ทักษิณ ชินวัตร

All posts tagged ทักษิณ ชินวัตร

“กรณ์” แจงผ่านเฟซบุ๊ก คืนภาษี (โอ๊ค-เอม)

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 10:52 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193189.

Pic_193189

“กรณ์” โพสต์เฟซบุ๊ก แจง คืน ภาษี โอ๊ค-เอม จี้ สรรพากร ตอบคำถามประชาชนถึงเหตุผลที่ไม่เก็บภาษีครั้งนี้  ขู่ หากถ่วงเวลาหาข้อเท็จจริงจนคดีหมดอายุความผู้เกี่ยวข้องอาจติดคุก ส่งไม้ต่อ “อรรถวิชช์” ตามเรื่องแทน

เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงเรื่องการคืนภาษีโอ๊ค -นายพานทองแท้ ชินวัตร และ เอม-นางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ปรากฏเป็นข่าวอยู่เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ผมขอเรียนอธิบายเป็นข้อๆไว้ในที่นี้ เพื่อเป็นการตอบข้อสงสัยต่างๆในแบบที่ง่ายต่อการเข้าใจนะครับ 1. การซื้อขายหุ้น ‘ชินคอร์ป’ ที่เป็นปัญหานั้นเนื่องมาจากการที่ผู้ขาย (บริษัท Ample Rich Investment Limited ซื่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นเจ้าของ) ได้ขายให้ผู้ซื้อ (โอ๊ค-เอม) ในราคาหุ้นละ 1 บาท สามวันก่อนที่จะมีการขายต่อให้เทมาเซคจากสิงคโปร์  โดยที่มูลค่าหุ้นจริงในตลาดขณะนั้น ราคาอยู่ที่ 49 บาท 2. กรมสรรพากรในชั้นแรกได้ยื่นฟ้องต่อศาลภาษีว่าโอ๊ค-เอม มีภาระภาษี โดยมิได้เกิดจากกรณีที่ขายให้เทมาเซค แต่เป็นรายได้ที่ได้จากการรับซื้อหุ้นมาจากการตกลงกัน “นอก” ตลาดหลักทรัพย์ ในราคา 1 บาทเมื่อเทียบกับราคาตลาดที่ 49 บาท ส่วนต่าง 48 บาท ตามกฎหมายนั้นถือเป็นรายได้

3. ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาว่า หุ้นดังกล่าวนั้นไม่ได้เป็นของโอ๊ค-เอม แต่เจ้าของตัวจริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและให้ถือว่าเป็นการกระทำ “นิติกรรมอำพราง” (คำพิพากษาลงวันที่ 26 กพ. 2553) 4. เมื่อศาลพิพากษาว่า กรณีนี้ถือว่าเป็น ‘นิติกรรมอำพราง” ตัวผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในขณะนั้นมีความเห็นขัดแย้งกับกรมสรรพากร โดยผมเห็นว่าเราควรจะตามไปเก็บภาษีจากเจ้าของบัญชีตัวจริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในขณะที่เบื้องต้นกรมสรรพากร มีความเห็นว่า กรณีนี้ควรถือว่า เป็น “โมฆะ” ทั้งหมดเพราะศาลได้ชี้ชัดแล้วว่าเป็น “นิติกรรมอำพราง” ดังนั้นจึงไม่ควรไปตามเก็บภาษีจากใครอีก

5. สิ่งที่ผมบอกกับกรมสรรพากรคือ การขายหุ้นจาก Ample Rich กลับมาที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (โดยมี โอ๊คเอมเป็นตัวแทน) นั้น เป็นการขายระหว่าง “บริษัท” กับ “ตัวบุคคล” ซึ่งถึงแม้ว่าบุคคลคนนั้นเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท การซื้อขายก็ยังมีผลอยู่ดี และถ้าจะถือว่าความเกี่ยวข้องต่างๆกับ “นิติกรรมอำพราง” จะต้องเป็น “โมฆะ” ทั้งหมด “การซื้อขายหุ้นให้เทมาเซค” จากบัญชีนั้นก็จะต้องเป็น “โมฆะ” ไปด้วย แต่นี่การซื้อขายหุ้นดังกล่าวก็เป็นไปอย่างเสร็จสมบูรณ์ทุกประการ ผู้ซื้อได้หุ้น ผู้ขายได้เงิน และเป็นการซื้อขาย “นอกตลาดหลักทรัพย์” ซึ่งมีกฎระบุชัดเจนว่า จะต้องมีการจัดเก็บภาษี 6. ถ้ากรมสรรพากรจะไม่เรียกเก็บภาษีจากกรณีนี้ โดยอ้างว่าเป็น “นิติกรรมอำพราง” นั้น ก็จะต้องตอบคำถามด้วยว่า เหตุใดกรณีนี้จึงเป็น “โมฆะ” เฉพาะในส่วนของเรื่องการ “จัดเก็บภาษี” ในขณะที่ การ “ซื้อขายหุ้น”ให้เทมาเซคในกรณีนี้ ไม่ได้เป็น “โมฆะ” ไปด้วย

ในส่วนคำถามที่มีต่อตัวผมว่า ช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้บ้าง ก็ขอเรียนว่า เมื่อความเห็นของผมและทางกรมสรรพากรไม่ตรงกัน กรมสรรพากรจึงต้องพิจารณาหาข้อเท็จจริงและคดีก็ยังอยู่ในอายุความ แต่ทางกรมสรรพากรก็ต้องระวังไม่ให้มีการถ่วงเวลาจนหมดอายุความ มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอาจติดคุกติดตะรางกันได้

สำหรับผู้ที่เบื่อหน่ายกับเรื่องนี้ และอยากให้เลิกรากันไปเสียที ผมก็ต้องเรียนว่าเงินภาษีที่เราจะจัดเก็บได้จากกรณีนี้เป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว และข้อสำคัญคือ มันจะเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งสำหรับคนไทยทุกคนที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี เมื่อมองจากการทำงานที่ผ่านมาของกรมสรรพากรอันเป็นที่ขึ้นชื่อในการเก็บภาษีขนาดที่พูดกันว่า มีการไปนั่งเฝ้านับชามก๋วยเตี๋ยวเพื่อจะคำนวณภาษีที่จะจัดเก็บจากร้านนั้น แล้วนี่คือภาษีของประชาชนที่ควรจะจัดเก็บได้มูลค่าเป็น “หมื่นล้านบาท” กรมสรรพากรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ถ้างดเว้นการจัดเก็บภาษีในกรณีนี้ก็จะต้องมีคำถามอย่างแน่นอนว่าเหตุผลของกรมสรรพากรในการที่จะงดเว้นการจัดเก็บภาษีนั้นเป็นเหตุผลที่เหมาะสมและถูกต้องหรือไม่

หมายเหตุ: สำหรับเรื่องนี้ผมได้มอบหมายให้คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ดูแลติดตามความคืบหน้าต่อไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 สิงหาคม 2554, 10:52 น.
โฆษณา

เชื่อมั่นที่ยี่ห้อ ‘ทักษิณ’

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 05:01 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/191660.

Pic_191660

วันนี้โผยังไม่ได้สรุปร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังต้องพิจารณาให้รอบคอบ ยังไม่ลงตัว

ว่ากันตามซิกสัญญาณล่าสุดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกรัฐมนตรี ส่งซิกกันแบบตรงๆ ก็ยังคงเป็นอะไรที่พลิกได้อีกหลายตลบ

โดยเค้ารางยัง “จบไม่ลง” ง่ายๆ ตามรายงานข่าววงในตรงกันทุกสาย รายชื่อ “ผู้โชคดีทางบ้าน” ถูกส่งไปเขย่ารอบสุดท้ายที่คฤหาสน์เมืองดูไบ ในอารมณ์ที่ยังจูนไม่ตรงกัน ด้านหนึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการให้แกนนำเสื้อแดงบางคน ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม. รวมทั้ง เปิดโอกาสให้กลุ่มทุนเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง แต่คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา แสดงอาการคัดค้าน เพราะต้องการให้ภาพ ครม.ออกมามีภาพลักษณ์ที่ดี เน้นความปรองดองเพื่อเป็น การเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศได้ง่ายขึ้น

ขนาดอดีตคนเคยนอนเตียงเดียวกัน ที่มีอำนาจชี้ขาดยังเห็นไปคนละทาง

อีกมุมหนึ่ง เช็กแกนนำระดับสายตรงนายใหญ่ ก็ยังยืนยันรายชื่อ ครม.ส่วนใหญ่อยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ส่วนโพยรัฐมนตรีโควตาคนนอกไม่รู้ปล่อยมาจากสายไหน

แม้แต่คิวของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ชื่อเหนียวอยู่ในโพยรัฐมนตรี แต่ยังไม่นิ่งว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ล่าสุดพลิกไปพลิกมาอยู่ในเก้าอี้ รมว.พาณิชย์

เอาเข้าจริง ก็ยังคลุมเครือว่ามาสายไหน ใครติดต่อทาบทามเข้ามาเอาเป็นว่า ที่ชัวร์ “ปักหมุด” ได้เลย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ผู้มีอำนาจในการกรองโผร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โยกยังไงก็ไม่สั่นคลอนจากเก้าอี้ รมว.มหาดไทย
พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี ส.ส.บัญชีรายชื่อ ล็อกสเปกเก้าอี้ รมว.คมนาคม ในโควตาของ “เฮียเพ้ง” นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นายทุนพรรคและคนสนิทสายตรงนายใหญ่

ส่วนที่ติดโผรัฐมนตรีแน่ๆแต่ยังไม่ชัดว่าเก้าอี้ไหน ก็ต้องไล่จากผู้บริหารเบอร์ต้นๆในกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ทั้งนายปลอดประสพ สุรัสวดี พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรค นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการพรรค

อีกส่วนก็โควตากลางของนายทุนที่ลงขันช่วยค่าใช้จ่ายให้พรรค ล็อกชื่อไว้ได้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์

ส่วนรายการแจกติ้ว ส.ส.เช็กรายชื่อคนที่ถูกเรียกไปรับใบกรอกประวัติ ในฐานะแคนดิเดตรัฐมนตรี

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว นายวรวัจน์  เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ส.ส.เชียงใหม่ นายอิทธิเดช  แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย นายต่อพงษ์ ไชย-สาสน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายภูมิ สาระผล ส.ส.ขอนแก่น นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.

ปูนบำเหน็จพวกที่จงรักภักดี ว่ากันตามผลงาน

อย่างไรก็ตาม ประเมินตามความเห็นของ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่แบไต๋เลยว่า การจัด ครม.ชุด “ยิ่งลักษณ์ 1” ครั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการเชิญบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นรัฐมนตรีราว 4–5 คน โดยเฉพาะกระทรวงด้านเศรษฐกิจ

ชัดเจน ไฮไลต์ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 1” อยู่ที่งานด้านเศรษฐกิจ เดิมพันลากยาวเกมอำนาจ

แน่นอน ในมุมนี้ก็ต้องยอมรับในความเชี่ยวเชิงเศรษฐกิจของยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่วันนี้ขึ้นชั้นไปสู่ระดับโลกแล้ว โดยพื้นฐานความเชื่อมั่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จึงไม่มีข้อกังขาใดๆ กับการจัดการบริหารกระทรวงเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่เป็นเพียงกลไกถ่ายทอดกระบวนยุทธ์ของอดีตนายกฯทักษิณในการกอบกู้เศรษฐกิจไทย ให้ประชาชนคนไทยกลับสู่ยุคกินดีอยู่ดี

อยู่ที่ “นายใหญ่” จะเลือกมือบริหารที่กึ๋นทันกัน มานั่งเป็นรัฐมนตรี

ที่แน่ๆ แม้แต่กระทรวงพลังงาน ที่มีการปั่นกระแสดึงคนนอกที่เชี่ยวชาญวงการน้ำมันมานั่งคุมเกมเพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย พร้อมๆกับกระแส “ตัวเลข 10 หลัก” ลอยไปลอยมา ตามข้อเสนอจัดหนักเพื่อแลกกับโควตา รมว.พลังงาน โดยการนี้คงลืมนึกกันไป

ใครจะรู้เรื่องน้ำมันดีกว่า “คนอยู่ดูไบ” มีเพื่อนเป็นแขกตะวันออกกลาง.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 5 สิงหาคม 2554, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 456 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

แล้วแต่จะ ‘จัดให้’ เลย

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 05:03 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/191351.

Pic_191351

ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย จึงต้องเน้นเป็นพิเศษ

ตามคิวที่นายภราดา เณรบำรุง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร (ข้าราชการ-ประจำ) พร้อมด้วย ผอ.กองพิธีการ และเจ้าหน้าที่กองพิธีการ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเข้าหารือกับนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

เพื่อซักซ้อมความพร้อมตามขั้นตอน ตลอดจนเตรียมการจัดสถานที่ซึ่งสรุปจะใช้ห้องประชุมใหญ่ชั้น 7 อาคารที่ทำการพรรคเพื่อไทย เป็นที่รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯนายกรัฐมนตรีให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

ที่แน่ๆที่จะต้องแปลกไปก็คือเรื่องการแต่งกายของนายกรัฐมนตรีหญิง โดยนายภราดาได้แจ้งว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะใช้ชุดปกติขาว แต่ยังไม่ได้หารือเรื่องชุดครุยเสนาบดีว่าจะต้องมีหรือไม่

ขณะที่การลงนามในเอกสารต่างๆ ก็จะเหมือนกับนายกรัฐมนตรีชาย ไม่มีอะไรที่แตกต่าง

เรื่องของเรื่อง ยังไงก็ต้องให้อารมณ์ความรู้สึกที่น่าตื่นตาตื่นใจ กับภาพนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย

ตามคิวที่วางกันไว้ คนที่จะทำหน้าที่เปิดบันทึกหน้าใหม่ก็คือ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุดของพรรคเพื่อไทย จะเป็นผู้ลุกขึ้นเสนอชื่อ “ยิ่งลักษณ์” เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันโหวตเลือกนายกฯ

เอาเป็นว่า “ยิ่งลักษณ์” กำลังสร้างตำนานใหม่ นายกฯหน้าใหม่ ผู้แทนฯมือใหม่ แต่ที่ยังหนีไม่พ้นมุมเก่าๆ อารมณ์เดิมๆของการเมืองแบบไทยๆ

ล่าสุดเริ่มออกฤทธิ์ออกเดชกันแล้ว

กับเพลง “เผลอใจรัก” ท่อนที่คุ้นหู “เผลอใจใฝ่ปอง จึงหมองหม่น เพราะเรามัน เกิดมาจน” ในลีลาเก๋าๆของ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกล้งร้องดังๆ ตั้งใจให้ได้ยินไปถึงนายใหญ่ที่ต่างแดน หลังจากช็อตก่อนหน้าเพิ่งบ่นระบายความในใจเป็นนัยตั้งข้อสังเกต ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยมาทักทาย

ไม่มีสัญญาณใดๆที่จะทาบทามเข้าร่วมเป็นคณะรัฐมนตรี

พวกเก๋าเกมอ่านออกว่า มีสิทธิแห้วสูง

และในอารมณ์ลึกๆก็อย่างที่สะท้อนผ่านนายอนันต์ ศรีพันธุ์ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย เด็กในคาถา “สารวัตรเหลิม” ขู่ออกอากาศเลยว่า ถ้า ร.ต.อ.เฉลิมไม่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี จะเกิดแรงกระเพื่อมขึ้น แน่นอน เพราะที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิมทุ่มเทให้พรรคมาโดยตลอดจนสามารถกวาด ส.ส.อีสานได้ถึง 104 ที่นั่ง ก็ควรจะพิจารณาความดีความชอบด้วย ผู้บริหารพรรคจะมางี่เง่าไม่ได้

และก็ถือว่าได้ผล เพราะล่าสุด น.ส.ยิ่งลักษณ์ รีบปฏิเสธที่มีกระแสข่าวชื่อของ “สารวัตรเหลิม” หลุดโผ ครม.ไม่เป็นความจริง เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปในการจัดตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี

“ร.ต.อ.เฉลิม เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และทำงานร่วม กับพรรคมานาน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่เราไม่ลืมท่านอยู่แล้ว”

ชื่อของ “สารวัตรเหลิม” กลับมาการันตีอยู่ในบัญชี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าจะมองเป็นเชิงการต่อรอง ที่โดยเหลี่ยมจะต้องยื่นเงื่อนไขสุดโต่งไว้ก่อน เผื่อต่อรองให้ได้ในจุดที่ต้องการ งานนี้ ต้องยอมรับว่า จากสถานะของ ร.ต.อ.เฉลิม ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองเป็นแกนนำเบอร์ต้นๆของพรรคเพื่อไทย ที่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จำเป็นต้องล็อกไว้ใช้เป็นม้างาน ทั้งในเวทีสภา และเวทีนอกสภา ยังไงก็ต้องติดโผรัฐมนตรีแน่ ชนิดที่ยื้อเลือกเก้าอี้เกรดเอได้

แต่เมื่อชื่อหลุดจากโพยไป จนต้องออกมาร้องเพลงดังๆไปถึงหูคนที่อยู่แดนไกล มันก็เป็นอะไรที่บ่งบอกภาวะของ “สารวัตรเหลิม” อยู่ในสถานะจวนตัว จำเป็นต้องคว้าโควตาตามที่นายใหญ่ “จัดให้”

ไม่มีสิทธิเลือกตามใจ ได้เป็นรัฐมนตรีดีกว่าไม่มีเก้าอี้รองนั่ง

ในอารมณ์เดียวกันที่ “ทักษิณ”กำลังดึงเกมยื้อกับพรรคร่วมรัฐบาล ตามลีลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกตัวเลยว่า ไม่จำเป็นจะต้องจบก่อนวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนและต้องรอให้มีการโหวตนายกรัฐมนตรีให้เรียบร้อยเสียก่อน ถึงจะมีการคุยกันเรื่องโผ ครม.

ตามกระแสข่าวจนถึงวันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่า พรรคชาติไทยพัฒนาของ “หลงจู๊” บรรหาร ศิลปอาชา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินของ “บอสใหญ่” สุวัจน์ ลิปตพัลลภ พรรคพลังชลของ “พี่ใหญ่” สนธยา คุณปลื้ม จะได้โควตากระทรวงอะไร ตรงตามที่ขอไปหรือไม่

ไม่ใช่แค่ต่อรอง “นายใหญ่” ไม่เปิดโอกาสแม้แต่ร่วมรู้ข่าววงใน ต้องเช็กจากแกนนำพรรคเพื่อไทย

ตามอารมณ์ “กุมสภาพเบ็ดเสร็จ” แล้วแต่จะ “กรุณาจัดให้”

ได้อะไรก็ต้องรับแต่โดยดี

“ทักษิณ” คนเดิมเป็นยังไง วันนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 4 สิงหาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 78 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

ไม่สอยรอให้งอมเอง

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 05:03 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/187129.

Pic_187129

ยิ่งลักษณ์  –  ทักษิณ

ประเด็น “คมดี” และน่าจะมีน้ำหนักมากกว่านี้ ถ้ามาจากปากของคนที่มีสถานะในพรรคประชาธิปัตย์เหนือกว่านายอรรถพร พลบุตร ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่วิเคราะห์แบบฟันธงขาดเลยว่า กลุ่มเสื้อแดงจะไม่กล้าเคลื่อนไหวไปกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามแกนนำบางคนพูดเพื่อแสดงท่าที

ส่วนแนวทางปรองดองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะนี้อาจจะต่อสายเคลียร์กับทุกฝ่าย เพื่อขอกลับประเทศไทย โดยไม่ต้องนิรโทษกรรม แต่จะกลับมาติดคุกแค่ช่วงเวลาประมาณ 1 เดือน  หรือ 15 วัน เพื่อให้สามารถดำเนินการขอพระราชทานอภัยโทษได้

จากนั้นก็จะกลับมาโลดแล่นในวงการเมืองได้อีกครั้งแบบไม่มีชนักติดหลัง ขณะเดียวกัน พรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่มีสิทธิได้หรือไม่ได้ แต่เชื่อว่า บ้านเมืองจะกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณจะบัญชาการรบเหมือนเดิม

ว่ากันตามเงื่อนไขบวกความเป็นไปโดยสถานการณ์ ถือว่า “มีเค้า” เลยก็แล้วกัน

แต่ที่แน่ๆ ภายในกำหนด 30 วัน ประเมินแนวโน้มจากเสียงส่วนใหญ่ “ฟันธง” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย น่าจะได้การรับรองจาก กกต. เดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเมืองไทย ตามจังหวะฝ่ายคุมเกมอำนาจไม่รีบสอย

ปล่อยให้ “งอม” ตามธรรมชาติ แล้วค่อย “เขย่า” ให้ร่วงง่ายๆ

ในสถานการณ์ที่จับทางได้ “มหาจำลอง” พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำม็อบพันธมิตรฯ “หมอตุลย์” นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ หัวขบวนม็อบหลากสี แท็กทีมเครือข่ายต้านระบอบทักษิณ เปิดปฏิบัติการ “เขี่ยหัวเชื้อ” ยื่นร้องสารพัดคดี ทั้งยุบพรรคเพื่อไทย ปมให้การเท็จคดีซุกหุ้น กรณีปล่อยให้คนถูกตัดสิทธิทางการเมืองมายุ่งเกี่ยวกับพรรค

“โรยตะปูเรือใบ” ดักเจาะยาง ปูทาง “เกมล้มกระดาน” ล่วงหน้า

ประกอบกับภาพของ “นายกฯหุ่นเชิด” ที่เครือข่ายฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ชิงตอกย้ำสถานภาพของ “ยิ่งลักษณ์” ไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง จากปรากฏการณ์ที่บรรดา ส.ส.พรรคเพื่อไทย บินตรงไปขอเก้าอี้
กับนายใหญ่ โดยเฉพาะกับคิวที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลระดับนายบรรหาร ศิลปอาชา “หลงจู๊ใหญ่” พรรคชาติไทยพัฒนา บินไปให้ “ทักษิณ” เลี้ยงข้าวต้มถึงประเทศบรูไน แฝงนัยเจรจาต่อรองโควตารัฐมนตรี

ฟ้องด้วยภาพความเคลื่อนไหว “ทักษิณ” กดปุ่มรีโมตมาจากต่างประเทศ นับเป็น “ความเปราะบางทางการเมือง” ที่ตีคู่มากับความเสี่ยงในสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะวิกฤติข้าวยากหมากแพงที่ต่อเนื่องมาจากยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

ความคาดหวังตกมาอยู่บนบ่าของ “ยิ่งลักษณ์” ตามปรากฏการณ์ก็อย่างที่จับกระแสทวงถามสารพัดนโยบายประชานิยมที่ “ยิ่งลักษณ์” ประกาศไว้บนเวทีหาเสียง เรียกคะแนนได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

แต่ถึงเวลาทำจริง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเสกกันได้แค่ชั่วข้ามคืน

ไล่ตั้งแต่งดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล แก้ปัญหาน้ำมันราคาแพง ที่ยังไม่ทันเริ่มก็เจอแรงเสียดทานจาก “ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” “ขาใหญ่” วงการน้ำมันกระแอมทักเป็นนัยยากที่จะทำได้ในทางปฏิบัติ ไม่ยอมให้เฉือนกำไรแน่

และก็ไม่ยอมแบ่งปันผลประโยชน์เหมือนกัน กับโปรโมชั่น “ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท” ตามจังหวะขวางลำของบรรดาหัวขบวนองค์กรภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม “ตัวแทนนายทุน” ประกาศคัดค้านถึงขั้นยื่นแถลงการณ์ต่อต้านนโยบายขึ้นค่าแรงของพรรคเพื่อไทย

โจทย์ยากๆทางเศรษฐกิจที่ตีคู่มากับความเปราะบางทางการเมือง ตามท้องเรื่องที่ฝ่ายต้าน “ทักษิณ” เชื่อโดยธรรมชาติว่า “ยิ่งลักษณ์” จะ “งอมเร็ว” ร่วงเองโดยไม่ต้องสอย

แต่ในมุมของ “ยิ่งลักษณ์” และทีมงานเบื้องหลังก็คงจะอ่านเกมขาดเหมือนกัน ไฟต์เดิมพันของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” อยู่ที่ “กึ๋นแก้เศรษฐกิจ” ที่ถูกมองเป็นจุดแข็งของทีมงาน “ทักษิณ”

และในมุมตรงกันข้ามกับ “ความเปราะบางทางการเมือง” ตามท้องเรื่องที่ถูกฝ่ายต้านประทับภาพ “หุ่นเชิด” ของพี่ชาย “กดรีโมต” สั่งการมาจากต่างประเทศ อีกนัยหนึ่งก็ต้องยอมรับนี่คือจุดได้เปรียบของ “ยิ่งลักษณ์”

ในมุมที่ว่าด้วยความคาดหวังมือเศรษฐกิจยี่ห้อ “ทักษิณ” ที่ขึ้นชั้นไปสู่ระดับโลก

จากยุคของพี่ชายมาถึงสมัยของน้องสาว ประชาชนคนไทยส่วนหนึ่งก็มั่นใจ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถโชว์กึ๋นบริหาร ฝ่าวิกฤติข้าวยากหมากแพง นำความกินดีอยู่ดีกลับมาสู่ประชาชนคนรากหญ้าเหมือนยุคอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทยได้ฝากผลงานเป็นประจักษ์ไว้

แน่นอน ถ้ารัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ทำผลงานด้านเศรษฐกิจได้ดี ฝีไม้ลายมือเป็นที่ถูกอกถูกใจ กระแสติดลมบน เอื้อให้ลากเกมอำนาจได้นานเท่าไหร่ ก็เท่ากับแรงเสียดทานจะลดน้อยลง

อานิสงส์ก็ส่งไปถึง “ทักษิณ” ให้กลับบ้านได้ง่ายขึ้น.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 18 กรกฎาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 30 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

“ทักษิณ” สายล่อฟ้า ทุกขลาภ “ยิ่งลักษณ์”

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

10 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

“ทักษิณ” สายล่อฟ้า ทุกขลาภ “ยิ่งลักษณ์”.

Pic_185040

ผ่าเปลือก “รัฐบาลปูแดง” ในสภาวะกุมเสียงข้างมากถล่มทลาย

จากชัยชนะในการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นถล่มทลายของพรรคเพื่อไทย

โดยมีผู้สมัครได้รับการเลือกตั้งเข้ามา เป็นว่าที่ ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รวมแล้ว 265 คน

ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีผู้สมัครได้รับการเลือกตั้งเป็นว่าที่ ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แค่ 149 คน

จากการเลือกตั้งที่มีผลแพ้ชนะกันออกมาอย่างเด็ดขาดชัดเจนแบบนี้ ถือเป็นการตัดสินชี้ขาดที่สามารถทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้

ไม่ต้องขึงพืดกันอยู่เหมือนที่ผ่านมา

ที่สำคัญ ต้องยอมรับว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาประกาศยอมรับผลการเลือกตั้ง ยอมรับความพ่ายแพ้ และแสดงความยินดีที่พรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาล

ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีหน้าที่ดูแลจัดการเลือกตั้ง ได้ออกมาระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งเข้ามา 200 กว่าเรื่อง และมีเรื่องร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.ประมาณ 50 คน

แต่จนมาถึงขณะนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ยังไม่มีการประกาศแจกใบเหลือง ใบแดง แม้แต่ รายเดียว

และยังมีโปรแกรมที่จะประกาศรับรองสมาชิกภาพความเป็น ส.ส.ลอตแรก ทั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขตเลือกตั้งในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้

ขณะเดียวกัน องค์กรจากนานาชาติที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย ก็มีการแถลงยอมรับว่า

การเลือกตั้งของไทยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตามแนวทางในระบอบประชาธิปไตย

เมื่อทุกฝ่ายให้การยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา ก็ถือว่าเป็นบรรยากาศที่ดี ที่การเมืองไทยจะก้าวเดินต่อไป

เหนืออื่นใด การที่พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งได้เสียงเข้ามาเกินครึ่งสภาฯ ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและต้องให้กำลังใจ

เพราะเมื่อได้เสียงข้างมากเด็ดขาด การขับเคลื่อนในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่บริหารประเทศ ก็น่าจะลื่นไหล ไม่มีอะไรติดขัด

แต่ขณะเดียวกัน  ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย ระบบตัวแทน ก็ต้องไม่ละเลยต่อ “เสียงข้างน้อย” ที่เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะต้องทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภาฯ

ทั้งนี้ เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว รัฐธรรมนูญ

ได้กำหนดกระบวนการขั้นตอนในการได้มาของรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเอาไว้อย่างชัดเจน

โดยกำหนดว่า ภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุมเป็นครั้งแรก ซึ่งตามตารางเวลาก็คือไม่เกินวันที่ 3 สิงหาคมนี้

สำหรับการประชุมรัฐสภาเป็นครั้งแรกหลังการเลือกตั้ง จะเป็นรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม และให้ถือว่าเป็นวันเริ่มสมัยประชุมสามัญทั่วไป

จากนั้นก็จะมีการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่อาจจะเรียกประชุมในวันเดียวกันหลังจากมีรัฐพิธีเปิดสมัยประชุม หรือวันถัดไปหลังจากนั้นก็ได้

และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานสภา- ผู้แทนราษฎรแล้ว

ประธานสภาฯก็จะเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สมาชิกลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯถวาย

และเมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงจะมาสู่ขั้นตอนกำเนิดคณะรัฐมนตรี

โดยจะต้องมีขั้นตอนโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง และนำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก่อนเข้ารับหน้าที่

รวมทั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภาก่อน จึงสามารถทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์

โดยขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อย่างไรก็ตาม หลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการแล้ว

พรรคเพื่อไทยที่ชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย มีว่าที่ ส.ส. 265 คน เกินครึ่งสภาฯ ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลผสม 6 พรรค 300 เสียง

ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล พรรคมหาชน และพรรคประชาธิปไตยใหม่

พร้อมประกาศผลักดัน “น้องปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ในฐานะว่าที่นายกรัฐมนตรี ก็เริ่มมีการขับเคลื่อนเตรียมการทั้งเรื่องการจัดสรรโควตากระทรวง และการจัดทำนโยบายรัฐบาล

ท่ามกลางเสียงเจี๊ยวจ๊าวของกลุ่มก๊วนต่างๆในพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาเรียกร้องขอรับรางวัลขอเก้าอี้รัฐมนตรี กันฝุ่นตลบไปหมด

ส่วนพรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรคนั้น เรื่องการต่อรองโควตากระทรวงแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะเมื่อพรรคแกนนำมีเสียงท่วมท้นเกินครึ่งสภาฯ ในขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงน้อยจิ๊บจ๊อย อำนาจในการต่อรองก็แผ่วลงไปด้วย

พูดง่ายๆว่า เขาดึงให้เข้าร่วมรัฐบาลก็ดีเหลือหลายแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในห้วงที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เตรียมแปลงนโยบายหาเสียงที่ถือเป็นสัญญาประชาคม มาเป็นนโยบายรัฐบาล ก็มีสัญญาณบางอย่างสะท้อนออกมาให้เห็น

โดยเฉพาะเรื่องนโยบายเร่งด่วน ที่เคยประกาศเอาไว้ในการหาเสียงเลือกตั้งว่า

หากได้รับเลือกตั้งเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะทำคือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ำมัน เพื่อจะทำให้น้ำมันมีราคาลดลง เบนซิน 95 ลดลง 7.50 บาทต่อลิตร เบนซิน 91 ลดลง 6.70 บาทต่อลิตร ดีเซล ลดลง 2.20 บาทต่อลิตร

แต่ในห้วงที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว อยู่ในช่วงรอฟอร์ม ครม.และเตรียมการเพื่อแปลงนโยบาย

พรรคเป็นนโยบายรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับออกมาบอกว่า

พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีนโยบายจะยุบกองทุนน้ำมัน เพียงแต่จะยกเลิกการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันแบบชั่วคราว หากเศรษฐกิจกลับมาดี อาจจะขอปรับให้มีการเก็บคืนมาเหมือนเดิม

แน่นอน เรื่องนี้แม้ไม่ใช่เรื่องของการผิดคำพูด แต่ก็เป็นปมที่อาจทำให้ถูกมองว่า ไม่ตรงไปตรงมาตามที่เคยพูดไว้

ซึ่งเมื่อเริ่มต้นถูกมองว่าไม่ตรงไปตรงมา ก็อาจส่งผลกระทบทำให้ความน่าเชื่อถือในการเดินนโยบายด้านอื่นๆ ลดลงไปด้วย

โดยเฉพาะ นโยบายปรับค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท และคนจบปริญญาตรีจะได้เงินเดือน 15,000 บาท ที่ประกาศหาเสียงไว้ว่าจะเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้า

ทำให้ประชาชนบางส่วนเริ่มไม่แน่ว่า จะทำได้จริงแบบตรงไปตรงมาหรือไม่

ปมปัญหาตรงนี้ ถือเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนได้เห็นกันต่อไปเมื่อผ่านกระบวนการขั้นตอนในการจัดตั้งรัฐบาลตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และมีความสมบูรณ์ในการเข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน

ทั้งนี้ “ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอบอกว่า ถึงแม้พรรคเพื่อไทยและรัฐบาลที่กำลังจะตั้งขึ้นมา มีเสียงสนับสนุนในสภาฯท่วมท้น

แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า การเมือง คือ เรื่องของอำนาจและผลประโยชน์

ถ้าการจัดการเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ไม่ลงตัว ต่อให้มีเสียงท่วมท้นก็ทำให้เกิดเสถียรภาพไม่ได้

ไล่ตั้งแต่เรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่กลุ่มก๊วนต่างๆภายในพรรค ที่ขณะนี้ ว่าที่ ส.ส.แต่ละภาคก็เริ่มขยับทวงรางวัลกันแล้ว

กลุ่มอีสานประกาศขอตำแหน่งรัฐมนตรี 10 เก้าอี้ กลุ่มภาคเหนือขอ 5 เก้าอี้ ยังไม่รวมกลุ่มทุนในพรรค กลุ่มสายบ้านจันทร์ส่องหล้า กลุ่มแกนนำเสื้อแดง ต่างก็ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐ ต้องการได้ตำแหน่งกันทั้งนั้น

ถ้าได้ตามความต้องการ สมประโยชน์กันก็ดีไป

แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมต่อรัฐบาล “ปูแดง” แน่นอน

ขณะเดียวกันภายใต้การเมืองแบบไทยๆ อย่างที่สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์วิจารณ์ว่า กองทัพยังมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยและความเป็นไปของรัฐบาล

ด้วยเหตุนี้ ในการขับเคลื่อนจัดตั้งรัฐบาลก็ยังมองข้ามทหารไม่ได้

โดยเฉพาะในการจัดตัวบุคคลเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กับกองทัพโดยตรง

การวางตัวบุคคลในตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก ถ้าผิดฝาผิดตัว ไม่ตรงสเปก

ย่อมมีผลกระทบและแรงกระเพื่อมที่อาจกระแทกเข้าใส่รัฐบาลได้ทุกเมื่อ

เหนืออื่นใด ในภาวการณ์ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขณะที่อีกสถานะหนึ่งก็เป็น “โคลนนิ่ง” เป็นน้องสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ปัญหาของ “ทักษิณ” กับความเป็นนายกฯของ “น้องสาว” จึงเป็นความเกี่ยวโยงที่มีผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลในทางสังคมด้วยเต็มๆ

ความพอดีในการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของ “ทักษิณ” อยู่ตรงไหน เป็นเรื่องที่ “ยิ่งลักษณ์” ต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกัน ก็ขึ้นอยู่ที่ “ทักษิณ” ด้วยว่า จะทำตัวเป็นสายล่อฟ้า หรือเป็นเพียงที่ปรึกษา เป็นพี่ชายที่แสนดีของน้องสาว

ถ้าทำตัวเป็น “สายล่อฟ้า” ของรัฐบาล

ก็ถือว่าเป็นทุกขลาภของ “ยิ่งลักษณ์”.

“ทีมการเมือง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมการเมือง
  • 10 กรกฎาคม 2554, 05:01 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 271 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

‘กรณ์’อัดก.ล.ต.แถลงคดี’ยิ่งลักษณ์’ให้การเท็จคนละเรื่อง

Published มิถุนายน 15, 2011 by SoClaimon

14 มิถุนายน 2554, 22:15 น.
\’กรณ์\’อัดก.ล.ต.แถลงคดี\’ยิ่งลักษณ์\’ให้การเท็จคนละเรื่อง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179017

‘แก้วสรร’ เตรียมฟ้อง ‘ยิ่งลักษณ์’ และพวกฐานให้การเท็จคดีซุกหุ้น ‘ทักษิณ’ ด้าน ‘ตุลย์’ อัด ‘ปู’ ไม่เหมาะนั่งเก้าอี้นายกฯ ขณะที่ ‘ธีระชัย’ พ้อไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ที่ต้องแจงเพราะกลัวกระทบภาพลักษณ์องค์กร ส่วน ‘กรณ์’ ระบุ ก.ล.ต.แถลงคนละประเด็น…

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายแก้วสรร อติโพธิ แกนนำเครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ได้เดินทางบุกมาที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เพื่อขอคำชี้แจงจากผู้บริหาร ก.ล.ต.กรณีที่ออกแถลงการณ์ชี้แจง เกี่ยวกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อหมายเลข 1 ของ พรรคเพื่อไทย ในคดีซุกหุ้นชินคอร์ป และคดีแจ้งโครงสร้างการถือหุ้นเอสซีแอสเสทว่า ก.ล.ต.ได้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของก.ล.ต.ในทุกประเด็นหมดแล้วแต่ ตามกฎหมายของก.ล.ต.ไม่สามารถเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้

โดยภายหลังการ ฟังคำชี้แจงจาก ก.ล.ต. นายแก้วสรร ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวภายในโถงทำการของ สำนักงาน ก.ล.ต.ทันที โดยนายแก้วสรร  กล่าวว่า คนท.มีความเห็นต่างจากคำแถลงของ ก.ล.ต.โดยเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และพวกมีความผิดกรณีสมคบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัต รและภรรยาปกปิดหรือซุกหุ้นโดยให้ข้อมูลที่เป็นเท็จต่อ ก.ล.ต., คตส.และเบิกความเท็จต่อศาล ซึ่งในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ คนท.จะเดินหน้าแจ้ง ความดำเนินดำเนินคดีกับน.ส.ยิ่งลักษณ์และพวก โดยจะยื่นหนังสือร้องเรียน ไปยัง 4 หน่วยงานคือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ),สำนักงานก.ล.ต.,อัยการสูงสุดและ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ในฐานะทำหน้าที่แทน คตส.ให้รับไปกล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไปด้วย

“เดิมทีใน ชั้นแรก คนท. จะกล่าวโทษต่อดีเอสไอก่อน แต่เมื่อปรากฎพฤติการณ์ของก.ล.ต. คนท.จึงปรับแผนใหม่ตัดสินใจจะกล่าวโทษครั้งเดียว ในวันอังคารที่ 21 มิ.ย.นี้ทั้ง4หน่วยงานพร้อมกันในวันเดียวและขอเชิญพลเมืองผู้ยังนับถือกฎหมายทุกท่าน ร่วมประชุม รวบรวม เอกสารลงนามกล่าวโทษ ณ ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ เวลา 14.00-16.00 น. โดยพร้อมเพรียงกันด้วย”นายแก้วสรร  กล่าว

นายแก้วสรร  ให้รายละเอียดว่าหลังศาลฎีกามีคำพิพากษาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และภรรยาซุกหุ้นชินคอร์ปหลังในปี43 พ.ต.ท.ทักษิณเข้ารับตำแหน่งทางการเมือง และต้องโอนหรือขายหุ้นที่ถืออยู่ 49% ให้กับลูกและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่ศาลฎีกาพิพากษาว่า การโอนหุ้นจำนวนดังกล่าวถือว่าไม่เกิดขึ้นจริง โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ยังคงเป็นเจ้าของหุ้นตัวจริง ดังนั้นการรายงานโครงสร้างการถือหุ้นชินคอร์ปตั้งแต่ปี 43 จนถึงปี 49 ก่อนที่มีการขายหุ้นให้เทมาเสกจึงเป็นเท็จมาโดยตลอด ซึ่งการที่ ก.ล.ต.ชี้แจงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ผิดเพราะไม่ได้เป็นผู้แจ้งการขายหุ้นหรือซื้อหุ้นนั้น จึงไม่ถูกต้อง เพราะต้องรับผิดร่วมกับทักษิณและคนอื่นๆด้วย ในฐานะที่เป็นตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญาและฐานความผิดที่ ก.ล.ต.ต้องใช้นั้นไม่ใช่มาตรา 246 ที่กำหนดให้ต้องรายงานหรือแจ้งการโอนหรือการซื้อขายหุ้นที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงก้าวข้ามทุก 5% แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้คือ เป็นการโอนหุ้นกันปลอมๆ แล้วแจ้งเท็จไม่ใช่การโอนหุ้นจริงแล้วละเว้นไม่แจ้ง

โดยฐานความผิดที่ต้องใช้คือ มาตรา 302 ตามกฎหมายหลักทรัพย์ฐานให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยมีการแจ้งโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เป็นเท็จตั้งแต่แรก และเมื่อใดที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวกมีการแจ้งโอนซื้อขายหุ้น ก็จะถือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกันอีก และผิดร่วมกันทั้งคนแจ้งและ คนที่ไม่ได้แจ้ง และผิดติดพันต่อเนื่องกันมาตลอดไม่มีขาดอายุความ

นอกจาก นี้ยังมีความผิดตามมาตรา 278 ซึ่งฐานนี้มีโทษหนักจำคุกถึง 5 ปี เพราะได้ออกหนังสือชี้ชวนเป็นเท็จเพื่อให้พนักงานซื้อใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในการซื้อหุ้นชินคอร์ป (ESOP) ซึ่งมีผลบังคับใช้ 27 มี.ค.45 โดยในหนังสือชี้ชวนนี้ปรากฏโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เป็นเท็จชัดเจน ซึ่งความหมายของหนังสือชี้ชวนและการเสนอขายหลักทรัพย์ตามมาตร 278 นั้น กินความกว้างถึงการเสนอต่อสาธารณะทุกครั้งไป โดยมีเกณฑ์ในกฎหมายว่าถ้าเกิน 35 คนขึ้นไปก็นับว่าเป็นสาธารณะในวงกว้างแล้ว

ดังนั้น จึงถือว่าคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด ในทางกฎหมายสิ่งที่สิ้นสุดยุติไปแล้วคือ คำกล่าวโทษของ ก.ล.ต.ที่แจ้งไปยังดีเอสไอ เมื่อเม.ย.53 เท่านั้น มาบัดนี้ เมื่อกล่าวโทษมาตรา 246 ผิดไปแล้ว ก.ล.ต.ก็กล่าวโทษใหม่ได้อีก และดีเอสไอก็รับสอบสวนใหม่ได้อีกๆไม่มีปัญหา กฎหมาย ห้ามเฉพาะการฟ้องซ้ำต่อศาลเท่านั้น แต่คดีนี้ยังไม่มีการฟ้องศาลเลย มีแต่การกล่าวโทษที่ยุติไป 1 สำนวนเท่านั้น

ด้าน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเครือข่ายกลุ่มเสื้อหลากสี กล่าวว่า จะเดินหน้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อดีเอสไอ ในวันที่ 21 มิ.ย.นี้ เนื่องจาก เห็นว่าการตรวจสอบของ ก.ล.ต. เป็นการทำหน้าที่เพียงผิวเผิน ทำให้สาธารณชนไม่ได้รับทราบความจริง หลังจากนั้น จะไปร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อัยการสูงสุด (อสส.) และก.ล.ต.ต่อไป

ขณะที่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต.กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องที่นายแก้วสรร เดินทางมาร้องเรียนแล้ว และได้มอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าก.ล.ต.ไม่มีเจตนาแอบแฝง ในกรณีชี้แจงการถือครองหุ้นของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ การออกแถลงการณ์ของก.ล.ต.เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจาก มีข่าวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ก.ล.ต. ซึ่งถูกพาดพิงถึงจึงต้องทำความเข้าใจหรือชี้แจง อีกทั้งวันที่ออกข่าวได้ส่งหนังสือชี้แจงการทำงานของ ก.ล.ต. อย่างละเอียดถึง รมว.คลังแล้วด้วย

“การออกข่าวในตอนนี้ ผมตระหนักดีและก็ระวังมากที่จะไม่ให้เข้าไปมีส่วนหรือมีผลทางการเมือง แต่ในเมื่อมีปัญหา และข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของก.ล.ต. ก็ต้องชี้แจงถ้าไม่มีการชี้แจงจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร จึงไม่มีทางเลือก” นายธีระชัย  กล่าว

ส่วน นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่เข้าใจว่า นายธีระชัย ออกมาแถลงเรื่องไม่สามารถเอาผิดน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชี้แจงต่อ ก.ล.ต. เมื่อเดือน มี.ค. 49 ว่าครอบครัวชินวัตร ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกองทุน 2 แห่ง หรือ เกี่ยวข้องกับ บริษัทวินมาร์ค จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทเอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) และ บริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น ทำไม เพราะไม่มีใครพูดถึงประเด็นนี้

นายกรณ์ กล่าวว่า กรณีที่นายแก้วสรร ออกมาเรียกร้องไม่ได้พูดเรื่องเอสซี แอสเสท แต่สิ่งที่เข้าใจว่า นายแก้วสรรตั้งประเด็นไว้คือการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้การเท็จในคดีซุกหุ้น และ ยึดทรัพย์ ซึ่งพูดถึงการเป็นเจ้าของหุ้นชินคอร์ปที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ บอกกับศาลว่า เป็นของตัวเอง แต่ศาลบอกว่า ฟังไม่ขึ้น ซึ่งตนคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่นายธีระชัย ออกมาชี้แจง

“ไม่รู้ว่านายธีระชัยมาพูดเรื่องอะไร เพื่ออะไร  เพราะกรณีนี้คือ การให้การเท็จและไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ” รมว.คลัง กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 มิถุนายน 2554, 22:15 น.

ล้างความผิด ยืดอกกลับบ้าน

Published พฤษภาคม 24, 2011 by SoClaimon

22 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
ล้างความผิด ยืดอกกลับบ้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_173038

“ทักษิณ” ชูป้ายผ่าน​​ “ยิ่งลักษณ์” ​​​​​​​​ขอคำตอบ 3​​ กรกฎาคม

ระฆัง​ยก​แรก​เริ่ม​แล้ว

การ​เลือกตั้ง​เปิดฉาก​อย่าง​เป็น​ทางการ เมื่อ​ทุก​พรรคการเมือง​ไป​ลง​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ หรือ​ปา​ร์​ต้ี​ลิสต์ จับ​หมายเลข​ประจำ​พรรคได้​เบอร์​ไป​ติด​หาเสียง​ทั่ว​ประเทศ

อาทิ พรรค​เพื่อ​ไทย หมายเลข 1 พรรค​ชาติ​พัฒนา​เพื่อ​แผ่นดิน หมายเลข 2 พรรค​พลัง​ชล หมายเลข 6 พรรค​ประชาธิปัตย์ หมายเลข 10

พรรค​รักษ์​สันติ หมายเลข 12 พรรค​กิจ​สังคม หมายเลข 14 พรรค​ภูมิใจ​ไทย หมายเลข 16 พรรคชาติ​ไทย​พัฒนา หมายเลข 21 พรรค​มาตุภูมิ หมายเลข 26

ทั้งนี้ แม้​การ​รับ​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ​ยัง​ดำเนิน​ต่อ​ไป​จนถึง​วัน​ที่ 23 พฤษภาคม และ​จะ​มี​การ​เปิด​รับ​สมัคร ส.ส.​ระบบ​เขต​เลือกตั้ง จำนวน 375 เขต​ทั่ว​ประเทศ ตั้งแต่​วัน​ที่ 24–28 พฤษภาคม

แต่​ไฮไลต์​ใน​เรื่อง​ของ​หมายเลข​ที่​จะ​ใช้​ใน​การ​หาเสียง​ถือว่า​จบ​ไป​แล้ว เพราะ​โดย​ระเบียบ​กฎหมาย​ของ​คณะ​กรรม-การ​การ​เลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยว​กับ​การ​ได้​หมายเลข​ผู้​สมัคร

กำหนด​ให้​ผู้​สมัคร​รับ​เลือกตั้ง ส.ส.​ระบบ​เขต ใช้​หมายเลข​เดียว​กับ​หมายเลข​ของ​พรรค​ใน​การ​ส่งผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ

ผู้​สมัคร​พรรค​เดียวกัน ใช้​เบอร์​เดียวกัน​ทุก​เขต​ทั่ว​ประเทศ

เพื่อ​ให้​ง่าย​ต่อ​การ​จดจำ และ​การ​ลง​คะแนนเสียง​เลือกตั้ง​ของ​ประชาชน

ทั้งนี้ การ​ที่​รัฐธรรมนูญ​กำหนด​ให้​มี ส.ส. 2 ระบบ คือ ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ จำนวน 125 คน และ ส.ส.​ระบบ​เขต​เลือกตั้ง 375 คน จาก 375 เขต​เลือกตั้ง​ทั่ว​ประเทศ

โดย ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ ถือว่า​เป็น​ผู้​แทน​โดย​รวม​ของ​คน​ทั้ง​ประเทศ โดย​ให้​แต่ละ​พรรคการเมือง​จัด​ทำ​บัญชี​ราย​ชื่อ​ผู้​สมัคร​ไว้​เพียง​บัญชี​เดียว เรียง​ลำดับ​ไว้​ไม่​เกิน 125 ราย​ชื่อ

เพื่อ​ให้​ผู้​มี​สิทธิเลือกตั้ง​ทุก​เขต​ทั่ว​ประเทศ​เลือก​พรรค การเมือง​ใด​พรรคการเมือง​หนึ่ง​เพียง​พรรค​เดียว หรือ​เบอร์​เดียว ซึ่ง​ก็​คือ​การ​เลือก  ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​ของ​พรรคการเมือง​นั้น

ส่วน​พรรค​ใด​จะ​ได้ ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​จำนวน​กี่​คน ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​พรรค​นั้นๆจะ​ได้​รับ​คะแนน​มาก​น้อย​เท่าใด โดย​มี​วิธีการ​คำนวณ​คร่าวๆดังนี้ คือ

นำ​จำนวน​คะแนน ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อที่​ผู้​มี​สิทธิเลือกตั้ง​ลง​คะแนน​ให้​แก่​พรรคการเมือง​ทุก​พรรค​มา​รวม​กัน แล้ว​หาร​ด้วย​จำนวน ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ 125 คน จะ​ได้​คะแนน​เฉลี่ย​สำหรับ ส.ส. 1 คน

แล้ว​นำ​ผลลัพธ์​ที่​ได้​ไป​หาร​คะแนน ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​ของ​แต่ละ​พรรคการเมือง ก็​จะ​ได้​จำนวน ส.ส. ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ​ของ​แต่ละ​พรรค เรียง​ตามลำดับ​ราย​ชื่อ​ใน​บัญชี

ถ้า​ได้ ส.ส.​ไม่​ครบ 125 คน ให้​ดู​ว่า​พรรคการเมือง​ใด​มี​เศษ​เหลือ​มาก​ที่สุด​ก็​จะ​ได้​จำนวน ส.ส.​ที่​เหลือ​ไป 1 ที่นั่ง หาก​ยัง​ไม่​ครบ​อีก​ก็​จะ​จัดสรร​ที่นั่ง​ให้​พรรคการเมือง​ที่​มี​เศษ​รอง​ลง​ไป​เรื่อยๆจนกว่า​จะ​ได้ ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​ครบ 125 คน

โดย​เจตนา​รณ์​ของ​รัฐธรรมนูญ​ต้องการ​ให้​พรรค การเมืองคัดเลือก​บุคคล​ระดับ​หัวกะทิที่​มี​ความ​รู้ความ​สามารถ มี​ประสบการณ์​สูงเข้า​มา​อยู่​ใน​บัญชี  ​ส.ส.​ปา​ร์​ต้ี​ลิสต์

เพื่อ​ให้​ประชาชน​เลือก​เข้า​มา​เป็น​ผู้​แทน​ปวง​ชน​ของ​คน​ทั้ง​ประเทศ

และ​หาก​พรรคการเมือง​นั้น​ได้​เข้า​มา​จัดตั้ง​รัฐบาล บุคคล​ชั้น​หัวกะทิ​เหล่า​นี้ ก็​จะ​เข้าไป​ทำ​หน้าที่​เป็น​ฝ่าย​บริหาร เป็น​นายกรัฐมนตรี เป็น​รัฐมนตรี นำ​ความ​รู้ความ​สามารถ​และ​ประสบการณ์มา​พัฒนา​แก้ไข​ปัญหา​ประเทศ

ส่วน ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อที่​ไม่ได้​มี​โอกาส​เข้าไป​ทำ​หน้าที่​ใน​ฝ่าย​บริหาร ก็​ยัง​คง​ทำ​หน้าที่​ใน​ฝ่าย​นิติบัญญัติ​ต่อ​ไป​ได้​อย่าง​มี​คุณภาพ

แต่​ใน​สภาพ​ความ​เป็น​จริง​ที่​ปรากฏไม่ได้​เป็น​ไป​ตาม​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญ

เพราะ​พรรคการเมือง​ส่วน​ใหญ่​กลับ​ใช้​ระบบ ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​แก้​ปัญหา​การเมือง​ภายใน​พรรค​ของ​ตัว​เอง

อาทิ การ​ดัน​ผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​เขต​ที่​มี​ปัญหา​พื้นที่​ทับ​ซ้อน​มา​อยู่​ใน​บัญชี​ปา​ร์​ตี้ลิสต์ เอา​นายทุน​พรรค หรือ​ผู้​มี​อุปการคุณ​มา​ลง​สมัคร ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​ใน​ลำดับ​ที่​หวัง​ผล​ได้​เป็น ส.ส.​แน่นอน จน​ทำให้​เกิด​เสียง​วิพากษ์วิจารณ์​ว่า​เป็น​การ​ซื้อขาย​เก้าอี้​ล่วงหน้า

รวม​ไป​ถึง​การ​ดึง​แกน​นำ​กลุ่ม​ม็อบ​การเมือง ผู้ต้องหา​คดี​ก่อการ​ร้ายมา​เป็น​ผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ เพื่อ​หวัง​คะแนนเสียง​จาก​กลุ่ม​มวลชน​ที่​ให้การ​สนับสนุน

มอง​ข้าม​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญ​แบบ​ไม่​แยแส

สำหรับ ส.ส.​ระบบ​เขต 375 คน โดย​เจตนารมณ์​ของ​รัฐธรรมนูญต้องการ​ให้​พรรคการเมือง​คัด​สรร​บุคคล​ที่​มี​ความ​รู้ความ​สามารถ​  ใกล้​ชิด​กับ​ประชาชน​ใน​พื้นที่เข้า​มา​ทำ​หน้าที่​ฝ่าย​นิติบัญญัติ

เป็น​ผู้​แทน​ปวง​ชน​ใน​สภาฯ นำ​ปัญหา​ทุกข์​ร้อน​ของ​ชาว​บ้าน​มา​เข้า​สู่​กลไก​แก้​ปัญหา​ของ​ภาค​รัฐ​อย่าง​เป็น​ระบบ

อย่างไรก็ตาม การ​คัด​สรร​จัด​ตัวผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​เขต​ของ​พรรคการเมือง​ต่างๆ ส่วน​ใหญ่​จะ​พิจารณา​โดย​ยึด​โยง​กับ​ตัว​บุคคล​ที่​ได้​รับ​ความ​นิยม​จาก​คนใน​พื้นที่

แต่​ก็​มี​บาง​ส่วน​ที่​ยัง​เน้น​ไป​ที่​กลุ่ม​ญาติ​พี่น้อง​ของ​นักการเมือง​ใน​ลักษณะ​ของ​การ​สืบ​ทอด​อำนาจ​ใน​วงศ์​ตระกูล เน้น​เรื่อง​ทุน​และ​อิทธิพล

มาก​กว่า​เรื่อง​ความ​รู้ความ​สามารถ​และ​ความ​สัมพันธ์​ใกล้​ชิด​ประชาชน​ใน​พื้นที่

ทั้งนี้​ เมื่อ​มอง​ถึง​ภาพ​รวม​ของ​พรรคการเมืองใน​ฐานะ​ที่​เป็น​ผู้​เลือกสรร​บุคคล​มา​ให้​ประชาชน​เลือก​เข้าไป​ทำ​หน้าที่​ผู้​แทนฯ

ก็​เปรียบ​เสมือน​กับ​มี​หน้าที่​หยิบ​ยามา​วาง​ให้​ประชาชน​เลือก​เพื่อ​เอา​ไป​รักษา​โรค​ต่างๆ ถ้า​เอา​ยา​ที่​มี​คุณภาพ​มา​วาง​ไว้ ก็​เป็น​เรื่อง​ที่​ดี

แต่​ถ้า​เอา​ยา​หมดอายุ หรือ​ยา​ไม่ได้​มาตรฐาน  มา​ให้​ประ-ชาชน​เลือก​ใช้ ก็​เป็น​เรื่อง​อันตราย

สำหรับ​สถานการณ์​ใน​การ​เลือกตั้ง​ครั้ง​นี้ หลังจาก​พรรค การเมือง​ได้​ส่ง​ผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ และ​ได้​หมายเลข​นำ​ไป​หาเสียง​กัน​แล้ว

และ​สัปดาห์​หน้า ก็​จะ​มี​การ​เปิด​รับ​สมัคร ส.ส.​ระบบ​เขต​ทั่ว​ประเทศ 375 เขต ถึง​ตอน​นั้น​ประชาชน​ก็​จะ​ได้​เห็น​หน้า​ค่า​ตา​ผู้​เสนอ​ตัว​ลง​แข่ง​ขัน​เป็น​ผู้​แทนฯ​ของ​แต่ละ​พรรค​แต่ละ​เขต​อย่าง​ชัดเจน

เหนือ​อื่น​ใด  จาก​บรรยากาศ​การเมือง​ที่​สัมผัส​ได้​ใน​ขณะ​นี้ ทุก​พรรคการเมือง​ต่าง​ก็​เชื่อฟัง​คณะ​กรรมการ​การ​เลือกตั้ง

พูด​ได้​ว่า  ​ใน​ขณะ​นี้​บทบาท​ของ กกต.​เป็น​ที่​ยอม​รับ​ของ​ทุก​ฝ่าย ทั้ง​พรรคการเมือง นักการเมือง และ​ประชาชน​ทั่วไป โดยเฉพาะ​พรรคการเมือง​และ​นักการเมืองพยายาม​ทำตัว​อยู่​ใน​กรอบ​อย่าง​เคร่งครัด เพราะ​กลัว​ดาบ​อาญาสิทธิ์

ใบ​เหลือง ใบแดง ยุบ​พรรค

ขณะ​ที่​คณะ​กรรมการ​การ​เลือกตั้ง​เอง​ก็​ไม่ได้​แสดง​ความ​หนักใจ​ใน​การ​ทำ​หน้าที่​จัดการ​เลือกตั้ง​ให้​เป็น​ไป​โดย​สุจริต​และ​เที่ยงธรรม เพราะ​ยึด​กฎหมาย​เป็น​หลัก

ส่วน​การ​ชุมนุม​เคลื่อนไหว​ของ​กลุ่ม​คน​เสื้อ​แดง เพื่อ​รำลึก​เหตุการณ์​สลาย​การ​ชุมนุม​ครบ​รอบ 1 ปี ที่​แยก​ราช​ประสงค์

ก็​ผ่าน​ไป​ด้วย​ความ​เรียบร้อย ไม่​มี​เหตุการณ์​รุนแรง

ทาง​ด้าน​ความ​พร้อม​ของ​เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ใน​การ​รักษา​ความ​สงบ​เรียบร้อย​ใน​ช่วง​หาเสียง​เลือกตั้ง​และ​ใน​วัน​เลือกตั้ง 3 กรกฎาคม ก็​มี​การ​วาง​แผน​รับมือ​ป้องกัน​เหตุ​ร้าย​ต่างๆไว้​เป็น​ขั้น​เป็น​ตอน ไม่​มี​อะไร​น่า​เป็น​ห่วง

ใน​ขณะ​ที่​ผู้​นำ​เหล่า​ทัพ​ก็​ส่ง​สัญญาณ​ชัด สั่ง​กำลัง​พล​วางตัว​เป็นกลาง​ใน​การ​เลือกตั้ง ประกาศ​เดิน​ตาม​แนวทาง​ประชาธิปไตย พร้อม​ยอม​รับ​ได้​ไม่​ว่า​พรรค​ไหน​จะ​มา​เป็น​รัฐบาล

สรุป​มา​ถึง​วัน​นี้ เส้นทาง​ไป​สู่​วัน​เลือกตั้ง ราบรื่น ไร้​อุปสรรค

ทั้งนี้​ เมื่อ​หัน​มา​ที่​พรรคการเมือง แม้​มี​หลาย​สิบ​พรรค​ส่งตัว​แทน​ลง​สมัคร​รับ​เลือกตั้ง ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ และ ส.ส.​ระบบ​เขต

แต่​พรรคการเมือง​ที่​เป็น​ที่​สนใจ​ของ​ประชาชน​จริงๆว่า​ไป​แล้ว​ก็​มี​อยู่​เพียง​ไม่​กี่​พรรค​เท่านั้น ส่วน​ใหญ่​จะ​เป็น​พรรค​ที่​คุ้น​ชื่อ​คุ้น​เสียง คุ้น​หน้า​คุ้น​ตา​กัน​ดี

โดย​พรรค​เหล่า​นี้ ถือว่า​มี​โอกาส​สูง​ที่​ผู้​สมัคร​ของ​พรรค​จะ​ได้​รับ​เลือกตั้ง​จาก​ประชาชน ให้​เข้า​มา​ทำ​หน้าที่​เป็น​ผู้​แทนฯ​ใน​สภา

แต่​ที่​ต่อสู้​กัน​จริงๆก็​หนี​ไม่​พ้นการเมือง 2 ขั้ว​ใหญ่ คือ พรรค​ประชาธิปัตย์ กับ​พรรค​เพื่อ​ไทย

สำหรับพรรค​ประชาธิปัตย์ส่ง​นาย​อภิสิทธิ์ เวช​ชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็น​ผู้​สมัคร ส.ส.​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ ลำดับ​ที่ 1

เดิน​ยุทธศาสตร์ชู “อภิสิทธิ์” เป็น​นายกฯ​รอบ​สอง เน้น​เข้า​มา​สาน​งาน​ต่อ

ใน​ขณะ​ที่พรรค​เพื่อ​ไทย ภาย​ใต้​บัญชาการ​ของ  ​พ.ต.ท.​ทักษิณ ชินวัตร อดีต​นายกฯ ส่ง น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้อง​สาว พ.ต.ท.​ทักษิณ ลง​สมัคร ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ ลำดับ​ที่ 1

ชู “ยิ่งลักษณ์” เป็น​นายกฯ​หญิง ภาย​ใต้​ยุทธศาสตร์ “พา​ทักษิณ​กลับ​บ้าน”

เมื่อ​สถานการณ์​การ​เลือกตั้ง​เดิน​มา​ถึง​วัน​นี้ แต่ละ​พรรค​นอกจาก​จะ​โหม​กระแส​การ​ตลาด​ว่า​ฝ่าย​ตัว​เอง​เสียง​ดี ชนะ​แน่

เพื่อ​ปลุก​กระแส​ฐาน​เสียง ปลุก​กระแสความ​นิยม และ​สร้าง​ความ​เกรงขาม สร้าง​ศักยภาพ เพื่อ​ให้​กลุ่ม​ทุนและ​บุคลากร​ใน​กลไก​รัฐ เลือก​ข้างหัน​มา​ช่วยเหลือ​เอื้อ​ประโยชน์​ให้​ฝ่าย​ตัว​เอง

จาก​ห้วง​นี้​ไป​จนถึง​วัน​เลือกตั้ง แต่ละ​พรรค​ยัง​ต้อง​งัด​กลยุทธ์​ทุก​รูป​แบบ​ออก​มา​ใช้ เพื่อ​แปลง​กระแส​แปลง​เสียง ให้​เป็น​คะแนน

สารพัด​วิชา​มาร​จะ​เริ่ม​อาละวาด กกต.​จะ​ต้อง​ทำงาน​หนัก​กว่า​เดิม​อีก​หลาย​เท่า

เหนือ​อื่น​ใด ท่าม กลาง​การ​ต่อสู้​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทยภาย​ใต้​ยุทธศาสตร์​เดิม​ของ “ทักษิณ” ที่​ ต้องการ​กลับ​เมือง​ไทย โดย​ไม่​ต้อง​รับ​โทษ​อาญา

ไม่​ต้อง​ติด​คุกใน​คดี​ที่​ศาลฎีกา​แผนก​คดี​อาญา​ของ​ผู้​ดำรง​ตำแหน่ง​ทางการ​เมือง ตัดสิน​ลงโทษ​จำ​คุก 2 ปี ใน​คดี​ทุจริต​จัด​ซื้อ​ที่ดิน​รัชดาฯ

รวม​ทั้ง​คดี​อื่น​อีก​หลาย​คดี​ที่​ยัง​คา​อยู่​ใน​ศาล

แน่นอน การ​ที่ พ.ต.ท.​ทักษิณ​และ​พรรค​เพื่อ​ไทย ส่ง น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ลง​สมัคร ส.ส.​ปา​ร์​ต้ี​ลิสต์ ลำดับ 1 ชู​เป็น​แคน​ดิเดต​นายกฯ ก็​ยัง​เดิน​อยู่​ใน​ยุทธศาสตร์​เดิม ไม่​เปลี่ยนแปลง

แม้ น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ออก​มา​ประกาศ​ว่า การ​เข้า​มา​เล่น​การเมือง​ครั้ง​นี้ ไม่​คิด​แก้แค้น แต่​จะ​แก้ไข

แต่​ก็​ไม่​ปฏิเสธเรื่อง​การ​พา “ทักษิณ” กลับ​บ้าน

เพียง​แค่​ออกตัว​ว่า ทุก​อย่าง​ต้อง​เป็น​ไป​ตาม​หลัก​นิติธรรม

ดังนั้น การ​ที่ “ทักษิณ” และ​พรรค​เพื่อ​ไทย ส่ง “ยิ่งลักษณ์” ลง​สมัคร ส.ส.​ปา​ร์​ตี้​ลิสต์ ลำดับ 1 ชู​เป็น แคน​ดิเดต​นายกฯ​ใน​การ​เลือกตั้ง​ครั้ง​นี้

ก็​เท่ากับ​โยน​คำ​ถาม​ให้​สังคม​ตัดสิน​ว่า “จะ​ให้​ทักษิณ กลับ​บ้าน​หรือ​ไม่”

หลังจาก​ที่​เขา​เคย​ต่อสู้​เพื่อ​ยุทธศาสตร์​นี้​มา​แล้ว​หลาย​รูป​แบบ ถึง​ขั้น​จลาจล​เผา​บ้าน​เผา​เมืองก็​เคย​เกิด​ขึ้น​มา​แล้ว

เป้าหมาย​หลัก​ก็​เพื่อ​ต้องการ​กลับ​บ้าน ต้องการ​ความ​เป็น​ธรรม​ใน​ความรู้สึก​ของ​เขา

แต่​สังคม​ส่วน​ใหญ่​รู้สึก​อย่างไร และ​จะ​ยอม​ให้​ผล​ของ​การ​เลือกตั้ง​ใน​ครั้ง​นี้นำ​มา​สู่​การ​ลบล้าง​ความ​ผิด​ที่​ตัดสิน​โดย​อำนาจ​ตุลาการ​ไป​แล้ว​หรือ​ไม่

3 กรกฎาคม คำ​ตอบ​จริงๆจะ​ออก​มา.

“ทีมการเมือง”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมการเมือง
  • 22 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ปล่อย​ตั๋ว​รัฐบาล​ผสม

Published พฤษภาคม 21, 2011 by SoClaimon

17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

ปล่อย​ตั๋ว​รัฐบาล​ผสม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171958

“ดี​แต่​พูด”

เครื่องหมายการค้า​ของ​ยี่ห้อ “อภิสิทธิ์ เวช​ชา​ชีวะ” อยู่​แล้ว ก็​ไม่​แปลก​ที่​ทีมโปรโมเตอร์​ของ​ค่าย​ประชาธิปัตย์ จะ​โหม​ตี​ปี๊บ​ออกอากาศ ส่ง​เทียบ​ท้าทาย น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แคน​ดิเดต​นายกฯ​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย ประกบ​คู่​มวย “ดี​เบต” โดย​ไม่​เกี่ยง​เวที

โดย​มี “เทพ​เทือก” นาย​สุ​เทพ เทือก​สุ​บรรณ เลขาธิการ​พรรค แม่ทัพ​ใหญ่ค่าย ประชาธิปัตย์ นำ​ทีม “เชียร์​แขก” มั่นใจ​ประชาชน​จะ​ให้​ความ​นิยม​ใน​ตัว​นาย​อภิสิทธิ์ มาก​กว่า น.ส.​ยิ่งลักษณ์ แน่นอน เนื่องจาก​ตลอด 2 ปี​ที่​ผ่าน​มา นาย​อภิสิทธิ์​พิสูจน์ แล้ว​ว่า เป็น​ผู้​นำ​รุ่น​ใหม่

สามารถ​นำ​ประเทศ​ฝ่า​วิกฤติ​การเมือง​และ​วิกฤติ​เศรษฐกิจ​มา​ได้

สค​ริ​ปต์​เดียวกัน​กับ ​นพ.บุ​รณัชย์ ส​มุ​ท​รักษ์ โฆษก​พรรค​ประชาธิปัตย์ ที่​ยอ​วาที นาย​อภิสิทธิ์​สามารถ​เดิน​หน้า​สาน​ต่อ​งาน​ที่​ได้​แก้ไข​ไป​แล้ว​ได้​ทันที ทั้ง​โครงการ​เรียนฟรี เบี้ย​ผู้​สูงอายุ เพิ่ม​เงิน​ประกัน​ราย​ได้ ขึ้น​ค่า​แรง​ขั้น​ต่ำ กองทุน​ดอกเบี้ย​ต่ำ​เพื่อ​การศึกษา กวาดล้าง​ยาเสพติด

ส่วน น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ชัดเจน​ว่า​ร่วม​กับ​คน​เสื้อ​แดง​ที่​จะ​ขับเคลื่อน​ประเทศ​โดย​ใช้​เสียง​

ส่วนใหญ่​เป็น​ฉันทา​นุมั​ติ เพื่อ​แก้​ปัญหา​ให้​คน​เสื้อ​แดง​และ พ.ต.ท.​ทักษิณ ชินวัตร โดย​จะ​ดำเนินการ​ล้างผิดอดีต​นายกฯ​และ​เครือ​ข่าย อย่าง​ที่​ถูก​บรรจุ​ใน​นโยบาย​ข้อ​ที่ 7 ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​ชัดเจน และ พ.ต.ท.​ทักษิณก็​ประกาศ​กลับ​ประเทศ​ใน​เดือน​กรกฎาคม
ประชาธิปัตย์​อาศัย​ลูก​เก๋า วาง​ฟอร์ม​ข่ม “ยิ่งลักษณ์” ใน​ฐานะ​น้อง​ใหม่

จังหวะ​เดียว​กับ​การ​โหม​ตี​ปี๊บ ตาม​คิว​ที่ “อภิสิทธิ์” เล่น​เอง ปั่น​กระแส​ทำนายผล​การ​เลือกตั้ง​จะ​ออก​มา​ก้ำกึ่ง​สูสี แพ้​ชนะ​กัน​แค่ 4–5 ที่นั่ง เฉือน​กัน​ตรง​ปลาย​จมูก

รับ​ลูก​พอดี กับ​เกม​ปาด​หน้า​แย่ง​จัด​ตั้งรัฐบาล

ตาม​สถานการณ์​ที่​เป็นใจ ล่า​สุด​เอแบค​โพล​เปิด​ตัวเลข “พลิก​แค่​ชั่ว​สัปดาห์​เดียว” ประชาชน​หัน​กลับ​มา​โดน​ใจ​นโยบาย​พรรค​ประชาธิปัตย์​มาก​กว่า​เจ้า​ตำรับ​ประชา​นิยม​ยี่ห้อ​เพื่อ​ไทย ชนิด​ที่​ว่า ถ้า​เลือกตั้ง​เลย​ใน​วัน​นี้ ประชาธิปัตย์​จะ​กวาด​แต้ม​ปาร์ตี้ลิสต์​กว่า 45 เปอร์เซ็นต์

เป็น​อะไร​ที่​เซอร์ไพรส์​อย่าง​แรง

แต่​ของ​จริง รายงาน​สถานการณ์​แบบ​สดๆจาก​สนาม ตาม​ข้อมูล​จาก​แหล่ง​ข่าว ระดับ​สูง​พรรค​ภูมิใจ​ไทย​เปิดเผย​การ​สำรวจ​คะแนน​ความ​นิยม​ใน​ภาค​อีสาน พบ​ว่าคะแนน นิยม​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​แรง​มาก ทำให้​นาย​เนวิน ชิดชอบ แกน​นำ​พรรค ต้องตัดสินใจ​ลด​จำนวน​ผู้​สมัคร ส.ส. เลือก​เอา​เฉพาะ​มวย​เกรด​เอ​ที่​หวัง​ได้ โดยเฉพาะ​ถ้า​มี​คะแนนนิยม​ต่ำ​กว่า​ร้อย​ละ 30 ก็​จะ​งด​ส่ง​ลง​สนาม
เพราะ​ส่ง​ไป​ก็​เป็น​ปุ๋ย​เปล่าๆ

เอาเป็นว่า ใน​อารมณ์​ของ​เซียน​เลือกตั้ง​ระดับ​เขี้ยว​ลาก​ดิน ที่​ไม่ได้​อิน​ไป​กับ​กระแส​โพล​ที่​พลิก​วูบวาบ​แค่​ชั่ว​ข้าม​คืน ต้อง​ยืน​อยู่​บน​พื้นฐาน​ของ​จริง​ใน​สนาม

ทั้งหมด​ทั้งปวง ตาม​ปรากฏการณ์​ต้อง​เงี่ยหู​ฟัง​กัน​ดีๆ

“มัน​เจ็บ แต่​มัน​ต้อง​มี​วัน​จบ” ประโยค​ทอง พ.ต.ท.​ทักษิณ ล่า​สุด​ส่ง​สัญญาณ​เสียง​ดัง​ฟัง​ชัดเจน หลัง​บิน​โฉบ​มา​ปักหลัก​ที่​ประเทศบรูไน เกาะ​ติด​ขอบ​สนาม​เลือกตั้ง​อยู่​ใกล้​ประเทศไทย​แค่​เอื้อม​มือถึง

ฟัน​ธง มั่นใจ​พรรค​เพื่อ​ไทย​จะ​ชนะ​การ​เลือกตั้ง​แบบ​เบ็ดเสร็จ​เด็ดขาด แต่​แม้​จะ​ได้​เสียง​เกิน​ครึ่ง​ก็​ควร​จะ​ตั้ง​รัฐบาล​ผสม และ​พร้อม​จะ​เดิน​หน้า​สมานฉันท์ เชื่อ​ว่า​หลัง​เลือกตั้ง​ ทุก​อย่าง​จะ​จบ

แน่นอน เรื่อง​สมานฉันท์ ทุก​อย่าง​จะ​จบ​จริง​หรือ​ไม่ ยังต้อง​ มอง​กัน​ยาวๆ

แต่​เบื้องต้น ตาม​สัญญาณ​ที่ “ทักษิณ” ฟัน​ธง​หลัง​เลือกตั้ง​ยัง​ไง​ก็จัด “รัฐบาล​ผสม” มัน​เข้า​ทาง​ค่าย​พิมพ์​นิยม ตาม​จังหวะ​ถ้า​เย็น​วัน​ที่ 3 กรกฎาคม ผล​ออก​มา​ตาม​กระแส​ พรรค​เพื่อ​ไทย​เข้า​ป้าย​เป็น​อันดับ​หนึ่ง

คน​ที่ “เคลียร์​สาย” รอ​ก่อน​ใคร น่า​จะ​เป็น​พรรค​ชาติ​พัฒนา-​เพื่อ​แผ่นดิน ​ของ​ยี่ห้อ “สุวัจน์ ลิปต​พัลลภ–พินิจ จารุสมบัติ–ปรีชา เลา​ห​พง​ศ์​ชนะ” ใน​ฐานะ​ค่าย​ที่ “ลอยตัว” ไม่​มี​ออ​ป​ชั่น​พิเศษ​ผูก​ติด​อยู่​กับ​ใคร

โดยเฉพาะ​กับ​เป้าหมาย​ที่​วาง​ไว้ 20–30 ที่นั่ง กำลัง​เสียบพอดี

ยัง​มี​อะไหล่​เก็บตก​ค่าย​พลัง​ชล​ของ​นาย​สนธยา คุณปลื้ม ที่​แนวโน้ม​ยึด​จังหวัด​ชลบุรี​กลับ​มา​อยู่​ใน​อ้อม​กอด บวก​ลบ​เครือ​ข่าย​พื้นที่​ข้าง​เคียง​ใน​แถบ​ตะวันออก น่า​จะ​อยู่​ที่ 5-10 เก้าอี้ เป็น​ตัวเลข​ที่​ลงตัว​คุย​กัน​ง่าย

แต่​ที่​จัด​สมการ​ยาก ก็​คือ​คิว​ของ​พรรค​ชาติ​ไทย​พัฒนา​ของ “บิ๊ก​เติ้ง” นาย​บรรหาร ศิลปอาชา ที่​ขาย​พ่วง​เป็น​แพ็กเกจ​คู่​กับค่าย​ภูมิใจ​ไทย​ของ​ยี่ห้อ “เนวิน ชิดชอบ”

ถ้า​เกิน​ความ​จำเป็น ก็​คง​ปล่อย​ไว้​ก่อน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เปิดมุกวัดดวงกันแล้ว

Published พฤษภาคม 16, 2011 by SoClaimon

16 พฤษภาคม 2554, 05:03 น.

เปิดมุกวัดดวงกันแล้ว.

Pic_171728

มวย​เขี้ยว​ด้วย​กัน รู้​เหลี่ยม​รู้​ทาง​กัน​อยู่

ตาม​อาการ​รุก​หนัก​ของ​คน​พรรค​ประชาธิปัตย์​ไล่​ตั้งแต่​ระดับ​หัว​แถว​ไป​ยัน​ลูกหาบ ออก​มา​ไล่​ขย่ม “ป๋า​เหนาะ” นาย​เสนาะ เทียนทอง หัวหน้า​พรรค​ประชา​ราช ที่​ตัดสินใจ​หอบ​ลูก​หลาน​ย้าย​เข้า​สังกัด​พรรค​เพื่อ​ไทย อย่าง​เป็น​ทางการ รับ​งาน “ปั้น​นายกฯ​คน​ที่ 4” ให้​กับ ​พ.ต.ท.​ทักษิณ ชินวัตร อดีต​นายกรัฐมนตรี

เย้ย​หยัน​เป็น​พวก​กลืน​น้ำลาย ไม้​หลัก​ปัก​ขี้​ควาย

โดยเฉพาะ “เทพ​เทือก” นาย​สุ​เทพ เทือก​สุ​บรรณ เลขาธิการ​พรรค​ประชาธิปัตย์ ที่​ทั้ง​หยัน ทั้ง​บลัฟ ทั้ง​เบิ้ล ไม่​มี​อะไร​เหนือ​การ​คาด​หมาย กระบวนการ​ดูด​การก​วาด​ต้อน​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​เป็น​ระบบ สุดท้าย “ป๋า​เหนาะ”ก็​ไม่​รอด แต่​นาย​เสนาะ​ต้อง​ไป​อธิบาย​กับ​ประชาชน เพราะ​วัน​ก่อน​ทำท่า​จะ​ออก​จาก​พรรค​เพื่อ​ไทย เพราะ​พฤติกรรม​ของ​พรรค​เพื่อ​ไทย​และ​แกน​นำ​เสื้อ​แดง​กระทำ​การ​ไม่​เหมาะสม แต่​วัน​นี้​กลับ​มา​ใหม่

“ป๋า​เหนาะ” คง​เหนื่อย​หน่อย​ใน​การ​อธิบาย

ตบ​ท้าย “เทพ​เทือก” บอกปัด แม้​นาย​เสนาะ​จะ​เข้า​มา​ช่วย​พรรค​เพื่อ​ไทย​ก็​ไม่ได้​ทำให้​พรรค​ประชาธิปัตย์​ต้อง​ออกแรง​เหนื่อย​ขึ้น ขึ้น​อยู่​กับ​ประชาชน​ ถ้า​เห็น​ว่า​พรรคการเมือง​นั้น​เป็น​อันตราย​ต่อ​บ้านเมือง​ก็​เลือก​พรรค​ประชาธิปัตย์ ไม่ได้​ขึ้น​อยู่​กับ​นาย​เสนาะ​หรือ​นักการเมือง​คน​ใด

ประชาธิปัตย์​แท็ก​ทีม “จัด​เต็ม” รับ “ป๋า​เหนาะ” เข้า​สังกัด​พรรค​เพื่อ​ไทย

เหมือน​แค้น​เคือง​กัน​มา​แต่​ชาติ​ปาง​ไหน

แต่​อีก​นัยหนึ่ง​มัน​ก็​ล้อ​กับ​กระแส​ข่าว​วงใน​แว่วๆ ก่อน​หน้าที่​พรรค​เพื่อ​ไทย​จะ​ส่ง​คณะ​ใหญ่​ไป​อุ้ม “ป๋า​เหนาะ” ถึง​บ้านเมือง​ทอง​ธานี  แถลงข่าว​ร่วมหอลงโรง​อย่าง​เป็น​การ​เป็น​งาน มี​แกน​นำ​พรรค​รัฐบาล​บาง​คนนัด “ผู้​เฒ่า​วัง​น้ำ​เย็น” กิน​ข้าว​ที่​โรงแรม​แห่ง​หนึ่ง เสนอ​ปัจจัย​แบบ “จัด​หนัก” ให้​ย้าย​ไป​สังกัด​พรรค​รัฐบาล หรือ​ไม่​ก็​ให้​คง​พรรค​ประชา​ราช​ไว้​ไม่​ต้อง​ย้าย​ไป​อยู่​กับ​พรรค​เพื่อ​ไทย

หวัง​ให้​เปลี่ยนใจ​นาที​สุดท้าย

แต่​คำ​ตอบ​ที่​ได้​จาก “ป๋า​เหนาะ” ก็​คือ ปล่อย​ให้​รัฐบาล​บริหาร​มา 2 ปีกว่า ก็​เห็น​กัน​อยู่​ว่า​อะไร​เป็น​อะไร แก้​ปัญหา​ไม่ได้ ยัง​มี​การ​ปล่อย​ให้​คอรัปชัน​กัน​โจ๋งครึ่ม ประเทศชาติ​เสียหาย

บอกปัด​นิ่มๆเป็น​นัย ไม่​เอา​ด้วย​กับ​แผน​ล็อก​ขั้ว บล็อก​พรรค​เพื่อ​ไทย

ตาม​คิว “ป๋า​เหนาะ” ก็​เลย​โดน​ถล่ม​อ่วม​อร​ทัย

ใน​มุมตรง​กัน​ข้าม มัน​ก็​สะท้อน​อารมณ์​หวั่นไหว​ของ​คู่​ต่อสู้​ที่​จะ​ต้อง​เจอ​กัน​ใน​สนาม ตาม​เกม​ที่รู้​กัน​ใน​วงการ​เซียน​เลือกตั้ง​เขี้ยว​ลาก​ดิน​  “ป๋า​เหนาะ”  จัด​อยู่​ใน​จำพวก  “ยิง​แม่น”  เหมือน​จับ​วาง

การ​ปั้น​นายกรัฐมนตรี​มา​แล้ว 3 คน ไม่​ใช่​แค่​ราคา​คุย

ทั้งหมด​ทั้งปวง ต่อ​เนื่องจาก​คิว​ไล่​บล็อก “ป๋า​เหนาะ” ที่​สะท้อน​ความ​พยายาม “ตัด​แต้ม” พรรค​เพื่อ​ไทย​ให้​มาก​ที่สุด โดย​ยุทธศาสตร์​มัน​ก็​ล้อ​กับ​คิว​ที่​นาย​อภิสิทธิ์ เวช​ชา​ชีวะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้า​พรรค​ประชาธิปัตย์​ ประกาศ​ใน​วง​สัมมนา​ผู้​สมัคร ส.ส.​พรรค​ประชาธิปัตย์

การ​เลือกตั้ง​ครั้ง​นี้​จะ​เป็น​การ​เลือกตั้ง​ที่​มี​การ​แข่ง​ขัน​เข้มข้น​เป็น​พิเศษ และ​ผล​การ​เลือกตั้ง​จะ​ออก​มา​ค่อนข้าง​สูสี ดังนั้น ​ทุก​เขต​เลือกตั้ง​มี​ความ​หมาย ทุก​คะแนน​ใน​ระบบ​บัญชี​ราย​ชื่อ​มี​ความ​หมาย ผล​แพ้​ชนะ​แค่ 4-5 ที่นั่ง​ จะ​เป็น​ตัว​ชี้​อนาคต​ประเทศไทย

นัยว่า​ปั่น​ตัวเลข​ให้​ก้ำกึ่ง​สูสี​เข้า​ไว้ ตาม​เกม​ลุ้น​ปาด​หน้า แย่ง​จัดตั้ง​รัฐบาล

แต่​นั่น​ยัง​ไม่​เท่ากับ​การ​ที่ “อภิสิทธิ์” หงาย​ไพ่​ท้า​เดิมพัน​กับ​ประชาชน​คน​ไทย

วัน​นี้​การ​เลือกตั้ง​เป็น​การ​ต่อสู้​ของ 2 พรรคการเมือง​ใหญ่ การ​ช่วงชิง​ใน​การ​จัดตั้ง​รัฐบาล​ก็​มา​จาก​ผล​การ​แข่ง​ขัน​ระหว่าง​พรรค​ประชาธิปัตย์​กับ​พรรค​เพื่อ​ไทย ที่​สันนิษฐาน​ว่า​จะ​เสนอ​ชื่อ น.ส.​ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้อง​สาว​อดีต​นายกฯ​ทักษิณ ​เป็น​คู่​ชิง​เก้าอี้​นายกรัฐมนตรี

“ดังนั้น​ การ​เลือกตั้ง​ครั้ง​นี้​เป็น​การ​พิจารณา​ว่า​จะ​เลือก​พรรค​ประชาธิปัตย์​ที่​มี​ผม​เป็น​นายกฯ หรือ​เลือก​พรรค​เพื่อ​ไทย​ที่​มี​คุณ​ยิ่งลักษณ์​จะ​มา​เป็น​นายกฯ”

ถาม​กัน​ซึ่งๆหน้า ​จะ​เลือก​ใคร

โดย​บรรยากาศ​ย้อน​กลับ​ไป​ล้อ​กับ​ครั้ง​หนึ่ง​ที่​พรรค​ประชาธิปัตย์​ เคย​ใช้​ม็อต​โต “ไม่​เลือก​เรา ​เขา​มา​แน่” บลัฟ​คู่แข่ง วาง​เดิมพัน​วัด​ดวง​กับ​ประชาชน​คน​ไทย

แต่​สุดท้าย​ประชาธิปัตย์​ก็​เสร็จ​เขา.
“ทีมข่าวการเมือง รายงาน”

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 16 พฤษภาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

วัด​ง่ายๆใคร​ขลัง​กว่า

Published พฤษภาคม 16, 2011 by SoClaimon

30 เมษายน 2554, 05:03 น.
วัด​ง่ายๆใคร​ขลัง​กว่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167882

อภิสิทธิ์ – ทักษิณ

ระฆัง​ช่วย​ไว้​ได้​ทัน

จาก​ผล​การ​ประชุม​ร่วม​กัน​ระหว่าง​ พล.ท.​เ​จี​ย มอ​น ผู้​บัญชาการ​ภูมิภาค​ที่ 4 ของ​กัมพูชา กับ​ พล.ท.​ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพ​ภาค​ที่ 2 ของ​ไทย ได้​มี​การ​ให้​คำมั่น​เรื่อง​การ​หยุด​ยิง หลังจาก​การ​ปะทะ​บริเวณ​ชาย​แดน​ของ​ทหาร​ทั้ง 2 ประเทศ ​ดำเนิน​มา​เป็น​เวลา​ติดต่อ​กัน 7 วัน

เป็นอัน​ว่า​สงคราม​ภายนอก​สงบ ผล​กระทบ​ถึง​การเมือง​ภายใน​ก็​จบ

ตาม​ข้อ​ห่วงใย​ของ​หลาย​ฝ่าย​ที่​อยาก​ให้​เลื่อน​คิว​ยุบ​สภา​ออก​ไป เพื่อ​ให้​มี​รัฐบาล​กำกับ​การ​ใน​ช่วง​การ​สู้​รบ​ชาย​แดน ​ก็​ไม่​ใช่​ข้ออ้าง​กดดัน​ให้​นาย​อภิสิทธิ์ เวช​ชา​ชีวะ นายกรัฐมนตรี ลาก​เกม​อำนาจ​รัฐบาล​ต่อ​ไป

“เดอะ​โชว์ มัส​ต์ โก ออ​น” ตาม​คิว​ยุบ​สภา วัน​ที่ 6 พฤษภาคม จะ​ต้อง​เกิด​ขึ้น​แน่ๆ

และ​โดย​ธรรมชาติ​ของ​นัก​เลือกตั้ง​อาชีพ​ก็​ขยับ “เข้าที่” กัน​แล้ว ตาม​เสียง​ประกาศ​หา​คน​หาย นาย​ปลอดประสพ สุรัสวดี รอง​หัวหน้า​พรรค​เพื่อ​ไทย แถลง​ถึง​กระแส​ข่าว “เฮีย​มิ่ง” นาย​มิ่งขวัญ แสง​สุวรรณ์ ส.ส.​สัดส่วน พรรค​เพื่อ​ไทย จะ​ไป​ร่วม​งาน​กับ​พรรค​ประชา​ราช​ของ “ป๋า​เหนาะ” นาย​เสนาะ เทียนทอง

ใน​ทำนอง​ป่านนี้​ยัง​หา​นาย​มิ่งขวัญ​ไม่​เจอ​และ​ไม่​สามารถ​ติดต่อ​ได้ แม้​จะ​พยายาม​ร้องเพลง​รอ​เพื่อ​ส่ง​สัญญาณ​ให้​นาย​มิ่งขวัญ​กลับ​มา​อยู่​พรรค​เพื่อ​ไทย​แล้ว​ก็ตาม

“ตอน​นี้​ผม​คิดถึง​คุณ​มิ่งขวัญ​มาก แต่​ถ้า​ไม่​มา​ผม​ก็​สุด​ปัญญา เพราะ​หาไม่​เจอ โทรศัพท์​ก็​ไม่​เปิด ติดต่อ​ก็​ไม่ได้ ซึ่ง​ใน​ส่วน​ของ​พรรค​มี​ปฏิทิน​อยู่​แล้ว​ว่า เมื่อ​ถึง​วินาที​ที่​พรรค​จะ​ต้อง​ส่ง​ใบสมัคร ส.ส.​บัญชี​ราย​ชื่อ​ให้​ กกต. เพื่อ​ส่ง​สมัคร​รับ​เลือกตั้ง​แล้ว ​ใคร​ยัง​ไม่​มา​ปรากฏ​ตัว​กับ​พรรค ก็​ถือว่า​คน​นั้น​ไม่​ลง​สมัคร​รับ​เลือกตั้ง​ใน​นาม​พร​ร​ค”

ขู่​ตัด​หาง วัด​ใจ​กัน​เป็น​นัย

ตาม​จังหวะ​รุก​ไล่​กดดัน หลัง​พวก​ที่​อยู่​ใน​ข่าย​กบฏ​พา​กัน​รายงาน​ตัว​ออกอากาศ ทั้ง​ราย​ของ​นายสุรสิทธิ์ เจียม​วิ​จัก​ษณ์ ส.ส.​เชียงราย พรรค​เพื่อ​ไทย กลุ่ม​นาย​มิ่งขวัญ​ที่​ประกาศ​ชัด ส่วนตัว​คง​ไม่​ออก​ตาม​นาย​มิ่งขวัญ ยัง​อยู่​กับ​พรรค​เพื่อ​ไทย

ถ้า​ออก​ไป​จะ​เอา​อะไร​ไป​ขาย ระหว่าง “ม.​แม้ว” กับ “ม.​มิ่ง” ขาย “ม.​แม้ว” สะดวก​และ​หาเสียง​ง่าย​กว่า ถ้า​ใช้ “ม.​มิ่ง” คง​ลำบาก เหนื่อย ถึง​อย่างไร​ กระแส “ม.​แม้ว” ก็​มี​มาก​กว่า

ขณะ​ที่​ก่อน​หน้า​นั้น​ นาย​ปรีชา เร่ง​สมบูรณ์สุข ส.ส.​เลย แกน​นำ​กลุ่ม​อีสาน​พัฒนา พรรค​เพื่อ​ไทย ก็​รีบ​ออก​มา​ปฏิเสธ​กระแส​ข่าว​ที่​จะ​ลา​ออก​จาก​พรรค​เพื่อ​ไทย​ไป​ร่วม​พรรค​ใหม่​กับ​นาย​มิ่งขวัญ ยืนยัน​ไม่​เป็น​ความ​จริง​ล้าน​เปอร์เซ็นต์

เช่น​เดียว​กับ​นาย​ศักดา คง​เพชร ส.ส.​ร้อยเอ็ด พรรค​เพื่อ​ไทย ก็​ปฏิเสธ​ข่าว​จะ​ร่วม​กับ​กลุ่ม​อดีต ส.ส.​พรรค​ความ​หวัง​ใหม่​ และ ส.ส.​กลุ่ม​วัง​น้ำ​เย็น ไป​ตั้ง​พรรค​กับ​ พล.อ.​ชวลิต ยงใจยุทธ นาย​เสนาะ และ​นาย​มิ่งขวัญ ใช้​คำ​พูด​ถึง​ขนาด​ที่​ว่า​ใคร​ออก​จาก​พรรค​เพื่อ​ไทย​ก็​สอบ​ตก ไม่​ต่าง​จาก​พวก​ขี้เรื้อน​ข้าง​ถนน

ถึง​เวลา​สะท้อน​ตัว​ตน​ของ​คน​พรรค​เพื่อ​ไทย เอา​เข้า​จริง​ก็​ไม่​มี​ใคร​กล้า​แหก​ค่าย

ยี่ห้อ“นาย​ห้าง​ตรา​ดูไบ​ห่​อ” ​ของ​อดีต​นายกฯ​ทักษิณ ชินวัตร ยัง​ขลัง

แต่​ที่​ไม่​แน่​ว่า​จะ​ศักดิ์สิทธิ์​จริง​หรือ​ไม่ ตาม​รายงาน​ข่าว​ที่ “ปล่อยของ” ออก​มา​จาก​พรรค​ประชาธิปัตย์ อ้าง​ว่า​ นายกฯ​อภิสิทธิ์ ใน​ฐานะ​หัวหน้า​พรรค ได้​ระบุ​ถึง​การ​จัด​บัญชี​ราย​ชื่อ​ผู้​สมัคร ส.ส.​ปา​ร์​ต้ี​ลิสต์​ของ​พรรค​เบื้องต้น​ว่า

จะ​ให้ ส.ส.​ระบบ​สัดส่วน​ที่​เหลือ​อยู่​ราว 30 คน รวม​กับ ส.ส.​สัดส่วน​บาง​คน​ที่​ตัดสินใจ​ไป​ลง ​ส.ส.​เขต และ ​ส.ส.​เขต​ที่​ถูก​เบียด​ให้​ขึ้น​มา​สมัคร ​ส.ส.​ปา​ร์​ตี้ลิสต์ อีก​ราว 10 คน​ไป​อยู่​ใน​ระบบ​สัดส่วน​ที่มั่น​ใจ​ได้​ว่า​จะ​ได้​กลับ​มา​เป็น ส.ส.​แน่นอน

นั่น​คือ​ลำดับ​ตั้งแต่ 55 ขึ้น​ไป

แต่​ของ​จริง​ก็​อย่าง​ที่​จับ​อารมณ์​ได้​กับ​อาการ​ของ “เทพ​เทือก” นาย​สุ​เทพ เทือก​สุ​บรรณ รอง​นายกรัฐมนตรี ใน​ฐานะ​เลขาธิการ​พรรค​ประชาธิปัตย์ ตา​เขียว​ใส่​นักข่าว

เมื่อ​โดน​ถาม​ถึง​กรณี​ที่​มี​รายงาน​ข่าว​จาก​แกน​นำ​พรรค​อาวุโส หนึ่ง​ใน​กรรมการ​สภา​ที่​ปรึกษา​พรรค​ประชาธิปัตย์​ ได้​วิเคราะห์​ประเมิน​ว่า​พรรค​ประชาธิปัตย์​จะ​ได้ที่​นั่ง ส.ส.​ใน​การ​เลือกตั้ง​ครั้ง​หน้า​ เพียง 150–160 ที่นั่ง​เท่านั้น

โดย​นาย​สุ​เทพย้อน​ถาม​ทันที​ว่า “ผู้​ใด สภา​ที่​ปรึกษา​อาวุโส​ผู้​ใด ชื่อ​อะไร”

พร้อม​ยืนยัน​เสียงแข็ง​มั่นใจ​ใน​ตัวเลข​ที่​ประกาศ​ไว้​ พรรค​ประชาธิปัตย์​จะ​ได้​มาก​กว่า 200 ที่นั่ง​ขึ้น​ไป

มั่นใจ​ถึง​ขั้น​ท้า​เดิมพัน​เอา​ปี๊บ​คลุม​หัว​กัน​เลย

เรื่อง​ของ​เรื่อง​ต้อง​เดิมพัน​สูง​เข้า​ไว้ เพราะ​กลัว​คน​ไม่​เชื่อ.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 30 เมษายน 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

%d bloggers like this: