ทองคำ

All posts tagged ทองคำ

ข้ามทะเลไปเกาะล้าน เปลี่ยนขยะเป็นทองคำ

Published พฤษภาคม 22, 2012 by SoClaimon

http://www.thaipost.net/node/49445

ใครอยู่กรุงเทพฯ หากพูดถึงพัทยา คิดว่าคงไปกันบ่อยแล้ว    แต่หากจะพาข้ามฝั่งไปยังเกาะล้าน ระยะทางห่างประมาณ 7 กิโลเมตร นั่งเรือระยะเวลาประมาณ 45 นาที อาจจะทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้น เพราะคุณจะได้พบกับชายหาดที่สะอาด มีน้ำใส และยังเป็นแหล่งดูปะการัง ที่สำคัญคนบนเกาะนี้ยังใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ถ้าสนใจก็ตามเรามาเที่ยวกันเลย
ทริปนี้จะขับรถไปเองหรือไปรถโดยสารก็สะดวกไปหมด หากขับรถไปเองก็ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ได้เลยเพื่อมุ่งหน้าเข้าพัทยาใต้ เมื่อเห็นป้ายเลี้ยวขวาเข้าไปเลย เสร็จแล้วก็เลี้ยวซ้ายที่ไฟแดงแรก ตรงไปเรื่อยๆ จะข้ามสะพานไปโผล่ตรงท่าเรือแหลมบาลีฮาย (Balihai)
เมื่อถึงท่าเรือแล้ว ใครจะจอดรถตรงท่าเรือก็ได้ให้บริการฟรี แต่มีที่จอดไม่เยอะ แต่ถ้าเอาความสบายใจก็เลี้ยวขวาเข้าไปจอดตรงด้านในดีกว่า สังเกตตึกสีฟ้าๆ เข้าไปก็จะเป็น Walking Street ที่เที่ยวยามค่ำคืนของพัทยา โดยเขาคิดค่าจอดรถยนต์ ชั่วคราว 40 บาท ค้างคืน 100 บาท
เมื่อเรือออกเราจะเห็นป้าย Pattaya City อยู่บนภูเขา สังเกตว่ามีคนต่างชาติจำนวนมากทั้งฝรั่งและชาวเอเชีย เรือบางลำมีชาวต่างชาติมากกว่าคนไทยเสียอีก เกือบจะถึงเกาะล้านจะเห็นเกาะครกกับเกาะสาก โดยเรือเทียบท่าที่หาดตาแหวน
เราสามารถเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเกาะ ราคาประมาณ 300 บาทต่อวัน สำหรับราคาแบบค้างคืนประมาณ 350-400 บาท  โดยพื้นที่บนเกาะล้านประมาณ 4 ตารางกิโลเมตร ขี่มอเตอร์ไซค์ซักครึ่งวันก็ไปได้รอบเกาะแล้ว
ถนนบนเกาะล้านเป็นทางปูด้วยอิฐตัวหนอนตลอดทาง ขี่ได้สบายไม่อันตราย จะมีเนินบ้าง โค้งหักศอกก็มี นานๆ ที ขี่ช้าๆ  ค่อยๆ ไป ขึ้น-ลงเขาใช้เกียร์ต่ำ รับรองปลอดภัย สำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น จะใช้บริการพี่วินหรือสองแถวก็ได้ ราคาพอๆ กัน
เมื่อไปถึงหาดตาแหวน ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ หาดตาแหวนและมีนักท่องเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเกาหลี ไต้หวัน และจีน ของกินก็มีให้เลือกมากมาย แต่แนะนำว่าให้ถามราคาก่อนซื้อดีกว่า โดยเฉพาะอาหารทะเล ราคาจะแพงเป็นพิเศษ
สำหรับใครที่จะอาบแดด ก็ใช้บริการเตียงผ้าใบด้านหน้าเลย   ส่วนมากจะเห็นแต่ฝรั่งชอบมาอาบแดดกัน สำหรับคนไทยชอบนอนในร่มมากกว่า ราคาเตียงผ้าใบแบบมีเบาะ 100 บาท/ตัว อยู่แถวหน้าติดทะเล และแบบธรรมดา 20 บาท/ตัว เหมือนผ้าใบที่บางแสน จะอยู่ห่างจากทะเลหน่อย มีคูปองให้เข้าห้องน้ำฟรีด้วย ที่หาดตาแหวนมีห้องน้ำและที่อาบน้ำจืด สุขาราคา 10 บาท ส่วนอาบน้ำ 40 บาท น้ำจืดบนเกาะค่อนข้างแพงครับ ยูนิตละ 70 บาท
จากหาดตาแหวนสามารถเดินไปหาดสังวาลย์ได้ ถ้าหันหน้าไปทางทะเล เดินไปทางซ้ายจะเป็นหาดสังวาลย์ โดยหาดแห่งนี้จะสั้นประมาณ 150 เมตร นักท่องเที่ยวชอบมาอาบแดดที่หาดนี้ ถ้าชอบเล่นน้ำเราว่ามาหาดตาแหวนดีกว่า
ยังสามารถขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อไปถ่ายรูปวิวมุมสูงต่างๆ หรือสถานที่อื่นๆ ได้ มีกลุ่มวัยรุ่นมากันหลายคน ได้มีผู้หญิงคนนึง กระโดดกลางอากาศแล้วให้เพื่อนถ่ายรูปให้ แล้วก็ฮาตรงที่ว่ารองเท้ากระเด็นกระดอนตกเขากลิ้งไปหลายเมตร เรียกเสียงหัวเราะจากคนแถวนั้นได้อย่างดี
ต่อจากนั้นก็ไปหาดแสมต่อ (อ่านว่า Samae นะ) หาดยาวประมาณ 700 เมตร เป็นหาดที่ใหญ่รองมาจากหาดตาแหวน ที่หาดนี้เป็นสถานที่ตั้งของอาคารปลากระเบน สำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าด้วยโซลาร์เซลล์และกังหันลม สองข้างทางจะเป็นป่าและมีชุมชนอยู่บ้าง
ผู้คนบนเกาะต่างๆ ประกอบอาชีพด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว และที่สำคัญเขาหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมของเกาะ มีการพัฒนาด้านพลังงาน โดยอาศัยพลังงานลม และกำลังจะพัฒนาไปสู่การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าไปดำเนินการ
สำหรับปัญหาเรื่องขยะบนเกาะที่เกิดจากนักท่องเที่ยวที่แต่ละวันมีจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้จะต้องว่าจ้างเรือให้มาขนไปทำลายบนฝั่งของเมืองพัทยา เสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ได้ถูกนำมาแปรสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่มีราคา และเป็นที่ต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกจำนวนมาก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราดและนครนายก
ทุกเช้าจะมีคนออกตระเวนไปทั่วเกาะเพื่อเก็บเศษอาหาร เศษขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งตามถังขยะทั่วไป จากนั้นนำมาคัดแยก แล้วเอามาผสมตามสูตรในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ โดยคุณภาพของปุ๋ยที่นี่ มีคุณภาพสูง ช่วยในการเจริญเติบโตของต้นพืชได้ดี ที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดแมลงวันเหมือนกับการใช้มูลสัตว์ที่พื้นที่เหล่านั้นมักประสบมาโดยตลอด จนก่อให้เกิดความรำคาญกับผู้คนโดยทั่วไปที่เดินทางเข้าพื้นที่  โดยเฉพาะแหล่งให้บริการที่พักและร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญการดำเนินการดังกล่าวช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และยังสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นผลให้ขยะบนเกาะล้านมีค่าเช่นดังทองคำเลยทีเดียว
ที่สำคัญแนวทางนี้ยังสอดคล้องกับการท่องเที่ยวยุคใหม่ คือ “7 Green Concept” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ที่กำลังเชิญชวนให้ทุกคนและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว  มาร่วมสร้างอนาคตให้แก่การท่องเที่ยวแบบใหม่ เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยกันดูแลโลกใบนี้ 7 เรื่อง
ได้แก่ กรีนที่ 1 “Green Heart ” มอบหัวใจเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยวิธี ตระหนัก ระมัดระวัง ผลกระทบที่จะตามมาด้วยทุกครั้งเมื่อประกอบกิจกรรมเกี่ยวกับท่องเที่ยว, กรีนที่ 2 “Green Activity” ใส่ใจกิจกรรมที่คุณทำ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
กรีนที่ 3 “Green Community” ทุกชุมชนท่องเที่ยวต้องรู้ดูแลรักษาทรัพยากรท่องเที่ยว โดยเลือกใช้วิธีที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง  , กรีนที่ 4 “Green Logistics” วิธีการเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่ผสมผสานแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นการประหยัดพลังงาน เลือกใช้พลังงานทดแทน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กรีนที่ 5 “Green Service” ธุรกิจการท่องเที่ยวทุกประเภทต้องแสดงความจริงใจด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบและควบคุมการปล่อยของเสียกลับคืนสู่ธรรมชาติ ต้องมีกระบวนการจัดการผ่านการบำบัดทุกครั้ง, กรีนที่ 6 “Green Attraction” บริหารจัดการการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลและเจ้าของแหล่งท่องเที่ยวร่วมกันพัฒนา มุ่งให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรท่องเที่ยวเป็นหลัก
สุดท้าย กรีนที่ 7 “Green Plus” ให้คืนสิ่งแวดล้อมกลับแก่โลก  ผ่านกิจกรรมอันหลากหลาย โดยทุกคนช่วยกันทำ อย่ารอแค่โอกาส แต่ต้องเปิดเกมรุกสร้างโอกาสในการดูแลโลกใบนี้ให้มีอย่างสม่ำเสมอ
เกาะล้าน ไม่เพียงมีน้ำทะเลที่สวยใส สำคัญสุดคือมีส่วนสำคัญที่ช่วยกอบกู้โลกใบนี้
สรณะ รายงาน


ไทยแห่ตุนทองคำเพิ่มเกือบ 20 ตัน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193384.

Pic_193384

นายกสมาคมค้าทองคำเผย ไทยแห่ตุนทองคำเพิ่มเกือบ 20 ตัน รับราคาขาขึ้นหนีวิกฤติโลก หวั่นฝรั่งเศสไม่พ้นบ่วงกรรม

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ราคาทองคำใน ตลาดประเทศไทยประจำวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังคงผันผวนทั้งวัน ปรับราคาขึ้นลงต่อเนื่องตลอดทั้งวัน รวม 14 ครั้ง รวมแล้วเพิ่มจากเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา บาทละ 500 บาท โดยราคาเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา ทองแท่งซื้อบาทละ 25,300 บาท ขายบาทละ 25,400 บาท ส่วนทองรูปพรรณซื้อบาทละ 24,938 บาท ขายบาทละ 25,800 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปรับราคาขึ้นลงของทองคำในตลาดต่างประเทศยังคงเป็นผลจากปัจจัยเดิมๆคือ สหรัฐอเมริกาถูกลดความน่าเชื่อถือลง และยังมี ความกังวลในวิกฤติหนี้ของยุโรป โดยเฉพาะข่าวลือการที่ฝรั่งเศสจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ แม้ว่าราคาทองจะได้รับแรงกดดันจากการที่บริษัทซีเอ็มอีกรุ๊ป ได้ปรับขึ้นมาร์จิ้น หรือปริมาณเงินประกันขั้นต่ำที่นักลงทุนต้องวางไว้กับโบรกเกอร์ในการซื้อขายสัญญาทองล่วงหน้าในตลาด COMEX ซึ่งได้ส่งผลให้ราคาทองในตลาดเอเชียช่วงเช้าปรับลงรุนแรงก็ตาม แต่สุดท้ายราคาทองก็ได้กลับมาฟื้นขึ้นอีกครั้ง

ด้านสภาทองคำโลก (WGC) รายงานถึงสัดส่วนการถือครองทองคำของประเทศต่างนั้น พบว่าประเทศที่มีการถือครองทองคำเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือเกาหลีใต้ ถือครองทองคำเพิ่มขึ้น 25 ตัน ทำให้มีทองคำสู่ระดับ 39.4 ตัน ตามมาด้วยไทย ได้ครองทองคำเพิ่มขึ้นอีก 18.7 ตัน สู่ระดับ 127.5 ตัน ติดอันดับที่ 25 ของชาติที่ถือครองทองคำมากที่สุดในโลก

ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึง ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐฯและยุโรป ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯมีขนาดใหญ่มาก เมื่อรวมยุโรปเข้าไปด้วย ถือว่าเป็นขนาดใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของโลก ดังนั้น ความหวั่นไหว ที่เกิดขึ้นในซีกโลกนั้น ก็ต้องกระทบกับส่วนอื่นของโลกแน่นอน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกครั้งที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ทางเอเชียก็ได้รับผลกระทบบ้าง แต่ในระดับที่ เบาบางกว่า การตั้งรับของหน่วยงานที่ดูแลประเทศอยู่ในขณะนี้ก็สามารถทำได้อย่างนี้

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รมว.คลัง กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจโลกในขณะนี้ ทั้งวิกฤติเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ และภาวะหนี้สินที่ลุกลามในสหภาพยุโรปนั้น จากนี้คงต้องเข้าไปหารือร่วมกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. เพื่อรับฟังความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าวว่ามีปัจจัยอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ รวมถึงแนวทางที่จะมองไปข้างหน้าเพื่อหาแนวทางการรับมือกับสถานการณ์

นายสิงห์ชัย บุณยโยธิน ผู้อำนวยการสำนักตลาดเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.กำลังจับตามองว่าค่าเงินสหรัฐฯน่าจะอ่อนค่าลง จากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ทำไมขณะนี้คนยังมีความต้องการเงินเหรียญสหรัฐฯอยู่ ซึ่งสะท้อนได้ว่าอาจจะมีอะไรที่เรายังไม่รู้อยู่หรือไม่.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 สิงหาคม 2554, 05:15 น.

ทองพุ่งไม่หยุด ปรับขึ้น11รอบ เหตุวิตกหนี้ยุโรป

Published สิงหาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 14:20 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193239.

Pic_193239

เหตุวิตกหนี้ยุโรป ทำทองคำพุ่งวันเดียวปรับ 11 รอบรวมขึ้น 350 บาท หลังราคาตลาดโลกทำสถิติสูงสุด3วันติดต่อกัน ล่าสุดพุ่งทะลุ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์…

วันนี้ (11 ส.ค.) บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส รายงานว่า ราคาทองคำทำสถิติสูงสุดใหม่เช้าวันนี้( 11 ส.ค.) เหนือ 1,810 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  ตามความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย  หลังมีความกังวลว่าปัญหาเศรษฐกิจกำลังจะลุกลามไปยังฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศ ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่และเข้มแข็งในลำดับต้น ๆ ของกลุ่มยุโรป และอาจมีการปรับลดเครดิตของฝรั่งเศสเช่นเดียวกับกรณีของสหรัฐ จึงทำให้ราคาทองดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่บริเวณ 1,795 ดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายวานนี้ (10 ส.ค.) และเช้าวันนี้ ยังคงมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องจนราคาดีดตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เหนือ 1,810 ดอลลาร์สหรัฐ และยังมีแนวโน้มที่ราคาจะปรับขึ้นได้ต่อตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่จะยัง มีเข้ามามากหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ร่วงลงแรงและคาดว่าจะกดดันให้ ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลงตาม โดยคาดว่าราคาจะดีดตัวขึ้นสู่แนวต้านบริเวณ 1,810 ดอลลาร์และ 1,820 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ต่อไป

ส่วนแนวรับในกรณีที่มีแรงขายทำกำไรสลับออกมาอยู่ที่บริเวณ 1,775-1,780 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาที่ปรับขึ้นมามากหากไม่มีปัจจัยบวกต่อราคาเข้ามาสนับสนุนคาดว่าจะมีการ ปรับฐานสลับออกมาจนทำให้ราคาเคลื่อนไหวผันผวน ขณะที่ค่าเงินบาทเคลื่อนไหว 29.83-29.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน นายไมเคิล ลูอิส นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ของดอยท์ชแบงก์ ยังคงยืนยันการคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะขึ้นไปแตะ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ในปีหน้า เพราะทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มั่นคง ยังไม่แพงเกินไปในมูลค่า ณ ปัจจุบัน

ทั้งนี้ ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปแล้ว 7% และสูงขึ้น 20% นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดย สมาคมค้าทองคำประกาศราคาขายทองคำในประเทศเช้าวันนี้ (11 ส.ค.) ณ เวลา 14.30 น. ราคาทองคำปรับเพิ่มขึ้นทั้งส้ิน 350 บาท ทำให้ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ  25,200 บาท ขายออก 25,300 บาท และทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 24,832.08 บาท ขายออก 25,700 บาท ซึ่งมีการปรับราคาครึ่งวันแล้วรวม 11 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ปรับเพิ่มขึ้น 300 บาท ครั้งที่ 2-4 ปรับเพิ่มขึ้นครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 5 ปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท ครั้งที่ 6-7 ปรับลดลงครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 8 ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท ครั้งที่ 9-10 ปรับลดครั้งละ 100 บาท และครั้งที่ 11 ปรับเพิ่มขึ้น 50 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 11 สิงหาคม 2554, 14:20 น.

ทองไปกันใหญ่! ปรับ19ครั้ง ทะลุ2.5หมื่นบ.

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 18:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192785.

Pic_192785

ทองคำแพงบ้าเลือด ปรับราคาวันเดียว 19 ครั้ง พร้อมทำสถิติในรอบ 2 ปี ราคาใหม่ทองคำแท่ง ทะลุ 25,000 บาท ไปอยู่ที่ 25,150 บาท นายกสมาคมค้าทองเตือน นักลงทุนระวัง เพราะตั้งแต่เดือน ก.ค.ทองคำยังไม่ปรับฐาน เชื่อราคายังพุ่งต่อตลอดสัปดาห์…

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำวันนี้ผันผวนอย่างหนัก ตั้งแต่เช้าจนถึงปิดตลาดปรับราคาเกือบ 20 ครั้ง ทำลายสถิติเดิมเมื่อ 2 ปีก่อน ที่ปรับราคาวันเดียว 11 ครั้ง โดยวันนี้ราคาทองคำแท่งขึ้นไปสูงสุดถึง 25,150 บาท ก่อนจะอ่อนลงมาบ้าง ดังนั้น นักลงทุนจะต้องระมัดระวังในการลงทุนทองคำ เพราะตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับสูงขึ้นแล้ว 100 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ โดยยังไม่มีการปรับฐาน จึงขอแนะนำให้นักลงทุนแบ่งขายทองคำบางส่วนประมาณร้อยละ 70 และถือร้อยละ 30

นายจิตติ กล่าวต่อว่า แนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นยังมีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะยังมีข่าวลบ โดยเฉพาะปัญหาหนี้สหรัฐฯ ดังนั้น ในระยะสั้นยังไม่เกิดปัญหาฟองสบู่ และคาดว่าความผันผวนของทองคำจะเกิดตลอดสัปดาห์นี้ หากยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้สหรัฐฯ และจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในสัปดาห์หน้า

ส่วนกระแสข่าวการขายทองของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) นายจิตติ กล่าวว่า คงไม่สามารถดำเนินการได้ง่ายๆ เพราะต้องเป็นมติของสมาชิกไอเอ็มเอฟ และต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสด้วย เช่นเดียวกับการที่สหรัฐฯ จะขายทองคำเพื่อเสริมสภาพคล่อง ก็มีความเป็นไปได้ เพราะสหรัฐฯ ถือทองคำมากที่สุด แต่ตามกฎแล้วจะขายได้ไม่เกิน 500 ตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำปิดตลาดปรับตัวทั้งส้ิน รวม 19 ครั้ง โดยครึ่งวันแรก (09.30-12.30) ปรับทั้งสิ้น 9 ครั้ง และช่วงบ่าย (13.00-17.30) ปรับอีก 11 ครั้ง รวมปรับเพ่ิมขึ้น 950 บาท โดยครั้งที่ 1 ปรับเพ่ิม 100 บาท ครั้งที่ 2 ปรับเพ่ิม 50 บาท ครั้งที่ 3 ปรับเพิ่ม 100 บาท ครั้งที่ 4-5 ปรับเพิ่มครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 6 ปรับเพิ่ม 100 บาท ครั้งที่ 7 ปรับเพิ่ม 50 บาท ครั้งที่ 8 ปรับลด 100 บาท ครั้งที่ 9 ปรับลด 50 บาท ครั้งที่ 10 ปรับลด 100 บาท ครั้งที่ 11 ปรับลด 200 บาท ครั้งที่ 12-15 ปรับเพิ่มครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 16 ปรับเพิ่ม 100 บาท ครั้งที่ 17 ปรับเพิ่ม 150 บาท ครั้งที่ 18 ปรับลด 100 บาท และครั้งที่ 19 ปรับเพิ่ม 50 บาท

ทั้งนี้ ราคาปิดตลาดทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ  25,000 บาท ขายออก 25,100 บาท และ ทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้อ 24,635.00 บาท ขายออก 25,500 บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 สิงหาคม 2554, 18:15 น.

ทองขยับรายชม. ครึ่งวัน10รอบ รวมขึ้น750บาท

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

9 สิงหาคม 2554, 14:29 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192733.

Pic_192733

ราคาทองทำสถิติใหม่รายชั่วโมง ครึ่งวันขึ้นไป 10 รอบ รวม 750 บาท นายกสมาคมฯ เผยนักลงทุนแห่ซื้อจนผลิตไม่ทันต้องแจกบัตรคิวนัดมารับทองอีกทีสัปดาห์หน้า ขณะที่นักวิเคราะห์ทองคำโลก คาดภายใน 2-3 สัปดาห์ได้เห็นทอง 2 พันดอลลาร์ฯ/ออนซ์แน่…

เมื่อวันที่ 9 ส.ค. นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำในประเทศว่า ยังคงทำสถิติสูงสุด (นิวไฮ) ไม่หยุด โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาส มาคมค้าทองคำปรับราคาแล้ว 10 ครั้ง ปรับเพิ่มขึ้น 750 บาท โดยราคาทองคำแท่ง 96.5%  รับซื้อ บาทละ  24,800 บาท ขายออก 24,900 บาท และทองรูปพรรณ รับซื้อ 24,437.92 บาท ขายออก 25,300 บาท ขณะที่บรรยากาศร้านค้าทองคำย่านเยาวราชเป็นไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนและลูกค้าจำนวนมากเข้าแถวรอซื้อทองคำ แต่ร้านทองผลิตไม่ทันจำหน่าย ต้องแจกบัตรคิว มารับทองคำใน 1 สัปดาห์ 

อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำยังมีความผันผวน ต้องติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในคืนนี้ (9 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าจะมีมาตรการเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรบ้าง หลังจากที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส หรือเอสแอนด์พี (S&P) ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหรัฐฯ ลง 1 ขั้นจาก AAA สู่ AA+

ด้าน ไมค์ ดาลี นักวิเคราะห์ด้านทองคำจากบริษัท  PFGBest Group กล่าวว่า อีกครั้งหนึ่งที่ตลาดทองคำเคลื่อนไหวอย่างเหลือเชื่อ จากการที่เอสแอนด์พีประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือสหรัฐฯ เป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้สัญญาทองคำทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

“การลดอันดับเครดิตถือเป็นการส่งสัญญาณไปยังนักลงทุนทั่วโลก ว่าสหรัฐฯกำลังตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ และเป็นการเตือนว่าแม้แต่ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐฯ ก็มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับวิกฤตหนี้สินได้” ดาลี กล่าว

ทั้งนี้ ความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากในตลาด ทองคำ และตราบใดที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงไม่แน่นอน นักลงทุนก็จะแห่กันเข้ามาในตลาดทองคำซึ่งเป็นแหล่งการลงทุนที่ปลอดภัย

ด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา เอสแอนด์พีประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ ลงสู่ระดับ AA+ จากระดับ AAA พร้อมกับให้แนวโน้มเป็น “เชิงลบ” โดยระบุว่าความอ่อนแอของระบบการเมืองทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถลดการขาดดุลงบประมาณได้อย่างเหมาะสม

ส่วนโกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำในรายงานครั้งล่าสุด โดยคาดว่าสัญญาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 1,730 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ในระยะเวลา 6 เดือนนี้ เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1,635 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และคาดว่าสัญญาทองคำจะพุ่งขึ้นไปยืนอยู่ที่ระดับ 1,860 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ภายในระยะเวลา 1 ปี เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1,730 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางกลุ่มคาดว่า สัญญาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นแตะระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำ ณ เวลา 14.00 น. ราคาทองคำปรับตัวทั้งส้ิน 10 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ปรับขึ้น 600 บาท ครั้งที่ 2 ปรับขึ้น 50 บาท ครั้งที่ 3 ปรับขึ้น 100 บาท ครั้งที่ 4-5 ปรับขึ้นครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 6 ปรับขึ้น 100 บาท ครั้งที่ 7 ปรับขึ้น 50 บาท ครั้งที่ 8 ปรับลง 100 บาท ครั้งที่ 9 ปรับลง 50 บาท และครั้งที่ 10 ปรับลง 100 บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 9 สิงหาคม 2554, 14:29 น.

พิษเศรษฐกิจโลก อานิสงส์ทองคำนิวไฮ

Published สิงหาคม 8, 2011 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192531.

Pic_192531

ราคาทองคำตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างร้อนแรงและทำนิวไฮ ทะลุระดับ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนช์หลัง S&P ปรับลดความน่าเชื่อถือ ส่งผลให้นักลงทุนโยกเงินเข้ามาลงทุนในทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความ ปลอดภัยสูงที่สุด

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวถึงราคาทองคำที่ยังคงเดินหน้าสร้างจุดสุงสุดใหม่ในขณะนี้ว่า อาจมีการปรับเป้าหมายราคาทองคำสูงสุดปีนี้ใหม่ หลังทะลุเป้าหมายเดิมที่ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนช์แล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับแนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้ ต้องติดตามการประชุมผลการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 9ส.ค.ว่าจะมีมาตรการ QE3 ออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ หรือมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆออกมา ซึ่งถ้ามีมาตรการ QE3 ออกมาจะยิ่งเป็นปัจจัยเสริมให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีโอกาสได้เห็นราคาทองคำปรับขึ้นไปได้ถึง1,750ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หากสหรัฐฯมีมาตรการในการดูแลเศรษฐกิจที่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนัก ลงทุนทั่วโลกได้ ราคาทองคำก็อาจจะชะลอความร้อนแรงลง

สำหรับราคาทองคำในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทของไทยด้วย หากเงินบาทอ่อนค่าลงจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่หากค่าเงินบาทยังแข็งค่าขึ้นราคาทองคำในประเทศก็อาจจะปรับขึ้นได้ไม่ เท่ากับราคาทองในตลาดโลก สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในทองคำนั้น ไม่แนะนำให้เข้ามาไล่ซื้อ แต่แนะให้รอซื้อเมื่อราคาอ่อนตัวลงบริเวณ 1,650 เหรียญฯ เนื่องจากราคาทองคำในปัจจุบันอยู่ในระดับที่สูงมาก และนักลงทุนต้องติดตามข้อมูลข่าวสารที่มีผลต่อการขึ้นลงของราคาทองคำอย่าง ใกล้ชิด อย่างไรก็ตามหากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์และฟิทช์ ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯลง นักลงทุนคงไม่ตื่นตระหนกมากจนทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรงอีก เนื่องจากนักลงทุนได้รับข่าวตั้งแต่ S&P ปรับลดเครดิตสหรัฐฯลงแล้ว

ด้านนายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท บริษัทออสสิริส กล่าวว่า  ราคาทองคำที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศหลังสหรัฐฯโดนปรับลดความน่าเชื่อถือ จากสถาบันจัดอันดับแสตนดาร์ดแอนด์พัวร์(S&P)ปรับลดความน่าเชื่อถือ ระยะยาวของสหรัฐฯลง จากอันดับ AAA เหลือ AA+ ส่งผลให้เกิดการเข้าซื้อทองคำระยะสั้นจาก 2 ส่วนหลักๆคือ การซื้อทองคำเพื่อป้องกัน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากข่าว และ 2 การที่ตลาดมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนที่เปิดสัญญา short หรือสัญญาขายทองคำในตลาดล่วงหน้าไว้้ในช่วงก่อนเพื่อจำกัดหรือตัดการขาดทุน ซึ่งจากทั้ง 2 ปัจจัยทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน สำหรับมุมมองของราคาทองคำระยะสั้น น่าจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อ เพราะปัจจัยข้างต้นจะยังมีผลต่อความเชื่อมั่นโดยรวมของการลงทุนทั่วโลกใน ด้านความเสี่ยง และควรติดตามข่าวเรื่องแนวทางแก้ไขของสหรัฐอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้ ราคาทองคำผันผวนต่อ

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทวายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์สแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนทอง เพราะราคาได้ปรับขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ปรับตัวลงเลย จึงอาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรออกมาได้ แม้ในระยะยาวราคาทองคำยังเป็นขาขึ้นก็ตาม ส่วนนักลงทุนที่มีทองคำแท่งอยู่ในมือ หรือมีสถานะซื้อ(long)แนะนำให้ขายทำกำไรระยะสั้นออกมา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

ราคา’ทอง’พุ่งกระฉูด ปลายปีได้เห็นบาทละ25,000บาท

Published สิงหาคม 8, 2011 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/192469.

Pic_192469

ลดเครดิตหนี้สหรัฐฯ ช่วยส่ง ทองพุ่งกระฉูด วันเดียวปรับ 10 รอบ นายกฯค้าทองงง ทองขึ้นแต่คนแห่ซื้อ ตั้งเป้าปลายปีได้เห็นทองบาทละ 25,000 บาท แนะนักลงทุนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด…

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายธนรัชต์ พสวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอรส์ จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำในตลาดโลกทำสถิติสูงสุดอีกครั้งที่ระดับ 1,712.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ส หรือ S&P ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสหรัฐลง จากระดับ AAA ลงมาที่ระดับ AA+ รวมทั้งผลจากความวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณและภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นของ สหรัฐ อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เพราะราคาทองคำได้ปรับเพิ่มขึ้นมากแล้ว ประกอบเศรษฐกิจสหรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกกำลังมีปัญหา บวกกับปัญหาหนี้ยุโรปที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ปัจจัยเศรษฐกิจโลก จึงมีอิทธิพลสูงต่อตลาดทองคำ

ด้านนพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า สาเหตุที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงในวันแรกที่เปิดตลาดเนื่องจากราคา ทองคำที่ปิดตลาดวันศุกร์ ที่ระดับ 1,660 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ยังไม่ได้รับข่าวการปรับลดเครดิตสหรัฐของS&P ซึ่งวันนี้ถือเป็นวันแรกที่ตลาดรับข่าวดังกล่าว โดยช่วงเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,682 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  และปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนทะลุ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ มาอยู่ที่ระดับสูงสุดที่ 1,712.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์

“ตอนแรกคิด ว่าราคาจะไม่ทะลุ 1,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์แต่ที่ไหนได้ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1,712.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และก็ไม่น่าเชื่ออีกเมื่อช่วงเช้าไม่มีนักลงทุนนำทองคำมาขาย แต่กลับเป็นการไล่ซื้อทั้งทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ ซึ่งขณะนี้ได้ปรับเป้าปลายปีไปอยู่ที่ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ส่วนของไทยจากเป้าเดิมที่ 24,000 บาท ซึ่งวันนี้ทะลุแล้ว เป้าต่อไปคือบาทละ 25,000 บาท ”

นพ.กฤชรัตน์ กล่าวต่อว่า หากนักลงทุนที่ต้องการเข้าซื้อทองคำในช่วงนี้จะต้องยอมรับความเสี่ยงได้ เนื่องจากราคาผันผวน โดยแนะนำให้ใช้พอร์ตประมาณ 10-20% และต้องติดตามตลาดอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ราคาใหม่ที่แนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อคือ 23,600 บาท

ขณะที่ นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำจะปรับเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ดูยาก แต่เชื่อว่าจากช่วงนี้จนถึงปิดตลาดน่าจะมีการปรับราคาอีก แต่ไม่แน่ใจว่าจะปรับขึ้นหรือลดลง เนื่องจากวันนี้ราคาผันผวนสูงมาก

“ผม ยังงงว่าราคาทองคำขึ้นมาอย่างเดียว 200 กว่าดอลลาร์ฯตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเป็นไปได้ไง และที่ยิ่งงคือบรรยากาศการซื้อขายทองวันนี้มีแต่คนเข้าซื้อไม่มีคนเอามาขาย เลย  และวันนี้ครึ่งวันขึ้นมาถึง 650 บาท ถือเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในระยะสั้นแต่ระยะยาวก่อนหน้านี้ขึ้นมาวันเดียว 800-1,000 ก็มีมาแล้ว” นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าว

ทั้งนี้  ณ เวลา 16.23 น. ราคาทองคำแท่ง 96.5% รับซื้อบาทละ 24,050 บาท ขายออก  24,150 บาท และทองรูปพรรณ​ 96.5% รับซื้อ 23,695.08 บาท ขายออก  24,550 บาท ซึ่งในวันนี้ได้ปรับขึ้น-ลงแล้วทั้งสิ้น 10 ครั้ง โดยครั้งแรก ปรับเพิ่มขึ้น 350 บาท ครั้งที่ 2-7 ปรับเพิ่มขึ้นครั้งละ 50 บาท ครั้งที่ 8 ปรับลดลง 100 บาท และครั้งที่ 9-10 ปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งละ 50 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 8 สิงหาคม 2554, 15:30 น.

หุ้นร่วงหนัก-ทองกระฉูด รับ”ยิ่งลักษณ์”ขึ้นนายกฯ

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 17:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191829.

Pic_191829

ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,093.38 จุด ลดลง 30.63 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 67,282.12 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น  54 หลักทรัพย์ ลดลง 523 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 40 หลักทรัพย์ ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุด…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันศุกร์ที่ 5 ส.ค. 2554 ปิดตลาดที่ระดับ 1,093.38 จุด ลดลง 30.63 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 67,282.12 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น  54 หลักทรัพย์ ลดลง 523 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 40 หลักทรัพย์

โดย 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ดัชนีฯวันนี้ ปรับตัวลดลงแรง ตามตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลดลงจากความวิตกกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกและนักลงทุนกังวลต่อปัญหาหนี้ยุโรปว่าจะลุกลามไปอิตาลีและสเปน

ส่วนตลาดหุ้นภูมิภาค ปิดตลาดปรับตัวลดลง ทุกตลาด โดยดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 9,299.88 จุด ลดลง 359.30 จุด และดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 7,853.13 จุด ลดลง 464.14 จุด

สำหรับ ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นทำสถิติรอบใหม่ ที่ 1,684.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะอ่อนตัวลงมา ปิดการซื้อขายในตลาดนิวยอร์ก ที่ระดับ 1,659 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ขณะที่ราคาขายปลีกทองคำในประเทศทำสถิติรอบใหม่ วันนี้ปรับขึ้น 3 ครั้ง รวม 150 บาท ทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 23,500 บาท ขายบาทละ  23,600 ราคาทองรูปพรรณ รับซื้อบาทละ 23,164.48 ขายบาทละ 24,000

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 5 สิงหาคม 2554, 17:30 น.

ทองพุ่งรอปลายปีทะลุบาทละ 2 หมื่น

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 10:39 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125981.

Pic_125981

หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ 6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาว เดือนละ 75,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นเวลา 8 เดือน  ทำให้ราคาทองคำทั้งในและต่างประเทศทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ก่อนออกมาตรการ QE ราคาทองคำต่างประเทศอยู่ที่ระดับ 1,345 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่หลังจากมาตรการQE ประกาศในวันที่ 4 พ.ย. ราคาทองคำได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 44 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และหากนับจากจุดเริ่มต้นก่อนประกาศจนถึงหลังประกาศ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งหมด 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำยังสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง เพราะมีปัจจัยเอื้อต่อทองคำ ทำให้บรรดาธนาคาร บริษัทหลักทรัพย์ และ เฮจด์ฟันจ์ พยายามหันเข้าหาทองคำ เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีเงินดอลลาร์สหรัฐตุนไว้อยู่แล้ว

นพ.กฤชรัตน์ กล่าวต่อว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำมีปัจจัยพื้นฐานเข้ามารองรับ จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดฟองสบู่  ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ทองคำเป็นตัวป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลง ทองคำจึงเป็นสินค้าปลอดภัยสำหรับนักเก็งกำไรในการหลบของนักลงทุนที่กลัวขาดทุน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของราคาทองคำ จะปรับฐานทุกๆการขึ้น 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพื่อเป็นการย้ำฐานก่อนที่จะปรับตัวขึ้นอย่างเป็นขั้นตอน

“ตั้งแต่QEออกบอนด์ลดต่ำลงตลอดเพราะว่าเงินดอลลาร์ฯอ่อนบอนด์เลยอ่อน ส่วนการปรับฐานทุกการขึ้น 30 ดอลลาร์สหรัฐของทองคำก็เหมือนการขึ้นบันไดของคน หากขึ้นบันไดทีเดียว 30 ขั้นเหนื่อยมั้ย หลักการ เหมือนกันตามหลักจิตวิทยาการซื้อขาย ถ้าราคาอะไรที่ขึ้นโดยไม่มีการพักมันเป็นเรื่องอันตรายมันจะเป็นฟองสบู่ แต่ถ้าขึ้นและมีการปรับฐาน ทำไมไม่ขึ้นเยอะกว่านี้แล้วถึงจะพัก ซึ่งการขึ้น 30 ดอลลาร์สหรัฐ ก็ประมาณ 2-3 % แต่งวดนี้ที่ขึ้นมาแล้วคนกังวลเนื่องจากมันขึ้นมา 7% หรือ 85 ดอลลาร์สหรัฐ ” นพ.กฤชรัตน์ กล่าว

ต่อข้อถามที่ว่าปลายปีราคาทองคำจะทะลุบาทละ 20,000 หรือไม่ ประธานกรรมการกลุ่ม บริษัท เอ็มทีเอสโกลด์ฯ กล่าวว่า ปีนี้ราคาทองปรับสูงสุดน่าจะไม่เกิน 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ ประมาณ 20,400-20,500 บาท ซึ่งหากค่าเงินบาทไม่แข็งค่าขึ้น ราคาทองไทยก็จะต้องอยู่ที่บาทละ 23,400บาท  เพราะทุกๆการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท 1 บาท จะกดราคาทองคำบาทละ 500 บาท ซึ่งจากต้นปีจนถึงขณะนี้ค่าเงินแข็งขึ้นมาแล้ว 3.80 บาท เหตุผลดังกล่าวจึงทำให้ราคาทองคำของทุกประเทศในภูมิภาคเอเชียยังนิวไฮไม่มากพอซึ่งเป็นคำตอบด้วยว่าทำไมทองคำยังไม่เกิดภาวะฟองสบู่

นพ.กฤชรัตน์ แนะนำนักลงทุนว่า นักลงทุนทองคำแท่งในช่วงที่ราคาทองปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงควรจะขายทำกำไร และรอช้อนซื้อตอนตก ซึ่งเป็นการทำกำไรเป็นรอบมากขึ้นและเร็วขึ้น ส่วนนักลงทุนโกลด์ฟิวส์เจอร์ ต้องเฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพราะราคาทองคำเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เพื่อความรอบคอบและลดความเสี่ยงจากค่าเงินควรเข้าเร็วออกเร็ว

ล่าสุดราคาซื้อขายทองประจำวันที่ 11 พ.ย.2553 เมื่อเวลา 09.19 น.ตามประประกาศของสมาคมค้าทองคำ ทองคำแท่ง ราคารับซื้อบาทละ 19,550 บาท ราคาขายบาทละ 19,650 บาท ทองคำรูปพรรณ ราคารับซื้อบาทละ 19,268.36 บาท ราคาขายบาทละ 20,050 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 10:39 น.

เตือนนักเก็งกำไรทองคำให้ระวัง การลงทุนช่วงนี้

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191304.

Pic_191304

คลาสสิคโกลด์ฯ เตือนนักเก็งกำไรทองคำระวังการลงทุนช่วงนี้ เพราะราคาทองเดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง ทำให้ราคามีโอกาสปรับฐานปรับตัวลง จากแรงขายทำกำไร แต่ยังมองทิศทางทองคำปีนี้ยังเป็นขาขึ้นมีโอกาสเห็นขึ้นไปแตะระดับ 1,700 เหรียญต่อออนช์

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นางสาวณัฐฑี จุฑาวรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลาสสิค โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ราคาทองคำตลาดโลกและในประเทศที่ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮในรอบนี้ แม้จะยังมองทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาขึ้น แต่นักลงทุนต้องระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น โดยนักลงทุนระยะยาวสามารถถือสินทรัพย์ทองคำต่อไปได้ แต่สำหรับนักลงทุนระยะสั้นต้องระมัดระวังการลงทุนอย่างมาก ควรชะลอการเข้าซื้อเพื่อติดตามสถานการณ์ก่อน หากยังต้องการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไร ต้องติดตามข่าวสารและสถานการณ์ราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อราคาทองทำเดินหน้าทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง จนล่าสุดทองโลกปรับขึ้นมาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,664 เหรียญฯต่อออนช์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศทำจุดสูงสุดเช่นกันที่ระดับ 23,450 บาทต่อ 1 บาททองคำ ทำให้มีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับฐานปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุน อย่างไรก็ตามประเมินว่าปีนี้ราคาทองคำจะขึ้นไปสูงสุดได้ที่ 1,700 เหรียญฯต่อออนช์ ส่วนราคาทองคำในประเทศมีโอกาสขึ้นไปถึงบาทละ24,000บาท แต่ขึ้นอยู่กับค่าเงินบาทด้วย

“ตั้งแต่สิ้นเดือนมิ.ย. ราคาทองโลกได้ปรับตัวพักฐานลงไปอยู่ที่ระดับ 1,477 เหรียญฯ จากนั้นราคาทองคำปรับขึ้นมาต่อเนื่องโดยไม่ลงเลย จนถึงปัจจุบันราคาขึ้นมากว่ากว่า 170 เหรียญฯ ราคาทองโลกที่ปรับตัวขึ้นแรงขนาดนี้ จึงต้องระวังการปรับฐานในระยะสั้นแต่ อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวรับจิตวิทยาไว้ที่ 1,600 เหรียญฯ” ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท คลาสสิกโกลด์ฯ กล่าว

นางสาวณัฐฑี กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ราคาทองคำโลกปรับขึ้นทำนิวไฮรอบนี้ คือตลาดยังวิตกกับวิกฤติหนี้และเศรษฐกิจสหรัฐฯแม้จะเพิ่มเพดาน หนี้สาธารณะได้แล้ว แต่สหรัฐฯก็ยังไม่พ้นวิกฤติ และยังมีความกังวลว่าอนาคตอาจโดนลดอันดับเครดิตลง รวมทั้งปัญหาวิกฤติหนี้ยุโรปก็ยังไม่คลี่คลาย เงินทุนจึงไหลเข้ามาลงทุนในทองคำซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงและ ปลอดภัยสูงสุดโดยล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 2 ส.ค.กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนที่ลงทุนทองคำขนาดใหญ่สุดในโลกได้เข้าซื้อทองคำเพิ่มเพียงคืน เดียว 18 ตัน และธนาคารกลางเกาหลีใต้ก็เพิ่งซื้อทองคำเข้ามาเป็น ทุนสำรองเพิ่มขึ้น 25ตัน รวมทั้งเมื่อสัปดาห์ก่อนธนาคคารแห่งประเทศไทยก็เพิ่มซื้อเข้ามา17ตันเช่นกัน และมีแนวโน้มว่า ธนาคารกลางหลายประเทศในเอเชียยังมีความต้องการซื้อทองคำเข้ามาเป็นทุนสำรอง เพิ่มขึ้น ซึ่งจากข้อมูลภาพรวมพบว่าธนาคารกลางของประเทศในเอเชีย ถือครองทองคำอยู่ในทุนสำรองเป็นสัดส่วนประมาณ 8%ของทุนสำรองทั้งหมด ขณะที่สหรัฐฯและยุโรปมีสัดส่วนทองคำอยู่ในทุนสำรองกว่า 70% ขึ้นไปซึ่งเป็นปัจจัยสะท้อนให้เห็นว่าทิศทางราคาทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอยู่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 สิงหาคม 2554, 18:30 น.
%d bloggers like this: