุณวีระได้พบอิสรภาพ และอวยพรให้การต่อสู้กับการคอร์รัปชั่น ประสบความสำเร็จเพื่อความรุ่งเรืองมั่นคงของประเทศชาติ เพื่อลูกหลานและคนรุ่นใหม่ในภายภาคหน้าต่อไป

การสนทนาเสร็จสิ้นเมื่อเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ได้ไปเยี่ยมท่านเจ้าอาวาสที่กุฏิ ท่านกรุณาให้พักผ่อนที่กุฏิของท่าน ก่อนเดินทางไปเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวต่อไปในตอนเย็น ซึ่งจะได้นำเอาเรื่องราวการเยือนพุทธศาสนิกชนบ้านพี่เมืองน้อง มาเล่าสู่กันฟังต่อไป

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 4

Published สิงหาคม 4, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128010458&srcday=2015-04-01&search=no

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 596

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 4

เจริญพร พี่น้องชาววัดพุทธปัญญาและชุมชนคนรักธรรม ที่คิดถึง

เมื่ออาตมาเข้าอบรมและทดสอบความรู้พระอุปัชฌาย์ตามหลักสูตรที่คณะสงฆ์ไทยจัดเรียบร้อยแล้ว ได้รับตราตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ สามารถทำหน้าที่เป็นประธานในการให้การบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรได้ภายในเขตวัดของตน หรือในกรณีที่วัดอื่นจะนิมนต์ไปทำหน้าที่เป็นประธานก็ไปทำหน้าที่ให้ได้ แต่ต้องได้รับการนิมนต์จากเจ้าอาวาสเป็นลายลักษณ์อักษร เสร็จแล้วได้เดินทางมาพักที่บ้านคุณโยมประดิษฐ์ หุ่นสุวรรณ น้องชาย คุณดำรง หุ่นสุวรรณ ซึ่งถวายการอุปถัมภ์ด้วยการรับส่งไปปฏิบัติศาสนกิจหรือเวลาเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิจะดึกดื่นค่อนคืนแค่ไหนพี่ประดิษฐ์ก็จะรับส่งด้วยความเต็มใจเสมอ

เมื่อรับแล้วก็มักจะนิมนต์มาพักบ้าน 1 คืน ก่อนจะเดินทางไปที่อื่น รุ่งเช้าพี่ประดิษฐ์จะจัดอาหารสุขภาพชั้นเยี่ยมถวายด้วยฝีมือของพี่เอง ซึ่งใครๆ ได้รับประทานด้วยจะติดใจทุกคน อาหารสุขภาพที่ว่านี้มิใช่อาหารเจทั่วไป แต่พี่เขาจะไปหาผักสดๆ ปลอดสารพิษมา หลายๆ อย่างทำเป็นสลัด มีลูกบัวนึ่ง ต้มน้ำกะเพราดื่มหลังจากฉันสลัดเสร็จแล้ว เลยได้ฉันทั้งยาสมุนไพรและอาหารดีมีครบอยู่ในตัว

พี่สุภาณี หุ่นสุวรรณ ภริยาพี่ดำรง หุ่นสุวรรณ มักจะกระเซ้าเสมอว่า ท่านอาจารย์จะพักที่ประดิษฐารามอีกไหม ก็ตอบว่า ค่อนข้างแน่นอน เพราะมีความสะดวกในด้านปัจจัยสี่ ที่สำคัญคือ พี่เขาใจดีมากๆ ทราบว่ามิใช่ใจดีเฉพาะพระเท่านั้น แต่กับเพื่อนฝูงทั่วไปพี่เขาใจดี ดูแลทั่วถึง นับเป็นบุญของอาตมาที่พบเจอแต่คนดีๆ แบบนี้

เหนื่อยจากการตรากตรำฝึกฝนอย่างหนักมา 15 หรือ 16 วันเต็ม ได้พักผ่อนเต็มที่เช้าตรู่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 ตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น เมื่อฉันอาหารสุขภาพและให้พรพี่ประดิษฐ์แล้ว พี่ประดิษฐ์ก็มาส่งที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ อันเป็นจุดนัดพบที่จะเดินทางไปอบรมนักเรียนที่จังหวัดปราจีนบุรีหลังเพลแล้ว

เมื่อเดินทางมาถึงวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ได้เข้ากราบนมัสการพระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสรูปใหม่ที่เพิ่งจะได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ซึ่งท่านนั่งรับอาหารบิณฑบาตอยู่ที่ลานหินโค้ง พอเจอหน้าแสดงความเคารพแล้ว ท่านแสดงความรู้สึกว่าดีใจมากที่ได้พบกัน สนทนากันครู่หนึ่งท่านก็นิมนต์ให้พูดธรรมะให้ญาติโยมพุทธบริษัทที่มาทำบุญที่วัดได้ฟัง จนกระทั่งพระภิกษุสงฆ์ฉันภัตตาหารเสร็จ

ได้กล่าวแสดงความยินดีกับท่านในฐานะที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ เพราะท่านเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเกิดเป็นพระภิกษุสงฆ์และเติบโตมาทางงานพระพุทธศาสนาภายใต้การให้การอุปสมบทและดูแลอบรมสั่งสอนอย่างดีจากหลวงพ่อปัญญานันทะองค์ที่ก่อตั้งวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ประกอบกับท่านเองได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ในพระราชทินนามว่า พระปัญญานันทมุนี ประกอบกับท่านมีงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างโดดเด่น ไม่เป็นรองใคร ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแสดงปาฐกถาธรรมหรือการอบรมเป็นหลักสูตรได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

นับเป็นความปรีชาสามารถอย่างสูงของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะผู้ปกครอง ตลอดถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ทรงมีบัญชาแต่งตั้งท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฏ์ พระอารามหลวง ซึ่งการเปลี่ยนเจ้าอาวาสรูปใหม่นี้ ดำเนินไปอย่างสงบ ไม่มีความแตกร้าวใดๆ ในวัด ต้องขอแสดงความชื่นชมการทำหน้าที่ของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมและพระมหาเถรพระสังฆาธิการผู้บังคับบัญชาที่กรุณาดำเนินการอย่างรอบคอบ มิให้มีการกระทบกระทั่งจนภาพพจน์ของวัดและพระพุทธศาสนาต้องเสียหาย

เมื่อท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ารับตำแหน่ง ได้จัดระบบต่างๆ ภายในวัดเสียใหม่ ตรวจสอบการเงินของวัดและจัดระบบการรับ การจ่ายเงินของวัดให้เป็นระบบระเบียบ โดยมีเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายพระสงฆ์และฆราวาสทำงานร่วมกัน

ได้จัดให้มีการประชุมพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญอยู่ก่อนหน้านั้น ให้เข้ามาช่วยกันรับผิดชอบงานอย่างเต็มที่ มีการประชุมปรึกษาหารือกันทุกวันพระใหญ่ ฟื้นฟูโครงการดีๆ ที่หลวงพ่อปัญญานันทะได้เคยทำไว้ เช่น โครงการธรรมทายาท สร้างโครงการใหม่ เช่น โครงการโรงทานของวัด เนื่องจากในวันธรรมดาและวันเสาร์ อาทิตย์ มีพุทธศาสนิกชนมาทำบุญตักบาตรกันมาก อาหารเหลือมากมาย ท่านเจ้าอาวาสจึงดำริที่จะจัดโรงทาน นำอาหารมาแจกอย่างเป็นระบบ ท่านอาจารย์มหาเผียน อาจารย์เก่าแก่ของวัดที่ใจดี ใครนั่งกุฏิแล้วต้องได้รับประทานอาหาร รับดูแลมิให้ขาดแคลน หากมีการขาดแคลนก็มีแม่ครัวทำอาหารมาเพิ่ม จึงเรียกชื่อโรงทานนี้อีกชื่อหนึ่งว่า โรงทานอาจารย์เผียน ใครหิวมา ก็เชิญๆๆ มารับประทานให้อิ่มหนำสำราญ

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงอีกหลายอย่าง ภายใต้ชื่อว่า เดินหน้าวัดชลประทานรังสฤษฏ์โดยท่านเจ้าอาวาสจะรายงานความคืบหน้าให้พุทธศาสนิกชนได้ทราบตลอดเวลาทุกวันอาทิตย์

วันธรรมดาปกติท่านจะลงรับอาหารบิณฑบาตที่ลานไผ่ทุกๆ เช้า ใครจะไปพบ ไปนมัสการท่าน หรือถวายอาหารบิณฑบาตก็ไปพบได้ เวลาเพลถ้าท่านไม่มีกิจนิมนต์มากมาย ท่านจะลงฉันเพลกับพระนวกะด้วยเสมอ เป็นการสร้างความอบอุ่นใจแก่พระภิกษุที่บวชใหม่ และสร้างความอบอุ่นใจให้แก่พุทธศาสนิกชนที่รอคอยเจ้าอาวาสได้มาทำหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบเสียที

วัดชลประทานรังสฤษฏ์ ยังเป็นที่ตั้งแห่งความศรัทธาของประชาชนเสมอมา และหวังว่าจะเป็นเสาหลักอีกเสาหนึ่งของพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนจะได้เป็นที่พึ่งให้เรื่องการเผยแผ่พุทธธรรมที่ถูกต้องต่อไป ขอเป็นกำลังใจให้ท่านเจ้าอาวาสรูปใหม่และคณะสงฆ์วัดชลประทานรังสฤษฏ์ประสบความสำเร็จในภารกิจการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาตามกุศลเจตนารมณ์ของพระเดชพระคุณหลวงพ่อปัญญานันทะที่ล่วงลับไป และพระเดชพระคุณหลวงพ่อปัญญานันทะเจ้าอาวาสรูปใหม่สืบไป

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 3

Published กรกฎาคม 30, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05128150358&srcday=2015-03-15&search=no

วันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปีที่ 27 ฉบับที่ 595

ธรรมะจากวัด

ดร. พระมหาจรรยา สุทฺธิญาโณ เจ้าอาวาสวัดลอยฟ้า http://www.Skytemple.org

จดหมาย จากเมืองไทย ฉบับที่ 3

เจริญพร พี่น้องวัดพุทธปัญญา และชุมชนคนรักธรรมทั้งหลาย

การเข้าอบรมและสอบความรู้พระอุปัชฌาย์ สนามที่ 3 วัดสามพระยา ก็จบลงด้วยดี เมื่อบ่าย วันที่ 30 มกราคม 2558 เมื่อการสอบและการประกาศผลสอบสิ้นสุดลง ว่าที่พระอุปัชฌาย์ทุกรูปรู้สึกโล่งโปร่งสบาย

เพื่อให้การรับใบตราตั้งพระอุปัชฌาย์ดำเนินไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย ราบรื่นลื่นไหล พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะภาค 7 และผู้อำนวยการฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ได้จัดการซ้อมรับใบตราตั้งต่อจากการฟังผลสอบต่อไปเลย เป็นการฝึกซ้อมในสถานที่จริงกว่า การฝึกซ้อมกว่าจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาถึงหนึ่งทุ่มทีเดียว

ภาพรวมการฝึกอบรมพระอุปัชฌาย์ทั้ง 3 สนาม คือ จากวัดประสิทธิเวช จังหวัดนครนายก วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร และที่วัดสามพระยา กรุงเทพมหานคร เป็นการปลุกให้พระสังฆาธิการได้ตื่นตัวและเรียนรู้ตลอดเวลา โดยกระบวนการเรียนรู้และการทดสอบที่ดำเนินไป 15 วันเต็ม เป็นวันเวลาของการตื่นรู้เตรียมพร้อม ไม่มีใครที่จะนั่งหรือนอนสบายๆ ได้

การเรียนการสอนมีทั้งการบรรยายถวายความรู้และการทดสอบตลอดเวลา โดยเฉพาะสนามวัดประสิทธิเวชและวัดปากน้ำ เป็นสนามที่ฝึกฝนอย่างเข้มข้นมาก

พระภิกษุสังฆาธิการที่เข้ารับการอบรมมีอาการเดียวกันหมดคือ เคร่งเครียดอยู่กับตำรับตำราอย่างจริงจัง อาตมาเองตื่นขึ้นมาท่องตำราตั้งแต่ตีหนึ่งตีสองเป็นประจำ เพราะวิญญาณแห่งการเรียนรู้ปลุกให้ตื่นอยู่เสมอ

สิ่งที่กระตุ้นให้อยู่ในท่าเตรียมพร้อมเสมอคือ การเป็นพระอุปัชฌาย์นั้นต้องท่องจำบทสวดทั้งที่เป็นของเจ้านาค พระกรรมวาจา และของพระอุปัชฌาย์เองให้คล่องไม่ติดขัดเลย เพราะต้องทำหน้าที่เป็นประธานควบคุมการบรรพชาและอุปสมบทปลุกเสกคนธรรมดาให้เป็นพระภิกษุที่ผู้คนกราบไหว้ให้ถูกต้องตามพระวินัยและระเบียบของคณะสงฆ์

เมื่ออุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์ต้องทำหน้าที่ต่อไปด้วยการ ปกครอง ดูแล อบรมสั่งสอน ขวนขวายให้สัทธิวิหาริก คือผู้ที่น้อมตนเข้ามาบวชนั้นได้ศึกษาพระธรรมวินัยเพื่อให้เป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ดีต่อไป ตรงนี้มีการพูดเป็นคำคมว่า เมื่อปลุกเสกมาแล้วต้องปลุกปล้ำต่อ กล่าวคือขวนขวายให้ศิษย์ได้ศึกษาเล่าเรียน หากเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้เบื่อหน่ายก็ต้องปลุกใจให้ฮึดสู้

ตกลงพระอุปัชฌาย์ต้องทำหน้าที่ 3 ปลุก คือ ปลุกเสก ปลุกปล้ำ และปลุกใจ

ในกรณีย์ที่สัทธิวิหาริก หรือศิษย์มีพรรษายังไม่พ้น 5 จะต้องอยู่ศึกษาเล่าเรียนกับพระอุปัชฌาย์ จะปล่อยให้ไปไหนไม่ได้ เรียกว่ายังเป็นพระใหม่จะต้องอยู่ศึกษาพระธรรมวินัยให้ครบ 5 พรรษา ถ้ายังไม่ครบ 5 พรรษา จะไปศึกษาต่อที่อื่น พระอุปัชฌาย์ต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร ฝากให้เจ้าอาวาสที่พระบวชใหม่จะไปอยู่นั้นช่วยสั่งสอนแทน

เพื่อให้ทราบว่าพระภิกษุรูปนั้นเป็นใครมาจากไหน พระอุปัชฌาย์จะต้องออกหนังสือสุทธิเป็นหลักฐานแสดงหลักแหล่งและความบริสุทธิ์ของพระภิกษุรูปนั้น หากเป็นคนจรจัด พระอุปัชฌาย์บวชให้ไม่ได้ หรือ ถ้าบวชให้แล้วออกไประเหเร่ร่อนไม่อยู่เป็นที่เป็นทาง ไม่ตั้งใจจะศึกษาพระธรรมวินัย อาศัยนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ทำมาหากิน ที่พบกันบ่อยๆ ตอนนี้คือ บวชแล้วออกบิณฑบาตหาเงิน เพราะชาวพุทธปัจจุบันเน้นความสะดวก รวดเร็ว ไม่มีเวลาหุงหาอาหารมาใส่บาตร เลยสรุปว่าใส่เงินไปดีกว่า พระจะได้นำไปใช้ตามอัธยาศัย ตรงนี้กลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้คนที่คิดมิชอบเข้ามาบวชแล้วออกไปบิณฑบาตตามตลาดสด ตามศูนย์การค้า บางทีแม้ตอนบ่ายก็ยังถือบาตรยืนขอเงินอยู่ บางรูประบุเลยว่า บิณฑบาตเงินอย่างเดียว อาหารไม่รับ ดูแล้วไม่น่าศรัทธาเลื่อมใส

ปัญหาความไม่ดีไม่งามในวงการพระสงฆ์สามารถแก้ไขได้ เพียงแต่พระอุปัชฌาย์ต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย เอาใจใส่ผู้ที่เข้ามาบวชอย่างจริงจัง มิใช่บวชให้แล้วทิ้งๆ ขว้างๆ ดังที่เขาพูดกันว่า อุปัชฌาย์เป็ดบวชแล้วทิ้ง เหมือนเป็ดไข่แล้วทิ้ง จะต้องเป็นพระอุปัชฌาย์ไก่ที่ไข่แล้วฟูมฟักจนเติบใหญ่

พระบางรูปบวชไม่กี่วัน ไม่ได้ศึกษาพระธรรมวินัยเลย ก็ตั้งตัวเป็นเกจิอาจารย์ ทำท่าขลังๆ ขรึมๆ พุทธศาสนิกชนทั้งหลายเห็นพระแล้วไม่เคยถาม ไม่เคยสนทนาธรรม ไม่เคยรู้ว่าอยู่วัดไหน บวชมาจากไหน ใครเป็นพระอุปัชฌาย์ ขอเพียงได้ทำบุญกับพระก็พอใจแล้ว นี่คือช่องทางหนึ่งที่ทำให้นักบวชประเภทกาฝากศาสนาเข้ามาเพื่ออาศัยศาสนา ดูดเอาทรัพยากรทางศาสนาที่ประชาชนให้มาด้วยความศรัทธาไปเป็นสมบัติตน โดยศาสนามิได้รับอะไรตอบแทนจากพระกาฝากเหล่านี้เลย

ถ้าพระอุปัชฌาย์ทำหน้าที่ตามพระธรรมวินัยและกฎมหาเถรสมาคมที่ตราไว้ จะทำให้คณะสงฆ์สวยงามขึ้น มีพระภิกษุสงฆ์แบบกล้วยไม้เพิ่มมากขึ้น คือเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ที่ไหนก็มีแต่ความงดงาม เป็นที่ปลื้มอกปลื้มใจของประชาชนที่ได้พบเห็น เป็นที่ศรัทธาและเจริญปัญญาแก่ผู้ที่ได้สนทนาด้วย เรียกภาษาวัดๆ ว่า สังฆโสภณ คือความงดงามแห่งหมู่สงฆ์

จุดประสงค์ของการอบรมและทดสอบความรู้พระอุปัชฌาย์อยู่ที่การสร้างพระอุปัชฌาย์ให้มีความรู้ความสามารถในการประกอบพิธีอุปสมบทกรรมอย่างถูกต้อง แล้วต้องรับผิดชอบต่อผู้ที่เข้ามาบวชประดุจบิดากับบุตร เพื่อให้พระอุปัชฌาย์มีความรู้ มีความสามารถ เข้าใจทั้งพระธรรมวินัยอย่างถ่องแท้ และกฎหมายของคณะสงฆ์ เพื่อช่วยกันแก้ปัญหาคณะสงฆ์ที่ต้นน้ำ สร้างพระสงฆ์ที่เข้ามาสู่พระศาสนาเพื่อการศึกษา ปฏิบัติและเผยแผ่อย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ได้พระอุปัชฌาย์ที่มีมาตรฐานละม้ายคล้ายคลึงกัน แม้จะมีความรู้พื้นฐานที่ต่างกัน แต่จิตสำนึกดีต่อความรับผิดชอบพระพุทธศาสนามิได้แตกต่างกัน สามารถร่วมกันเป็นพลังสร้างสรรค์พระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าไปได้

วัดสามพระยา เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาและการอบรมพระอุปัชฌาย์มาช้านาน กระบวนการอบรมและทดสอบความรู้พระอุปัชฌาย์ เป็นการสร้างความสามัคคีให้แก่หมู่พระภิกษุสงฆ์ทั่วประเทศ เพราะได้มาทำงานร่วมกัน ผู้บริหารคณะสงฆ์ระดับสูงคือ เจ้าคณะภาคทั้ง 18 ภาค เจ้าคณะใหญ่ทั้ง 4 หน ร่วมมือกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง น่าชื่นชม

เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ท่านเจ้าคุณพระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็ดูแลเอาใจใส่ในด้านอาหาร ที่พัก น้ำปานะอย่างดีเยี่ยม เดินตรวจตรางาน สนทนากับพระสงฆ์ที่เข้าอบรมอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง

แม้วัดสามพระยาจะเป็นวัดกลางกรุงเทพมหานคร แต่ชุมชนวัดสามพระยายังเข้มแข็ง คนข้างวัดเข้ามาช่วยงานวัดอย่างขมีขมันจริงจัง เมื่อช่วยงานเสร็จแล้วก็รับประทานอาหารร่วมกัน แบ่งอาหารที่เหลือไปรับประทานต่อที่บ้าน

พุทธศาสนิกชนบางคนมาจากเขตต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร จากนนทบุรี ถามได้ความว่า ญาติโยมเหล่านี้เคยมาเข้ากัมมัฏฐาน วันเสาร์-อาทิตย์ พอวัดมีงานใหญ่ๆ ก็ช่วยกันเป็นอย่างดี สมัครสมานสามัคคีกลมเกลียว

พระสงฆ์ทั้งกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ต่างช่วยเหลือกันทั้งกำลังกาย กำลังใจ กำลังทรัพย์ และกำลังปัญญา พระสงฆ์ที่ทำหน้าที่ทางวิชาการส่วนใหญ่เป็นพระผู้ใหญ่มีวัยล่วงเลย 70 ไปแล้วทั้งนั้น แต่ยังทำงานอย่างทุ่มเท นั่งดูแลการเรียนการสอนอยู่ในหอประชุม อบรมสงฆ์วัดสามพระยาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา

การอบรมพระอุปัชฌาย์รุ่นนี้เรียกว่า พระอุปัชฌาย์ รุ่น 50 มีผู้เข้าอบรมจากทั่วประเทศและพระธรรมทูตสายต่างประเทศ รวมแล้ว 286 รูป

การที่จะเห็นพระภิกษุสงฆ์ผนึกกำลังกันสร้างกระบวนการศึกษาเรียนรู้แบบนี้หาได้ยาก อาตมาจึงได้นำปัจจัยที่ญาติโยมฝากมาทำบุญบริจาคสมทบค่าภัตตาหารเพลอีก 5,000 บาท เท่ากับเป็นการถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์จากทั่วโลก ขอให้ท่านผู้อ่านร่วมอนุโมทนาบุญครั้งนี้โดยทั่วกัน

แม้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของการอบรมและสอบความรู้พระอุปัชฌาย์ ถึงเวลาที่พระสงฆ์ทุกรูปต่างกลับวัดวาอารามของตนเองเพื่อทำหน้าที่จรรโลงพระพุทธศาสนากันตามสติกำลัง แต่ความทรงจำต่างๆ ที่ดีงามยังคงฝังอยู่ในใจเป็นพลังในการขับเคลื่อนงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าต่อไป

อาตมาได้ทยอยนำเอาเนื้อหาสาระที่ได้ศึกษาอบรมมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านเรื่อยๆ ไป หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงอยู่เย็นเป็นสุขในร่มธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตลอดไป

%d bloggers like this: