ต่างด้าว

All posts tagged ต่างด้าว

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

“บรรยงค์” เย้ย “อลงกรณ์” ส่งไม้ตำรวจสืบต่อดีแทคต่างด้าวหรือไม่.

Pic_187572

“บรรยงค์” เอาจริง ขัดคำสั่ง “อลงกรณ์” ไม่ร้องทุกข์กล่าวโทษดีแทค แค่ส่งไม้ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อ ยันไม่มีอำนาจล้วงลูก และยังเป็นคดีอาญาร้ายแรง จะกล่าวโทษต้องมีข้อมูลชัดก่อน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมไม่ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคว่าเป็นต่างด้าว ตามที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ได้สั่งการ และให้แจ้งผลภายใน 7 วัน หรือภายในวันที่ 19 ก.ค. แต่ได้ส่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงสถานะของดีแทค ของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีตนเป็นประธาน ไปให้กองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าพนักงานสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และขอให้แจ้งผลการสืบสวนมายังกรมฯ หากปรากฏว่า ดีแทค นิติบุคคล และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เข้าข่ายกระทำความผิดจริง และหากพนักงานสอบสวนประสงค์จะให้มีการร้องทุกข์ กรมฯ ก็พร้อมที่จะดำเนินการ

สำหรับเหตุผลที่กรมฯ ยืนยันส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนต่อไป เพราะเห็นว่า พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ชัดเจนว่า พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่ และใช้ดุลพินิจสอบข้อเท็จจริงได้อิสระ และไม่ให้อำนาจรัฐมนตรีสั่งการวินิจฉัยให้แตกต่างจากที่คณะทำงานฯ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายสรุปออกมา

นอกจากนี้ การที่นายสัญญา สถิรบุตร ที่ปรึกษารมช.พาณิชย์ ได้เข้ามาตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ ตามคำสั่งของนายอลงกรณ์นั้น ตามกฎหมายถือว่า นายสัญญาไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีอำนาจใดๆ มาตรวจสอบ ดังนั้น รายงานผลการตรวจสอบของนายสัญญาก็ไม่อาจรับฟังได้ หรือแม้จะรับฟังได้ ก็ไม่เห็นด้วย เพราะการดำเนินคดีกล่าวโทษนิติบุคคล หรือบุคคล ที่มีโทษทางอาญาร้ายแรง ควรจะมีหลักฐานชัดเจน

“การตัดสินใจดังกล่าว เป็นความจำเป็นที่จะต้องรักษาองค์กรให้มีความสง่างาม ต้องเลือกรักษาความถูกต้อง ความเป็นธรรม รักษาเกียรติยศ ศักดิ์ศรี มากกว่าการคิดถึงแต่ตำแหน่งอธิบดี และปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อเอาใจนักการเมือง และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการกระทำในครั้งนี้ โดยได้รายงานผลการดำเนินการให้นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ทราบแล้ว และคิดว่านายยรรยงคงรายงานให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ และนายอลงกรณ์รับทราบแล้วเช่นเดียวกัน” นายบรรยงค์  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 20:45 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน.

Pic_186120

“สัญญา” ถล่มซ้ำ ยันดีแทคเป็นต่างด้าวชัดเจน ชี้เสนอข้อคิดเห็นถึงขั้นฟ้องศาลเลิกกิจการตามมาตรา 37 และฟ้อง 7 บริษัทที่ถือหุ้นแทนตามมาตรา 36 พ่วงอีก 19 บริษัท แต่ “อลงกรณ์”เห็นควรให้ทำแค่ฟ้องดำเนินดคี ยันการเมืองไม่เคยแทรกแซง

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฟ้องร้องบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากมีหลักฐานชัดเจนว่ามีมูลอันเชื่อได้ว่าเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) ว่า ได้นำเสนอความเห็นต่อนายอลงกรณ์ โดยได้ยืนยันไปว่าจากการตรวจสอบเอกสารลับที่คณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือ หุ้นของดีแทค ชุดนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธาน เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าดีแทคมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ซึ่งเป็นการชี้ชัดตามที่คณะทำงานฯ ได้มีความเห็นไว้แล้ว แต่คณะทำงานฯยังไม่กล้าฟันธง

ทั้งนี้ หลังจากได้ตรวจสอบผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯ แล้ว จึงสรุปเสนอให้นายอลงกรณ์มีคำสั่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า แจ้งความดำเนินคดีต่อดีแทค ในความผิดตามมาตรา 37 และให้ติดต่อสำนักงานอัยการสูงสุดให้ฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ดีแทค เลิกกิจการ นอกจากนี้ ยังได้เสนอให้แจ้งความดำเนินคดีต่อบริษัทผู้ถือหุ้นแทนทั้ง 7 บริษัท ตามมาตรา 36 (นอมินี) และกับบริษัทอื่นๆ อีก 19 บริษัทด้วย

“ผมได้เสนอไปแบบนี้ ก็เหมือนกับเสนาธิการทหาร เวลาจะเสนอแผนรบ ก็มีทางเลือกหนึ่ง สอง สาม สี่ แต่แม่ทัพจะเลือกอะไรก็แล้วแต่เห็นสมควร เมื่อเสนอไปแบบนี้ ท่านอลงกรณ์ก็เลือกที่จะสั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นความเห็นของท่าน และยังได้ให้ไปพิจารณาเองว่าจะเลือกแจ้งความนิติบุคคลใด บุคคลใด ซึ่งถือว่ารัฐมนตรีไม่เคยเข้าไปแทรกแซง แต่เป็นการใช้ดุลพินิจ และพร้อมที่จะปกป้อง จะมีก็แต่ข้าราชการนั่นแหละที่แทงกั๊ก” นายสัญญา  กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 20:25 น.

อลงกรณ์เชือดดีแทค อ้างชี้ชัดต่างด้าว

Published กรกฎาคม 11, 2011 by SoClaimon

11 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

อลงกรณ์เชือดดีแทค อ้างชี้ชัดต่างด้าว.

Pic_185384

“อลงกรณ์” สั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแจ้งความเอาผิด  “ดีแทค” เป็นต่างด้าว หลัง “สัญญา” สอบซ้ำพบปมชี้ชัดส่อเป็นธุรกิจคนต่างด้าว ทั้งการกำหนดข้อบังคับเรื่องสิทธิ์ออกเสียง  เงินโอนซื้อหุ้น และที่ตั้งบริษัท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช. พาณิชย์  ได้มีคำสั่งลงวันที่ 8 ก.ค. 54 ถึงอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ดำเนินการกล่าวโทษดำเนินคดีกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ต่อพนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจและขอให้แจ้งผลการดำเนินการภายใน 7 วัน นับแต่วันออกคำสั่ง

ทั้งนี้ นายอลงกรณ์กล่าวยอมรับว่า ได้สั่งการให้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไปดำเนินการกับดีแทคแล้ว หลังจากมอบหมายให้นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา ไปศึกษาผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ชุดที่มีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นประธาน  รวมถึงข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคมและข้อร้องเรียนของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด ซึ่งนายสัญญาได้ทำการศึกษาเสร็จแล้ว และได้ทำสรุปมาให้ตนพิจารณาแล้ว โดยรายละเอียดการดำเนินการกับดีแทคนั้นจะแถลงในวันนี้ (11 ก.ค.)

“ผมได้พิจารณาอย่างตรงไปตรงมาตามข้อกฎหมาย ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมไม่ให้ใครมาล็อบบี้หรือมาวิ่งเต้นเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นที่ได้มีการตรวจสอบมา และที่ผ่านมาก็ไม่เคยพบ ไม่เคยอนุญาตตัวแทนผู้บริหาร ทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องเข้าพบ เพราะไม่อยากให้เกิดข้อครหาได้”

ด้านนายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา รมช.พาณิชย์ กล่าวว่าได้เสนอผลการตรวจสอบให้นายอลงกรณ์ไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 ก.ค.54 โดยได้เสนอสิ่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับที่คณะทำงานฯชุดนายบรรยงค์จัดทำมา โดยแยกประเด็นออกมาชัดเจนเป็นข้อๆ เพื่อให้นายอลงกรณ์ได้พิจารณาตัดสินใจ ทั้งนี้ จากการศึกษาผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯชุดนายบรรยงค์ พบว่าส่วนใหญ่ 70% เป็นที่น่าพอใจ แต่ยังเห็นว่าการตรวจสอบยังสาวไปไม่ถึงที่สุดทั้งที่มีอำนาจในการตรวจสอบได้

สำหรับข้อสังเกตที่ตรวจสอบพบ เช่น  ทำไมดีแทคจึงกำหนดข้อบังคับให้คนไทยซึ่งถือหุ้นใหญ่ 51% มีสิทธิ์ออกเสียงได้เพียง 10 ต่อ 1 (10 คนสามารถลงคะแนนได้เพียง 1 เสียง) ขณะที่ต่างชาติที่ถือหุ้น 49% แต่ออกเสียงได้ 1 ต่อ 1 พฤติกรรมเช่นนี้มองออกแล้วว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ คนไทยที่ลงหุ้นก็ย่อมต้อง การมีสิทธิ์ออกเสียงเท่าๆกัน แต่ทำไมจึงยอมมีสิทธิ์เพียง 10 ต่อ 1

นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในส่วนของเงินทุนที่นำมาซื้อหุ้นของบริษัทต่างๆที่ถือหุ้นในดีแทค โดยบางบริษัทมีเงินทุนจดทะเบียนนิดเดียว แต่กู้เงินได้เป็น  100 เท่า 1,000 เท่า รวมยอดเงินเป็นหมื่นล้านบาท แต่ไม่มีรายละเอียดกู้มาจากที่ใด กู้จากใคร และยังมีเงื่อนไขพิเศษ ไม่คิดดอกเบี้ย ไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระคืน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติ อีกทั้งยังตรวจสอบพบอีกว่า บริษัท ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นในดีแทค มีที่ตั้งที่เดียวกันกับบริษัท ฮันตัน แอนด์ วิลเลียมส์ (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมายของเทเลนอร์ โดยตั้งอยู่ที่ชั้น 34 อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี และยังพบอีกว่า ไทย เทลโค โฮลดิ้งส์ เคยใช้ประโยชน์จากอาคารดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการตรวจสอบของคณะทำงานฯชุดนายบรรยงค์ ที่ได้เสนอปลัดกระทรวงพาณิชย์ สรุปความได้ว่า คณะทำงานเห็นพ้องต้องกันว่า เอกสารหลักฐานที่ปรากฏยังไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะชี้ชัดได้ว่าดีแทคมีสถานะเป็นคนต่างด้าว ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 แต่มีเอกสารหลักฐานข้อมูล รวมทั้งพฤติกรรมแวดล้อมต่างๆที่มีมูลอันน่าเชื่อได้ว่า นิติบุคคลที่ถือหุ้นตาม ลำดับชั้นของดีแทคที่ได้จดทะเบียนและแสดงสถานะเป็นนิติบุคคลไทยรวม 7 บริษัท น่าจะมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ทำให้ทั้ง 7 บริษัท มีสัดส่วนหุ้นที่ถือโดยคนต่างด้าว (หุ้นที่คนต่างด้าวถือโดยตรง และหุ้นที่ให้คนไทยถือแทน) รวมกันได้ตั้งแต่ครึ่งหนึ่งขึ้นไป ส่งผลให้บริษัทดังกล่าวมีสถานะเป็นคนต่างด้าว และจะมีผลกระทบทำให้ดีแทคเป็นคนต่างด้าวตามไปด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

ทรูส่งหนังสือจี้”พาณิชย์”เล่นงานดีแทค

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

7 กรกฎาคม 2554, 19:36 น.

ทรูส่งหนังสือจี้”พาณิชย์”เล่นงานดีแทค.

Pic_184667

“สัญญา” เผยทรูส่งหนังสือจี้ “อลงกรณ์” เล่นงานดีแทค หลังพบเป็นต่างด้าว คาดรู้ผลสอบซ้ำจันทร์ 11 ก.ค.นี้แน่ พร้อมเคลียร์เหตุปมขัดแย้งตั้งทีมสาวไส้ก่อนหน้านี้ อัด ”บรรยงค์-ยรรยง” ขัดคำสั่งรัฐมนตรี ยันไม่เคยเสนอตัวเองเป็นประธานสอบ…

เมื่อวันที่ 7 ก .ค. นายสัญญา สถิรบุตร ประธานที่ปรึกษา นายอลงกรณ์ พลบุตรรมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัท ทรูมูฟ จำกัด ได้มีหนังสือถึงนายอลงกรณ์ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการกับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค หลังจากที่ นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ให้ข่าวเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ว่า ไม่ชัดเจน 100% ว่าดีแทคเป็นต่างด้าว แต่มีข้อเท็จจริงว่าเข้าข่าย โดยทรู เห็นว่าความเห็นของนายยรรยงขัดแย้งกันเอง เพราะไม่ยืนยัน แต่ระบุว่ามีข้อเท็จจริงว่าเข้าข่าย จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ที่ดูแล พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ต้องมีความชัดเจน เมื่อพบความผิดต้องดำเนินการ และร้องทุกข์ตามกฎหมาย

“ทรู ได้ขอให้ รมช.พาณิชย์ สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ทำความเห็นเกี่ยวกับสถานะความเป็นนิติบุคคลไทยหรือ ต่างด้าวของดีแทคให้ชัดเจน และหากพบการกระทำผิด ขอให้สั่งการให้ดีแทคเลิกการประกอบธุรกิจ หรือ เลิกกิจการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดด้วย” นายสัญญา กล่าว

สำหรับการพิจารณาสถานะของดีแทคตามที่ นายอลงกรณ์ ได้มอบหมายให้ไปหาข้อสรุปนั้น นายสัญญา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาผลสรุปของคณะทำงานฯ ชุดนายบรรยงค์ ซึ่งจากการอ่านเอกสารในเบื้องต้น เห็นว่า เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่จะมีช่องโหว่อะไรหรือไม่ โปร่งใสหรือไม่ ขอศึกษาข้อมูลก่อน คาดว่า จะสรุปและนำเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรให้นายอลงกรณ์ ได้ภายในวันจันทร์ที่ 11 ก.ค.นี้

นายสัญญา กล่าวต่อถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นของดีแทค ว่า ขอยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบดีแทค ตามที่เป็นข่าว แต่เป็นเรื่องที่นายอลงกรณ์ได้สั่งการให้แต่งตั้งตนเป็นประธานสอบ โดยมีนายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเลขานุการ แต่นายบรรยงค์ กลับเสนอ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แต่งตั้งให้ตัวเองเป็นประธานสอบ ก็เลยเป็นปัญหา เพราะถือเป็นการขัดคำสั่งรัฐมนตรี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 กรกฎาคม 2554, 19:36 น.

DTAC ยันทำธุรกิจภายใต้กฎหมายไทย

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 21:04 น.

DTAC ยันทำธุรกิจภายใต้กฎหมายไทย.

Pic_184115

“DTAC” ยันทำธุรกิจภายใต้กฎหมายไทยทุกประการ แจงข้อกล่าวหา ทำธุรกิจขัดกฎหมายคนต่างด้าว ต้องรอตำรวจสอบสวนเชิงลึก…

วันที่ 5 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ได้ชี้แจงกรณีคำประกาศของปลัดกระทรวงพาณิชย์เรื่องการตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า ตามที่มีผู้กล่าวโทษต่อหน่วยงานของรัฐว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ( บริษัทฯ ) ประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ที่ได้จำกัดการถือครองหุ้นของคนต่างด้าวไว้ไม่เกินร้อยละ 50 นั้น

บริษัทฯ ได้รับทราบคำประกาศของปลัดกระทรวงพาณิชย์ที่กล่าวว่า คณะทำงานตรวจสอบไม่สามารถชี้ชัดข้อสรุปในการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้ โดยคณะทำงานได้พิจารณาส่งข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนในเชิงลึกต่อไป บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 กรกฎาคม 2554, 21:04 น.

พบพฤติกรรมนอมินี จ่อฟันดีแทค เข้าข่ายต่างด้าว

Published กรกฎาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 20:00 น.
พบพฤติกรรมนอมินี จ่อฟันดีแทค เข้าข่ายต่างด้าว – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_183834

ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เผย สรุปผลตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น ‘ดีแทค’ พบเข้าข่ายเป็นบริษัทต่างด้าว หลังพบพฤติกรรมนอมินีชัดเจน ส่งตำรวจสอบเชิงลึกต่อไป โดยเน้นประเด็นเส้นทางการเงินที่นำมาซื้อหุ้น…

เมื่อ วันที่ 4 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้นบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ว่า จากการตรวจสอบของคณะทำงานฯ ในชั้นนี้ยังฟันธงไม่ได้ 100% ว่าดีแทคเป็นบริษัทต่างด้าว แต่มีข้อเท็จจริงหลายส่วนที่มีมูลว่าอาจมีคนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) หรือ ร่วมมือกับคนต่างด้าวทำธุรกิจ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่งรายละเอียดการสอบสวนทั้งหมดให้กับเจ้า หน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบสวนเชิงลึกต่อไปภายในวันที่ 5 ก.ค.นี้

ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบพบว่า มีผู้ถือหุ้นของดีแทคในลำดับชั้นถัดไป จากบริษัท ไทย เทลโก โฮลดิ้ง มีข้อสงสัยว่าจะว่า มีการถือหุ้นแทน เพราะเงินที่ซื้อหุ้น เป็นการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ ซึ่งหากเป็นนักลงทุนไทยจริง ทำไมไม่กู้เงินในประเทศ ซึ่งคณะทำงานฯ ไม่สามารถตรวจสอบเชิงลึกได้ว่าการกู้เงินตรงนี้เป็นอย่างไร การโอนเงินส่งเงินเป็นอย่างไร หรือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้กู้กับผู้ให้กู้เป็นอย่างไร เพราะมีเรื่องต่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เราพยายามหาข้อมูลให้รอบ ด้าน แต่ผู้ที่ถือหุ้นในลำดับชั้นถัดๆ ไปของดีแทคที่เราเชิญมา เขาไม่มาให้ข้อมูล ซึ่งผลจากการตรวจสอบข้อมูลที่มีอยู่ ก็พบว่ามีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะถือหุ้นแทน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้น เราทำได้มาพอสมควร แต่ด้านลึกไปไม่ได้ ต้องส่งให้ตำรวจต่อยอดต่อไป แค่เอาประเด็นที่เราตั้งข้อสงสัยไปสอบต่อ”

ปลัด กระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่คณะทำงานฯ ตรวจสอบพบคือ ผู้ถือหุ้นในลำดับชั้นถัดไปของดีแทค ที่มีการซื้อหุ้นได้มีการนำเงินจากต่างประเทศ เข้ามาซื้อหุ้น และเงินที่นำมาซื้อหุ้นนั้น มีข้อสงสัยว่ามาจากแหล่งเดียวกัน จึงได้สรุปผลสอบกรณีดังกล่าวออกมาว่า น่าจะเข้าข่ายผิด มาตรา 36 ว่าด้วยการเป็นนอมินี เพราะมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว และ ช่วยคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโทรคมนาคม ซึ่งเป็นธุรกิจในบัญชีที่ห้ามคนต่างด้าวเข้ามาทำธุรกิจ

ขณะที่ เวลา 17.20 น. ดีแทคได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ดีแทค รับทราบคำประกาศของปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่กล่าวว่าคณะทำงานตรวจสอบไม่สามารถชี้ชัดข้อสรุปในการตรวจสอบข้อมูลเบื้อง ต้นได้ โดยคณะทำงานได้พิจารณาส่งข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบสวนใน เชิงลึกต่อไป ดีแทคขอยืนยันว่าบริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ

ด้าน เทเลนอร์กรุ๊ป ได้ออกแถลงการณ์ของเทเลนอร์ กรุ๊ป อันเกี่ยวเนื่องกับผลการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทค เทเลนอร์ กรุ๊ป รับทราบถึงความคิดเห็นของปลัดกระทรวงพาณิชย์อันเกี่ยวเนื่องกับการถือหุ้น ของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในดีแทคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และ ตระหนักดีว่าคณะทำงานตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทคไม่สามารถชี้ชัดถึง ผลการตรวจสอบได้และจำเป็นต้องพิจารณาส่งเรื่องให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

เทเลนอร์ กรุ๊ป ใคร่ขอย้ำจุดยืนว่าการถือหุ้นของเทเลนอร์ กรุ๊ป ในดีแทคเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบในประเทศไทย ทั้งนี้ เทเลนอร์ กรุ๊ป เคารพต่อกระบวนการการสอบสวนของคณะทำงานที่ได้รับมอบหมายสำหรับการสอบสวนใน ครั้งนี้ โดยมีความเชื่อมั่นในระบบกฎหมายของประเทศ และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐจะดำเนินการสอบสวนอย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใสและยุติธรรมโดยไม่ถูกแทรกแซง เพื่อป้องกันผลกระทบในแง่ลบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ และเพื่อประโยชน์สูงสุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย

เทเลนอร์ กรุ๊ป ยังคงย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการผลักดันให้เกิดการพัฒนาใน อุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยเพื่อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและผู้บริโภคชาวไทย และขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมสร้างสรรค์สภาวะที่เอื้อต่อการลงทุนและการ แข่งขันที่เท่าเทียมและเป็นธรรม

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 กรกฎาคม 2554, 20:00 น.

tags:
กระทรวงพาณิชย์ ดีแทค ต่างด้าว นอมินี ยรรยง พวงราช โทรคมนาคม ทรู

พาณิชย์​ถก​หุ้น​ต่างด้าว​ราย​วัน ดี​แทค​ย้ำ​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ไทย

Published มิถุนายน 24, 2011 by SoClaimon

24 มิถุนายน 2554, 05:30 น.
พาณิชย์​ถก​หุ้น​ต่างด้าว​ราย​วัน ดี​แทค​ย้ำ​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181339

กระทรวงพาณิชย์​ หารือ กรณี​หุ้น​ต่างด้าว​ราย​วัน ด้าน ดี​แทค​ย้ำ​ทำ​ตาม​กฎหมาย​ไทย ยัน​ผู้​ใช้​บริการ​มือ​ถือ​ไร้​ผล​กระทบ…

นาย​บรร​ยง​ค์ ลิ้ม​ประยูรวงศ์ อธิบดี​กรม​พัฒนา​ธุรกิจ​การ​ค้า เปิดเผย​ภายหลัง​การ​ประชุม​คณะ​ทำ​งาน​ตรวจสอบ​โครงสร้าง​ผู้​ถือ​หุ้น​ของ​บริษัท โท​เทิ่ล แอ็คเซ็ส คอ​มมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ​ดี​แทค ตาม​ที่​ได้​มี​การ​ร้องเรียนจาก​ คณะ​กรรมาธิการ​การ​สื่อสาร​และ​โทรคมนาคม และ​บริษัท ท​รู​มูฟ จำกัด ที่ได้​ ตั้งข้อ​สังเกต​มี​เหตุ​อัน​ควร​เชื่อถือ​ได้​ว่า​ดี​แทค​เป็น​คน​ต่างด้าว​นั้นว่า ได้​เปิด​โอกาส​ให้​ดี​แทค​มา​ชี้แจง​กับ​คณะ​ทำ​งานฯ โดย​ได้​แจ้ง​ให้​ดี​แทค​ทราบ​ว่า​มี​ข้อ​สังเกตจาก ​ทั้ง​คณะ​กรรมาธิการฯ และ​ท​รู​มู​ฟก​ล่า​ว​หา​เข้า​มา และ​ขอ​ให้​ดี​แทค​ไป​พิจารณา​หา​หลักฐาน​เพื่อ​นำ​มา​ยืนยัน​ข้อ​กล่าวหา ซึ่ง​ดี​แทค​ยัง​ไม่ได้​ชี้แจง​ใดๆเพิ่มเติม ระบุ​เพียง​ว่า​ผู้​บริหาร​เดินทาง​ไป​ต่าง​ประเทศ จึง​ขอ​เวลา​รวบรวม​หลักฐาน​ก่อน

“จะ​ไป​บอก​ว่า​ดี​แทค​รู้​เรื่อง​นี้​แล้ว​ไม่ได้ เรา​ต้อง​คิด​ว่า​ดี​แทค​ยัง​ไม่ทราบ ​เรื่อง​อะไร คณะ​ทำ​งานฯจึง​ต้อง​เรียก​ดี​แทค​มา​เพื่อ​บอก​ว่า​ได้​มี​การ​ตั้ง​ข้อ​สังเกต​แบบ​นี้ เพื่อ​ให้​ดี​แทค​หา​ข้อมูล​หลักฐาน​ที่​มี​อยู่​มา​ชี้แจง​และ​ยืนยัน และ​ทำให้คณะ ​ทำ​งานฯหมด​ข้อ​สงสัย แต่​คง​บอก​ไม่ได้​ว่า​มี​เอกสาร​หลักฐาน​อะไร​บ้าง ก็​แล้วแต่​ดี​แทค​ที่​จะ​ชี้แจง​เข้า​มา”

นาย​บรร​ยง​ค์ กล่าว​ว่า คณะ​ทำ​งานฯจะ​ประชุม​อีก​ครั้ง​ใน​วัน​ที่ 29 มิ.ย. แต่​ใน​ระดับ​เจ้าหน้าที่​จะ​หารือ​กัน​ทุก​วัน โดย​วัน​นี้ (24 มิ.ย.) จะ​เชิญ​บริษัท​ที่มี​ สัดส่วน​ถือ​หุ้น​สูง​ใน​ดี​แทค 3 ราย ได้แก่ บริษัท ไทย​เท​ล​โค โฮลดิ้ง จำกัด บริษัท ตั๊ก วู โฮลดิ้ง จำกัด และ​บริษัท โบ​เลโร จำกัด ที่​ถือ​หุ้น​ใน​บริษัท Telenor Asia Pte Ltd. มา​ให้​ข้อมูล เพราะ​มี​สัดส่วน​การ​ถือ​หุ้น​สูง​และ​มี​ความ​ซับซ้อน​การ​ถือ​หุ้น​ใน​ดี​แทค ไม่​ใช่​เป็น​การ​สงสัย​ว่า​ให้​ดี​แทค​เป็น​ต่างด้าว​หรือ​ไม่

ทั้งนี้​ จะ​แบ่ง​การ​ทำ​งาน​เป็น 2 ทีม คือคณะ​ทำ​งาน​ที่​วิเคราะห์​ตาม​เอกสาร​ที่​มี​อยู่ ตาม​คำ​ชี้​แจง​ที่​ได้​รับ ส่วน​อีก​ชุด​มี​นาย​อิทธิพล ช้าง​ห​ลำ รอง​อธิบดีกรม​ พัฒนา​ธุรกิจ​การ​ค้า เป็น​ประธาน วิเคราะห์​ตาม​ประเด็น​ใหม่ๆที่​ได้​รับ ซึ่ง​จะ​ทำให้​การ​ทำ​งาน​เร็ว​ขึ้น และ​คาด​ว่า​จะ​ได้​ข้อ​สรุป​ใน​วัน​ที่ 4 ก.ค.​นี้

นาย​รวี​พัน​ธ์ พิทักษ์​ชาติ​วงศ์ ผู้​อำนวยการ​ฝ่าย​กฎหมาย ดี​แทค กล่าว ​ว่า ดี​แทค​มี​สถานะ​เป็น​บริษัท​คน​ไทย ดำเนิน​ธุรกิจ​ถูกต้อง​ตาม​กฎหมาย โดย​หวัง​ว่า​กระทรวง​พาณิชย์​จะ​ให้​ความ​เป็น​ธรรม​ใน​การ​ตรวจสอบ​และ​รัฐบาล​ไม่​ปล่อย​ให้​มี​การ​ใช้​กฎหมาย​มาก​ลั่น​แกล้ง​ดี​แทค ส่วน​ลูกค้า​ของ​ดี​แทค ขอ​ให้สบายใจได้ ไม่​ต้อง​กังวล​ต่อ​ปัญหา​นี้ ซึ่ง​ใน​วัน​ที่ 29 มิ.ย.​นี้ ดี​แทค​จะ​นำ​ข้อมูล หลักฐาน​ทั้งหมด​มา​ชี้แจง​กับ​คณะ​ทำ​งานฯอีก​ครั้ง

ด้าน​นาย​จอน เอ็ด​ดี้ อับดุล​ลา​ห์ ประธาน​เจ้าหน้าที่​บริหาร​ดี​แทค กล่าวว่า ดี​แทค​ดำเนิน​ธุรกิจ​ภาย​ใต้​กฎหมายและ​ข้อบังคับ​ที่​เกี่ยวข้อง​ของ​ไทย​ทุกประการ และ​ขอ​ให้​ความ​มั่นใจ​กับ​ลูกค้า และ​คู่​ค้า​ของ​ดี​แทค​ว่า​จะ​ไม่ได้​รับ​ผล​กระทบใดๆ ทั้งสิ้นใน​ด้าน​บริการ​ต่างๆ พร้อม​มี​ความ​มุ่ง​มั่น​พัฒนา​คุณภาพ​และ​บริการ​สื่อสาร​ที่​ดี​ที่สุด​แก่​ลูกค้า​และ​คน​ไทย​ทุก​คน และ​ที่​สำคัญ​คือ​การ​วาง​แผน​ลงทุน​ระยะยาว​ใน​การ​พัฒนา​บริการ​ใหม่ๆอย่าง​ต่อ​เนื่อง เพื่อ​ประโยชน์​สูง​สุด​ของ​ลูกค้า และ​เพื่อ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ใน​การ​ขับเคลื่อน​อุตสาหกรรม​โทรคมนาคม​ไทย​ให้​ก้าว​ไป​ข้าง​หน้า.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 มิถุนายน 2554, 05:30 น.

ไฟเขียวต่างด้าวทำธุรกิจในไทย 12 ราย ทำเงินสะพัดกว่า 274 ล้าน

Published กุมภาพันธ์ 28, 2011 by SoClaimon

25 กุมภาพันธ์ 2554, 17:55 น.

ผ่านทางไฟเขียวต่างด้าวทำธุรกิจในไทย 12 ราย ทำเงินสะพัดกว่า 274 ล้าน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_151732

 

คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ไฟเขียวคนต่างด้าว 12 รายประกอบธุรกิจในไทย โดยเดือนก.พ. เม็ดเงินไหลเข้าไทย 274 ล้าน จ้างแรงงานไทยกว่าร้อยคน ส่วนยอดรวม 2 เดือนแรกปี 54 อนุมัติต่างด้าวเข้ามาลงทุนรวม 30 ราย เม็ดเงิน 1.2 พันล้านบาท

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะผู้ช่วยกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ในเดือนก.พ.54 คณะกรรมการ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยจำนวน 12 ราย มีเงินทุนที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ 274 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 112 คน โดยธุรกิจที่อนุญาตเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในด้านต่างๆ เช่น บริษัท โพลีพลาสติกส์ มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการบริหารจัดการและติดต่อประสานงานกับผู้ให้ บริการด้านขนส่งระหว่างประเทศ ด้านคลังสินค้า และด้านพิธีการศุลกากร ให้แก่บริษัทในเครือและลูกค้าของบริษัทที่สั่งซื้อพลาสติกวิศวกรรม ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการไทย เพื่อให้การส่งออกและนำเข้ามีประสิทธิภาพ มีทางเลือกใช้บริการเพิ่มขึ้นและลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ

สมาร์ทแท็ก โซลูชั่นส์ เบอร์ฮาร์ด จากมาเลเซีย ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการติดตามตู้สินค้าของบริษัทผู้นำเข้า-ส่ง ออก และบริษัทบริหารการจัดส่งสินค้าด้วยระบบการชี้เฉพาะด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency Identification : RFID) ให้แก่บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริการที่สนับสนุนการดำเนินงานของกรมศุลกากรในการติดตามควบคุมทาง ศุลกากร ทำให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้ระบบการขนส่งสินค้าเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออกสินค้า อันจะมีผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

อัลคาเทล-ลูเซ่น เซี่ยงไฮ้ เบลล์ (ฮ่องกง) ลิมิเต็ด จากฮ่องกง ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจบริการจัดหา ติดตั้ง ตรวจสอบ และทดสอบอุปกรณ์โทรคมนาคมเพื่อการส่งข้อมูลให้แก่ บริษัท ทรู ยูนิเวอร์แซล คอนเวอร์เจ้นซ์ จำกัด ซึ่งเป็นบริการที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านที่มีผลดีต่อการถ่ายทอด เทคโนโลยีให้กับคนไทย อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อระบบการสื่อสารของประเทศไทยด้วย

“ตั้งแต่ต้นปี 54 คณะกรรมการอนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในปไทยแล้ว 30 ราย มีเงินลงทุน 1,275 ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย 629 คน ประเทศที่เข้ามาลงทุน 3 อันดับแรกได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น 33% ฮ่องกง 17% สาธารณรัฐเกาหลี 10% ส่วนตั้งแต่เดือนมี.ค.43 ที่มีการบังคับใช้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จนถึงเดือนก.พ.54 คณะกรรมการฯ ได้อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในไทยแล้ว 2,651 ราย และมีเงินทุน 138,395 ล้านบาท ประเทศที่เข้ามาลงทุน 3 อันดับแรก ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น 36% สิงคโปร์ 15% และเยอรมนี 6%” นางกุลณี  กล่าว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กุมภาพันธ์ 2554, 17:55 น.

 

วาดฝัน “มาบตาพุด” เดินเครื่อง

Published สิงหาคม 29, 2010 by SoClaimon

28 สิงหาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทางวาดฝัน “มาบตาพุด” เดินเครื่อง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_106772

“บีโอไอ” เตรียมชงเพิ่มการใช้แรง-งานต่างด้าวเข้าบอร์ด 13 ก.ย.นี้ ช่วยผู้ ประกอบการอิเล็กทรอนิกส์ขยายการลงทุนในไทย หลังรีรอเพราะแรงงานขาด ด้าน “ชัยวุฒิ” คาดคำตัดสินศาลปกครองโครงการมาบตาพุดไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง 5-6 เดือนข้างหน้า ฟ้าสดใสเริ่มมีโครงการเดินเครื่องจักรได้แน่…

นาย ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างรอผลการพิพากษาคดีมาบตาพุดของศาลปกครองกลางใน โครงการมาบตาพุดวันที่ 2 ก.ย. ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมศึกษาข้อกฎหมายที่อาจ เกี่ยวข้องกับคำพิพากษา โดยหากศาลปกครองกลางมีความเห็นให้โครงการที่ถูกฟ้องไม่เข้าข่ายกิจการรุนแรง และเมื่อพิจารณาร่วมกับประกาศประเภทกิจการรุนแรงของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว กระทรวงอุตสาหกรรมในฐานะหน่วยงานอนุญาตก็ต้องมาตรวจสอบว่าจะอนุญาตให้ โครงการดังกล่าวเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ซึ่งถ้าดำเนินการได้อาจทำให้ มีบางโครงการเดินเครื่องประกอบการได้ภายใน 5-6 เดือนข้างหน้า

นายชัย วุฒิกล่าวว่า ความชัดเจนของการแก้ปัญหามาบตาพุดเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นการลงทุน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินทางไปโรดโชว์ที่จีน วันที่ 1-5 ก.ย. และจะเดินทางไปโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นวันที่ 14-18 ก.ย. เพื่อชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหามาบตาพุดให้นักลงทุนต่างชาติรับทราบ โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่นที่คาดว่าต้องการทราบความชัดเจนของการแก้ปัญหามาบตา พุดมากกว่านักลงทุนจีน ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากและหลายรายเริ่มส่ง สัญญาณที่ดีเพราะสามารถกำหนดเวลาการดำเนินธุรกิจได้

สำหรับกรณีที่ เครือข่ายชุมชนไม่เห็นด้วยกับมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมและมีแผนที่จะออกมา ชุมนุมประท้วงมติดังกล่าว ตนได้ส่งทีมงานไปหารือทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อชี้แจงว่าแต่ละฝ่ายมีความ เห็นกับประเภทกิจการรุนแรงอย่างไร ซึ่งเห็นว่าประเภทกิจการรุนแรงที่ประกาศออกมามีการพิจารณาตามหลักวิทยา ศาสตร์ รวมทั้งภาครัฐยืนยันที่จะดูแลทั้งชุมชนและผู้ประกอบการให้อยู่ร่วมกันได้

“ขณะ นี้กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมดำเนินการ 2 เรื่อง เพื่อรองรับการแก้ปัญหามาบตาพุด คือ 1. การเตรียมยกเลิกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องประเภทกิจการรุนแรง 8 กิจการ ซึ่งจะยกเลิกหลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกประกาศกิจการ รุนแรง 11 กิจการ ไปแล้ว 2. เมื่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศกิจการรุนแรงออกมาแล้ว จะให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ตรวจสอบว่าโครงการที่ได้ใบอนุญาตหลังรัฐธรรมนูญมีกี่โครงการที่เข้าข่าย กิจการรุนแรง”

วันเดียวกัน ภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) นายชัยวุฒิกล่าวเพิ่มเติมว่า เตรียมนำหลักเกณฑ์ ทั่วไปในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการส่ง เสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 13 ก.ย.นี้

เบื้องต้นมีบริษัทใน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขอใช้แรงงานต่างด้าว โดยมีเงื่อนไข คือ จะให้เฉพาะในส่วนขยายการลงทุนเท่านั้น และต้องเป็นบริษัทที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีหมดแล้ว มีการลงทุนในประเทศไทยมานานเกิน 20 ปี และต้องมีวงเงินลงทุนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาทขึ้นไป อย่างไร ก็ตาม ต้องเป็นการจ้างแรงงานต่างด้าวไม่เกิน 15% ของแรงงานที่จ้างใหม่ทั้งหมด

“เรื่องนี้เคยมีการหารือในบอร์ด ใหญ่มาแล้ว แต่ส่งกลับมาให้คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาหลักเกณฑ์ทั่วไปในการพิจารณาใช้แรงงานต่างด้าวใหม่ โดยในภาพรวมจะอนุญาตให้เฉพาะรายที่เป็นการขยายเท่านั้น เพราะบีโอไอไม่มีนโยบายส่งเสริมการใช้แรงงานต่างด้าว แต่มีบางโรงงานที่ลงทุนมานานและมีความต้องการแรงงานระดับล่างเป็นจำนวนมาก แต่หาแรงงานไม่ได้ ทำให้ ขยายการลงทุนไม่ได้ จึงอนุญาตโดยมีเงื่อนไขว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสถานการณ์” นายชัยวุฒิกล่าว

ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีบริษัทที่เข้าข่ายตามเกณฑ์ที่กำหนดมากกว่า 10 ราย ที่กำลังรอดูท่าทีของหลักเกณฑ์ที่จะออกมาก่อนจะยื่นเสนอขอใช้แรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการนโยบายส่งเสริมการลงทุนยังได้พิจารณาในเรื่องของการสนับสนุน ส่งเสริมการตั้งศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) ในประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันสหรัฐอเมริกาและยุโรปสนใจที่จะมาตั้งศูนย์ข้อมูลใน ไทยมากขึ้น โดยจะให้สิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ในทุกเขตและส่งเสริมการลงทุนการคัดกรองข่าวแบบครบวงจรเพื่อให้ได้มาตรฐานโลก เพื่อจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นเพราะกำลังเป็นเทรนด์ที่โลก สนใจ

%d bloggers like this: