ตะลุยกองทัพ

All posts tagged ตะลุยกองทัพ

‘วันเด็ก’เหล่าทัพเอาใจขนยุทโธปกรณ์โชว์

Published มกราคม 9, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20160107/220051.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2559
‘วันเด็ก’เหล่าทัพเอาใจขนยุทโธปกรณ์โชว์

‘วันเด็ก”เหล่าทัพ’เอาใจขนยุทโธปกรณ์ พร้อมปลูกจิตสำนึกมี‘คุณธรรม-จริยธรรม’ : ตะลุยกองทัพ โดยจิตราพร เสนวงค์

           เหล่าทัพเอาใจเด็กๆ ขนยุทโธปกรณ์ จัดการแสดงงานวันเด็กในวันที่ 9 มกราคม 2559 เริ่มจาก กองบัญชาการกองทัพไทย ได้เตรียมความพร้อมจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 07.00–14.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. โดยมีการจัดนิทรรศการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และนิทรรศการงานของแต่ละเหล่าทัพ อีกทั้งกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ การจัดแสดงยุทโธปกรณ์ทหาร อาทิ รถถัง ปืนใหญ่ การแสดงบินผ่านแบบผาดโผนโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ การแสดงท่าอาวุธประกอบดนตรีของนักเรียนเตรียมทหาร แฟนซีดริล และขบวนพาเหรดการแสดงชุดสุนัขทหารและม้าการจัดเต็นท์กิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ การจับสลากรางวัลใหญ่บนเวที รวมถึงของแจก นอกจากนี้ยังมีอาหารและเครื่องดื่มบริการฟรีตลอดงาน

สำหรับ กองทัพบก จัดงานวันเด็กและแสดงกิจกรรมทางทหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีคุณธรรม จริยธรรม สร้างความรัก ความสามัคคี และเทิดทูนสถาบันหลักของชาติ ตลอดจนช่วยสร้างจิตสำนึกความเสียสละ ระเบียบวินัย จิตอาสา โดยได้นำยุทโธปกรณ์ที่ประจำการ มาแสดงโชว์ไว้ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กทม. สนามเป้า เริ่มตั้งแต่เวลา 07.30–16.00 น. ภายใต้ชื่องาน “กองทัพบก คืนความสุขให้เด็กไทย” มีกิจกรรมหลากหลายให้เด็กได้มีความรู้ควบคู่ไปกับความสนุกสนานการแสดงความสามารถของสุนัขทหาร ทั้งการตรวจค้นระเบิดและยาเสพติด การสาธิตการดำรงชีพในป่าให้เด็กได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดในภาวะคับขัน สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าร่วมงานได้ที่หน่วยทหารใกล้บ้าน อาทิ กองทัพภาคที่ 2 จัดที่สวนน้ำบุ่งตาหลั่วเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา กองทัพภาคที่ 3 จัดที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จ.พิษณุโลก กองทัพภาคที่ 4 จัดที่ค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช

ขณะที่ กองทัพเรือ จัดกิจกรรมโดยเริ่มงานตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ได้แก่ พื้นที่กองเรือยุทธการ พื้นที่ท่าเรือจุกเสม็ด พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 1 พื้นที่ทัพเรือภาคที่ 2 หมวดบินทัพเรือภาคที่ 2 ฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 3 บริเวณท่าเทียบเรือน้ำลึกภูเก็ต บริเวณฐานทัพเรือพังงา พื้นที่ศูนย์ประสานงานประมงชายแดนทางทะเลไทย-เมียนมาร์ บริเวณเทศบาลเมืองระนอง จ.ระนอง พื้นที่หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน บริเวณกองพันทหารราบที่ 2 ค่ายตากสิน อ.เมือง จ.จันทบุรี บริเวณกองพันทหารราบที่ 7 กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน กรมทหารราบที่ 3 กองพลนาวิกโยธิน ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส พื้นที่หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง บริเวณศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ พื้นที่อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้าและป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ พื้นที่กรมยุทธศึกษาทหารเรือ บริเวณพิพิธภัณฑ์ทหารเรือ จ.สมุทรปราการ พื้นที่โรงเรียนนายเรือ จ.สมุทรปราการ

ด้าน กองทัพอากาศ ได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 ดอนเมือง สนามบินเล็กกองทัพอากาศ ฝั่งทุ่งสีกัน สนามกีฬาต้านยาเสพติด พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ ทั้งนี้พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานวันเด็กในวันที่ 9 มกราคมนี้ว่า งานวันเด็กถือว่าเป็นงานที่สำคัญอีกงานของประเทศ เพราะเด็กคืออนาคตของประเทศ ในส่วนของกองทัพอากาศได้เน้นเรื่องการให้ความรู้กับเยาวชน และจะมีการจัดแสดงทางการบิน โดยเฉพาะที่กองทัพอากาศดอนเมือง เพื่อให้เยาวชนของชาติได้เห็นถึงความสามารถและความมีระเบียบวินัยของกองทัพ โดยจะมีการนำยุทโธปกรณ์มาจัดแสดง อีกทั้งมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น ที่พิพิธภัณฑ์ กองทัพอากาศจะมีประวัติความเป็นมาของการบิน และของกองทัพอากาศด้วย

โฆษณา

3 ฝ่ายผนึกกำลังเข้มป้อง ‘ไอเอส’ ลาม 3จว.ชายแดนใต้

Published มกราคม 8, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151231/219652.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม 2558
3 ฝ่ายผนึกกำลังเข้มป้อง 'ไอเอส' ลาม 3จว.ชายแดนใต้

ตะลุยกองทัพ : 3 ฝ่ายผนึกกำลังเข้มป้อง ‘ไอเอส’ ลาม 3จว.ชายแดนใต้ : โดย…จิตตราภรณ์ เสนวงศ์

                     3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลายเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาอีกครั้ง หลังหน่วยข่าวได้แจ้งเตือนพบความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) หรือไอเอส ที่ขยายพื้นที่ปฏิบัติการมายังประเทศเพื่อนบ้าน หน่วยงานความมั่นคง จึงต้องหาแนวทางป้องกันและเฝ้าระวังมากขึ้น โดยหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 31 (ฉก.นราธิวาส 31) หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ที่รับผิดชอบพื้นที่ 8 ตำบลใน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ได้มีการตั้งด่านตรวจ และจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง โดยบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ และ พลเรือน
                     น.ต.ยี่พญา โยวะผุยรอง ผบ.ฉก.นราธิวาส 31 ยอมรับว่า มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่หลบหนีไปพักพิงในประเทศเพื่อนบ้าน และเดินทางกลับเข้าพื้นที่ และเตรียมก่อเหตุเป็นระยะๆ โดยเน้นพื้นที่ชุมชนไทยพุทธ และเทศกาลสำคัญต่างๆ ทางศาสนา แต่ยังไม่พบการแทรกซึมของกลุ่มไอเอสในพื้นที่ แต่การที่จะเข้ามาดำเนินการใดๆ กลุ่มไอเอสจะต้องมีฐานปฏิบัติการในพื้นที่ก่อน เช่นหากจะมีการก่อเหตุในพื้นที่ อ.ตากใบ ก็จะต้องมีฐานที่เป็นมวลชนของกลุ่มไอเอส ทั้งนี้ภารกิจของหน่วยไม่เพียงติดตามผู้ก่อเหตุเท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่าพื้นที่ใดที่สุ่มเสี่ยงจะมีการซ่องสุ่ม ทางหน่วยจะเข้าไปสลายความคิดของเขา ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันไปกับการดำเนินการกับผู้ไม่หวังดี
                     นายศราวุธ นิลกาญจน์ ปลัดอำเภอตากใบ บอกว่า หลังมีกระแสข่าวกลุ่มไอเอสเคลื่อนไหวตั้งฐานปฏิบัติการในพื้นที่ประเทศกลุ่มอาเซียน ทางกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งการทุกพื้นที่ โดยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และชุดคุ้มครองตำบลในทุกพื้นที่ บูรณาการความร่วมมือในการตรวจเข้มตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงการเฝ้าตรวจแนวชายแดนของกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 2 ร่วมกับหน่วยปฏิบัติการทางน้ำ จากค่ายจุฬาภรณ์ ในการเพิ่มการลาดตระเวนตามแนวลำน้ำโก-ลกด้วย
                     สำหรับช่องทางธรรมชาติที่ถูกตรวจพบมี 110 ช่องทาง คือ พื้นที่บ้านตะเหลียงถึงบ้านศรีพงัน จำนวน 12 ท่า พื้นที่บ้านศรีพงันถึงบ้านปะลุกา จำนวน 38 ท่า พื้นที่บ้านปะลุกาถึงบ้านกัวลอต๊ะ จำนวน 35 ท่า พื้นที่บ้านกัวลอต๊ะถึงบ้านแฆแบ๊ะจำนวน 24 ท่า ทั้งนี้พื้นที่ตลอดแนวเขต อ.ตากใบ สามารถข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้านได้ทุกพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้แก้ปัญหาโดยการนำเครื่องกีดขวางไปปิด เพื่อป้องกันการหลบหนีผู้ก่อเหตุ ลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย
                     ร.ท.เพียรศรี อร่ามโชติ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดน (ปชด.) กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองใน อ.ตากใบ มีช่องทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ ด่านศุลกากร ด่านช่องทางข้ามรัชดา ที่ผ่านมาไม่ปรากฏกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้ช่องทางนี้ผ่านแดน ส่วนช่องทางที่เราสกัดกั้นไว้ คือช่องทางบก ใช้ลวดหนามปิดกั้นวางแนวถึง อ.โกลก แต่ทางฝั่งมาเลเซียมีฐานทหาร 4 ฐานปฏิบัติการ วางกำลังเช่นเดียวกัน และสร้างรั้วในการปิดกั้นไปบางส่วน ส่วนฝั่งไทยแค่ทำพนังกั้นน้ำ ถือเป็นปัญหาในพื้นที่ หากมีความเป็นไปได้สามารถสร้างเป็นกำแพงกั้นจะลดช่องทางให้ผู้ก่อเหตุหลบหนีและผลักดันเข้าช่องทางถูกกฎหมาย
——————
(ตะลุยกองทัพ : 3 ฝ่ายผนึกกำลังเข้มป้อง ‘ไอเอส’ ลาม 3จว.ชายแดนใต้ : โดย…จิตตราภรณ์ เสนวงศ์)

กองเรือทุ่นระเบิดต้นแบบทุ่นระเบิด‘ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน’

Published ธันวาคม 29, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151224/219221.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม 2558
กองเรือทุ่นระเบิดต้นแบบทุ่นระเบิด‘ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน’

กองเรือทุ่นระเบิดกองทัพเรือแนวคิดต้นแบบทุ่นระเบิด‘ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน’ : ตะลุยกองทัพ โดยจิตตภรณ์ เสนวงศ์

              กองเรือทุ่นระเบิด กองทัพเรือ ถือเป็นหน่วยสำคัญหน่วยหนึ่งของกองบัญชาการกองทัพเรือ มีหน้าที่จัดและเตรียมกำลังสำหรับปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด เพราะเป็นอาวุธทางเรือที่มีความสำคัญยิ่งในทางยุทธวิธีและทางยุทธศาสตร์ สามารถใช้เรือดำน้ำเป็นพาหนะเข้าปฏิบัติการวางทุ่นระเบิดทำลาย และปิดเส้นทางเดินเรือของฝ่ายตรงข้าม ดังที่ประเทศไทยเคยประสบมาแล้วในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

พล.ร.ต.เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด กล่าวถึงนโยบายและกรอบการทำงานของกองเรือทุ่นระเบิด ในปี 2559 ว่า กำลังพลเป็นปัจจัยหลักในการปฏิบัติงานเพื่อให้ตอบสนองการทำงานของกองเรือทุ่นระเบิด ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่กองทัพเรือยังไม่มีเรือดำน้ำ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านมี จึงมีความจำเป็นต้องหาวิธีในการป้องกันและรับมือ ดังที่ประเทศไทยเคยประสบปัญหาเมื่อช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว โดยกองเรือทุ่นระเบิดได้ยึดแนวพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาประยุกต์ใช้ในการวิจัยและพัฒนา “ต้นแบบทุ่นระเบิดทอดประจำที่ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน” ขึ้นใช้เอง ซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณ และสั่งสมองค์ความรู้ในการจัดสร้างทุ่นระเบิดปราบเรือดำน้ำที่สามารถผลิตได้ในประเทศไทย

“กองเรือทุ่นระเบิด กองทัพเรือ ประสบความสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาต้นแบบทุ่นระเบิดทอดประจำที่ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหน เมื่อช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสรุปผลการวิจัยและทดลองเพื่อให้ได้มาตรฐาน เตรียมผลิตมาสำรองในคลัง และจะนำมาใช้ในสนามฝึกต่างๆ เพื่อให้กำลังพลรุ่นใหม่ๆ สามารถนำทุ่นระเบิดทอดประจำที่ปราบเรือดำน้ำแบบล่องหนไปใช้จนเห็นผล นอกจากนี้กองเรือทุ่นระเบิดกำลังต่อยอดทุ่นระเบิดอิทธิพลประเภท เสียง ความดัน ถ้าเราสร้างสิ่งพวกนี้ได้เองในอนาคตเราจะมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้น” พล.ร.ต.เชษฐา กล่าวและว่า

สำหรับแผนงานการต่อต้านทุ่นระเบิดตามช่องทางเข้า-ออก หรือพื้นที่เป้าหมายนั้น ทางกองเรือทุ่นระเบิด มีการวางแผนร่วมกับกองทัพเรือภาค 1-3 เนื่องจากมีฐานทัพเรือที่สำคัญ เพื่อกำหนดช่องทางเข้า-ออกถ้าหากเกิดภัยจากสงครามทุ่นระเบิดในยามสงคราม เราจะมีเส้นทางปลอดภัยให้แก่เรือต่างๆ เช่น เรือรบ เรือสินค้า ดังนั้น ทุกๆ ปี กองเรือทุ่นระเบิด จะออกสำรวจเส้นทางทั้งด้านฝั่งตะวันออก อ่าวไทย อันดามัน หมุนเวียนกันไปเพื่อจะได้ทราบถึงลักษณะวัตถุใต้น้ำ หากเกิดสงครามขึ้นและมีการใช้ทุ่นระเบิด เราจะได้ทราบทันทีว่ามีวัตถุแปลกปลอมอยู่ตรงไหน เช่น เรารู้ว่าบริเวณนี้มีซากเรือจม หากมีสงครามก็จะมีการทิ้งทุ่นระเบิด เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาบริเวณตรงนี้ จะทำให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น

“ที่สำคัญ มีความพร้อมในการปกป้องผลประโยชน์และรักษาอธิปไตยของประเทศเต็มที่ แม้ว่ายังมีสิ่งที่ต้องพัฒนาปรับปรุงแก้ไขในเรื่องยุทโธปกรณ์ที่มีอายุการใช้งานมายาวนาน หากมีโอกาสจะเสนอขออนุมัติให้มีการจัดหา หรือต่อเรือใหม่เพื่อใช้ในการทำลายทุ่นระเบิด เช่น เรือลากทำลายทุ่นระเบิดที่มีประจำการ 4 ลำ แต่อายุการใช้งานมาก เรือกวาดทุ่นระเบิด ขณะนี้เราไม่มีอยู่ในประจำการ โดยเฉพาะ “เรือสลับสูง” การต่อต้านทุ่นระเบิด เรามีแนวคิดว่าถ้าได้เรือต่อต้านนี้มา จะสามารถปฏิบัติงานได้หลากหลาย อาจเป็นเรือวางทุ่นระเบิดได้ด้วย เรือฝึก และจะทำให้กองเรือทุ่นระเบิดมีความสามารถสูงสุด” พล.ร.ต.เชษฐา

‘คอมมานโด’รุ่นใหม่ ฝึกคนให้เหนือคน-แพ้ไม่เป็น

Published ธันวาคม 29, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151217/218752.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2558
‘คอมมานโด’รุ่นใหม่ ฝึกคนให้เหนือคน-แพ้ไม่เป็น

‘คอมมานโด’รุ่นใหม่ ฝึกคนให้เหนือคน-แพ้ไม่เป็น : ตะลุยกองทัพ โดยจิตตภรณ์ เสนวงศ์

           กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ (อย.) ถือเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภารกิจการต่อต้านการก่อการร้ายสากล ที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งในสังคมโลก โดยเฉพาะการ “ไฮแจ็ค” เครื่องบิน หรือการก่อเหตุบนอากาศยาน ดังนั้น การฝึกฝนกำลังพลจึงมีความจำเป็นเพื่อเตรียมพร้อมในการป้องกันและรองรับสถานการณ์ ภายใต้หลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “คอมมานโด” โดยในปีนี้มีผู้ผ่านเกณฑ์เข้ารับการศึกษาเป็นนักเรียนหลักสูตรการปฏิบัติการพิเศษ (นร.ปพ.) รุ่นที่ 11 จำนวน 37 คน จากผู้สมัคร 150 นาย โดยจะทำการฝึกในระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม 2558 จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2559

การต่อต้านการก่อการร้ายสากล ถือเป็นภารกิจหนึ่งของกรมปฏิบัติการพิเศษ แยกตามศาสตร์การปฏิบัติการพิเศษของทหารอากาศ เป็น 3 ศาสตร์ คือ 1.การต่อต้านการก่อการร้าย จะมีเจ้าหน้าที่คอมมานโด การอารักขาบุคคลสำคัญ การรักษาความปลอดภัยบนอากาศยาน 2.การค้นหาช่วยชีวิต กรณีเฮลิคอปเตอร์ตก การกู้เครื่อง ช่วยเหลือนักบิน ทั้งพื้นที่ปกติและพื้นที่การรบ 3.การควบคุมการรบ ทำหน้าที่เป็นผู้ติดต่อระหว่างภาคพื้นกับภาคอากาศในพื้นที่การรบ เช่น เรียกเครื่องเข้าตีเป้าหมาย ทิ้งบริภัณฑ์ทางอากาศ สิ่งของ เสบียง

พล.อ.ท.ชาญฤทธิ์ พลิกานนท์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) กล่าวว่า นักเรียนทั้ง 37 คน จะได้รับการฝึกพัฒนาความสามารถของตัวเอง นอกจากความอดทนแล้วในหลักสูตรจะต้องมีการคิด วิเคราะห์ และวางแผนทางด้านยุทธวิธี ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จะต้องเตรียมกายและใจไว้ให้พร้อม ตั้งใจปฏิบัติและทำทุกอย่างให้ได้ ผ่านไปให้ได้ จุดมุ่งหมายการฝึกคือเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน เพราะภารกิจหลักสูตรปฏิบัติการพิเศษในปัจจุบันเป็นภารกิจที่สำคัญ มีตัวแทนแต่ละเหล่าทัพเป็นส่วนน้อยที่จะปฏิบัติการนอกรูปแบบหรือนอกแผนการรบ ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันหลายประเทศล้วนนำมาใช้ทั้งสิ้น

“หลักสูตรดังกล่าวสอนให้คนมีความอดทนเหนือคน หรือเป็นหลักสูตรที่แพ้ใครไม่เป็น เพราะต้องระลึกไว้เสมอว่าต้องอยู่ให้ได้ในวันนี้ หากใครทนไม่ไหวก็จะลาออกในวันพรุ่งนี้ และต่อไปเรื่อยๆ พร้อมต้องเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้ หากผ่านการทดสอบทุกคนจะสามารถดูแลประชาชนและยุทโธปกรณ์ของชาติที่มีมูลค่ามหาศาล ภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ และถวายความปลอดภัย ทุกอย่างเป็นสิ่งที่น้อยคนนักจะเข้าถึงได้ ทั้งนี้ในห้วงแรกจะฝึกภาคที่ตั้งประมาณ 3 เดือน ณ ศูนย์การทหารอากาศโยธิน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จากนั้นจะเดินทางไปฝึกภาคป่าเล็กที่ กองบิน 2 จ.ลพบุรี เพื่อทดสอบความรู้ และการปฏิบัติยุทธวิธีปฏิบัติการพิเศษที่เรียนมาจากภาคที่ตั้งใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์”

สำหรับขั้นสุดท้าย นักเรียนทุกคนจะเข้าฝึกภาคทะเลที่ลุ่ม ซึ่งเป็นการนำสิ่งที่ได้เรียนมาทั้งหมดในหลักสูตรไปปฏิบัติจริงในพื้นที่จริง ณ พื้นที่ จ.จันทบุรี ระยอง และชลบุรี ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งผู้ที่สามารถผ่านการปฏิบัติทั้ง 3 ส่วนได้จะถือว่าสำเร็จการศึกษาโดยสมบูรณ์ การฝึกในแต่ละห้วงจะมีความหนักเบา โหดน้อย ถึงโหดมาก มีการฝึกแบบไม่ได้หลับได้นอน บางคนมี อาการฮีสโตรก อาการไฮเปอร์ ต้องนำตัวไปรักษาในโรงพยาบาล จึงทำให้ไม่ผ่านการฝึก โดยสถิติผู้จบหลักสูตรนี้ในแต่ละรุ่นมากที่สุดอยู่ที่ 21 นาย บางรุ่นเหลือ 10 นาย และ 9 นายเท่านั้น

นพค.32ยกระดับชนกลุ่มน้อยฝึกตท.รุ่นเยาว์

Published ธันวาคม 12, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151210/218335.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม 2558
นพค.32ยกระดับชนกลุ่มน้อยฝึกตท.รุ่นเยาว์

นพค.32ยกระดับชนกลุ่มน้อยฝึกตท.รุ่นเยาว์ : ตะลุยกองทัพ โดยจิตราภรณ์ เสนวงศ์

          การศึกษาเพื่อความมั่นคง ที่ต่อยอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบันรุ่นแล้วรุ่นเล่า ผ่านโรงเรียนชาวไทยภูเขา สังกัดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 สำนักงานพัฒนาภาค 3 (นพค.32) ของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ที่รวบรวมชาวไทยภูเขา ที่อยู่กระจัดกระจายตามแนวชายแดนภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยจำนวน 7 เผ่า ประกอบด้วย มูเซอ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง ม้ง ไทยใหญ่ ดาราอั้ง เข้ารับการศึกษาจนจบภาคบังคับ ในลักษณะโรงเรียนกินนอน

ทุกๆ ปีทางหน่วยจะจัดครูขึ้นไปคัดเลือกเด็กชายชาวไทยภูเขาในพื้นที่เป้าหมาย โดยคุณสมบัติต้องมีสภาพร่างกาย แข็งแรง สมบูรณ์ อายุอยู่ในเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับในระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 เป็นครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ทำงานในโครงการหลวง พร้อมทั้งต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่เด็กด้วย

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอน โรงเรียนแห่งนี้ไม่ได้เน้นแค่เพียงให้เด็กชาวไทยภูเขา “พูด อ่าน เขียน” ภาษาไทยได้เท่านั้น แต่ในฐานะที่อาศัยอยู่ในรั้วของทหาร จะได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของระเบียบวินัยการปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความเชื่อมั่นในกองทัพ ตลอดจนการดำเนินชีวิตตามระบอบประชาธิปไตย ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม

โดยทุกๆ วันศุกร์พวกเขาจะแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าที่มีสีสันสวยงาม สวมรองเท้าหนัง ฝึกซ้อมการสวนสนาม เช่นเดียวกับโรงเรียนเตรียมทหาร จ.นครนายก เพื่อใช้ประกอบในพิธีการสำคัญๆ ของหน่วย หรือต้อนรับผู้บังคับบัญชา ประชาชน ที่มาเยี่ยมเยียนโรงเรียน และในวันเด็กปี 2559 นี้ ทางหน่วยมีนโยบายจะนำเด็กชาวไทยภูเขากลุ่มนี้มาสวนสนามที่กองบัญชาการกองทัพไทย กทม.

โดย พ.อ.อภิรัชฎ์ รามนัฎ ผู้บัญชาการหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่ 32 สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ของกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า การเรียนการสอนของโรงเรียนแห่งนี้สอนแบบทหาร ไม่ว่าจะมาจากเผ่าพันธุ์ใด พูดภาษาอะไร มีความเชื่อแบบไหน ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบวินัยของโรงเรียน โดยเฉพาะการเราเป็นหน่วยทหารพัฒนา เด็กจะได้ซึมซับและได้เห็นงานขององค์กรในการให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน การพัฒนาชุมชน สิ่งแวดล้อม การดูแลรักษาป่าไม้ ต้นน้ำ ตลอดจนได้รับการสอนประสบการณ์จริงในชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย โดยนักเรียนชาวไทยภูเขาจบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาโท ประเทศออสเตรเลีย บางคนรับข้าราชการ เป็นผู้นำชุมชน หรือแม้แต่ได้รับบรรจุเป็นทหาร

ทั้งนี้ โรงเรียนชาวไทยภูเขา ยังเปรียบเสมือนสื่อกลางของรัฐบาลไปถึงกับชนกลุ่มน้อย ที่อาศัยกระจัดกระจายในถิ่นทุรกันดาร ให้ได้เข้าใจว่ารัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งและพร้อมให้การช่วยเหลือดูแล บุตร หลาน ให้มีการศึกษา ถ่ายทอดความรู้ทางด้านเกษตรกรรมและส่งเสริมให้ประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ตามความสามารถและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อให้นักเรียนชาวไทยภูเขาที่สำเร็จการศึกษาไปแล้วได้นำความรู้กลับไปพัฒนาท้องถิ่น

โรงเรียนชาวไทยภูเขา จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2516 ตามคำสั่งของ พล.อ.อ.ทวี จุลละทรัพย์ ขณะดำรงตำแหน่งประธานคณะเสนาธิการกองอำนวยการกลางรักษาความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ ได้พิจารณาเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากชาวไทยภูเขาที่ได้รับผลกระทบจากการช่วยเหลือราชการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มาอุปการะและจัดการศึกษาจนจบภาคบังคับ แบบไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีคำขวัญ ประจำโรงเรียน “ความรู้ดี กีฬาเด่น เน้นวินัย กลับไปพัฒนา ศรัทธาประชาธิปไตย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” ภายใต้นโยบายการศึกษา “การศึกษาเพื่อความมั่นคง”

รับสิ่งของพระราชทาน‘ปั่นเพื่อพ่อ’ลื่นไหลไร้เสียงติง

Published ธันวาคม 3, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151203/217926.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 3 ธันวาคม 2558
รับสิ่งของพระราชทาน‘ปั่นเพื่อพ่อ’ลื่นไหลไร้เสียงติง

รับสิ่งของพระราชทาน‘ปั่นเพื่อพ่อ’ลื่นไหลไร้เสียงติง : ตะลุยกองทัพ โดยกอบแก้ว แผนสท้าน

             ผ่านไปด้วยความเรียบร้อยและได้ใจประชาชนไปเต็มๆ สำหรับพิธี “รับมอบสิ่งของพระราชทาน” ประกอบด้วย เสื้อปั่นจักรยาน เข็มกลัดที่ระลึก และสายรัดข้อมือ จำนวน 99,999 ชุด ในกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปั่นเพื่อพ่อ Bike for Dad เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม ซึ่งจัดขึ้นที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัยโดยมี พล.อ.สมหมาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี เมื่อวันที่ 28-29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

ที่บอกว่า “ได้ใจไปเต็มๆ” ต้องย้ำว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ นั่นเพราะหลายฝ่ายต่างลุ้นกันว่างานนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ด้วยปัจจัยนานาประการทั้งข่าวการจับกุมกลุ่มผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองหวังก่อความไม่สงบช่วงกิจกรรมสำคัญก่อนหน้าพิธี จะเริ่มเพียงไม่กี่วัน และแน่น่อนว่าถึงจะจับตัวผู้ต้องหาได้ แต่ความปลอดภัยก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะปล่อยปละละเลย ดังนั้น ทั่วบริเวณจัดงานจึงเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบพร้อมอาวุธหนัก และเจ้าหน้าที่นอกเครืื่องแบบปฏิบัติภารกิจทั้งในเชิง(เตรียม)รุกและเชิงบูรณาการอย่างเต็มสรรพกำลัง

อีกส่วนหนึ่ง คือความกังวลใจในส่วนของภาคประชาชนตั้งแต่เรื่องการจราจร ขั้นตอนการจัดการต่างๆ ด้วยเกรงว่าจะติดขัดไม่ลื่นไหลเหมือนเช่นครั้งก่อน และด้วยเหตุนี้ทำให้มีประชาชนจำนวนหนึ่งลงทุนมานั่งจับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้าสนามศุภชลาศัย ถนนพระราม 1 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันที่ 27 พฤศจิกายน เลยทีเดียว…ทว่าภายใต้การดำเนินกิจกรรมอย่างมืออาชีพ นับตั้งแต่ขั้นตอนการลงชื่อขอรับสิ่งของพระราชทานทางเว็บไซต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับผู้ที่ลงทะเบียนผ่านทางเอสเอ็มเอสในเรื่องวันและเวลา โดยแบ่งออกเป็นภาคเช้ากับภาคบ่าย พอมาถึงวันรับสิ่งของพระราชทานจริงตามเวลานัดหมาย 06.00 น. คณะผู้จัดงานเปิดประตูให้ประชาชนที่ลงทะเบียนไว้เข้ารับสิ่งของพระราชทานได้นั้น จะมีเสียงประชาชสัมพันธ์ตามสายให้ประชาชนเข้าใจขั้นตอนอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการจัดเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนมากไว้คอยอำนวยความสะดวกตามจุดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มตั้งแต่การตรวจความปลอดภัยด้วยเครื่องสแกนซึ่งจัดไว้มากถึง 10 ช่อง และอีก 1 ช่องสำหรับผู้พิการ เพื่อลดความแออัดของประชาชน ก่อนจะเข้าสู่จุดรับลงทะเบียน จุดรีเช็กทะเบียนราษฎร กระทั่งไปสู่ขั้นตอนการรับเสื้อภายในสนามฟุตบอล โดยจัดกำลังจากนักเรียนเตรียมจำนวน 400 นาย ไว้คอยบริการ แบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ สีเหลืองและสีฟ้าโซนละ 100 นาย ส่วนอีก 200 นาย ไว้เป็นกำลังเสริม ขณะเดียวกันก็ได้แบ่งออกเป็นช่องๆ เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นตามขนาดเสื้อ S, M, L, XL และ XXL รวมเวลาเบ็ดเสร็จไม่น่าจะเกินครึ่งชั่วโมงต่อคน…ส่งผลให้กิจกรรมครั้งนี้ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนมากกว่าเสียงวิพากษ์…

หนุ่มรุ่นใหญ่มีใจรักในการปั่น นายสงคราม แก้วศรีวงษ์ อายุ 70 ปี อดีตผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาอุรุพงษ์ ยอมรับว่าก่อนจะเดินทางไปรับสิ่งของพระราชทานในกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ ที่สนามศุภชลาศัยในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งจัดเป็นวันที่สองว่ารู้สึกกังวลใจเล็กๆ ถึงเรื่องปัญหาการจราจร ปัญหาความเบียดเสียดของประชาชน ระบบการจัดการ รวมถึงสภาพอากาศ แต่พอไปถึงสถานที่จัดกิจกรรมตอน 9 โมงเช้า ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้า ด่านสแกน จุดลงทะเบียน จุดตรวจสอบทะเบียนราษฎร จนไปถึงการเข้ารับพระราชทานสิ่งของภายในสนามฟุตบอล ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที ทำให้ความรู้สึกเปลี่ยนไปทันทีเพราะได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ถึงจะมีประชาชนเดินทางไปเป็นจำนวนมาก แดดจะร้อน แต่เจ้าหน้าที่บริการอย่างดี ขณะเดียวกันในระหว่างนั้นก็มีอาหาร น้ำ ขนม ทั้งจากภาครัฐและเอกชนไว้คอยบริการมากมาย ทั้งนี้ ในมุมของตนที่ต้องเดินทางมาจากทวีวัฒนา อยากขอเสนอว่า หากมีการกระจายจุดแจกสิ่งของพระราชทานเพิ่มออกไปตามชานเมืองน่าจะดีมากยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเข้ามากระจุกที่เดียวน่าจะยิ่งสะดวกกว่านี้ เพราะบางคนอาจจะมีปัญหาติดขัดในเรื่องของการเดินทาง

เช่นเดียวกับ นายสำโรง โปรยเจริญ อายุ 74 ปี อาศัยอยู่พระประแดง จ.สมุทรปราการ เปิดเผยว่า ตื่นมาตั้งแต่ 02.00 น. เพราะตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ และวันนี้ได้เดินทางมารับเสื้อคนเดียว หลานๆ เป็นห่วงแต่ได้โทรบอกแล้วว่าถึงจุดหมายแล้ว ปกติปั่นจักรยานอยู่แล้วที่สวนลุมฯ และครั้งก่อนก็มีโอกาสได้ร่วมปั่นจักรยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ด้วย ตอนนั้นได้ซื้อจักรยานมาใหม่เพื่อมาปั่นจักรยานโดยเฉพาะ และคิดที่อยากจะปั่นต่อไปเรื่อยๆ เพราะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง สำหรับการจัดให้รับสิ่งของพระราชทานครั้งนี้ โดยส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็วดี ไม่ต้องเสียเวลารอนาน อีกทั้งยังไม่วุ่นวายเหมือนครั้งก่อน ทั้งยังมีอาหาร น้ำดื่ม บริการให้ฟรีอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อกิจกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลง พ่องานใหญ่ พล.อ.สมชาย เกาฏีระ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ซึ่งออกแรงมาร่วมงานตลอดทั้งสองวันเต็ม กล่าวด้วยน้ำเสียงสบายใจสั้นๆ ว่า การดำเนินกิจกรรมครั้งนี้ ทางกองทัพ กระทรวงกลาโหม และนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ดูแลประชาชนให้ดีโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยและความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งคณะผู้จัดงานก็ทำกันอย่างเต็มที่ เมื่อประชาชนมีความพึงพอใจ ก็รู้สึกหายเหนื่อย…

จีนโชว์ผาดแผลง40ปีสัมพันธ์ไทย

Published พฤศจิกายน 26, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151126/217522.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน 2558
จีนโชว์ผาดแผลง40ปีสัมพันธ์ไทย

จีนโชว์ผาดแผลง40ปีสัมพันธ์ไทย : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

           กองทัพอากาศไทย ร่วมกับ กองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝึกผสมภายใต้รหัส “FALCON STRIKE 2015” ณ กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 15-27 พฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นการฝึกบินทางอากาศยุทธวิธีร่วมกันครั้งแรกระหว่างเครื่องบินขับไล่แบบกริพเพน (Gripen 39C/D) จากกองบิน 7 จ.สุราษฎร์ธานี 5 เครื่อง กับเครื่องบินขับไล่แบบ Su-27 จากฝูงบินที่ 6 มณฑลกวางโจว กองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีน 6 เครื่อง

การฝึกครั้งนี้กองทัพอากาศไทย-จีน หวังเป็นการพัฒนาทักษะ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การบินยุทธวิธีการรบ ที่จะก่อให้เกิดความคุ้นเคยกับขั้นตอนการปฏิบัติของกองทัพอากาศทั้งสองประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์และความสามัคคีให้แก่กำลังพลในทุกระดับ

การฝึกครั้งนี้มีกำลังพลของกองทัพอากาศเข้าร่วมการฝึกทั้งในส่วนบัญชาการ ฝ่ายอำนวยการ และเจ้าหน้าที่สนับสนุนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 108 นาย และกำลังพลของกองทัพอากาศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เข้าร่วมการฝึกทั้งสิ้น 106 นาย โดยมีการวางแผนการบินไว้ถึง 103 เที่ยวบิน

นอกจากนี้ยังได้จัด 2 นักบินหญิง คือ เรืออากาศหญิงหยู ซวี่ และเรืออากาศหญิงเถา เจี่ย ลี่ จากกองทัพอากาศจีน ร่วมแสดงโชว์หมู่บิน August 1st Aerobatic Team จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำการบินด้วยเครื่องบินขับไล่แบบ Chengdu J-10 จำนวน 7 เครื่อง เพื่อเป็นทูตสันถวไมตรีเนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี ร่วมกับการบินแสดงสมรรถนะของกริพเพน และเอฟ-16 ของกองทัพอากาศ และวันที่ 26-27 พฤศจิกายน 2558 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ณ กองบิน 1 จ.นครราชสีมา กองทัพอากาศได้เปิดให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าชมฟรี

สำหรับหมู่บินผาดแผลง August 1st Aerobatic Team ทำการแสดงมาแล้วกว่า 600 ครั้ง และบินคุ้มกันคณะผู้แทนบุคคลสำคัญกว่า 723 คณะ จาก 166 ประเทศทั่วโลก และครั้งนี้นับว่าเป็นการแสดงบินผาดแผลงครั้งแรกในประเทศไทย และกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน

109ปีกองทัพเรือกับภารกิจที่รอบด้าน

Published พฤศจิกายน 25, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151119/217148.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558
109ปีกองทัพเรือกับภารกิจที่รอบด้าน

109ปีกองทัพเรือกับภารกิจที่รอบด้าน : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

             เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงเรียนนายเรืออย่างเป็นทางการ ณ พระราชวังเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 กองทัพเรือจึงได้ถือเอาวันที่ 20 พฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันกองทัพเรือ” เพราะนับเป็นจุดเริ่มต้นของการทหารเรือไทยตามแบบตะวันตก ก่อกำเนิดเป็นกองทัพเรือที่ทันสมัย เข้มแข็ง และมีวิวัฒนาการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

“วันกองทัพเรือ” ที่จะครบรอบ 109 ปี ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 นี้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยังคงเดินหน้าสานต่อภารกิจของกองทัพเรือในการทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตย และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล รักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของประเทศ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะสูงสุดของปวงชนชาวไทย

กองทัพเรือ มีพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งในด้านอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3 แสนตารางไมล์ หรือกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตร กองทัพเรือ ได้จัดกำลังทางเรือ และอากาศยานออกลาดตระเวนตรวจการณ์ในเขตน่านน้ำที่รับผิดชอบตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากจะต้องดูแลผลประโยชน์ที่แต่ละปี มีมูลค่าไม่น้อยกว่า 24 ล้านล้านบาท

ทั้งจาก การทำประมง การผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ การท่องเที่ยว การนำเข้าและส่งออกสินค้าทางทะเล รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ ซึ่งผลประโยชน์ดังกล่าวนับว่ามีมูลค่ามหาศาลและเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศทั้งสิ้น

สำหรับการปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของชาติ เช่น ปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในส่วนของกองทัพเรือ ได้จัดตั้ง ศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียกองทัพเรือ หรือ ศอ.ยฐ. ส่งผลให้จำนวนผู้โยกย้ายถิ่นฐานลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ยังเข้าไปแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย โดยผลการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย หรือ ศปมผ. ในห้วงระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา

มีการเสนอร่างกฎหมายและประกาศใช้เอกสารสำคัญ การแก้ไขปัญหาการจดทะเบียนเรือประมง การออกใบอนุญาตทำการประมง การควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมง โดยจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า–ออก จำนวน 28 ศูนย์ ซึ่งการปฏิบัติงานเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการประมงอย่างยั่งยืนของประเทศต่อไป

‘ยูเครน’เล็งใช้ไทยผลิตรถหุ้มเกราะ ‘

Published พฤศจิกายน 25, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151112/216755.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2558
‘ยูเครน’เล็งใช้ไทยผลิตรถหุ้มเกราะ

‘ยูเครน’เล็งใช้ไทยผลิตรถหุ้มเกราะ : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

              งาน Defense and Security 2015 หรือ งานแสดงยุทโธปกรณ์ทางทหาร ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ดูจะคึกคักมากพิเศษ เพราะมีเหล่าบรรดาบริษัทชั้นนำจากทั่วโลก 30 ประเทศ อาทิ จีน อังกฤษ เกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยูเครน และสิงคโปร์ ได้นำยุทโธปกรณ์มาแสดงกว่า 300 บูธ ทั้งยุทโธปกรณ์ที่มีการจำหน่ายให้ประเทศไทย ทั้งขีปนาวุธต่อสู้อากาศ เครื่องบินฝึกไอพ่น แบบ ที-50 และยุทโธปกรณ์ที่เตรียมจะเสนอขายให้ได้ ทั้งรถหุ้มเกราะ และหุ่นยนต์ตรวจวัตถุระเบิด รวมไปถึงยุทโธปกรณ์ที่มีการผลิตจากฝีมือคนไทยก็ถูกนำมาจัดแสดงในครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง

นอกจากนี้ยังมีผู้นำทางทหารจากหลายประเทศเดินทางมาร่วมกันในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ทั้ง พล.อ.สตีเฟน โพลโทแร็ก รมว.กลาโหมยูเครน และนายโทมัส คุชตา รมช.กลาโหม สาธารณรัฐเช็ก ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้พูดคุยกับผู้นำทหารของทั้ง 2 ประเทศ ที่จะร่วมมือกันในการพัฒนายุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมรถยานเกราะล้อยางจากยูเครน

กองทัพบกได้จัดซื้อยานเกราะล้อยาง รุ่นบีทีอาร์ 3 อี1 จากยูเครน 222 คัน โดยจัดส่งให้แล้ว 188 คัน บรรจุเข้าประจำการที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จ.ปราจีนบุรี หรือค่ายจักรพงษ์ และกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 21 จ.ชลบุรี โดยจะมีรถยานเกราะเข้าประจำการครบทุกกรม ตามแผนจัดโครงสร้างของ พล.ร.2 รอ.ให้เป็น “กองพลยานเกราะ”

ตัวแทนบริษัทผลิตรถเกราะยูเครนบอกว่า คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์ (กมย.) กองทัพบก จะเดินทางไปทดสอบและตรวจรับยานเกราะที่เหลือในเดือนธันวาคม 2558 ซึ่งที่เลื่อนการส่งมอบออกไปก็เพราะเป็นเรื่องของความปลอดภัย เมื่อยูเครนเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ

ส่วน รถถังรุ่น T-84 OPLOT จากยูเครน ที่กองทัพบกไทยได้จัดซื้อ 54 คัน แบ่งเป็นรถถังหลัก 49 คัน รถกู้ซ่อม 2 คัน และรถซ่อมบำรุง 4 คัน พร้อมเครื่องซิมูเลเตอร์ หรือเครื่องการฝึก รวมมูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้จัดส่งเข้ามาประจำการที่กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ร.2 รอ.) แล้ว 10 คัน และคณะกรรมการ กมย.ของกองทัพบกจะเดินทางไปตรวจรับในเดือนมกราคม 2559 อีก 5 คัน ทั้งนี้บริษัทได้วางแผนจะส่งมอบ T-84 OPLOT ทั้งหมดได้ภายในเดือนมีนาคม 2560

และในอนาคตอันใกล้นี้ บริษัทจะมีการผลิตรถเกราะล้อยางในประเทศไทย พร้อมกับมีการอัพเกรดรถยานเกราะล้อยางที่มีอยู่ รวมถึงรูปแบบการพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการและมาตรฐานของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งการพูดคุยกันของ รมว.กลาโหมของไทยและยูเครน ที่ผ่านมา มีการวางแผนที่จะผลิตรถหุ้มเกราะล้อยางในไทย

ตัวแทนบริษัทยานเกราะจากยูเครน กล่าวทิ้งท้ายว่า การขยายฐานการผลิตในประเทศไทยจะเป็นการช่วยผลักดันเศรษฐกิจของไทย และที่สำคัญคนก็จะมีงานทำมากขึ้นในโครงการนี้ โดยบริษัทจะถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้งาน ซึ่งถือเป็นความร่วมมือทางด้านยุทโธปกรณ์ รวมถึงเป็นฐานส่งออกให้แก่ประเทศไทยในอนาคต

งานดีเฟนซ์คึกแห่ขายอาวุธให้ไทย

Published พฤศจิกายน 25, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/detail/20151105/216395.html

การเมือง : ข่าวทั่วไป
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2558
งานดีเฟนซ์คึกแห่ขายอาวุธให้ไทย

งานดีเฟนซ์คึกแห่ขายอาวุธให้ไทย : ตะลุยกองทัพ โดยทีมข่าวความมั่นคง

          มหกรรมยุทโธปกรณ์จาก 30 ประเทศ 300 บูธ ถูกนำมาแสดงโชว์ให้เหล่าบรรดานักช็อปสายความมั่นคงจากประเทศต่างๆ ได้ยลโฉม ภายใต้งาน “Defense and Security 2015” ที่จัดโดยกระทรวงกลาโหม โดยปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

รูปแบบการจัดงานคลอบคลุมไปถึงการนำเสนอยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ระบบขีปนาวุธ รถถัง เครื่องนำทาง ยานพาหนะที่ใช้ทางการทหาร ระบบเครือข่ายสัญญาณดาวเทียมทางรทหาร ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบซอฟต์แวร์ทางทหาร รวมไปถึงอุปกรณ์ทางด้านการรักษาความปลอดภัยต่างๆ ขีปนาวุธรุ่นใหม่ แม้กระทั่งอุปกรณ์ต่อต้านการจลาจล

บริษัทผู้ผลิตก็มาจากทั้ง เอเชีย ยุโรป อเมริกา รัสเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น เรียกได้ว่า มากันทั่วโลกเลยทีเดียว

ในส่วนของไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม บอกว่า งานนี้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและผู้ใช้ มาเจอกันและเปลี่ยนเทคโนโลยี และนวัตกรรมในการป้องกันประเทศ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กระทรวงกลาโหม ได้เปิดตัว “นวัตกรรมยานเกราะล้อยาง DTI 8×8” ที่ผลิตขึ้นเองคันแรกของประเทศ ขับเคลื่อนได้ทั้งทางบกและทางน้ำ สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบ

พล.อ.สมพงศ์ มุกดาสกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ บอกว่า ยานเกราะล้อยาง ได้พัฒนาโดยนักวิจัยไทย โดยบูรณาการความร่วมมือกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ MTEC และภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนิรภัยยานยนต์ ทำให้เจ้า DTI 8×8 ตัวนี้มีความพิเศษมากขึ้น

นางนพรัตน์ กุลหิรัญ หรือ “มาดามรถถัง” เจ้าของบริษัทชัยเสรี บอกว่า บริษัทได้ผลิตยุทโธปกรณ์จำหน่ายให้แก่กองทัพมากว่า 40 ปี และมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายไปทั่วโลก 38 ประเทศ ล่าสุดได้ผลิตรถเกราะ และจำหน่ายให้กองทัพบกไว้ใช้งานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีบริษัทสัญชาติอังกฤษ ที่เป็นผู้ขายระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานนำยุทโธปกรณ์มาโชว์ในงานด้วย โดยบริษัทนี้ขายระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน หรือที่เรียกว่า STAR STREAK เป็นอีกหนึ่งเขี้ยวเล็บที่กองทัพบกไทย ที่ได้ลงนามจัดซื้อกับบริษัทดาต้าเกท ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีการลงนามจัดซื้อระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555 และจะเข้ามาประจำการในกองทัพบกไทยในปี 2560

ทั้งนี้ ระบบดังกล่าวประกอบไปด้วยขีปนาวุธ STAR STREAK ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ความเร็วสูงที่สุดในโลก (VSHORAD) พร้อมแท่นยิงแบบหลายท่อน้ำหนักเบา (LML) โดยระบบขาตั้งฐานแบบสามขานี้เปิดโอกาสให้สามารถยิงขีปนาวุธเพื่อตอบโต้การโจมตีจากเครื่องบินขับไล่ในระดับต่ำ อากาศยานไร้คนขับ (UAV) จนถึงเฮลิคอปเตอร์

มิค โอลิเวอร์ ผอ.ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กิจการด้านอาวุธทางกลาโหมขั้นสูง บริษัททาเลส บอกว่า นอกจากระบบขีปนาวุธดังกล่าวแล้ว บริษัทจะเสนอขายหุ่นยนต์ตรวจสแกนวัตถุใต้พื้นดิน เป็นอีกหนึ่งยุทโธปกรณ์ที่เตรียมจะเสนอขายให้แก่หน่วยงานภาครัฐของไทยเช่นกัน

หุ่นยนต์ที่ว่านี้ เหมาะกับภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถสแกนวัตถุต้องสงสัยในพื้นดิน และคอนกรีต ลึกตั้งแต่ระดับ 1.50 เมตร ลึกไปถึง 10 เมตร เครื่องจะทำการประมวลและแสดงผลแบบ 3 มิติ บนจอภาพ

%d bloggers like this: