ตะลอนเที่ยว

All posts tagged ตะลอนเที่ยว

ตะลอนเที่ยว : รวมของดีเมืองไทยไว้ในสวนลุมฯ‘เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559’

Published มกราคม 11, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/196628

วันอาทิตย์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี พ.ศ.2559 มหกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สถานที่เที่ยวทั่วเมืองไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศักราชล่าสุด งานนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตั้งใจยกเอาที่จุดเด่นของสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงนำเอาของกินของใช้ที่ผลิตจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของไทยมาอวดโฉม ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ งานครั้งนี้จัดตั้งแต่วันที่ 13 ไปจนถึงวันที่ 17 มกราคม เริ่มตั้งแต่เวลาเที่ยงวันถึงสี่ทุ่ม

จุดเด่นของงานคือการจำลองแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ จากทุกสารทิศของไทยไปจัดแสดงในสวนลุมฯ เรียกง่ายๆ ว่างานนี้ตั้งใจโชว์ไฮไลท์ของดีเมืองไทยจาก 5 ภูมิภาค ทั้งที่เที่ยวทุกรูปแบบตั้งแต่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม โบราณสถาน และที่ท่องเที่ยวเชิงสันทนาการและการกีฬา รวมถึงนำเสนออาหารสุดอร่อยจากทั่วประเทศ แล้วยังนำผลผลิต ผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อประจำแหล่งท่องเที่ยวมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ด้วย

เป็นเรื่องปกติที่เมื่อคนเราไปเที่ยวตามที่ต่างๆ ก็มักจะต้องกินของพื้นเมือง และแต่งกายแบบพื้นเมืองเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ และซื้อผลิตภัณฑ์พื้นเมืองติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่เราคิดถึง หรือเป็นที่ระลึกสำหรับการไปเยือนสถานที่นั้นๆ ดังนั้นงานนี้จึงตั้งใจนำเสนอทั้งที่ท่องเที่ยวซึ่งหลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป เพราะคิดว่าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่รับรองว่าเมืองไทยยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายจนสุดบรรยาย แล้วก็นำอาหารการกิน ผลไม้ และของใช้ต่างๆ ซึ่งเป็นผลผลิตประจำท้องถิ่นของแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นมาอวดโฉมให้ประจักษ์ และยังนำการแสดงประจำภูมิภาคทุกแห่งมาอวดสายตานักท่องเที่ยวด้วย

มหกรรมการท่องเที่ยวครั้งนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยววิถีไทย โดยหวังผลให้เกิดการกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนทั่วประเทศ เทศกาลท่องเที่ยวไทยที่จัดขึ้นนี้จึงตั้งใจนำเสนอทั้งสินค้าที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของไทย นำเสนอด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบประเพณี วิถีชีวิตชุมชน และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำเอาสุดยอดของความวิจิตรและของดีของดังจากทั่วทุกภูมิภาคไปรวมไว้ในสวนลุมพินี โดยใช้แนวคิด “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร”

เทศกาลท่องเที่ยวนี้แบ่งการจัดงานเป็น 4 Zone คือ

1) สิบสองเมืองต้องห้าม…พลาด Plus เส้นการนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดการไปชมเป็นอันขาด รวมถึงนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ซึ่งคนทั่วไปมักจะมองข้ามไป และในโซนนี้ยังมีการนำภาพยนตร์เก่าที่ควรค่าแก่การชมไปฉายด้วย

2) หมู่บ้านห้าภูมิภาค รวมของดี สินค้าเด่น และของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นของประจำจังหวัดทั่วเมืองไทยไปไว้ให้ชมและจำหน่าย และมีการแสดงจากทั้งห้าภูมิภาคไปอวดสายตานักท่องเที่ยวด้วย

3) ศูนย์รวมของดีจากทุกชุมชนของกรุงเทพฯ ชิมอาหารอร่อยชื่อดังของเมืองกรุง ที่ทุกคนต่างถามถึงเพราะติดใจในรสชาติ

4) เวทีใหญ่ที่บรรจุการแสดงและกิจกรรมบันเทิงทุกรูปแบบ ทั้งดนตรี และการแสดงต่างๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานและเพลิดเพลิน

ขอย้ำว่ามหกรรมเที่ยวเมืองไทยเปิดให้ชมฟรี งานเริ่มตั้งแต่ 12.00-22.00 น. วันที่ 13-17 มกราคม 2559 จัดในสวนลุมพินี กรุงเทพฯ การเดินทางไปชมงานก็แสนสะดวก ขอแนะนำว่าไม่ต้องขับรถยนต์ไป เพราะมีบริการรถไฟฟ้าใต้ดิน (ลงสถานีสีลม) และรถไฟฟ้า BTS (ลงสถานีศาลาแดง) ให้บริการแสนสะดวกและแสนสบาย

(หมายเหตุ สำหรับคุณๆ ที่สนใจร่วมเดินทางไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานสี่ในดินแดนพุทธภูมิ (อินเดียและเนปาล)กับ Mr.Flower เดินทางวันที่ 1-8 กุมภาพันธ์ 2559 กรุณาติดต่อหมายเลข 091-7233615 ทริปนี้รับสมาชิกเพียง 20 ท่านเท่านั้น พักโรงแรม เดินทางด้วยการบินไทย ค่าบริการท่านละ58,000 บาท)

ขอบคุณภาพ : http://www.tiewpakklang.com/news/central-region/19955/

โฆษณา

ตะลอนเที่ยว : พระผู้เป็นดุจพ่อและแม่ของแผ่นดินไทย

Published มกราคม 3, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/195494

วันอาทิตย์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
พรปีใหม่

สวัสดีวันปีใหม่พา   ให้บรรดาเราท่านรื่นรมย์

ฤกษ์ยามดีเปรมปรีดิ์ชื่นชม   ต่างสุขสมนิยมยินดี

ข้าวิงวอนขอพรจากฟ้า   ให้บรรดาปวงท่านสุขศรี

โปรดประทานพรโดยปรานี   ให้ชาวไทยล้วนมีโชคชัย

ให้บรรดาปวงท่านสุขสันต์   ทุกวันทุกคืนชื่นชมให้สมฤทัย

ให้รุ่งเรืองในวันปีใหม่   ผองชาวไทยจงสวัสดี

ตลอดปีจงมีสุขใจ   ตลอดไปนับแต่บัดนี้

ให้สิ้นทุกข์สุขเกษมเปรมปรีดิ์   สวัสดีวันปีใหม่เทอญ

(เพลงพระราชนิพนธ์อันดับที่ 13 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ ณ เดือนธันวาคม พ.ศ.2495 เมื่อเสด็จนิวัตพระนคร และประทับ ณ พระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต มีพระราชประสงค์จะพระราชทานพรปีใหม่ให้พสกนิกรไทยด้วยเสียงเพลง จึงทรงพระราชนิพนธ์เพลงพรปีใหม่ แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ นิพนธ์คำร้อง เป็นคำอำนวยพรวันปีใหม่ แล้วพระราชทานให้วงดนตรี 2 วง คือ วงดนตรีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำออกบรรเลง ณ หอประชุม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวงดนตรีสุนทราภรณ์ นำออกบรรเลง ณ ศาลาเฉลิมไทย ในวันขึ้นปีใหม่ ตรงกับวันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ.2495)

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2559 Mr.Flower ขอเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ พรปีใหม่ มาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจอันสูงสุดแด่ผู้อ่านทุกท่าน เพราะเชื่อมั่นด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า เพลงพระราชนิพนธ์พรปีใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะช่วยให้ทุกท่านมีความสุขสันต์ และสุขเกษมเปรมปรีดิ์ตลอดปีนี้และตลอดไป

และขอนำภาพประวัติศาสตร์ของไทยในวันที่พสกนิกรไทยทั้งแผ่นดินร่วมกันจัดงาน BIKE FOR DAD (วันที่ 11 ธันวาคม 2558) และ BIKE FOR MOM (วันที่ 16 สิงหาคม 2558) มาเป็นของขวัญแด่คุณๆ ทุกคน

เหตุผลสำคัญที่นำภาพประวัติศาสตร์นี้มาเป็นของขวัญวันปีใหม่ 2559 ก็เพราะว่า เป็นภาพที่ทำให้ผู้อ่านชมแล้วมีความสุขล้นปรี่ มีความปลื้มปีติ และมีความเบิกบานใจ ทำให้ยิ้มแย้มแจ่มใสได้แม้ในยามที่เราเกิดความทุกข์ และความท้อแท้ขึ้นมา ความทุกข์ทั้งปวงจะมลายไปด้วยพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 

ตะลอนเที่ยว : เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2559 ยิ่งเที่ยวเมืองไทยแล้วจะยิ่งรักเมืองไทย

Published ธันวาคม 28, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/194847

วันอาทิตย์ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
ก็คงต้องพูดเหมือนเดิมทุกครั้งทุกหน ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้งกี่ที่ก็ตามว่า “เมืองไทยของเรามีอะไรที่น่าสนใจมาก น่าเที่ยวมาก และน่าค้นหามากมายจนเกินบรรยาย เมื่อยิ่งเที่ยวเมืองไทยก็ยิ่งรักเมืองไทยมากขึ้น”

คุณเล่าครับ ไปท่องเที่ยวเมืองไทยมากี่จังหวัดแล้วครับ

เมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายมหาศาล ทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมขนบประเพณี แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ โบราณสถาน โบราณวัตถุ แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้น อาหารการกิน ผลหมากรากไม้ สมุนไพร เสื้อผ้าอาภรณ์และแพรพรรณสารพัดชนิด รวมถึงยังต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอย่างแสนอบอุ่นน่าประทับใจจนยากจะลืมเลือน

ทั้งหมดนั่นคือเสน่ห์ของเมืองไทย เสน่ห์ของคนไทย เสน่ห์น้ำใจไทย และเสน่ห์ของความเป็นไทย เป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งไม่มีชนชาติใดเสมอเหมือนและเปรียบเทียบได้ คนไทยซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวบางคนบอกว่า “รอเอาไว้ช่วงแก่ๆ ก่อน แล้วจึงค่อยไปท่องเที่ยวเมืองไทย แต่ตอนนี้ขอเที่ยวต่างประเทศก่อน”

ก็อาจไม่ผิดครับที่คิดเช่นนั้น แต่ก็อยากจะเรียนว่า คงไม่ถูกเสียทีเดียวกับการคิดเช่นนั้น อันที่จริงแล้ว เราน่าจะเที่ยวสลับกันระหว่างเที่ยวไทยและเที่ยวต่างประเทศ แต่ก็คงจะดีมิใช่น้อยหากจะเที่ยวเมืองไทยบ่อยๆ เที่ยวทุกๆ เวลาที่มีโอกาสเอื้ออำนวย เพราะการเที่ยวเมืองไทยนั้น แสนสะดวก ง่ายดาย และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

บางคนอ้างว่า ไม่รู้จะไปเที่ยวอะไร หรือเที่ยวที่ไหนในเมืองไทย เพราะเมืองไทยไม่มีอะไรให้เที่ยว

ก็ต้องบอกตรงๆ ว่า เข้าใจผิดมากครับ เข้าใจผิดมากอย่างมหันต์ เพราะเมืองไทยมีที่เที่ยวมากมายมหาศาลจนเกินบรรยาย ยกเว้นอย่างเดียวก็คือ เมืองไทยไม่มีหิมะจริงๆ เหมือนในประเทศเมืองหนาวเท่านั้นครับ

หากคุณคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในเมืองไทย ถ้าเช่นนั้นตามผมมา ผมมีข้อมูลแนะนำครับ วันที่ 13-17 มกราคม 2559 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเทศกาลเที่ยวเมืองไทย โดยจัดงาน ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ

งานนี้จำลองบรรยากาศของภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยมานำเสนอ เริ่มจากภาคเหนือ “เหนือฝัน ล้านแรงบันดาลใจ” เน้นเรื่องผ้าของเมืองเหนือ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา การฟ้อนของชาวเหนือ ชมนิทรรศการ ห้านางพญาผ้าซิ่นแห่งล้านนา ชมเรื่องราวของผ้าที่มีชื่อเสียงของแต่ละชุมชุน อาทิ ผ้าหมักโคลน บ้านนาต้นจั่น สุโขทัย ผ้าเขียนเทียน น่าน ผ้าทอและผ้าปักอาข่า เชียงราย  ผ้าม่อฮ่อม บ้านทุ่งโฮ่ง แพร่ ผ้าตีนจกไหมเงินไหมทอง บ้านหาดเสี้ยว สุโขทัย ผ้าซิ่นตีนจก บ้านคุ้ม-นาทะเล อุตรดิตถ์ ผ้าทอยกดอก ลำพูน และผ้าทอขนแกะนาโน แม่ฮ่องสอน เป็นต้น แล้วเลือกกินอาหารเหนือแสนอร่อยอย่างจุใจ โดยผ่านการจำลองกาด (ตลาด) ย้อนยุค อาทิ กาดริมยม สุโขทัย กาดนครชุม กำแพงเพชร กาดกองต้า ลำปาง

ต่อด้วยภาคใต้ ที่นำเสนอภายใต้แนวคิด “ปักษ์ใต้…ปักหมุดหยุดเวลา” แสดงความโดดเด่นของภาคใต้ อาทิ เรือนไทยทรงหลังคาปั้นหยา และจำลององค์พระบรมธาตุสำคัญของภาคใต้มาจัดแสดงในงาน ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี และ พระมหาธาตุ นครศรีธรรมราช เสาชิงช้า นครศรีธรรมราช และศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ปัตตานี เป็นต้น

ชมการทำกรงนก ทำขนมโค ขนมบอก ขนมลา จากสงขลา ชมผลิตภัณฑ์กระจูด จากพัทลุง ชมการทำเครื่องถม ผลิตภัณฑ์จักสานย่านลิเภา แกะหนังตะลุง จากนครศรีธรรมราช ชมการทำขนมพ้อต่อ จากภูเก็ต การทำเรือกอแระ จากปัตตานี แกะสลักหัวกริช จากยะลา กรอบรูปใบไม้สีทอง จากนราธิวาส การสาธิตการคั่ว/บด/ชง/ผลิตกาแฟสดพร้อมดื่มด้วยวิธีง่ายๆ ทำได้ด้วยตนเอง จากระนอง สาธิตการทำผ้ามัดย้อมบ้านในสวน อำเภอเกาะพะงัน สุราษฎร์ธานี สาธิตเรือหัวโทงจำลอง จังหวัดกระบี่ สาธิตการแกะสลักไม้เทพทาโร จังหวัดตรัง สาธิตการทำว่าวควาย จังหวัดสตูล แล้วอิ่มอร่อยในบรรยากาศตลาดถนนคนเดิน แบบตลาดเมืองเก่าสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส ตลาดศาลเจ้า และตลาดหน้าสถานีรถไฟ เลือกซื้อสินค้าขึ้นชื่อมากมาย เช่น ข้าวหมก ข้าวยำ ขนมจีนเส้นสด จังหวัดกระบี่ กล้วยหิน ลูกหยี ข้าวเกรียบปลา จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส หมูย่าง ขนมเปี๊ยะ ขนมเค้ก จังหวัดตรัง ซาลาเปาทับหลี จังหวัดระนอง กาแฟข้าวสังข์หยด ปลาดุกร้า ปั้นสิบ จังหวัดพัทลุง ลูกชก ส้มตำสาหร่าย จังหวัดพังงา น้ำแคชชูวี่ (น้ำมะม่วงหิมพานต์) จังหวัดภูเก็ต โรตีชาชัก จังหวัดสตูล ระนอง และนราธิวาส อาหารทะเลแปรรูปนานาชนิด ผ้าบาติก เครื่องประดับจากไข่มุก ขนมพื้นเมือง น้ำพริกกุ้งเสียบ เกลือเคย ผลิตภัณฑ์ส้มควายแปรรูป

ชมการแสดงจากจังหวัดภาคใต้ เช่น ขบวนแห่นางดาน นครศรีธรรมราช การแสดงชุดเล่าขานตำนานโนราห์ โดยเฉพาะการรำ
โนราห์แทงเข้ ซึ่งหาชมได้ยาก เพราะเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ของโนราห์โรงครู การแสดงขบวนแห่นกของชาวมุสลิมภาคใต้ ในกลุ่มจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

หมู่บ้านภาคกลาง สัมผัสบรรยากาศ “สุขกลางใจ ใกล้แค่เอื้อม” ชมบ้านเรือนไทยภาคกลาง “คุ้มขุนแผน” ชมศิลปวัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทยภาคกลางสมัยโบราณ สาธิตพิธีขึ้นบ้านใหม่ พิธีแต่งงาน พิธีทำขวัญนาคและบวชนาค สาธิต
รำไทยและดนตรีไทย สาธิตการทำอาหารไทยภาคกลาง แล้วอิ่มอร่อยในบรรยากาศ 15 ตลาดบก 16 ตลาดน้ำ เลือกซื้ออาหารรสเลิศมากมาย เช่น ข้าวมันส้มตำไทยโบราณ ลูกชิ้นหมูปิ้งกะทิสด หมี่กรอบ ขนมจีน ทอดมัน สมุนไพร เค้กมะพร้าวอ่อน ข้าวแห้ง ผัดไท ผัดหมี่ไทยวน ก๋วยเตี๋ยวเรือวังหลัง และเลือกซื้อของดีจากจังหวัดต่างๆ อาทิ เบญจรงค์ดอนไก่ดี ผลิตภัณฑ์ป่านศรนารายณ์ ผ้าซิ่นตีนจกคูบัว หัวโขน ปลาตะเพียนสาน แกะสลักผลไม้ มาลัยดอกไม้สด และชมการแสดง ดนตรีลูกทุ่ง ลิเก ลำตัด เพลงฉ่อย เพลงเรือ เพลงอีแซว หุ่นละครเล็ก การฟันดาบ หนังใหญ่ โขน และรำวงงานวัด

หมู่บ้านภาคอีสาน นำเสนอเรื่อง “ข้าว” ตามแนวคิด “อีสาน แซ่บนัว” จำลองนาข้าวและประเพณีวัฒนธรรมอีสานเกี่ยวกับข้าว เช่น ประเพณีบุญคูนลาน และปราสาทรวงข้าว ความสูง 5.30 เมตร ตักบาตรข้าวเหนียว พบกับแบบจำลององค์พระธาตุพนม สาธิตกิจกรรมเกี่ยวกับข้าว เช่น การทำข้าวเม่า จากบ้านอ้อม ร้อยเอ็ด การสานกระติบข้าวเหนียว บ้านดอนกลอง ยโสธร การทำมาลัยข้าวตอกเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในงานบุญมาฆบูชา จากบ้านฟ้าหยาด ยโสธร การทำมาลัยไม้ไผ่ในงานบุญข้าวประดับดิน จากบ้านกุดหว้า กาฬสินธุ์ ในงานบุญเดือนเก้า และการทำข้าวจี่ในงานบุญข้าวจี่ ช่วงกลางเดือนสาม ซึ่งเป็นช่วงที่ได้ข้าวใหม่ จึงมีการทำข้าวจี่เพื่อนำไปถวายพระสงฆ์

จับจ่ายสินค้าและผลิตผลมากมาย เช่น ข้าวฮาง ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว อิ่มอร่อยกับข้าวเหนียวส้มตำ ไก่ย่างเขาสวนกวาง หมูทุบกาฬสินธุ์ น้ำหมากเม่า ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว หมูยออุบลฯ ปลาส้ม ยโสธร ผัดหมี่โคราช หม่ำ ชัยภูมิ กาละแม นครพนม เลือกซื้อผ้าอีสานผลิตจากไหมและฝ้าย ได้แก่ ผ้ากาบบัว อุบลราชธานี ผ้าแพรวา กาฬสินธุ์ ผ้าไหมยกทองบ้านท่าสว่าง สุรินทร์ ผ้าหมี่ขิด อุดรธานี และผ้าผิวสวย ผ้าย้อมคราม สกลนครและอุดรธานี แล้วม่วนซื่นกับกิจกรรมความบันเทิงนานาชนิด เช่น การแสดงดนตรี ฟ้อนรำ ขบวนแห่อีสานแซ่บๆ และการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียงของภาคอีสาน

หมู่บ้านภาคตะวันออก นำเสนอความสุข สนุกสนาน ภายใต้แนวคิด “สีสันตะวันออก” พบความหรูหรา และสวยงามของทะเลตะวันออก เวทีหลักเป็นแบบจำลองเรือยอตช์และท่าเทียบเรือ ภายในงานจัดแสดงตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ปราจีนบุรี สถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปสุดคลาสสิกอายุกว่า 100 ปี เก็บภาพประทับใจกับภาพ 3 มิติลวงตาโดยศิลปินชาวเกาหลี จากพิพิธภัณฑ์สามมิติ (Art in Paradise) พัทยา ชมอาคารจำลองของไร่องุ่น Silver Lake พัทยา พบการท่องเที่ยวมิติใหม่แบบรถบ้าน (Motor Home) และร่วมประสบการณ์การท่องเที่ยวด้วยตนเองภายใต้บรรยากาศแคมปิ้ง

ชมและซื้อผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และงานหัตถกรรมเอกลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เช่น ยาสมุนไพรไทยมาตรฐาน GMP นวดบำบัดภาวะเครียดจากการทำงาน นวดฝ่าเท้าเพื่อความสมดุลของร่างกาย จากโรงพยาบาลอภัยภูเบศร จับจ่ายสินค้าหลากหลาย เช่น ยาดมสมุนไพรบ้านช้างทูน ผลิตภัณฑ์จักสาน พนัสนิคม ชลบุรี เสื่อทอจากจันทบูร งอบบ้านน้ำเชี่ยว ผ้าทออ่างศิลา ครกหินอ่างศิลา น้ำมันเหลือง เสื้อผ้าฝ้ายหมักโคลนทะเล ผ้าทอมือ จากสระแก้ว เครื่องประดับพลอยแท้ ราคาถูกใจ จากจันทบุรี

อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลและของกินขึ้นชื่อนานาชนิด ได้แก่ กุ้งแม่น้ำเผา ข้าวหลามหนองมน ผลไม้สดและแปรรูป เช่น สับปะรดศรีราชา สละ แคนตาลูป น้ำมะยงชิดปั่น ทุเรียนทอด แล้วเพลิดเพลินกับการแสดงดนตรีจากวงดนตรีทหารเรือ วงออเคสตร้า วงดนตรีHandmade จากมหาวิทยาลัยบูรพา การแสดงนาฏศิลป์ร่วมสมัยจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ จันทบุรี การแสดงศิลปะพื้นบ้านจากไทธานี พัทยา การแสดงจาก Lady Boy โดยอัลคาซา และมิโมซา พัทยา การแสดง Street Dance Cover

เห็นหรือยังครับ ว่าเมืองไทยมีอะไรให้เที่ยวชม ชิม ช็อป มากมายเกินบรรยายจริงๆ เชิญไปพบกับตัวอย่าง ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ 13-17 มกราคม 2559 ครับ

ตะลอนเที่ยว : กราบสี่สังเวชนียสถาน ณ แดนพุทธภูมิ และร่วมงาน‘ปั่นเพื่อพ่อ’ณ เมืองกุสินารา

Published ธันวาคม 23, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/193780

วันอาทิตย์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.

อนุฏฐานไสยาสน์ ณ กุสินารา

สังเวชนียสถาน คือสถานที่ซึ่งทำให้เกิดความระลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้ผู้ไปเยือนบังเกิดความแช่มชื่น เบิกบาน เกิดพุทธานุสติ และเตือนใจให้ระลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ แล้วย้ำเตือนตัวเองให้หมั่นกระทำความดี สร้างบุญกุศลเป็นนิจ เพื่อเป็นการสั่งสมเนื้อนาบุญให้กับผู้กระทำกรรมดี

สังเวชนียสถาน มี 4 แห่ง คือ

สถานที่ประสูติ ณ ลุมพินีวัน ประเทศเนปาล, สถานที่ตรัสรู้ ณ เมืองพุทธคยา, สถานที่แสดงปฐมเทศนา ณ เมืองสารนาถ และสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ เมืองกุสินารา (โดยสังเวชนียสถานสามแห่งหลังนี้อยู่ในเขตประเทศอินเดีย)

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Mr.Flower และคณะได้พากันไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง ผู้ร่วมคณะทุกคนล้วนแช่มชื่นเบิกบานใจเป็นอย่างมาก ผู้ร่วมคณะหลายรายเกิดความปีติตื้นตันราวปาฏิหาริย์เมื่อได้เข้าไปอยู่ในเขตสังเวชนียสถาน บางรายมีน้ำตาแห่งความปีติไหลอาบหน้าโดยไม่สามารถกลั้นน้ำตาแห่งความอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ใจไว้ได้

คณะที่ร่วมเดินทางไปในครั้งนี้เป็นกลุ่มเล็กๆ (16 คน) ในช่วงแรกๆ นั้นบางคนไม่มั่นใจมากเท่าไรนัก เพราะหลายคนมีภาพหลอนที่ไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องห้องน้ำของประเทศอินเดีย บางคนวิตกเรื่องขอทาน บางคนกังวลเรื่องถนนหนทางที่ไม่สะดวกสบาย เพราะเคยได้ยินข่าวว่าระยะทางเพียง 60-70 กิโลเมตรเท่านั้น แต่บางครั้งต้องใช้เวลาเดินทางนานกว่า 6-7 ชั่วโมง สาเหตุเพราะถนนเล็กมาก และมีผิวถนนขรุขระมาก รวมถึงยังมีรถรา เกวียน จักรยาน และจักรยานยนต์ รวมถึงผู้คนและฝูงสัตว์ต่างๆ ร่วมกันใช้ถนนสายเล็กๆ แต่ที่สำคัญคือบางครั้งเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นบนท้องถนน ก็ทำให้รถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนต่อไปได้ เพราะผิวการจราจรถูกปิดกั้นไปโดยปริยาย

แต่แล้วความกลัว ความวิตกกังวลก็มลายหายไปเมื่อทุกคนได้ไปถึงสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง ภาพความกลัวและความกังวลถูกแทนที่ด้วยความปลื้มปีติที่ยากจะบรรยายได้โดยง่าย

วันแรกที่คณะของเราไปถึงนั้น เราไปกราบนมัสการหลวงพ่อพระพุทธเมตตา พระพุทธรูปปางมารวิชัย อายุกว่า 1,400 ปี ซึ่งประดิษฐานไว้ในอุโมงค์ใต้เจดีย์พุทธคยา และไปเดินประทักษิณารอบองค์พระมหาเจดีย์ วันต่อมาเราไปเมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ เพื่อไปเขาคิชฌกูฏ กราบนมัสการมูลคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า แล้วไปวัดเวฬุวันมหาสังฆยิกาวาส วัดแห่งแรกของพุทธศาสนา และไปชมตโปธาร สถานที่อาบน้ำร้อนซึ่งแบ่งระดับตามชั้นวรรณะของผู้นับถือศาสนาฮินดู และศาสนาพราหมณ์ (ได้แก่ พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ และศูทร ส่วนจัณฑาลคือผู้ที่เกิดจากพ่อและแม่ผู้วรรณะต่างกัน) แล้วไปชมซากปรักหักพังของมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือนาลันทา และกราบนมัสการหลวงพ่อองค์ดำ (พระพุทธรูปยุคเดียวกับหลวงพ่อพระพุทธเมตตา)


วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และชาวอินเดียร่วมกิจกรรมปั่นเพื่อพ่อ

วันต่อ ๆ มา คณะของเราเดินทางไปยังเมืองเวสาลี (อดีตเมืองหลวงของแคว้นวัชชี) ไปนมัสการวัดป่ามหาวัน ชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดที่หลงเหลืออยู่ จากนั้นไปกราบนมัสการปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี (สถานที่ซึ่งพระพุทธองค์ทรงแสดงนิมิตต์โอภาสแก่พระอานนท์ ก่อนจะทรงปลงพระสังขาร เพื่อเสด็จดับขันธปรินิพพาน) ต่อไปก็ไปยังเมืองกุสินารา กราบนมัสการสถูปปรินิพพาน และมกุฎพันธเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า

ที่เมืองกุสินารานี้ คณะของเราไปกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา และถวายเงินทำบุญทอดผ้าป่า โดยมีหลวงพี่สงกรานต์เป็นผู้นำชมวัด และยังพาคณะของเราไปชมสถานที่จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งตั้งอยู่ ณ หลังวัด อีกด้วย

(ขอรวบรัดเรื่องราวสักหน่อยครับ เพราะเนื้อที่กำลังจะหมด) คณะของเรายังเดินทางไปสถานที่ประสูติ ณ ลุมพินีวัน เนปาล พักค้างในเนปาลหนึ่งคืน แล้วกลับเข้าอินเดีย ไปกราบนมัสการวัดพระเชตวันมหาวิหาร สถานที่จำพรรษายาวนานที่สุดของพระพุทธองค์ คือ 25 พรรษา แล้วไปกราบนมัสการธัมเมกขสถูป ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน สถานที่แสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ และไปล่องแม่น้ำคงคาเพื่อลอยกระทงบูชาพระแม่คงคาด้วย

ทริปนี้ คณะของเราอยู่ในช่วง “ปั่นเพื่อพ่อ” ด้วย ซึ่งที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้จัดงานนี้ร่วมกับชาวอินเดียจำนวนหลายร้อยคน Mr.Flower ขอนำภาพความประทับใจของการเดินทางกราบสักการะสังเวชนียสถานที่สี่ และสถานที่อื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับพระพุทธองค์ รวมถึงภาพกิจกรรม “ปั่นเพื่อพ่อ” ณ กุสินารา มาฝากคุณๆ ครับ

 

ก่อนจะลากันในสัปดาห์นี้ Mr.Flower ได้รับการติดต่อจากแฟนคอลัมน์จำนวนหนึ่งว่าต้องการจะไปกราบสักการะสี่สังเวชนียสถานในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า (พ.ศ. 2559) และขอให้ Mr.Flower ช่วยพาไปด้วย

Mr.Flower ยินดีอย่างยิ่งที่พาคุณ ๆ ไปสร้างบุญสร้างกุศล และสร้างบารมีให้กับตนเอง แต่สำหรับคณะที่เราจะเดินทางไปด้วยกันนั้นยังคงขอเป็นเหมือนเดิมคือ ขอเป็นคณะเล็กๆ เพียง 20 คนเท่านั้น (ขณะนี้มีผู้แสดงความประสงค์จะร่วมเดินทางแล้วจำนวนหนึ่ง) หากคุณๆ ต้องการจะไปร่วมทำบุญด้วยกัน โปรดติดต่อที่ 091-7233615

ขอบุญโปรดคุ้มครองและรักษาทุกๆ ท่านครับ

 


พระพิฆเนศวร เทพแห่งความสำเร็จ และปัญญา


เสาอโศก วัดป่ามหาวัน เมืองเวสาลี (แคว้นวัชชี)


สถานที่จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ณ กุสินารา 1


หลวงพี่สงกรานต์ วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ นำคณะสวดมนต์ และกราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ


ทำทานให้ผู้แสดงตนเป็นนักบวช ณ ลุมพินีวัน


อาคารเก่าแสนสวย พาราณสี


ธัมเมกขสถูป สถานที่แสดงปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองสารนาถ


พระเชตวันมหาวิหาร สาวัตถี


บางส่วนของผู้ร่วมเดินทางในทริปนี้


สถูปปรินิพพาน กุสินารา


สถานที่จัดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ ณ กุสินารา


ลิงพ่อ-แม่-ลูก ทางเข้าสถานที่ประสูติ ลุมพินีวัน เนปาล


ล่องคงคา ลำนํ้าแห่งสรวงสวรรค์


คงคาวารี

ตะลอนเที่ยว : หลงเสน่ห์เมืองต้องห้าม…. (พลาดไปเยือน)

Published ธันวาคม 14, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/192704

วันอาทิตย์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.
เห็นแล้วใช่ไหมครับว่า เมืองไทยยังมีที่ให้เที่ยวอีกมากมายมหาศาล เรียกได้ว่าเที่ยวกันทั้งปีทั้งชาติก็ยังเที่ยวไม่หมด เที่ยวดูได้ไม่ครบทุกสถานที่

สัปดาห์ก่อน ผมนำเสนอเมืองต้องห้ามพลาดการไปเที่ยวไปชมให้กับคุณๆ ไปแล้วหลายเมือง อาทิ ระยอง สระแก้ว พิษณุโลก ลำพูน และสตูล

คุณๆ คงเห็นตรงกันกับผมนะครับว่า เมืองเหล่านั้นมีความงดงาม และมีมนต์เสน่ห์ตามแบบฉบับของเมือง ซึ่งหลายคนอาจคาดไม่ถึง หลายคนบอกว่า เมื่อก่อนก็ไม่เคยคิดจะไปเที่ยวเมืองเหล่านั้น เพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรให้เที่ยวชม แต่เมื่อไปสัมผัสแล้วก็บอกได้คำเดียวว่า สุดยอดจริงๆ สุดยอดทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และสุดยอดทั้งราคาค่าบริการที่แสนประหยัด แต่ได้รับบริการระดับมาตรฐานสากล นอกจากนั้นยังไม่ต้องเผชิญกับความแออัด แย่งกันกิน แย่งกันเที่ยวของนักท่องเที่ยวด้วย

วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

หลายคนบอกว่าเริ่มติดใจในมนต์เสน่ห์ของเมืองต้องห้ามพลาดแล้ว เพราะยังคงมนต์ขลังที่สามารถมัดใจผู้ไปเยือนได้อย่างอัศจรรย์ บางคนบอกว่าเหมือนได้ย้อนยุคไปในอดีตสมัยวัยรุ่น บางคนบอกว่าเมื่อได้สัมผัสแล้วทำให้หวนคิดถึงคนบางคนที่แสนคุ้นเคยในเมื่อครั้งอดีต

สำหรับเมืองต้องห้ามพลาดในสัปดาห์นี้ ที่ Mr.Flower จะพาคุณไปสัมผัสคือ

ทะเลหมอกดอยแม่จอก อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

น่าน แพร่ สถานที่กระซิบรักเสมอดาว เมืองเก่าที่มีชีวิตชีวาและความโรแมนติกสุดๆ รวมถึงมีโบราณสถานสำคัญ อาทิ พระธาตุช่อแฮ และพระธาตุแช่แห้ง แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ อย่างเช่น บ่อเกลือสินเธาว์ ดอกชมพูภูคา เป็นต้น

ปราสาทหินพิมาย

บุรีรัมย์ สุรินทร์ เมืองปราสาทสองยุค เต็มไปด้วยปราสาทหินโบราณและแหล่งอารยธรรมขอม ชมปราสาทหินพนมรุ้ง ปราสาทหินเมืองต่ำ ในบุรีรัมย์ ชมปราสาทศีขรภูมิ ปราสาทตาเหมือน ในสุรินทร์ แต่ปัจจุบันก็มีทีมฟุตบอลชื่อปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แถมยังมีสนามแข่งรถ Buriram United International Circuit ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียด้วย

เลย ชัยภูมิ เมืองแห่งความเย็นสุด ๆ และความสุขสุดใจ เน้นการท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติแบบ UNSEEN และ Adventure เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ภูหลวง ภูเรือ ภูลมโล ภูสวนทราย ภูป่าเปาะ และล่องแพชมวิวพร้อมกินอาหารอร่อยที่ห้วยกระทิง ส่วนที่ชัยภูมิก็ต้องไปชมอุทยานแห่งชาติไทรทอง (ผาหำหด) ภูแลนคา ตาดโตน ป่าหินงาม มอหินขาว และทุ่งดอกกระเจียว

ตลาดนํ้าอัมพวา

สมุทรสงคราม นครปฐม เมืองสายน้ำสามเวลา เมืองเก่าริมน้ำกับวิถีชีวิตประจำวันริมน้ำ ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดดอนหวาย ตลาดทุ่งคา ตลาดร่มหุบ ลำน้ำแม่กลอง ลำน้ำนครชัยศรี ท่องเที่ยววิถีชีวิตกับสายน้ำ ยามเช้าใส่บาตรพระที่พายเรือรับบิณฑบาต กลางวันเที่ยวชมตลาดน้ำ และตลาดบก ตกเย็นก็นั่งเรือชมแสงหิ่งห้อยวิบวับ แถมด้วยการขี่จักรยานลัดเลาะไปตามริมแม่น้ำ ชมสวนผลไม้ สวนผัก สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน

ราชบุรี สุพรรณบุรี ชุมชนคนหัวศิลป์ แหล่งรวบรวมงานศิลปะนานาชนิด อาทิ ศิลปะพื้นบ้าน ผสมผสานกับศิลปะที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามสไตล์คนหัวศิลป์ ชมพิพิธภัณฑ์จังหวัดและชุมชน เที่ยวตลาดน้ำดำเนินสะดวก โรงโอ่ง พิพิธภัณฑ์จิปาถะพัน ดูตัวหนังใหญ่วัดขนอน ที่ราชบุรี แล้วไปเที่ยวต่อที่ตลาดสามชุก (ตลาด 100 ปี) ตลาดเก้าห้อง อุทยานมังกรสวรรค์ พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร วัดป่าเลไลยก์ ในสุพรรณบุรี

ชุมพร ระนอง หาดทรายสวยสี่ร้อยลี้ ชุมพรมีหาดทรายยาวต่อเนื่อง ถึง 222 กิโลเมตร (1 ลี้ เท่ากับ 0.5 กิโลเมตร) ชมหาดวัวแล่น หาดทุ่งซาง หาดทรายรี หาดอรุโณทัย และเกาะกุลา เกาะง่าม เกาะรังกาจิว ส่วนระนองก็มีเกาะที่สวยงามมากมาย เช่น เกาะพยาม เกาะช้าง แล้วไปเที่ยวสวนกาแฟ แหล่งปลูกกาแฟโรบัสต้าที่ใหญ่ที่สุดในไทย ชมการผลิตกาแฟ แล้วจิบกาแฟหอมกรุ่นขึ้นชื่อ

หนังใหญ่ วัดขนอน

นครศรีธรรมราช พัทลุง นครสองธรรม นครศรีธรรมราชและพัทลุงขึ้นชื่อว่ามีความโดดเด่นในทางธรรมะและธรรมชาติ และแหล่งศิลปวัฒนธรรม สถานที่สำคัญคือ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช ชมประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ส่วนวัดเขียนบางแก้ว พัทลุงก็มีประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุเช่นกัน ส่วนแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติก็งดงาม เช่น อุทยานแห่งชาติเขาหลวง น้ำตกกรุงชิง หมู่บ้านคีรีวง อ.ขนอม จ. นครศรีธรรมราช สำหรับที่พัทลุงก็สามารถล่องเรือชมนกน้ำ ควายน้ำ ที่ทะเลน้อย ชมวิถีชีวิตในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

นี่คือบทสรุปเบื้องต้นว่า เมืองไทยมีที่ท่องเที่ยวมากมายให้คุณเลือกเที่ยวได้ตามความพึงพอใจ แม้บางสถานที่อาจจะดูไม่เจริญ ไม่โอ่อ่าเท่ากับเมืองใหญ่ๆ ที่หลายคนคุ้นเคย แต่ทว่าเมื่อคุณได้ไปสัมผัสเมืองต้องห้ามพลาดการไปเที่ยวชมเหล่านี้แล้ว คุณก็จะตอบตัวเองได้ทันทีว่า เมืองไทยคือแดนสวรรค์จริงๆ เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวทุกรูปแบบ ทั้งป่าเขาลำเนาไพร แหล่งศิลปวัฒนธรรม แหล่งกินแหล่งเที่ยว เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า และเมืองที่ยังคงรักษาความเก่าแก่โบร่ำโบราณอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

หาดทรายสี่ร้อยลี้

ดังนั้นคุณคงไม่ปฏิเสธนะครับว่า เมืองไทยของเรามีที่เที่ยวมากมาย เที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวได้ทุกฤดูกาล ตลอด 365 วัน และ Mr.Flower ก็ยังยืนยันว่ายินดีอาสาพาคุณๆ ไปเที่ยวเมืองไทย (รวมถึงต่างประเทศด้วย) หากคุณประสงค์จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหน ขอแค่เพียงบอก Mr.Flower มา

ติดต่อได้ที่ E-Mail Address luangpee@hotmail.com หรือโทร.091-7233615 แล้วเราจะไปเที่ยวด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว : เมืองต้องห้าม! ห้ามพลาดชมเป็นอันขาด

Published ธันวาคม 8, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/191704

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2558, 06.00 น.

วัดมหาธาตุเจดีย์ศรีเวียงชัย จังหวัดลำพูน

หลายคนบ่นว่าไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนในเมืองไทย เพราะเมืองใหญ่ๆ อย่าง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต สงขลา กระบี่ ตรัง ชะอำ (เพชรบุรี) หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) พัทยา (ชลบุรี) สมุย (สุราษฎร์ธานี) ก็ไปมาจนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

อันที่จริงอยากจะถามกลับผู้ที่พูดหรือบ่นเช่นนั้นว่า แน่ใจจริงๆ หรือว่า ไม่มีที่เที่ยวในเมืองไทยอีกแล้ว หรือว่าจริงๆ แล้วคนไทยส่วนมากไม่ค่อยรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามแหล่งอื่นๆ ของประเทศไทย

เกาะมันนอก หมู่เกาะมัน จังหวัดระยอง

หากเชื่อว่าไม่มีที่จะให้เที่ยวในเมืองไทยอีกแล้ว ขอบอกว่า คุณน่าจะเข้าใจผิดครับ และเข้าใจผิดมากเสียด้วย เพราะจริงๆ แล้วเมืองไทยของเรายังมีสถานที่ต่างๆ ให้คุณไปเที่ยว ไปสัมผัส อีกมากมาย เรียกว่าเที่ยวทั้งปี เที่ยวทุกเดือนก็เที่ยวได้ไม่ครบ เชื่อผมไหมเล่าครับ หากไม่เชื่อผมจะพาคุณไปครับ

เมืองต้องห้ามพลาดสำหรับการไปเที่ยวชมในสัปดาห์นี้ที่ผมจะพาคุณไปก็คือ

ลำปาง ลำพูน เมืองที่ไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลาที่หมุนไปแสนรวดเร็ว แต่ยังคงความเป็นเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ มีวัดวาอารามสวยงามให้เที่ยวชม มีวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังแสนน่ารัก แบบ slow life แถมยังมีสินค้าพื้นเมืองให้เลือกซื้อมากมาย อาทิ ผ้าทอ เสื้อม่อฮ่อม

เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ภูดอกไม้และสายหมอกในหน้าหนาว อุดมไปด้วยวิวทิวทัศน์ และพันธุ์ไม้นานาชนิด (ยกเว้นภูทับเบิกที่
ค่อนข้างจะเละเทะเลอะเทอะ เพราะเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง จนเกือบจะหมดเสน่ห์ไปเสียแล้ว)

เกาะหินซ้อน หรือ กองหินเรือดำนํ้า ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล

ตราด ระยอง เมืองเกาะในฝัน มีหาดทรายขาวสะอาดตา ดำน้ำดูปะการัง พร้อมมีที่พักริมชายหาดให้เลือกแบบหลากหลายชนิด หลายราคา ชมหมู่เกาะทะเลตราด 52 เกาะ ดูเหยี่ยวแดงคอขาว ล่องเรือชุมชนบ้านสลักคอก ในตราด แล้วไปเที่ยวเกาะเสม็ด เกาะมันนอก เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนปากน้ำประแส ระยอง

จันทบุรี สระแก้ว สวนสวรรค์ร้อยพันธุ์ผลไม้ เมืองที่อุดมไปด้วยผลไม้ตลอดทั้งปี กินอาหารท้องถิ่นสุดอร่อย เช่น มัสมั่นทุเรียน น้ำพริกระกำ เที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าเขาสอยดาว โป่งน้ำร้อน อุทยานแห่งชาติปางสีดา ละลุ ปราสาทสด๊อกก๊อกธม ตลาดชายแดนโรงเกลือ

ลานหินปุ่ม ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก

ตรัง สตูล แหล่งยุทธจักรความอร่อย ตรังเป็นที่รวบรวมอาหารอร่อยมากมาย ทั้งไทย จีน ติ่มซำ หมูย่าง เค้ก ขนมเปี๊ยะ อาหารพื้นเมืองของใต้ โรตี ชา กาแฟ คุณสามารถกิน ๆ ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนสตูลก็มีอาหารอร่อยลิ้นในเลือกกินมากมาย เช่น โรตี มะตะบะ ชาชัก แกงตอแมะห์ (แกงกะหรี่ปลา) แกงแพะ ข้าวเหนียว ขนมบุหงาปุดะขนมลูกโดน และอาหารทะเลสดๆ

นํ้าตกแก่งโสภา จังหวัดพิษณุโลก

ขอบอกว่านี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นครับเพราะจริงๆ แล้วยังมีเมืองต้องห้ามพลาดการไปเที่ยวชมอีกหลายจังหวัด แต่สำหรับวันนี้เนื้อที่สำหรับเขียนเล่าข้อมูลให้คุณได้รับทราบหมดแล้วครับสัปดาห์หน้าผมจะนำเสนอเมืองต้องห้ามพลาดในจังหวัดอื่นๆ อีก

เห็นชัดแล้วใช่ไหมครับว่า เมืองไทยยังมีที่ให้คุณได้ไปเที่ยว ไปชมความงาม ไปสัมผัสวิถีชีวิต ไปชื่นชมกับความบริสุทธิ์ของแหล่งธรรมชาติอีกมากมาย เมื่อคุณๆ ได้เห็นข้อมูลเบื้องต้นที่ผมนำเสนอในสัปดาห์นี้แล้ว ผมจึงมั่นใจว่าเมืองไทยยังมีที่ต่างๆ ให้คุณไปสัมผัสอีกมากมาย เลือกสักที่สิครับ แล้วคุณจะรู้ซึ้งว่า เมืองไทยยังมีที่เที่ยวอีกมากมาย เที่ยวได้ทั้งปี เที่ยวได้ทุกฤดูกาลจริงๆ

ละลุ อุทยานแห่งชาติตาพระยา จังหวัดสระแก้ว

หากไม่ทราบว่าจะไปอย่างไร หรือต้องการให้ Mr.Flower พาคุณเที่ยว ติดต่อไปที่ luangpee@hotmail.com นะครับ ต้องการไปเที่ยวที่ไหน โปรดบอกมา แล้วเราจะได้ไปเที่ยวด้วยกันครับ

ตะลอนเที่ยว : แห่ดาวที่อัครสังฆมณฑลท่าแร่ สกลนคร เทศกาลคริสต์มาสแบบไทย

Published พฤศจิกายน 30, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/190681

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
พอถึงเดือนธันวาคมทีไร คนไทย (อันที่จริงต้องบอกว่าคนเกือบทั้งโลกก็ได้) ต่างก็ใจจดใจจ่อกับเทศกาลวันปีใหม่ รวมถึงเทศกาลวันคริสต์มาส

ด้วยความที่บรรยากาศหนาวเย็นเป็นใจให้ทุกคนต่างสดชื่นรื่นเริงกับเทศกาลทั้งสอง ประกอบกับตามแหล่งชุมชนใหญ่ต่างๆ ก็มักจะประดับประดาสถานที่ด้วยต้นคริสต์มาสหลากสีสัน หลากหลายขนาด ส่วนในต่างประเทศก็จะเปิดเทศกาลหมู่บ้านคริสต์มาสเพื่อขายข้าวขายของกันอย่างเอิกเกริก เพื่อให้ผู้คนได้ออกไปสนุกสนามกับการเดินเที่ยว เดินชม และเลือกซื้อสินค้านานาชนิด เพื่อให้ลืมความหนาวเย็นที่จับขั้วหัวใจ

สำหรับประเทศไทยนั้น ก็มีหลากหลายพื้นที่ และหลายจังหวัดที่ประดับประดาตกแต่งสถานที่ต่างๆ ด้วยต้นคริสต์มาส โดยเฉพาะตามห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ในใจกลางกรุงเทพฯ รวมถึงในจังหวัดใหญ่ๆ ในภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

สัปดาห์นี้ Mr.Flower จะพาคุณๆ ไปเที่ยวเทศกาลแห่ดาวของหมู่บ้านคริสตชน ณ อัครสังฆมณฑลท่าแร่ หนองแสง โดยสังฆมณฑลนี้ครอบคลุมเขตพื้นที่ 4 จังหวัด คือ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

เทศกาลแห่ดาวที่อัครสังฆมณฑลท่าแร่

ประเพณีแห่ดาวที่นี่จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลายาวนานกว่า 100 ปีแล้ว เพื่อเฉลิมฉลองสมโภชวันสมภพของพระคริสต์ หรือวันคริสต์มาสนั่นเอง จุดเด่นของประเพณีแห่ดาวคือความกลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีของพี่น้องในชุมชนที่ช่วยกันทำดาวสารพัดสี สารพัดขนาด และประดับประดาดาวไว้ตามสถานที่ต่างๆ ทั่วชุมชน โดยจะมีพิธีใหญ่ในคือ วันที่ 24 ธันวาคม

ความเชื่อเรื่องดาวในคริสตศาสนาถือว่าเป็นสัญลักษณ์การบังเกิดของพระกุมาร โดยดาวเป็นสื่อนำทางให้ผู้คนได้พบกับพระกุมารเยซูในถ้ำเลี้ยงสัตว์ ณ เมืองเบธเลเฮม ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศปาเลสไตน์

ชาวท่าแร่เชื่อว่า แรกเริ่มที่คริสตศาสนาเข้ามาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อปี ค.ศ.1881 (พ.ศ.2424)โดยการนำของคุณพ่อยอห์น บัปติสต์ โปรดม (Jean Prodhomme) และคุณพ่อซาเวียร์ เกโก (Xavier Gego)ธรรมทูตรุ่นบุกเบิกคณะมิสซังแห่งกรุงปารีส จากนั้นก็ได้สอนให้คริสตชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทำดาวประดับโบสถ์ในเทศกาลคริสต์มาส

หมู่บ้านท่าแร่ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร ถือเป็นชุมชนคาทอลิกที่มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปี และชุมชนชาวคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดของไทย ว่ากันว่า ในอดีตชาวท่าแร่คือคริสตศาสนิกชนที่อพยพมาจากเวียดนามโดยเข้ามาอาศัยในเมืองสกลนคร โดยมีบาทหลวงเกโก มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ดูแล เมื่อจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น บาทหลวงเกโกจึงหาทำเลที่ตั้งหมู่บ้านใหม่ โดยทำแพขนาดใหญ่ด้วยไม้ไผ่ แล้วใช้ผ้าห่มเย็บติดกันขึงเป็นใบเรือ บรรทุกผู้คนและสัมภาระลงแพแล้วให้ลมพัดพาไปในทิศที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ จนที่สุดก็ข้ามไปถึงอีกฟากหนึ่งของหนองหาน แล้วตั้งรกรากใหม่เป็นชุมชนชาวคริสต์ บ้านท่าแร่

ประเพณีแห่ดาวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 ธันวาคม ที่บริเวณ

ศาลามาร์ติโน อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล อ.ท่าแร่ และสำนักมิสซังโรมันคาทอลิก อ.ท่าแร่-หนองแสง และโรงเรียนเซนต์ยอแซฟสกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร

การจัดแห่ดาวนี้ดำเนินมาเรื่อยๆ จนถึงปี พ.ศ.2546การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมมือกับ นายปานชัย บวรรัตนปราณ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ส่งเสริมการจัดงานแห่ดาวให้กลายเป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวประจำปีของจังหวัดสกลนคร

ในเทศกาลแห่ดาวนี้ ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การแสดงดนตรี การสาธิตทำดาว การจำหน่ายอาหารและสินค้าซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของท้องถิ่น การแสดงละครเทวดาวันคริสต์สมภพ การร้องเพลงประสานเสียงบทเพลงคริสต์มาส และการพลุไฟเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาส

คุณผู้อ่านที่สนใจเทศกาลแห่ดาว สามารถสอบถามและขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครพนม โทร.042-513490-1 หรือที่สำนักมิสซังท่าแร่-หนองแสง โทร.042-711272

บรรยากาศร้านขายของตลาดคริสต์มาสในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

ตะลอนเที่ยว : สีสันแห่งสายนํ้าในวันลอยกระทง

Published พฤศจิกายน 24, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/189567

วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าว ขอแกง ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า

ขอช้าง ขอม้า ให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั้ง ให้น้องข้านอน

ขอละคร ให้น้องข้าดู ขอยายชู เลี้ยงน้องข้าเถิด ขอยายเกิด เลี้ยงตัวข้าเอง

(เพลงกล่อมเด็ก “จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า”)

คุณๆ ยังจำเพลงกล่อมเด็กเพลงนี้ได้ไหม หากยังจำได้ เวลานึกถึงเพลงนี้แล้วคุณคิดถึงใคร บางคนอาจจะตอบว่าคิดถึงคุณย่า คุณยาย ที่ท่านร้องเพลงนี้กล่อมให้เรานอนเมื่อครั้งที่เรายังเป็นเด็กน้อย

แต่สำหรับบางคนก็บอกว่า เวลานึกถึงเพลงนี้ก็จะจำภาพตอนที่เราเคยเห็นพระจันทร์ดวงกลมโต ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า แล้วคุณพ่อ-คุณแม่ก็จะสอนให้เราร้องเพลงนี้เพื่อขอของขวัญจากพระจันทร์

ผมเชื่อว่าทุกคนคงจะมีภาพประทับใจในแง่มุมต่างๆ นานากับพระจันทร์ ไม่ว่าจะเป็นภาพประทับใจในวันวานหรือวันไหนๆ ก็ตาม และทุกครั้งที่เรามองพระจันทร์ดวงกลมโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคืนวันเพ็ญเดือน 12 ด้วยแล้ว ความทรงจำในสิ่งดีๆ เมื่อวันวานจะย้อนกลับมาทำให้เราอิ่มเอมใจ

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเพ็ญเดือน 12 อีกแล้ว คุณๆ มีแผนการจะไปลอยกระทงที่ไหนบ้างหรือยังครับ ถึงแม้ปีนี้วันลอยกระทงจะไม่ได้ตรงกับวันศุกร์ หรือวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ตาม แต่ผมก็ยังเชื่อมั่นว่า ผู้คนจำนวนมากมายจะพากันไปลอยกระทงตามสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย แต่ถ้าหากคุณยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปเที่ยวงานลอยกระทงที่ไหน ผมมีข้อเสนอที่น่าสนใจมาบอกครับ ลองเลือกสักที่หนึ่งที่คุณเห็นว่าเหมาะสม แล้วไปลอยกระทงกับคนที่คุณรัก รับรองว่าคุณจะยิ้มแก้มปริหน้าบาน

หากคุณอยู่กรุงเทพฯ คุณสามารถเลือกสถานที่ลอยกระทงได้มากมายจริงๆ เพราะจัดงานกันทุกชุมชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำ ลำคลอง หนองบึง หรือแม้กระทั่งสระน้ำใหญ่ๆ ตามที่ต่างๆ ก็มีการจัดงานลอยกระทงกันอย่างเอิกเกริก

สถานที่จัดงานลอยกระทงในกรุงเทพฯ ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ได้แก่ สวนนาคราภิรมย์ จัดงานตั้งแต่วันที่ 23-25 พฤศจิกายน ที่นี่มีการจัดแสดงเรือประดับด้วยไฟฟ้าหลากสีซึ่งจอดอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยา มีการแสดงพลุ และการแสดงทางวัฒนธรรมไทยพื้นบ้าน และสาธิตการทำกระทงรูปแบบต่างๆ

หากคุณต้องการจะขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ก็จะได้พบกับงานประเพณีเดือนยี่เป็ง จัดที่ลานเทศบาลนครเชียงใหม่ และประตูท่าแพ และที่พิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา จัดงานตั้งแต่วันที่ 24-26 พฤศจิกายน โดยจะมีการประกวดกระทงประดิษฐ์ด้วยใบตองและดอกไม้สด การปล่อยโคมลอย การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ การปล่อยโคมลอย การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา และที่ทุกคนต่างรอคอยจะได้ชมก็คือการประกวดกระทงใหญ่ ซึ่งจะมีการประดับประดาและจัดขบวนกระทงที่สุดแสนอลังการ จนยากจะหาที่ไหนทัดเทียมได้

ส่วนอีกที่หนึ่งที่ผู้คนกล่าวขานถึงมากมายก็คืองานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย จัดที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง ที่สุโขทัยนี้จัดงานลอยกระทงยาวนานหลายวันมาก เริ่มตั้งแต่วันที่ 21-25 พฤศจิกายน มีการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง โคมชักโคมแขวน การแสดงแสง สี เสียง ในอุทยานประวัติศาสตร์ รวมถึงกิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ แต่ที่แปลกตาก็เห็นจะเป็นการลอยกระทงสายไหลประทีป 1 พันดวง จังหวัดตาก กระทงสายที่ตากนี้จะลอยไหลเป็นสายยาวบนลำน้ำ งดงามระยิบระยับราวกับแสงเพชรบนผิวน้ำในยามค่ำ งานนี้จะจัดที่บริเวณริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จัดงานตั้งแต่วันที่ 21-26 พฤศจิกายน จุดเด่นของการลอยกระทงสายคือการประกวดกระทงเพื่อชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ส่วนที่ราชธานีเก่าของไทย อย่างเช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็จัดงานลอยกระทงอย่างยิ่งใหญ่เช่นกัน โดยจัด ณ ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรหรือจะเลือกไปลอยกระทงที่จังหวัดสมุทรสงคราม ในงานลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง ณ อุทยานรัชกาลที่ 2 อำเภออัมพวาและวัดภุมรินทร์จัดงานวันเดียวคือวันที่ 25 พฤศจิกายน จุดเด่นของงานลอยกระทงที่นี่คือการได้ฟังการบรรเลงของวงดนตรีสุนทราภรณ์ เพราะอัมพวาคือบ้านเกิดของครูเอื้อ สุนทรสนาน

เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง คืนหนึ่งในกิจกรรมสร้างสรรค์ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดขึ้นเพื่อสืบสานและอนุรักษ์วิถีความเป็นไทย และเพื่อประกาศความมหัศจรรย์ด้านวัฒนธรรม ขนบประเพณีไทยเพื่อให้นานาประเทศได้ประจักษ์ถึงความสวยงามของคืนเพ็ญ เดือน 12 นอกจากทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประเพณีของไทยแล้ว ททท.ยังพยายามมุ่งส่งเสริมให้ประเพณีลอยกระทงคือกิจกรรมสำคัญที่ถูกบรรจุไว้ใน World Event เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศบรรจุกิจกรรมนี้ไว้ในตารางการท่องเที่ยวของพวกเขาด้วย

อย่าลืมชวนคนที่คุณรักไปลอยกระทงนะครับ ….ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง รำวงวันลอยกระทง รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ…..

ตะลอนเที่ยว : สีสันแห่งสายน้ำในคืนวันเพ็ญ เดือนสิบสอง

Published พฤศจิกายน 24, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/188546

วันอาทิตย์ ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
วันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำก็นองเต็มตลิ่ง เราทั้งหลายชายหญิงสนุกกันจริง วันลอยกระทง
ลอย… ลอยกระทง ลอย…. ลอยกระทง ลอยกระทงกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
รำวงวันลอยกระทง…. รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ…. บุญจะส่งให้เราสุขใจ

คุณ ๆ ยังร้องเพลงนี้กันได้อยู่หรือไม่ และคุณ ๆ ไปลอยกระทงครั้งสุดท้ายเมื่อไร และขอถามอีกข้อหนึ่งว่า คุณ ๆ ร่วมรำวงวันลอยกระทง ครั้งล่าสุดเมื่อไร กี่ปีมาแล้ว แต่สิ่งที่อยากจะถามมากที่สุดคือ คุณจำความสนุกสดใสของเทศกาลลอยกระทงที่คุณเคยสัมผัสในวันวานได้หรือไม่ หากคุณยังจำความสุขสนุกสนานของเทศกาลนี้ได้ ปีนี้เราไปลอยกระทงกันนะครับ

ลอยกระทงคือเทศกาลที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่บางคนก็ไม่ได้ไปร่วมเทศกาลประจำชาติของเรามาหลายปีแล้ว โดยอ้างว่า ไม่ชอบไปเบียดเสียดกับผู้คนที่มากมาย บางคนก็อ้างว่า ไม่ชอบเสียงดังของพลุ ซึ่งดังสนั่นราวกับอยู่ในสนามรบ บ้างก็อ้างว่าไม่ชอบรถติด ทำให้ต้องอยู่บนถนนเป็นเวลานาน ๆ บ้างก็อ้างว่า รุ่งขึ้นต้องไปทำงานแต่เช้า จึงขอนอนดีกว่า ก็อ้างกันไปตามแต่จะอ้าง

คนไทยจำนวนไม่น้อยเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงมีมาในดินแดนของไทยตั้งแต่ยุคกรุงสุโขทัย และเมื่อพูดถึงลอยกระทงก็จะนึกถึงนางนพมาศโดยทันที เพราะถูกสั่งสอนมาตั้งแต่เยาว์วัยว่านางนพมาศคือผู้ประดิษฐ์กระทงทูลเกล้าฯ ถวายแด่พ่อขุนรามคำแหงมหาราช

หากจะถามว่าลอยกระทงเพื่ออะไร ก็จะมีคำตอบหลากหลาย อาทิ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในโอกาสที่พระองค์เสด็จไปแสดงธรรมในนาคพิภพ แล้วทรงประทับรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ริมฝั่งแม่น้ำมันมนานที บ้างก็บอกว่า เพื่อบูชาพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระเขี้ยวแก้วของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ แต่บางความเชื่อก็บอกว่าเพื่อแสดงการขอขมาต่อพระแม่คงคา ที่ช่วยให้มนุษย์มีน้ำกินและใช้มาโดยตลอด แต่ทว่าเมื่อคุยกับคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ หลายคนจะตอบว่า ก็เป็นเทศกาลสนุกสนานอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยบางคนไม่สามารถตอบอะไรเกี่ยวกับความเป็นมาของเทศกาลนี้ได้ด้วยซ้ำไป ซึ่งอันที่จริงแล้ว ประเพณีการบูชาสายน้ำนั้นมีให้เห็นมากมายในดินแดนอุษาคเนย์ รวมถึงในประเทศอินเดียด้วย ซึ่งก็จะแตกต่างไปตามความเชื่อของแต่ละชุมชน แต่บางคนอาจจะเชื่อว่าการลอยกระทงคือการลองทุกข์ลอยโศกให้หายไปจากตัวของผู้ลอย ซึ่งก็ถือเป็นความเชื่อที่จะทำให้ผู้คนสบายใจ

สำหรับเทศกาลลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน ซึ่งเกือบทุกจังหวัดในประเทศไทยก็จัดงานกันอย่างคึกคักสนุกสนาน

Mr. Flower มีรายละเอียดโดยสังเขปของการจัดงานเทศกาลลอยกระทงมาฝากคุณ ๆ ครับ หวังว่าจะช่วยให้คุณ ๆ ตัดสินใจเลือกสถานที่ลอยกระทงได้สมความปรารถนา

สำหรับในกรุงเทพฯ ก็มีการจัดงานลอยกระทงกันมากมายจนบรรยายไม่หมด แต่ที่อยากจะแนะนำก็คือ งานสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ณ สวนนคราภิรมย์ จัดงานวันที่ 23-25 พฤศจิกายน มีการจัดแสดงเรือประดับด้วยไฟฟ้าในลำน้ำเจ้าพระยา การแสดงพลุ การแสดงทางวัฒนธรรม และสาธิตการทำกระทงในรูปแบบต่างๆ ของแต่ละภูมิภาค เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจในประเพณีมากขึ้น

จังหวัดใกล้ ๆ กับกรุงเทพ เช่น พระนครศรีอยุธยาก็จัดงานลอยกระทงตามประทีป ศูนย์ศิลปาชีพ บางไทร วันที่ 25 พฤศจิกายน

ส่วนสุโขทัยก็จัดงานลอยกระทงยิ่งใหญ่ คือประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ ณ

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง วันที่ 21-25 พฤศจิกายน มีการแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง โคมชัก โคมแขวน การแสดงแสง สี เสียง และกิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ

แต่ที่ทุกคนมักจะพูดถึงอย่างมากก็คือประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ จัดงาน ณ เทศบาลนครเชียงใหม่ ประตูท่าแพ และพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นล้านนา วันที่ 24-26 พฤศจิกายน กิจกรรมใหญ่ยิ่งของยี่เป็งเชียงใหม่คือขบวนแห่กระทงซึ่งจัดทำอย่างอลังการ รวมถึงการประกวดนางนพมาศเชียงใหม่ และการปล่อยโคมลอยที่สวยงามจนเกินบรรยาย แล้วในที่สุดการปล่อยโคมลอยของเชียงใหม่ก็ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ

แล้วเมื่อพูดถึงกระทงสาย ทุกคนก็จะนึกถึงงานลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดที่ริมสายธารลานกระทงสาย เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี วันที่ 21-26 พฤศจิกายน

เมื่อพูดถึงกระทงสายแล้ว ก็ต้องพูดถึง ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วย เมืองแม่กลอง สมุทรสงคราม จัดงาน ณ อุทยานรัชกาลที่ 2 อำเภออัมพวา และที่วัดภุมรินทร์ วันที่ 25 พฤศจิกายน ความพิเศษของงานลอยกระทงกาบกล้วยก็คือการได้ฟังเพลงของสุนทราภรณ์ เนื่องจากครูเอื้อ สุนทรสนาน มีภูมิลำเนาอยู่ อำเภออัมพวา สมุทรสงคราม

เทศกาลสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง เป็นหนึ่งในกิจกรรมสร้างสรรค์โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อสืบสานและอนุรักษ์วิถีไทยให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสความงดงามของประเพณีนี้

ขอย้ำว่าอันที่จริงแล้ว ทุกจังหวัดของไทยต่างก็จัดงานลอยกระทงกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอยู่บนเขาบนดอยก็ยังจัดงานลอยกระทงกันทั้งสิ้น คุณ ๆ ตัดสินใจได้หรือยังครับว่าจะไปลอยกระทงในปีนี้ที่ไหน

รำวงวันลอยกระทง…. รำวงวันลอยกระทง บุญจะส่งให้เราสุขใจ…. บุญจะส่งให้เราสุขใจ

 

ตะลอนเที่ยว : พรหมาศ : ธรรมะย่อมชนะอธรรม

Published พฤศจิกายน 18, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/187570

วันอาทิตย์ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.

อินทรชิตแปลงเป็นพระอินทร์

บุษเอยบุษบกแก้ว สีแววแสงวับฉายฉาน ห้ายอดเห็นเยี่ยมเทียมวิมาน แก้วประพาฬกาบเพชรสลับกัน

ชั้นเหมช่อห้อยล้วนพลอยบุษย์ บัลลังก์ครุฑลายเครือกระหนกคั่น ภาพรายพื้นรูปเทวัญ คนธรรพ์คั่นเทพกินนร

เลื่อนเมฆลอยมาในอากาศ อำไพโอภาสประภัสสร ไขแสงแข่งสีศศิธร อัมพรเอี่ยมพื้นโพยมพราย

ดั่งพระจันทร์เดินจรส่องดวง แลเฉิดลอยช่วงจำรัสฉายดาวกลาดดาษเกลื่อนเรียงราย เร็วคล้ายรีบเคลื่อนเลื่อนลอยมา

(รามเกียรติ์ ตอนศึกอินทรชิต บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1)

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สืบสานและอนุรักษ์ศิลปะการแสดงโขน ศิลปกรรมและนาฏศิลป์ชั้นสูงของคนไทย เพื่อให้ศิลปะนี้ดำรงคงอยู่สืบไปดังนั้นมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงได้จัดการแสดงโขนรามเกียรติ์มาแล้วรวม 6 ตอน ได้แก่ ศึกพรหมาศ, นางลอย, ศึกมัยราพณ์, จองถนน, ศึกกุมภกรรณ ตอน โมกขศักดิ์ และ ศึกอินทรชิต ตอน นาคบาศ


รำเบิกโรง

โขนพระราชทานนี้เป็นสิ่งที่คนไทยผู้รักในศิลปะการแสดงชั้นสูงต่างเฝ้ารอคอยเสมอมาทุกปี เพราะนอกจากจะได้ชมความงามของฉากที่สุดแสนอลังการ เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่สุดวิจิตรบรรจง รวมถึงได้ชมท่าร่ายรำที่งดงาม ได้ฟังบทร้องที่แสนไพเราะ และยังได้ฟังการเล่นดนตรีไทยสดๆ ที่ยากจะหาฟังและหาชมได้ตามที่ต่างๆ ทั่วไป

โขนรามเกียรติ์คือการจำลองเอารูปแบบและขนบประเพณีในราชสำนักมานำเสนอให้สาธารณชนได้ประจักษ์ในรูปแบบของการแสดง

ในปีนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานโขน ชุดศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ กลับมาจัดแสดงใหม่ หลังจากที่เคยสร้างความประทับใจให้ผู้ชมมาแล้วเมื่อปี พ.ศ.2550 และ พ.ศ.2552 แต่สำหรับการแสดงครั้งนี้ได้มีการปรับปรุงและจัดการแสดงใหม่ แต่ยังคงความงดงาม ความสนุกสนาน ตามแบบฉบับของโขนพระราชทานไว้อย่างครบถ้วน อีกทั้งยังคงจารีตแบบแผนและบทการแสดงตามบทพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เป็นหลัก โดยผสมผสานกับบทคอนเสิร์ตของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ แล้วยังเพิ่มเติมบทฉุยฉายจากบทโขนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เข้าไปด้วย


พลับพลาพระราม

โขนหลวงในครั้งนี้มีชั้นของเชิงนาฏศิลป์ที่งดงามวิจิตร มีแนวคิดการสร้างฉากท้องพระโรงให้งดงาม เป็นศิลปกรรมไทยที่สุดวิจิตร โดยยึดรูปแบบศิลปกรรมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แล้วเพิ่มเติมบทฉุยฉายจากบทโขนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งกล่าวได้ว่าแม้จะไม่แพร่หลายนัก แต่ทว่ามีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง มีกระบวนท่ารำที่รักษาไว้ในกรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

ฉากการแสดงในครั้งนี้ประกอบด้วยฉากอันวิจิตรตระการตา6 ฉากสำคัญคือ ฉากที่ 1 ขัดตาทัพ (ท้องพระโรงกรุงโรมคัล), ฉากที่ 2 พลับพลาพระราม, ฉากที่ 3 สนามรบ, ฉากที่ 4 ข่าวศึก(ท้องพระโรงกรุงลงกา), ฉากที่ 5 เสียพิธี และฉากที่ 6 ศรพรหมาศ

การแสดงโขนพระราชทานครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวของบรรดาศิลปินชั้นครูของเมืองไทย และยังมีเหล่านักแสดง นักร้องนักดนตรี นักออกแบบเครื่องแต่งกาย ช่างทำฉาก ช่างเทคนิค ช่างตัดเย็บ ช่างปัก ช่างทำเครื่องประดับ และบุคคลอื่นๆ ผู้อยู่เบื้องหลังฉากรวมแล้วกว่า 800 ชีวิต


ท้องพระโรงกรุงลงกา
โขนชุด ศึกอินทรชิต ตอน พรหมาศ จะจัดการแสดงทั้งหมด 44 รอบ แสดงระหว่างวันที่ 7 พฤศจิกายน-6 ธันวาคม 2558 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยพักการแสดงในทุกๆ วันจันทร์ ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา โทร.02-2623456 หรือที่ http://www.thaiticketmajor.com บัตรราคา 620, 820, 1,020 และ 1,520 บาท สำหรับรอบนักเรียน นักศึกษา บัตรราคาเพียง 120 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.khonperformance.com

เรื่องย่อ

ทศกัณฐ์ เจ้ากรุงลงกา ทรงทราบข่าวสมเด็จพระเจ้าหลาน คือ แสงอาทิตย์และมังกรกัณฐ์ เสียทีแก่ทัพพระราม จึงตรัสให้กาลสูรไปทูลอินทรชิตให้เร่งชุบศรพรหมาศ แล้วยกทัพไปรบกับกองทัพพระลักษมณ์ อินทรชิตแสร้งแปลงกายเป็นองค์อมรินทรา ให้การุณราชแปลงเป็นคชาเอราวัณ แล้วให้โยธาทั้งหลายกลายร่างเป็นเทพบุตรและเทพธิดา ออกไปจับระบำรำฟ้อนกลางเวหา พระลักษมณ์และพลวานรหลงกลคิดว่าองค์อมรินทรา เทพบุตร เทพธิดา มาจับระบำรำฟ้อนด้วยความหรรษา จึงพิศเพลินด้วยความจำเริญตา จนเสียทีให้อินทรชิตแผลงศรพรหมาศต้ององค์พระลักษมณ์ และพลวานรสลบไสลทั้งกองทัพ เว้นเพียงหนุมานไม่ต้องศรศิลป์อินทรชิตจึงขึ้นราญรอนกับอินทรชิต หนุมานตีควาญท้ายคชาอาสัญ แล้วง้างหักคอพญาเอราวัณได้สำเร็จ แต่ก็ต้องคันศรอินทรชิตฟาดสลบอยู่กลางสนามรบ ฝ่ายอินทรชิตและโยธาทั้งหลายก็เลิกทัพกลับพระนครลงกาด้วยความหรรษา

เมื่อความทราบถึงพระรามจึงทรงรีบรุดไปช่วยเหลือ ครั้นเสด็จมาถึงสนามรบ ก็พบหนุมานที่เพิ่งกลับฟื้นคืนสติมาเมื่อต้องพระพายพัดถูกกาย หนุมานทูลความทั้งหมดให้พระรามทรงทราบ เมื่อพระรามตรัสถามวิธีแก้ไขกับพิเภก ภิเภกโหราจารย์จึงกราบทูลว่ามีสรรพยาที่จะแก้ไขให้กลับฟื้นคืนมาได้อยู่ในภูผาชื่ออาวุธ พระรามจึงตรัสสั่งให้หนุมานเดินทางไปเอาสรรพยามาแก้ไข กองทัพพระลักษมณ์จึงกลับฟื้นคืนมา


ท้องพระโรงเมืองโรมคัล ของมังกรกัณฐ์


ขบวนทัพอินทรชิตแปลงกายเป็นขบวนองค์อมรินทร์


พระลักษมณ์รบกับมังกรกัณฐ์


สัประยุทธ์์ชิงชัยระหว่างมังกรกัณฐ์กับทหารของพระราม


อินทรชิตทำพิธี


หนุมานต่อกรกับอินทรชิตเแปลงกายาเป็นองค์อมรินทร์


นักร้องนักดนตรีแสดงสด


พลพรรคทหารของพระราม


พระรามรบกับมังกรกัณฐ์2


พระลักษมณ์รบกับมังกรกัณฐ์


มังกรกัณฐ์จำแลงกายกำบังพระราม พระลักษมณ์


ขบวนทัพอินทรชิตแปลงกายเป็นขบวนองค์อมรินทร์


หนุมานสัปะยุทธ์กับอินทรชิต หลังจากอินทรชิตแผลงศรใส่พระลักษมณ์และกองทัพวานร


เหล่าบรรดานักแสดงหลายร้อยชีวิตพรั่งพร้อม


พระลักษมณ์ฟื้นได้สติ แล้วเสด็จกลับพร้อมพระราม


ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา ผู้ช่วยราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เชิญชวนร่วมสมทบทุน

%d bloggers like this: