ทำได้ไม่จน

All posts tagged ทำได้ไม่จน

ดองผักกาดเจ..ไร้สารพิษ พัฒนาจากเมืองโอ่งสู่ฮาลาล

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/299479

19 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_299479

อุดม ใจเย็น

ห้วงเทศกาลกินเจ…ผลผลิตจาก “ผัก” …จึงเป็น อาหารที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผักกาดดอง” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงมาก ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เข้าร่วมงานเทศกาลนี้…

การทำผักกาดดอง…จึงจำเป็นจะต้อง ปลอดภัยกับผู้บริโภค ทางภาครัฐได้กำหนดการควบคุมระบบการผลิตผักกาดดอง…ให้มีคุณภาพดี สะอาด อีกทั้ง ไม่ปล่อยมลพิษจากกระบวนการผลิต…

…กลุ่มเกษตรกรชาวเมืองโอ่ง… จ.ราชบุรี ซึ่งมีพื้นที่ปลูกผักกาดเป็นจำนวนมาก  จึงใช้โอ่งที่สร้างจากภูมิปัญญาชาวบ้านจากอดีตมาถึงปัจจุบัน นำมาดอง…ผักกาดไร้สารพิษ ออกวางจำหน่าย

กระบวนการผลิตกระบวนการผลิต

…นายอุดม ใจเย็น อายุ 50 ปี เกษตรกรปลูกผักกาด อยู่ที่ ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี บอกว่า เมื่อก่อนปลูกผักออกมาแล้วขายไม่หมด บางครั้งก็ไม่ได้ราคาเท่าไร จึงหันมาแปรรูปผลิตเป็น…ผักกาดดองจำหน่าย ได้เริ่มการดองผักในปี พ.ศ.2530 ช่วงแรกบริหารงานการ ผลิตผักกาดดองเป็นแบบกิจการในครัวเรือน มีสมาชิก 10 ครอบครัว ด้วยการดองในโอ่ง จากนั้นนำใส่ในถังหรือปี๊บส่งขายในตลาดราชบุรี จนมาถึงในปี พ.ศ.2547 ได้นำเครื่องจักรเข้ามาช่วย และ จัดตั้งรวมกันเป็นกลุ่มแม่บ้าน มีรูปแบบการจดทะเบียน…ตราแม่บ้านผักกาดดอง

สำหรับวัตถุดิบคำนวณจาก ผักกาดเขียวปลี 1 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะการเตรียมน้ำเกลือ เกลือป่น 75 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ดังนั้น ผลผลิตจึงต้องขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศเป็นสำคัญ หากเกิดภัยธรรมชาติย่อมจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิต และอาจส่งผลต่อต้นทุนของวัตถุดิบด้วย

ส่วนวิธีการดองก็ทำแบบง่ายๆ ล้างผักกาดเขียวให้สะอาด แกะเป็นกาบๆเอาไปผึ่งพอเหี่ยว แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเกลือและน้ำตาลให้ทั่ว ก่อนจะต้มน้ำเกลือให้เดือด ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เรียงผักใส่ภาชนะเติมน้ำเกลือให้ท่วม กดผักให้จมแล้วปิดฝาให้สนิท ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วัน จึงนำออกมารับประทานได้ ถ้าต้องการ ดองเปรี้ยวให้ใส่น้ำส้มสายชู 1 ถ้วย ใช้เวลาดอง 1-2 วัน เท่านี้ก็จะได้ผักกาดดองเจ…ก็นำออกวางจำหน่ายได้

ผลิตภัณฑ์ผักกาดดองเจผลิตภัณฑ์ผักกาดดองเจ

ผักกาดดองตราแม่บ้าน เลือกใช้กลยุทธ์ผู้นำด้านต้นทุน…ปรับ ปรุงและควบคุมกระ-บวนการการผลิตการดำเนินงาน เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้า รวมทั้งทำให้ผลิตสินค้าได้มากขึ้น ด้วยต้นทุนต่ำ พัฒนาการบริหารวัตถุดิบ และซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่ายที่ให้ราคาต่ำสุด ด้วยคุณภาพที่ไม่แตกต่างจากเดิม หรือผู้จัดจำหน่ายที่มีส่วนลดสินค้ามากที่สุด

ปัจจุบันขยายพื้นที่กลายเป็นโรงงานที่ได้ มาตรฐานของ GMP, HACCP นำไปสู่อาหารปลอดภัย ขององค์การอาหารและยา (อย.) และ เครื่องหมายฮาลาล และยังเพิ่มบรรจุภัณฑ์ปิดผนึกอย่างดี ฉลากสินค้ามีรายละเอียดชัดเจน เชื่อถือได้ และที่สำคัญสนนราคาถูก โดยขายปลีกกระปุกละ 15 บาทเท่านั้น…

ขณะเดียวกัน วางขาย 4 ช่องทางการขายตามห้างสรรพสินค้า ขายส่งผ่านร้านขายของที่ระลึก การขายตรง และขายให้ตัวแทนจำหน่ายตามจังหวัดต่างๆ เช่น เทศกาลอาหารเจ และ เป็นสินค้าโอทอปจังหวัดราชบุรี…ใครสนใจชมสินค้า กริ๊งกร๊างหาอุดม 0-3230-0193, 08-1855-1734 ในเวลาที่เหมาะสม.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 19 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
โฆษณา

มทร.ธัญบุรีผลิต..ปลาร้าก้อนใช้กรรมวิธีอบแห้ง..เก็บได้นานปี

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/316345

28 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_316345

ปลาร้าก้อนอบแห้ง.

“…ปลาร้า…”…เป็นอาหารยอดนิยมเปิบกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในท้องถิ่น ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ณ ปัจจุบันนี้ ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมแต่ใน หมู่คนชาวอีสาน เท่านั้น หากแต่สามารถพูดได้ว่า…อาหารอีสาน ที่มีปลาร้า…เป็นส่วนประกอบ ยังได้รับความนิยมบริโภคกันไปทั่วประเทศ

แต่อย่างไรก็ตาม…การจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป มีส่วนผสมของน้ำปลาร้าและตัวปลาร้าผสมอยู่ ด้วยกัน ยังมีความไม่สะดวกต่อการขนส่ง โดยเฉพาะการนำขึ้นเครื่องบิน หรือรถ ที่มีเครื่องปรับอากาศ เพราะจะส่งกลิ่นที่รบกวนผู้อื่นเป็นอย่างมาก…

ขั้นตอนการทำ.ขั้นตอนการทำ.

ปัจจุบันมีการส่งออกปลาร้าจำหน่ายยังต่างประเทศ….ซึ่งการขนส่งปลาร้าในลักษณะดังกล่าว มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งการแปรรูปเป็น ปลาร้าก้อนอบแห้ง ช่วยให้การ จำหน่ายปลาร้าไปยังต่างประเทศ มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งลดน้อยลง ผู้บริโภคสามารถนำปลาร้าก้อนอบแห้งไปประกอบอาหารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น…

ด้วยเหตุนี้ นายพงษ์เทพ อินอิว นักศึกษาจากสาขาอาหารและโภชนาการ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ได้ศึกษาการทำ ปลาร้าก้อนอบแห้ง…ด้วยการต่อยอดมาจากการทำ “ปลาร้าก้อน” ของ นางสาวอัญชลี เจียมเกตุ ที่ได้ศึกษาเอาไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2550 จนได้ปลาร้าก้อนที่มีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจและดียิ่งขึ้น ภายใต้การดูแลของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิวลี ไทยถาวร และคณะที่ปรึกษา

ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป.ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป.

นายพงษ์เทพ เผยว่า ใน การทำปลาร้าก้อนอบแห้ง วิธีการทำคือ นำเนื้อปลาร้าปลาช่อนปริมาณ 1 กิโลกรัม ผสม กับแป้ง 6-10 เปอร์เซ็นต์ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วนำไปขึ้นรูปเป็นก้อนสี่เหลี่ยม หลังจากนั้นนำไปเข้าเครื่องอบแห้ง หรือจะใช้วิธีการตากแดด ก็จะได้ปลาร้าก้อนตามต้องการ

สำหรับในส่วนของปลาร้าก้อน สูตรที่ได้ศึกษา และทำขึ้นมานั้น มีคุณสมบัติพิเศษที่สำคัญ คือ นอกจากได้รับความสะดวกสบายทั้งการขนส่งและการนำออกมาใช้ประกอบอาหารแล้ว ปลาร้าก้อนที่ได้จะมีความแห้งมากๆ ซึ่งจะมีผลดีกับการเก็บรักษาเอาไว้ได้นาน

…จากการทดลองทำเป็นหลายขนาด และหลายครั้งที่ผ่านมา…พบว่า ปลาร้าก้อนที่ทำขึ้น สามารถเก็บไว้ใช้ได้นานเกิน 1 ปี โดยที่ยังให้กลิ่นและรสชาติที่ดีเหมือนเดิม ที่สำคัญปลาร้าก้อนอบแห้งนี้ ยังมั่นใจในความสะอาดและปราศจากสารเคมีอีกด้วย คงต้องยอมรับว่าอาหารอีสานและปลาร้าไม่ใช่แค่อาหารท้องถิ่น เฉพาะพื้นที่เท่านั้น ปัจจุบันนี้ได้ แพร่หลายตามการบริโภคของคนไทยไปทั่วโลก…

ถ้าหากใครมองหา เครื่องปรุงอาหารไทยท้องถิ่น ที่ครั้งหนึ่งอาจจะ เป็นอาหารที่มีรูปลักษณ์ไม่สวยงาม อีกทั้งยังมีกลิ่นรุนแรง และไม่สะดวกในการขนส่ง ปลาร้าก้อนน่าจะเป็นทางเลือกที่วิเศษสุด สำหรับผู้ที่ ขาดปลาร้าไม่ได้ไม่ว่าจะไปอยู่มุมไหนของโลกใบนี้…
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 28 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

แปรรูปใยกัญชงใช้ทอเครื่องนุ่งห่ม สร้างสิริมงคล…สวมใส่สบายทุกฤดู

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/314614

21 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_314614

เส้นใยกัญชงก่อนจะนำมาถักขึ้นรูปทำชิ้นงาน.

“กัญชง” (Hemp) หรือในภาษาม้งว่า“หมั้ง” หรือ “ม่าง” จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับกัญชา (Marijuana) จัดเป็นพืชสารเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 หลังนำมาผ่านกระบวนการเพื่อใช้เป็นเส้นด้ายและเส้นเชือกตลอดจนใช้ทอผ้า ทำเครื่องนุ่งห่ม เนื้อผ้าที่ทอจากพืชดังกล่าวเมื่อสวมใส่แล้วจะให้ความเย็นสบายในฤดูร้อน อบอุ่นสบายในฤดูหนาว ดูดซับความชื้นได้ดีกว่าไนลอน

…และด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงมีการนำกัญชงมาแปรรูปทำเป็นเครื่องนุ่งห่มมาเนิ่นนานในหลายๆประเทศ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในแถบประเทศญี่ปุ่น เพราะนอกจากให้ความสวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ผ้าที่ถักทอจากพืชดังกล่าว ยังถือว่าเป็นการสร้างความเป็น สิริมงคลให้กับผู้ที่สวมใส่ และเพื่อตอบสนองความต้องการ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรห้วยทราย บ้านเลขที่ 46/1 หมู่ 3 ต.ห้วยทราย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ จึงหันมาสรรค์ สร้างผลิตภัณฑ์ชิ้นงานรูปแบบต่างๆขึ้น

นางนวลศรี พร้อมใจนางนวลศรี พร้อมใจ

นางนวลศรี พร้อมใจ ประธานกลุ่ม บอกกับ “ทำได้ ไม่จน” ว่า แรกเริ่มเดิมทีนั้นกลุ่มจะผลิตชิ้นงานประเภทถักทอด้วยมือ ซึ่งมีทั้งผ้าพันคอ กระเป๋า เสื้อผ้าจากเชือกฝ้าย แล้วนำไปวางจำหน่ายที่ถนนคนเดินและในงานต่างๆที่ภาครัฐจัดขึ้น กระทั่งวันหนึ่งมีชาวญี่ปุ่นเข้ามาถามว่าที่กลุ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากใยกัญชงบ้างหรือไม่ ด้วยความอยากรู้จึงเริ่มรวบรวมข้อมูล แล้วพบว่ากลุ่มพี่น้องชนเผ่าม้ง ซึ่งอาศัยอยู่ทางภาคเหนือของไทยนำมาถักทอเป็นเสื้อผ้าสวมใส่

…จากนั้นจึงมาปรึกษากับสมาชิก กระทั่งได้ข้อสรุปว่าจะหันมาใช้ใยกัญชงแทนเชือกฝ้าย แต่กลุ่มมีเงินทุนไม่มากนัก จึงไปขอรับการสนับสนุนจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาแม่ริม หลังไปขออนุญาตในการปลูก (เพราะพืชดังกล่าวมีสาร THC ซึ่งเป็นสารเสพติดเช่นเดียวกับกัญชา) ในพื้นที่ 5 ไร่ แต่ดูแลรักษาอย่างไรต้นกัญชงจะตายในที่สุดทำให้เสียเงินไปมาก เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวจึงซื้อวัตถุดิบมาจากแหล่งต่างๆทั้งจากพื้นที่โครงการหลวงปางดะ ที่ อ.สะเมิง ซึ่งมีการทำวิจัยอยู่ จังหวัดพะเยา รวมทั้งที่มาจากประเทศจีนในราคากิโลกรัมละ 300 บาท (สามารถทำเสื้อคลุมได้ 2 ตัว ขายราคาตัวละ 1,200-1,600 บาท)

ต้นใยกัญชง.ต้นใยกัญชง.

สำหรับขั้นตอน หากเป็นต้นกัญชงเริ่มแรก นำเปลือกต้นกัญชงที่มีอายุการปลูกไม่เกิน 3 เดือน ซึ่งยังไม่มีสารเสพติดไปแช่หมักในน้ำไหล เพื่อให้สารสีเขียวและเปคตินที่ติดอยู่ด้านนอกหลุดออก เหลือแต่เส้นใยสีขาวนวลเพื่อจะนำมาใช้ปั่นเป็นเส้นด้าย จากนั้นนำมาผ่านกระบวนการซึ่งใช้วิธีเดียวกับการปั่นด้าย หรือไหมทั่วๆไป เสร็จแล้วฟอกทำความสะอาดเส้นด้าย

กระเป๋าจากใยกัญชง ออเดอร์ชิ้นเอกที่ชาวแดนซากุระสั่งยอดเข้ามาจำนวนมาก, ชิ้นงานรูปแบบต่างๆ.กระเป๋าจากใยกัญชง ออเดอร์ชิ้นเอกที่ชาวแดนซากุระสั่งยอดเข้ามาจำนวนมาก, ชิ้นงานรูปแบบต่างๆ.

…เริ่มถักตามแพทเทิร์นที่ออกแบบไว้ อาทิ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าม่าน เบาะนั่ง หมอน เสื้อ หมวก กระเป๋าแบบต่างๆ เสร็จแล้วตรวจเก็บความเรียบร้อย จากนั้นนำมาต้มซัก และแช่น้ำยาปรับผ้านุ่ม นอกจากจะแก้ปัญหาฝุ่น และการคายเส้นแล้ว ผลิตภัณฑ์ยังมีความนุ่ม สวยงามขึ้น แล้วนำไปขายที่ถนนคนเดินในจังหวัดเชียงใหม่แล้ว จะมีออเดอร์จากประเทศญี่ปุ่น และเยอรมนีบ้างเล็กน้อย ซึ่งแต่ละเดือนสามารถสร้างรายได้ให้กับกลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 30,000-50,000 บาท

สำหรับใครที่มีโอกาสแวะเวียนขึ้นเหนือในช่วงนี้ สนใจผลิตภัณฑ์สามารถกริ๊งกร๊างสอบถามกันได้ที่ โทร.08–1289–4744.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 21 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

ครีมนวด-แชมพู..เจียวกู่หลาน แปรรูปสมุนไพร..จากคนพื้นที่สูง

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/313078

14 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_313078

การฝึกแปรรูปสมุนไพร.

“…โครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา–สาธารณรัฐประชาชนจีน…” ตั้งอยู่ที่ ต.โป่งน้ำร้อน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เดิมทีนั้น… รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนต้องการที่จะสร้างศูนย์ร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน…เพื่อเป็นประโยชน์แก่ประชาชนบนพื้นที่สูง

…และ เทิดพระ-เกียรติพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550 โดยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ทูลเกล้าฯถวายเงินจำนวน 8 ล้านหยวน หรือประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อใช้ในการสนับสนุนการดำเนินโครงการระยะที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2552 ต่อมาในปี พ.ศ.2555 ทูลเกล้าฯถวายเงินอีก 10 ล้านหยวน ในโครงการระยะที่ 2 ในการแปรรูปสมุนไพรไทย–จีน

ทีมงาน มทร.ธัญบุรี.ทีมงาน มทร.ธัญบุรี.

นางสาวอนุตรา วรรณวิโรจน์ เจ้าหน้าที่ ประสานงานโครงการ สำนักงานมูลนิธิชัย- พัฒนา บอกว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชานุมัติให้ สำนักงานมูลนิธิ ชัยพัฒนา…มาดำเนินงานบนที่ดินราชพัสดุ ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่บางส่วนของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่

สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ร่วมกับวิทยาลัยแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยการนำของ ดร.ไฉน น้อยแสง อาจารย์ประจำสาขาสุขภาพความงามและสปา และทีมวิจัยมา ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปพืชสมุนไพรแบบครบวงจร โดยสมุนไพรที่ปลูกไว้ที่นี่มีทั้ง…โกฐหัวบัว โกฐสอ โกฐเชียง โกฐเขมา โกฐจุฬาลําพา ชะเอมเทศ เจียวกู่หลาน อบเชยจีน และ สมุนไพรชิงเฮา

ดร.ไฉน น้อยแสงดร.ไฉน น้อยแสง

“…กิจกรรมมีทั้งการฝึกอบรม ให้แก่คนพื้นที่สูง โดยใช้กรรมวิธี การผลิตใช้วัสดุอุปกรณ์ที่อยู่ในชุมชน เน้นการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ และสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริง พืชสมุนไพรที่มาทำ ผลิตภัณฑ์เจลทำความสะอาดผิวกาย และโลชั่นบำรุงผิวกาย ได้แก่ เจียวกู่หลาน และ เห็ดหลินจือ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบ ผดผื่นคัน ช่วยบำรุงผิว…” ดร.ไฉนบอกอย่างนั้น

…ส่วน ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผม และ ครีมนวดผม ใช้ เห็ดหลินจือ ขิง และ มะกรูด ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้หนังศีรษะเป็นกรดอ่อนๆ ป้องกันรังแค นอกจากนี้ น้ำมันจากผิวมะกรูดจะช่วยบำรุงเส้นผมให้เส้นผมเป็นเงางามและดกดำ  เพิ่มการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น ทำให้สารอาหารไปเลี้ยงที่รากผมได้ดี และจากการวิจัยพบว่า สามารถกระตุ้นการงอกของเส้นผมได้อีกด้วย…

ในการจัดฝึกอบรมจัดขึ้นให้ฟรีๆ และนำผลิตภัณฑ์จากฝีมือชาวบ้านเหล่านี้มาจำหน่ายภายในโครงการ และ ร้านภัทรพัฒน์ทุกสาขา สนใจกริ๊งกร๊างทีี่ 0-2447-8585-8, 08-1870-4688 เวลาราชการ.
ไชยรัตน์  ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 14 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

จาก ‘กาก’ มะพร้าวที่เหลือทิ้ง ประดิษฐ์สร้างชิ้นงานประติมากรรมนูนต่ำ

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/311498

7 ธันวาคม 2555, 05:00 น.
Pic_311498

ภาพประติมากรรมนูนต่ำจากกากมะพร้าว.

อาหารไทยทั้งคาวหวาน ส่วนใหญ่จะใช้น้ำ กะทิ ซึ่งได้จากมะพร้าวเป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งหลังจากที่คั้นน้ำออกมาแล้วจะเหลือ “กาก” ที่หากไม่นำไปทำเป็นอาหารสัตว์เลี้ยงหมู ใส่โคนต้นไม้ให้กลายเป็นธาตุอาหารลงสู่ดิน ก็จะถูกทิ้งให้ส่งกลิ่นเหม็นสร้างความรำคาญ

กากมะพร้าว แห้งปั่นละเอียด คลุกกับส่วนผสม.กากมะพร้าว แห้งปั่นละเอียด คลุกกับส่วนผสม.

ฉะนี้…เพื่อเป็นทางเลือก อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าจากของที่เหลือทิ้ง นางสาวฐิตารีย์ ตุ่นเฮ้า นักศึกษาสาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร จึงมีแนวความคิดในการนำกากมะพร้าวมาใช้ประโยชน์ ด้วยการ ประดิษฐ์เป็นภาพประติมากรรมนูนต่ำ โดยมี อาจารย์น้ำทิพย์ ไชยสวัสดิ์ ให้คำปรึกษา

อาจารย์สุกัญญา จันทกุล หัวหน้าสาขาวิชาการบริหารธุรกิจคหกรรมศาสตร์ บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า…ลักษณะภาพนูนต่ำ (Bas Relief) คือผลงานที่มองได้ด้านเดียว แสดงความตื้นลึกของภาพ โดยมีความสูงต่ำเพียงเล็กน้อย เช่น ลวดลายปูนปั้นบนสถูป และลายแกะสลักต่างๆ ดังจะพบเห็นได้ตามกำแพงวัด โบสถ์ โบราณสถาน และเพื่อสร้างความแปลกใหม่ให้เข้ากับสมัยนิยม ทีมนักศึกษาจึงคิดนำของเหลือใช้อย่างกากมะพร้าวมาสร้างชิ้นงาน ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ต่างๆได้ แล้วแต่จะออกแบบ  ซึ่งเป็นการนำของเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์ ยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในเรื่องของไม้ที่เคยนำมาใช้แกะภาพ

สำหรับส่วนผสม ประกอบด้วย กากมะพร้าวที่แห้งแล้ว กาวลาเท็กซ์ แป้งมันสำปะหลัง ไม้กระดาน แล็กเกอร์ กรอบชิ้นงาน ไม้ปั้น คัตเตอร์ เครื่องปั่น ภาชนะ ถ้วยตวง ส่วนขั้นตอนการทำเริ่มจากผสมตัวแป้งก่อน ด้วยการนำกากมะพร้าวแห้งนำไปบดให้ละเอียดปริมาณ 1 ½ ถ้วยตวง นำมาผสมกับแป้งมันสำปะหลัง ½ ถ้วยตวง และกาวลาเท็กซ์ ½ ถ้วยตวง นวดให้เข้ากัน

…จากนั้นนำกากมะพร้าวที่ผสมเรียบร้อยแล้ว มาเททำเป็นพื้นหลัง (Background) ให้ทั่วไม้กระดานและนำมาปั้นเพิ่มส่วนล่าง สำหรับทำเป็นพื้น (Floor) ให้สูงกว่าชั้นแรกประมาณ 2-3 เซนติเมตร เกลี่ยให้เท่ากัน ปล่อยให้แห้ง เสร็จแล้วสเกตช์ภาพตามแบบที่คิดไว้ ลงบนพื้นหลัง (Background) เสร็จแล้วนำแป้งกากมะพร้าวที่ผสมแล้วส่วนที่เหลือมาปั้นเป็นส่วนต่างๆ

ขึ้นรูป.ขึ้นรูป.

โดยเริ่มปั้นจากส่วนที่อยู่ไกลก่อน ซึ่งในที่นี้จะทำเป็นบ้านในสวน ที่ประกอบด้วยต้นมะพร้าว ต้นไม้ ปั้นบ้านเรือนไทย ปั้นส่วนที่เป็นหลังคาก่อน แล้วค่อยปั้นตัวบ้าน เสาบ้าน และบันได ทุกๆขั้นตอนจะใช้ไม้กรีดเก็บรายละเอียด กระทั่งปั้นชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยทิ้งไว้ให้แห้ง และนำมาเคลือบด้วยน้ำยาเคลือบเงา นำไปใส่กรอบเป็นอันเสร็จ

นางสาวฐิตารีย์ ตุ่นเฮ้านางสาวฐิตารีย์ ตุ่นเฮ้า

สำหรับใครที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อสร้างชิ้นงานจำหน่ายในช่วงเทศกาล โดยเฉพาะปีใหม่ที่จะถึงนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0–2281–9756–8 โทรศัพท์มือถือ 08–9484–0042 ในวันเวลาที่เหมาะสม.
เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 7 ธันวาคม 2555, 05:00 น.

สบู่ฟักข้าว…บำรุงผิว จากผักสวนครัวเป็นเวชสำอาง

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/309685

30 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_309685

เวชสำอางฟักข้าว

ฟักข้าว…เป็น “ผักสวนครัว” พืชผักพื้นบ้าน ซึ่งคนทั่วๆไปรู้จักในการนำมา แปรรูปอาหาร จำพวก แกงส้ม หรือ เครื่องเคียงจิ้มน้ำพริก เท่านั้น ทั้งๆที่ พืชผักชนิดนี้มีสารธรรมชาติซึ่งมีคุณประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ ทั้งป้องกันและรักษาโรคต่างๆ อาทิ ต้านมะเร็ง และ ยับยั้ง เชื้อ HIV

ในอดีตที่ผ่าน…หมอพื้นบ้านรู้จักเอาฟักข้าวมาเป็นสมุนไพรในการรักษาโรคเช่นกัน อีกทั้งยังใช้เป็น  เครื่องประทินผิวเสริมความงาม  ดั่งสมุนไพรอื่นๆ เช่น ขมิ้น ไพล แตงร้าน แตงกวา ซึ่งปัจจุบันก็ยังนิยมนำโอสถสารจากพืชเหล่านี้มาใช้กันอยู่

รศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุลรศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุล

จาก…ประสบการณ์และความรู้ของคนโบราณ  ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ นางสาวจิตลดา ทาซ้าย เอา “ฟักข้าว” มาลองทำเป็นครีมทาผิวด้วยวิธีการง่ายๆแบบชาวบ้าน  คือ ใช้เมล็ดฟักข้าวที่สุกมาคั้นเอาน้ำเมือก จากนั้นก็นำไปเคี่ยวไฟรุมให้เมือกนั้นค่อยๆข้นจนเป็นครีม

ช่วงแรกๆ…เอาครีมนี้ไปให้เพื่อนๆลองใช้ดู เป็นการทดสอบหลายคนไม่กล้า ต้องอ้อนวอนอยู่เป็นนานถึงมีคนตัดสินใจลองใช้ ผลออกมา สร้างความรู้สึกที่ชุ่มฉ่ำ สดชื่น และลดความเหี่ยวย่นให้กับผิวหน้า จากปากต่อปากจึงมีคนกล้าลองเพิ่มขึ้นและได้รับการตอบรับที่ดี เมื่อมีกระแสที่ได้รับความสนใจจึงลองทำเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนขาย และออกงานตามตลาด ทั่วๆไป

ผลฟักข้าวสุกผลฟักข้าวสุก

ประกอบกับในปี 2550 ช่วงนั้นมี  การประชุมมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ทีมนักวิจัยจาก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย รศ.ดร.ภก.สุรพล นธการกิจกุล เป็นหัวหน้า ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นเกี่ยวกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ “ไลโคฟีน” ของฟักข้าว และนำน้ำมันจากเยื่อหุ้มเมล็ดพัฒนาตำรับเครื่องสำอางชะลอความแก่…โดย ทดสอบประสิทธิภาพการลดรอยเหี่ยวย่น เป็นผลสำเร็จ

นางสาวจิตลดา บอกว่า…จากกระแสข่าวที่ฮือฮากับผลงานวิจัยครั้งนั้น สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ส่งผลให้ครีมทาผิวที่ทำจากฟักข้าวได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีช่องทางการ “ทำได้ไม่จน” เลยขยายผลิตภัณฑ์ ทำเป็นเวชสำอางแบรนด์ “ญาสดา”

เมล็ดฟักข้าวที่จะนำมาแปรรูปเมล็ดฟักข้าวที่จะนำมาแปรรูป

จากนั้นก็ได้รวมทีมนักวิชาการ วิจัยและพัฒนาคุณภาพ แล้วจำแนกชนิดผลิตภัณฑ์ ล่าสุดเปิดตัว “ญาสดา ฟักข้าว บอดี้ โลชั่น” กับ “ญาสดา สบู่ ฟักข้าว” โดยเน้นสรรพคุณในการ ปรนนิบัติผิวให้ขาวกระจ่างใส ลดกระ ลดฝ้า บำรุงผิวให้ไร้ริ้วรอย พร้อมเติมเต็มร่องลึก ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย อันเป็นสาเหตุของการเกิดสิว ฯลฯ

ปัจจุบันได้นำผลิตภัณฑ์ฟักข้าววางขายตามร้านไปบ้างแล้ว สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.08-5075-2474 หรือ  www.beltrio.co.thหรือ facebook.com/beltrio…ได้ทุกเวลา.
ปัญญา เจริญวงศ์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ปัญญา เจริญวงศ์
  • 30 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

เชอร์เบทหิมะ “ลูกหม่อน” มากประโยชน์ อุดมด้วยโอสถสาร

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/308008

23 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_308008

ผลลูกหม่อนสุกที่ใช้แปรรูป.

“หม่อน” หรือที่เรียกขานอย่างอินเตอร์ว่า “มัลเบอร์รี่” (Mulberry) ไม่เพียงแค่เป็นแหล่งอาหารของหนอนไหมเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์ อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ที่ผู้คนในสังคมเริ่มหันมาให้ความสนใจบริโภคกันมากขึ้น ซึ่งสามารถแปรรูปได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มเข้มข้น แยม รวมทั้ง “เชอร์เบทลูกหม่อน” ซึ่ง ดร.สุกัญญา ชุ่มชื่น จากศูนย์หม่อนไหมเฉลิม พระเกียรติฯศรีสะเกษ คิดค้นสูตรขึ้น

นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อน-ไหม บอกกับทีมงาน “ทำได้ ไม่จน” ว่า…ลูกหม่อนอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการต่างๆ ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก (Antioxidant) สารสีม่วง เช่นเดียวกับไวน์แดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคหัวใจขาดเลือด ควบคุมความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ควบคุมน้ำตาลในกระแสเลือด โรคเบาหวาน วิตามิน A ช่วยบำรุงสายตา บำรุงเลือด

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมทดสอบรสชาติ.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม ร่วมทดสอบรสชาติ.

…ป้องกันโรคโลหิตจาง ภูมิแพ้ โรคปอด ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ช่วยระบบขับถ่าย แก้คอแห้ง กระ-หายน้ำ นอนไม่หลับ รวมทั้งอาการเมาค้างได้เป็นอย่างดี ซึ่งในหลายประเทศทั่วโลกมีการนำมาใช้ประ-โยชน์ในเชิงสุขภาพ ทั้งนี้ จากผลงานวิจัยล่าสุดยังพบว่า ผลหม่อนอบแห้งมีสารออกฤทธิ์ป้องกันการตายของเซลล์ประสาทในภาวะต่างๆ เช่น โรคความจำเสื่อม หรืออัลไซเมอร์

จากคุณประโยชน์ดังกล่าว นายประทีป มีศิลป์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ ร่วมกับ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ บ้านยางน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี คิดแปรรูปผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเน้น เกษตรกร แม่บ้าน ผู้ที่สนใจ สามารถทำได้ ขั้นตอนการแปรรูปต้องไม่ลงทุนสูง ไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถเก็บรักษาได้นาน ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์แปรรูปดังกล่าวยังเข้าถึงทุกกลุ่มวัย

เชอร์เบทหิมะ ลูกหม่อน รสหวานซ่อนเปรี้ยว.เชอร์เบทหิมะ ลูกหม่อน รสหวานซ่อนเปรี้ยว.

สำหรับส่วนผสมประกอบด้วย ลูกหม่อน 2 กิโลกรัม น้ำสะอาด 2 ลิตร น้ำตาลทราย 1 ถ้วย ไขมันพืช 1/3 ถ้วย กรดมะนาวเพิ่มรสเปรี้ยว 1/3 ช้อนโต๊ะ ส่วนกรรมวิธีการแปรรูป เริ่มจากต้มผลหม่อน กรองเอาแต่น้ำ หรือเพิ่มเนื้อลูกหม่อนลงไปนิดหน่อยก็ได้ เติมส่วนผสมตามอัตราส่วนข้างต้น คนให้ละลายแล้วนำเข้าเครื่องปั่นไอศกรีม (Electric Ice-cream mixer) ตั้งระบบผสมเครื่องแบบใบกวนก่อนประมาณ 3-5 นาที จากนั้นให้ตั้งระบบปั่น ใช้เวลาขั้นตอนนี้ประมาณ 15-20 นาที เราก็จะได้เชอร์เบทลูกหม่อนตามต้องการ นำเชอร์เบทออกจากเครื่อง ใส่ภาชนะนำแช่ตู้แช่แข็ง

และ…เพื่อเพิ่มรสชาติ รวมทั้งรูปลักษณ์ให้น่าชวนลิ้มลอง ควรทำเยลลี่สำหรับรองก้นถ้วย โดยเตรียม น้ำผลหม่อน น้ำตาลทราย คาราจีแนน น้ำ นำมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันเป็นอย่างดี ตั้งไฟพออุ่นๆพร้อมคนไปด้วย เมื่อเข้ากันดี นำไปใส่ภาชนะที่เตรียมไว้ ปล่อยให้เย็นจับตัวเป็นก้อน เวลารับประทานให้ตักเชอร์เบทลูกหม่อนโปะหน้าเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ

สำหรับเกษตรกรกลุ่มผู้ที่สนใจ สามารถกริ๊งกร๊างสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.08–9446–2312 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 23 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

ปลูกพืชสมุนไพร..วิถีเศรษฐกิจพอเพียง ผลิตสูตรยาโบราณ..ใช้ได้ท้ังพืชและสัตว์

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/306318

16 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_306318

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้รวบรวมหนังสือ…สรรพคุณสมุนไพร 200 ชนิด โดย เภสัชกรหญิงสุนทรี สิงหบุตรา เป็นหัวหน้าทีม…นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อใช้ประโยชน์ใน…โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

หนังสือเล่มนี้…ได้แจกจ่ายออกไป กลายเป็นตำราให้ชาวบ้านนำไปใช้เพื่อการเรียนรู้แล้วลงมือทำได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในภาคกสิกรรม ปศุสัตว์  และประมง…ก็มีการนำมาทดลองใช้อย่างกว้างขวาง ตามปรัชญาวิถีเศรษฐกิจพอเพียง…

…นางฐิติกาญจน์ ศิริชัย อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 หมู่ 5 ต.ถนนขาด อ.เมืองนครปฐม หนึ่งในผู้เรียนรู้และได้ศึกษาสรรพคุณสมุนไพรจากตำราเล่มนี้ บอกว่า…ครอบครัวประกอบอาชีพ ด้านเกษตรกรรม ทำสวน ทำไร่ เลี้ยงหมู และเลี้ยงกุ้งในกระชัง แต่มักเกิด ปัญหาเกี่ยวกับโรคพืช-แมลง ซึ่งก็ต้อง ใช้ปุ๋ยเคมี และ ยาฆ่าแมลงจำนวนมาก ทำให้ เกิดปัญหาด้านสุขภาพผู้ใช้ รวมทั้งยัง เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค…

ฐิติกาญจน์  ศิริชัยฐิติกาญจน์ ศิริชัย

ต่อมาได้ ศึกษาสมุนไพรไทยอย่างจริงจัง…เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ โดยรวบรวม สูตรสมุนไพรใช้กับพืชมีอยู่มากกว่า 40 ชนิด เช่น ว่านกลีบแรด, ข่าโคม, พญาท้าวเอว, ไส้ไก่, พันงูเขียว, รากปีบ,แตนตอกแตก, เขแดง, หนอนตายอยาก, หนามแท้ง ฯลฯ…ส่วนสมุนไพรที่ใช้กับสัตว์มีอยู่ประมาณ 50 ชนิด ก็เป็นจำพวก เป้าเล็ก, รากผักโขม, เปลือก-ส้มเปรี้ยว, ขันทองพยาบาท, แก่นตะโกนา, ไมยราบ, เหงือกปลาหมอ ฯลฯ ปัจจุบันสมุนไพรหลายตัวหายาก แต่พยายามรวบรวมจากหลายพื้นที่ เช่น อ.แปดริ้ว อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี   อ.วังน้ำเขียว  จ.นครราช-สีมา ก่อนนำมาเพาะปลูกไว้ใช้  ส่วนที่ไม่เพียงพอก็ซื้อมาจากชาวบ้านที่ไปเก็บมาจากป่ามาเป็นวัตถุดิบในการแปรรูป…นางฐิติกาญจน์  บอกและว่าเมื่อรวบรวมสมุนไพรได้เพียงพอต่ออัตราส่วนที่ต้องการแล้ว

…ขั้นตอนการทำ…นำสมุนไพรไปตากจนแห้งสนิท ก่อนจะหั่นผสมให้เข้ากันตามอัตราส่วน แล้วจึงนำไปหมักกับน้ำ EM ของกรมพัฒนาที่ดิน และน้ำมูลไส้เดือน ที่ผลิตโดย  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ลงในถังขนาด 200 ลิตร และควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือนไม่ให้ร้อนจนจุลินทรีย์ตายลง ระยะเวลาการหมักประมาณ 2-3 เดือน จึงนำไปใช้…

การหมักสูตรสมุนไพรการหมักสูตรสมุนไพร

วิธีการใช้กับ พืชสวนหรือพืชไร่ ใน อัตราส่วน 1 ลิตร ต่อน้ำสะอาด 20 ลิตร แล้วฉีดพ่นให้ทั่วแปลง 1 ครั้ง ระยะเวลาห่างกันประมาณ 10 วัน หรือเดือนละ 3 ครั้ง ผลที่ได้พบว่าทำให้พืชเจริญเติบโต และโรคแมลงลดน้อยลง ส่วนวิธีการใช้กับสัตว์น้ำหรือสัตว์ ให้ใช้น้ำสมุนไพรในอัตราส่วน 1 ลิตรผสมน้ำ 2 ลิตร แล้วคลุกอาหารผสมให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนนำไปใช้…ผลปรากฏว่า กุ้ง  และ ปลาที่เลี้ยงไว้แข็งแรง  ไม่เป็นโรค
ตายยกบ่อเหมือนในอดีตที่ผ่านมา…

หากสูตรที่ ผสมมีปัญหาในพืช หรือ สัตว์ชนิดใดก็นำมาวิเคราะห์ และปรับเปลี่ยนเพิ่มหรือลดตัวยาสมุนไพรเป็นแต่สูตรแต่ละชนิด แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร ที่สำคัญไม่เป็น อันตรายต่อผู้บริโภค…ใครสนใจไปเรียนรู้หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกริ๊งกร๊างหา ฐิติกาญจน์ ที่ 08-0659-9716 เวลากลางวันสะดวกที่สุด.
ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไชยรัตน์ ส้มฉุน
  • 16 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

ผลิตโลชั่นน้ำมันรำข้าว บำรุงผิว ลดรอยเหี่ยวย่น

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/304584

9 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_304584

โลชั่นน้ำมันรำข้าว.

หลายพื้นที่ในช่วงนี้สภาพอากาศเริ่มเย็นลง “ครีมทาผิว” จึงเป็นสิ่งที่หลายๆคนมองหากัน ซึ่ง ปัจจุบันในท้องตลาดบ้านเรา ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นมีให้เลือกซื้อหามาใช้กันมากมาย ประจวบเหมาะกับที่ทีมงาน “ทำได้ไม่จน” ได้เดินทางไปศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งที่นี่นอกจากมีการวิจัยข้าวสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมแล้ว ยังมุ่งเน้นในเรื่องของการแปรรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า ยืดอายุการเก็บรักษา และ “โลชั่นน้ำมันรำข้าว” เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์นี้

น.ส.จิตติมา  วงษ์หนองหว้าน.ส.จิตติมา วงษ์หนองหว้า

น.ส.จิตติมา วงษ์หนองหว้า เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯ บอกกับทีมงานว่า…จากการรวบรวม ข้อมูลพบว่าในน้ำมันรำข้าวจะมีกลุ่มสารฟอสโฟไลฟิค เซราไมด์ คอลโทคอล กรดไขมันไลโนเลอิค วิตามินบี แกมมาออไรซานอน ซึ่งสารดังกล่าว ซึ่งทำ หน้าที่ลดคอเลสเทอรอล  ลดไตรกลีเซอไรด์  เพิ่มระดับของ  HDL. (High Density Lipoprotein) ซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีผลทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายทำงานเป็นปกติ

นอกจากนี้ ในน้ำมันชนิดนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินอี ที่มีส่วนช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Anti Oxidant) สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็ง รวมทั้งลดริ้วรอยเหี่ยวย่น มีสารเซราไมด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของชั้นใต้ผิวหนัง ช่วยทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น การเสริมสารดังกล่าวให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายคนเรา  ทำได้ทั้งจากการบริโภค รวมทั้งการทาผิวด้วยครีมหรือโลชั่น

“….จากคุณประโยชน์ดังกล่าว จึงคิดปรับปรุงสูตร “โลชั่น” ขึ้น ที่นอกจากช่วยให้หลายคนมีสุขภาพผิวที่นุ่มชุ่มชื้น ยังเป็นอาชีพเสริมให้กับกลุ่มแม่บ้าน ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะต้องการเน้นส่งเสริมให้กลุ่มแม่บ้าน เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตจำหน่าย…”

ขั้นตอนการผลิต.ขั้นตอนการผลิต.

สำหรับอุปกรณ์ประกอบด้วย บีกเกอร์ขนาด 250 และ 600 มิลลิลิตร กระบอกฉีดยา ไม้พาย ขวดรูป ชมพู่ ช้อนตักสารเคมี เทอร์โมมิเตอร์ เครื่องชั่งไฟฟ้า เครื่องกวนสารให้ความร้อนแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องปั่น สารละลาย หลอดโฟม และส่วนผสม จะใช้กรดไขมัน (Glyceryl Stearate) 50 กรัม น้ำมันรำข้าว ที่นำมาผ่านกระบวนการบีบสกัดเย็น แล้วกรองหลายๆ ชั้นเพื่อให้ได้น้ำมันที่ใสสะอาด ปริมาณ 30 กรัม น้ำมันมะพร้าว 20 กรัม น้ำมันมิเนอรัล 27 กรัม สเตียริก แอซิด 25 กรัม IPM (Isopropyl Myristate) ซึ่งจะทำหน้าที่ทำให้โลชั่นซึมเข้าผิวเร็ว 20 กรัม

…แอลกอฮอล์ซิทิว  (Cetyl alcohol)  สำหรับใช้ทำละลายสารที่ไม่ละลายน้ำ แอลกอฮอล์ชนิดนี้ไม่ ทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีคุณสมบัติช่วยให้เครื่อง สำอางติดผิวดี ทำความสะอาดผิว ชะล้างสิ่งสกปรกและ ไขมัน ปริมาณ 5 กรัม วัตถุกันเสีย (Propyl paraben) 0.5 กรัม กลีเซอรีน 30 กรัม น้ำนึ่งฆ่าเชื้อ 1.2 ลิตร

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าวนายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว

มาถึงขั้นตอนการทำเริ่มจาก นำส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้นกลีเซอรีน กับน้ำนึ่งฆ่าเชื้อ ใส่รวมกันนำไปอุ่นที่อุณหภูมิ 50Cํ กระทั่งละลาย เสร็จแล้วนำส่วนที่เหลือ (อุ่นกลีเซอรีน กับน้ำนึ่งฆ่าเชื้อ) มาอุ่นที่อุณหภูมิเดิมแล้วยกลงจากเตาพักไว้ เททั้ง 2 ส่วน แล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นนำมาพักพออุ่นมือให้เติมหัวน้ำหอม แล้วนำไปปั่นที่ความเร็วรอบ 12,000/นาที ครั้งละ 1 นาที 3 ครั้ง ให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปบรรจุหลอด ติดสติกเกอร์ เป็นอันเสร็จพร้อมใช้

สำหรับกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรรายใดสนใจทำไว้ขายรับอากาศเย็นที่เริ่มโบกโบยมา สามารถกริ๊งกร๊างถามรายละเอียดได้ที่โทร. 0-4534-4103-4  ในวันเวลาราชการ.

เพ็ญพิชญา เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 9 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.

พัฒนากาแฟดอย..พร้อมดื่มผลผลิตสินค้าเกษตรที่สูงเข้ากรุง

Published มกราคม 3, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/eco/capable/302904

2 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
Pic_302904

นายธนกรกับทีมงานแปรรูปกาแฟ.

Coffee or Tea…

…เป็นคำที่ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ถามผู้ใช้บริการว่า…ต้องการเครื่องดื่มชนิดใด!!

และคำถามนี้…เป็นแรงบันดาลใจให้ นายธนกร สาลีพัฒนา หนุ่มโสดวัย 30 ดีกรีปริญญาโท EX-MBA.จากมหาวิทยาลัยบูรพา ฉุกคิดถึงศักยภาพและความสำคัญและความนิยม ต่อสินค้าเกษตรตัวนี้ ซึ่ง บริโภคกันทั้งผืนดินและบนฟ้า จึงตัดสินใจเลือกมาทำเป็นธุรกิจ

นายธนกร บอกว่า…ก่อนจะตัดสินใจย่างก้าวเข้าสู่อาชีพนี้ ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับกาแฟจากนักวิชาการ ทั้งอ่านตำราจากหนังสือและอินเตอร์เน็ต แล้วจึงลงพื้นที่สัมผัสกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ทั้งพันธุ์โรบัสตาในภาคใต้และอะราบีกาบนเกษตรที่สูง ในแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย

เปิดร้านขายแบบป่าล้อมเมือง.เปิดร้านขายแบบป่าล้อมเมือง.

การเข้าไปสัมผัสกับเกษตรกร ทำให้รู้จริงในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว เก็บรักษาผลผลิต แล้วนำมาหาจุดเด่นจุดด้อยแต่ละขั้นตอน กระทั่งถึงขั้นตอนการแปรรูปพร้อมดื่ม ตั้งแต่อบ คั่ว บด ชง ในแต่ละวิธีการ และทดสอบคุณภาพของแต่ละขั้นตอน จนถึงความสุดยอดคือ “เพอร์เฟกต์ ช็อต” ของการชงใน จุดที่รสชาติอร่อยที่สุด ของกาแฟแต่ละชนิด

“… จากผลการวิเคราะห์ ผมมั่นใจในศักยภาพและคุณภาพของกาแฟไทยว่าไม่แพ้ของประเทศใดๆ จึงสร้างระบบการผลิตให้ครบวงจร เริ่มจากคัดเลือกพันธุ์มาปลูก ตอนนี้กาแฟที่ปลูกยังมิให้ผลผลิต ก็นำเอาผลิตผลจากเกษตรดอยวาวีกับดอยผาฮี้ เชียงราย มาเป็นวัตถุดิบ ผลิตแปรรูปทั้งพร้อมดื่มและเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริโภคนำไปชงเอง …” นายธนกร บอกอย่างนั้นและก็ต่ออีกว่า…

กาแฟนายเงี๊ยบ พร้อมบริการลูกค้า.กาแฟนายเงี๊ยบ พร้อมบริการลูกค้า.

“…เมื่อได้ผลิตภัณฑ์เป็นที่พอใจแล้ว จึงวางแผนในการสร้างจำหน่ายและสร้างแบรนด์ ก็มาลงตัวที่ กาแฟนายเงี๊ยบ (โดยใช้ชื่อบิดาเป็นการทดแทนพระคุณ)” การตลาดหากเปิดตัวในห้างสรรพสินค้าในเมืองจะต้องมีการแข่งขันที่สูง จึงเริ่มแบบป่าล้อมเมือง โดยปักหลักที่ชานเมือง ณ เลขที่ 125/21 ถนนพุทธมณฑลสาย 4 หมู่ 6 แขวงศาลายา เขตพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

…ลูกค้ามาดื่มชิมแล้วพอใจรสชาติ บางรายก็เป็นขาประจำ บางรายอยากให้เปิดแฟรนไชส์ ซึ่งนายธนกรได้ปฏิเสธเพราะหากพัฒนาแบบก้าวกระโดดอาจพลาดได้ ด้วยกาแฟนั้นเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ (โดยเฉพาะเกี่ยวกับการชงพร้อมดื่ม) ความมั่นคงต้องสร้างด้วยคุณภาพ ซึ่งค่อยๆก้าวย่างตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง…

“กระแต” เพื่อนนักศึกษาร่วมเป็นประชาสัมพันธ์.

อีกทั้งยังจัดแบ่งปัน….ถวายวัด 1 บาท เมื่อขายได้ 1 ถ้วย และก็มิได้ปิดกั้นสังคม หากใครสนใจอยากชิม หรือ จะนำความรู้มาเป็นอาชีพเพื่อแก้จน โทร. 08-3980-3636,0-2441-0655 และ 0-2888-9861 หรือ coffee:naingieb.com…

ธนกร สาลีพัฒนา ยินดีให้คำปรึกษาทุกราย…
ปัญญา เจริญวงศ์

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ปัญญา เจริญวงศ์
  • 2 พฤศจิกายน 2555, 05:00 น.
%d bloggers like this: