ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

SartKasetDinPui : ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

‘​ข้าว​เหนียว​มูน​-​น้ำ​กะทิ​ทุเรียน​’​ กรกฎาคม 2, 2012

http://www.dailynews.co.th/article/384/94948

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2553 เวลา 00:00 น.

 

ตะลึง!‘ทุเรียนนนท์’ลูกละหมื่น กระแสนิยมสูงดันราคาพุ่งเท่าตัว กษ.เร่งเพาะพันธุ์แจกสวนน้ำท่วม

http://www.naewna.com/local/12487

วันจันทร์ ที่ 02 กรกฎาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นางจันทร์ธิดา มีเดช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเขต 7 ชัยนาท สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ประเทศไทย นับเป็นประเทศที่มีการผลิตและส่งออกทุเรียนรายใหญ่ของโลก ซึ่งจากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรพบว่า ในปี 2554 ประเทศไทยส่งออกทุเรียนสดปริมาณมากถึง 271,948 ตัน รวมมูลค่า 4,662 ล้านบาท โดยตลาดใหญ่ที่สุดคือ ประเทศจีน สำหรับทุเรียนที่ปลูกกันในประเทศไทย ทั้งทุเรียนพื้นบ้านและทุเรียนพันธุ์ มีมากหลายสายพันธุ์ ที่อร่อยขึ้นชื่อ เช่น หมอนทอง ก้านยาว และชะนี เป็นต้น ซึ่งทุเรียนนนท์ ถือเป็นทุเรียนที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดีที่สุด ปลูกมากในอำเภอเมืองและอำเภอปากเกร็ด เป็นทุเรียนที่มีชื่อเสียงมานานด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดินในจังหวัดนนทบุรี ที่เป็นดินตะกอนสะสมจากแม่น้ำมีฮิวมัส มีปุ๋ยจากแม่น้ำเจ้าพระยามาทับถมกัน ทำให้ผลไม้หลายๆ ชนิด ที่ปลูกในแถบนี้มีรสชาติดี โดยเฉพาะทุเรียน จนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของทางจังหวัด และจากการสำรวจพบว่า ราคาขายของทุเรียนปีนี้จะอยู่ที่ ลูกละ 7,000-10,000 บาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่าเท่าตัว โดยปีที่แล้วราคาขายทุเรียนนนท์อยู่ที่ลูกละ 3,000-4,000 บาท หรือ 3 ลูก 10,000 บาท

สำหรับจังหวัดนนทบุรี แต่เดิมมีสวนทุเรียน 1,628 ไร่ แต่หลังจากเหตุการณ์อุทกภัย ปี 2554 พื้นที่สวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรีถูกทำลายเสียหายไปมาก ทำให้ผลผลิตทุเรียนของจังหวัดนนทบุรีที่ออกสู่ตลาด มีปริมาณน้อย และจากการลงพื้นที่สอบถาม กลุ่มเจ้าของสวนทุเรียนนนท์ ตำบลบางรักน้อย ในอำเภอเมืองทำให้ทราบว่า ถึงแม้ราคาทุเรียนนนท์จะพุ่งขึ้นสูงจนถึงลูกละ 10,000 บาท แต่ก็สามารถขายผลผลิตได้หมด อีกทั้งมีการจองไว้ล่วงหน้าตั้งแต่อยู่บนต้น อย่างไรก็ตาม พบว่า เกษตรกรอีกหลายรายยังไม่กล้าที่จะปลูกทุเรียนทดแทนพื้นที่สวนทุเรียนที่เสียหาย เนื่องจากยังไม่วางใจสถานการณ์น้ำในปีนี้

ทั้งนี้ นางจันทร์ธิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ผลไม้เกรดคุณภาพจะมีราคาสูงมากแต่หากเกิดปัญหาจากธรรมชาติ ทั้งภัยแล้งน้ำท่วม และสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาจจะส่งผลกระทบถึงต้นทุนการผลิตเนื่องจากใช้เวลาปลูกหลายปีจึงจะให้ผล ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้เห็นความสำคัญของทุเรียนนนท์ และได้จัดโครงการกู้วิกฤติสวนไม้ผลพันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุทกภัย นำพันธุ์ทุเรียนจากจังหวัดนนทบุรีที่เก็บรักษาและขยายพันธุ์ภายในศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี มาส่งมอบกลับคืนสู่เกษตรกรเจ้าของพันธุ์ เพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนนนท์ไม่ให้หายไป

 

เพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งของไม้ผลในประเทศไทย กรกฎาคม 1, 2012

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001870&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิวัฒน์ เสือสะอาด; บรรพต ณ ป้อมเพชร; โกศล เจริญสม
ชื่อเรื่อง: เพลี้ยหอยและเพลี้ยแป้งของไม้ผลในประเทศไทย
Article title: Scale insects and mealybugs on fruit trees in Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 64
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: H10-Pests of plants
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FRUIT TREES, COCCOIDEA, PSEUDOCOCCIDAE, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: มะม่วง, น้อยหน่า, ทุเรียน, ฝรั่ง, ลำไย, ลิ้นจี่, อะโวกาโด, เพลี้ยหอย, เพลี้ยแป้ง
หมายเลข: 001870 KC1701064
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
 

ทุเรียนชะนีเกาะช้าง คุณภาพเยี่ยม มีแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟและไอทะเล เหลืองสวย รสหวานเข้ม มิถุนายน 24, 2012

http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05024010655&srcday=2012-06-01&search=no

วันที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2555 ปีที่ 24 ฉบับที่ 528

เทคโนโลยีการเกษตร 

กาญจนา จินตกานนท์

ทุเรียนชะนีเกาะช้าง คุณภาพเยี่ยม มีแร่ธาตุจากดินภูเขาไฟและไอทะเล เหลืองสวย รสหวานเข้ม 

“ทุเรียนชะนีเกาะช้าง” จังหวัดตราด เป็นของดีอีกอย่าง ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ทั้งที่มีมานานกว่า 40-50 ปีแล้ว และวันนี้องค์การบริหารพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ได้นำขึ้นมาแต่งตัวใหม่ เพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างน่าสนใจ ด้วยคุณสมบัติพิเศษผลการทดสอบทางวิชาการจาก บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด พบว่า มีวิตามินอี 9.45 mg/100 g (มิลลิกรัม/100 กรัม) และธาตุไอโอดีน 54.27 ug/100 g (ไมโครกรัม/100 กรัม) ซึ่งวิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ส่วนสารไอโอดีนเป็นสารที่มีประโยชน์กับร่างกาย หากอยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่น่าเสียดายที่ทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง ที่ผ่านมา ขายได้ราคาต่ำ เพราะต้องขายแบบเหมาสวน เช่นเดียวกับทุเรียนทั่วไป และวันนี้ได้ลดปริมาณลง เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองหรือพืชผลชนิดอื่นที่ราคาดีกว่า เช่น ยางพารา หรือบางรายขายสวนให้นักลงทุนด้านธุรกิจท่องเที่ยวไปเลย

ประวัติศาสตร์

ทุเรียนชะนีเกาะช้าง อายุ 40-50 ปี

คุณประกฤต ครุพานิช เกษตรกรชาวสวนทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง อยู่บ้านเลขที่ 45/2 หมู่ที่ 2 บ้านด่านใหม่ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด อายุ 58 ปี เล่าถึงที่มาของทุเรียนชะนีเกาะช้าง ว่า เมื่อ 40-50 ปีก่อน รุ่นพ่อแม่ เริ่มนำพันธุ์จากอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี มาปลูกแทนสวนยางพารา เริ่มจากชาวสวนเพียง 4-5 ราย เท่านั้น ต่อมาขยายพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ เพราะปลูกแทนยางพารา ซึ่งตอนนั้นไม่ใช่ยางพันธุ์ดี ปริมาณน้ำยางมีน้อย และราคาถูกมาก กิโลกรัมละ 6-7 บาท เปรียบเทียบกับทุเรียนตอนนั้น กิโลกรัมละ 40-50 บาท

คุณประกฤต บอกด้วยว่า สวนที่พ่อปลูกครั้งแรกในพื้นที่ 70 ไร่ มี 400 ต้น ต่อมาเมื่อต้นทุเรียนตายด้วยโรคเชื้อรา และแมลงด้วงหนวดยาว ทำให้เหลือทุเรียนที่รับช่วงต่อจากพ่อเพียง 20 ต้น เท่านั้น จึงนำพันธุ์หมอนทองเข้าปลูกทดแทนต้นที่ตายไปบ้าง เพราะราคาดีกว่า พร้อมๆ กับทำสวนผสม ปลูกยางพารา ไม้กฤษณา สักทอง ปาล์มน้ำมัน มังคุด ขนุน ลองกอง สับปะรด แก้วมังกร

“ชะนี ที่เหลืออยู่ ต้นสูง 10-20 เมตร การดูแลเก็บเกี่ยวลำบากมาก จึงปล่อยตามธรรมชาติ บนเกาะช้างน่าจะมีเหลือไม่ถึง 100 ราย หนึ่งสวนไม่เกิน 4-20 ไร่ บางคนตัดทุเรียนทิ้ง ปลูกยางพารา หรือเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์หมอนทอง หากไม่อนุรักษ์ด้วยการส่งเสริมการตลาดไม่มีเหลือแน่นอน เพราะราคาต่ำกว่าหมอนทองถึงเท่าตัว เมื่อ อพท. สนับสนุนการตลาดเพิ่มมูลค่าน่าจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรช่วยกันอนุรักษ์และพัฒนาให้ได้มาตรฐานและเป็นเอกลักษณ์ของชาวเกาะช้างได้”

คุณประกฤต เล่าถึงเอกลักษณ์ของทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง ว่า รสชาติอร่อยเป็นพิเศษจริงๆ เนื้อเนียนเหนียวละเอียด สีเหลืองสวย รสชาติหวานเข้ม ที่เรียกว่าหวานขม และสุกก่อนทุเรียนพันธุ์อื่นๆ ที่สำคัญไส้ไม่อมน้ำ ซึ่งต่อไปควรมีการขยายพันธุ์ในแปลงใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพราะทุเรียนพันธุ์ชะนีเป็นพันธุ์ที่แข็งแรงทนทานอายุยาว หากดูแลดีๆ ต้นสามารถอยู่ได้เป็น 100 ปี เมื่อเทียบกับพันธุ์หมอนทองอายุเพียง 20-30 ปี อีกทั้งยังมีความต้านทานโรคน้อยกว่า แต่ด้านการตลาดชาวสวนคงต้องแบ่งสัดส่วนขายเหมาสวนและขายเป็นผล อาจจะ 80:20 เพราะปริมาณผลผลิตมีมากและขนาดมาตรฐานไม่เท่ากัน หากขายเป็นผลต้องดูแลตั้งแต่ออกดอก เพื่อให้ลูกเติบโตได้มาตรฐานทุกลูก ผลสวย เนื้อดีละเอียด มีเนื้อทุกพู

“ตลาดราคาทุเรียนชะนีจะถูกกว่าหมอนทองเป็นเท่าตัว ถ้าขายตัดลูกได้จะทำให้ได้ราคา สูงขึ้น เช่น ราคาวันนี้ชะนีขายปลีก กิโลกรัมละ 30 บาท เหมาสวนตัดเอง กิโลกรัมละ 17 บาท ในขณะที่หมอนทองราคาขายปลีก กิโลกรัมละ 60 บาท เหมาสวนตัดเอง กิโลกรัมละ 27-30 บาท ที่ผ่านมาชาวสวนไม่มีช่องทางตลาดอย่างอื่น จำเป็นต้องขายเหมาสวน เพราะง่าย สะดวก และเมื่อต้นแก่ทิ้งใบก็ปล่อยให้ตาย หาพันธุ์หมอนทองหรือพืชชนิดใหม่ที่มีราคาสูงกว่าปลูกแทน เพราะว่าตามสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ ของเกาะช้างดีต่อการทำเกษตรกรรม ผลไม้ทุกอย่างที่ปลูกบนเกาะรสชาติดี ไม่ใช่เฉพาะทุเรียนชะนีอย่างเดียว” คุณประกฤต บอก

หนุน ทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง…

ผลิตภัณฑ์โลว์คาร์บอน

ด้วยความตระหนักในความสำคัญของทุเรียนพันธุ์ชะนี และต้องการอนุรักษ์ให้เป็นเอกลักษณ์ของเกาะช้าง และเป็นผลิตภัณฑ์โลว์คาร์บอนตามวัตถุประสงค์ของ อพท.

พลตรีหญิงจรัสพิมพ์ ธีรลักษณ์ ผู้จัดการพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง (สพพ.1) อพท. ได้จัดทำโครงการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนเกาะช้าง เพื่อหาแนวทางอนุรักษ์พัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง และส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสำรวจเกษตรกรที่ยังมีสวนทุเรียนพันธุ์ชะนีที่เหลืออยู่บนเกาะช้าง และชวนเข้าร่วมโครงการเพื่อจัดทำมาตรฐานการผลิต ตามระบบจัดการคุณภาพ GAP (Good Agricultural Practice) ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี มีสถานีวิจัยพืชสวนจันทบุรีเป็นพี่เลี้ยง ซึ่งเริ่มการประชาสัมพันธ์ทุเรียนชะนีเกาะช้าง ด้วยการจัดประมูลทุเรียนชะนีเกาะช้าง ที่ใช้เกษตรอินทรีย์ ในงาน “เทศกาลผลไม้และของดีที่เกาะช้าง ประจำปี 2555″ ณ ที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555

“วัตถุประสงค์ของการพัฒนา อพท. คือ การลดปริมาณคาร์บอน ทั้งการท่องเที่ยว การกำจัดขยะ การใช้พลังงานทดแทน แม้กระทั่งวิถีชุมชน ต้นทุเรียนพันธุ์ชะนีเกาะช้าง ที่มีอายุ 40-50 ปี ขึ้นไป จะมีขนาดใหญ่ สูง 10-20 เมตร ดูดซับปริมาณคาร์บอนได้ดี และส่วนใหญ่ชาวสวนจะใช้ปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยรักษาสภาพแวดล้อมธรรมชาติ หากช่วยพัฒนาด้านการตลาดเพิ่มมูลค่าของทุเรียนให้เห็นผลชัดเจนเกษตรกรจะให้ความร่วมมือมากขึ้น เมื่อเริ่มต้นประชาสัมพันธ์เพื่อทำตลาดจากปีนี้ไปอย่างต่อเนื่อง ต่อไปจะสนับสนุนให้ประกวดทุเรียนต้นใหญ่ เพื่อให้สวนทุเรียนชะนีเกาะช้าง เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกทางเลือกหนึ่ง ส่วนด้านตลาดจะเจาะในศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับไฮน์เอนด์ ตอนนี้เหลือชาวสวนปลูกไม่มากนัก รายละ 4-5 ไร่ ประมาณ รายละ 100 ต้นเศษๆ เท่านั้น จึงต้องรีบอนุรักษ์และพัฒนาอนาคตเกาะช้างจะมีทุเรียนพันธุ์ชะนีเป็นผลิตภัณฑ์ลดคาร์บอนที่ต่างประเทศให้ความสนใจ”

ราคาดี เกือบ 4,000 บาท ต่อกิโลกรัม

ซื้อ-ขาย ลูกละ 15,000 บาท

เมื่อ วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในงาน “เทศกาลผลไม้และของดีที่เกาะช้าง ประจำปี 2555″ ณ ที่ว่าการอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด อพท. ได้จัดประมูลทุเรียนชะนีเกาะช้าง ขึ้น โดยซื้อหาจากชาวสวนที่ผลสวยงาม แก่จัด สามารถระบุวันสุกรับประทานได้ชัดเจน จำนวน 40 ลูก นำมาติดฉลากใบรายงานผลการทดสอบ (คุณสมบัติพิเศษ) กำหนดวันที่สุกรับประทานได้ ภายใต้บรรจุภัณฑ์ธรรมชาติท้องถิ่นจังหวัดตราดสวยงามแปลกตา มีผู้สนใจเข้าร่วมประมูล ทั้งหัวหน้าส่วนราชการ คุณนพดล ศรีสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด คุณชุมพล ทรัพย์ประสพ นายอำเภอเกาะช้าง ประธานสภาเกษตรจังหวัดตราด นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเกาะช้าง ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต บนเกาะช้าง และผู้ที่ติดใจรสชาติทุเรียนชะนีเกาะช้าง จากกรุงเทพฯ รวมแล้ว 19 ราย

บรรยากาศการประมูลเป็นไปอย่างสนุกสนาน เมื่อกติกากำหนดไว้เพียง 2 ข้อ คือ ทุกลูกเริ่มต้นที่ 500 บาท การเพิ่มราคาแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 200 บาท ลูกแรกน้ำหนัก 5 กิโลกรัม ประมูลไปที่ราคา 6,000 บาท ต่อมา 7,500 บาท และลูกละ 1,500-5,000 บาท ปิดรายการด้วยไฮไลต์ ที่ทุเรียนน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ราคาประมูลสูงสุด 15,000 บาท คลองพร้าวรีสอร์ท เกาะช้าง เป็นผู้ประมูลได้ สำหรับเงินที่ได้จากการประมูล จำนวน 70,900 บาท อพท. มอบให้กองทุนส่งเสริมผู้ปลูกทุเรียนเกาะช้าง ที่มีสมาชิกผู้ปลูกทุเรียนชะนีเกาะช้าง จำนวน 10 ราย นำไปวางแผนการอนุรักษ์และพัฒนาตลาดทุเรียนพันธุ์ชะนีในปีต่อไป

ด้าน คุณไมตรี ตระกูลชินรัตน์ เกษตรอำเภอเกาะช้าง กล่าวยืนยันคุณภาพทุเรียนชะนีเกาะช้าง ว่า แหล่งกำเนิดของทุเรียนอยู่ที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นดินภูเขาไฟ เมื่อนำมาปลูกที่เกาะช้างจึงได้ผลดี เพราะดินเกาะช้างเป็นดินภูเขาไฟ พื้นที่ลาดเอียง น้ำไม่ขัง ได้ไอน้ำเค็ม ชายทะเลอากาศโปร่ง และเหมาะสมกับการเจริญเติบโต ผลสุกเร็วกว่าทั่วไป และส่งผลให้เนื้อทุเรียนแห้ง ไม่อมน้ำ เนื้อเนียนละเอียด สีเหลืองสวย และมีรสชาติหวานเข้ม โดยเมื่อ ปี 2553 ได้ส่งไปทดสอบธาตุอาหาร ยืนยันได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่า มีสารไอโอดีน วิตามินอี ในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกายในการบริโภค จึงเห็นว่าน่าจะมีการส่งเสริมการปลูกและด้านการตลาดเพื่อเพิ่มมูลค่าอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตัดขายเป็นผลเพียงแต่เกษตรกรต้องดูแลให้ได้มาตรฐานทุกลูก

 

อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน มิถุนายน 21, 2012

http://www.thairath.co.th/column/edu/back2sky/267683 

13 มิถุนายน 2555, 05:01 น.

เงาะ–ทุเรียน…พอเอ่ยผลไม้ 2 ชนิดนี้ ใครๆก็จะ มุ่งไปที่สวนตราด จันทบุรี ระยอง ปราจีนฯ หรือไม่ก็ลงใต้ไปถึง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ปัจจุบัน สวนผลไม้เหล่านี้ได้กระจายไปทั่วทุกภูมิภาค ของไทยแล้ว

พื้นที่อีสานตอนล่าง…จังหวัดศรีสะเกษมีการปลูกเงาะและทุเรียน มาตั้งแต่ปี 2531 ต่อมาอีก 3-4 ปี ก็เริ่มเก็บผลผลิตได้เป็นบางสวน กระทั่งปี 2537 จึงเก็บผลผลิตกันได้เต็มที่
จากนั้น ชาวศรีสะเกษก็ตื่นตัวปลูกผลไม้อย่างที่อื่นๆปลูกกัน อาทิ ลำไย ลองกอง มังคุด สะตอ ฯลฯ…ซึ่ง คุณภาพและรสชาติไม่แพ้ต้นพ่อ ต้นแม่จากถิ่นกำเนิด เป็นที่ชื่นชอบแก่ผู้บริโภค

ผลไม้จากศรีสะเกษเป็นที่ต้องการของพ่อค้าภายในประเทศและส่งออก โดยเฉพาะทุเรียนมีคุณภาพที่ใกล้เคียงกับทุเรียนนนทบุรีจึงมีราคาสูง จึงเป็นแรงกระตุ้นให้เกษตรกรมีจิตสำนึกในการควบคุมคุณภาพ ที่สำคัญอย่างยิ่งคือความตระหนัก ไม่ตัดทุเรียนอ่อน กำหนดเป็นมาตรฐานโดยความร่วมมือของชาวสวน ทำให้เกิดความเข้มแข็งสามารถกำหนดราคาขายเองได้…!!!

สำหรับ เงาะ…มีข้อดีคือผิวนอกของเนื้อไม่ฉ่ำน้ำ ผู้บริโภคชอบเพราะไม่เลอะขณะรับประทาน

อีกประเด็นในการ สร้างภูมิคุ้มกันทางการตลาดคือสร้างอุปสงค์ (demand) ให้สอดคล้องกับอุปทาน (supply) มีการบริหารจัดการให้ผลผลิตพอเหมาะกับความต้องการ อย่างพื้นที่การปลูกเงาะโรงเรียน จากเดิม 2,393 ไร่ ลดลงเหลือ 1,393 ไร่ ทุเรียนพันธุ์หมอนทองจากเดิม 2,412 ไร่ ลดลงเหลือ 1,659 ไร่ มังคุดมี 511 ไร่ ลองกองมี 424 ไร่ หลายคนอาจสงสัยว่าพื้นที่ลดไปเอาไปทำอะไร ก็ใช้ปลูกพืชชนิดอื่น อาทิ ลำไย มะม่วง กระท้อน มะพร้าวน้ำหอม องุ่น ฝรั่ง ข้าวโพดหวาน ผักต่างๆ รวมไปถึงยางพาราและยูคาลิปตัส…และสะตอ ซึ่งปลูกเป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อวันวาน คุณประทีป กีรติเรขา ผวจ.ศรีสะเกษ คุณอนันต์ ลิลา รองอธิบดีส่งเสริมสหกรณ์ คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าฯ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลไม้ศรีสะเกษ ว่า….

จาก…เมื่อปี 2537 ซึ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตผลไม้ได้ทุกสวน จึงจัดงาน เทศกาลเงาะทุเรียนศรีสะเกษ ขึ้น จากนั้นก็ต่อเนื่องมาทุกๆปี เป็นการเปิดกว้างให้ผู้สนใจได้มาสัมผัสกับผลิตผลการเกษตรของศรีสะเกษ และเยือนถึงสวนด้วย Agrotourism (ท่องเที่ยวเกษตรเชิงอนุรักษ์) ในช่วง 2 เดือน คือ มิถุนายน กับ กรกฎาคม

ปีนี้…เป็นครั้งที่ 19 โดยให้ชื่อว่า “เทศกาลเงาะ–ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ’55” ระหว่างวันที่ 15 ถึง 21 มิถุนายน ณ สนามวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ มีกิจกรรมร่วมหลายหลาก ตระการตากับวัฒนธรรม 4 เผ่าไทย การออกร้านขายสินค้าเกษตร สินค้าพื้นเมือง สินค้า OTOP และการแสดงพื้นบ้านอย่างสนุกสนาน…ได้ทั้งชิมทั้งช็อป

ที่ท้าทายคือ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน”…อิ่มทั้งวัน เสียตังค์แค่ 100!!!
ดอกสะแบง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 13 มิถุนายน 2555, 05:01 น.
 

ช่วยเหลือทุเรียนเมืองนนท์ มิถุนายน 20, 2012

http://www.dailynews.co.th/agriculture/120296

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรียื่นเรื่องร้องเรียนเงินเยียวยาที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงไปทำความเข้าใจและหารือกับชาวสวนทุเรียน จังหวัดนนทบุรีแล้ว เพื่อหาทางออกให้กับชาวสวนทุเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดมหาอุทกภัย เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งข้อเสนอและข้อเรียกร้องของชาวสวนนั้นต้องการให้มีตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือร่วมอยู่ด้วย

ส่วนข้อเรียกร้องให้พิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนและมังคุดในจังหวัดนนทบุรีเป็นกรณีพิเศษเหมือนกับพืชชนิดที่มีต้นทุนการผลิตสูงเช่นเดียวกับกล้วยไม้นั้น ต้องมาพิจารณารายละเอียดของต้นทุนกันต่อไป แต่โดยหลักการจะช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบข้อกำหนดกระทรวงการคลังที่จะคิดให้ในราคา 55% ของต้นทุนการผลิต ซึ่งหลักคำนวณตามแนววิชาการอาจจะมีปัญหาในเรื่องการพิจารณาต้นทุนที่แท้จริงต่างกัน.

 

‘ทุเรียนกางแขน’ตอบโจทย์ปัญหาต้นทุนการผลิต – ดินดีสมเป็นนาสวน

http://www.dailynews.co.th/agriculture/119267

วันพุธที่ 13 มิถุนายน 2555 เวลา 00:00 น.

ช่วงนี้ผลไม้จากภาคตะวันออก ได้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะทุเรียน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ ซึ่งทุเรียนมีอยู่ด้วยกันหลากหลายพันธุ์ แต่ที่นิยมบริโภคและเป็นพันธุ์การค้าในประเทศไทยมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ถึงแม้ว่าราคาจำหน่ายทุเรียนนั้นค่อนข้างสูง แต่ผู้บริโภคทราบหรือไม่ว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็สูงเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีปัญหาหลายด้านที่อาจกระทบต่อการผลิตทุเรียนในอนาคต

นายสมบัติ ตงเต๊า ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก มักประสบปัญหากับต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากทุเรียนเมื่อปลูกไปหลายปีทรงพุ่มของต้นทุเรียนจะสูงมาก โดยมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20 เมตร นอกจากนี้ระยะการปลูกแบบเก่าที่นิยมอยู่ที่ 10×10 เมตร ทำให้ทรงพุ่มหนาแน่น แสงแดดไม่สามารถส่องผ่านมายังกิ่งข้างล่างได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืชและยังก่อให้เกิดปัญหาโรคและแมลงด้วย เพราะการจัดการดูแลต้นทุเรียนกระทำได้ค่อนข้างยากลำบาก ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพทุเรียนให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากค่าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช ที่สำคัญเมื่อต้นทุเรียนมีความสูงมากต้องอาศัยแรงงานในการเก็บเกี่ยวซึ่งปัจจุบันค่อนข้างขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร

ดังนั้นศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรีจึงได้ทำการศึกษาวิจัยในการออกแบบสวนทุเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน เรียกว่า การทำทุเรียนกางแขนโดยดำเนินการในทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้งานวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของเกษตรกร 3 อย่าง ได้แก่ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และเพิ่มความสะดวกในการนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้าไปในพื้นที่

วิธีการดำเนินการใช้เทคโนโลยีในการจัดระบบการปลูกทุเรียนแบบใหม่ที่มีการควบคุมและสร้างทรงพุ่มของทุเรียน โดยกำหนดระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถว 3×13 เมตร เนื่องจากจะบังคับทรงพุ่ม

ให้กิ่งของทุเรียนกางออกด้านข้าง ข้างละ 5 เมตร ซึ่งจะเหลือพื้นที่ตรงกลางระหว่างแถวอีก 3 เมตร สำหรับนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาดูแลพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้จะจำกัดความสูงของต้นไม่เกิน 5 เมตรเท่านั้น เพื่อง่ายต่อการจัดการสวนทุเรียน

การจัดสวนทุเรียนรูปแบบใหม่ จะส่งผลให้ต้นทุเรียนมีความโปร่งมากขึ้น เพราะจะเน้นจำนวนกิ่งที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตมากในต้น โดยจะมีกิ่งประมาณ 12-14 กิ่งต่อต้น เมื่อทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดจะส่องผ่านอย่างทั่วถึง อากาศถ่ายเทสะดวกเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืช และเมื่อควบคุมความสูงให้มีขนาดต้นเตี้ยจึงเหมาะสมต่อการผสมเกสรเพื่อชักนำการออกดอกของต้นทุเรียน รวมทั้งสามารถควบคุมดูแลปัญหาโรคและแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญสะดวกต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วย
ถึงแม้ว่าการจัดสวนทุเรียนแบบที่ไม่เน้นจำนวนกิ่งจะทำให้ผลผลิตต่อต้นลดลง แต่การปลูกระยะชิดขึ้นจะทำให้ได้ต้นทุเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณ 16-20 ต้นต่อไร่ เป็น 30-40 ต้นต่อไร่ ก็จะทำให้ผลผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญผลผลิตจะมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องด้วยระบบการจัดการที่ดีขึ้น ขณะที่การตัดแต่งกิ่งสามารถลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักที่สูงกว่าต้นทุนปัจจัยการผลิตอื่นทั้งหมด ถ้าลดต้นทุนการใช้สารเคมีลงได้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้มากทีเดียว โดยมีเกษตรกรบางรายได้ทดลองตัดแต่งให้ทุเรียนมีความสูงไม่เกิน 3.5 เมตร สามารถลดการใช้สารเคมีได้ถึง 4 เท่า ขณะที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เท่ากับต้นสูง

เกษตรกรท่านใดสนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าไปศึกษาดูงานวิจัยทุเรียนกางแขนได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ต.ตะปอน อ.เมือง จ.จันทบุรี โทร. 0-3939-7030.

 

บ่มทุเรียนด้วยเอททิลีน ไม่อันตรายแต่เสียรสชาติ มิถุนายน 14, 2012

http://www.thairath.co.th/content/edu/268044

14 มิถุนายน 2555, 05:15 น.

Pic_268044

รศ.ดร.พีระเดช ทองอำไพ  ผู้อำนวย การสำนักงานวิจัยเกษตร (ส.ว.ก.) เผยว่า ผลไม้ที่มีแป้งมาก เช่น ทุเรียน มะม่วง กล้วย เมื่อแก่เต็มที่จะสร้างเอททิลีนขึ้นมาเองโดยธรรมชาติเพื่อเร่งการสุกแต่จะสุกไม่พร้อมกัน ยกตัวอย่าง กล้วยในหวีเดียวกัน โดยธรรมชาติจะค่อยๆสุกทีละลูก ซึ่งอาจไม่สวยงามเท่ากับสุกพร้อมกันทีเดียวทั้งหวี พ่อค้าก็เอาสารเอททิลีนมาใช้ช่วยในการบ่ม เพื่อให้สุกพร้อมกัน เช่นเดียวกับ ทุเรียนและมะม่วง มีการใช้เอททิลีนป้ายที่ขั้วผล หรือสำลีชุบแล้วบ่ม ทำให้ผลไม้สุกพร้อมกัน ซึ่งทำให้ง่ายต่อการทำตลาดและการขาย

ดร.วีรวุฒิ กตัญญูกุล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เผยว่า ช่วงนี้ผลไม้จะออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมาก มีผู้ประกอบการค้าผลไม้บางรายเห็นแก่ได้ เก็บทุเรียนหรือมะม่วงที่ยังไม่ทันแก่จัดมาบ่มโดยใช้สารเอททิลีนเข้าช่วยให้สุกเร็วและสุกพร้อมกันเพื่อง่ายต่อการขาย ซึ่งผู้บริโภคบ่นกันมากว่า ซื้อผลไม้ไปกิน รสชาติกลับไม่หวานเลย เสียทั้งเงินเสียทั้งความรู้สึก ทำให้ตลาดผลไม้โดยรวมพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะผู้บริโภคบางส่วนเข็ดขยาดกับผลไม้ที่ไม่มีคุณภาพ แต่สำหรับสารเอททิลีนดังกล่าวไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 14 มิถุนายน 2555, 05:15 น.
 

“ทุเรียนกางแขน” ของศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ตอบโจทย์ปัญหาต้นทุนการผลิต คุณภาพและแรงงานได้ครบถ้วน มิถุนายน 13, 2012

http://www.naewna.com/local/10015

วันพุธ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

ช่วงนี้ผลไม้จากภาคตะวันออกได้ออกสู่ตลาดจำนวนมาก โดยเฉพาะทุเรียน ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ซึ่งทุเรียนมีอยู่ด้วยกันหลากหลายพันธุ์ แต่ที่นิยมบริโภคและเป็นพันธุ์การค้าในประเทศไทยมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์หมอนทอง ก้านยาว และชะนี ถึงแม้ว่าราคาจำหน่ายทุเรียนนั้นค่อนข้างสูง แต่ผู้บริโภคทราบหรือไม่ว่าต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนก็สูงเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีปัญหาหลายด้านที่อาจกระทบต่อการผลิตทุเรียนในอนาคต

นายสมบัติ ตงเต๊า ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก มักประสบปัญหากับต้นทุนการผลิตสูง เนื่องจากทุเรียนเมื่อปลูกไปหลายปีทรงพุ่มของต้นทุเรียนจะสูงมาก โดยมีความสูงเฉลี่ยอยู่ที่ 15-20 เมตร นอกจากนี้ ระยะการปลูกแบบเก่าที่นิยมอยู่ที่ 10×10 เมตร ทำให้ทรงพุ่มหนาแน่น แสงแดดไม่สามารถส่องผ่านมายังกิ่งข้างล่างได้ทั่วถึง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของพืชและยังก่อให้เกิดปัญหาโรคและแมลงด้วย เพราะการจัดการดูแลต้นทุเรียนกระทำได้ค่อนข้างยากลำบาก ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมคุณภาพทุเรียนให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ ทั้งยังส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสูงขึ้นจากค่าสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่สำคัญเมื่อต้นทุเรียนมีความสูงมากต้องอาศัยแรงงานในการเก็บเกี่ยวซึ่งปัจจุบันค่อนข้างขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร

ดังนั้น ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี จึงได้ทำการศึกษาวิจัยในการออกแบบสวนทุเรียนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทุเรียน เรียกว่า การทำทุเรียนกางแขนโดยดำเนินการในทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวมุ่งเน้น ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาของเกษตรกร 3 อย่าง ได้แก่ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มคุณภาพผลผลิต และเพิ่มความสะดวกในการนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้าไปในพื้นที่

วิธีการดำเนินการใช้เทคโนโลยีในการจัดระบบการปลูกทุเรียนแบบใหม่ ที่มีการควบคุมและสร้างทรงพุ่มของทุเรียน โดยกำหนดระยะปลูกระหว่างต้นและระหว่างแถว 3×13 เมตร เนื่องจากจะบังคับทรงพุ่มให้กิ่งของทุเรียนกางออกด้านข้าง ข้างละ 5 เมตร ซึ่งจะเหลือพื้นที่ตรงกลางระหว่างแถวอีก 3 เมตร สำหรับนำเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาดูแลพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนี้ จะจำกัดความสูงของต้นไม่เกิน 5 เมตรเท่านั้น เพื่อง่ายต่อการจัดการสวนทุเรียน

การจัดสวนทุเรียนรูปแบบใหม่ จะส่งผลให้ต้นทุเรียนมีความโปร่งมากขึ้น เพราะจะเน้นจำนวนกิ่งที่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตมากในต้น โดยจะมีกิ่งประมาณ 12-14 กิ่ง/ต้น เมื่อทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดจะส่องผ่านอย่างทั่วถึง อากาศถ่ายเทสะดวกเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืช และเมื่อควบคุมความสูงให้มีขนาดต้นเตี้ยจึงเหมาะสมต่อการผสมเกสรเพื่อชักนำการออกดอกของต้นทุเรียน รวมทั้งสามารถควบคุมดูแลปัญหาโรคและแมลงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญสะดวกต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วย

ถึงแม้ว่าการจัดสวนทุเรียนแบบที่ไม่เน้นจำนวนกิ่งจะทำให้ผลผลิตต่อต้นลดลง แต่การปลูกระยะชิดขึ้น จะทำให้ได้ต้นทุเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ประมาณ 16-20 ต้น/ไร่ เป็น 30-40 ต้น/ไร่ ก็จะทำให้ผลผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นเช่นกัน ที่สำคัญผลผลิตจะมีคุณภาพมากขึ้น เนื่องด้วยระบบการจัดการที่ดีขึ้น ขณะที่การตัดแต่งกิ่งสามารถลดการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักที่สูงกว่าต้นทุนปัจจัยการผลิตอื่นทั้งหมด ถ้าลดต้นทุนการใช้สารเคมีลงได้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้มากทีเดียว โดยมีเกษตรกรบางรายได้ทดลองตัดแต่งให้ทุเรียนมีความสูงไม่เกิน 3.5 เมตร สามารถลดการใช้สารเคมีได้ถึง 4 เท่า ขณะที่ต้นทุเรียนให้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีในปริมาณที่เท่ากับต้นสูง

“การจัดสวนทุเรียนรูปแบบใหม่ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ศึกษาวิจัยนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งในช่วงแรกของการวิจัยจะยังไม่ได้เก็บผลผลิตจึงยังไม่สามารถสรุปผลในด้านของปริมาณผลผลิตว่าแตกต่างจากรูปแบบเดิมมากน้อยเพียงใด โดยในปีนี้ทางศูนย์ได้เริ่มทำการทดสอบการไว้ผล คาดว่าจะได้ผลทดสอบในไม่ช้า ทั้งนี้ อยากฝากถึงชาวสวนทุเรียนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดแต่งทรงพุ่มต้นทุเรียน ที่สามารถช่วยลดปัญหาและอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคนี้ได้เป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่าค่าใช้จ่ายในช่วงแรกของการปรับเปลี่ยนรูปแบบอาจจะสูง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้รับหลังจากนั้นก็สูงขึ้นเช่นกันและมีความยั่งยืนมากกว่า” นายสมบัติ กล่าวย้ำ

เกษตรกรท่านใดสนใจสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมและเข้าไปศึกษาดูงานวิจัยทุเรียนกางแขนได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี ต.ตะปอน อ.เมือง จ.จันทบุรี โทร.0-3939-7030

 

เร่งช่วยสวนทุเรียนนนทบุรี มิถุนายน 12, 2012

http://www.naewna.com/local/9889

วันอังคาร ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีชาวสวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี ยื่นเรื่องร้องเรียนเงินเยียวยาที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ลงไปทำความเข้าใจและหาหารือกับชาวสวนทุเรียน จังหวัดนนทบุรี แล้วเพื่อหาทางออกให้กับชาวสวนทุเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดมหาอุทกภัย เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมาเรียบร้อยแล้ว  ซึ่งขอเสนอและข้อเรียกร้องของชาวสวนนั้นต้องการให้มีตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือร่วมอยู่ด้วย

ส่วนข้อเรียกร้องให้พิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือชาวสวนทุเรียนและมังคุดในจังหวัดนนทบุรี เป็นกรณีพิเศษเหมือนกับพืชชนิดที่มีต้นทุนการผลิตสูง เช่นเดียวกับกล้วยไม้นั้น  ต้องมาพิจารณารายละเอียดของต้นทุนกันต่อไป  แต่โดยหลักการจะช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบข้อกำหนดกระทรวงการคลัง ที่จะคิดให้ในราคา 55 % ของต้นทุนการผลิต ซึ่งหลักคำนวณตามแนววิชาการอาจจะมีปัญหาในเรื่องการพิจารณาต้นทุนที่แท้จริงต่างกัน

ด้านนายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้กล่าวถึงการคิดคำนวณต้นทุนการผลิตของพืชเกษตรนั้น มีหลักวิชาการในการคำนวณอยู่ การที่จะคิดแต่เพียงการลงทุนในระยะแรกนั้นเท่านั้นคงไม่ได้  จะต้องมีการนำระยะเวลา การคิดค่าเสื่อมราคา มาคำนวณด้วย อย่างกรณีของสวนทุเรียน เมื่อได้รับผลผลิตแล้ว ยังอยู่ได้อีกหลายปี จะต้องมาคำนวณด้วย จะให้คิดแบบไม้ตัดดอก หรือการทำกล้วยไม้ไม่ได้ ซึ่งในรายละเอียดนั้นจะต้องมีการหารือและทำความเข้าใจกันต่อไป

 

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 4,262 other followers

%d bloggers like this: