ทรูมูฟ

All posts tagged ทรูมูฟ

พณ.ยัน ‘ดีแทค’ เป็น บ.ไทย ทรูยันต่างด้าว

Published มิถุนายน 17, 2011 by SoClaimon

16 มิถุนายน 2554, 15:16 น.
พณ.ยัน \’ดีแทค\’ เป็น บ.ไทย ทรูยันต่างด้าว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179522

ก.พาณิชย์ยันจากข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคล พบ “ดีแทค” เป็นบริษัทไทย ไม่ใช่ต่างด้าว ตามที่ “ทรูมูฟ” อ้าง แต่รับจะตรวจสอบเชิงลึกหากพบว่าเป็น “นอมินี” จริง ต้องหยุดดำเนินกิจการทันที ด้านทรูมูฟ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวจริง หลังรวบรวมข้อมูลมานานถึง 3 ปี…

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงการตรวจสอบการถือหุ้นของต่างชาติ ในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กรณีที่บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ฟ้องร้องว่ามีชาวต่างชาติถือหุ้นเกินกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนด และมีสถานะเป็นบริษัทต่างด้าวว่า ตามหลักฐานการจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรม พบว่า ดีแทคมีผู้ถือหุ้นรวม 33,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลไทย 56 ราย คิดเป็น 51% และต่างด้าวไม่เกิน 49% ตามกฎหมายกำหนด สรุปได้ว่า ดีแทคเป็นบริษัทคนไทย แต่ยอมรับว่าการถือหุ้นของนิติบุคคลไทยมีความสลับซับซ้อน และอำนาจการตรวจสอบของกรมมีจำกัด

“กรมจะตรวจสอบสถานะของดีแทค โดยจะเชิญตัวแทนคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมสรรพากร เป็นต้น ตรวจสอบเชิงลึก โดยใช้ข้อมูลที่กรมมีอยู่ ร่วมกับข้อมูลหลักฐานที่ทรูมูฟวิเคราะห์เชิงลึกว่าดีแทคเป็นต่างด้าว และได้ยื่นมาให้กรมตรวจสอบแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากตรวจพบว่าดีแทคมีสถานะเป็นบริหารต่างด้าวจริง และมีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 100,000-1,000,000 บาท และต้องหยุดดำเนินกิจการทันที หากฝ่าฝืนจะถูกปรับวันละ 10,000 บาท” นายบรรยงค์กล่าว

วันเดียวกัน นางศุภสรณ์ โหรชัยยะ ตัวแทนบริษัท ทรูมูฟ จำกัด กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือร้องเรียนให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตรวจสอบสถานะของดีแทค พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานว่า บริษัทต้องการให้กรมตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนในแง่ของกฎหมายการประกอบธุรกิจ คนต่างด้าว ที่กำหนดว่าคนต่างด้าวหากจะทำธุรกิจโทรคมนาคมจำเป็นต้องขออนุญาตการประกอบธุรกิจก่อน เพราะเป็นการใช้คลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากร และเป็นความมั่นคงของชาติ แต่กรณีของดีแทค จากการตรวจสอบทางลึกของบริษัทนานถึง 3 ปี พบว่า มีสถานะเป็นคนต่างด้าว และไม่ได้ขออนุญาตประกอบธุรกิจในไทย

“บริษัทได้ตรวจสอบดีแทคในหลายด้าน ทั้งการถือหุ้นที่ไขว้กันไปมาถึง 5 ชั้น, เงินลงทุนที่มาจากแหล่งเดียวกัน, ผู้บริหารที่มาจากเบื้องหลังเดียวกัน, กรรมการคนไทยไม่มีอำนาจบริหารจัดการ แต่กลับเป็นคนต่างด้าว บางคนไม่มีสิทธิ์ในการออกเสียง โดยกรรมการต่างด้าว 1 คนมีสิทธิ์ออกเสียง 1 เสียง แต่กรรมการคนไทยต้องใช้ถึง 10 คนจึงจะมีสิทธิ์ออกเสียง 1 เสียง นอกจากนี้ กรรมการคนไทยยังไม่มีสิทธิ์ในการถอดถอนผู้บริหาร เงินปันผลได้เพียง 50 สตางค์ต่อหุ้น แต่ต่างด้าวได้มากถึง 5,000 บาทต่อหุ้น และยังมีอีกหลายประเด็นที่ชี้ขัดว่า ดีแทคเป็นต่างด้าว ซึ่งเรามั่นใจในข้อมูลที่เรารวบรวมได้” ตัวแทนบริษัท ทรูมูฟ กล่าว

อย่างไรก็ตาม นางศุภสรณ์ กล่าวด้วยว่า หากผลการตรวจสอบของกรม แตกต่างจากผลการตรวจสอบของบริษัท หรือไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ดีแทคเข้าข่ายเป็นต่างด้าวจริง บริษัทก็พร้อมยอมรับ และไม่เรียกร้องให้มีการตรวจสอบซ้ำอีกแน่นอน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 มิถุนายน 2554, 15:16 น.

กสทช.โต้ ‘กสท’ ไม่ใช่ต้นเหตุทำ3จีล่าช้า

Published มิถุนายน 16, 2011 by SoClaimon

15 มิถุนายน 2554, 10:45 น.
กสทช.โต้ \’กสท\’ ไม่ใช่ต้นเหตุทำ3จีล่าช้า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179010

“กสทช.”โต้” กสท” ไม่ใช่ต้นเหตุทำ 3 จี ล่าช้า แต่เพราะกสท ส่งเอกสารข้อมูลไม่ครบถ้วน เลื่อนเปิดบริการ 3 จี เป็นปลายปี 54

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมรักษาการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) วันนี้ (15 มิ.ย.) จะพิจารณาการยื่นขออนุญาตปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือจากระบบซีดี เอ็มเอเป็นระบบเอชเอสพีเอ บนคลื่นความถี่ย่าน 800 เมกะเฮิตรซ์ (MHz) และแผนการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือซีดีเอ็ม ของบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยจะพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง หลังจากที่ กสท ได้ส่งข้อมูลและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ครบถ้วน กลับมายังกสทช.เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งหากที่ประชุมอนุมัติให้กสทดำเนินการดังกล่าวได้ กสท ก็จะสามารถนำเข้าอุปกรณ์ 3 จีได้ ทั้งนี้ กสทช.การพิจารณานำเข้าอุปกรณ์ของกสทเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งไม่ได้ดึงเรื่องของกสทไว้แต่อย่างใด แต่เป็นเพราะเอกสารและข้อมูลของกสท ไม่ครบถ้วน ทำให้ กสทช.ไม่สามารถอนุมัติได้

ส่วนกรณีที่กสท แจ้งว่า กสทช.อนุมัติให้นำเข้าอุปกรณ์ล่าช้านั้น ทำให้แผนการเปิดให้บริการ 3 จี ของ กสท ต้องเลื่อนออกไปจากเดิมเดือนส.ค. 2554 เป็นปลายปี 2554 เนื่องจากติดปัญหาการนำเข้าอุปกรณ์ที่ต้องรออนุมัติจากกสทช.นั้น แต่ในความเป็นจริง เป็นเพราะกสทที่ทำให้เกิดความล่าช้าเอง ไม่เกี่ยวกับกสทช.แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กสทช.ได้อนุมัติให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี โดยบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรูมูฟ จำกัด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส ก็สามารถนำเข้าอุปกรณ์ 3 จี ได้ โดยไม่มีปัญหาเช่นเดียวกับกสท เนื่องจากมีการยื่นเอกสารหลักฐานครบถ้วนตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่สาเหตุที่ทั้ง ดีแทค และทรูมูฟ ยังไม่เปิดให้บริการ 3 จีแบบเชิงพาณิชย์ เป็นเพราะยังไม่ได้รับอนุญาตจากกสท โดยช่วงนี้เป็นช่วงของการทดลองให้บริการ 3 จี เท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มิถุนายน 2554, 10:45 น.

“ทรู”เสียบฮัทช์แทนกสท ต่อยอดธุรกิจ 3 จี

Published มิถุนายน 8, 2011 by SoClaimon

4 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.
“ทรู”เสียบฮัทช์แทนกสท ต่อยอดธุรกิจ 3 จี.

Pic_124200

“ทรูมูฟ” เสียบ “ฮัทช์” ต่อยอดธุรกิจ 3 จี หลังสัมปทานใกล้หมดลง พร้อมกับการอัพเกรด 3 จี ก็ยังไม่มีความชัดเจน เผยผู้บริหาร กสท-ทรูมูฟ อยู่บนเครื่องบินไปฮ่องกงด้วยกัน ด้านผู้บริหาร กสท และผู้บริหารทรูมูฟออกมาปฏิเสธพัลวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้พยายามเดินหน้าซื้อกิจการบริษัทฮัทชิสัน จำกัด ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอในส่วน 25 จังหวัด และผู้ทำการตลาดโทรศัพท์ มือถือภายใต้แบรนด์ “ฮัทช์” เพื่อให้การบริหารโทรศัพท์มือถือของ กสท เป็นไปอย่างครบวงจร และทำให้สามารถต่อสู้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ อย่างสมบูรณ์มากขึ้นมาระยะหนึ่งแล้วนั้น

ล่าสุดการซื้อคืนซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากนายกรัฐมนตรีและนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที ได้สั่งให้ กสท กลับไปเจรจาต่อรองราคาซื้อใหม่ ให้ลดลงจากราคาเดิมที่ตั้งไว้ 7,500 ล้านบาทนั้น ทำให้เกิดทางออกใหม่ โดยบริษัททรูมูฟ จำกัด ในเครือทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความสนใจซื้อหุ้นฮัทช์คืนแทน กสท มาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งการซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้จะทำให้ทรูได้สิทธิถือหุ้นในส่วนเดิมของฮัทช์ และอาจใช้โอกาสนี้ ต่อยอดธุรกิจของทรู เนื่องจากสัมปทานของทรูกำลังจะหมดอายุลงในอีก 2 ปีข้างหน้า และยังไม่มีความชัดเจนว่าหลังสัมปทานหมดอายุ ทรูจะประกอบกิจการอย่างไรต่อไป  เนื่องจากการเปิดประมูล 3 จี เพื่อให้ได้ใบอนุญาตใหม่บนคลื่น ความถี่ใหม่นั้น ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะไปได้ถึงไหน

ทั้งนี้ กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรู พร้อมด้วย นายอธึก อัศวานนท์ ผู้บริหารอีกคนของทรู ได้เดินทาง ไปฮ่องกง ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของฮัทช์ โดยในเที่ยวบินเดียวกัน มีนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท ร่วมเดินทางไปด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้มีกระแสข่าวยืนยันความสนใจดังกล่าวนั้น นายจิรายุทธได้ปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้หารือกับทรูเกี่ยวกับเรื่องการซื้อฮัทช์ การเดินทางของตนไปฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปเพื่อเจรจาต่อรองราคา ซื้อตามนโยบายของ รมว.ไอซีที และบังเอิญได้พบกับนายศุภชัยบนเครื่องบินลำเดียวกันเท่านั้น “ผมไม่ได้ คุยกับทรูเรื่องการซื้อฮัทช์ ส่วนทรูจะไปเจรจากับฮัทช์ หรือไม่ ต้องถามทรูเอง แต่ยอมรับว่ามีธนาคารต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนเอกชน เดินทางไปเจรจาซื้อฮัทช์”

แต่ส่วนตัวนายจิรายุทธเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากสัญญาระหว่าง กสท กับฮัทช์ มีความไม่ชัดเจนในหลายประเด็น โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจไม่ผ่านตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุน ซึ่งถือเป็นปัญหาคาราคาซังกันอยู่ และ กสท กำลังเร่งแก้ไขให้เกิดความชัดเจน หากทรูจะเข้าซื้อกิจการฮัทช์ ก็ต้องยอมรับว่าเสี่ยงมาก เนื่องจากสัญญาไม่มีความชัดเจนทางกฎหมาย

“ประเด็นที่มีการหารือกับบริษัททรูมูฟ จำกัด ต่อเนื่องมาตลอดคือการอัพเกรดโครงข่าย 2 จี เป็น 3 จี ด้วยเทคโนโลยี HSPA ที่จะอนุญาตให้ทรูมูฟสามารถ ดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ สั่งให้ทรูมูฟยุติดำเนินการทดลองการให้บริการ”

เช่นเดียวกับนายศุภชัย ซึ่งเปิดเผยว่าการเดินทางไปเจรจากับฮัทช์ เป็นการสะสางข้อพิพาทเกี่ยวกับค่าเชื่อมโยงโครงข่ายไอซีและการใช้เลขหมาย โทร.เข้าออกระหว่างเครือข่ายของทรูและฮัทช์ “เรากำลังหาทางออกร่วมกันใน 2 เรื่องดังกล่าว ณ ขณะนี้ เราคุยกันแค่เรื่องที่บอกเท่านั้น”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 พฤศจิกายน 2553, 06:15 น.

“ดีแทค” ด้ินอุทธรณ์คำส่ังศาล หวังได้อานิสงส์ปลดล็อกสัญญา 3 จี “กสท-ทรูมูฟ”

Published พฤษภาคม 21, 2011 by SoClaimon

21 พฤษภาคม 2554, 05:30 น.
“ดีแทค” ด้ินอุทธรณ์คำส่ังศาล หวังได้อานิสงส์ปลดล็อกสัญญา 3 จี “กสท-ทรูมูฟ”.

Pic_172962

ดี​แทค​ยัง​ไม่​ละ​ความ​พยายาม​ยัน​จุดยืน​ขอ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​เพื่อ​ให้​ระงับ​สัญญา 3 จี​ กสท-ท​รู สั่ง​ฝ่าย​กฎหมาย​ดู​คำสั่ง​ศาล​ละเอียด​ยิบ​เตรียม​ยื่น​อุทธรณ์​ใหม่ รวม​ทั้ง​พิจารณา​คำสั่ง​ศาล​กรณี​ให้​เรียก​ค่าเสียหาย​หาก​พบ​ว่า​เดือดร้อน ด้าน​ท​รู​ไม่​เซอร์ไพรส์​เตรียม​ตั้ง​รับ​ไว้​อยู่​แล้ว พร้อม​ช่วย​เหลือ ก​สท ​เต็ม​กำลัง

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​เมื่อ​เวลา 11.30 น.​ ของ​วัน​ที่ 20 พ.ค.​ที่​ผ่าน​มา นาย​จอน  เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์ ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร บริษัท​โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค ​ได้​เปิด​แถลงข่าว​ระบุ​ว่า มี​ความ​ยินดี​ที่​ศาล​ปกครอง​รับคำ​ฟ้อง​เพื่อ​ให้​มี​การ​ไต่สวน​ถึง​ความ​ถูกต้อง​ตาม​กฎหมาย​ใน​มติ​ของ​คณะ​กรรมการ​บริษัท​ กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่​อนุมัติ​ให้​ กสท ​ทำ​สัญญา​ให้​บริการ 3 จี​ เอ​ช​เอส​พี​เอ​กับ​บริษัท​ท​รู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดง​ให้​เห็น​ว่า​ศาล​มี​ความ​ยึด​มั่น​ใน​หลักการ​แข่ง​ขัน​เสรี​และ​เป็น​ธรรม

อย่างไรก็ตาม ดี​แทค​รู้สึก​เสียดาย​และ​ผิดหวัง​ที่​ศาล​ไม่​รับคำ​ร้องขอ​เพื่อ​ให้​มี​คำสั่ง​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ซึ่ง​มี​วัตถุประสงค์​เพื่อ​ให้ ​กสท ระงับ​การ​ดำเนิน​การ​ต่างๆ ภาย​ใต้​สัญญา​ดัง​กล่าว เพื่อ​ยับยั้ง​ไม่​ให้​เกิด​ความ​เสียหาย​ต่อ​อุตสาหกรรม​โทรคมนาคม​และ​ผู้​บริโภค​ใน​วง​กว้างเนื่องจาก​การ​ผูกขาด​การ​ให้​บริการ​อันเป็น​ผล​มา​จาก​การ​ดำเนิน​การ​ภาย​ใต้​สัญญา​ดัง​กล่าว

“ผม​เห็น​ด้วย​กับ​ที่​คู่แข่ง​บอก​ว่า รู้สึก​ดีใจ​ที่​ใน​ที่สุด​คน​ไทย​ก็ได้​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เสียที แต่​คน​ไทย​ใน​ที่​นี้​ควร​จะ​รวม​ลูกค้า​ของ​ดี​แทค​กว่า 22.3 ล้าน​ราย​หรือ 1 ใน 3 ของ​ผู้​ใช้​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ทั่ว​ประเทศ​ด้วย พวก​เขา​ก็​ควร​จะ​มี​โอกาส​ใช้ 3 จี​เหมือน​กัน​และ​เท่าเทียม​กัน ดี​แทค​จึง​หวัง​เป็น​อย่าง​ยิ่ง​ว่า การ​เจรจา​กับ ​กสท​ และ​บอร์ด เพื่อ​ให้​อนุมัติ​การ​ให้​บริการ 3 จี​เอ​ช​เอส​พี​เอ​บน​คลื่น​เดิม​ที่​ดี​แทค​พยายาม​ผลัก​ดัน​มา​ร่วม 3 ปี​แล้ว​น่า​จะ​ได้​ข้อ​สรุป​ที่​ดี​สัก​ที ที่​สำคัญ​ทา​ง ก​สท​ จะ​ได้​รับ​ประโยชน์​จาก​ราย​ได้​สัมปทาน​ที่​จะ​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​อีก​ด้วย จึง​ไม่​น่า​มี​เหตุผล​ใด​ที่​จะ​หยุด​ยั้ง​ดี​แทค​อีก​ต่อ​ไป”

อย่างไรก็ตาม สำหรับ​ดี​แทค​แล้ว คำ​ตัดสิน​ไม่​ใช่​ทาง​แก้​สำหรับ​ปัญหา​การ​หยุด​ชะงัก​ที่​อุตสาหกรรม​โทรคมนาคม​กำลัง​ประสบ​อยู่ โดย 1 ใน​ทาง​แก้​ที่​เหมาะสม​คือ​การ​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​บน​คลื่น​ความถี่ 2.1 กิก​กะ​เ​ฮิ​รตซ์​  ซึ่ง​เป็น​จุด​เริ่ม​ต้น​ของ​การ​ออก​ใบ​อนุญาต ซึ่ง​ผู้​ประกอบ​การ​ทุก​ราย​สามารถ​แข่ง​ขัน​ภาย​ใต้​กฎเกณฑ์​และ​ข้อ​กำหนด​เดียวกัน ดังนั้น​เมื่อ​การ​จัดตั้ง​คณะ​กรรมการ​กิจการ​กระจายเสียง กิจการ​โทรทัศน์​และ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กสทช.) แล้ว​เสร็จ ก็​ควร​เร่ง​ดำเนิน​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี​โดย​เร็ว และ​เรื่อง​นี้​ถือ​เป็น​จุดยืน​ของ​ดี​แทค​มา​โดย​ตลอด ดี​แทค​ไม่​เคย​ฉุด​รั้ง​การ​เปิด​ประมูล​ใบ​อนุญาต 3 จี อย่าง​ที่​มี​ใคร​บาง​คน​พยายาม​กล่าวหา

ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร​ดี​แทคยัง​เปิดเผย​ด้วย​ว่า ได้​เตรียม​นำ​คำสั่ง​ศาล รวม​ทั้ง​แนวทาง​ใน​การ​ดำเนิน​งาน​ของ​ดี​แทค​ใน​ระยะ​ต่อ​ไปเข้า​สู่​ที่​ประชุม ​ผู้​ถือ​หุ้น​นัด​พิเศษ​ใน​วัน​ที่ 31 พ.ค.​นี้​ด้วย โดย​มี​ความ​เชื่อ​มั่น​ว่า​จะ​ได้​รับ​ความ​สนับสนุน​ที่​ดี​จาก​ผู้​ถือ​หุ้น ที่​สำคัญ​เท​เลน​อร์​ใน​ฐานะ​ถือ​หุ้น​ใน​ดี​แทค​เป็น​นัก​ลงทุน​ระยะ​ยาว นโยบาย​และ​เจตนารมณ์​ใน​การ​ลงทุน​ใน​ไทย จึง​ยัง​ไม่​มี​อะไร​เปลี่ยนแปลง “เรา​กำลัง​พิจารณา​ว่า​จะ​ดำเนิน​การ​อย่างไร​ต่อ แน่นอน ​ว่า​เมื่อ​ศาล​ไม่​รับ​ฟ้อง​ใน​บาง​กรณี เรา​ก็​ยัง​มี​โอกาส​ที่​จะ​อุทธรณ์ ซึ่ง​ฝ่าย​กฎหมาย​กำลัง​ดู​รายละเอียด​ใน​เรื่อง​ดัง​กล่าว​อยู่”

ด้าน​นาง​วีระ​นุช กมล​ยะ​บุตร ผู้​อำนวยการ​อาวุโส​สาย​งาน​กฎหมาย​และ​รัฐ​กิจ​สัมพันธ์ ดี​แทค เปิดเผย​ว่า การ​ฟ้องร้อง​เพื่อ​ขอ​คำ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ยัง​เป็น​จุดยืน​ที่​เหนียวแน่น​ของ​ดี​แทค เนื่องจาก​ศาล​ยัง​ไม่ได้​ยก​คำฟ้อง​แต่​ไม่ได้​พิจารณา​ใน​ประเด็น​ดัง​กล่าว​เท่านั้น โดย​ขณะ​นี้​กำลัง​ศึกษา​แนวทาง​ที่​จะ​อุทธรณ์ หรือ​อาจ​เป็น​การ​ยื่น​คำ​ขอ​ต่อ​ศาล​ใหม่​ให้​รัดกุม ชัดเจน​ขึ้น เพื่อ​ให้​ศาล​เห็น​ว่า​ดี​แทค​เดือดร้อน​และ​ได้​รับ​ผล​กระทบ​จาก​สัญญา​ระหว่าง ​กสท และ​ท​รู ที่​สำคัญ​การ​ขอ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ให้​ระงับ​การ​ดำเนิน​การ​ภาย​ใต้​ สัญญา​ดัง​กล่าว​ไว้​ก่อน เป็น​การ​ป้องกัน​ผล​ประโยชน์​ให้​แก่​ผู้​บริโภคที่​อาจ​ต้อง​เดือดร้อน​หาก​ที่สุด​แล้ว​สัญญา​มิ​ชอบ​ด้วย​กฎหมาย ส่วน​เรื่อง​การ​ฟ้องร้อง​เพื่อ​เรียก​ค่าเสียหาย ซึ่ง​ปรากฏ​ใน​คำสั่ง​ศาล​นั้น ถือ​เป็น​คำ​แนะนำ​เปิด​ทาง ซึ่ง​ทาง​ดี​แทค​ก็​กำลัง​พิจารณา​ด้วย​เช่น​กัน

ด้าน​นา​ยอ​ธึก อัศ​วา​นันท์ รอง​ประธาน​กรรมการ​และ​หัวหน้า​คณะ​ผู้​บริหาร​ฝ่าย​กฎหมายท​รู กล่าว​ว่า ท​รู​ยัง​คง​ยืนยัน​ช่วยเหลือ​และ​ยืนหยัด​ต่อสู้​กับ ​กสท เช่น​เดิม เพียง​แต่​การ​เข้าไป​เป็น​จำเลย​ร่วม ตาม​ที่​เคย​มี​ความต้องการ อาจ​ต้อง​ล้มเลิก​ไป เนื่องจาก​คำสั่ง​ฟ้อง​มติ​บอร์ด กสท เป็น​เรื่อง​ภายใน​องค์กร การ​เข้าไป​เป็น​จำเลย​ร่วม​ใน​กรณี​นี้​ของ​ท​รู​อาจ​ดู​ไม่​เหมาะสม ส่วน​เรื่อง​การ​อุทธรณ์​หรือ​ยื่น​คำ​ขอ​คุ้มครอง​ฉุกเฉิน​ใหม่​ของ​ดี​แทค​นั้น ไม่​ใช่​เรื่อง​ที่​อยู่​นอกเหนือ​การ​คาด​เดา และ​เป็น​ปกติ​ของ​การ​ฟ้องร้อง ขณะ​นี้​ถือว่า​ทาง​ท​รู​ผ่าน​ด่าน​แรก​ไป​ได้ ด่าน​ที่ 2 คง​ต้อง​มี​ตาม​มา ก็​ต้อง​เตรียม​ตั้ง​รับ​ไว้​อยู่​แล้ว

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ความ​เคลื่อนไหว​ของ​ราคา​หุ้น​บริษัท ท​รู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) วัน​นี้ หลัง​ศาล​ปกครอง​กลาง​มี​คำสั่ง​ไม่​คุ้มครอง​สัญญา 3G ระหว่าง TRUE กับ CAT นั้น ​หุ้น TRUE ปิด​ที่ 5.05 บาท บวก 0.05 บาท ส่วน DTAC ปิด 55.75 บาท บวก 1.50 บาท ระหว่าง​วัน​ขึ้น​ไป​สูง​สุด​ที่ 56.25 บาท และ​ลง​มา​ต่ำ​สุด​ที่ 53 บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 พฤษภาคม 2554, 05:30 น.

อานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่

Published พฤษภาคม 17, 2011 by SoClaimon

17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.
อานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_171962

สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ สรุป​ภาพ​รวม​ผล​ประกอบ​การ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์มือ​ถือ​ของ​ประเทศ​ประจำปี 2553 พบอานิสงส์​ส​มาร์ท​โฟน​ดัน​มือ​ถือ​อู้​ฟู่ ราย​ได้​ทะลัก​ฟัน​กำไร​กัน​ถ้วน​หน้า…

ผู้สื่อข่าว​รายงาน​ว่า  สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​กิจการ​โทรคมนาคม​แห่งชาติ (กทช.) ได้สรุป​ภาพ​รวม​ผล​ประกอบ​การ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์ มือ​ถือ​ของ​ประเทศ​ประจำปี 2553 โดย​มี​ราย​ได้​รวม 220,000 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น​จาก​ปี 2552 คิด​เป็น 7% โดย​บริษัท แ​อด​วาน​ซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ​เอ​ไอ​เอส มี​ราย​ได้ 111,280 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 31.2 ล้าน​เลข​หมาย มี​ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย​ต่อ​เดือน 240 บาท ขณะ​ที่​บริษัท โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค​มี​ราย​ได้ 72,351 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 21.6 ล้าน​เลข​หมาย ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย 215 บาท ส่วน​ท​รู​มูฟมี​ราย​ได้ 30,960 ล้าน​บาท มี​ผู้​ใช้​บริการ 17.2 ล้าน​บาท ราย​ได้​เฉลี่ย​ต่อ​เลข​หมาย​ต่อ​เดือน 105 บาท

ส่วน​การ​จ่าย​เงินปันผล​ของ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​นั้น เอ​ไอ​เอส ประกาศ​จ่าย​ปัน​ผล​ปี 2553 ใน​อัตรา 6.92 บาท ​และ​ปัน​ผล​พิเศษ 6 บาท รวม​จ่าย​ปัน​ผล 12.92 บาท​ต่อ​หุ้น และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 54 จะ​จ่าย​เงินปันผล 9.5 บาท​ต่อ​หุ้น ขณะ​ที่​ดี​แทคจ่าย​เงินปันผล​ปกติ 3.21 บาท ​และ​ปัน​ผล​พิเศษ 0.56 บาท​ และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 54 จะ​ปัน​ผล​ไม่​ต่ำ​กว่า 4 บาท​ต่อ​หุ้น

ทั้งนี้ ราย​ได้​ของ​ผู้​ให้​บริการ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ที่​เพิ่ม​ขึ้น เป็น​ผลมา​จาก​เศรษฐกิจ​ฟื้นตัว​ใน​ช่วง​ไตรมาส 4 ของ​ปี 53 และ​กระแสความ​นิยม​ออนไลน์​เพิ่ม​มาก​ขึ้น ยอด​การ​ขาย​เครื่อง​โทรศัพท์​แบบ​ส​มาร์ท​โฟนเพิ่ม​มาก​ขึ้น​เช่น​กัน อีก​ทั้ง​บริการ​เสริม​ต่างๆเป็น​กลไก​สำคัญ​ของ​การ​ขยาย​ตัว​ของ​ธุรกิจ​โทรศัพท์​มือ​ถือ และ​คาด​ว่า​ใน​ปี 2554 จะ​ยัง​คง​ขยาย​ตัวอย่าง​ต่อ​เนื่อง โดยเฉพาะ​การบริการ​อินเตอร์เน็ต​ไร้​สาย​รวม​ถึง​แอปพลิเคชั่น​เครือ​ข่าย​สังคม​ออนไลน์​ที่​มี​แนวโน้ม​จะ​ได้​รับ​ความ​นิยม​มาก​ขึ้น​ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤษภาคม 2554, 05:00 น.

‘จุติ’ ทิ้ง​ทุ่น​รื้อ​สัมปทาน​มือ​ถือ วางยา​ไอ​ซี​ที​ฟ้อง​แหลก​ตี​กัน​รบ.ใหม่​ซูเอี๋ย

Published พฤษภาคม 12, 2011 by SoClaimon

12 พฤษภาคม 2554, 05:30 น.

‘จุติ’ ทิ้ง​ทุ่น​รื้อ​สัมปทาน​มือ​ถือ วางยา​ไอ​ซี​ที​ฟ้อง​แหลก​ตี​กัน​รบ.ใหม่​ซูเอี๋ย.

Pic_170814

“จุติ” พร้อม​ให้ ป.ป.ช.​สอบ​กรณี​สัญญา 3 จี กสท–ท​รู​มูฟ ยัน​ไม่​เอื้อ​ประโยชน์​ให้​เอกชน​ราย​ใด​ราย​หนึ่ง พร้อม​สั่ง​ปลัด​ไอ​ซี​ที​เดิน​หน้า​สาง​สัญญา​มือ​ถือ​ต่อ ยัน​ใคร​มา​เป็น​รัฐบาล–รมว.​ไอ​ซี​ที​คน​ใหม่ ต้อง​เดิน​หน้า​ฟ้อง หาก​ไม่​ทำ​ถือว่า​ละเว้น​การ​ปฏิบัติ​หน้าที่…

นาย​จุติ ไกร​ฤกษ์ รมว.​เทคโนโลยี​สารสนเทศ​และ​การ​สื่อสาร (ไอ​ซี​ที) เปิดเผย​ว่า จาก​ที่​คณะ​กรรมการ​ป้องกัน​การ​ปราม​ปราม​การ​ทุจริต​แห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้​ตั้ง​คณะ​อนุกรรมการ​ไต่สวน​ข้อเท็จจริง รมว.​ไอ​ซี​ที และ​บอร์ด​ กสท กรณี​การ​ทำ​สัญญา​ธุรกิจ​โทรศัพท์​มือ​ถือ​รูป​แบบ​ใหม่​เพื่อ​ให้​บริการ 3 จี​ระหว่าง​บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ​กลุ่ม​บริษัท ท​รู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นั้น ถือ​เป็น​โอกาส​ที่​ดี​ที่​จะ​ฟอก​ตัว​เอง ซึ่ง​บอร์ด​กสท ​และ​นาย​จิ​รา​ยุทธ​ต้อง​ไป​ตอบ​ข้อเท็จจริง​ให้​ป.ป.ช.​ได้​รับ​ทราบ​เช่น​กัน เพราะ​ทุก​คน​มี​หน้าที่​ปฏิบัติ​ตาม​กฎหมาย​เช่น​เดียวกัน

“ใน​ส่วน​งาน​ที่​ผม​รับผิดชอบ​ ยืนยัน​ว่า​ไม่ได้​เอื้อ​ประโยชน์​ให้​เอกชน​ราย​ใด​ราย​หนึ่ง กฎหมาย คือ​กฎหมาย มั่นใจ​ว่า​ตอบ​คำ​ถาม​ได้​ทุก​ประเด็น และ​เก็บ​เอกสาร​ที่​เกี่ยวข้อง​กับ​สัญญา ​กสท-ท​รู เท่า​ที่​ กสท รายงาน​ให้​ทราบ​ทั้งหมด และ​เรื่อง​นี้​ผม​เคย​สอบ​ถาม​ไป​ยัง​อัยการ​สูง​สุด​แล้ว แต่​ยัง​ไม่ได้​รับคำ​ตอบ​แต่​อย่าง​ใด”

นาย​จุติ กล่าว​ว่า ​แม้​จะ​มี​การ​ประกาศ​ยุบ​สภา​ไป​แล้ว ​และ​รัฐบาล​อยู่​ใน​ฐานะ​รัฐบาล​รักษาการ แต่​ได้​มอบหมาย​นโยบาย​ให้​นาง​จี​ราว​รรณ บุญ​เพิ่ม ปลัด​กระทรวง​ไอ​ซี​ที เดิน​หน้า​สะสาง​ปัญหา​สัญญา​สัมปทาน​โทรคมนาคม​ทั้งหมด ให้​เกิด​ความ​ชัดเจน และ​แจ้ง​ให้​หน่วย​งาน​ที่​เกี่ยวข้อง​ไป​เรียก​ร้อง​ผล​ประโยชน์ ​ของ​รัฐ​กลับคืน​มา​จาก​การ​แก้ไข​สัญญา​ที่​ไม่​ถูกต้อง​ตาม​กฎหมาย โดยเฉพาะ​กรณี​สัมปทาน​ระหว่าง​บริษัท ที​โอ​ที จำกัด (มหาชน) กับ​บริษัท แ​อด​วาน​ซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ​เอ​ไอ​เอส

“ตลอด​ระยะ​เวลา​เกือบ 1 ปี​ใน​การ​ดำรง​ตำแหน่ง​ รมว.​ไอ​ซี​ที ได้​สร้าง​กระบวนการ​ตรวจสอบ เพื่อ​เดิน​หน้า​ฟ้องร้อง​ผล​ประโยชน์​รัฐ​ไว้​แล้ว​อย่าง​รอบคอบ​และ​รัดกุม เมื่อ​มี​รัฐบาล​ใหม่​ หรือ​ รมว.​ไอ​ซี​ที​คน​ใหม่​แล้ว จะ​ต้อง​เดิน​หน้า​รักษา​ผล​ประโยชน์​ของ​ประเทศ​ต่อ​ไป เพราะ​หาก​ไม่​ดำเนิน​การ​ใดๆจะ​ถือว่า​ละเว้น​การ​ปฏิบัติ​หน้าที่​ตาม​มาตรา 157 แต่​ใน​ช่วง​นี้​เป็น​รัฐบาล​รักษาการ ก็​รักษา​มารยาท​ที่​จะ​ไม่​สั่ง​การ และ​ปล่อย​ให้​เป็น​หน้าที่​คณะ​ทำ​งานการ​ตรวจสอบ ถ้า​หาก​ผม​กลับ​มา​เป็น ​รมว.​ไอ​ซี​ที​อีก ผม​ก็​จะ​สั่ง​ให้​เดิน​หน้า​ฟ้องร้อง​ต่อ​ไป”

สำหรับ​ภารกิจ​อื่นๆที่​ต้องการ​ให้​สาน​ต่อ​นั้น​ ได้​ให้​กระทรวง​ไอ​ซี​ที​แจ้ง​ไป​ยังที​โอ​ที และ​บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้​เตรียม​ความ​พร้อม​รอง​รับ​การบริหาร​หลัง​สัญญา​สัมปทาน​มือ​ถือ​สิ้นสุด โดย​สัญญา​เอ​ไอ​เอสจะ​สิ้นสุด​เดือน ก.ย.2558 บริษัท​โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค สัญญา​จะ​สิ้นสุด​เดือน ก.ย.2562 บริษัท ท​รู​มูฟ จำกัด และ​บริษัท ดิจิตอล​โฟน จำกัด หรือ​ดี​พี​ซี สัญญา​จะ​สิ้นสุด​เดือน ก.ย.2556

นาง​จี​ราว​รรณ บุญ​เพิ่ม ปลัด​กระทรวง​ไอ​ซี​ที ใน​ฐานะ​ประธาน​คณะ​กรรมการ​เจรจา​การ​แก้ไข​สัญญา​สัมปทาน​โทรศัพท์​มือ​ถือ กล่าว​ว่า แม้​คณะ​กรรมการ​เจรจา​จะ​ได้​ยุติ​การ​เจรจา​กับ​คู่สัญญา​สัมปทาน​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ไป​แล้ว เพราะ​ไม่​สามารถ​ไกล่เกลี่ย​มูลค่า​ความ​เสียหาย​ได้ เนื่องจาก​ที​โอ​ที กสท และ​ค่าย​มือ​ถือ​ทั้ง 3 ราย ต่าง​ยืนยัน​ว่า​ดำเนิน​การ​แก้ไข​สัญญา​อย่างถูกต้อง​ตาม​กฎหมาย ไม่​มี​เหตุผล​ต้อง​จ่าย​ชดใช้​จาก​กรณี​แก้ไข​สัญญา​สัมปทาน

ทาง​คณะ​กรรมการ​เจรจาฯ​ได้​รายงาน​ผล​ให้​ รมว.​ไอ​ซี​ที รับ​ทราบ​แล้ว และ​จะ​นำ​รายงาน​ให้​ที่​ประชุม​คณะ​รัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา​ต่อ​ไป ส่วน​จะ​ดำเนิน​การ​อย่างไร​ ขึ้น​อยู่​กับ​ตัดสินใจ​ของ ​ครม.​ซึ่ง​คาด​ว่า ​รมว.​ไอ​ซี​ที จะ​รายงานให้​ ครม.​รับ​ทราบ​ใน​วัน​ที่ 18 พ.ค.​นี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤษภาคม 2554, 05:30 น.

มะงุมมะงาหราถกค่าเสียหายแก้สัมปทาน

Published มีนาคม 24, 2011 by SoClaimon

24 มีนาคม 2554, 05:00 น.

มะงุมมะงาหราถกค่าเสียหายแก้สัมปทาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

ไอซีที ถกค่าเสียหายแก้สัมปทานเถียงกันไม่จบ ดีแทค-ทรูมูฟไม่รับมุก กสท…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการเจรจาการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือ ที่มีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ได้เชิญนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด มาชี้แจงเกี่ยวกับการคำนวณมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ในฐานะคู่สัญญา กสท โดยดีแทคต้องจ่ายเงินชดเชยให้ กสท คิดเป็นเงิน 22,445 ล้านบาท ส่วนทรูมูฟ 8,208 ล้านบาท

ทั้งนี้ กสท ระบุว่าการคำนวณค่าเสียหายดังกล่าว ถือเป็นรายได้ที่พึงได้ของ กสท เพราะการแก้ไขสัญญาสัมปทาน โดยเฉพาะการขยายอายุสัญญาสัมปทานของดีแทคและทรูมูฟนั้น ทำให้ดีแทคและทรูมูฟ ควรจ่ายส่วนแบ่งรายได้เป็นอัตราก้าวหน้าเพิ่มขึ้น 5% ทุกๆ 5 ปี โดย 5 ปีสุดท้ายก่อนสัญญาจะสิ้นสุด ตามหลักการควรจ่ายส่วนแบ่งรายได้ที่ 35% ของรายได้ แทนที่จะเป็น 30%

อย่างไรก็ตาม ในการประชุมดังกล่าวยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ตามความคาดหมาย เนื่องจากเอกชนไม่ยินยอม โดยยืนยันว่าการแก้ไขสัญญาไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย เนื่องจากเป็นการสมยอมร่วมกันและเป็นการให้ต่างตอบแทน ซึ่งคาดว่าที่สุดแล้ว คงเป็นเรื่องยากที่จะหาข้อยุติระหว่างกันได้ตามกำหนดที่คณะรัฐมนตรียืดระยะเวลาต่อไปให้อีก 1 เดือน โดยสำหรับการประชุมครั้งหน้า ในส่วนของทรูมูฟกำหนดเป็นวันที่ 25 มี.ค. ส่วนดีแทคเป็นสัปดาห์หน้า.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มีนาคม 2554, 05:00 น.

 

กทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์

Published มีนาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

ผ่านทางกทช.ไม่มั่นใจอำนาจพิจารณาดีลทรู-ฮัทช์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154713

 

กรรมการ กทช.ไม่มั่นใจอำนาจ ยังไม่พิจารณาทรู-ฮัทช์ ต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมบอร์ด กสทช.ก่อน ขณะที่ ซีอีโอ กสท เดินหน้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญา…

เมื่อวันที่ 9 มี.ค.2554 นายพนา ทองมีอาคม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการ กทช.ปฏิบัติหน้าที่ กสทช.ลาออก 2 คน คือ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ และ นายบัณฑูร สุภัควณิช ทำให้ขณะนี้การประชุมคณะกรรมการ กสทช.อาจมีปัญหาความไม่ชัดเจนในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ จึงอาจต้องรอความชัดเจนว่า กสทช.สามารถดำเนินการในเรื่องใดได้บ้าง ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้ง คณะกรรมการ กสทช.ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายพนา กล่าวถึงการพิจารณาการลงนามในสัญญาดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น ภายหลังจากที่กลุ่มทรูเข้าซื้อกิจการบริษัท ฮัทชินสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือ ฮัทช์นั้น ว่า ฝ่ายกฎหมายของกทช.ได้ดำเนินการสรุปผลสอบแล้ว แต่ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการ กสทช. ซึ่งหากมีการพิจารณาจะพิจารณาว่ามีส่วนที่กระทบต่อพระราชบัญญัติ กสทช. พ.ศ. 2553 และ พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2543 ว่าเข้าข่ายการดำเนินการเป็นสัญญาสัมปทานหรือไม่

กรรมการ กทช. กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีหลายหน่วยงานได้ตรวจสอบสัญญาทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. รวมทั้งบริษัท กสท โทรคมนาคม ก็เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลังและกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร หรือ ไอซีที ดังนั้นจึงอาจต้องรอความชัดเจนขององค์ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ก่อนที่จะมีมติใดๆ ออกมา อย่างไรก็ตาม กทช.ได้ส่งหนังสือตอบข้อสงสัยให้กับ สตง.เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กทช.กำลังประชุมเพื่อดำเนินการออกใบอนุญาตให้กับองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เพื่อให้ทันตามที่ พ.ร.บ.กสทช.กำหนดไว้ ภายใน 120 วันนับจากกฎหมายมีผลบังคับใช้

ขณะนี้ อยู่ระหว่างการกำหนดเงื่อนไขและรายละเอียดในการออกใบอนุญาต ซึ่งจะเเล้วเสร็จในวันที่ 19 เมษายน 2554 รวมทั้งการเตรียมออกใบอนุญาตให้กับผู้ผู้ประกอบการโทรทัศน์ระบบบอกรับสมาชิก หรือ เคเบิ้ลทีวี ให้กับผู้ประกอบการอีก 40-50 ราย หลังจากที่ออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการเคเบิ้ลทีวีมาแล้ว 7 ราย และจะมีการหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองเพื่อผู้บริโภค ในการดูแลโฆษณาการขายสินค้าประเภทอาหารและยา ที่อวดอ้างสรรพคุณตามวิทยุชุมชนกับเคเบิลทีวี เพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน

ส่วน นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กสท จะส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ยกเลิกคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการภายในระยะเวลา 90 วัน ตามที่กำหนดไว้ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ทั้งนี้ข้อเรียกร้องที่ให้คู่สัญญาสัมปทานชำระเงินให้ครบตามสัญญานั้น โดยบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต้องชำระเพิ่มอีก 16,887 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย บริษัท ทรูมูฟ จำกัด 6,565 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ย และดีพีซี 2,449 ล้านบาท ไม่รวมดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนจะนำไปเป็นมาตรฐานเดียวกันในการพิจารณาของดีแทคและทรูมูฟหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลการ เพราะกสท ได้ส่งเรื่องข้อพิพาทให้สถาบันอนุญาโตตุลการเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คณะอนุญาโตตุลาการ มีนายประจักษ์ พุทธิสมบัติ เป็นประธานคณะอนุญาโตตุลาการ ส่วนกรรมการ ประกอบด้วย นายพิชัย หลากสุขถม นายไพโรจน์ คงฤกธิ์ นายสมโชค มีไชยโย นายลิขิต ธีรเวคิน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มีนาคม 2554, 00:54 น.

 

ต่อลมหายใจ ทรูมูฟ + 3 จี “ศุภชัย เจียรวนนท์” ขอที่ยืนบนเวที ปลุกธุรกิจมือถือรูปแบบใหม่พ้นแดนสนธยา

Published มีนาคม 7, 2011 by SoClaimon

14 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

ผ่านทางต่อลมหายใจ ทรูมูฟ + 3 จี \”ศุภชัย เจียรวนนท์\” ขอที่ยืนบนเวที ปลุกธุรกิจมือถือรูปแบบใหม่พ้นแดนสนธยา – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_148697

 

การตัดสินใจเข้าซื้อกิจการของ ฮัทช์ ประเทศไทย บริษัทลูกของ ฮัทชิสัน ฮ่องกง ในฐานะผู้ร่วมสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ CDMA กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ของ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ในมูลค่า 6,300 ล้านบาท เพื่อต่อลมหายใจเฮือกสุดท้ายของทรูมูฟ ที่กำลังจะหมดอายุสัญญาสัมปทานการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือคลื่น 850 MHz ในอีก 3 ปีข้างหน้า

กับการเร่งตัดสินใจลงนามในสัญญาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจใหม่กับ กสท แทนที่ฮัทช์ ซึ่งไม่ประสบผลสำเร็จในการทำธุรกิจนี้ร่วมกับ กสท โดยเหตุเพราะระบบ CDMA ไม่เป็นที่นิยมในตลาดกิจการโทรคมนาคมของโลกตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมานั้น

แม้จะเป็นการซื้อความผิดพลาดของนโยบายรัฐบาล และ กสท ที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกันรับผิดชอบ แต่ก็ดูจะเป็นการตัดสินใจที่แหลมคม เมื่อสัญญาที่ทำขึ้นระหว่าง ทรูมูฟ และ กสท สามารถผ่าทางตันของธุรกิจโทรคมนาคมที่กำลังเข้าตาจน เพราะไม่รู้อนาคต และความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไปกับกิจการนี้

ในขณะที่ทั้งภาครัฐ และเอกชน ยังคงติดกับอยู่ในกฎเกณฑ์ของกฎหมายร่วมทุนฯปี 2535 ที่ทำให้ทุกฝ่ายไม่สามารถขยับตัวลงทุนในกิจการใดๆได้เลย

การช่วงชิงจังหวะที่เกือบจะหลุดลอยไปให้กลับมาเป็นโอกาสของตนได้ นอกจากจะสามารถผ่าทางตันไปสู่การดำเนินธุรกิจโทรศัพท์มือถือ

รูปแบบใหม่ที่หลุดพ้นจากรูปแบบเดิมๆไปได้แล้ว   นี่ยังอาจเป็นประตูนำไปสู่ผลประโยชน์ที่กว้างใหญ่ไพศาลของประเทศ และคนไทยที่จะมีโอกาสเข้าถึงข้อมูล และเทคโนโลยีล้ำยุคของการติดต่อสื่อสารที่สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย

จากค่ายเล็กๆของคนไทย สู่ค่ายใหญ่ที่ขนเอาเงินมาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมากๆอย่าง เอไอเอส และดีแทค

ลองฟังซีอีโอใหญ่ของค่ายทรูมูฟ เล่ารายละเอียดลึกๆที่เขาทำ ให้ ทีมเศรษฐกิจ นำมาถ่ายทอดต่อแก่ท่านผู้อ่านดู

ถาม  ขอทราบที่มาที่ไปของการเข้าซื้อกิจการ ฮัทช์ในไทย

ตอบ  เริ่มจากเดือนกันยายนปีที่แล้ว หลังการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จีของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) มีอันต้องถูกศาลสั่งให้ระงับไป

มันเหมือนแสงสว่างดับวูบลง เราเตรียมแผนเอาไว้หลายอย่าง ตั้งความหวังไว้มากกับการประมูล 3 จี แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ในฐานะธุรกิจ ก็ต้องหาทางว่าจะเดินต่ออย่างไร เพราะอายุสัมปทานของ ทรูจะหมดอายุลงในปี 2556 หรือ 3 ปี เร็วที่สุดในบรรดาคู่แข่ง ฉะนั้นก็ต้องมองหาทางเลือกอื่น

เรื่องอายุสัมปทาน เป็นความกังวลใจของผม และพนักงานมาโดยตลอด ยิ่งใกล้หมดอายุ พวกเขาก็ยิ่งสอบถามว่าจะทำอย่างไรดี ธุรกิจจะเดินต่อไปอย่างไร ผมมีหน้าที่ต้องหาคำตอบให้ได้

แต่ตัวที่จุดชนวนจริงๆ เป็นตอนที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที) นำเรื่องการลงทุน 3 จี เฟส 2 ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติวงเงินลงทุน 19,000 ล้านบาทเศษ หลังการเปิดประมูลใบอนุญาต 3 จี ของ กทช.ถูกระงับไปไม่ถึงสัปดาห์

เรามองว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส ในฐานะคู่สัญญาทีโอที มีโอกาสจับมือทำ 3 จีกับทีโอทีสูงมาก แล้วเขาก็ยังมีคลื่นความถี่ 900 MHz อยู่ในมืออีก 17.5 MHz, คลื่น 1800 MHz  อีก 12.5 MHz  ขณะที่อายุสัญญาสัมปทานเดิมของการให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 2 จี ยังคงเหลืออยู่อีก 5 ปี

เมื่อมองมายัง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัท ทรูมูฟ จำกัด มีสัญญาอยู่ด้วย ก็พบว่า เขากำลังติดขัดเรื่องการซื้อฮัทช์ ในประเด็นราคา 7,500 ล้านบาท ที่ไม่ลงตัว หากการซื้อฮัทช์เดินต่อไม่ได้ ก็คงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากโครงข่ายเดิมของฮัทช์ใน  25

จังหวัด ซึ่งมีสถานีฐานอยู่ 1,400 แห่งได้

ในส่วนของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ซึ่งอยู่ใต้สัมปทาน กสท เหมือนกัน เขามีคลื่น 850 MHz เพียงพอที่จะทำ 3 จี บนคลื่นที่เขาได้สิทธิอย่างสบายๆ ขณะที่เหลืออายุสัญญาสัมปทานถึง 8 ปี

กลับมามองดูตัวเอง คลื่นของเรามีไม่พอ อายุสัมปทานก็กำลังจะหมด เราจึงมองไปถึงโอกาสในการเข้าซื้อฮัทช์แทน เพราะเราอยู่เฉยไม่ได้ อีกแล้ว

การพูดคุยกับฮัทช์ เริ่มจริงจังขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2553 ขณะนั้น ครม.มีมติให้ กสท ยกเลิกการซื้อฮัทช์แล้ว เพราะตกลงราคาซื้อ-ขายไม่ลงตัว

ต้องยอมรับล่ะครับว่า ความสำเร็จตรงนี้มาจากการที่เรามีสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มฮัทช์ ฮ่องกง เพราะเคยทำธุรกิจร่วมกันในอินโดนีเซีย และมีข้อตกลงที่ดีกับ กสท ขณะที่เขาก็รู้ว่าเราต้องการซื้อหุ้นจริงๆ ต่างกับรายอื่นที่พยายามเข้าไปต่อรองขอซื้อฮัทช์ในช่วงหลัง

ถาม สัญญาใหม่ดูจะมีความซับซ้อนมาก

ตอบ ขออธิบายง่ายๆ เป็น 2 ส่วน เรา ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนสามารถเซ็นสัญญาได้ก็ 4 เดือน ไม่ได้เร่งรีบ แต่ทำตั้งแต่ประ- เมินสินทรัพย์ก่อนเข้าซื้อกิจการ (Due diligence) และว่าจ้างสำนักงานกฎหมายหลายแห่ง เพราะสัญญาของ กสท กับ ฮัทช์ มีทั้งจุดอ่อนจุดแข็ง และเป็นสัญญาที่เกิดขึ้นแบบครึ่งๆกลางๆระหว่าง ระบบใหม่กับระบบเก่า

ส่วนแรกเป็นสัญญาให้ฮัทช์ทำตลาด โทรศัพท์มือถือให้  แม้ไม่ใช่สัมปทาน แต่ฮัทช์ ก็ได้สิทธิเชิงผูกขาดทำตลาดซีดีเอ็มเอครอบ-คลุม 25 จังหวัด ซึ่งจ่ายส่วนแบ่งรายได้อยู่ 20% หลังซื้อฮัทช์เรียบร้อย สัญญาใหม่ที่ทรูมูฟทำกับ กสท จะต้องถูกต้องที่สุดนี่จึงเป็นที่มาของรายละเอียดจำนวนมาก

เราเปลี่ยนจากรูปแบบสัญญาว่าจ้างให้ทำตลาด เป็นสัญญาในรูปแบบของการทำตลาดค้าส่ง-ค้าปลีก   (wholesale-resell)   ซึ่งอิงตามกฎของ  กทช. และทำให้การทำธุรกิจกับ กสท ไม่ต้องผ่านกระบวนการตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมการงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ  พ.ศ.2535  (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ)  เพราะไม่ได้เป็นการใช้ทรัพย์สินหรือสิทธิของรัฐ คลื่น และเครือข่ายยังคงเป็นของ กสท  หลักการของการทำตลาดค้าส่งค้าปลีก ก็คือ  ทรูมูฟจะรับเหมาบริการ  3  จี  รวมคลื่นมาขายต่อให้แก่ลูกค้าอีกทอดหนึ่ง  โดย  กสท  จะได้รับเงินจากการขายเหมาบริการดังกล่าว

ส่วนที่สอง เป็นเรื่องของเครือข่าย หลังซื้อกิจการฮัทช์ เราได้ธุรกิจ 2 ส่วนมาครอบครอง ส่วนแรกเป็นบริษัทบีเอฟเคที ซึ่งบริษัทฮัทชิสัน

ฮ่องกงถือหุ้นเต็ม 100% และเป็นผู้ทำตลาด CDMA (Code Di vision Multiple Access) ในประเทศไทย โดยมีลูกค้าอยู่ 800,000 ราย และ มีสถานีฐานอยู่ 1,400 แห่งใน 25 จังหวัด ส่วนที่  2  เป็นบริษัท  ฮัทชิสัน  ซีเอที  ไวร์เรส จำกัด  ซึ่งร่วมทุนระหว่างฮัทช์  กับ  กสท  เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้ทำการตลาดโทรศัพท์มือถือให้กับ บีเอฟเคที

สำหรับสัญญาในส่วนของโครงข่ายซึ่งกำหนดให้  กสท  เป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานอย่างเสา และจุดเชื่อมโยงสื่อสัญญาณ  (Transmition) นั้น ส่วน บีเอฟเคที ซึ่งปัจจุบันเป็นของทรูมูฟแล้ว จะเป็นผู้ลงทุนอุปกรณ์ สื่อสัญญาณซึ่งจะอยู่บนยอดเสา โดยต้องเปลี่ยนจากระบบซีดีเอ็มเอเป็น HSPA (High Speed Packet Access 3 จี)  ใหม่หมด  ภายใต้วงเงินลงทุนประมาณ 9,000 ล้านบาท นอกจากเงินที่ทรูมูฟได้ใช้ไปในการซื้อกิจการฮัทช์แล้ว   6,300 ล้านบาท

เรื่องความซับซ้อนนี้ ขอให้เข้าใจว่าโครงข่ายมีทั้งที่บีเอฟเคทีเป็นเจ้าของ ตั้งแต่เสา ทรานสมิชชั่น และอุปกรณ์สื่อสัญญาณ หรือสถานีฐาน 1,400 แห่ง กับลูกค้า 800,000 ราย ใน 25 จังหวัด และก็มีส่วนที่ กสท เป็นเจ้าของอยู่อีก 1,600 สถานีฐาน มีลูกค้าอยู่ 200,000 ราย ครอบคลุมใน 51 จังหวัด

แม้ว่าที่สุดแล้ว  กสท  มีเป้าหมายที่จะซื้อโครงข่ายคืนหรืออย่างน้อยก็ในส่วนของเสา และทรานสมิชชั่นของบีเอฟเคที   เพื่อรองรับการเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย   (network provider)  ในอนาคต แต่เมื่อยังไม่มีการซื้อโครงข่ายคืนในขณะนี้ การทำสัญญาจึงจำเป็นต้องรองรับการให้ บริการที่ครอบคลุมผ่านความร่วมมือระหว่าง  ทรูมูฟ  และกสท  ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก  และมีโครงข่ายที่ต่างต้องเช่ากันไปมาอยู่

โดยสรุปง่ายๆ คือ ทรูมูฟต้องลงทุนในระบบเอชเอสพีเอ 3 จี ให้ครอบคลุม 4,500 สถานีฐาน ภายใน 3 ปี ซึ่งจะอยู่ที่วงเงิน  9,000  ล้านบาท  ช่วง 1 ปีแรกต้องลงทุนครอบคลุม 2,500 สถานีฐาน ใช้เงินราว 5,000 ล้านบาท การลงทุนนี้ มีทั้งการลงทุนต่อยอด และการลงทุนใหม่อีก  1,500  สถานีฐาน  ในกรณีที่  กสท  ยังไม่มีความสามารถลงทุนใหม่ได้เอง   ทรูมูฟจะต้องลงทุนให้ไปก่อน

ผมอยากให้มองเรื่องธุรกิจเป็นสำคัญ เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการปรับจากระบบสัมปทาน เป็นระบบเสรี สัญญาใหม่ไม่มีระบบส่วนแบ่งรายได้ แต่เป็นการเหมาบริการจาก กสท มาขายต่อ ส่วน กสท จะมีการันตีรายได้ที่แน่นอน จากบริการที่ทรูมูฟจะเหมามาขายต่อไม่เกิน 80% ของความสามารถในการให้บริการทั้งหมด ส่วนอีก 20% ก็แล้วแต่ว่า กสท จะนำไปให้บริการเองหรือขายต่อ นอกเหนือจากการหารายได้จากการให้เช่าใช้โครงข่ายพื้นฐานที่  กสท  ได้เป็นเจ้าของ

ส่วนเรื่องผลตอบแทน เป็นเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้มาก โครงสร้างราคาเป็นความลับทางธุรกิจ กสท ขายส่งบริการให้เรา ในราคาเท่านี้ เขาอาจขายให้รายอื่นในอัตราที่แตกต่าง เขาและเราจึงเปิดเผยราคาไม่ได้

เอาเป็นว่าตามสัญญาใหม่ หาก กสท มีต้นทุนอยู่ที่ 100 บาท ราคาที่เราจะซื้อบริการขายส่งอยู่ที่ 120 บาท เขาไม่เสียเปรียบแน่นอน และยังมี 20% ที่นำไปขายต่อได้แต่ต้องขายให้เป็น อยู่เฉยๆเงินคงไม่งอกออกมา

กสท ได้ประโยชน์จากสัญญานี้มากกว่าเดิมแน่นอน ตอนที่อยู่กับฮัทช์ ไม่มีการลงทุนใหม่ เพราะขาดทุนอยู่ 40,000-50,000 ล้านบาท  พอทรูมูฟเข้าไป  เราพร้อมลงทุน ขณะที่เรามีลูกค้า 17 ล้านรายรอใช้ บริการอยู่   ถ้า   กสท จะซื้อฮัทช์เอง   ก็ต้องลงทุนอีกจำนวนมาก

ผมไม่ปฏิเสธว่าทรูมูฟได้ประโยชน์  ได้คลื่นบวกบริการมาขายให้ลูกค้า  ได้ลมหายใจในการทำธุรกิจต่อ  แต่  กสท  ก็ได้

เดินหน้าปรับตัว สู้กับเอกชนในบทบาทที่เหมาะสม

ถาม ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์อย่างไร

ตอบ ลูกค้าทรูมูฟ ภายใต้การควบรวมกิจการกับฮัทช์จะได้ใช้งาน 3 จีภายใน 6 เดือนนับจากนี้ ระหว่างการประมูลใบอนุญาตใหม่บนคลื่น 2100 MHz ที่ยังไม่ชัดเจน ขณะที่แรงกระเพื่อมจากทรูมูฟ ทำให้ค่ายมือถือใหญ่อันดับ 1 และ 2 อย่างเอไอเอส และดีแทค ต้องรีบลงทุนให้บริการ จากที่เคยนิ่งๆ รอประมูลใบอนุญาตใหม่อย่างเดียว ทั้งๆที่มีเงินมากมาย มีคลื่นเหลือเฟือ แต่ไม่เคยขยับ ขณะนี้เขาต้องขยับแล้ว

หลายคนมองว่า เกมนี้เราเป็นฝ่ายชนะ ผมไม่คิดว่า ชนะ เราแค่มีทางเดินต่อ และคู่แข่งที่เคยได้เปรียบมาก ก็ได้เปรียบน้อยลง!

คู่แข่งของเราไม่ธรรมดา ทั้งสิงคโปร์ เทเลคอม และกลุ่มเทมาเสก ผู้ถือหุ้นใหญ่เอไอเอส และกลุ่มเทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ดีแทค เขามีอำนาจต่อรองกับรัฐบาลในฐานะรัฐต่อรัฐ ซึ่งผู้ถือหุ้น 2 รายนี้ ก็ได้มีโอกาสเข้าพบนายกรัฐมนตรีแล้ว “เขามีศักดิ์ศรีของเขา เราเทียบไม่ได้ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ก็เทียบไม่ได้ เชื่อผมเถอะ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแข่งขัน ผมมั่นใจว่า การให้บริการจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และบริการ 3 จี จะให้ความเร็วในการส่งข้อมูลบนเครือข่ายไร้สายที่ดีกว่า 2 จี ลูกค้าจะใช้งานได้สะดวก รวดเร็ว มากขึ้น เมื่อ 3 จีเดินหน้าไปได้ อนาคตของ 4 จี ซึ่งทำความเร็วได้ดีกว่า 10 เท่า ก็จะขยับใกล้เข้ามาอีก

ผมมองว่าไม่เกิน 3-4 ปีจากนี้ เราจะตามประเทศอื่นได้ทัน ตอนนี้ที่กัมพูชาเปิดให้บริการ 4 จีไปแล้ว มีคนมาทาบทามเราให้ไปลงทุนที่นั่นด้วยซ้ำ

สำหรับลูกค้าที่ใช้ระบบซีดีเอ็มเอทั้งหมด 1 ล้านเลขหมาย ตามสัญญายังคงให้บริการต่อไปได้อีก  2  ปี  เพราะสัญญากำหนดว่าการปรับเปลี่ยนเป็นเอชเอสพีเอนั้น  เครือข่ายต้องครอบคลุมไม่น้อยกว่าที่ซีดีเอ็มเอให้บริการก่อน จึงจะให้ลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ระบบใหม่ได้เต็มที่  ซึ่งแน่นอนว่าทรูมูฟจะต้องมีเงื่อนไขที่ดีให้แก่ลูกค้าซีดีเอ็มเอเดิมแน่นอน เพราะต้องการให้ลูกค้าย้ายมาเป็นลูกค้าทรูมูฟ  ไม่ใช่ย้ายไปเป็นลูกค้าคู่แข่ง

ถาม   ทิศทางและอนาคตของกลุ่มทรูจะเป็นอย่างไร

ตอบ ผมมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และกล้าวางเป้าหมายมากขึ้น นี่ก็ตั้งใจจะผลักดันให้ทรูมูฟ   ในฐานะบริษัทลูกที่ทำธุรกิจมือถือ   ครอง

ส่วนแบ่งให้ได้  1  ใน  3  ของตลาดรวม จากปัจจุบันที่กินส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 24%  และกินส่วนแบ่งในแง่ของรายได้ที่ราว  17%  ทั้ง  2  ส่วนต้องขยับขึ้นเป็นประมาณ 33% ขึ้นไปใน 5 ปี “เราจะเดินหน้าให้บริการ 3 จีบนสัญญารูปแบบใหม่นี้เต็มที่  และถ้า  กสทช.เปิดประมูลใบอนุญาต  3 จีใหม่   เราก็พร้อมต่อสู้   ถ้าไม่แข่งขันโอกาสแพ้ก็สูง   ก็ต้องพยายามทำให้ได้”

ยุคนี้การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการมือถือ แพ้ชนะอยู่ที่ขนาดของคลื่น ถ้าขยับขึ้นไปครองส่วนแบ่ง 1 ใน 3 ของตลาดรวมไม่ได้ เราจะอยู่อย่างอ่อนปวกเปียก ต้องนั่งรอใครเอาเงินมาซื้อเราไป

ผมอยู่ในจุดที่เสียเปรียบสุดๆมาแล้ว ส่วนแบ่งรายได้ก็จ่ายมากกว่า สัมปทานก็หมดอายุเร็วกว่า คลื่นก็ไม่พอ ทำให้ต้นทุนสูงกว่า อย่างดีแทค ลงเสาสัญญาณ 1 เสา ผมต้องลง 2-3 เสา จึงจะรองรับลูกค้าได้เท่าเทียมกัน

เพราะฉะนั้น หากมีโอกาสได้คลื่นเพิ่มขึ้นจากการประมูล ผมสู้เต็มที่ เรื่องเงินลงทุนไม่ใช่ปัญหา เพราะแบงก์สนับสนุน อีกเรื่องที่ฝันไว้ก็คือ อยากมีเวลาทำธุรกิจอย่างเต็มที่

การทำธุรกิจโทรคมนาคม ก็เหมือนกับการใช้ชีวิตบนโลก 3 ใบ โลกที่ 1. คือ โลกของการผูกขาด 2. โลกเสรี และ 3. โลกของการเมือง การต้องทำธุรกิจให้สามารถจะปรับตัวเข้ากับการดำรงชีวิตบนโลก 3 ใบนี้ให้ได้ เป็นสิ่งที่ยากลำบากมาก

ถ้าทุกอย่างเป็นความโปร่งใส ผมคงมีเวลาไปทำธุรกิจบริการมือถือของผมได้อย่างเต็มที่แล้ว!! ศุภชัย กล่าวในที่สุด.

ทีมเศรษฐกิจ

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมเศรษฐกิจ
  • 14 กุมภาพันธ์ 2554, 05:00 น.

 

ขนส่งเปิดชำระภาษีผ่านมือถือทรูมูฟ

Published มีนาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 มีนาคม 2554, 15:57 น.

ผ่านทางขนส่งเปิดชำระภาษีผ่านมือถือทรูมูฟ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_153696

 

ขนส่งทางบก ลงนามความร่วมมือรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านบริการทรูมันนี่ บนมือถือทรูมูฟ หรือผ่านจุดรับชำระทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส ในการรับชำระภาษีรถประจำปีซึ่งเปิดให้บริการ 4 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. นายเทียนโชติ จงพีร์เพียร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า  ขณะนี้ขนส่งทางบกได้ร่วมลงนามกับบริษัท ทรูมันนี่ จำกัด เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายกับประชาชนที่ต้อง ชำระภาษีรถประจำปี ผ่านบริการ ทรูมันนี่บนมือถือทรูมูฟ หรือผ่านจุดรับชำระทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรสทุก ช่องทาง ทั้งชำระด้วยตัวเอง ที่จุดบริการรับชำระทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส กว่า 5,000 จุด ในร้านซีพี เฟรชมาร์ท, ร้าน108 ช็อป, ร้านเน็ตในเครือไอแฟมิลี่ พลัส, ร้านสมาร์ทโพสต์, ร้านทรูพาร์ทเนอร์ และร้านค้าทั่วไปที่มีสัญลักษณ์ทรูมันนี่ เอ็กซ์เพรส ซึ่งสร้างความ สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยสามารถชำระได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 30,000บาท ค่าธรรมเนียม 20 บาท/รายการ

ทั้งนี้  ประชาชนที่ประสงค์ชำระภาษีรถด้วยระบบดังกล่าวให้เข้าระบบ อินเทอร์เน็ตที่ http://www.dlte-serv.in.th เพื่อพิมพ์ใบแจ้งหนี้ค่าภาษีรถยนต์ และดำเนินการชำระภาษีรถประจำปี ผ่านบริการทรูมันนี่บนมือถือทรูมูฟ โดยมีขั้นตอนดังนี้ เข้าสู่เมนูทรูมันนี่ > เลือก True Payment > เลือก Bill > เลือก Other Bill > ใส่รหัสผ่านส่วนตัว (จำนวน 4 หลัก) > ใส่รหัสผู้ให้บริการ “DLT” > ใส่เลขใบแจ้งชำระภาษี (จำนวน 9 หลัก) ใน Ref.1 > ใส่หมายเลขอ้างอิง 2 (จำนวน 9 หลัก) ใน Ref.2> ใส่จำนวนเงินที่ต้องการชำระ > เลือกแหล่งที่ต้องการให้ตัดเงิน > ยืนยันการชำระเงิน

นายเทียนโชติ กล่าวต่อว่า สำหรับบริการรับชำระภาษีรถประจำปีผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ที่กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ให้บริการโดยผ่านบริการทรูมันนี่บนมือถือทรูมูฟ หรือผ่านจุดรับชำระทรูมันนี่เอ็กซ์เพรสนั้น จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่4 มี.ค. 54 เป็นต้นไป ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มช่องทางการชำระภาษีประจำปีรถประจำปีให้แก่ประชาชน ทำให้สะดวกรวดเร็วไม่เสียเวลาในการเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่าย โดยสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ที่บ้านผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถเลือกชำระผ่านธนาคาร เคาน์เตอร์เซอร์วิสทั่วประเทศ รวมทั้งเทสโก้โลตัสด้วย คาดว่าการเพิ่มช่องทางผ่านโทรศัพท์มือถือนี้จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่ ประชาชนเพิ่มขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูมันนี่ คอลล์ เซ็นเตอร์ 1331 กด 6 หรือกรมการขนส่งทางบกได้ที่ 0-2271-8712 ภายในเวลาราชการ หรือคอลล์ เซ็นเตอร์ของดีลเลอร์ *9129 สนใจสมัครใช้บริการทรูมันนี่ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.truemoney.co.th

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 มีนาคม 2554, 15:57 น.

 

%d bloggers like this: