ท.ศักดิ์

All posts tagged ท.ศักดิ์

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/201114/99251

บันทึกหน้า 4
Thursday, 20 November, 2014 – 00:00
.
เป็นเรื่องจนได้สำหรับการลงพื้นที่ “เช็กเรตติ้งค่ะ เช็กเรตติ้งค่ะ” ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่จังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ ที่สำคัญปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ ไม่ได้มีบทจบสวยหรูใกล้เคียงกับเพลง “เช็กเรตติ้ง” ของสาวสั้นเสมอหูอย่าง “ใบเตย อาร์สยาม” ซะด้วย เพราะงานนี้เชื่อว่าจะมีผลพวงตามมาอีกพะเรอเกวียน โดยเฉพาะในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยของบุคคลระดับวีไอพี …๐ ปรากฏการณ์นักศึกษา 5 คนจาก “กลุ่มดาวดิน” ที่แสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว และใส่เสื้อ “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” ขณะที่ “บิ๊กตู่” อยู่บนโพเดียม ผสมกับ “ใบปลิว : อีสานไม่ต้อนรับเผด็จการ” ที่ว่อนในพื้นที่นั้น เล่นเอาหลายคนถึงกับควันออกหู โดยเฉพาะ “พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร” รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เพราะเจ้าตัวได้กำชับ “พล.ท.ธวัช สุกปลั่ง” แม่ทัพภาคที่ 2 แล้วให้ดูแล ที่สำคัญ “พล.ท.ธวัช” เองรวมถึง “กำธร ถาวรสถิต” ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น และ “พล.ต.ต.กิจจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น” ต่างยืนยันถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าสมบูรณ์ 100% แต่สิ่งที่เกิดขึ้น เรียกว่าเป็นการฉีกหน้าอย่างเห็นได้ชัด …๐ นี่ยังไม่นับรวมกรณี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ด้านความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ที่ยืนยันหนักแน่นว่า “นายกฯ ไม่มีศัตรูที่ไหน ในพื้นที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร สามารถดูแลความปลอดภัยได้” ฉะนั้น หากใครจะโดนหางเลขจากกรณีดังกล่าวนี้ ก็น่าจะไล่เรียงมาตั้งแต่ “บิ๊กป้อม” ถูกต้องนะคร้าบบบ …๐ การชู 3 นิ้วของกลุ่มดาวดิน แม้จะสร้างภาพลบให้แก่ทั่นผู้นำ แต่อย่างน้อยก็มีประโยชน์ต่อวงการภาพยนตร์อย่างหลีกไม่พ้น เพราะเหมือนเป็นการ โปรโมต “เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ : ม็อคกิ้งเจย์ พาร์ท 1” ที่กำลังลงโรงฉายแบบกลายๆ เหมือนกับ กรณี “หน้ากากขาว” ที่ทำให้หนังเรื่อง “V for vendetta” กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สาวน้อยผู้มากับไฟ “แคทนิส เอเวอร์ดีน” ที่สวมบทโดย “เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์” ผู้ต่อต้าน “ประธานาธิบดีสโนว์” แห่งพาเน็ม อาจต้องส่งหนังสือขอบคุณมาให้ที่ช่วยสร้างกระแส แบบไม่ต้องเสียตังค์สักบาท …๐ กรณีการชู 3 นิ้วยังทำให้ข้อความที่ “หลวงปู่พุทธะอิสระ” โพสต์ไว้เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าด้วย “ข้าราชการ” บางกลุ่มมีการวางแผนสุมหัวเพื่อล้มรัฐบาลประยุทธ์ เริ่มมีเค้าลางแห่งความเป็นจริง สอดรับกับที่ “สุริยะใส กตะศิลา” ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน ที่โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตไว้ว่า เป็น “ความหละหลวมหรือวางยา” กันแน่ พร้อมทั้งระบุให้ดูว่า “มีพวก “เกียร์ว่าง” หรือไม่ โดยเฉพาะกลไกผู้ว่าฯ ตำรวจ ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าเติบโตหรือได้ดิบได้ดีมาอย่างไร” …๐ หันมาดูเรื่องอื่นๆ กันบ้าง โดยเฉพาะข่าวดีที่น่าสนใจ เมื่อ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ได้ลงนามในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ 9 คน ของดีเอสไอแล้ว ซึ่งดูรายชื่ออันประกอบด้วย 1.วิรัช ชินวินิจกุล 2.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ 3.สุเจตน์ จันทรังษ์ 4.รศ.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ 5.ธวัชชัย ยงกิตติกุล 6.ฉัตรพงศ์ ฉัตราคม 7.สันทัด สมชีวิตา 8.สุพันธุ์ มงคลสุธี และ 9.ประมนต์ สุธีวงศ์ ต้องชูหัวแม่โป้งให้ว่า น่าจะสร้างภาพที่ดีให้กับดีเอสไอขึ้นอีกอักโข เพราะแต่ละคนนั้นมีประวัติและชื่อเสียงค้ำคอ การรับคดีต่างๆ เป็นคดีพิเศษต่อไปคงต่างราวฟ้ากะเหวในยุค “ธาริต เพ็งดิษฐ์” เรืองอำนาจเป็นแน่แท้ …๐ พูดถึงเรื่องการแต่งตั้ง ไม่พูดถึงกรณี “ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” ที่มารับหน้าเสื่อ “ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ก็คงไม่ได้ เพราะทันทีที่ได้รับตำแหน่ง ก็มีการวิพากษ์กันแล้วว่า อาจเกิดอาการ “เกาเหลา” กับ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกฯ ที่คุมด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลก็เป็นได้ เพราะต่างก็เป็น “กูรู” และ “ซาร์เศรษฐกิจ” ทั้งคู่ยิ่งเมื่อไพล่ไปคิดถึงสำนวนที่ว่า “เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้” ก็ยิ่งทำให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นเรื่องเมาธ์มอยกันเลยทีเดียว แหม! งานนี้จะตีปลาหน้าไซก่อนก็คงไม่ดี คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ แต่ที่ต้องไม่ลืมว่า เวลานั้นก็เริ่มนับถอยหลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ หากไม่ร่วมมือร่วมใจ มัวแต่ชิงดีชิงเด่นกัน ก็อาจจะพากันตกเหวคู่ก็เป็นได้ จริงไหม …๐ ทิ้งท้าย ฝากไปถึง “กสทช.” จากชาวบ้านที่ตอนนี้เริ่มติด “ทีวีดิจิตอล” กันแล้วว่า น่าจะช่วยดูเรื่องของสัญญาณให้มีความเสถียรหน่อยจะได้ไหม เพราะดูเหมือนบางช่องบางเวลานั้นระบบสัญญาณค่อนข้างมีปัญหาอย่างมาก ทั้งสะดุดทั้งขาดหาย เรียกว่าทำให้ผู้ชมอารมณ์หงุดหงิดกันท้วนถั่ว ไม่ต่างจากช่องที่เว้นว่างไว้เกือบ 10 ช่อง ที่ทำให้คนเฒ่าคนแก่ปวดเศียรเวียนเกล้าเหลือเกินกว่าจะเจอช่องที่ต้องการ …๐

โฆษณา

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/131114/98937

บันทึกหน้า 4
Thursday, 13 November, 2014 – 00:00
.
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกวงการตื่นตะลึงกันเป็นทิวแถว เมื่อ “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ มีคำสั่งที่ 610/2557 ให้เพื่อนร่วมรุ่น 31 คือ “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ “พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์” รอง ผบช.ก. มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)…๐ งานนี้ “บิ๊กอ๊อด” ให้เหตุผลสั้นๆ ในการโยกย้าย “บิ๊กกิ๊ก-บิ๊กโก” ว่ามีงานสำคัญ ให้ทำ เลยต้องโยกมาช่วยงาน แต่ว่าบรรดา “แมงเมาธ์” ต่างวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างเมามันส์ เพราะ “บิ๊กกิ๊ก” นั้นใครต่างก็รู้ว่า “เส้นใหญ่” ขนาดไหน 4 ปีในตำแหน่ง ผบช.ก. ที่ผ่าน ผบ.ตร.และรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยพยายามกระแซะก็ไม่ได้สะเทือนเลย ขนาดดอกเตอร์กฎหมายอย่าง “เฉลิม อยู่บำรุง” ยังต้องยอมยกธงขาว เหตุปัจจัยที่ “พล.ต.อ.สมยศ” บอกเพียงว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถจึงต้องมาให้ช่วยงานสำคัญจึงฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง…๐ แล้ว โฟกัสก็จับตาไปทันทีว่าตำแหน่ง “ผบช.ก.” ที่ “พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.รักษาการนั้น ใครจะเป็นผู้คว้าไป โดยแสงสปอตไลท์ต่างพุ่งไปที่ “พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล” ผบช.น. ซึ่งเติบโตมากับสายงาน บช.ก.โดยตลอดอาจถูกหวย ขณะเดียวกัน “พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน” ผบช.ภ.1 หรือ “นวยทนได้” ก็มีสิทธิ์คั่วเก้าอี้ ผบช.น.เช่นกัน งานนี้คงต้องจับตาดูกันแบบตาไม่กะพริบ…๐ พูดถึงเรื่องแต่งตั้งแล้ว ไม่เอ่ยกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2 ก็ไม่ได้ เพราะ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกรัฐมนตรี ได้เผยแล้วว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้นำรายชื่อ “รมช.การคลัง” และ “รมช.เกษตรและสหกรณ์” ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว นอกจากนั้นยังจะมีกระแสการโยกสลับเก้าอี้ของ 2 รมว.อีก ใน ครม.ตู่ 2 โดยจะโยก “พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” รมว.ทรัพยากรฯ และ “ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” รมว.เกษตรฯ…๐ โดยรายชื่อของ รมต.หน้าใหม่ที่คาดหมายกันแบบไม่พลิกแน่คือ “อำนวย ปะติเส” ที่จะเป็น รมช.เกษตรฯ ส่วน รมช.การคลังแว่วมาว่าคือ “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” อดีตอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งก็เคยทำงานกับ “ลุงสมหมาย ภาษี” มาแล้ว แหม! งานนี้ถ้าดึง “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” อดีตปลัดคลัง และอดีตผู้ว่าฯ ธปท. หรือแม้แต่ “ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล” อดีตปลัดคลัง หรือแม้แต่ “สมใจนึก เองตระกูล” อดีตปลัดคลัง อีกคนกลับมาช่วยงาน สงสัยต่อไป ใครต้องคิดว่าเป็นการคืนสู่เหย้าของศิษย์เก่าชาววายุภักษ์แน่…๐ ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกประการหนึ่งในงานสัมมนาที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อ “คุณชายอุ๋ย” ได้แนะนำตัวผู้ร่วมวงสัมมนาที่มีทั้ง “สมหมาย-ปีติพงศ์ และณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน” ว่า “เป็นพวกใจถึง ทำงานแบบไม่กลัวคนด่า อยากทำงานให้สำเร็จ ไม่กลัวเสียคะแนนเสียง แต่พวกเราไม่ใช่กลุ่มที่มีอำนาจกลุ่มเดียว”…๐ และในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมในวันที่ 13 พ.ย. ก็มีการเลื่อนกฎหมายภาษีมรดกออกไปทันตา ไม่รู้ว่างานนี้สอดรับกับที่ “หม่อมอุ๋ย” ทิ้งปริศนาไว้หรือไม่อย่างไร โดย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ให้เหตุผลที่เจอโรคเลื่อนว่าต้องรอการแสดงความเห็นของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า นี่ขนาดแค่เริ่มต้นก็ส่อแววให้เห็นถึงเส้นทางที่ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบแล้ว ไม่อยากคิดไปถึง “กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เลยว่ามันจะซ้ำรอยเดิมๆ ในหลากหลายรัฐบาลที่ผ่านมาที่กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถเกิดได้เสียที…๐ สงสัยวันพุธจะเป็นเรื่องของการฟ้องร้อง เพราะมีข่าวล่าว่า “ป.ป.ช.” เตรียมส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งฟ้อง “จุฑามาศ ศิริวรรณ” อดีตผู้ว่าการ ท.ท.ท. และ “น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ” บุตรสาว ในกรณีเรียกรับเงินสินบนจากสามีภรรยานักธุรกิจชาวสหรัฐเพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพปี 2002-2007 แล้ว แหม! เรียกว่าสังคมแทบจะลืมไปแล้ว ซ้ำร้าย “จุฑามาศและบุตร” ยังอยู่ในเมืองไทยหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่คงไม่มีใครอยากตอบแน่นอน…๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวที่ถูกทิ้งร้างไปนานอีกเช่นกันสำหรับ “พิธีกรเล่าข่าว” ชื่อดังอย่าง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กรรมการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด พร้อมพนักงานอีก 4 คน เมื่อ อสส.สั่งฟ้องข้อหาไม่จ่ายค่าโฆษณาเกินเวลาแก่ อสมท ในรายการคุยคุ้ยข่าว ปี 2548-49 เป็นจำนวนเงิน 138 ล้านบาทแล้ว เรื่องนี้คงต้องติดตามกัน ไม่นานก็จะรู้ว่าหมู่หรือจ่า…๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/131114/98938

บันทึกหน้า 4
Thursday, 13 November, 2014 – 00:00
.
เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ทำให้ทุกวงการตื่นตะลึงกันเป็นทิวแถว เมื่อ “พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ มีคำสั่งที่ 610/2557 ให้เพื่อนร่วมรุ่น 31 คือ “พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ “พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์” รอง ผบช.ก. มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.)…๐ งานนี้ “บิ๊กอ๊อด” ให้เหตุผลสั้นๆ ในการโยกย้าย “บิ๊กกิ๊ก-บิ๊กโก” ว่ามีงานสำคัญ ให้ทำ เลยต้องโยกมาช่วยงาน แต่ว่าบรรดา “แมงเมาธ์” ต่างวิเคราะห์วิจารณ์กันอย่างเมามันส์ เพราะ “บิ๊กกิ๊ก” นั้นใครต่างก็รู้ว่า “เส้นใหญ่” ขนาดไหน 4 ปีในตำแหน่ง ผบช.ก. ที่ผ่าน ผบ.ตร.และรัฐบาลหลายยุคหลายสมัยพยายามกระแซะก็ไม่ได้สะเทือนเลย ขนาดดอกเตอร์กฎหมายอย่าง “เฉลิม อยู่บำรุง” ยังต้องยอมยกธงขาว เหตุปัจจัยที่ “พล.ต.อ.สมยศ” บอกเพียงว่าเป็นผู้มีความรู้ความสามารถจึงต้องมาให้ช่วยงานสำคัญจึงฟังไม่ขึ้นด้วยประการทั้งปวง…๐ แล้ว โฟกัสก็จับตาไปทันทีว่าตำแหน่ง “ผบช.ก.” ที่ “พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.รักษาการนั้น ใครจะเป็นผู้คว้าไป โดยแสงสปอตไลท์ต่างพุ่งไปที่ “พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพรหมณกุล” ผบช.น. ซึ่งเติบโตมากับสายงาน บช.ก.โดยตลอดอาจถูกหวย ขณะเดียวกัน “พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน” ผบช.ภ.1 หรือ “นวยทนได้” ก็มีสิทธิ์คั่วเก้าอี้ ผบช.น.เช่นกัน งานนี้คงต้องจับตาดูกันแบบตาไม่กะพริบ…๐ พูดถึงเรื่องแต่งตั้งแล้ว ไม่เอ่ยกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีประยุทธ์ 2 ก็ไม่ได้ เพราะ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกรัฐมนตรี ได้เผยแล้วว่า “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้นำรายชื่อ “รมช.การคลัง” และ “รมช.เกษตรและสหกรณ์” ขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แล้ว นอกจากนั้นยังจะมีกระแสการโยกสลับเก้าอี้ของ 2 รมว.อีก ใน ครม.ตู่ 2 โดยจะโยก “พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” รมว.ทรัพยากรฯ และ “ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา” รมว.เกษตรฯ…๐ โดยรายชื่อของ รมต.หน้าใหม่ที่คาดหมายกันแบบไม่พลิกแน่คือ “อำนวย ปะติเส” ที่จะเป็น รมช.เกษตรฯ ส่วน รมช.การคลังแว่วมาว่าคือ “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” อดีตอธิบดีกรมศุลกากร ซึ่งก็เคยทำงานกับ “ลุงสมหมาย ภาษี” มาแล้ว แหม! งานนี้ถ้าดึง “ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล” อดีตปลัดคลัง และอดีตผู้ว่าฯ ธปท. หรือแม้แต่ “ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล” อดีตปลัดคลัง หรือแม้แต่ “สมใจนึก เองตระกูล” อดีตปลัดคลัง อีกคนกลับมาช่วยงาน สงสัยต่อไป ใครต้องคิดว่าเป็นการคืนสู่เหย้าของศิษย์เก่าชาววายุภักษ์แน่…๐ ยังมีสิ่งน่าสนใจอีกประการหนึ่งในงานสัมมนาที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์เป็นผู้จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เมื่อ “คุณชายอุ๋ย” ได้แนะนำตัวผู้ร่วมวงสัมมนาที่มีทั้ง “สมหมาย-ปีติพงศ์ และณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน” ว่า “เป็นพวกใจถึง ทำงานแบบไม่กลัวคนด่า อยากทำงานให้สำเร็จ ไม่กลัวเสียคะแนนเสียง แต่พวกเราไม่ใช่กลุ่มที่มีอำนาจกลุ่มเดียว”…๐ และในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมในวันที่ 13 พ.ย. ก็มีการเลื่อนกฎหมายภาษีมรดกออกไปทันตา ไม่รู้ว่างานนี้สอดรับกับที่ “หม่อมอุ๋ย” ทิ้งปริศนาไว้หรือไม่อย่างไร โดย “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ให้เหตุผลที่เจอโรคเลื่อนว่าต้องรอการแสดงความเห็นของกระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งคาดว่าจะสามารถนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า นี่ขนาดแค่เริ่มต้นก็ส่อแววให้เห็นถึงเส้นทางที่ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบแล้ว ไม่อยากคิดไปถึง “กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” เลยว่ามันจะซ้ำรอยเดิมๆ ในหลากหลายรัฐบาลที่ผ่านมาที่กฎหมายดังกล่าวไม่สามารถเกิดได้เสียที…๐ สงสัยวันพุธจะเป็นเรื่องของการฟ้องร้อง เพราะมีข่าวล่าว่า “ป.ป.ช.” เตรียมส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) สั่งฟ้อง “จุฑามาศ ศิริวรรณ” อดีตผู้ว่าการ ท.ท.ท. และ “น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ” บุตรสาว ในกรณีเรียกรับเงินสินบนจากสามีภรรยานักธุรกิจชาวสหรัฐเพื่อให้ได้สัญญาว่าจ้างจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพปี 2002-2007 แล้ว แหม! เรียกว่าสังคมแทบจะลืมไปแล้ว ซ้ำร้าย “จุฑามาศและบุตร” ยังอยู่ในเมืองไทยหรือไม่ ยังเป็นคำถามที่คงไม่มีใครอยากตอบแน่นอน…๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวที่ถูกทิ้งร้างไปนานอีกเช่นกันสำหรับ “พิธีกรเล่าข่าว” ชื่อดังอย่าง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” กรรมการบริษัท ไร่ส้ม จำกัด พร้อมพนักงานอีก 4 คน เมื่อ อสส.สั่งฟ้องข้อหาไม่จ่ายค่าโฆษณาเกินเวลาแก่ อสมท ในรายการคุยคุ้ยข่าว ปี 2548-49 เป็นจำนวนเงิน 138 ล้านบาทแล้ว เรื่องนี้คงต้องติดตามกัน ไม่นานก็จะรู้ว่าหมู่หรือจ่า…๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/061114/98602

บันทึกหน้า 4
Thursday, 6 November, 2014 – 00:00
.
และแล้ว 36 อรหันต์ผู้จะร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศก็ได้ฤกษ์ประเดิมงานแรกแล้ว ด้วยการไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บริเวณท้องสนามหลวง ทั้ง “พระแก้วมรกต, พระสยามเทวาธิราช และศาลหลักเมือง” แม้ไม่ครบทั้ง 36 ราย เพราะ “จรัส สุวรรณมาลา” และ “สมสุข บุญญะบัญชา” ติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ ส่วน “ปกรณ์ ปรียากร” นั้นนับถือศาสนาอิสลาม เลยเหลือ 33 รายก็ตาม โดย “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังได้ นำคณะปฏิญาณตน ว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญด้วยความซื่อสัตย์ เที่ยงธรรม เป็นกลาง ปราศจากอคติด้วย …๐ แหม! ไม่อยากตำหนิติติง แต่พอย้อนนึกไปถึงอดีตที่มีการเลือกตั้งหลายต่อ หลายครั้งที่มีการไปบนบานศาลกล่าวว่าจะไม่ซื้อเสียงแล้วก็ไม่เคยเห็นผลเลย เพราะ “สันดาน” นักการเมืองไทยนั้นมักเอาชนะคะคานกันเสมอๆ นี่ยังไม่นับรวมผู้เข้ามาบริหารประเทศชาติซึ่งต้องถวายสัตย์ปฏิญาณอีกหลากหลาย ซึ่งสุดท้ายก็โกงบ้านกินเมืองทั้งนั้นแล ก็ได้แต่หวังว่า งานนี้ที่อาจารย์ใหญ่ทั้ง “มีชัย ฤชุพันธุ์” ก็โดดมาเข้าร่วม ศิษย์พี่อย่าง “วิษณุ เครืองาม” ก็มา รวมถึง”ศิษย์น้อง” คนสุดท้ายที่กุมบังเหียนสำคัญอย่าง “บวรศักดิ์” มากันหมดแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าน้องๆ “ยูโทเปีย” ก็เกิดขึ้นที่ประเทศไทยบ้าง …๐ พูดถึงเรื่องโกงบ้านกินเมืองแล้ว ไม่พูดถึงคดีจำนำข้าวที่เป็น “มหากาพย์” คงไม่ได้ เพราะเรื่องเริ่มจะร้อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากกำหนดการ 12 พ.ย.ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี “พรเพชร วิชิตชลชัย” เป็นหัวขบวน จะมีการพิจารณาสำนวนถอดถอน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ตามที่ ป.ป.ช.ยื่นเรื่องมา กำลังขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ งานนี้ “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมทะแนะ จึงต้องมายื่นหนังสือให้เลื่อนเวลาออกไป โดยชักแม่น้ำทั้ง 5 เป็นข้ออ้าง แต่ก็ยังปากแข็งว่าไม่ได้ประวิงเวลา โธ่! เรื่องนี้เป็นข่าวคราวมานานแล้วกลับไม่มาร้องแรกแหกกระเชอ แต่พอจะเริ่มนับถอยหลังไม่ถึง 7 วัน กลับมายื่นเรื่องคัดค้าน อย่างนี้ไม่เรียกว่ายื้อจะเรียกว่าอะไร ที่สำคัญ พฤติกรรมอย่างนี้ก็ เคยทำมาแล้วในขั้นของ ป.ป.ช. ด้วยการขอเพิ่มเติมพยานมิใช่เหรอ …๐ วันก่อน “สภาวิชาชีพบัญชี” ที่เป็นส่วนหนึ่งของอนุกรรมการปิดบัญชีข้าว ที่มี “รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์” ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้ปูดตัวเลขความเสียหายว่าอยู่ที่ 6-7 แสนล้านบาท ได้ยินใจก็ตกไปอยู่ตาตุ่มแล้ว ล่าสุด “นิพนธ์ พัวพงศกร” นักวิชาการเกียรติคุณจากทีดีอาร์ไอถึงกับระบุว่า ความเสียหายอาจสูง 9.6 แสนล้านบาทถึง 1 ล้านล้านบาท โอ้…มายก๊อด …๐ ตัวเลขดังกล่าวเล่นเอาอดีตนักการเมืองในกระทรวงพาณิชย์ยุคจำนำข้าว ไล่มาตั้งแต่ “ยรรยง พวงราช” อดีต รมช.พาณิชย์ และ “นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล” อดีต รมว.พาณิชย์ ต้องแห่กันออกมาชี้แจงลิ้นพันกันเลยทีเดียว แต่ที่น่าสนใจ ทำไมไม่มีเสียงแก้ต่างของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” หรือแม้แต่ “บุญทรง เตริยาภิรมย์” และ “ภูมิ สาระผล” ออกมาสักแอะกันเลย …๐ “ปัด ฟุ้ง โว ตีปี๊บ” กลายเป็นคำแสลงสำหรับ ฯพณฯ รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ไปแล้ว แม้จะบอกว่าไม่ห้าม แต่การ เอ่ยอ้างในจังหวะที่มีการยกมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวขึ้นมา ก็เหมือนกับบีบแบบกลายๆ นั่นแล สงสัยต่อไปข่าวของรัฐบาลคงต้องใช้คำวิลิศมาหรา เริ่ดสะแมนแตนกันอย่างเดียวแล้วมั้งเนี่ย …๐ ดูเหมือน “บิ๊กตู่” จะพุ่งเป้ามาอยู่ที่สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นหลัก บรรดาสื่อวิทยุและทีวีเลยรอดตัว เพราะ ไม่อย่างงั้น ทีวีช่อง “ศรีธนญชัย” ที่โปรโมตสกู๊ปว่าด้วย “การลงมติแยกตัวของแคว้นคาตาลัน” ออกรายการถึง 2 ช่อง อาจถูกตีความว่าส่อนัยอะไรหรือไม่อย่างไร เพราะการลงมติในสุดสัปดาห์นี้ไม่มีผลในกฎหมาย เพียงแค่เป็นการสำรวจประชามติ แต่ช่องดังกล่าวกลับทำสกู๊ปข่าวเสียใหญ่โต …๐ เห็น “กสทช.” โดยเฉพาะ “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการ กสทช. ขมีขมันในช่วงนี้ โดยเฉพาะกรณีผู้ผลิตกล่องดิจิตอลรายหนึ่งใช้สำนักงานพรรคการเมืองเป็นจุดแลกคูปอง ก็อยากจะฝากคำร้องเรียนของชาวบ้านให้ช่วยดูเรื่องของสัญญาณทีวีดิจิตอลด้วย เพราะในหลายๆ ช่องนั้นมีปัญหาเหลือเกิน นี่ยังไม่นับรวมรายการต่างๆ ในแต่ละช่อง ที่นำรายการที่เคยฉายอยู่แล้วในช่องอื่นๆ มารีรันฉายซ้ำในช่องตัวเอง อย่างนี้เขาจะเรียกว่า “หลอกลวง” หรือไม่อย่างไร …๐ ทิ้งท้ายด้วยคดีตัวอย่างสำหรับใครต่อใครที่มักวิพากษ์วิจารณ์ศาลโดยไม่มีหลักวิชาการ เพราะล่าสุด “ศาลฎีกา” ได้อ่านคำพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาล ล.14/2550 โดยให้จำคุก “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” 1 เดือน ปรับ 500 บาท แต่โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ 3 ปี เรียกว่าปากพาจนจริงๆ แต่ยังโชคดีที่ศาลยังมีเมตตา ต่อไปจะพูดอะไรก็คิดดีๆ เน้อเสี่ย …๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/301014/98294

บันทึกหน้า 4
Thursday, 30 October, 2014 – 00:00
.
ดูเหมือนเดือนพฤศจิกายนที่กำลังคืบใกล้มาถึง จะเป็นเดือนแห่งการชี้ทิศทางและโฉมหน้าประเทศไทยอย่างมาก เพราะดูจากกำหนดการต่างๆ แล้ว “กงเกวียนกำเกวียน” ต่างมาบรรจบในเดือนนี้อย่างหลีกไม่พ้น ไล่ตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ที่คณะรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต่างมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.นั่งหัวโต๊ะ จะมีการเปิดชื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในโควตาฝ่ายละ 5 คน รวมเป็น 10 คนให้สังคมได้รับรู้ …๐ ถือเป็นการเปิดตัว กมธ.ยกร่างฯ ในส่วนสุดท้าย หลังจากวันที่ 29 ต.ค. โควตาในส่วนของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ลงมติเลือกแล้วจำนวน 20 คน จากผู้สมัครและเสนอชื่อรวม 31 คน ซึ่งผู้ได้คะแนนสูงสุดคือ “มานิตย์ สุขสมจิตร์” จากสายสื่อมวลชนนั่นเอง และ ในวันที่ 30 ต.ค. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มี “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช. จะนั่งบัลลังก์ให้ สนช.โหวตเลือก 5 ราย จากผู้สมัคร 11 ราย …๐ ส่วนเรื่อง “เวรกรรม” นั้น ในวันที่ 6 พ.ย. สนช.ที่ได้เกิดโรคเลื่อนการพิจารณาสำนวนถอดถอน “นิคม ไวยรัชพานิช” อดีตประธานวุฒิสภา และ “สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์” อดีตประธานรัฐสภา ตามสำนวนของ ป.ป.ช. จากเหตุผลมีเอกสารกว่า 5 พันหน้า ก็จะได้ฤกษ์เสียที และคงมีบทสรุปว่าจะรับเรื่องไว้ดำเนินการหรือไม่ ซึ่งก็ต้องย้ำอีกครั้งว่า ท่าทีของ สนช.จะเป็นต้นแบบของอีกหลายเรื่องที่จะตามมา …๐ ที่ใกล้ๆ คือ ในวันที่ 12 พ.ย. ซึ่งทั่นประธาน “พรเพชร” ได้บรรจุวาระสำนวนถอดถอน “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ กรณีมีเอี่ยวทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวตามสำนวนของ ป.ป.ช. ซึ่งหากในวันที่ 6 พ.ย.มีมติว่าไม่รับเรื่องการถอดถอน “นิชินและค้อนเอียง” แล้วไซร้ ก็เปลืองค่าแอร์ ค่าไฟเปล่าๆ ปลี้ๆ ที่จะมานั่งถกสำนวนของ “นายกฯ แคตวอล์ก” จริงไหม …๐ อีกเรื่องในเดือน พ.ย.ที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่งคือ การออกกฎหมายภาษีมรดก ซึ่ง “ลุงสมหมาย ภาษี” รมว.การคลังยืนยันว่า ต้นเดือน พ.ย.จะนำเสนอ “ครม.บิ๊กตู่” ก่อนเสนอ สนช. พร้อมทั้งวาดหวังว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะพิจารณา 3 วาระอย่างรวดเร็วไม่เกิน 3-4 เดือน ก็ไม่รู้สินะ ดูเหมือน “ลุงสมหมาย” จะมองโลกในแง่ดีเสียเหลือเกินว่า กฎหมายนี้จะคลอดออกมาแบบตลอดรอดฝั่งไม่สะดุดหัวทิ่มหัวตำ แหม! ถ้ามันง่ายสะดวกโยธินขนาดนั้น มันคงไม่ถูกซุกเก็บอยู่ในลิ้นชักนานแสนนาน เหมือนกับ “กฎหมายที่ดิน” หรอก เพราะก็รู้กันอยู่ว่า คนที่มีทรัพย์สินและที่ดินอู้ฟู่นั้น ก็บรรดา สนช. และอดีตทั่นผู้แทนชาวบ้านทั้งนั้นแล …๐ เอ่ยอ้างถึง “นารีขี่ม้าขาว” แล้ว จะเห็นว่าช่วงนี้ “เฟซบุ๊ก” ของเธอจะลงรูปการทัวร์ท่องเที่ยวกับลูกชายและพี่ชายผู้หนีคดีอย่างแทบไม่เว้นวัน โดยเฉพาะ ช่วงหลังๆ นี้ทำเสมือนกับไปดูงานต่างประเทศเสียด้วยซ้ำไป ซ้ำร้ายยังมี “บิ๊กเนม” ในแวดวงการบ้านการเมืองไปทัวร์ดินแดนมังกรและปลาดิบ แบบให้ขาเมาธ์ตอดเล็กตอดน้อยอีก ไล่ตั้งแต่ “สนธิ ลิ้มทองกุล” อดีตคนเคยคบหา และล่าสุดคือ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่มีกำหนดการเยือนจีนอีกต่างหาก …๐ กรณี “บิ๊กป้อม” ไปจีนครานี้ ก็เลยไม่พ้นขาเมาธ์แหลกวิเคราะห์วิจารณ์ว่า อาจมีการพบปะกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อีกต่างหาก ร้อนจน “บิ๊กตู่” ต้องมาชี้แจงแถลงไขว่าไม่เจอกันแน่นอน แต่บรรดาขากระจิบกระจอกต่างข้องใจว่า เหตุไฉนถึงต้องมาตั้งข้อสังเกต “บิ๊กป้อม” กับ “ทักษิณ” ด้วย ทำไมทีคนอื่นหากไปเยือนจีนในเพลานี้จะมีการติฉินนินทาแบบนี้ไหมเอ่ย หรือเพราะมันมีอะไรในกอไผ่ จึงต้องถูกตั้งข้อสังเกตแบบนี้ …๐ ไม่ถือว่าสายเกินไปที่จะแสดงความยินดีกับ “สุวณา สุวรรณจูฑะ” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้เก้าอี้สำคัญ งานนี้ไม่รู้จะเรียกว่า “ลาภลอย” หรือจะเรียกว่า “คราเคราะห์” ดี เพราะต้องยอมรับความจริงว่า ภาพลักษณ์ “ดีเอสไอ” ยามนี้ เสื่อมทรุดแบบไม่เคยมีมาก่อน การจะเรียกศรัทธาความเชื่อมั่นกลับคืนมานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ต่างจากภาพของ “ตำรวจ” ในสายตาของประชาชน หรือ “เทศกิจ” ในสายตาของบรรดาพ่อค้าแม่ขายนั่นแล ที่สำคัญ หาก “สุวณา” ไม่สามารถพลิกฟื้นภาพลักษณ์ที่ดีของดีเอสไอขึ้นมาได้ ก็อาจถึงคราวที่ “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” รมว.ยุติธรรม ต้องทบทวนถึงการยุบเลิก “ดีเอสไอ” บ้างก็น่าจะดีไม่หยอกนะทั่น …๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/231014/97968

บันทึกหน้า 4
Thursday, 23 October, 2014 – 00:00
.
แม้จะเป็นกระดูกคนละเบอร์ แต่ ดูเหมือน “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะไม่ยี่หระในการฟัดกับดอกเตอร์กฎหมายอย่าง “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” อย่างเมามัน เรียกว่าเป็นการสาวไส้กี่ขดที่มีอยู่ให้สังคมวงกว้างได้รับรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ที่สำคัญทั้งการวิเคราะห์ของ “ออเหลิม” และการโต้กลับของ “คางคกตู่” อย่างน้อยก็มีความจริงอยู่ค่อนข้างมาก นอกเหนือจากโวหารที่ซัดใส่กัน …๐ แหม! ที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีก เมื่อ “ตุ๊ดตู่” ยังได้เปิดชื่อบรรดาเครือข่ายขาสอพลอ “สัมภเวสีเหลี่ยม” อีก ซึ่งมีทั้งขาร้องฟ้องแหลกอย่าง “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” หรือแม้แต่ “สิงห์ทอง บัวชุม” ฝ่ายกฎหมายเพื่อไทย และขาคอมเมนต์แหลกในช่วงนี้อย่าง “อำนวย คลังผา” อดีต ส.ส.ลพบุรีด้วย ก็ไม่รู้ว่าทั้ง 3 รายจะกล้าออกมาสวนหมัดกะเขาบ้างไหม …๐ ไม่ต่างจาก “พานทองแท้ ชินวัตร” บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่ไม่กล้าแหยมกับเรื่องนี้เช่นกัน โดยช่วงนี้ น้องโอ๊คมุ่งมั่นเพียงการโพสต์ชวนเชื่อให้ติดตาม “แอนิเมชั่น” ตาดูดาวฯ อย่างเดียว แม้จะมีบางช่วงแวะไปตอดเล็กตอดน้อยกับคู่แค้นอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” บ้างก็ตามที ก็ไม่รู้ว่า “โอ๊ค” กลัวผิดใจกับอาเหลิมหรือกลัวพี่ตู่หวดก้นกันแน่ เลยไม่กล้าแสดงความเห็นในเรื่องนี้ …๐ เห็นพานทองแท้โปรโมตแอนิเมชั่นตาดูดาวฯ ตอนที่ 3 “ตกเหวคอนโดมิเนียม” แล้ว ก็มีคำถามว่า ยังมีอีกกี่ตอน ที่สำคัญจะมีตอนคุณพ่อทักษิณทำธุรกิจ “เหมืองเพชร” ที่แอฟริกาไหมเอ่ย เพราะตอนนี้ประชาชีเริ่มสงสัยแล้วว่า ทำไมเรื่องเหมืองเพชรเหมืองทองที่เคยประโคมโหมก่อนหน้านี้มันเงียบหายเข้ากลีบเมฆไปไหน ตอนนั้นถึงกับประกาศจะจ้างคนไทยหลายร้อยหลายพันไปช่วยทำงานกันเลยมิใช่เหรอ …๐ เอ่ยอ้างถึงพี่ชายก็ต้องแวะไปถึง น้องสาวอย่าง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” บ้าง ซึ่ง คสช.ก็ได้ไฟเขียวให้เจ้าตัวบินไปญี่ปุ่นอีกระลอกแล้ว ที่น่าสนใจคือ เดิมมีกำหนดการจะไปดินแดนภารตะทำบุญกันต่อ รวมทั้งจะเปิดช่องให้บรรดา “ขี้ข้า-ทาส” เข้าพบกราบกรานด้วย แต่ล่าสุดเฟซบุ๊กของ “วาสนา นาน่วม” ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารก็ระบุว่า พี่น้องชินวัตรจะไม่ไปทำบุญที่อินเดียแล้ว เพราะ “คสช.ขอมา” เนื่องจากไม่ต้องการให้อดีต ส.ส.ไปโผล่จนกลายเป็นประเด็นการเมือง ซึ่งทั้ง 2 อดีตนายกฯ ก็ให้ความร่วมมือเป็นเด็กดี แหม! อย่างนี้จะ เข้าเค้าตามที่ “ดร.เหลิม” วิเคราะห์การเมืองไว้หรือไม่ว่า “ปู-แม้ว” ดีใจที่ คสช.รัฐประหาร …๐ และแล้วสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ก็ได้ประธานและรองประธาน งานนี้ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ก็คว้าเก้าอี้ตัวแรกในฐานะรองประธาน สปช.ไปแล้ว ส่วนประธาน กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็คงตามมาอีกไม่นาน ทั้งที่ในช่วงประกาศรายชื่อ 250 สปช.นั้น ต่างส่งเสียงเซ็งแซ่ว่า “บวรศักดิ์” ต้องเลือกเก้าอี้เพียงตัวเดียว แต่สุดท้ายเชื่อหัวไอ้เรืองเถอะว่า ต้องศิโรราบคาบแก้วตามฟอร์มแน่ …๐ ที่เสียรังวัดอย่างมากกับกรณีของ “สปช.” คงไม่มีอะไรเกิน “ป.ป.ช.” ที่ลงมติรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มเป็นเอกฉันท์ว่า 250 อรหันต์ไม่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะเป็นตำแหน่งทางวิชาการ เล่นเอาหลากหลายฝ่ายถึงกับอ้าปากค้างว่าเกิดอะไรขึ้น งานนี้จึงได้เห็นความพร้อมใจของแต่ละฝ่ายออกมาตำหนิติติงมาตรฐานของ ป.ป.ช.อย่างถ้วนทั่ว ไม่ว่าจะเป็น “เรืองไกรขาประจำ” หรือเจ้าพ่ออ่างอย่าง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์” แม้แต่ “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังออกมารับไม่ได้กับเคสนี้ …๐ วันก่อน “วิชา มหาคุณ” ป.ป.ช. เพิ่งออกข่าวเรื่องจำนำข้าวที่สร้างความเสียหายร้ายแรงที่สุดนับตั้งแต่มีประเทศและโครงการถึง 7 แสนล้านบาท โดยเฉพาะประเด็นการหอบเงินโกงออกนอกประเทศ เรียกเสียงแซ่ซ้องกันกระหึ่ม แต่ล่าสุดกับกรณี สปช. “อาจารย์วิชา” กลับออกมาแก้ต่างให้ งานนี้จึงถูกขาเมาธ์ค่อนขอดให้สนั่นว่าที่ไม่ให้ สปช.ต้องรายงานทรัพย์สิน เรียกว่า เป็นการซื้อใจล่วงหน้าของ ป.ป.ช.หรือไม่อย่างไร เพราะต้องไม่ลืมว่า สปช.นี่เองจะเป็นผู้บรรจงขีดเขียนกฎหมายสูงสุดของประเทศ และตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็มีการกำหนดถึงความจำเป็นขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.เองก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่ถูกพุ่งเป้าไม่ต่างจาก กสทช. กกต. และอีกหลายองค์กรทีเดียว …๐ ทิ้งท้ายด้วยกำหนดการ สวดอภิธรรมศพ “พ.ต.ต.ประสงค์ มัชฉิมานนท์” อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ศาลา 6 ชวลิตธำรง วัดธาตุทอง โดยในวันที่ 22 ต.ค.เริ่มรดน้ำศพ 17.00 น. และจะสวดอภิธรรมตั้งแต่ 23-28 ต.ค.ในเวลา 19.00 น. และฌาปนกิจในวันที่ 29 ต.ค.ในเวลา 17.00 น. …๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/161014/97685

บันทึกหน้า 4
Thursday, 16 October, 2014 – 00:00
.
ท่าทางจะลากยาว และคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ซะแล้วสำหรับกรณี “ไมค์เทวดาทองคำ” ที่ “พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์” ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้ ส่งผลสอบถึงมือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว ซึ่งก็ได้แพลมบทสรุปแล้วว่า “ไม่ถึงขั้นมีการทุจริต แต่มีส่วนต่างเยอะ” …๐ เรียกว่าบทสรุปสั้นๆ ได้ใจความที่ออกมา เล่นเอาผู้เฝ้ารอผลสอบต้องฉงนงงงวยกันเข้าไปใหญ่ ว่า สุดท้ายแล้ว “บิ๊กตู่” จะสรุปผลออกมาแนวไหน แม้ท่านนายกฯ จะดึงเชงบอกว่าต้องรอผลสอบของ “สตง.-ป.ป.ช.” ก็ตามที แต่ก็เชื่อว่าผลสรุปคงไม่หนีกันเท่าใด งานนี้ “สำนักข่าวอิศรา” จึงได้คุ้ยแคะแกะเอกสารต่างๆ ซึ่งก็พบว่า “พล.อ.อนันตพร” เองก็มีส่วนเกี่ยวส่วนข้อง กับไมค์เทวดา แล้วยังมีตัวละครอื่นๆ พันพัวให้น่าติดตามอีก เรื่องว่าหากงานนี้เกิดอาการ “บกพร่องโดยสุจรติ” กันหมด ก็เชื่อได้ว่า บรรดา “สมุน-ขี้ข้า” สัมภเวสีคงได้ออกมาอำ ออกมาตีปี๊บเป่าปากกันฟุ้งฟิ้งแน่ …๐ ผลสอบเรื่องไมค์ของ คตร.ที่เร็วกว่ากำหนดเรียกว่าน่าสนใจแล้ว ผลงานตรวจสต็อกข้าวที่เงียบหายไปนานก็เริ่มน่าติดตามเช่นกัน เพราะ ล่าสุด “ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ ว่าได้ส่งรายงานถึง “บิ๊กตู่” แล้วเช่นกัน ซึ่ง งานนี้ “ม.ล.ปนัดดา” มิได้เอ่ยอ้างถึงบทสรุปออกมาว่าเป็นประการใด แต่ขอฟันธงไว้ตรงนี้ล่วงหน้าเลยว่า จะไม่มีระดับบิ๊กเนมให้ตระหนกตกใจแต่ประการใดแน่ อย่างมากก็น่าจะเป็นพวกปลาซิวปลาสร้อย ถามจะมีแถมระดับผู้อำนวยการบ้างเล็กๆ น้อยๆ ที่จะถูก “เชือดไก่ให้ลิงดู” ก็เท่านั้น …๐ แหม! ดูเหมือนชื่อของ “ม.ล.ปนัดดา” จะฮอตน่าดู เพราะไปๆ มาๆ ทั้งเรื่องข้าวและไมโครโฟน ก็ดูเหมือนจะมีชื่อเสียงเรียงนามของ รมต.ผู้นี้มามีส่วนร่วมไม่มากก็น้อยเลยทีเดียว ก็ เล่นเป็น “ซูเปอร์แมน” ทำซะหลายๆ อย่าง จึงไม่น่าแปลกใจที่ “มูมเบอแรง” เมื่อถูกปาไปจะสะท้อนกลับมาบ้าง …๐ ที่น่าสนใจอีกเรื่องหลังจากเงื้อง่าราคาแพงมานานก็คือ การถอดถอน “ค้อนเอียง” สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ “นิชิน” นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภากรณีการชำเรารัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดย “พีระศักดิ์ พอจิต” รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า 17 ต.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปเสียอีก ก็ได้แต่หวังว่า สนช.จะทำอะไรให้มันเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเสียที ที่สำคัญเรื่องนี้ถือเป็นหัวขบวนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง หากตัดสินไม่ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย มันจะมีผลตามมาอีกพะเรอเกวียน …๐ พิโธ่! เห็นรายชื่อของบรรดาอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย 90 รายชื่อไปยื่นหนังสือต่อ “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธาน สนช. ในเรื่องนี้แล้วได้แต่ปลง เพราะ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ เพราะหาก สนช.ลงมติเดินหน้าเรื่องถอดถอน บรรดารายชื่อที่คัดค้านเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยต้องถูกหางเลข ด้วย อย่างนี้ไม่เรียกว่าผลประโยชน์ทับซ้อนหรืองัยพ่อคุณ แต่ก็เชื่อเถอะเรื่องอย่างนี้เขาเรียกว่า ด้านได้อายอด ที่สำคัญเรื่องทับซ้อนกว่านี้ยังกล้าทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ …๐ แปลกแต่จริง ช่วงนี้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ออกมาแสดงความคิดเห็นทัศนะสร้างข่าวเป็นรายวันนั้น กลับเป็น “อำนวย คลังผา” อดีต ส.ส.ลพบุรี และ อดีตประธานวิปรัฐบาล ไม่เหมือน อดีตที่ 3 มื้ออาหารจะมีแต่ “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” ออกมาเจื้อยแจ้ว แต่ดูเหมือนหลัง คสช.ยึดอำนาจ เส้นเสียงของ “เด็จพี่” จะเงียบเป็นเป่าสากเลยทีเดียว …๐ นี่ก็สร้างข่าวได้เรื่อยๆ กับ “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีต รมว.ศึกษาธิการ ที่มักสวมเสื้อคลุมประชาธิปไตยจ๋า ซึ่งถูกศาลทหารยื่นฟ้องใน 3 ข้อหา ล่าสุดคุณพี่อ๋อยได้ขอเลื่อนนัดคำให้การ โดยให้เหตุผลว่า ได้รับหมายนัดกระชั้นชิด แหม! ทีเขียนเฟซบุ๊กคอมเมนต์เรื่องนั้นเรื่องนี้ทำไมเร็วยิ่งกว่ากามนิตหนุ่ม แต่พอคดีที่ตัวเองเกี่ยวข้องโดยตรงกับบอกว่ากระชั้นชิด! แต่ก็ น่าแปลกที่เวลากระชับเข้ามาเจ้าตัวยังสามารถขออนุญาตศาลทหารไปเมืองเฉิงตู ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 17-23 ต.ค.นี้ได้อีก ตลกไม่ออกจริงๆ …๐ เรียกว่าเป็นข่าวดีของผู้เสียภาษีทุกคนเมื่อ “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) บอกแล้วว่า ในปี 2558 จะลดการดูงานต่างประเทศลงมากกว่า 50% ซึ่งจะช่วยประหยัดงบประมาณลงอีก 100-200 ล้านบาท พร้อมทั้งระบุว่า การยกเลิกดูงานต่างประเทศก็เพื่อหวังกู้ภาพลักษณ์หลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และ สตง.ก็มีหนังสือตรวจสอบในเรื่องนี้เช่นกัน งานนี้สาธารณชนได้ฟังแล้วน้ำหูน้ำตาแทบไหลกันเลยทีเดียว …๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/091014/97346

บันทึกหน้า 4
Thursday, 9 October, 2014 – 00:00
.
ถือเป็นข่าวดีและสร้างความปลื้มปีติให้พสกนิกรชาวไทยที่ห่วงใยในพระอาการของพ่อหลวง เมื่อสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 4 โดยระบุว่า “พระอาการทั่วไปดีขึ้น อุณหภูมิพระวรกายลดลงเกือบเป็นปกติ การเต้นของพระหทัยเป็นปกติ พระอาการเจ็บบริเวณแผลผ่าตัดบรรเทาลง เริ่มเสวยพระกระยาหารได้ คณะแพทย์ได้ลดพระโอสถระงับอาการเจ็บลง และงดถวายน้ำเกลือทางหลอดพระโลหิต แต่ยังคงถวายสารอาหาร และพระโอสถปฏิชีวนะทางหลอดพระโลหิต กับเฝ้าดูแลพระอาการอย่างใกล้ชิดต่อไป”
แล้วก็ได้รับรู้และเห็นรายชื่อของ 250 อรหันต์ในการกำหนดทิศทางประเทศไทยในอนาคตกันไปแล้ว โดยเมื่อวันพุธซึ่งถือเป็นวันแรกที่เปิดให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.ไปรายงานตัว เมื่อหลังปิดการทำงานในเวลา 16.30 น. ก็มีผู้ไปรายงานตัวทั้งสิ้น 41 คน ซึ่ง แม้มีอัตราไปรายงานตัวแค่ 16% เท่านั้น แต่เชื่อเถอะว่า 250 รายชื่อ น่าจะไปรายงานตัวเสร็จก่อนเส้นตายในวันที่ 15 ต.ค.นี้แน่นอน โดยวันแรกก็มีชื่อที่ติดหูติดตาไปรายงานตัวแล้ว อาทิ “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง”, ”ชัยอนันต์ สมุทวณิช”, “ตรึงใจ บูรณสมภพ” , “ประภา เหตระกูล ศรีนวลนัด”, ”สังศิต พิริยะรังสรรค์” ,”เสรี สุวรรณภานนท์” ,”อลงกรณ์ พลบุตร” และ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” …๐ แหม! เห็นท่านผู้นำ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ คนที่ 29 ควบตำแหน่งหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์แต่ละทีแต่ละครั้งแล้วทำให้ไพล่ไปนึกถึง “อดีตผู้นำหน้าเหลี่ยม” เสียจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องของสัญญิงสัญญาต่างๆ ที่หัวหน้าคณะคืนความสุขได้บอกเล่าเก้าสิบไว้ในหลากหลายเวที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบปรามการคอร์รัปชันใน 1 ปีเอย, การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ใน 1 ปีบ้าง ล่าสุดก็มาถึงเรื่องของปากท้องที่บอกว่าจะลดความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งอาการ แสลงกับคำว่า “ประชานิยม” หรือ “ประยุทธ์นิยม” โดยเสนอให้ใช้ “ไทยนิยม” แทน …๐ ดีนะที่ “บิ๊กตู่” จะรับปากในการแก้ปัญหาสารพัดเรื่อง แต่ยังมิกล้าที่ประกาศก้องในการแก้ไขปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครไม่ให้รถติดได้ใน 1 ปี เพราะหากประกาศจริง งานนี้ไม่ใครก็ใครละต้องเอาปี๊บคุมหัวก็เป็นแน่ …๐ พูดถึงเรื่อง “ปี๊บ” แล้วไม่เอ่ยอ้างถึง “สุกรี เจริญสุข” ผู้อำนวยการวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้จุดประเด็นให้ “นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน” รมว.สาธารณสุข และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เลือกเก้าอี้คงไม่ได้ เพราะผลของการเอาปี๊บคุมหัวเข้าประชุมก็ได้ออกดอกออกผลแล้ว เมื่อ “หมอรัชตะ” มีแถลงการณ์ลาออกจากตำแหน่งจากเก้าอี้อธิการบดีไปเป็นรัฐมนตรีอย่างเดียว ส่วนคนอื่นๆ ในคณะรัฐมนตรีที่นั่งคร่อมเก้าอี้กันสี่ส้าห้าตัว จะมีจิตสำนึกอย่างไรนั้น ก็คงต้องขึ้นกับวิจารณญาณของแต่ละบุคคลแล้ว …๐ ขำไม่ออกจริงๆ เมื่อ “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รมช.คมนาคม และเลขาธิการสภาพัฒน์ ได้ให้ตัวแทนเข้ายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกับ ป.ป.ช.แล้ว โดยระบุ เหตุผลที่ยื่นล่าช้าว่าเกิดจากความผิดพลาดในการตรวจสอบวันที่ในการยื่น พระเจ้าจอร์จ! เลขาธิการสภาพัฒน์ที่เป็นผู้กุมบังเหียนการทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รวมทั้งจัดทำตัวเลขจีดีพีของประเทศจำวันที่ผิด แล้วต่อไปใครจะเชื่อมั่นตัวเลขต่างๆ ของสภาพัฒน์ว่าน่าเชื่อถือไม่ตกหล่นหรือลืมอะไรไป จริงไหม …๐ เรียกว่าสร้างคำถามและข้อสงสัยได้เสมอๆ สำหรับ “หมาต๋า” เมืองไทย ล่าสุดคือนโยบายให้รางวัล 1 หมื่นบาทให้ตำรวจจราจรที่จับกุมผู้ให้สินบนแก่เจ้าพนักงานได้ของ “พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์” รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล งานนี้ขาเมาธ์วิจารณ์กันขรม ว่า แล้วในมุมกลับกัน หากมีคนจับได้ว่าตำรวจรับสินบนทั้งในส่วนของจราจร หรือส่วยต่างๆ บ้าง จะมีรางวัลให้หรือไม่อย่างไร ที่สำคัญคำถามที่ถามกันมามากคือ ถ้าไม่ให้รางวัล 1 หมื่นบาท ตำรวจไทยจะรับสินบนกันใช่หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นหน้าที่ปกติของตำรวจมิใช่เหรอในการธำรงความยุติธรรม …๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวจากการต้องไปกายภาพบำบัดที่ “ฝ่ายเวชศาสตร์ฟื้นฟู รพ.จุฬาลงกรณ์” ซึ่งมีผู้เฒ่าผู้แก่ไปใช้บริการอย่างมาก แม้ค่าบริการขั้นต่ำจะเริ่มจาก 40-200 บาทต่อครั้ง ซึ่งถูกว่า รพ.เอกชนอย่างมากก็ตาม แต่ต้องไม่ลืมว่า มี คนแก่หลายคนที่อาจไม่มีบำนาญหรือมีรายได้พอที่จะจ่ายได้ เพราะการบำบัดดังกล่าวต้องทำติดต่อกันมากกว่า 10-20 ครั้ง นี่ยังไม่นับเรื่องความเพียงพอของอุปกรณ์ในการรองรับ ซึ่งในอนาคตที่สังคมไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หากหมอรัชตะมีเวลาว่างบ้างก็ควรหันมาดูแลในเรื่องเหล่านี้บ้างก็จะดี เพราะต้องไม่ลืมว่าผู้สูงอายุเหล่านี้คือผู้เสียภาษีและผู้สร้างคุณูปการให้สังคมมาไม่มากก็น้อย…๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/021014/97012

บันทึกหน้า 4
Thursday, 2 October, 2014 – 00:00
.
“รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” คือหัวใจของการแข่งขันกีฬา แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเกมการแข่งขันที่แพ้ไม่ได้ แพ้ไม่เป็นไปซะแล้วสำหรับเจ้าภาพในยุคปัจจุบัน ซึ่งเราจะเห็นได้ในหลากหลายการแข่งขัน โดยเฉพาะช่วงนี้ คงไม่มีอะไรฉาวไปกว่าการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ซึ่ง “พี่ไทย” เองก็คงกังขากับหลากหลายผลการตัดสิน แต่ที่ต้องจารึกและปรบมือให้คงไม่มีใครเกิน “สาริตา เทวี” กำปั้นสาวชาวอินเดีย ที่ปฏิเสธการรับเหรียญทองแดง และยังนำเหรียญที่ได้ไปคล้องคอ “ปาร์ค จีนา” นักชกสาวเจ้าภาพที่ชนะเธอมาอย่างน่ากังขาด้วย …๐ แล้วที่น่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อสำนักข่าวของเกาหลีเหนือได้รายงานว่า “คิม จองอึน” ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ได้ตำหนิเกาหลีใต้อริใกล้ชิดถึงการจัดการแข่งขันครั้งนี้ว่า “นักกีฬาหลายชาติ อาทิ จากไทย อินเดีย จีน โดนคณะกรรมการเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 17 ตัดสินด้วยความไม่เป็นธรรม ถือว่าเกาหลีใต้ทำตัวไม่ละอายใจตัวเอง และให้กลับตัวกลับใจพิจารณาตัวเอง ต้องตัดสินด้วยความชอบธรรมและยุติธรรม โดยเฉพาะวันสุดท้าย อย่าโกงอีก” งานนี้สงสัยคิมน้อย ส่งสัญญาณเตือนถึงแมตซ์การชิงเหรียญทองฟุตบอลระหว่าง “เกาหลีใต้-เกาหลีเหนือ” ซึ่งน่าติดตามอย่างไม่กะพริบตาว่า บทสรุปจะลงเอยอย่างไร …๐ หลังจากมีรายชื่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แพลมแบบมากบ้างน้อยบ้างมาพอสมควร ล่าสุด “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และหัวหน้า คสช.ได้นำรายชื่อ 250 สปช.ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแล้ว เชื่อว่าใน 1-2 วันนี้คงรู้กันอย่างเป็นทางการว่า โผที่ปลิวว่อนมาก่อนหน้านี้จะจริงเท็จมากน้อยเพียงใด …๐ แหม! ก่อนหน้านี้ใครต่อใครต่างเมาธ์กันให้แซ่ดว่ารัศมีของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมนั้นแจ่มจรัสจนอาจเทียบเคียงหรือตีคู่บารมี “ป๋าเปรม” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษกันเลยทีเดียว โดยขาเมาธ์ต่างบอกกันว่า บ้านพักบิ๊กป้อมย่านโชคชัย 4 ช่วงที่ผ่านมาหัวกระไดแทบไม่แห้ง แต่ในช่วง 1-2 วันนี้ เมื่อ “ป๋า” ออกงานมากขึ้นก็เลยทำให้รู้ใครกันแน่คือผู้มีบารมีตัวจริง …๐ เห็นแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐนาวาประยุทธ์ ที่ “ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกฯ มาชี้แจงแถลงไขหลังการประชุม ครม. ซึ่งจะใช้งบค้างท่อตั้งแต่ปี 2557 จวบจนถึงปัจจุบันกว่า 324,500 ล้านบาท แล้วก็ยังไม่เห็นมาตรการที่โดนตามที่ฟุ้งไว้ก่อนหน้านี้แต่ประการใด ที่สำคัญก็เชื่อได้ว่า มาตรการดังกล่าวคงไม่สามารถผลักหรือดันให้จีดีพีปีนี้โตเปรี้ยงปร้างได้ เพราะด้วยเวลาที่เหลืออีกไม่เท่าไร ที่สำคัญมาตรการส่วนใหญ่นั้นหากจะเห็นผลในเรื่องของการเติบโตนั้น เห็นผลได้ก็อาจเป็นไตรมาส 1-2 ในปีหน้าโน่น …๐ แต่ที่ทำให้หงุดหงิดอย่างมากคือ การเหนียมอายว่าไม่ใช่ “ประชานิยม” โธ่! อย่ากระมิดกระเมี้ยนกันเลย เพราะสุดท้ายแล้วการทำนโยบายต่างๆ ก็คือ การทำให้คนไทยทั้งประเทศอยู่ดีกินดีใช่ไหมเล่า ถ้าหากทำได้จะเรียกอะไรก็ไม่มีใครว่าหรอก แล้วก็อย่าติดกับดักประชานิยมว่าเป็นของอดีตสัมภเวสีแม้วเลย เพราะจริงๆ แล้ว “คนหน้าเหลี่ยม” ก็ไม่ใช่ต้นคิดคนแรก ในเรื่องนี้หรอกจริงไหม …๐ ขำไม่ออกจริงๆ กับแนวคิด “นเรศ บุญเปี่ยม” รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่จะยกระดับคุณภาพ ขสมก.ด้วยการให้บริการไวไฟฟรีบนรถเมล์ โธ่! ทั่น แค่แก้ไขให้รถเมล์วิ่งกันแบบตรงเวลา แบบไม่ต้องรอกันนานโคตรๆ เหมือนอารยประเทศเขา รวมทั้งให้คนเฒ่าคนแก่อายุ 60 ปีขึ้นไปขึ้นฟรีให้ได้ก่อนดีไหมเล่า ก่อนจะมีไอเดียบรรเจิดเรื่องไวไฟ เพราะหากติดไวไฟแล้ว “พขร.-พกส.” ดันเกิดอารมณ์อยากใช้สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตขึ้นมาเหมือนผู้โดยสาร ไม่เกิดเหตุการณ์ฉิบหายหรือพ่อคุณ …๐ พักหลังๆ “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) ขาร้องเรียน มักออกทะเลเรื่อย แบบว่าร้องดะทั้งเรื่องขี้หมูราขี้มาแห้ง แต่ ล่าสุดได้ประกาศเกาะติดกรณี สนช. 28 คน ที่เข้าชื่อยื่นเรื่องต่อศาลปกครองในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินนั้น ต้องขอแสดงความยินดีว่าเริ่มเข้ารูปเข้ารอยเดิมในสมัยที่เป็นผู้จุดประเด็นกรณี “สมัคร สุนทรเวช” อดีตนายกฯ ชิมไปบ่นไปแล้ว งานนี้ก็ไม่รู้ “เรืองไกร” จะเกาะติดมากขนาดไหน เพรา ะอย่าลืมว่า หัวหอกในเรื่องนี้คือ “พล.อ.นพดล อินทปัญญา” ที่ปรึกษา คสช. นะจ๊ะจะบอกให้ …๐ ทิ้งท้ายด้วยข่าวคืนความสุขให้คนไทยในชาติของรัฐบาล เมื่อรัฐบาลเคาะวันหยุดยาวช่วงปีใหม่แล้วจ้า งานนี้วันที่ 2 ม.ค.2558 เป็นวันหยุดด้วย เรียกว่าหยุดกัน 5 วันตั้งแต่ 31 ธ.ค.2557 ถึง 4 ม.ค.2558 แต่หากใครอยากหยุดยาวกว่านั้น คงต้องไปลาเพิ่มเติมอีก 2 วัน ก็จะได้หยุดกันไปเลย 9 วัน ก็ไม่รู้ว่ามติอย่างนี้ยังจะเหนียมไม่เรียกว่าประชานิยมหรือเปล่าจ๊ะ …๐

บันทึกหน้า 4…ท.ศักดิ์

Published พฤศจิกายน 24, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

http://www.thaipost.net/news/250914/96686

บันทึกหน้า 4
Thursday, 25 September, 2014 – 00:00
.
แหม! พอใกล้เส้นตายที่ช่อง 3 บนแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีจะจอดำในช่วงปลายเดือนนี้ตามมาตรการทางปกครองที่ “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)” ได้มีมติไว้ ทำให้ตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เราจึง เห็นรายการสร้างความชอบธรรมของช่องผุดมาเป็นดอกเห็ด โดยเฉพาะช่วงวันพุธที่ไล่มาตั้งแต่ช่วงเช้าในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของพิธีกรนักเล่าข่าวอย่าง “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” ก็ได้เกริ่นนำความชอบธรรมแล้ว …๐ เช่นเดียวกับช่อง 3 HD ในรายการ “กรุณา Talk to ME” ที่มีพิธีกรอย่าง “กรุณา บัวคำศรี” ก็ได้ตอกย้ำ อีกครั้งโดยการเชิญ “สุธรรม อยู่ในธรรม” อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มาสร้างความบริสุทธิ์ผุดผ่องของช่องอีกครั้ง และก็ไม่พลาดอีกเช่นกันในช่วงข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ที่ได้นำเนื้อหาในรายการดังกล่าวมาเล่าขานอีกระลอก …๐ นี่ยังไม่นับรวมรายการจอโลกเศรษฐกิจ ที่มี พิธีกรอย่าง “บัญชา ชุมชัยเวทย์” ก็ทำสกู๊ปข่าวในทิศทางเดียวกัน อีก ตบท้ายในช่วงเย็นเรื่องเด่นเย็นนี้ในช่วงของ “สรยุทธ์” ที่ “ประวิทย์ มาลีนนท์” และ “ฉัตรชัย เทียมทอง” ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ต้องมาเป็นแขกอีกต่างหาก …๐ เรียกว่างานนี้ทำให้นายใหญ่อย่าง “ประวิทย์” ที่ปกติจะทำตัวโลว์โปร์ไฟล์ ต้องลงทุนลงแรงออกหน้าจอกันเลยทีเดียว และก่อนหน้านี้ “ประวิทย์” ก็ยังลงทุนไปหารือร่วมกับ กสท. ถึง 2 ครั้ง 2 คราด้วย เรียกว่าเจ้าตัวคงรู้ว่างานนี้เป็นวิกฤติตั้งแต่ตั้งบริษัทมาเลยทีเดียว แหม! สังคมขาเมาธ์เขาเลยนินทากันให้แซ่ดว่า ทำไมตอน “ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” พิพากษา “คดีทุจริตรถและเรือดับเพลิง กทม.” โดยให้จำคุก “ประชา มาลีนนท์” 12 ปี จนเจ้าตัวต้องหนีออกนอกประเทศนั้น กลับแทบไม่เสนอข่าวหรือสกู๊ปเลย เรียกว่าข่าวนี้มีเวลายังไม่ถึง 1 ใน 10 ของการสร้างความชอบธรรมในขณะนี้เลย …๐ แล้วก็เป็นไปตามคาดที่ “ประวิทย์-ฉัตรชัย” ออกรายการ เรียกว่า “แผ่นเสียงตกร่อง” ก็ว่าได้โดยเฉพาะการอ้างเรื่องของการเป็นคนละนิติบุคคลที่ทำให้ไม่สามารถออกคู่ขนานเหมือนช่องเพื่อนๆ ได้ โดยเฉพาะการทิ้งท้ายและตอกย้ำว่า “เราอยากทำให้ถูกกฎหมาย” ก็ในเมื่อบอกเองว่าอยากทำให้ถูกกฎหมาย หากเกิดจอดำในช่วงปลายเดือนนี้ ก็คงต้องไปตามกฎหมายแหละหนา เพราะมันเป็นคำสั่งทางการปกครอง ที่ กสท.มีอำนาจตามตัวบทกฎหมายรองรับ แต่หาก “จอไม่ดำ” นั่นต่างหากเล่า คือการที่อยู่เหนือตัวบทกฎหมาย …๐ ที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของการร้องแรกแหกกระเชอมานานนมในเรื่องของการเป็นคนละนิติบุคคล คือ การจับไก่ของ “สุภิญญา กลางณรงค์” กสท. ที่เป็นคีย์วูแมนในเรื่องนี้ ซึ่งได้ “ทวิตเตอร์” ไว้อย่างน่าติดตาม ที่สำคัญมีหลักฐานเป็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.4/2546 ให้ระลึกด้วย ซึ่งก็หาอ่านได้แล้ว จะได้ “ตาสว่าง” กันขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อยว่า ในคำว่า “คนละนิติบุคคล” ของผู้บริหารช่อง 3 ที่ใช้สม่ำเสมอนั้น หากเป็นบริบทที่ต่างกันก็ไปคนละเรื่อง ยิ่งกว่าฟ้าและเหวเสียอีก …๐ แล้วที่ขำไม่ออกของการแก้ต่างของ “ประวิทย์” ที่ชงเองกินเองคือ การไพล่ไปโทษถึง ความไม่พร้อมของเครือข่ายดิจิตอลที่ยังไม่ครอบคลุม หรือพูดง่ายๆ คือ จะโทษ กสทช.นั่นแล คำถามคือ ตอนลงทุนประมูลได้มา 3 ช่องนั้น คุณพี่ประวิทย์ไม่เคยรู้เลยหรือ ไหนคุยนักคุยหนาว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งนักเก่งหนาหากสนามพร้อม …๐ ด้วยการตะแบงถูไถแบบนี้นี่เอง จึงไม่แปลกที่ แดงแจ๋อย่าง “โด่ง-อรรถชัย อนันตเมฆ” ที่แทบไม่เคยคอมเมนต์ เรื่องนี้เลยยังต้องขอพักยกการซัดคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หันมา โพสต์อบรมสั่งสอน “ดารา” ช่อง 3 กันแบบถ้วนทั่ว โดยเฉพาะการทิ้งท้ายแบบบัวไม่เหลือใยแดงเลยว่า “เข้าใจหรือยังว่าทำไมประชาชนเขาถึงด่า “ดารา” ว่า “ปกป้อง” นายทุน จนไม่สนใจความถูกต้อง” …๐ เรียกว่าร่ายยาวเรื่องช่อง 3 กันเกือบจะครบโควตา ก็เลยขอทิ้งท้ายแบบเบาๆ กันบ้างหลังจากกระแส “ไอโฟน 6” ที่ฮอตฮิตทั่วโลก พี่ไทยก็คงตกกระแสไม่ได้ แต่ที่เป็นข่าวกันหนาหูอย่างหนักในเรื่องนี้คือการกวาดจับผู้ลักลอบนำเข้าไอโฟนของ “ศุลกากร” ในยุคการกำกับของ “ดร.สมชัย สัจจพงษ์” โดยให้เหตุผลว่า ยังไม่มีใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แต่พอในรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ของ “สรยุทธ์” ที่แจกไอโฟน 6 ซึ่งอภินันทนาการจาก “ตัน ภาสกรนที” กลับไม่ผิด โดยให้เหตุผลว่า เป็นการนำมาแจกไม่ได้จำหน่าย!!! อ้าว หากคนมียาบ้าไว้เสพเองไม่ได้มีไว้ขายผิดไหมครับทั่นผู้ชม งานนี้คงต้องฝากถามไปถึง “สมหมาย ภาษี” รมว.การคลังซะแล้วว่า อย่างนี้เรียกว่า 2 มาตรฐานหรือไม่อย่างไรจ๊ะ…๐

%d bloggers like this: