ทุเรียน

All posts tagged ทุเรียน

ทุเรียน – เรื่องน่ารู้

Published กันยายน 1, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

http://www.dailynews.co.th/agriculture/318825

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2558 เวลา 5:05 น.

ทุเรียน – เรื่องน่ารู้
ส่วนต่าง ๆ ของทุเรียนสามารถนำมาใช้เป็นยาได้

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2558 เวลา 5:05 น.

ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด ประมาณ 100 สายพันธุ์ ในประเทศไทยมีอยู่ 5 ชนิด เป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรต ใยอาหาร ไขมัน โปรตีน น้ำ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามิน บี 2 ไนอะซิน วิตามินซีแคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และมีน้ำตาลสูง ทั้งยังอุดมไปด้วยกำมะถันและคอเลสเตอรอล ที่ไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ในตำราสมุนไพรไทยระบุว่า ส่วนต่าง ๆ ของทุเรียนสามารถนำมาใช้เป็นยาได้ โดยใบมีรสขมเย็นเฝื่อน มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ดีซ่านขับพยาธิ และทำให้หนองแห้ง เนื้อทุเรียนมีรสหวานร้อน มีสรรพคุณให้ความร้อนแก้โรคผิวหนังทำให้ฝีแห้ง และขับพยาธิ เปลือกมีรสฝาดเฝื่อนใช้สมานแผลแก้น้ำเหลืองเสียพุพองแก้ฝี ตาน ซาง คุมธาตุ แก้คางทูม และไล่ยุงและแมลง ส่วนรากมีรสฝาดขมใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง เป็นต้น.

ทุเรียนสมุนไพรไทย – เรื่องน่ารู้

Published มิถุนายน 18, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันพฤหัสบดี 12 มิถุนายน 2557 เวลา 00:00 น.

ในตำราสมุนไพรไทยได้ระบุถึงทุเรียนไว้ว่า สามารถนำมาใช้ประโยชน์กับร่างกายคนเราได้ โดยใบมีรสขมเย็นเฝื่อน มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ดีซ่านขับพยาธิ เนื้อทุเรียนมีรสหวานร้อน มีสรรพคุณให้ความร้อนแก้โรคผิวหนังท้าให้ฝีแห้ง และขับพยาธิ เปลือกทุเรียนมีรสฝาดเฝื่อนใช้สมานแผลแก้น้ำเหลืองเสียพุพองแก้ฝีตานซางคุมธาตุแก้คางทูม และไล่ยุงและแมลง ส่วนรากมีรสฝาดขมใช้แก้ไข้และแก้ท้องร่วง คนในประเทศ ลาว เขมร และพม่า เมื่อครั้งอดีตมีความเชื่อว่าทุเรียนมีคุณสมบัติให้ความร้อนทำให้เกิดเหงื่อออกมากกว่าปกติ และลดความร้อนนี้ด้วยการรินน้ำลงในเปลือกทุเรียนแล้วดื่มน้ำนั้น อีกวิธีคือรับประทานเนื้อทุเรียนไปพร้อมกับมังคุด ด้วยคิดว่ามีคุณสมบัติให้ความเย็น

“ทุเรียนหลง–หลินลับแล” เนื้ออร่อยราคาดี

Published มิถุนายน 4, 2014 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/425249

โดย นายเกษตร 27 พ.ค. 2557 05:01

ทุเรียนทั้ง 2 ชนิด เป็นพันธุ์พื้นเมืองของ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ที่เปรียบเสมือนทุเรียนพี่และทุเรียนน้อง โดย “ทุเรียนหลงลับแล” เกิด จากการที่ นายหลง อุประ บ้านอยู่เลขที่ 126 หมู่ 1 บ้านนาปอย ต.หัวดง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูกจนต้นโตติดผลดกเต็มต้น รูปทรงของผลสวย ผลโตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัม เนื้อสุกเต็มพู เมล็ดเล็กลีบ เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม ไม่เละแต่เหนียว รสหวานหอมมันอร่อยมาก เมื่อนำออกจำหน่ายได้รับความนิยมจากผู้ซื้ออย่างกว้างขวาง โดยมีราคาระหว่างกิโลกรัมละ 300–380 บาท เมื่อส่งเข้าประกวด ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมทุเรียนเพาะเมล็ด ของ จ.อุตรดิตถ์ ปี 2520 และจดทะเบียนรับรองพันธุ์วันที่ 20 ก.ย. ปี 2521 ในชื่อ “ทุเรียนหลงลับแล”

ส่วน “ทุเรียนหลินลับแล” มีจุดเริ่มจาก นายหลิน บันลาด นำเอาเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ไปปลูกจนต้นโตติดผลดกเหมือนกับ “ทุเรียนหลงลับแล” แต่รูปทรงของผลจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ผลโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยใกล้เคียงกันระหว่าง 3.5 กิโลกรัมต่อผล เนื้อในสุกจะเต็มพู เมล็ดเล็กลีบเช่นกัน รสหวานมันหอม รับประ– ทานอร่อยมาก นายหลิน บันลาด ได้ ตั้งชื่อว่า “ทุเรียนหลินลับแล” เป็นการ นำเอาชื่อตัวเองกับชื่ออำเภอรวมกัน ได้รับความนิยมจากผู้ซื้อไปรับประทานอย่างแพร่หลายไม่แพ้ “ทุเรียนหลงลับแล” ราคาอยู่ในระดับเดียวกัน ปัจ-จุบันทุเรียนทั้ง 2 ชนิด มีการปลูกเป็นการพาณิชย์เพื่อเก็บผลส่งต่างประเทศ เช่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ประเทศ ในแถบยุโรป และ อเมริกา ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคอย่างมาก

ใคร ต้องการต้นพันธุ์ไปปลูกไปซื้อได้ที่ งานพฤกษาสยาม ชั้น 4 เอ็มซีซี ฮอลล์ เดอะ มอลล์ บางกะปิ กทม. บริเวณ บูธ บี 47 “สวน ณัฐธิดาพันธุ์ไม้” โทร.08–0646–4699 จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 พ.ค.–8 มิ.ย.57 นี้ ส่วนใหญ่เป็นกิ่งที่ขยายพันธุ์ด้วยระบบเสียบยอดทั้ง 2 พันธุ์ มีรากแก้วแข็งแรงดีทุกกิ่ง จึงทำให้เมื่อนำไปปลูกเจริญเติบโตเร็ว ราคาสอบถามกันเองครับ.

“นายเกษตร”

“ก้านยาวพันธุ์ผลกลมยาว” อร่อยราคาดีมีกิ่งพันธุ์ขาย

Published กันยายน 26, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/341680

  • 30 เมษายน 2556, 05:00 น.

Pic_341680

ทุเรียนก้านยาว ในประเทศไทยมีทั้งหมด 6 สายพันธุ์ แต่ “ก้านยาวพันธุ์ผลกลมยาว” ที่ชาวสวนชอบเรียกว่า ทุเรียนก้านยาวทรงหวด เป็นพันธุ์ที่มีดีกรีชนะเลิศการประกวดงานวันเกษตรและของดีจังหวัดระยอง โดยชนะเลิศรางวัลที่ 1, 2 และ 3 ติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน มีลักษณะเด่นเฉพาะ คือรูปทรงผลจะกลมและยาวสวย เปลือกบาง พูใหญ่ เนื้อละเอียดแห้งไม่เละแม้ผลจะสุกงอม ให้เนื้อเยอะ เนื้อเป็นสีเหลืองเข้ม รสชาติหวานมันมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รับประทานอร่อยมาก เมล็ดเล็กและลีบบาง ซึ่งเมล็ดของทุเรียนก้านยาวสายพันธุ์อื่นเมล็ดจะมีขนาดใหญ่เป็นธรรมชาติทั้งหมด นํ้าหนักผลเฉลี่ยระหว่าง 2-4 กิโลกรัมต่อผล ปัจจุบันทุเรียน “ก้านยาวพันธุ์ผลกลมยาว” กำลังเป็นที่นิยมของผู้ปลูกและผู้รับประทานอย่างแพร่หลาย ส่วนใหญ่จะส่งขายที่ประเทศจีน ราคาจากสวนกิโลกรัมละ 200 บาท

ทุเรียน “ก้านยาวพันธุ์ผลกลมยาว” หรือ DURIO ZIBETHINUS MERR. มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ที่ จ. นนทบุรี ต่อมาชาวสวนได้นำเอาต้นไป ปลูกในพื้นที่ จ.ระยอง เป็นสวนขนาดใหญ่ โดยหลังปลูกได้ 4-5 ปี จะให้ผลผลิตชุดแรกและติดผลดกมาก สามารถติดผลอย่างสม่ำเสมอทุกๆปี รูปทรงของผลจะกลมยาวแตกต่างจากผลของทุเรียนก้านยาวสายพันธุ์อื่นที่จะเป็นผลกลมอย่างชัดเจน เมล็ดเล็กลีบ เนื้อรสชาติหวานหอมมันรับประทานอร่อยมากตามที่กล่าวข้างต้น ขยายพันธุ์ด้วยระบบเสียบยอด

ปัจจุบัน ใครต้องการกิ่งพันธุ์ไปปลูก ติดต่อ “คุณณัฐธิดา” โทร. 08-0646-4699 หรือไปซื้อได้ที่ งานพฤกษาสยาม จัดขึ้นที่ ชั้น 4 เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์ บางกะปิ กทม. ระหว่างวันที่ 3-12 พ.ค.56 ที่บูธ “สวนณัฐธิดาพันธุ์ไม้” กิ่งพันธุ์แต่ละกิ่งจะมีรากแก้วดีทุกกิ่ง ราคาสอบถามกันเอง ซึ่งทุเรียน “ก้านยาวพันธุ์ผลกลมยาว” ผู้ขายกิ่งพันธุ์เปิดเผยว่าสามารถปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ และมีวิธีปลูกแนะนำด้วยครับ.

“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 30 เมษายน 2556, 05:00 น.

“ทุเรียนย่ำมะหวาด” เนื้อมันอร่อย

Published สิงหาคม 6, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/334884

  • 27 มีนาคม 2556, 05:00 น.

Pic_334884

ตามบันทึกพรรณไม้ระบุว่าทุเรียนชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยมีมือเกษตรกรในท้องถิ่นนำเอาเมล็ดของทุเรียนลวง หรือทุเรียนอีลวง ไปเพาะขยายพันธุ์ปลูกเลี้ยงจนต้นโตและติดผล ปรากฏว่า มีลักษณะของเนื้อผลแตกต่างจากทุเรียนลวง หรือทุเรียนอีลวงอย่างชัดเจน คือ เนื้อสุกเป็นสีเหลืองนวล มีเนื้อเนียนละเอียดแน่นเต็มพู มีกลิ่นอ่อนๆ ไม่แรงเหมือนกลิ่นทุเรียนทั่วไป ติดผลดกคล้ายๆทุเรียนก้านยาว

เนื้อสุกรสชาติจะออกมันนำหน้าและปนรสหวานรับประทานอร่อยมาก เมล็ดไม่ใหญ่โตนัก เชื่อว่าเป็นทุเรียนกลายพันธุ์แบบถาวรที่เกิดจากการเพาะเมล็ดของทุเรียนลวง หรือทุเรียนอีลวงดังกล่าวอย่างแน่นอน ส่วนชื่อ “ทุเรียนย่ำมะหวาด” ไม่ทราบความเป็นมาอย่างไร ปัจจุบันพบว่ามีผู้ขยายพันธุ์ออกวางขาย จึงรีบแนะนำในคอลัมน์ตามระเบียบ

ทุเรียนย่ำมะหวาด หรือ ทุเรียนย่ามแม่หวาด (YAMMAEWAT) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า DURIO ZIBETHINUS MURRAY มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เป็นไม้ต้น สูง 8-10 เมตร ซึ่งโดยปกติของสายพันธุ์จะให้ผลผลิตหลังปลูกอายุได้ 15 ปี แต่ผู้ขายกิ่งตอนบอกว่า เป็นกิ่งที่ขยายพันธุ์ด้วยวิธีทาบกิ่ง จึงจะให้ผลผลิตเร็วขึ้นกว่าปกติเพียง 5 ปีเท่านั้น ติดผลดกปีละครั้งตามฤดูกาล รูปทรงของผลสวยงาม หนามรอบผลสั้นและถี่ เปลือกผลค่อนข้างบาง เนื้อสุกออกรสชาติมันนำหวานตามที่กล่าวข้างต้น และมีกลิ่นอ่อนๆ รับประทานอร่อยมาก ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง

ปัจจุบัน “ทุเรียนย่ำมะหวาด” หรือ ทุเรียนย่ามแม่หวาด มีกิ่งตอนขายที่ ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ-พฤหัสฯ บริเวณโครงการ 21 แผง “คุณพร้อมพันธุ์” ราคาสอบถามกันเอง เหมาะจะปลูก เพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือน หรือ ปลูกเพื่อเก็บผลขาย ซึ่งปัจจุบันความต้องการรับประทานกำลังมาแรงและได้ราคาดีมากครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 27 มีนาคม 2556, 05:00 น.

ตั้งหน่วยฉก.สกัดทุเรียนอ่อน

Published กรกฎาคม 17, 2013 by SoClaimon

ตั้งหน่วยฉก.สกัดทุเรียนอ่อน

เกษตร-วิทยาศาสตร์-ไอที : ข่าวทั่วไป
วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2556

ดำรงค์-จิระสุทัศน์

สุรชัย-ขันอาสา

สมเพชร-พรหมเมืองดี

//

ตั้งหน่วยฉก.สกัดทุเรียนอ่อน

ตั้งชุดฉก.3 จังหวัดตะวันออก ยุทธการสกัดค้าทุเรียนอ่อน : ดลมนัส กาเจ … รายงาน

                         หลังจากที่ นายทรงธรรม ชำนาญ หัวหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอแกลง จ.ระยอง นำกำลังอาสาสมัครไปตรวจสอบพ่อค้าที่ไปรับซื้อทุเรียนอ่อนในพื้นที่ ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จำนวน 5 ตัน เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2556 ทำให้หลายภาคส่วนทั้งในพื้นที่และสวนมีการตื่นตัว และหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้มีการลักลอบนำทุเรียนอ่อนมาจำหน่ายในท้องตลาดเนื่องจากจะกระทบต่อผู้บริโภค และเสียชื่อเสียงของผลทุเรียนโดยรวมในภาคตะวันออก

การนำทุเรียนอ่อนมาขายในท้องตลาดปะปนกับทุเรียนที่แก่นั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่ หากแต่เกิดอย่างต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว และบางปีพบว่ามีการนำทุเรียนอ่อนส่งจำหน่ายในต่างประเทศด้วย ทำให้ประเทศคู่ค้าต้องตีกลับ สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยโดยรวมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ทุเรียนออกผลผลิตใหม่ๆ และทุเรียนนอกฤดู เนื่องจากได้ราคาดีนั่นเอง มีทั้งในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาคใต้

พลันที่ตรวจพบในปีนี้ นายชิดพงษ์ ฤทธิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง มีคำสั่งออกมาให้กวดขันเอาจริงกับผู้ที่ตัดทุเรียนอ่อนออกมาขาย ทั้งเจ้าของสวนและพ่อค้า หากจับได้และตรวจสอบจากนักวิชาการชำนาญการแล้ว พบว่าเป็นทุเรียนที่ต่ำกว่าคุณภาพที่กำหนด ก็ให้ดำเนินคดีตามมาตรา 271 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับ 6,000 บาท หรือดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคปี 2522 โทษจำ 6 เดือน ปรับ 5 หมื่น เพื่อไม่เป็นเยี่ยงอย่าง เนื่องจากจะทำให้ชาวสวนรายอื่นเดือดร้อนด้วย

ส่วนที่ จ.จันทบุรี แม้ว่าปีนี้ยังไม่พบการกระทำผิด แต่ นายวิรัช สินสาย ป้องกันจังหวัดจันทบุรี บอกกับ “คม ชัด ลึก” ว่า นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้แต่งตั้งชุดเฉพาะกิจสกัด “ทุเรียนอ่อน” ทุกอำเภอ โดยมอบให้ นายเกรียงเดช เข็มทอง รองผู้ว่าฯ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยชุดดังกล่าวมีนายอำเภอแต่ละอำเภอเป็นหัวหน้าชุด ส่วนคณะทำงานประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครผู้ที่อยู่ในหมู่บ้านทุกแห่งในอำเภอต่างๆ มีหน้าที่สืบเสาะพฤติกรรมการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนจำหน่าย การเข้ามารับซื้อทุเรียนอ่อนของผู้ค้าทั้งภายใน จ.จันทบุรี และจากต่างจังหวัด ว่ามีการลักลอบตัดทุเรียนอ่อนหรือไม่ นอกจากนี้มีการลงพื้นที่ตรวจสอบตามตลาดที่รับซื้อและจำหน่ายทุเรียน ไม่ว่าจะเป็นเนินสูง หนองคล้า อ.ท่าใหม่ ตลาดปากแซง ตลาดมะขามใหญ่ เป็นต้น

“ในพื้นที่ จ.จันทบุรี ถือเป็นแหล่งปลูกทุเรียนที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก มีพื้นที่ปลูกทั้งหมดกว่า 1.8 แสนไร่ ปีนี้เราคาดการณ์ว่าจะมีผลผลิตทุเรียนราว 2.23 แสนตัน จึงเกรงว่าจะมีผู้ที่ไม่หวังดีตัดทุเรียนอ่อนมาขาย จังหวัดได้ตั้งชุดเฉพาะกิจสกัดทุเรียนอ่อนขึ้นมา จะทำงานร่วมกับพื้นที่อย่างใกล้ชิด มีการเฝ้าตลาดกันทุกวัน ส่วนท้องถิ่นก็สอดส่องดูแลเกษตรกรเพื่อป้องกันไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อน หากพบทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีฐานหลอกลวงขายของด้อยคุณภาพ และผิดกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่มีการกำหนดบทลงโทษอย่างชัดเจน ทั้งจำคุก และโทษปรับ” นายวิรัช กล่าว

เช่นเดียวกับกรมวิชาการเกษตร นายดำรงค์ จิระสุทัศน์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ร่วมมือกับ จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตทุเรียนแหล่งใหญ่ของประเทศ จัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจจำนวน 7 ชุด เพื่อติดตามตรวจสอบทุเรียนตามล้งหรือศูนย์รวบรวมและคัดแยกผลไม้ในพื้นที่ที่มีกว่า 100 ล้ง พร้อมสกัดและป้องกันทุเรียนอ่อนเล็ดลอดสู่ตลาดและผู้บริโภค และกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนออกมาขายด้วย โดยเฉพาะช่วงทุเรียนหมอนทองออกสู่ตลาดจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมากยิ่งขึ้น

“ปัญหาการตัดทุเรียนอ่อนเกิดขึ้นทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต เนื่องจากราคาดีเป็นแรงจูงใจให้พ่อค้ามาเหมาซื้อทุเรียนยกสวนและตัดผลผลิตทั้งหมดออกไปขายโดยไม่สนใจว่ามีทุเรียนอ่อนติดไปหรือทุเรียนมีความสุกแก่พอที่จะตัดขายได้หรือไม่ แต่ปีนี้ยังไม่พบการส่งออกทุเรียนอ่อนไปต่างประเทศ เพราะเรามีการควบคุมการคัดเกรดทุเรียนที่ได้มาตรฐานและคัดคุณภาพอย่างดีก่อนบรรจุสินค้าใส่ตู้คอนเทนเนอร์ แต่ที่มีปัญหาคือทุเรียนอ่อนที่ปะปนมาและถูกคัดออกพ่อค้าจะกระจายสู่ตลาดภายในประเทศซึ่งสร้างความเสียหายมาก ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

สำหรับชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจที่ว่านี้ จะติดตามตรวจสอบทุเรียนตามล้งต่างๆ โดยใช้เครื่องมือตรวจสอบที่เชื่อถือได้ เพื่อตรวจสอบความแก่-อ่อนของทุเรียน ซึ่งมาตรฐานทุเรียนที่ตัดส่งตลาดได้ต้องมีเปอร์เซ็นต์แห้งไม่ต่ำกว่า 32% หากตรวจพบว่า เป็นทุเรียนอ่อน เจ้าหน้าที่จะฉีดพ่นสีน้ำมันเป็นตำหนิไว้และห้ามขายอย่างเด็ดขาด ผู้บริโภคจำเป็นต้องระมัดระวังด้วย หากพบว่าซื้อทุเรียนอ่อนสามารถแจ้งความดำเนินคดีได้

ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่หลายภาคส่วนเอาใจใส่ในการป้องกันการลักลอบนำทุเรียนอ่อนก่อนที่ผู้บริโภคจะได้รับความเสียหายมากกว่าที่เป็นอยู่ และที่สำคัญหากหลุดด่านตรวจและมีการส่งออกต่างประเทศจะทำให้ภาพลักษณ์ของทุเรียนไทยเสียหายอย่างใหญ่หลวง

———————

เคล็ดลับง่ายๆ ในการสังเกตทุเรียนอ่อน

 

                         นายสมเพชร พรหมเมืองดี ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) จันทบุรี กล่าวว่า การตัดทุเรียนอ่อนมีเกือบทุกปีโดยเฉพาะช่วงต้นฤดูเพราะราคาเป็นสิ่งที่จูงใจ แต่เป็นเพียงพ่อค้าและชาวสวนบางกลุ่มเท่านั้นที่เห็นแก่ได้ฉะนั้นผู้บริโภคต้องระวัง

สำหรับการตัดทุเรียนจากต้นนั้นต้องมีความแก่ 70% จึงจะไปส่งออกหรือบริโภคได้ หากเป็นทุเรียนที่ต่ำกว่า 70% หากนำมาเก็บไว้นานถึงอาทิตย์ก็ยังไม่สุก พอผ่าจะพบว่าเนื้อเน่าไปแล้ว ฉะนั้นต้องสังเกตดูทุเรียนอ่อนเปลือกภายนอกจะเห็นว่าทุเรียนอ่อนร่องหนามจะถี่ ปลิงที่ก้านยังไม่หลุด สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นทุเรียนอ่อน

ส่วนการตรวจดูภายในนั้น อย่างทุเรียนพันธุ์กระดุม นำมาขวางตรงกลาง แล้วผ่าอีกครั้งให้เป็นแว่นหนา 2.5 ซม.แล้วนำเนื้อทุเรียนไปอยู่ในแว่นฝานเป็นชิ้นเล็กๆ ชั่งน้ำหนักให้ได้ 10 กรัม นำไปใส่ในภาชนะนำไปอบในเตาไมโครเวฟ ไฟปานกลาง 10 นาที แล้วออกมาชั่งดูอีกครั้ง

จากนั้นนำไปอบอีก 10 นาที หากพบว่าเนื้อทุกเรียนน้ำหนักคงที่แล้ว มาวัดหาเปอร์เซ็นต์ คือเอาน้ำหนักสดมาตั้ง หารด้วยน้ำหนักแห้ง และคูณด้วย 100 หากผลลัพธ์ได้ 27% ขึ้นไปถือว่าเป็นทุเรียนที่แก่ได้มาตรฐาน แต่หากพบว่าต่ำกว่า 27% ถือว่าเป็นทุเรียนอ่อน

———————

(ตั้งชุดฉก.3 จังหวัดตะวันออก ยุทธการสกัดค้าทุเรียนอ่อน : ดลมนัส กาเจ … รายงาน)

สาลิกา..ทุเรียน100ปี พังงา..จ่อจดสิทธิบัตรGI

Published กรกฎาคม 16, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/355214

  • 5 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

Pic_355214

เอ่ยคำว่า “สาลิกา” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงชื่อนกชนิดหนึ่ง…แต่สำหรับชาว อ.กระปง จ.พังงา จะรู้จักในชื่อพันธุ์ทุเรียนที่มีเนื้อละเอียด สีเหลืองเข้มคล้ายพันธุ์ชะนี แต่รสชาติหอมหวานกว่า ลูกกลมเหมือนก้านยาวแต่หนามแหลมคมและถี่กว่า ที่สำคัญเปลือกบาง ไม่หนาเหมือนทุเรียนหมอนทอง ที่ทำให้ผู้บริโภคต้องเสียค่าใช้จ่ายในเรื่องเปลือกมากโดยไม่จำเป็น เมล็ดเล็กลีบเนื้อเลยหนาทำให้กินได้เต็มปากเต็มคำ จนนักชิมทุเรียนจากต่างถิ่นหลั่งไหลมาลิ้มลอง

“ทุเรียนพันธุ์นี้ เป็นมายังไงไม่แน่ชัด รู้แต่เพียงว่า พ่อของผมได้มาซื้อที่ดินบริเวณใกล้ตลาดปากถัก ต.ท่านา อ.กระปง และมีทุเรียนพื้นบ้านติดมากับที่ดินด้วย 1 ต้น เมื่อลองเอาผลมากิน รสชาติดีมาก จึงไปถามเจ้าของที่ดินว่าเป็นทุเรียนพันธุ์อะไร เจ้าของเดิมบอกว่า พันธุ์สาลิกา ที่ตั้งชื่อขึ้นมาเองตามชื่อนก เพราะคุณสมบัติของทุเรียนต้นนี้เปรียบได้กับนกสวยเสียงไพเราะ ทุเรียนให้ลูกสวยรสชาติหอมหวานอร่อยไม่รู้ลืม และทุเรียนต้นแรกต้นนั้น ก็ยังคงอยูู่คู่กระปงมากว่า 100 ปีแล้ว”

นายสมชาย ตันติเพชราภรณ์ อดีตประธานหอการค้าจังหวัดพังงา เล่าประวัติความเป็นมาของทุเรียนพันธุ์ดีของพังงา ที่นักชิมต่างยกย่องในเรื่องรสชาติให้เป็นหนึ่ง เหนือกว่าพันธุ์ชะนี หมอนทอง ก้านยาว

แม้แต่ “หลงลับแล” ทุเรียนดังของอุตรดิตถ์ ที่ใครว่า เยี่ยมยอด แต่พอได้ลอง “สาลิกา” นักนิยมชิมทุเรียนหลายคนลงมติ “ตีกันไม่แตก”

แถมขนาดของลูกก็ไม่ใหญ่มาก น้ำหนักประมาณ 1.5-2 กก.ต่อลูก เป็นขนาดกำลังเหมาะสำหรับรับประทานได้ 1-2 คน เลยทำให้มีผู้สนใจนำทุเรียนสาลิกาไปเพาะขยายพันธุ์มากขึ้น แต่เนื่องจากทุเรียนสาลิกาเมล็ดเล็กลีบไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ ต้องใช้วิธีการติดตาเสียบยอดหรือเสียบข้างติดกับต้นทุเรียนนก หรือทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองที่เพาะจากเมล็ด เพราะจะได้ต้นทุเรียนที่มีลำต้นระบบรากแข็งแรง และทำให้ยอดของทุเรียนสาลิกามีความสมบูรณ์สามารถต้านทานโรคได้มากยิ่งขึ้น

และด้วยคนทั่วไปสนใจ มีการนำไปปลูกต่างถิ่นมากขึ้น นายธีระพงษ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา บอกว่า ขณะนี้ทางสภาเกษตรกรจังหวัดพังงาไม่เพียงจะมีแนวคิดประชาสัมพันธ์ให้ทุเรียนสาลิกาเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศในระดับเดียวกับทุเรียนชื่อดังของจังหวัดอื่นเท่านั้น ยังจะดำเนินการยื่นขอจดสิทธิบัตรสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ให้สิทธิบัตรประจำจังหวัดอีกด้วย

เพื่อประกาศให้โลกได้รู้…สาลิกาเจ้าเก่าของแท้ ต้องพังงาเท่านั้น.

บรรณารักษ์  จิวะนันทประวัติ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย บรรณารักษ์ จิวะนันทประวัติ
  • 5 กรกฎาคม 2556, 05:00 น.

ซองชา-กาแฟ ละลายน้ำ จากเปลือกทุเรียน

Published กรกฎาคม 16, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/348825

  • 4 มิถุนายน 2556, 05:00 น.

Pic_348825

เปลือกทุเรียน กลายเป็นขยะสร้างปัญหาให้กับชุมชน ตลาดสดหลายแห่ง ที่ผ่านมามีหลายคนคิดนำมาแปรรูป ทำถ่านดูดกลิ่น ไม้อัด กระถางปลูกต้นไม้ แต่กว่าจะออกมาใช้งานได้ ต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน ผลิตออกมาแล้วมีราคาแพงกว่าที่มีวางขายอยู่ในท้อง ตลาด…จึงไม่ประสบผล สำเร็จ

ล่าสุด น.ส.ศิริพร เต็งรัง นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒนาการแปรรูปผลิตผลเกษตร (กวป.) สำนักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร (สวป.) กรมวิชาการเกษตร ได้นำเปลือกทุเรียนมาผลิตเป็น “ผงคาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส (CMC)” เพื่อ ใช้เป็นแผ่นฟิล์มผงชา กาแฟ ละลายน้ำได้ซึ่งนำมาเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน เปิดบ้านงานวิจัยกับกรมวิชาการเกษตร

“จากแนวคิด Zero Waste ลดขยะ ลดภาวะโลกร้อน ซึ่งพบว่าในเปลือกทุเรียนมีสาร CMC หรือพลาสติกชีวภาพ ที่ใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรม ทั้งอาหาร ยา เซรามิก เพื่อเพิ่มความข้นหนืดให้กับตัวอาหาร อาทิ ไอศกรีม สารเคลือบผิวแคปซูลยา ซึ่งปกติสารดังกล่าวต้องนำเข้าจากประเทศจีน ในราคา กก.ละ 10,000 บาท

ดังนั้น จึงเอาเปลือกทุเรียนมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ อบให้แห้งที่อุณหภูมิ 55 องศา นาน 24 ชั่วโมง จากนั้นนำโซเดียมไฮดรอกไซด์ มาสกัดเปลือกทุเรียนอบแห้งจนออกมาเป็นเส้นใยเซลลูโลสสีน้ำตาล แล้วนำมาล้างน้ำหลายๆครั้ง เพื่อให้โซเดียมฯ หมดไป แล้วจะได้เส้นใย CMC สีขาว ก่อนนำไปบดเป็นผง แล้วอบแห้งอีกครั้ง จะได้ผง CMC ที่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆได้” โดยมีต้นทุนแค่เพียง กก.ละ 250 บาทเท่านั้นเอง ถูกกว่าของนำเข้าจากต่างประเทศถึง 97.5%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 4 มิถุนายน 2556, 05:00 น.

“ทุเรียนอีลวง” อร่อยกับที่มาชื่อ

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/edu/paperagriculturist/318919

10 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_318919

ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากอยากทราบว่า “ทุเรียนอีลวง” มีที่มาเป็นอย่างไร และมีต้นพันธุ์กับผลขายที่ไหน ซึ่งความจริงแล้วทุเรียนพันธุ์ดังกล่าวเป็นสายพันธุ์เก่าแก่ของจังหวัดนนทบุรี นิยมปลูกและนิยมรับประทานเฉพาะถิ่นมาช้านานแล้ว เนื่องจากเนื้อในมีรสชาติหวานมันอร่อยมากนั่นเอง

ปัจจุบัน “ทุเรียนอีลวง” หารับประทานได้ยาก เนื่องจากผู้มีอาชีพปลูกทุเรียนเก็บผลขายได้หันไปปลูกทุเรียนสายพันธุ์อื่นกันหมด มีเหลือปลูกเพื่อเก็บผลรับประทานในครัวเรือนบ้างเล็กน้อย ไม่แพร่หลายและไม่มีผลวางขายที่ไหน

ส่วนที่มาของชื่อ “ทุเรียนอีลวง” นั้น เป็นเพราะตามธรรมชาติของสายพันธุ์ที่ติดผลชุดแรกดูสมบูรณ์ดี และติดผลดกเต็มต้น เจ้าของหรือผู้ปลูกดีใจ เมื่อผลแก่จัดเก็บผลลงจากต้นแกะดูเนื้อในปรากฏว่าไม่มีเนื้อทุกๆผล และเมื่อติดผลชุดที่ 2 ก็จะมีลักษณะแบบเดียวกับชุดแรกอีก ทำให้ผู้ปลูกคิดจะฟันต้นทิ้งแต่ตัดใจให้ติดผลชุดที่ 3 จนผลแก่จัด เก็บผลลงจากต้นแกะดูเนื้อในปรากฏว่าเนื้อสีสวยไม่เละรับประทานหวานมันอร่อยดีมาก

เมื่อ ปล่อยให้ติดผลชุดที่ 4 ผลจะดกเต็มต้นเหมือนเดิมและแกะเนื้อในยังคงมีรสชาติหวานมันเช่นเดิม เจ้าของหรือผู้ปลูกในยุคสมัยนั้นจึงตั้งชื่อทุเรียนดังกล่าวว่า “ทุเรียนอีลวง” ตามลักษณะสายพันธุ์ที่ติดผล 2 ชุดแรกจะหลอกลวงให้เจ้าของหรือผู้ปลูกดีใจแต่ไม่มีเนื้อ จะมีเนื้อเมื่อติดผลชุดที่ 3 นั่นเอง

ทุเรียนอีลวง หรือ DUIO ZEBETHINUS LINN. อยู่ในวงศ์ BOMBACACEAE มีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับทุเรียนทั่วไป “ผล” กลมรี ผลมีขนาดไม่ใหญ่นัก เมล็ดโตคล้ายเมล็ดทุเรียนพันธุ์กระดุม เนื้อเหนียวไม่เละ หวานมันอร่อยมาก ปัจจุบันยังไม่พบมีกิ่งตอนและผลขายที่ไหนครับ.
“นายเกษตร”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย นายเกษตร
  • 10 มกราคม 2556, 05:00 น.

เกษตรเร่งส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์ พันธุ์ทุเรียนนนท์กระทบน้ำท่วม

Published ตุลาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/25278

วันอังคาร ที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : เกษตรส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนนนท์กระทบน้ำท่วม,

นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศไทยช่วงปลายปี 2554 ส่งผลกระทบในวงกว้าง สร้างความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรเป็นจำนวนมาก ทั้งนาข้าว พืชไร่และพืชสวน ซึ่งในส่วนของไม้ผล มีสวนไม้ผลคุณภาพดีที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยและกำลังจะสูญหายไปจากแหล่งผลิต คือ สวนทุเรียนจังหวัดนนทบุรี จากข้อมูลสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี รายงานว่าก่อนเกิดอุทกภัยมีพื้นที่ปลูกทั้งหมด 2,941.75 ไร่ เกษตรกร 935 ราย น้ำท่วมเสียหาย 2,898.75 ไร่ เกษตรกร 913 ราย เหลือพื้นที่ปลูก 43 ไร่ เกษตร 22 ราย

สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรเบื้องต้น ได้ดำเนินการช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีกรณีพิเศษด้านพืช เป็นเงิน 5,098 บาท/ไร่ นอกจากนั้น ยังได้รับพระเมตตาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักสวนปทุมสนับสนุนพันธุ์ทุเรียนพื้นเมือง (ดั้งเดิม) ได้แก่ พันธุ์นกหยิบ รวงทอง กบทองคำเป็นขวัญกำลังใจให้กับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์

ทั้งนี้ การฟื้นฟูระยะยาวเพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนิน “โครงการกู้วิกฤติสวนผลไม้พันธุ์ดีเฉพาะท้องถิ่นที่ประสบอุทกภัย (ทุเรียน-นนทบุรี)” โดยเริ่มจากกิจกรรมวันสาธิตการผลิตทุเรียนคุณภาพในจังหวัดนนทบุรี เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้รับความรู้ในการจัดการสวนทุเรียนตั้งแต่การเตรียมดิน การปลูก การดูแล จนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี สถานีพัฒนาที่ดินนนทบุรี โครงการชลประทานจังหวัดนนทบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัด ชมรมอนุรักษ์และฟื้นฟูทุเรียน นับเป็นความร่วมมือกันทุกภาคส่วนฟื้นฟูทุเรียนเมืองนนท์ ผลไม้พันธุ์ดีประจำท้องถิ่นให้กับมาดีดังเดิม

%d bloggers like this: