ทอเร่ จอห์นเซ่น

All posts tagged ทอเร่ จอห์นเซ่น

ตกใจ “ธนา” โบกมือลาดีแทค หมดยุคคนไทยฝรั่งพรืดทั้งตึก

Published มกราคม 12, 2011 by SoClaimon

7 มกราคม 2554, 06:30 น.

ผ่านทางตกใจ \”ธนา\” โบกมือลาดีแทค หมดยุคคนไทยฝรั่งพรืดทั้งตึก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_139504

 

“ธนา เธียรอัจฉริยะ” โบกมือลาดีแทค คาดมีผลในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า หมดยุคคนไทย ต่างชาติพรืดทั้งตึก …

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้โยกนายธนา เธียรอัจฉริยะ ซึ่งก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานพาณิชย์ (CMO) ของดีแทค ไปดำรงตำแหน่งใหม่เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์องค์กร (Chief Corporate Affairs and Strategy Officer) ตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553 เป็นต้นมานั้น

ล่าสุด หลังปฏิบัติหน้าที่มาเป็นเวลา 8 เดือน นายธนาได้ตัดสินใจยื่นความจำนงที่จะลาออกจากดีแทคเรียบร้อยแล้ว  โดยคาดว่าจะมีผลในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า แต่เชื่อว่านายธนายังจะได้รับข้อเสนอให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของบริษัทต่อไป  จากประสบการณ์ที่ทำงานกับบริษัทมากว่า 14 ปี และถือเป็นผู้ปลุกปั้นแบรนด์แฮปปี้ให้เติบโตและแข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้

ทั้งนี้ ในช่วงเดือน มี.ค.2553 ซึ่งดีแทคได้ประกาศสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งดังกล่าว นายธนาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าตั้งใจจะปฏิบัติหน้าที่ให้ ดีที่สุด หากมีการปรับเปลี่ยนแล้วไม่สู้ คงไม่สามารถเป็นหัวหน้าได้ โดยบุคคลที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนคือนายเพ็ตเตอร์ เฟอร์เบอร์ก อดีต รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของดีแทค ทั้งนี้ กระแสข่าวการลาออกของนายธนาเล็ดลอดออกมาเรื่อยๆ นับตั้งแต่นายซิคเว่ เบรกเก้ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดีแทค ย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลธุรกิจในเอเชียของเทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของดีแทค และจากนั้นผู้บริหารไทยก็ร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนเหลือนายธนาเพียงคนเดียวที่ยังเป็นหน้าเป็นตาของดีแทคในฐานะคนไทย แต่ล่าสุดนายธนาก็ตัดสินใจโบกมือลาดีแทคเสียแล้ว.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 มกราคม 2554, 06:30 น.

 

เอกชนยังไม่สิ้นหวังประมูล 3 จี ยันทุกฝ่ายวิน-วินขืนช้าไทยยิ่งเสียโอกาส

Published กันยายน 21, 2010 by SoClaimon

21 กันยายน 2553, 06:00 น.

ผ่านทางเอกชนยังไม่สิ้นหวังประมูล 3 จี ยันทุกฝ่ายวิน-วินขืนช้าไทยยิ่งเสียโอกาส – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_112730

สมประสงค์-ทอเร่-ศุภชัย

สมประสงค์-ทอเร่-ศุภ ชัย บอสใหญ่เอไอเอส-ดีแทค-ทรู ประสานเสียงดันประมูล 3 จี เชื่อมั่นประเทศไทยไม่สามารถรอได้อีกต่อไป เผยนอกจากลาว-เขมรจะนำหน้าไปก่อนแล้ว ขณะนี้เวียดนามยังทิ้งห่างไปอีกช่วงตัว เพราะเปิดทดลองบริการ 4 จีแล้ว…

จาก กรณีที่ศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งศาลปกครองกลางที่สั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ ยุติการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จีของ กทช.ที่จะมีขึ้นวันที่ 20 ก.ย. ตามที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ กสท ได้ยื่นฟ้อง กทช. ว่าไม่มีอำนาจนำคลื่นความถี่มาเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี และศาลปกครองสูงสุดนัดคู่กรณี ทั้ง กทช. และ กสท มารับฟังคำวินิจฉัยวันที่ 23 ก.ย.นี้นั้น

นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า การเร่งรัดให้เกิดการประมูลใบอนุญาต 3 จีเป็นสิ่งที่จำเป็น ประเทศไม่สามารถรอคอยได้อีกต่อไป เพราะจะสูญเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ ที่สำคัญคนไทยรอคอยมานานมากแล้ว “อยากให้มองว่า หากการประมูล 3 จีล่าช้าออกไป ทั้งชาวไทย และประเทศจะเสียโอกาส ซึ่งพวกเราเสียโอกาสมามากแล้ว ตรงนี้สำคัญที่สุด”

3 จีเกิดช้าไทยยิ่งเสียโอกาส

ทั้ง นี้ การเปิดประมูล 3 จี ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตมูลค่าเริ่มต้น 12,800 ล้านบาท และคาดว่าราคาจะขยับสูงขึ้นไปอีก จากการแข่งขันกันระหว่างผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย แย่งกันประมูลใบอนุญาต 2 ใบนั้น จะนำเม็ดเงินมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทเข้ารัฐ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของประเทศโดยตรง ไม่ต่างกับการนำส่งเม็ดเงินในรูปของส่วนแบ่งรายได้ภายใต้สัมปทาน ซึ่งแต่เดิมส่งมอบให้บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ กสท

“ผมไม่ อยากให้มองปัญหานี้เป็นเรื่องของความขัดแย้งของหน่วยงาน อยากวิงวอนให้หันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันหาทางออก ทีโอที และ กสท ยังมีทางออก ผมเชื่อเช่นนั้น”

นอกจากเงินจากการประมูลที่จะทำรายได้ให้รัฐแล้ว นายสมประสงค์ กล่าวว่า การสร้างและลงทุนโครงข่าย 3 จียังจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในประเทศโดยรวม จึงไม่น่าต้องรอคอยอีกต่อไป “การสร้างโครงข่ายต้องใช้เวลา ยิ่งล่าช้ายิ่งเสียโอกาส ประสิทธิภาพของโครงข่าย 3 จี เป็นสิ่งที่ประเทศทั่วโลกพิสูจน์แล้วว่าเป็นอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยสนับสนุนยกระดับการศึกษา สุขอนามัย ถือเป็นการเปลี่ยนบริบทใหม่ของการสื่อสาร หากเกิดขึ้นได้”

อย่างไร ก็ตาม ไม่เชื่อว่าการเร่งออก พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจกรรมวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ.กสทช.) จะทำได้ในเวลาอันใกล้ กว่ารัฐบาลจะคลอด กฎหมายได้อย่างเร็วที่สุดน่าจะใช้เวลา 3 เดือน ผ่านกระบวนการคัดสรรกรรมการอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน จากนั้นเป็นขั้นตอนของการออกกฎระเบียบ เงื่อนไข ซึ่งน่าจะมีการรื้อทำใหม่ รวมแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 1 ปี ขณะที่ กทช. ชุดปัจจุบันได้ดำเนินขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นหมดแล้ว และเปิดเผยต่อสาธารณชนทุกขั้นตอน

ดีแทคไม่หมดหวังร่วมประมูล

ด้าน นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า ยังคงรอคอยวันที่ 23 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลปกครองสูงสุดนัดตัดสินกรณี กทช.อุทธรณ์ ขอเดินหน้าการประมูลต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ และยังคงเชื่อว่าการประมูลจะเดินหน้าต่อไปได้ “ผมมองตามหลักเหตุผล จึงทำให้เชื่อว่าการประมูล 3 จีจะเกิดขึ้นได้ ไม่อยากหมดหวัง เพราะประเมินจากหลายปัจจัยแล้ว เชื่อว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่ประเทศไทย และคนไทย จึงเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะ 3 จีจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศ หากการประมูลล่าช้าออกไปประเทศไทยจะล้าหลัง” ส่วนการรอคอยการจัดตั้งคณะกรรมการ กสทช.ภายใต้กฎหมายใหม่นั้น ถือเป็นขั้นตอนต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับดีแทคแล้วยังคงรอคอยวันที่ 23 ก.ย. และยังคงมองในแง่บวกอยู่

แนะทีโอที-กสท ปรับทัพรับ 3 จี

ขณะ ที่นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากลาวและกัมพูชาจะให้บริการ 3 จีนำหน้าไทยไปกว่า 2 ปีแล้ว ขณะนี้ เวียดนามกำลังทดลองให้บริการเทคโนโลยี 4 จีอยู่ ทำให้ประเทศเหล่านี้ก้าวล้ำไทยไปหลายขั้น ทั้งที่ 3 จีจะช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนในพื้นที่ห่างไกล ตอนนี้อินเตอร์เน็ตคุณภาพดีมีให้บริการเฉพาะคนเมือง และหัวเมืองใหญ่ประมาณ 2 ล้านครัวเรือน จาก 20 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ การเข้าถึงอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจึงจะทำให้ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด พัฒนาทันต่างประเทศ ดังนั้น ความล่าช้าที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งหมด “ผมคิดว่าเราไม่ควรรออีกต่อไป กทช.ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับ ดูแล ออกใบอนุญาต สร้างกลไกการแข่งขันเสรี เปลี่ยนอำนาจการผูกขาดจากรัฐบาล ซึ่งผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชน และขณะนี้ กทช.กำลังทำหน้าที่ของเขาอยู่ ส่วน กสทช.เชื่อว่าจะใช้เวลาอีก 2-3 ปีกว่าจะเกิดมีขึ้นและทำงานได้”

ส่วน กรณีของทีโอที และ กสท นั้น นายศุภชัยกล่าวว่า ไม่อยากให้มองว่าเมื่อเกิด 3 จีแล้วทีโอที และ กสท จะไปไม่รอด เพราะเครือข่ายไฟเบอร์ออพติกที่ 2 หน่วยงานมีอยู่ จะสร้างมูลค่าได้มหาศาลบน 3 จี หากวางกลยุทธ์ธุรกิจให้ถูกต้อง “ไม่อยากให้มองว่ามีใครได้ใครเสีย (win-loose) อยากให้มองว่า 3 จีทำให้ทุกคนได้หมด (win-win) ที่สำคัญคือ ประเทศชาติ และประชาชน แต่หาก 3 จีไม่เกิด จะมีคนเพียงไม่กี่คนที่ได้ ประโยชน์”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 กันยายน 2553, 06:00 น.

tags:
กทช. 3จี ศุภชัย เจียรวนนท์ ทอเร่ จอห์นเซ่น สมประสงค์ บุญยะชัย

เอกชนตอบรับนับหนึ่ง 3 จี

Published มิถุนายน 9, 2010 by SoClaimon

6 มิถุนายน 2553, 14:35 น.

ผ่านทางเอกชนตอบรับนับหนึ่ง 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_87729

วัดปฏิกิริยาตอบรับแนวทาง 3 จี ของซีอีโอ จาก 3 ค่ายมือถือ นำโดย วิเชียร เมฆตระการ จาก แอด-วานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ทอเร่ จอห์นเซ่น จาก โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และศุภชัย เจียรวนนท์ จากทรูคอร์ปอเรชั่น

การมีเป้าหมายชัดเจนในการประกาศเปิด ประมูลใบอนุญาต 3 จี หรือจะเป็น 3.9 จี บนคลื่นความถี่ 2100 GHz ภายในปีนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เนื่องจากทุกวันนี้ประเทศไทย ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านย่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เวียดนาม หรือแม้แต่ ประเทศลาว

ส่วนเรื่องกรอบปฏิบัติการวางเงื่อนไขกฎเกณฑ์ ในการเปิดประมูลใบอนุญาต คาดว่า ต้องรอสรุปผลการประชุมหรือผลการประชาพิจารณ์ที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมอีกครั้ง ว่าจะออกมาในทิศทางใด เช่น การกำหนดเงื่อนไขค่าธรรมเนียมใบอนุญาต การให้ใบอนุญาตว่าควรจะออกมาจำนวนกี่ใบ เนื่องจาก 3.9 จี เข้าใกล้ 4 จีแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้ช่องกว้างความถี่ (Bandwidth) เพิ่มมากขึ้น กทช. จึงจะต้องจัดสรรความถี่ในการใช้งานเพิ่มเติม นอกเหนือจากความถี่ 2100 GHz แล้ว รวมถึงการกำหนดกรอบระยะเวลาอนุญาตให้ดำเนินการว่าควรเป็นกี่ปี เช่น 15 ปี หรือ 20 ปี ก็ควรต้องพิจารณาอย่างครอบคลุม เนื่องจากการลงทุน 3 จี ของผู้ประกอบการแต่ละรายต้องใช้งบค่อนข้างสูง ขณะที่ความพร้อมของเทคโนโลยี 3.9 จี ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ยังไม่มีเครื่องมือถือที่ชัดเจน อาจจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี กว่า 3.9 จี จะพร้อมให้บริการ

ดังนั้น ระยะเวลาของใบอนุญาต จึงควรจะยืดออกไปเพื่อให้การลงทุนคุ้มค่า เนื่องจากต้องลงทุนในเรื่องของโครงข่ายและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น  หรือแม้แต่การกำหนดกรอบแนวคิดในการใช้โครงข่ายร่วมกัน (Infrastructure Sharing) ซึ่ง กทช.ต้องให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดข้อขัดแย้งกับประกาศที่จะออกบังคับในอนาคตหรืออาจขัดกับหลัก ปฏิบัติจริง

“เอไอเอสพร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3.9 จี บนคลื่นความถี่ 2100 GHz มาโดยตลอด ในเบื้องต้นของการดำเนินการดังกล่าว คาดว่าจะต้องใช้งบลงทุนประมาณ 15,000 ล้านบาทในปีแรก แต่นั่นต้องขึ้นอยู่กับว่า การดำเนินงานครั้งนี้อยู่ภายใต้เงื่อนไขในการปฏิบัติเหมือนเดิมหรือไม่ หากมีการเปลี่ยนแปลง งบการลงทุนก็อาจต้องเปลี่ยนแปลง ตามระยะเวลาการดำเนินงานด้วยเช่นกัน”

ดีแทคสนับสนุน กทช.และพร้อมเต็มที่ในการเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 3 จี และเห็นว่าการเปิดประมูล ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมและโปร่งใสที่สุดในการมอบใบอนุญาต

“เราพร้อม มานานแล้ว แต่ก็มีข้อที่ไม่เห็นด้วยอยู่หลายประการ เช่น การจำกัดใบอนุญาตในการประมูล ในกรณีที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลเท่าใบอนุญาต อาทิ จำกัดให้เหลือ 2 ใบ หากมีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย เพราะการจัดสรรใบอนุญาต 2 ใบก่อน จะทำให้เกิดการตลาดกึ่งผูกขาด และราคาค่าบริการจะสูงกว่ากรณีที่ผู้ประกอบการ 3 ราย ได้รับใบอนุญาตพร้อมกัน และยังเป็นการจำกัดโอกาสของประเทศในการส่งเสริมการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจ ทางเลือกที่น่าจะดีที่สุดในกรณีที่มีจำนวนผู้เข้าร่วมประมูลเท่ากับจำนวนใบ อนุญาตก็คือ กทช.ควรดำเนินการประมูลต่อไป โดยดูแลราคาของใบอนุญาตให้ไม่ต่ำไปกว่าราคาประมูลขั้นต่ำ (reserved price) ส่วนอายุใบอนุญาตที่ 15 ปีนั้นเห็นว่าสั้นเกินไป”

โดยจากการศึกษาการ ให้บริการ 3 จี ในต่างประเทศ พบว่าใบอนุญาตโดยเฉลี่ยจะกำหนดไว้ประมาณ 20 ปี ภายในระยะเวลาดังกล่าว ผู้ชนะประมูลจะสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้นในระหว่างอายุสัญญา ยกตัวอย่างในปีที่ 15 ของการดำเนินงานมาใช้ เพื่อต่อยอดและพัฒนาโครงข่ายที่ให้บริการอยู่ได้ทันที ซึ่งสิ่งนี้คงไม่สามารถเป็นไปได้ หากใบอนุญาตมีอายุ 15 ปี
ส่วนข้อกำหนด การสร้างโครงข่ายเพื่อให้บริการ (roll out obligation) นั้นเห็นว่า การกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องติดตั้งโครงข่ายครอบคลุมอย่างน้อย 50% และ 80% ของจำนวนประชากรภายใน 2 ปี และ 4 ปีนั้น เป็นภาระที่หนักเกินควรเมื่อพิจารณากับมูลค่าการประมูล กทช.ควรขยายเวลาให้สามารถ Roll out เป็นจำนวนเท่ากับ 50% และ 80% ของจำนวนประชากรภายใน 3 ปี และ 6 ปีตามลำดับ ส่วนเกณฑ์เรื่อง Infrastructure sharing หรือการใช้โครงข่ายร่วมกันนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ กทช. ควรกำหนดข้อบังคับที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการเกิดผลกระทบกับการสร้างโครงข่ายในภายหลัง

เห็นด้วย กับการเร่งผลักดันการออกใบอนุญาต 3 จี ให้เกิดโดยเร็ว แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการพิจารณาออกใบอนุญาตด้วยวิธีการประมูลคลื่นความ ถี่ (Auction) เนื่องจากค่าประมูลที่สูง ย่อมส่งผลกระทบต่อต้นทุนที่ผู้ประกอบการแต่ละราย ต้องนำไปใช้ในการขยายสร้างโครงข่ายให้บริการ และที่สุด ต้นทุนจะถูกผลักภาระไปยังผู้บริโภค ยิ่งไปกว่านั้นการให้ใบอนุญาต 3 จี ยังควรพิจารณาจากความสามารถในการขยายพื้นที่การให้บริการครอบ–คลุมทั่ว ประเทศมากกว่าจะให้ความสำคัญว่าผู้ประกอบการรายใดจ่ายค่าประมูลมากกว่ากัน “การใช้วิธีประกวดคุณสมบัติ (Beauty Contest) จึงน่าจะเป็นวิธีการที่เหมาะสม โดย กทช. ยังคงสามารถคัดเลือกผู้เหมาะสมได้อย่างรอบคอบ และยังสามารถกำหนดเงื่อนไขในการขยายขอบเขตการให้บริการให้เป็นไปได้อย่างรวด เร็ว มีอัตราค่าใช้บริการที่เหมาะสม ที่สำคัญวิธีการนี้ยังจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยรายอื่น ที่มีทุนต่ำกว่าบริษัทข้ามชาติ ได้มีโอกาสได้รับใบอนุญาตด้วย”

“ผม เห็นว่า การเปิดโอกาสให้คลื่นความถี่ดังกล่าวถูกครอบครองโดยบริษัทรัฐต่างชาติ จะส่งผลกระทบสำคัญต่อสังคม เศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ ซึ่งหลายประเทศเริ่มตระหนัก หลายประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ได้กดดันบริษัทรัฐต่างชาติ ให้ลดสัดส่วนการถือครองหุ้น ในบริษัทโทรคมนาคมเหลือ 49% หรือต่ำกว่านั้น แม้ว่าบริษัทรัฐต่างชาติบางบริษัท จะไม่ได้ถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่หากพิจารณาแล้วเห็นว่าอาจเกิดการครอบงำตลาด จึงมีคำสั่งให้ลดสัดส่วนการถือหุ้นลง กทช.จึงควรต้องออกหลักเกณฑ์ห้ามการกระทำที่มีลักษณะครอบงำกิจการโทรคมนาคม โดยคนต่างด้าว ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก่อนที่จะพิจารณาออกใบอนุญาตให้บริการ 3 จี หรือที่เกินกว่าระบบ 3 จี”

ส่วนการเรียกชำระค่าคลื่นความถี่ เห็นว่าควรพิจารณาให้ผู้ประกอบการชำระเป็นงวดๆ หลังจากที่สร้างโครงข่ายเสร็จไม่ต่ำกว่า 90% ของพื้นที่ที่ต้องให้บริการ เพื่อผู้ประกอบการจะได้ใช้เงินเร่งขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่ว ประเทศได้มากที่สุด.

%d bloggers like this: