ทำได้ไม่จน

All posts tagged ทำได้ไม่จน

มะหลอดผลิตผลจากผืนป่าพัฒนาสู่เครื่องดื่มสุขภาพ

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/301240

26 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_301240

นางอาภรณ์ แสงโชติ ประธานกลุ่ม

นับวันอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำหมักที่ได้จากพืช ผัก ผลไม้ทั้งจากลูกยอ ข้าวกล้อง ใบบัวบก ตะไคร้ กระชายดำ มาหมักรวมกับน้ำตาล ที่หลายคนเรียกว่า “น้ำไซเดอร์ หรือเอนไซม์” เริ่มเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย

และ…จากการเดินทางสังเกตการเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบสหกรณ์ ของ เครือข่ายองค์กรสตรีชุมชนเข้มแข็ง อำเภอปาย บ้านเมืองพร้าว หมู่ 1 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน นั้น ได้เห็นการแปรรูปไซเดอร์มะหลอด เพื่อสุขภาพ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปของกลุ่มที่ได้รับความนิยมในขณะนี้ ซึ่งทีมงาน ทำได้ไม่จน เห็นว่า เป็นประโยชน์และหลายคนสามารถปรับสูตร โดยใช้ผลไม้ชนิดอื่นแปรรูปได้ จึงนำมาฝากกัน

ผลมะหลอดผลมะหลอด

นางอาภรณ์ แสงโชติ ประธานกลุ่ม บอกกับทีมงาน ว่า…การแปรรูป นอกจากเป็นการเพิ่มมูลค่า ยืดอายุการเก็บให้ผลผลิตที่มีอยู่ในครัวเรือนแล้ว ยังได้จากการเก็บเกี่ยวจากธรรมชาติที่มีอยู่ อย่าง “มะหลอด” สลอดเถา หรือภาคใต้เรียกส้มหลอด ผลไม้ที่มีอยู่ในอำเภอปาย ค่อน ข้างมาก จะพบตามป่า ตามทุ่งนา หรือปลูกกันตามบ้านเรือนชนบท มีลักษณะเป็นเถาว์ไม้เลื้อย ผลเมื่อสุกจะมีสีแดงรสชาติ เปรี้ยว หวาน ออกผลในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์

การนำมาเปิบเป็นอาหาร ชาวบ้านท้องถิ่นจะนำมาตำน้ำพริก จิ้มเกลือกินสด หรือแกงส้ม (ภาคใต้) โดยในช่วงเดือนดังกล่าวจะมีผลิตผลสดมาวางขายสำหรับนักท่องเที่ยวไว้กินแก้เมารถ ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ลิตรละ 5 บาท จากการที่ได้พูดคุยกับนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ที่เดินทางมาเยี่ยมชมที่ศูนย์ แล้วสังเกตเห็นว่าผลมะหลอดถูกปล่อยทิ้งไว้

ผลมะหลอดที่ตวงขายลิตรละไม่กี่บาท.ผลมะหลอดที่ตวงขายลิตรละไม่กี่บาท.

…จึงให้แนวคิดว่าน่าจะสามารถนำไปแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าการกินผลสด หลังจากศึกษาค้นคว้าพบว่า หลังนำมาผ่านกระบวนการ น้ำหมักที่ได้จะมีคุณค่าทางโภชนาการมากมาย อุดมไปด้วยวิตามินซี มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ น้อยกว่าลูกหม่อนแต่มากกว่าองุ่น ยับยั้งการแตกของเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ ช่วยในเรื่องเส้นเลือดตีบ กระตุ้นและส่งเสริมระบบการทำงานของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น…

สำหรับวิธีการทำเริ่มจาก นำผลมะหลอดที่สุกงอมมาล้างน้ำให้สะอาดทุกผล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็น หรือเสียขณะหมัก จากนั้นนำมาพักให้สะเด็ดน้ำ นำมาหมักโดยใช้ผลทุกผลจำนวน 10 กิโลกรัม น้ำตาลทรายแดง 10 กิโลกรัม ใส่ลงในถังปิดให้สนิท กันอย่าให้อากาศเข้า ตั้งในที่ร่มอากาศเย็น ถ่ายเทได้ดี ข้อสำคัญอย่าให้แดดส่องถึง เป็นเวลา 6 เดือน หรือถ้าจะให้ดีควรไว้ 10 เดือน

นายโอภาส  กลั่นบุศย์  รองอธิบดีกรมส่งเสริม สหกรณ์  พร้อมด้วยนายจำรูญวิทย์  จันนรานนท์ สหกรณ์ในพื้นที่ ตรวจเยี่ยมกลุ่มเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นสหกรณ์.นายโอภาส กลั่นบุศย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริม สหกรณ์ พร้อมด้วยนายจำรูญวิทย์ จันนรานนท์ สหกรณ์ในพื้นที่ ตรวจเยี่ยมกลุ่มเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การเป็นสหกรณ์.

…กรองเอาเฉพาะน้ำหัวเชื้อซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะปริมาณ 5 ลิตร น้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม น้ำผึ้ง 2 ขวด จากนั้นให้นำน้ำผึ้งและน้ำตาลมาต้มโดยเปิดไฟอ่อนๆเคี่ยวกระทั่งเดือด เสร็จแล้วนำไปใส่ในถังอัดลมความร้อน 80 ํc นำน้ำหัวเชื้อที่เตรียมไว้ใส่ต้มต่อ จากนั้นนำมากรอง แล้วนำน้ำตาลและน้ำผึ้งที่เคี่ยวไว้แล้วมาผสมในถังทำให้เข้ากัน ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น จึงนำมาใส่ขวดกลม ได้จำนวน 20 ขวด

จากผลสดที่รวบรวมรับซื้อจากสมาชิกกลุ่มในราคาลิตรละ 5 บาท หลังนำมาแปรรูปแล้วส่งขายกับชาวบ้านในพื้นที่ นักท่องเที่ยว รวมทั้งในแถบจังหวัดใกล้เคียง ในราคาขวดละ 170-200 บาท ส่งผลให้ปัจจุบันสมาชิกในกลุ่มมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 4,000-5,000 บาท/เดือน

สำหรับใครที่สนใจ สามารถกริ๊งกร๊างกันได้ที่โทร. 0-5369-8149, 08-1893-3649 ในวันเวลาที่เหมาะสม.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 26 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
โฆษณา

น้ำสลัดจากข้าวกล้อง กระเจี๊ยบ เมนูสุขภาพ เอาใจช่วง “เทศกาลเจ”

Published ตุลาคม 14, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/297722

12 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_297722

เมื่อ “สุขภาพ” เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมยุคนี้ต่างให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง ดังนั้น อาหารเพื่อสุขภาพจึงเป็นสิ่งที่หลายๆคนต้องการ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลถือศีล กินเจ ที่ละเว้น “เนื้อสัตว์” แต่เมนูส่วนใหญ่โดยรวมล้วน ทำมาจากแป้ง ถั่ว เป็นหลัก เมื่อ “เปิบ” เข้าไปปริมาณมากนอกจากอาการ “อึดอัด” โรค “อ้วน” อาจตามมาในเร็ววัน

ฉะนี้…เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ผศ.สุดาพร ทิมฤกษ์ ภาควิชาอาหารและโภชนาการ (อาหารไทย) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ (พระนครใต้) จึงคิดค้นสูตร “น้ำสลัดจากข้าว” ขึ้น

ผศ.สุดาพร และ คุณคณพล การไว ผู้ประสานงาน.ผศ.สุดาพร และ คุณคณพล การไว ผู้ประสานงาน.

ผศ.สุดาพร บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า ที่ผ่านมาการทำน้ำสลัด ส่วนใหญ่สูตรจะเป็นของต่างประเทศ ส่วนผสมอย่างหนึ่งก็คือ “ไข่” ที่บางรายกินแล้วจะมีปัญหาเรื่อง คอเลสเทอรอล เกิดอาการแพ้ จึงคิดว่าน่าจะมีทางเลือก แล้วเริ่มคิดค้นหาสูตรขึ้น โจทย์ที่วางไว้คือ ต้องเป็นเมนูสุขภาพ คุณค่าทางโภชนาการสูง เข้ากับช่วงเทศกาลเจ ต้นทุนไม่สูง สิ่งสำคัญต้องมี “ข้าว” เป็นส่วนผสมหลักในการทำ จากนั้นจึงทดลองหาความหนืดความข้นทั้งใน ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า กระทั่งมาลงตัวที่ ข้าวกล้องหอมมะลิต้มสุก

โดยขั้นตอนกรรมวิธีการทำ เริ่มแรกต้อง เตรียมส่วนผสมของน้ำสลัด ประกอบด้วย ข้าวกล้องหอมมะลิต้มสุก และ ข้าวต้มขาว อย่างละ 1 ถ้วยตวง น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 1 ถ้วยตวง น้ำมะนาว และ น้ำกระเจี๊ยบเข้มข้น การที่เลือกใช้ อาจารย์บอกว่า นอกจากสรรพคุณลดความดันโลหิต ความเหนียวข้นของเลือดให้ลดลง ช่วยรักษาโรคเส้นโลหิตแข็งเปราะได้ดี ละลายไขมันในเส้นเลือด

…ขับปัสสาวะและยังช่วยทำให้อาหารย่อยง่าย อีกทั้งยังได้สีสันที่เป็นธรรมชาติให้น่าลิ้มลองแล้วยังเพิ่มรสเปรี้ยว กลิ่นหอมเฉพาะช่วยตัดกลิ่นน้ำมันมะกอก อย่างละ 1 ถ้วย มัสตาร์ด 3 ช้อนโต๊ะ พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันสลัด (น้ำมันมะกอก) 1 ถ้วยตวง เครื่องบดไฟฟ้า

ส่วนผสมต่างๆ.ส่วนผสมต่างๆ.

น้ำปรุงกระเจี๊ยบ.น้ำปรุงกระเจี๊ยบ.

น้ำสลัดข้าวกล้องขาว.น้ำสลัดข้าวกล้องขาว.

ส่วนขั้นตอนกรรมวิธีการทำ เริ่มจากทำน้ำปรุงก่อน โดยใช้น้ำตาลทราย มัสตาร์ด เกลือ พริกไทยป่น ใส่รวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากันตามด้วยน้ำมะนาวเพิ่มรสให้จัดจ้านตั้งพักไว้ จากนั้นนำข้าวกล้องหอมมะลิต้มสุกใส่ในเครื่อง เติมน้ำมันมะกอก 1/2 ส่วน ปั่นให้เข้ากัน ใส่น้ำมันมะกอกที่เหลือตาม เสร็จแล้วใส่น้ำปรุง ปั่นกระทั่งมีความหนืดเป็นอันเสร็จ ได้น้ำสลัดข้าวกล้อง

ข้าวกล้องหอมมะลิที่ต้มเกือบเป็นโจ๊ก.ข้าวกล้องหอมมะลิที่ต้มเกือบเป็นโจ๊ก.

และสูตรน้ำกระเจี๊ยบ ขั้นตอนการทำน้ำปรุงจะใส่น้ำกระเจี๊ยบเพิ่ม ส่วนข้าวจะใช้ข้าวหอมมะลิต้ม (ขาว) แทน ซึ่งกรรมวิธีการทำจะเหมือนกัน เพียงแต่สูตรนี้จะไม่มีกลิ่นของน้ำมันมะกอก อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก เพราะนอกจากสีสันที่สวยแล้ว ยังมีกลิ่นหอมของกระเจี๊ยบช่วยเรียกน้ำย่อยได้ชะงัด

สำหรับใครที่สนใจ อาจารย์ฝากบอกมาว่า จะมีการเปิดอบรมให้ “ฟรี” ในเร็ววันนี้ จำนวนจำกัด สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 08– 1827–3702 ในวันเวลาที่เหมาะสม.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 12 ตุลาคม 2555, 05:00 น.

พิซซ่าไทยๆ..ถูกใจวัยรุ่น เพิ่มคุณค่า..อาหารจานด่วน

Published ตุลาคม 14, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/295917

5 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_295917

ผลิตภัณฑ์พิซซ่าไทย.

พิซซ่า..Pizza…เป็น อาหารอิตาเลียน และ ฟาสต์ฟู้ดประเภทหนึ่ง ซึ่งชาวอิตาเลียนเป็นผู้คิดค้น มีลักษณะเป็นแป้งแผ่นกลมแบนราดด้วยซอสมะเขือเทศแล้วทำให้สุกโดยการอบในเตาอบ..เมือง นาโปลี…ถือเป็นต้นกำเนิดของพิซซ่า ชาวเมืองนี้นิยมชมชอบและเป็น เอกลักษณ์ของพิซซ่านาโปลี…มีการแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน

คนเมืองบ้านเรา …เริ่มชื่นชอบ พิซซ่า เมื่อ 10-20 ปีที่ผ่านมา สาเหตุจาก  ภาวะทางสังคม การจราจรที่ติดขัด และ การเร่งรีบในการบริโภค… อาหารจานด่วนแบบนี้จึงมีความจำเป็น ซึ่งส่งผลให้เกิด สุขพลานามัยที่เลวร้าย และ  ขาดหลักทางโภชนาการที่ดี  เด็กๆรุ่นใหม่  กลายเป็นโรคอ้วน…

เสาวลักษณ์ อเนกวิโรจน์.เสาวลักษณ์ อเนกวิโรจน์.

ด้วยเหตุนี้เอง…น.ส.เสาวลักษณ์ อเนกวิโรจน์ บัณฑิตใหม่จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงมาคิดค้น สูตรทำพิซซ่าแบบไทยๆ…เพื่อให้ตรงกับ ความคุ้นเคยของคนไทย และ ใส่คุณค่าสารอาหาร ลงไปพร้อมกับวางจำหน่ายใน ราคาชาวบ้านเดินดินก็กินได้ อีกด้วย

น.ส.เสาวลักษณ์ บอกว่า ในการทำพิซซ่าแต่ละถาดวัตถุดิบประกอบด้วย…แป้งอเนกประสงค์ เกลือ ยีสต์ผง น้ำอุ่น และน้ำมันมะกอก เริ่ม ร่อนแป้งลงในชามผสมจากนั้นโรยเกลือด้านรอบนอกของแป้ง ใส่ยีสต์มาตรงกลาง แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นกดตรงกลางให้เป็นหลุม ใส่น้ำอุ่นทีละน้อย พร้อมด้วยน้ำมันมะกอก คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ปั้นเป็นก้อนกลม แล้วพักไว้ให้แป้งขึ้นฟูประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งสูตรนี้ได้เป็น 2 ก้อนสำหรับพิซซ่าถาดกลาง อย่าให้ยีสต์กับเกลือสัมผัสกันเพราะจะทำให้ยีสต์ตาย และแป้งไม่ขึ้นฟู…

ขั้นตอนการทำ.ขั้นตอนการทำ.

สิ่งที่เราใส่ลงไปเพิ่มเติมเพื่อฉีกสไตล์ไปอย่างสิ้นเชิงที่ว่า…อาหารประเภทนี้ มีแต่แป้งหนาๆ ท็อปปิ้งบางๆ โดยการใส่…ปลาหมึกตัวใหญ่ กุ้งลายเสือ หรือ กุ้งม้าลาย หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ นำมาโรยบนแป้งหนานุ่ม ก่อนไปอบในอุณหภูมิที่เหมาะสม เมื่อนำออกจากเตาจึง มีกลิ่นของชีส พริกไทย และส่วนประกอบอื่นๆ และ อาจกล่าวได้ว่าเป็นพิซซ่าที่มีท็อปปิ้งหนาที่สุดเท่าที่เคยบริโภคมา…

น.ส.เสาวลักษณ์บอกตอนท้ายว่า พิซซ่า…แบบไทยๆนี้…ถือเป็น การฉีกแนวอาหารยุคใหม่ ให้ถูกใจวัยรุ่นและถูกปากคนไทย โดยการทำออกมาเป็น รสชาติแกงเขียวหวาน แกงเผ็ดเป็ดย่าง หมูย่าง และอีกหลากหลายรสชาติ…!!!

แม้จะเป็นคนตัวเล็กๆคนหนึ่ง แต่อยากจะนำพิซซ่าแบบไทยๆนี้ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน…อยากทำเพื่อรองรับ ผู้บริโภคของทั้ง 10 ประเทศกับประเทศคู่ค้า หากโอกาสมาถึง ผู้สนใจไปชิมกริ๊งกร๊างไปที่ 08-7323-5937, 08-2335-5099 ตั้งแต่เวลาเช้าถึงค่ำ.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 5 ตุลาคม 2555, 05:00 น.

ผลิตผงซุปถั่วเหลืองทอง ต้อนรับเทศกาลถือศีล กินเจ

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/294148

28 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_294148

นำถั่วมาคั่วด้วยไฟอ่อนเพิ่มความหอม.

ปัจจุบันผู้คนในสังคมต่างหันมาใส่ใจสุขภาพ การกินอยู่กันมากขึ้น โดยเมื่อหลายวันก่อนทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” มีโอกาสเดินทางขึ้นเหนือไปจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมกับคณะทำงานของ กรมส่งเสริมสหกรณ์  เพื่อเยี่ยม กลุ่มเครือข่ายองค์กรสตรีชุมชนเข้มแข็งอำเภอปาย บ้านเมืองพร้าว หมู่ 1 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งที่นี่ชาวบ้านรวมกลุ่มเพื่อผลิตผักปลอดสาร ทำปุ๋ยหมัก น้ำยาล้างจาน และ ผงซุปถั่วเหลืองทอง ที่ขายดิบขายดีในเวลานี้…

นางอาภรณ์ แสงโชติ นายโอภาส กลั่นบุศย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายจำรูญวิทย์ จันนรานนท์ สหกรณ์ในพื้นที่.นางอาภรณ์ แสงโชติ นายโอภาส กลั่นบุศย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายจำรูญวิทย์ จันนรานนท์ สหกรณ์ในพื้นที่.

นางอาภรณ์ แสงโชติ ประธานกลุ่มเครือข่ายองค์กรสตรีชุมชนเข้มแข็งอำเภอปาย เล่าให้ทีมงานฟังว่า…ในพื้นที่อำเภอปาย พืชที่เพาะปลูกจะมีอยู่ 2 ชนิดคือ กระเทียมและถั่ว ซึ่งผลผลิตโดยรวมที่ได้นั้นเกษตรกรส่งขายให้พ่อค้าคนกลาง ราคานั้นขึ้นลงเพียงเล็กน้อย ซึ่งบางปีแทบไม่คุ้มทุน และจากการที่กลุ่มเราซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร จึงมีแนวคิดร่วมกันว่า หากชาวบ้านส่งวัตถุดิบขายก็จะมีรายได้เพียงปีละ 2 ครั้ง ดังนั้นถ้านำมาแปรรูปน่าจะช่วยเพิ่มมูลค่า รายได้ที่ดีกว่า

ดังนั้น  จึงไปขอคำปรึกษากับทาง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังได้สูตรการทำผงซุปถั่วฯแล้วจึงลองผิด ลองถูกกันอยู่พักใหญ่ ซึ่งตอนแรกให้สมาชิกไปใช้กันที่บ้านก่อน พอคนในหมู่บ้านที่เรานำไปแจกจ่าย บอกว่า “อร่อย” จึงเริ่มผลิตขายให้กับคนในหมู่บ้านในพื้นที่และใกล้เคียง

คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน.คลุกเคล้าทุกอย่างให้เข้ากัน.

…ผลปรากฏว่านับวันมียอดสั่งซื้อเข้ามามากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะถั่วเหลืองนั้นนอกจากมีคุณค่าโภชนาการทางอาหารสูง เรายังใช้วัตถุดิบที่ปลอดสาร เป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ไม่ชอบกินผงชูรส ไม่มีสารเคมี เนื้อสัตว์ ที่สำคัญราคาไม่แพงเพราะกลุ่มเราเอาแค่ “คนซื้อพอใจ คนขายอยู่ได้”….

สำหรับกรรมวิธีการผลิตนั้นไม่ยุ่งยาก สำหรับกรรมวิธีการผลิต เริ่มแรกนำถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม ไปแช่หมักไว้ 1 คืน ตักขึ้นมาพักให้เสด็จน้ำ แล้วนำไปคั่วให้กรอบ เราจึงนำมาบดให้ละเอียดเป็นผง จากนั้นใส่น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม แป้งข้าวเจ้า 1 ขีด เกลือ 3 ช้อนโต๊ะ

ผงซุปถั่วเหลืองทองที่กลุ่มส่งจำหน่าย.ผงซุปถั่วเหลืองทองที่กลุ่มส่งจำหน่าย.

นำทุกอย่างมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นบรรจุใส่ถุงปริมาณ 2.5 กรัม จากสูตรทั้งหมดได้ 7 ซอง ขายในราคาซองละ 25 บาท สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 1 ปี วันหนึ่งเราจะผลิตตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งเข้ามา ยิ่งช่วงเทศกาล “ถือศีล กินเจ” จะผลิตส่งกันแทบไม่ทัน โดยแหล่งส่งจะมีอยู่ทั่วไป อาทิ พิษณุโลก อุดรธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ สงขลา โดยตลาดหลักอยู่ที่อำเภอปาย

สำหรับใครที่สนใจสามารถกริ๊งกร๊างสอบถามกันได้ที่โทร. 0–5369–8149, 08–1893–3649 ในวันและเวลาที่เหมาะสม.
เพ็ญพิชญา  เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 28 กันยายน 2555, 05:00 น.

แปรรูปไพล..เป็นน้ำมันเหลือง ปัดฝุ่นยาไทย-จีนสู่แผนปัจจุบัน

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/292477

21 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_292477

สิริรัตน์ แสงพยัพ

ไพล…เป็นพืชลงหัวมี เหง้าใหญ่เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอม ใบเรียวยาว มี โอสถสารที่ เป็นยาในเหง้าแก่จัด มีน้ำมันหอมระเหย…สมัยก่อนรุ่น…ปู่สังกะสา ย่าสังกะสี มีการใช้ไพลเพื่อเป็นยา…จะต้องนำมาทุบให้ละเอียด หรือฝนให้เป็นแผ่นแล้วนำไปโปะตามตัวเพื่อรักษาผู้ป่วย

…การปลูกไพลสามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด หรือ เหง้าปลูกกลางแจ้ง จนถึงมีแสงแดดพอควร โดย เหง้าเมื่อแก่จัดอายุประมาณ 2-3 ปี ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ก็มีการปลูกกันเป็นจำนวนมาก กลายเป็น สินค้าล้นตลาด ส่งผลให้ราคาตก…

ขั้นตอนการทำขั้นตอนการทำ

ทาง กลุ่มแม่บ้านวัดเชิงเขา…ถนนเทศบาล 1 ต.ปากเพรียว อ.เมืองสระบุรี โดยทาง คุณป้าสิริรัตน์ แสงพยัพ อายุ 63 ปี ประธานกลุ่ม แม่บ้าน ได้สร้างวิกฤติเป็นโอกาส นำ ไพล มาผลิต เป็น น้ำมันเหลืองเมื่อปี พ.ศ.2547 โดยได้ศึกษาหาความรู้มาจากรุ่นพี่ที่เป็นอาจารย์…มหาวิทยาลัยมหิดล และ โรงพยาบาลศิริราช แนะนำ สูตรการ ผลิตน้ำมันเหลือง มาให้ ทดลองทำจนเป็นผลสำเร็จ…

ขั้นตอนการทำเริ่ม จากนำ ไพลล้างให้สะอาด วางทิ้งให้แห้งแล้วจึงนำมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ นำใส่กระทะใช้ไฟอ่อนๆ ใส่ไพลลงไปทอด ให้เหลืองแล้วยกลง…ก่อนใช้ หัวยาจีน ประกอบด้วย เกล็ดสะระแหน่, พิมเสน, การบูร ฯลฯ มาผสม ให้เข้ากันผสมคน ให้ละลายเป็นเนื้อ เดียวกัน จนเป็นน้ำใส จากนั้นเติม สูตรยาไทยโบราณ เช่น กานพลู และ สมุนไพรอีก 8 ตัว (ขอปิดเป็นความลับ) มาสกัดให้เป็นน้ำ…ก่อนจะเก็บไว้ใน ภาชนะปิดมิดชิดประมาณ 1 เดือนเป็นอย่างน้อย แล้วจึงมาผสมปรับสูตรให้เข้ากันก่อนจะบรรจุขวด โดยมีเจ้าหน้าที่ ศูนย์การแพทย์แผนโบราณจังหวัดลพบุรีมาช่วยเหลือ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามใช้ง่ายและพกพาสะดวก

ผลิตภัณฑ์น้ำมันเหลืองผลิตภัณฑ์น้ำมันเหลือง

ประธานกลุ่มแม่บ้านวัดเชิงเขา บอกอีกว่า เมื่อทดลอง ใช้ทาแก้ปวดเมื่อย แมลงสัตว์กัดต่อย กวาดคอแก้ไอ ทาริดสีดวงแก้ปวด ฯลฯ มีวางขายกันตามตลาดนัดทั่วไป กระทั่งในปีต่อมาจึงได้รับ ใบอนุญาตยาแผนโบราณ จาก กระทรวง สาธารณสุข จึงขยายตลาดออกไปได้เรื่อยๆ และ ยืนหยัดได้ด้วยฝีมือตนเอง ในปี พ.ศ.2549 ได้รับ รางวัลโอทอปดีเด่นของจังหวัดสระบุรี และล่าสุด  ปี พ.ศ.2553 ก็ ได้รับใบรับรองจากฮาลาล สามารถส่งออกไป จำหน่ายต่างประเทศได้…โดยเฉพาะในช่วงที่จะมีการประกอบพิธีฮัจญ์ ชาวมุสลิมได้สั่งออเดอร์เพื่อพกพาไปใช้ระหว่างเดินทางจำนวนมาก

ณ วันนี้ทางกลุ่มมี สมาชิก 13 คน ผลิตได้วันละ 1,000 ซีซี และได้ขยายพื้นที่รับสมาชิกเพิ่มขึ้น คาดว่าจะผลิตได้ถึง วันละ 10,000 ซีซี ในอนาคตอันใกล้นี้ สนใจผลิตภัณฑ์ หรือต้องการไปชมก็แวะไปที่ กลุ่มแม่บ้านวัดเชิงเขา กริ๊งกร๊าง 0-3623-0834, 08-1241-5747 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 21 กันยายน 2555, 05:00 น.

แปรรูปน้ำยางพารา สู่ “ตุ๊กตาแฟนซี” เสริมรายได้

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/290769

14 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_290769

ได้รูปแบบแล้วเก็บด้วยสีให้เรียบร้อยสวยงาม.

แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะมีพื้นที่ปลูก “ยาง พารา” เพิ่มมากขึ้น และมีผลิตผลที่นำรายได้เข้าสู่ประเทศเป็นอันดับต้นๆ แต่การซื้อขายโดยรวมนั้นเป็นไปในรูปของยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง มากกว่าแปรรูป และเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าที่หลากหลาย สถาบันวิจัยยาง กรมวิชา การเกษตร จึงจัด “โครงการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ ความรู้ด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพารา” ขึ้น

ปั่นน้ำยางกับส่วนผสมต่างๆ.ปั่นน้ำยางกับส่วนผสมต่างๆ.

นายสุจินต์ แม้นเหมือน ผู้อำนวยการสถาบัน วิจัยยางฯ บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า นับวันผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ได้จากน้ำยางพาราจะได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น และเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกยางเกิดความเข้มแข็ง มีการสร้างงาน สามารถช่วยเหลือตัวเอง เกิดรายได้ที่มั่นคง ศูนย์วิจัยยางหนองคาย จึงร่วมกับ ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี  จัดให้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูป พร้อมทั้งสาธิตผลิตภัณฑ์จากยางพาราขึ้นให้กับเกษตรกรกลุ่มแม่บ้านที่สนใจ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคการผลิตที่นอนฟองน้ำ เบาะรองนั่ง อาสนะฟองน้ำยางพารา รวมทั้ง ตุ๊กตาแฟนซี

เทลงเบ้าปูน รอกระทั่งเซตตัวจึงแกะออก.เทลงเบ้าปูน รอกระทั่งเซตตัวจึงแกะออก.

สำหรับขั้นตอนไม่ยุ่งยากนัก โดยเริ่มจากการทำเบ้าปูนปลาสเตอร์ตามรูปแบบที่เราต้องการ จากนั้นมาถึงขบวนการผลิต เริ่มจากปั่นน้ำยางให้เกิดฟองตามต้องการด้วยเครื่องตีฟอง พร้อมกับเติมสารเตรียมสารเทอริค 16 เอ 16 ให้เป็นสารละลาย 10% ด้วยน้ำ โดยใช้เทอริค 10 กรัมและเติมน้ำ 90 กรัม ใส่สารเคมีตามสูตรที่ทีมงานคิดค้นไว้แล้วลงไปตามลำดับพร้อมทั้งปั่นส่วนผสมตลอดเวลา

โดยใช้เครื่องกวนความเร็วรอบต่ำประมาณ 30 รอบต่อนาที เพื่อให้น้ำยางผสมเข้ากับสารเคมีอย่างทั่วถึง กระทั่งน้ำยางเริ่มเกิดฟอง ให้เทส่วนผสมลงในเบ้าพิมพ์แล้วทิ้งให้เซตตัว แล้วนำไปทำให้คงรูปโดยการอบหรือนึ่งด้วยไอน้ำในเวลาที่เหมาะสม เสร็จแล้วนำชิ้นงานออกจากเบ้าพิมพ์และนำไปล้างสารเคมีที่ตกค้างออก แล้วจึงนำไปอบหรือผึ่งให้แห้ง จากนั้นนำไปตกแต่งผลิตภัณฑ์และตกแต่งสีให้สวยงาม เพียงเท่านี้ก็จะได้ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา ซึ่งสามารถทำขายได้ตลอดในช่วงเทศกาลต่างๆ

ตุ๊กตาแฟนซีจากน้ำยางพารา.ตุ๊กตาแฟนซีจากน้ำยางพารา.

สำหรับกลุ่มแม่บ้านใดที่สนใจสามารถเข้าอบรมได้ฟรี ที่งานมหกรรมยางทั่วไทย ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นที่ศูนย์วิจัยพืชไร่อุบลราชธานี อำเภอสว่างวีระวงศ์ จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 19–21 กันยายน 2555 นี้ สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0–2579–1576 ในวันและเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 14 กันยายน 2555, 05:00 น.

ไก..สาหร่ายบ้านหนองบัว อาหารแปรรูปที่ทรงคุณค่า

Published กันยายน 28, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/289073

7 กันยายน 2555, 05:00 น.
Pic_289073

ผลิตภัณฑ์สาหร่ายไก.

ชุมชนบ้านหนองบัว…หมู่ 5 ต.ป่าคา อ.ท่าวังผา จ.น่าน บรรพบุรุษของคน ที่นี่สืบเชื้อสายมาจาก…ชาวไทลื้อ แคว้นสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ประเทศจีน…เมื่ออพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ยังได้นำ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ วัฒนธรรมที่ดีงาม มาสร้างไว้ให้ อย่างเช่น วัดหนองบัว สถาปัตยกรรมแบบไทลื้อที่ สวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะ รวมทั้ง ประเพณีกำเมือง เป็นประเพณีเลี้ยงเทวดาหลวง หรือ เจ้าหลวงเมืองล้า…

กรมการพัฒนาชุมชน โดย อธิบดีประภาศ บุญยินดี…ไม่อยากที่จะปล่อยให้ วัฒนธรรมอันดีงามสูญสิ้น ไป…จึงเข้าไป ช่วยเหลือพัฒนาให้อยู่อย่างยั่งยืน พร้อมกับจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและพาสื่อมวลชนสัญจรไปดู “ความมหัศจรรย์บ้านหนองบัว” เมื่อไม่นานมานี้

โดยจัดให้ บ้านหนองบัวเป็นหมู่บ้าน OTOP ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ คือ ผ้าทอไทลื้อลายน้ำไหล และ สาหร่ายไก จากแม่น้ำน่านที่มี …คุณค่าทางโภชนาการ มีการผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบ…

ไก…เป็นสาหร่ายน้ำจืดสีเขียว สกุล Cladophora ชื่อพื้นเมืองมีหลายชื่อ ได้แก่ ไกเหนียว หรือ ไกค้าง, ไกเปื้อย, ไกต๊ะ, สาหร่ายไก, สาหร่ายไคร, ไกค่าวเตา มีสีเขียวเข้ม ลักษณะยาวไม่แตกแขนง เนื้อไม่ฟู ความยาวประมาณ 2 เมตร พบทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะแถบแม่น้ำน่าน ใน อ.ท่าวังผา จ.น่าน และแม่น้ำโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ซึ่งพบในช่วงฤดูหนาวจนถึงฤดูร้อนระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคมของทุกปี

ขั้นตอนการแปรรูป.ขั้นตอนการแปรรูป.

ทางคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลวิทยาเขตน่าน ได้นำไปทดลองวิจัย ซึ่งพบว่ามี ประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยให้ โปรตีนสูงกว่าเนื้อปลา มีวิตามิน และ เกลือแร่อยู่กว่า 18 ชนิด อีกทั้งมีสารต้านมะเร็ง และมี กากใยอาหารสูง กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านหนองบัว …จึงเกิดความคิดที่จะนำมาแปรรูปเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้แก่ครอบครัว และอนุรักษ์อาหารพื้นบ้าน

โดย นางศิริพร คำหว่าง ประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรหนองบัว บอกว่า สาหร่ายชนิดนี้สามารถ นำมารับประทานได้ และชาวบ้านนิยมนำมา ยำใส่ปลาทู มะเขือเปราะกินกันสดๆ และ ยังสามารถนำมาปรุงเป็นห่อนึ่ง ได้ นำมาแปรรูปผลิตอาหารแปรรูปจากสาหร่ายไกได้กว่า 14 ชนิด อย่างเช่น สาหร่ายแผ่นทรงเครื่อง สาหร่ายเลิศรสไกยี, ห่อหมกไก, ข้าวตังหน้าไก, น้ำพริกไก, คุกกี้ไก, กรอบเค็มกะหรี่ปั๊บ และ ผสมกับน้ำพริก ฯลฯ

ศิริพร คำหว่างศิริพร คำหว่าง

…สำหรับขั้นตอนการผลิตไก เพื่อนำมาแปรรูป โดยเก็บสาหร่ายไกสดจากแม่น้ำ มาคัดแยกเศษ หิน ดิน ทราย และสิ่งแปลกปลอมอื่นๆออกให้หมด จากนั้นนำมา ล้างน้ำให้สะอาดประมาณ 10 ครั้ง แล้วฉีกเป็น ฝอยๆก่อนจะนำไปวางบนตะแกรง นำไปตากแดดจนแห้ง จึงนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้…

ปัจจุบันทาง กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้พัฒนาชุด เครื่องมือแปรรูปอาหารจากสาหร่ายไก ขึ้น โดย เครื่องมือแปรรูปฯ ดังกล่าวประกอบด้วย 4 ส่วนคือ เครื่องล้าง เครื่องปั่น เครื่องร่อน และ เครื่องย่าง ซึ่งเมื่อนำมาใช้งานแล้ว พบว่าสามารถช่วยเพิ่มปริมาณไก ให้ผลิตสินค้าได้มากขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน…ไกเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวที่มีอยู่ในเขตอำเภอท่าวังผา ซึ่งเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ใครสนใจไปชิมไปชมผลิตภัณฑ์ได้ที่ กลุ่มแปรรูปอาหารจากสาหร่ายน้ำจืด (ไก)บ้านหนองบัว หรือกริ๊งกร๊างไปได้ที่ประธานกลุ่มฯ 08-7188-4109, 0-5475-5429 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 7 กันยายน 2555, 05:00 น.

ไส้อั่วปลา แซบเวอร์ เพื่อสุขภาพ เสริมสมุนไพร

Published กันยายน 1, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/287409

31 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_287409

 

ไส้กรอกเวียนนาและไส้อั่วจากปลา.

ปัจจุบันเมื่อผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในผู้คนรอบข้างกันมากขึ้น ส่งผลให้เมนู “อาหารเพื่อสุขภาพ” ผุดขึ้นมาอย่างหลากหลาย แล้วแต่ใครจะคิดค้นหาสูตรมาเอาใจกลุ่มผู้เปิบ ไม่ว่าจะเป็น ผลไม้น้ำมิกซ์ เครื่องดื่มธัญพืช ข้าวกล้องสมุนไพร และอื่นๆอีกสารพัดที่จะจัดวางเรียงขึ้นสำรับอาหาร  รวมทั้ง  “ไส้อั่วปลา” ที่ ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์ พร้อมด้วย ดร.ดวงพร อมรเลิศพิศาล ดร.เกรียงศักดิ์ เม่ง-อำพัน อาจารย์จากคณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันคิดค้นสูตร

 

ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์ดร.ธนนันท์ ศุภกิจจานนท์

ดร.ธนนันท์ เปิดเผยกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า เนื่องจากในช่วงหนึ่ง เกษตรกรที่รวมกลุ่มเลี้ยงปลานิลขนาดใหญ่ในเขตภาคเหนือ ซึ่งมีสมาชิก 2,000 ครอบครัว มีผลผลิตจากการเลี้ยงปลาปีละกว่า 1,000 ตัน ประสบปัญหา ต้องแบกรับภาระต้นทุนอาหารสำเร็จรูปที่แพงขึ้น แต่กลุ่มผู้บริโภคมีกำลังซื้อลดลง ซึ่งหลังจากที่คณะทีมงานฯนำเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงปลาหนังลูกผสมเนื้อขาวมาถ่ายทอดแล้ว 

…และ เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพ ทำให้เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ ทีมงานจึงคิดค้นสูตรการแปรรูป ทั้ง ไส้กรอกเวียนนา  ไส้อั่ว และอีกหลายหลากเมนู เป็นการเพิ่มมูลค่าอีกทั้งช่วยให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น…

 

ในส่วนของขั้นตอนการผลิต ไส้อั่วปลานั้นไม่ยุ่งยาก เริ่มจากเตรียมวัตถุดิบซึ่งประกอบด้วย ปลานิลสด เกลือแกง 15 กรัม น้ำปลาแท้ 15 กรัม ผงชูรส 8 กรัม น้ำตาลทราย 8 กรัม พริกแกง 100 กรัม ใบมะกรูดหั่นฝอย 40 กรัม ตะไคร้หันฝอย 100 กรัม และเครื่องแกง พริกแห้ง 70 กรัม ข่า 15 กรัม ผิวมะกรูด 30 กรัม ตะไคร้ 80 กรัม กระเทียม 50 กรัม หอมแดง 80 กรัม กะปิ 30 กรัม ไส้หมูล้างสะอาด 

เริ่มแรก นำปลานิลมาแล่เนื้อ นำปลานิลสดมาล้างทำความสะอาด ขอดเกล็ด แล่เอาเฉพาะเนื้อ นำมาสับหรือบดหยาบ 1 ครั้ง ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดทั้งเครื่องปรุงหยาบซึ่งจะช่วยเพิ่มกลิ่นกับรสชาติ พร้อมพริกแกง กับเนื้อปลาที่เตรียมไว้ ทำการนวดผสมให้เข้ากัน ถ้าต้องการให้เหนียวฟูหลังนวดเสร็จควรตี ซึ่งหากทำในครอบครัวที่ดีที่สุดก็คือการยกตีกับพื้นที่เราใช้นวดหลายๆครั้ง เสร็จแล้วบรรจุใส่ไส้ที่เตรียมไว้ แล้วผูกไส้กรอกเป็นท่อน ประมาณ 5-6 นิ้ว เพื่อให้ง่ายเวลานำไปทอดหรือย่าง ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิที่พอเหมาะเพื่อให้เครื่องเทศมีกลิ่นหอม เนื้อปลาสุกกำลังดี….

 

เครื่องปรุงพริกแกง ปลาที่บดหยาบ และคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนอัดเป็นแท่ง.เครื่องปรุงพริกแกง ปลาที่บดหยาบ และคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก่อนอัดเป็นแท่ง.

แนะนำผลิตภัณฑ์ในงาน แนะนำผลิตภัณฑ์ในงาน “ไทยแลนด์ รีเสิร์ช เอ็กซโป 2012” เพื่อให้ผู้เข้าชมงานนำไปใช้ประโยชน์.

…สูตรดังกล่าว ได้มีการถ่ายทอดให้กับกลุ่มแม่บ้านที่สนใจ รวมทั้งสหกรณ์ประมงพาน อ.พาน  จังหวัดเชียงรายด้วย ซึ่งที่ผ่านมาผู้อบรมหลายรายได้นำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้เสริม แม่บ้านบางกลุ่มยังบอกอีกว่า สามารถโกยเม็ดเงินเป็นกอบเป็นกำดียิ่งกว่าการขายปลาสด เพราะหากปลาที่นวดตีแล้วทำไส้กรอกไม่หมดยังสามารถนำไปทำเป็น หมกหลาม ทอดมัน ขายกันได้อีกด้วย… 

สำหรับใครที่สนใจ สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อไม่จนเงินใช้ในช่วงภาวะเศรษฐกิจยุคนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่โทร.08–1453–5683, 08–1883–7925 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

 

เพ็ญพิชญา เตียว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 31 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

บ้านหัวอ่าว…ลดต้นทุนเคมีผลิตฮอร์โมนและปุ๋ยใช้เอง

Published กันยายน 1, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/285682

24 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_285682

ผลิตภัณฑ์ฮอร์โมนเร่งตาดอก.

ชุมชนบ้านหัวอ่าว ต.บางช้าง อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็น แหล่งผลิตไม้ผลหลายชนิด เช่น มะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ อีกทั้งจำหน่ายต้นพันธุ์ รวมไปถึงการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ…

กลุ่มเกษตรกรทำสวนผลไม้ และ สมาชิกกลุ่มสตรี ต.บางช้าง จึงได้ร่วมกันจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบ้านหัวอ่าว ขึ้น โดยมี นางประหยัด ปานเจริญ เป็นประธานศูนย์ฯ โดยวางแนวคิดที่จะ ลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร พร้อมกับ รณรงค์ลดการใช้สารเคมี เพื่อเป็นการ ฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศวิทยา ตลอดจนต้องการ สร้างจิตสำนึกให้ชาวบ้าน ในชุมชนแห่งนี้ เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา มีการ ใช้สารเคมีกันอย่างฟุ่มเฟือย และส่งผลให้ เกิดปัญหาทั้งสารตกค้าง และ การเจ็บป่วยของสมาชิก ตามมาในที่สุด

ประหยัด ปานเจริญ.ประหยัด ปานเจริญ.

นางประหยัด บอกว่า ทางกลุ่มสตรี…ได้แนะนำให้ชาวชุมชนไม่ให้ใช้ สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และ ผลิตสารชีวภาพ ออกมาใช้แทน ซึ่งทำให้ สุขภาพของทุกคนดีขึ้น นอกจากนี้ยัง ลดการใช้ปุ๋ยเคมี และ ผลิตฮอร์โมนเร่งตาดอก ของผลไม้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการกระตุ้นให้ไม้ผลสามารถออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี

…สำหรับสูตรการ ผลิตฮอร์โมนเร่งตาดอก นั้น วัตถุดิบประกอบด้วย ไข่ไก่สด 5 กิโลกรัม (ชั่งกิโลประมาณ 7-9 ฟอง), กากน้ำตาล 5 ลิตร, ลูกแป้งข้าวหมาก 1-2 ลูก นมเปรี้ยว 1 ขวด และ โยเกิร์ต 1 ขวด เมื่อได้ครบแล้วให้นำไข่ไก่สดใส่ถังเครื่องปั่น (ทั้งเปลือก) จากนั้น นำไปเทใส่ถังน้ำ 20 ลิตร เติมกากน้ำตาลลงไป คนให้เข้ากัน ตามด้วยแป้งข้าวหมากที่บดละเอียดแล้วใส่นมเปรี้ยว และ โยเกิร์ตลงไป จากนั้นทำการคลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นก็ทิ้งไว้ อย่างน้อย 7-15 วัน หรือ 1 เดือน ก็จะมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ก่อนการใช้ให้สังเกตว่าฮอร์โมนไข่ที่หมักนั้นหนืดหรือเหลว ถ้า หนืดให้นำน้ำมะพร้าวอ่อนเติมลงไปแล้วจึงตวงออกมาใช้…

วัตถุดิบที่ใช้วัตถุดิบที่ใช้

ส่วนวิธีใช้และอัตราใช้ ให้นำหัวเชื้อ 20-30 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ผสมกันแล้วฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้น ช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน ใช้ได้ทั้งไม้ประดับประเภทดอกจะออกดอกดี ไม้ประเภทใบ จะได้ใบสีจัดขึ้น ส่วนนาข้าวให้ ช่วงก่อนออกรวงจะช่วยให้ออกรวงดี และไม้ผลใช้เพื่อสะสมสารอาหารกลุ่มซี หรือใช้สลับกับสูตรเปิดตาดอกปกติ ก็จะช่วยให้ออกดอกดีขึ้น

…สูตรผลิตฮอร์โมน ชนิดนี้ก็เป็นผลผลิตที่ดี นอกจากใช้เองแล้ว ยัง จำหน่ายให้กับชุมชนใกล้เคียง ด้วย โดย ทางกลุ่มก็ไม่ได้หวงวิชา และ จัดสอนให้ฟรี หากมีผู้สนใจมาชม ล่าสุดทาง บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เห็นพวกเราทำงานดี จึงจัดโครงการ ชีวิตดี ชุมชนดี กับทรูมูฟเอช 3G+ นำโทรศัพท์มือถือ และ เครื่องมือสื่อสารในการถ่ายทอดเครือข่ายการเรียนรู้ มามอบให้ฟรีๆอีกด้วย…

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 24 สิงหาคม 2555, 05:00 น.

พัฒนาอาหารจากไหม จากเมนูพื้นบ้าน…สู่สากล

Published กันยายน 1, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/283992

17 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
Pic_283992

พายไหมทอง พายลูกหม่อน.

การปลูกหม่อนเลี้ยงไหมเกิดขึ้นมาหลายพันปี ควบคู่กับการ “เปิบ” ตัวหนอนไหม ที่ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งแล้วแต่ว่าประเทศใดจะแปรรูปออกมาแบบไหน แตกต่างกันไป เพียงแต่เน้นให้รสชาติเด็ดสะระตี่ถูกปากถูกใจกันเท่านั้น อย่างในบ้านเราก็มีทั้งทอด ยำ กินสดคู่น้ำพริก และเพื่ออินเทรนด์เข้ากับยุคสมัย นายวิสุทธิ์ สุภานันทร์ และ นางสาวกิจติกาญจน์  ไพรสาร นักศึกษาสาขาอาหารและโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น จึงคิดเมนู “พายไหมทอง พายลูกหม่อน” ขึ้น โดยมีอาจารย์อนุพรรณ สุขสมบูรณ์ คอยให้คำปรึกษา

นายวิสุทธิ์ เปิดเผยกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า หลังจากที่ทางทีมเราได้รับโจทย์จากคณะทำงานจัด การแข่งขันการทำอาหารจากหม่อนไหมฯ ซึ่งจัดขึ้นที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี โดย กรมหม่อนไหม ว่าให้คิดเมนูที่ใช้หม่อนไหมมาเป็นวัตถุดิบ ประกอบกับที่บ้านเปิดร้านเบเกอรี่อยู่แล้ว จึงคิดว่าการทำพายไหมทอง พายลูกหม่อนที่เวลานี้ยังไม่มีที่ไหนคิดเมนูกัน น่าจะเหมาะที่สุด ซึ่งสูตร ส่วนผสมนั้นได้ประยุกต์ มาจากที่ได้เรียนมา

นายวิสุทธิ์ สุภานันทร์ และนางสาวกิจติกาญจน์  ไพรสาร.นายวิสุทธิ์ สุภานันทร์ และนางสาวกิจติกาญจน์ ไพรสาร.

สำหรับขั้นตอนวิธีการ แสนจะง่าย เริ่มแรกต้องทำ “แป้งพาย” เตรียมไว้ก่อน ซึ่งส่วนผสมจะใช้แป้งขนมปัง 450 กรัม แป้งอเนกประสงค์ 450 กรัม น้ำตาลทราย 50 กรัม เกลือ 10 กรัม มาการีน 80 กรัม น้ำเย็นจัด 500 กรัม เนยเบเกอร์พัพ 500 กรัม จากนั้นนำทั้งหมดมาคลุกเคล้านวดกระทั่งเข้ากัน แบ่งแป้งปั้นเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับห่อพักไว้

…เสร็จแล้ว ทำไส้ โดยส่วนผสมประกอบด้วยดักแด้ 200 กรัม พริกเผา 30 กรัม หอมใหญ่หั่น 200 กรัม เผือกหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 200 กรัม เกลือ 1 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1 1/2 ช้อนชา พริกไทยอ่อน 20 กรัม น้ำตาลทราย 30+1 ช้อนโต๊ะ แป้งข้าวโพด 20 กรัม น้ำเปล่า 30 กรัม น้ำมันผัด 20 กรัม ใบหม่อน 20 กรัม

ส่วนวิธีทำ นำดักแด้ลวกน้ำอุ่นพอสุก แล้วนำมาผัดพริกเผาใส่น้ำมันผัดคลุกเคล้าให้เข้ากันทิ้งไว้ 30 นาที เพื่อให้พริกเผาซึมเข้าเนื้อ เสร็จแล้วเทน้ำมันลงกระทะ พอเริ่มร้อนให้เจียวหอมพอสุก เติมเผือกผัดจนนิ่มตามด้วยพริกเผาที่เหลือคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นเอส่วนที่ผสมก่อนหน้ามาผัดจนกระทั่งสุก เติมเครื่องปรุงอื่นๆที่เหลือตามผัดให้เข้ากันโดยใช้ไฟปานกลาง

อธิบดีกรมหม่อนไหม ยังต้องแวะชิม.อธิบดีกรมหม่อนไหม ยังต้องแวะชิม.

จากนั้นละลายแป้งกวนหรือจะใช้แป้งข้าวโพดผัดให้เข้ากัน ซอยใบหม่อนหยาบๆ นำไปทอดพอสุกทิ้งไว้ให้เย็นแล้วมาคลุกกับไส้ นำมาห่อไส้กะให้พอดี ปิดแป้งให้สนิทใช้ส้อมกดมุมขอบ แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิประมาณ 200-225 องศาเซลเซียส จนกระทั่งสุก แต่ถ้าต้องการให้กรอบ อาจลดอุณหภูมิในการอบลง โดยจะอบที่อุณหภูมิประมาณ 300 องศาฟาเรนไฮต์ (150 องศาเซลเซียส) อบจนกระทั่งกรอบดังต้องการ เป็นอันเสร็จพร้อมเสิร์ฟ…

ส่วนใครที่ละเว้นเนื้อสัตว์ ทางทีมงานยังเผยสูตรการทำแยมลูกหม่อนมาให้ โดยส่วนผสมจะใช้ลูกหม่อน 250 กรัม น้ำเปล่า 250 กรัม เกลือ 10 กรัม น้ำตาล 250 กรัม แป้งกวนไส้ 100 กรัม มาการีน 150 กรัม นำทั้งหมดมากวนให้เข้ากัน โดยใช้ไฟปานกลาง สังเกตพอเซตตัวจึงใส่มาการีน เสร็จแล้วพักไว้ให้เย็นจะใส่กระปุก พร้อมเปิบได้ทุกเวลาที่ท้องร้อง

สำหรับใครที่สนใจทำไว้กิน หรือจะขายเพิ่มรายได้เข้ากระเป๋ากริ๊งกร๊างรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่ โทร.08–3662–9870 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 17 สิงหาคม 2555, 05:00 น.
%d bloggers like this: