ทรัพย์สินทางปัญญา

All posts tagged ทรัพย์สินทางปัญญา

สหรัฐฯคงไทยเป็นประเทศจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์

Published พฤษภาคม 5, 2011 by SoClaimon

3 พฤษภาคม 2554, 16:50 น.
สหรัฐฯคงไทยเป็นประเทศจับตาพิเศษละเมิดลิขสิทธิ์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_168660

“อลงกรณ์” สุดเซ็งอเมริกา คงไทยพีดับบลิวแอล หลังอ้างไทยยังไม่ผ่านกฎหมายที่สหรัฐฯต้องการ เตรียมส่งหนังสือถึงยูเอสทีอาร์คัดค้านผลการตัดสิน

เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ได้ประกาศผลการจัดอันดับสถานะของไทยด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 54 โดยคงไทยเป็นประเทศที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) เช่นเดียวกับปี 53 ซึ่งไม่ทราบว่าสหรัฐฯ ใช้ข้อมูลใดในการตัดสิน ทั้งๆ ที่ไทยดำเนินการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง และกำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ เรียกร้องให้ไทยออกกฎหมายป้องกันการแอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ กฎหมายเอาผิดเจ้าของพื้นที่ที่สนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อป้องกันการละเมิดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและดิจิทัล ให้อำนาจศุลกากรตรวจยึดสินค้าละเมิดได้โดยไม่ต้องมีผู้ร้องขอ รวมทั้งมีการหารืออย่างโปร่งใส และต่อเนื่อง กับอุตสาหกรรมยาสหรัฐฯ ในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญานั้น ไทยดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่การออกกฎหมายต้องใช้เวลา โดยล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

“ผมขอให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา ทำหนังสือถึงยูเอสทีอาร์เพื่อคัดค้านการคงพีดับบลิวแอล รู้สึกผิดหวังที่สหรัฐฯ หาเงื่อนไขใหม่ๆ มาเป็นข้ออ้างให้ไทยปฏิบัติตามเพื่อแลกกับการถอดจากพีดับบลิวแอล แทนที่จะมองถึงความพยายามของไทย รวมถึงไม่เข้าใจว่าทำไมสหรัฐฯ ต้องตั้งเงื่อนไขให้ไทยผ่านกฎหมายที่สหรัฐฯต้องการก่อนถึงจะหลุดพ้น ทำไมไม่ดูว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา ไทยมีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด ควรจะให้เครดิตและการริเริ่มของไทยบ้าง” นายอลงกรณ์  กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 พฤษภาคม 2554, 16:50 น.

ไทยลุยปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเต็มที่

Published เมษายน 26, 2011 by SoClaimon

26 เมษายน 2554, 15:30 น.

ไทยลุยปราบสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเต็มที่.

Pic_166936

“พาณิชย์” ไม่สนสหรัฐฯ คงไทยบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษต่ออีกปี ยันไทยเดินหน้าปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. นายยรรยง พวงราชปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) จะประกาศผลการทบทวนสถานะของไทยในด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐฯ มาตรา 301 พิเศษในวันที่ 30 เม.ย.นี้ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกหากสหรัฐฯ จะยังคงจัดอันดับให้ไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ต่อไปอีก 1 ปี โดยไทยยืนยันว่าที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อย่างเต็มที่ แต่สหรัฐฯ ยังมองว่าไทยยังไม่มีกฎหมายเอาผิดผู้ละเมิดอย่างเพียงพอ

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐฯ จะยังให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับบลิวแอลต่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ไทยหยุดดำเนินการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยจะยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่ รวมทั้งจะเดินหน้ากระตุ้นให้คนไทยใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ต่อยอดพัฒนาสินค้า เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์และผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 เมษายน 2554, 15:30 น.

พาณิชย์อ้อนสหรัฐฯ ต่อสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรปี54

Published กุมภาพันธ์ 5, 2011 by SoClaimon

3 กุมภาพันธ์ 2554, 18:45 น.

ผ่านทางพาณิชย์อ้อนสหรัฐฯ ต่อสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรปี54 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_146345

 

รมช.พาณิชย์ อ้อนสหรัฐฯต่ออายุโครงการจีเอสพีปี 54 ยกเหตุจำเป็นสารพัด คาดรู้ผลเม.ย.นี้ พร้อมให้หนุนปลดไทยออกจากบัญชีจับตาพิเศษทรัพย์สินทางปัญญา…

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับเจ้าหน้าที่รัฐสภาของสหรัฐฯว่า ได้ขอให้พิจารณาทบทวนการต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ปี 54 ที่ให้กับสินค้าไทย หลังจากวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ไม่ต่ออายุจีเอสพี ที่หมดอายุไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งได้ชี้แจงให้สหรัฐฯเห็นถึงความจำเป็นที่สินค้าไทยสมควรได้รับสิทธิจีเอสพีต่อไป เพราะการได้รับสิทธิจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันกับประเทศพัฒนาแล้ว ที่ส่งออกไปสหรัฐฯ รวมถึงยังเป็นการรักษาส่วนแบ่งตลาดสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ และเป็นการทำให้เกษตรกรไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วย

“สินค้าที่ไทยได้จีเอสพีปีที่แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่ได้ต่ออายุ เช่น ถุงมือยาง เกี่ยวข้องกับเกษตรกรจำนวนมาก และเครื่องประดับทำด้วยเงิน ก็เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายเล็ก และชาวเขา ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน สมควรจะได้รับจีเอสพีต่อไป เพราะถุงมือยาง ทำจากยางธรรมชาติ ชาวสวนยางต้องเสี่ยงกับพวกก่อการร้ายในภาคใต้ออกไปกรีดยาง ส่วนเครื่องประดับเงิน คนทำส่วนใหญ่เป็นชาวเขา ที่เลิกปลูกฝิ่นมาทำเครื่องประดับ เป็นการแก้ปัญหาสังคม หวังว่าสหรัฐฯน่าจะเข้าใจ เพราะสหรัฐฯก็มีภัยก่อการร้าย และมีปัญหายาเสพติดเหมือนกัน” นายอลงกรณ์  กล่าว

รมช.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า ยังได้ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนให้ไทยหลุดจากบัญชีประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้าสหรัฐฯ ที่จะประกาศผลการทบทวนใหม่ในเดือน เม.ย.นี้.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 กุมภาพันธ์ 2554, 18:45 น.

 

เอกชนชี้เป้าแหล่งขายซีดีเถื่อน หวังตร.เร่งจับ

Published สิงหาคม 20, 2010 by SoClaimon

19 สิงหาคม 2553, 17:19 น.

ผ่านทางเอกชนชี้เป้าแหล่งขายซีดีเถื่อน หวังตร.เร่งจับ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_104798

นายชาตรี ชินวุฒิ

เอกชนสุดทนพฤติกรรมตำรวจ จับแต่คนจน แถมปูดซ้ำ คนจนถูกจับเหมือนคนเก็บขยะมีอีกเพียบ บางรายไม่มีเงินถูกขังแทนค่าปรับ ฉะแหลกจับพวกค้าขายเป็นอาชีพทั่วประเทศกว่า 2 หมื่นแผงจะดีกว่า ชี้เป้าบ้านหม้อ คลองถม รามคำแหง วางขายเกลื่อน แต่ยังลอยนวล…

เมื่อ วันที่ 19 ส.ค. นายชาตรี ชินวุฒิ รองประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ภาคเอกชน) เปิดเผยถึงกรณีที่คนเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) นำซีดีเก่าไปขาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมว่า จากการตรวจสอบพบว่ายังมีผู้นำซีดีเก่าอีกหลายรายไปขาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหาประกอบกิจการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซีดี ภาพยนตร์และวีดิทัศน์โดยไม่มีใบอนุญาตให้ประกอบกิจการจำหน่าย โดยบางรายคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางรายอยู่ระหว่างการพิจารณาสั่งคดีของพนักงานอัยการ บางรายอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล ส่วนรายที่ศาลได้พิพากษา และคดีถึงที่สุด แต่ไม่มีเงินจ่ายค่าปรับก็ต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ

นาย ชาตรี กล่าวว่า อยากรู้ว่าตำรวจจะมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร เพราะแผงขายซีดีละเมิด และซีดีลามกอนาจารในแหล่งใหญ่ เช่น บ้านหม้อ คลองถม ซึ่งในกรุงเทพฯมีกว่า 5,000 แผง และต่างจังหวัดอีกกว่า 15,000 แผง แต่ตำรวจกลับไม่แก้ปัญหาทั้งที่ผิดกฎหมายชัดเจนกว่ากรณีคนขายซีดีเก่า ซึ่งกรณีของคนขายซีดีเก่าไม่ใช่ของละเมิดลิขสิทธิ์ และเจ้าของลิขสิทธิ์ก็ไม่ได้ติดใจอะไร จึงอยากเรียกร้องให้เตำรวจดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดอย่างแท้จริง ซึ่งในพื้นที่ของสน.หัวหมาก มีแผงขายซีดีเถื่อนนับสิบสิบแผงบริเวณย่านถนนรามคำแหง ทำไมไม่ไปดู

ทั้ง นี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ภาคเอกชนได้นำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับ พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะที่กำกับดูแลด้านทรัพย์สินทางปัญญาและได้มีคำสั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจในกองบัญชาการตำรวจนครบาล กวดขัน จับกุม แหล่งขายซีดีเถื่อน รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญผู้ค้าซีดีเถื่อนรายใหญ่กว่า 300 ราย ที่ขึ้นบัญชีดำไว้ มาพูดคุยและขอร้องให้ยุติการกระทำที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอที่จะร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกรมทรัพย์สินทางปัญญาประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบกิจการที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ซีดีที่บันทึกงานลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และลิขสิทธิ์เพลงให้มีความรู้ความเข้าใจเพื่อจะได้มาของใบอนุญาตให้ถูกต้อง และรณรงค์ให้ใช้ซีดีที่ถูกต้องตามกฎหมาย.

อลงกรณ์อ้อนมะกันหนุนไทยพ้นบัญชี’พี’ละเมิดลิขสิทธิ์

Published สิงหาคม 3, 2010 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2553, 18:30 น.

ผ่านทางอลงกรณ์อ้อนมะกันหนุนไทยพ้นบัญชี’พี’ละเมิดลิขสิทธิ์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_99857

อลงกรณ์ พลบุตร

“อลงกรณ์” กล่อมนักธุรกิจมะกันหนุนไทยพ้นบัญชีพีดับบลิวแอล ในการทบทวนสถานะนอกรอบช่วงเดือนต.ค.นี้ พร้อมเชิญร่วมเวที ครีเอทีฟ ฟอรั่ม ถ่ายทอดประสบการณ์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ด้านไทม์ วอเนอร์ เล็งไทยถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจอาเซียน-สหรัฐฯว่า ได้ขอให้สหรัฐฯสนับสนุนการให้ข้อมูลป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาของไทยต่อผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) เพื่อเป็นประโยชน์ในการพิจารณาทบทวนนอกรอบราวเดือน ต.ค.นี้ ของการจัดสถานะประเทศคู่ค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามมาตรา 301 พิเศษ กฎหมายการค้า ที่สหรัฐฯเปิดโอกาสให้ไทยประเทศเดียว ในกลุ่มประเทศถูกจับตามมองเป็นพิเศษ (พีดับเบิลยูแอล) สามารถยื่นทบทวนนอกรอบได้

“มีแนวโน้มที่ไทยอาจถูกปลดออกจากบัญชีพี ดับเบิลยูแอล และไปอยู่ในบัญชีที่ดีขึ้น เพราะไทยเอาจริงกับการปราบปรามการละเมิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง ที่มีการละเมิดมาก ซึ่งสามารถจับกุมสินค้าละเมิดได้เป็นจำนวนมาก พร้อมกับมีการยกร่าง พ.ร.บ.แอบถ่ายในโรงภาพยนตร์ ที่เตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณาในเร็วๆ นี้” นายอลงกรณ์ กล่าว

พร้อมกันนี้ ยังได้เชิญนักธุรกิจสหรัฐฯที่มีประสบการณ์การใช้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการ ดำเนินธุรกิจมาร่วมสัมมนาและเป็นผู้ร่วมบรรยายในงาน “เวิลด์ ครีเอทีฟ ฟอรั่ม” ปลายเดือน พ.ย.นี้ ที่กรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯได้ขอให้กระทรวงพาณิชย์ประสานความเข้าใจระหว่างกระทรวงสาธารณสุข และภาคธุรกิจยาสหรัฐฯ เพื่อให้พัฒนาภาคธุรกิจยาและเวชภัณฑ์ ให้เป็นที่ยอมรับตามกรอบการเปิดเสรีทางการค้า นอกจากนี้ สหรัฐฯยังแจ้งว่า บริษัท ไทม์ วอเนอร์ มีโครงการใช้ไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “แฮง โอเวอร์” ทั้งเรื่องในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะสร้างรายได้และเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศได้เป็นอย่างดี.

ทีมไล่ล่าลิขสิทธิ์บอลโลก”บอลโลกข้าใครอย่าแตะ”

Published กรกฎาคม 19, 2010 by SoClaimon

13 มิถุนายน 2553 เวลา 12:16 น.

ผ่านทางทีมไล่ล่าลิขสิทธิ์บอลโลก”บอลโลกข้าใครอย่าแตะ”.

ด้วยลิขสิทธิ์ที่แสนแพงนี้ ทำให้ต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์การชมฟุตบอลโลกในแบบเข้ม งวด ไม่อย่างนั้นเม็ดเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หายไปกับอากาศแน่

โดย…ทีมข่าวธุรกิจตลาด

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ฟีฟ่า เวิลด์คัพ 2010 หรือการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ปีนี้ประเทศแอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพ สำหรับประเทศไทยต้องเรียกว่าบอลโลกครั้งนี้มาถูกที่ถูกเวลา เพราะเป็นช่วงหลังเกิดเหตุรุนแรงที่มีคนตาย เผาบ้านเผาเมืองจนสะเทือนใจคนไทยทุกคน

สำหรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในเมืองไทยปีนี้ บริษัท อาร์เอส ของ “เฮีย ฮ้อ” สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ จะด้วยความรักในกีฬาฟุตบอล หรือรักในธุรกิจ เฮียฮ้อจึงทุ่มงบ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกในเมืองไทย 2 ปีซ้อน คือ ปี 2010 และ 2014 ที่ประเทศบราซิล

และด้วยลิขสิทธิ์ที่แสนแพงนี้ ทำให้ต้องมีการป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์การชมฟุตบอลโลกในแบบเข้ม งวด ไม่อย่างนั้นเม็ดเงิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หายไปกับอากาศแน่

แน่นอน เมื่อค่าลิขสิทธิ์แพงหูฉี่แบบนี้ อาร์เอสต้องมีบริษัทเข้ามาดูแลรับผิดชอบคอยเป็นหูเป็นตา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบดูบอลโลกนี้อย่างแน่นอน

บริษัท ทีซีซี คือบริษัทที่เข้ามาทำหน้าที่คอยควบคุมดูแลลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ครั้งนี้อย่างเต็มที่

ทีซีซี คือบริษัทในเครือของอาร์เอส ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงในเครืออาร์เอส ที่มีอยู่ประมาณ 2 หมื่นเพลง และมีสมาชิกที่เสียค่าลิขสิทธิ์อยู่ในระบบ 3.5-4 หมื่นร้านค้าทั่วประเทศ

สำหรับการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์นั้น อาร์เอสบอกว่าจะเรียกเก็บเฉพาะผู้ที่นำการถ่ายทอดสดไปใช้ในเชิงการค้าเท่า นั้น ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ซึ่งการจัดเก็บครั้งนี้เป็นการจัดเก็บกับภัตตาคาร ร้านอาหาร ผับ บาร์ ที่ใช้ฟุตบอลโลกไปกระตุ้นยอดขาย จัดโปรโมชันส่งเสริมการขายควบคู่ไปกับเทศกาลบอลโลก เช่น เชียร์บอลที่นี่ แถมฟรีเบียร์ 1 เหยือก หรือมาเชียร์บอลที่นี่ มา 4 จ่าย 3 เป็นต้น อย่างนี้ก็ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์กันไปตามระเบียบ

สำหรับอัตราการเก็บค่าลิขสิทธิ์บอลโลกปีนี้ อาร์เอสเรียกเก็บในอัตรา 1 หมื่นบาทต่อจอ สูงกว่า 2 ปีก่อนในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2008 ที่เก็บ 5,000 บาทต่อจอ เพราะปริมาณการถ่ายทอดที่มากกว่า ถ้าเป็นอัตราเหมา เช่น โรงแรม หรือ ศูนย์จำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า จะเรียกเก็บ 5 หมื่นบาท

แต่ร้านค้าประเภท ร้านอาหารตามสั่งริมทาง ร้านลาบ ส้มตำ ไก่ย่าง ทั่วไป ที่ตั้งทีวีไว้ ถ้าไม่ดูบอลโลก ก็ดูละครน้ำเน่ากันไป อย่างนั้นไม่ขอเก็บให้โดนด่า เพราะถือเป็นการดูเพื่อความบันเทิงเท่านั้น เหมือนกับ ห้องพัก ล็อบบี้ โถงทางเดินในโรงแรมไม่เก็บเช่นกัน

ส่ง 200 เจ้าหน้าที่ สุ่มตรวจทั่วประเทศ สุทธิศักดิ์ ประศาสน์ครุการ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานกฎหมายและปราบปราม ทีซีซี บอกว่า หากทุกคนเคารพในเรื่องลิขสิทธิ์ก็ไม่มีปัญหา แต่ที่ผ่านมามีการลักลอบละเมิดลิขสิทธิ์การชมอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องมีวิธีการปราบปรามกันตามกฎหมาย

ขั้นตอนแรก ก็คงเป็นวิธีปฏิบัติแบบทั่วๆ ไป ก็คือ ประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าทราบก่อน อย่างกรณีการตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลงนั้น หากเข้าไปตรวจสอบมีการใช้งานเพลงของอาร์เอส จะแจ้งให้จ่ายค่าเผยแพร่ เข้าสู่ระบบ หากไม่เข้าสู่ระบบ จึงจะใช้ขั้นตอนทางกฎหมายดำเนินคดี ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะยินยอมจ่ายค่าเผยแพร่ มากกว่าจะค้าความ
ส่วน กรณีบอลโลก หากร้านค้าใดเข้าสู่ระบบ ก็จะได้รับสติกเกอร์ติดแสดงให้ทราบ เมื่อเจ้าหน้าที่ของทีซีซีเห็นก็จะไม่เข้าไปตรวจสอบ ในจำนวนนี้รวมสิทธิของสปอนเซอร์ที่สามารถนำไปให้กับคู่ค้าแต่ละรายได้ด้วย เช่น สิงห์ หรือ ช้าง

แต่หากไม่มีสติกเกอร์ ร้านนั้นคงต้องขอให้ลูกค้าเชียร์บอลกันแบบสุภาพหน่อย เผื่อจะโชคดีสามารถหลบพ้นหูพ้นตาเจ้าหน้าที่ของบริษัท แต่จะหลบพ้นหรือเปล่าไม่รู้ เพราะบริษัทมีเจ้าหน้าที่กว่า 200 คน ที่ถูกส่งออกไปรายภาค เข้าไปสุ่มตรวจผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรม ทั่วประเทศ

แต่ก่อนหน้านั้น ทีซีซีได้จับมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ เดินสายขู่ เอ้ย…รณรงค์ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ โรงแรมทั่วประเทศ รวม 50 ครั้ง

สำหรับทีมตรวจสอบของทีซีซี แบ่งเป็น 6 ภาค ซึ่งจะทำหน้าที่ทั้งขายและตรวจสอบไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่จับอย่างเดียว แต่ในเมื่อเจอผู้กระทำผิดแล้วหากกลับใจ ก็ให้ซื้อลิขสิทธิ์ซะเลย

ภาคทั้ง 6 ประกอบด้วยภาค 1 ได้แก่ กรุงเทพฯ 2.ภาคกลาง ตะวันออก ตะวันตก 3.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 4.ภาคเหนือ 5.ภาคใต้ และ 6.กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่
นอกจากนี้ ยังทำงานร่วมกับตำรวจนครบาล ภาค 1-9 และเจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าไปช่วยชี้แจง ในกรณีที่ผู้ประกอบการยังไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งท้ายที่สุดผู้ประกอบการก็ไม่อยากถูกดำเนินคดี ตัดสินใจเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องเสียส่วนใหญ่ เพราะการเอาผิดเกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์นั้นจะเอาผิดถึงระดับกรรมการผู้ จัดการหรือเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่พนักงานระดับล่าง

“ในภาวะแบบนี้ เราไม่อยากกดดันจนถึงขั้นดำเนินคดี เราไม่ใช่นักกรรโชกทรัพย์ แต่ขอเจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วยพูดคุย เพราะอยากให้ทุกคนมีความสุขกับบอลโลกที่ 4 ปีมีครั้ง และระยะเวลาเพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น”

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ หลายราย ยินยอมจ่ายเงิน แม้จะมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นบาทต่อจอ แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าการขายในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกที่เพิ่มขึ้น ยิ่งปีนี้อย่างที่เฮียฮ้อ ย้ำว่า บอลโลกมาถูกที่ ถูกเวลา โดยเฉพาะช่วงถ่ายทอด ที่เวลาดีมากๆ ตั้งแต่ 18.00-01.00 น. ผู้ประกอบการสามารถสร้างโอกาสการขายได้สูงมาก

แต่หากร้านค้าใดไม่เข้าระบบ ในช่วงเทศกาลความสนุก 1 เดือนนี้ เตรียมเจอกับทีมสไนเปอร์ของอาร์เอสได้เลย

สินค้าก๊อบปี้เกลื่อนตลาดนัด “อลงกรณ์” รับลูกส่งหน่วยลุยกระชับพื้นที่

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

10 กรกฎาคม 2553, 05:45 น.

ผ่านทางสินค้าก๊อบปี้เกลื่อนตลาดนัด “อลงกรณ์” รับลูกส่งหน่วยลุยกระชับพื้นที่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_95086

อลงกรณ์ พลบุตร

สั่งการให้กรม ทรัพย์สินทางปัญญาตั้งหน่วยงานปฏิบัติการพิเศษ และขอความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคตามตลาดนัดและตลาดสดทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีสิทธิ์จับกุมได้ทันที…

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับร้องเรียนจากผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่หลายรายว่า มีการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพต่ำ เช่น น้ำปลา ซอสปรุงอาหาร ยาสระผม ผงชูรส เครื่องสำอาง ยาบำรุง ยาลดความอ้วน และสายไฟฟ้า ไปบรรจุภาชนะและทำยี่ห้อให้คล้ายคลึงกับสินค้ายี่ห้อดัง เพื่อนำไปวางขายตามตลาดนัด ตลาดสดทั่วประเทศในราคาถูกกว่าท้องตลาด จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดหลงซื้อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและรายได้ของผู้ผลิตที่แท้จริง รวมถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้บริโภค

ดังนั้น จึงสั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งหน่วยงานปฏิบัติการพิเศษ และขอความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานการค้าภายในจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคตามตลาดนัดและตลาดสดทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีสิทธิ์จับกุมได้ทันที “การดำเนินการเช่นนี้ ไม่ซ้ำซ้อนกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพราะ อย.เน้นดูส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค แต่เราเน้นการดูละเมิดเครื่องหมายการค้า ซึ่งตอนนี้สินค้าก๊อบปี้วางเกลื่อนตลาด โดยพยายามลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าให้เหมือนสินค้าชื่อดัง และขายราคาถูก จนทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ทั้งที่สินค้าภายในขวด ในห่อ ไม่มีคุณสมบัติตรงตามจริง ดังนั้น จึงเข้าข่ายผิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า และยังอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้อีก”

นอกจากนี้ ยังให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา รวบรวมคำร้องเรียนกรณีไทยถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากต่างประเทศเพื่อเร่ง รัดแก้ปัญหาโดยต้องให้ได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกันได้พิจารณาเพิ่มโทษความผิด โดยนำกฎหมายอาญาและการหลบเลี่ยงภาษีเข้ามาเอาผิดด้วย.

“อลงกรณ์” ตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ บี้สินค้าก๊อปปี้

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

9 กรกฎาคม 2553, 17:45 น.

ผ่านทาง“อลงกรณ์” ตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ บี้สินค้าก๊อปปี้ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_95002

อลงกรณ์ พลบุตร

“พาณิชย์” ถูกก๊อปปี้สินค้าขายราคาถูกเกลื่อนตลาดนัด-ตลาดสด “อลกรณ์” สั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษ ตรวจจับ หวั่นเป็นอันตรายต่อประชาชน เหตุสินค้าไร้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ พบมีการละเมิดเครื่องหมายการค้า โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีคุณภาพต่ำ เช่น น้ำปลา ซอสปรุงอาหาร ยาสระผม ผงชูรส เครื่องสำอาง ยาบำรุง ยาลดความอ้วน สายไฟฟ้า ไปบรรจุภาชนะและทำยี่ห้อให้คล้ายคลึงกับสินค้ายี่ห้อดัง เพื่อนำไปวางขายตามตลาดนัด ตลาดสดทั่วประเทศในราคาถูกกว่า จนทำให้ประชาชนเข้าใจผิดหลงซื้อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และรายได้ของผู้ผลิตที่แท้จริง รวมถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สินของผู้บริโภค

ดังนั้น จึงสั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาตั้งหน่วยงานปฎิบัติการพิเศษ และขอความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด และสำนักงานการค้าภายในจังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบสินค้าอุปโภคบริโภคตามตลาดนัดและตลาดสดทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีสิทธิ์จับกุมได้ทันที

“ตอนนี้สินค้าก๊อปปี้วางเกลื่อน ตลาด โดยพยายามลอกเลียนแบบเครื่องหมายการค้าให้เหมือนสินค้าชื่อดัง และขายราคาถูก จนทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ทั้งที่สินค้าภายในขวด ในห่อ ไม่มีคุณสมบัติตรงตามจริง ดังนั้นจึงเข้าข่ายผิดกฎหมายเครื่องหมายการค้า และยังอาจเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้อีก” นายอลงกรณ์กล่าว

เจ้าของลิขสิทธิ์สุดทนเทปผี-ซีดีเถื่อน วอนปราบเด็ดขาด

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

8 กรกฎาคม 2553, 16:40 น.

ผ่านทางเจ้าของลิขสิทธิ์สุดทนเทปผี-ซีดีเถื่อน วอนปราบเด็ดขาด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_94741

นายอลงกรณ์ พลบุตร

เจ้าของสิทธิ์สุดทน ยื่น 330 บัญชีดำผู้ผลิต-ค้าเทปผีซีดีเถื่อนให้ “อลงกรณ์” ปราบ หลังประกาศจะจัดการขั้นเด็ดขาด พร้อมเสนอดีเอสไอสอบสวนเส้นทางการเงิน เหตุมีเงินสะพัดในธุรกิจเถื่อนกว่าหมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. นายชาตรี ชินวุฒิ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการะละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ปปท. ภาคเอกชน) เปิดเผยว่า เจ้าของสิทธิ์ ทั้งลิขสิทธิ์ กลุ่มเครื่องหมายการค้าและกลุ่มสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศ ได้จัดทำทะเบียนประวัติผู้ค้าขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและที่ เกี่ยวข้อง เช่น สื่อลามกอนาจาร สินค้าหนีภาษีศุลกากร ซึ่งรวบรวมจากผู้ค้าในพื้นที่สีแดง 8 แห่ง และพื้นที่สีเหลือง 9 แห่ง ที่มีการขายสินค้าละเมิดมาก รวมทั้งสิ้น 330 รายชื่อ และได้จัดส่งให้นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์แล้ว โดยทั้ง 330 รายดังกล่าว มีตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีกที่มีการสร้างระบบเครือข่าย การจ้างเด็ก เยาวชน มาเป็นโล่มนุษย์เพื่อขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

“ได้ ยื่นบัญชีรายชื่อทั้ง 330 รายให้รมช.อลงกรณ์ไปแล้ว เพราะท่านได้ประกาศจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับพวกค้าขายสินค้าละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา หวังว่าจะจัดการอย่างจริงจัง เพราะทุกวันนี้ ของปลอมพบเห็นได้ หาซื้อได้ เหมือนเป็นของปกติในชีวิตคนไทยไปแล้ว” นายชาตรี กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้ส่งบัญชีรายชื่อทั้ง 330 ราย ไปให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่อขอให้มีการสืบสวนสอบสวนเส้นทางการเงิน เพราะในธุรกิจค้าขายสินค้าละเมิดมีเงินสะพัดกว่าหมื่นล้านบาท หากจับกุมได้แล้วจะต้องให้ชี้แจงการทำธุรกรรมทางการเงินว่าได้มาอย่างไร ใช้ไปอย่างไร และมีการเสียภาษีหรือไม่ ขณะเดียวกัน ยังได้ขอให้ตรวจสอบการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดตามแนวชายแดน เพราะปัจจุบันได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และลักลอบส่งกลับเข้ามาขายในประเทศ เช่น เสื้อผ้า เครื่องหนัง นาฬิกา งานเพลงและภาพยนตร์ เป็นต้น.

40บิ๊กเอกชนจี้รัฐ คลอดกม.เอาผิด ขายสินค้าเถื่อน

Published กรกฎาคม 15, 2010 by SoClaimon

7 กรกฎาคม 2553, 02:45 น.

ผ่านทาง40บิ๊กเอกชนจี้รัฐ คลอดกม.เอาผิด ขายสินค้าเถื่อน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_94290

นายชาตรี ชินวุฒิ

40บิ๊กเอกชนจับมือกดดันรัฐ คลอดกฎหมายเอาผิดห้าง เจ้าของสถานที่ ปล่อยขายเทปผีซีดีเถื่อน เผยตั้งแต่ปี42ไทยเผชิญวิกฤติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น…

เมื่อวัน ที่ 6 ก.ค. นายชาตรี ชินวุฒิ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา (ปปท.ภาคเอกชน) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนเกือบ 40 บริษัท ทั้งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพลง ผลิตภัณฑ์ยา รวมถึงเจ้าของเครื่องหมายการค้าจากต่างประเทศ เห็นร่วมกันที่จะผลักดันให้กรมทรัพย์สินทางปัญญา และรัฐบาล เร่งปรับปรุงแก้ไขร่างพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ที่กำหนดให้ผู้ให้เช่าพื้นที่ เจ้าของอาคาร เจ้าของศูนย์การค้าต้องรับผิดชอบกรณีที่มีผู้เช่าพื้นที่ นำพื้นที่เช่าไปค้าขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อจัดการปัญหาการละเมิดให้หมดไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2542 อุตสาหกรรมทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทยประสบปัญหาขั้นวิกฤติจากการละเมิด ที่ทวีความรุนแรงขึ้น และมีการขายแข่งกับเจ้าของสิทธิในพื้นที่เช่าห้างสรรพสินค้าทั่วประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการที่แท้จริงที่ต้องล้มหายตายจากไปจำนวนมาก

“กลุ่ม คนบันเทิงเคยเรียกร้องให้เจ้าของห้างเจ้าของพื้นที่กวดขัน กดดันไม่ให้พวกขายของละเมิดมาขาย หรือร่วมมือกับภาครัฐมากดดันเจ้าของพื้นที่ จนถึงขั้นเซ็นเอ็มโอยูร่วมกัน เพื่อหวังให้ไล่พวกขายของละเมิดออกไป ทำให้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ยังมีขายของละเมิดเหมือนเดิม ดังนั้น จึงได้รวมตัวกันผลักดันให้คลอดกฎหมายฉบับแก้ไขนี้ออกมาโดยเร็ว” นายชาตรีกล่าว.

%d bloggers like this: