ตลาดหลักทรัพย์

All posts tagged ตลาดหลักทรัพย์

ตลาดหุ้นคาใจศึกเป๊ปซี่เดือด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128117.

Pic_128117

ตลาดหลักทรัพย์เล็งตรวจสอบกรณีเสริมสุข ถูกเป๊ปซี่โคล่าไทยฟ้องศาล ขอให้มีการคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องการแก้ไขสัญญาการซื้อหัวเชื้อ-แผนการตลาด …

นายศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานกำกับ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดอยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีของ บมจ.เสริมสุข (SSC) หลังจากบริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 24.94% ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเรื่องการแก้ไขสัญญาระหว่างกลุ่มเป๊ปซี่ และ SSC ที่ให้รื้อสัญญาการซื้อหัวเชื้อ และแผนการตลาด มูลค่ากว่าปีละกว่า 3,400 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มเป๊ปซี่ถูกตัดสิทธิมิให้ลงมติออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น ขณะที่ตัวบริษัท SSC เองก็กำลังถูกบริษัท เอส เอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด ทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้น SSC จากนักลงทุนทั่วไป

“ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์จึงได้เข้าไปสอบถามบริษัท โดยให้เปิดเผยรายละเอียดการฟ้องร้องทั้งหมด และต้องดูด้วยว่าการฟ้องร้องคดีนี้จะส่งผลกระทบต่อการทำเทนเดอร์ฯหรือไม่ แต่โดยทั่วไปหากมีการฟ้องร้องหรือเกิดประเด็นใดๆ ก็แล้วแต่ผู้ที่ทำเทนเดอร์ฯจะต้องตัดสินใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการยื่นทำเทนเดอร์ฯหรือไม่ ยอมรับว่าเรื่องนี้ยังมีความซับซ้อนอยู่ เพราะผลการทำเทนเดอร์ฯก็ยังไม่เสร็จสิ้น”

ส่วนกรณีที่มีข่าวอ้างถึงบุคคลที่ 3 ว่าคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การทำเทนเดอร์ฯนั้น นายศักรินทร์กล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่จะตรวจสอบผู้ที่ทำเทนเดอร์ฯเพื่อให้รู้ตัวตนที่แท้จริงของผู้ทำคำเสนอซื้อและตลาดหลักทรัพย์ก็จะเปิดเผยข้อมูลอีกครั้ง

ด้านนายศักดิ์ชัย ธนบุญชัย ผู้ถือหุ้นและกรรมการบริษัทเอส เอส เนชั่นแนล โลจิสติกส์ฯ กล่าวว่า แม้เสริมสุขจะถูกเป๊ปซี่โคฟ้องร้อง แต่บริษัทยังคงเดินหน้าตั้งโต๊ะซื้อหุ้นต่อ เพราะเห็นว่าเป็นเพียงความขัดแย้งภายในที่น่าจะตกลงกันได้ ซึ่งเราไม่ได้ติดใจในประเด็นนี้ และไม่คิดว่าจะมีผลกระทบต่อกิจการ ประกอบกับการเข้าซื้อหุ้นเสริมสุขครั้งนี้ตั้งใจซื้อเพื่อการลงทุนไม่ได้ต้องการเข้าไปบริหาร เพราะทีมผู้บริหารปัจจุบันทำได้ดีอยู่แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.
โฆษณา

สภาธุรกิจฯเสนอรบ.ใหม่ผลักดันแปรรูปตลาดหุ้น

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 22:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189293.

Pic_189293

สภาธุรกิจตลาดทุน เล็งเสนอรัฐบาลใหม่เร่งผลักดันแปรรูปตลาดหลักทรัพย์หวังแล้วเสร็จปลายปี 55 หรือ ต้นปี 56

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทย ซึ่งถือเป็นตัวแทนจากภาคเอกชน จะเสนอรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อให้ดำเนินการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เร่งด่วนที่ควรดำเนินการ โดยขณะนี้ได้มีการร่างกฎหมายในการแปรรูปรองรับอยู่แล้ว ซึ่งหากรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาทำงานไม่มีการแก้กฎหมายดังกล่าวมากนัก จึงประเมินว่าการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ จะเห็นได้ในช่วงปลายปี 2555 หรือต้นปี 2556

อย่างไรก็ดี ไม่มีความกังวลว่ารัฐบาลชุดใหม่ จะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมีเหตุผลในการรองรับและเป็นไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มตลาดต่างประเทศ ซึ่งมีการแปรรูปไปแล้วก่อนหน้าหลายปี รวมถึงขณะนี้ได้มีการควบรวมตลาดหุ้นเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 22:30 น.

ตลาดหลักทรัพย์เตือน! ผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้น TSF

Published กรกฎาคม 26, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 23:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189042.

Pic_189042

ตลาดหลักทรัพย์เตือนผู้ลงทุนและผู้ถือหุ้น TSF ติดตามผลการทำ Due Diligence และความเห็น ที่ปรึกษาการเงินอิสระ กรณีซื้อหุ้น PICNI ก่อนลงมติอนุมัติหรือไม่ 7ก.ย.นี้…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25ก.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ออกประกาศ ขอให้ผู้ถือหุ้นของ บมจ.ทรีซิกตี้ไฟว์(TSF) ติดตามผลการทำ Due Diligence หรือการตรวจสอบและประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ กรณีคณะกรรมการ TSF เสนอให้ซื้อหุ้น บมจ.ปิคนิค( PICNI) ซึ่ง TSFคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23ส.ค.54 รวมทั้งใช้ความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาและเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อสอบถามแสดงความคิดเห็น และลงมติอนุมัติ หรือไม่อนุมัติการทำรายการดังกล่าวในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 7ก.ย.นี้

โดยระบุว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ TSF ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมกรณี TSF ได้แจ้งมติคณะกรรมการเกี่ยวกับการอนุมัติให้บริษัทลงทุนซื้อหุ้น สามัญของบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) (PICNI) ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของทุนชำระแล้วคิดเป็นมูลค่าการลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าว รวมไม่น้อยกว่า 1,632 ล้านบาท ซึ่งเข้าข่ายเป็นรายการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ TSFจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนทำรายการ

ทั้งนี้ TSF จะลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU)ในการซื้อหุ้น PICNI จากผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่งของ PICNI และจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ PICNI ต่อไป โดย TSF จะชำระค่าหุ้น PICNIด้วยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 3 หุ้นใหม่จำนวน 3,533,784,693 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.55 บาท และให้บุคคลเฉพาะ เจาะจง 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.90บาทซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาด ของหุ้นของ TSF ย้อนหลังเฉลี่ย 15วันทำการนับจากวันที่คณะกรรมการมีมติ

ทั้งนี้ PICNI เป็นบริษัทที่ถูกสั่งพักการซื้อขายหลักทรัพย์จากการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group หรือ NPG) และอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย โดยปัจจุบัน PICNI ยังไม่ได้นำส่งงบการเงิน ประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2553 มายังตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่อย่างใด

เนื่องจาก TSF แจ้งว่าการเข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญ PICNI อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า การเข้าทำรายการขึ้นกับผลการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) ของ PICNI ซึ่ง TSFอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มนักลงทุนของ PICNI เพื่อทำ MOU และทำ Due Diligence รวมทั้งเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ ที่มีขนาดรายการที่มีนัยสำคัญ ต้องขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นของ TSF โดย TSF ต้องจัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินอิสระพิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลและประโยชน์ของรายการต่อTSF รวมถึงความเป็นธรรมของราคา และผู้ถือหุ้นควรพิจารณาอนุมัติ หรือไม่อนุมัติรายการพร้อมระบุเหตุผลประกอบ ซึ่ง TSFอยู่ระหว่างพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาทางการเงินอิสระดังกล่าว

ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ผู้ถือหุ้นของ TSF โปรดติดตามผลการทำ Due Diligence และความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ ซึ่ง TSF คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 23ส.ค.รวมทั้งใช้ความระมัดระวังและศึกษาข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาและเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อสอบถามแสดงความคิดเห็น และลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติการทำรายการ โดย TSFกำหนดที่จะประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 7 กันยายน 2554 เวลา 13.00 น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 23:30 น.

ปิดตลาดหุ้นไทยขยับเล็กน้อย6จุด

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 17:34 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189020.

Pic_189020

ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,127.58 จุด เพิ่มขึ้น 6.54 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 29,572.37 ล้านบาท …

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 25 ก.ค. 2554 ปิดตลาดที่ระดับ 1,127.58 จุด เพิ่มขึ้น 6.54 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 29,572.37 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 270 จุด ลดลง 191 จุด และไม่เปลี่ยนแปลง 141 จุด

ส่วน 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 17:34 น.

“ไอแบงก์” ลุ้นตัวโก่ง หวังคลังไฟเขียวแผนเข้าตลาดหุ้นระดมทุน

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 17:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125644.

Pic_125644

“ไอแบงก์” ลุ้นคลังไฟเขียวแผนเข้าตลาดหุ้น หวังระดมทุนรองรับการเติบโตทางธุรกิจ ฟุ้งสินเชื่อเติบโตต่อเนื่อง ดันกำไรพุ่งอย่างก้าวกระโดด พร้อมเผยชะลอออกบอนด์ ตปท. ดูทิศทางค่าบาท…

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ กล่าวว่า ธนาคารได้เสนอแผนการดำเนินธุรกิจภายใน 5 ปี ให้กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 49% ของไอแบงก์ได้พิจารณาแล้ว โดยหนึ่งในแผน คือ เพิ่มทุนอีก 30% จากระดับทุนปัจจุบัน 9,000 ล้านบาท ด้วยการเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในช่วงแรกอาจเสนอขายให้แก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงก่อน จากนั้น จึงเสนอขายแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป

“การเสนอขายหุ้นแก่นักลงทุน เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในแผนธุรกิจที่เราคาดว่า จะเริ่มดำเนินการได้ประมาณปีหน้า แต่ก็ขึ้นอยู่กับคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ว่า จะพิจารณาอย่างไร ซึ่งถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับแผนนี้ ทางผู้ถือหุ้นก็คงจะพิจารณาเพิ่มทุนให้กับเรา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของแบงก์” นายธีรศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ เบื้องต้น ไอแบงก์มีแผนจะระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรในประเทศวงเงิน 5 พันล้านบาท อายุระหว่าง 3-5 ปี ขณะนี้ อยู่ระหว่างรอประกาศจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่า จะพิจารณารายละเอียดได้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้และประกาศให้ธนาคารดำเนินการได้ประมาณต้นปีหน้า

“เราเตรียมแผน ไว้ว่า ถ้าตลาดดี เราจะออกพันธบัตรล็อตนี้ประมาณกลางปีหน้า ซึ่งเชื่อว่า ดอกเบี้ยในตลาดไม่น่าจะอยู่ในช่วงขาขึ้นมากนัก เพราะตลาดการเงินยังมีแรงกดดันจากเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง แต่ปัจจัยเสี่ยงสำหรับตลาดเงินตลาดทุนในขณะนี้ คือ นโยบายในการดูแลเงินทุนไหลเข้า ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ชัดเจนว่า จะมีทิศทางอย่างไร” กรรมการผู้จัดการ ไอแบงก์ กล่าว

สำหรับแผนระดมทุนในต่างประเทศนั้น คงต้องระงับไปก่อน เนื่องจากในช่วงที่ธนาคารมีแผนจะออกนั้น ธนาคารต้องการเงินดอลลาร์ไปสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ส่งออก แต่ขณะนี้ เงินดอลลาร์ในประเทศเต็มตลาด ขณะที่ ต้นทุนในประเทศกับต่างประเทศก็ไม่ต่างกันนัก ธนาคารจึงระงับแผนนี้ไว้ก่อน

นายธีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับผลประกอบการของธนาคารในปีนี้ ปัจจุบันธนาคารมีผลกำไรแล้วประมาณ 1,100 ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดเทียบจากปีก่อนหน้าที่มีกำไร 350 ล้านบาท เป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดย 9 เดือนแรกปล่อยสินเชื่อแล้ว 77,000 ล้านบาท และมีเงินฝาก 83,000 ล้านบาท ส่วนปีหน้านั้น คาดว่า อัตราการเติบโตสินเชื่อคงจะไม่เท่ากับปีหน้า หรือ เพิ่มขึ้นประมาณ 50% จากปีนี้เท่านั้น เพราะฐานสินเชื่อใหญ่ อัตราการเติบโตก็จะน้อยลง

สำหรับแผนการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ IBank Shariah ของธนาคารนั้น คาดว่า จะเสนอขายให้แก่นักลงทุนในวงเงินไม่เกิน 1,400 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ โดยธนาคารจะร่วมลงทุนในกองทุนนี้ไม่เกิน 30% อีกทั้งธนาคารจะเป็นผู้เช่าหลักในอาคารสำนักงาน และ เน้นผู้เช่าที่มีอายุการเช่าระยะยาว ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ทั้งนี้ เพื่อให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนที่มั่นคง

“เรากำลังพิจารณาอาคารสำนักงาน ที่มีทำเลที่ดี เช่น มีความสะดวกสบายในการเดินทาง เช่น อยู่ติดกับแนวรถไฟฟ้า และ ต้องเป็นอาคารที่ปลอดภาระจำนอง เป็นต้น ส่วนผลที่มีต่อแบงก์สำหรับการเช่าอาคารสำนักงานนี้ ก็เพื่อให้ต้นทุนการเงินเราถูกลง ซึ่งเราพิจารณาแล้วว่า จะถูกกว่า การก่อสร้างเอง” กรรมการผู้จัดการ ไอแบงก์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 17:35 น.

ถล่มหุ้น TSF แมลงเม่าเจ็บอีก

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188188.

Pic_188188

หลังจากสัปดาห์ก่อน มีการเข้ามาปั่นราคาล่อแมลงเม่าจนขึ้นไปสูงสุดถึง 1.43 บาท ล่าสุดราคาลงมาอยู่ที่ 1.05 บาท ลดลง 0.09 บาท ระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 0.96 บาท ใกล้เคียงกับราคาหุ้นก่อนถูกปั่นขึ้นไปซึ่งอยู่ที่ 0.80-0.90 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บมจ.ทรีซิกตี้ไฟว์ (TSF) ได้ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องนับจากวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา หลังบริษัทเปิดเผยแผนการเพิ่มทุนเพื่อหาเงินไปซื้อหุ้น บมจ.ปิคนิค (PICNI) หลังจากสัปดาห์ก่อน มีการเข้ามาปั่นราคาล่อแมลงเม่าจนขึ้นไปสูงสุดถึง 1.43 บาท ล่าสุดราคาลงมาอยู่ที่ 1.05 บาท ลดลง 0.09 บาท ระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ 0.96 บาท ใกล้เคียงกับราคาหุ้นก่อนถูกปั่นขึ้นไปซึ่งอยู่ที่ 0.80-0.90 บาท

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์สั่งให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมภายใน 22 ก.ค.นี้เกี่ยวกับเหตุผลและประโยชน์ที่ TSF จะได้จากการเข้าซื้อหุ้นปิคนิค รวมทั้งการกำหนดราคาหุ้นที่จะซื้อ เพราะปิคนิคยังมีผลขาดทุนต่อเนื่อง และหุ้นยังถูกห้ามการซื้อขายเพราะอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการ ซึ่งแผนการซื้อหุ้นปิคนิคของ TSF ครั้งนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนัก จากการที่ TSF เป็นบริษัทขนาดเล็กมีทุนเพียง 117 ล้านบาท แต่จะต้องเพิ่มทุนถึง 2,000 ล้านบาท เพื่อมาใช้ในการซื้อหุ้นปิคนิคเข้าลักษณะเตี้ยอุ้มค่อม ประกอบกับ TSF ทำธุรกิจโฆษณาจะเปลี่ยนมาทำธุรกิจพลังงานทั้งที่ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญ อาจเป็นความเสี่ยงให้กับผู้ถือหุ้นได้

ขณะที่มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ธนาคารกรุงไทยในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่ปิคนิค ได้เรียกนายพิมล ศรีวิกรม์ ในฐานะผู้จัดหาผู้ลงทุนกลุ่มใหม่และผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการปิคนิค เข้าพบเพื่อสอบถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งนายพิมลยืนยันว่าจะสามารถระดมเงินมาซื้อหุ้นปิคนิคเพื่อนำเงินมาจ่ายให้เจ้าหนี้ได้ ขณะที่คณะผู้บริหารแผนฯ ที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายเพื่อขอแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ โดยเพิ่มข้อความที่เดิมระบุว่า ให้นายพิมลและคณะเป็นผู้หาผู้ร่วมทุนใหม่ โดยเพิ่มข้อความว่าให้นายพิมลและคณะหรือผู้ร่วมทุนที่คณะผู้บริหารแผนเห็นว่ามีความเหมาะสมเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนใหม่ อย่างไรก็ตาม หากนายพิมลไม่สามารถดำเนินการได้ ผู้บริหารแผนก็จะหากผู้ลงทุนที่มีความน่าเชื่อถือเข้ามาแทนกลุ่มนายพิมล.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 05:45 น.

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว

Published กรกฎาคม 20, 2011 by SoClaimon

20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

หุ้นDTAC ทะยานหลังพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว.

Pic_187807

ราคาหุ้นDTAC ทะยานหลังกระทรวงพาณิชย์ไม่กล่าวโทษเป็นต่างด้าว แค่ส่งเรื่องให้ตำรวจ สืบสวนต่อ คาดเรื่องนี้ต้องใช้เวลาอีกยาวขณะที่โบรกฯเชียร์ถือรับปันผล แจ่มแม้ราคาสูงแล้ว

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) ว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อนแรง โดยระหว่างวันทะยานขึ้นไปสูงสุดที่ 61 บาท เพิ่มขึ้น 2.75 บาท หลังนาย บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ออกมาระบุว่าคณะกรรมการทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีสัญชาติของบริษัท DTAC ได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานตำรวจตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการ ยุติธรรม โดยไม่ได้มีการร้องทุกข์และกล่าวโทษต่อ DTAC หลังจากคณะกรรมการเพื่อ ทำงานตรวจสอบแล้ว พบว่าไม่มีพยานหลักฐานที่ชี้ชัดได้ว่า DTAC เป็นบริษัทต่างชาติ

ขณะที่บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ข่าวดังกล่าวสอดคล้องกับมุมมองของเคจีไอที่ว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ จะไม่ทำตามคำสั่งของนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช. พาณิชย์ เนื่องจากมองว่าน่าจะเป็นการแทรกแซงทางการ เมือง ขั้นตอนต่อไปคือ กรมฯ จะส่งเรื่องของ DTAC ไปให้กับตำรวจสืบสวนในเชิงลึกต่อไปว่า DTAC เป็นต่างชาติหรือไม่ ซึ่งหากตำรวจได้ข้อมูลเพียงพอว่า DTAC ละเมิดกฎหมายไทย ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ อย่างไรก็ตามเชื่อเรื่องนี้จะใช้เวลานาน หลายปีกว่าจะพิสูจน์ได้ว่า DTAC ผิดหรือไม่ ผลก็คือกระแสเงินสดและกำไรของ DTAC ในช่วงสั้นจะไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องดังกล่าว ยังคงแนะนำถือสำหรับหุ้นDTAC เพื่อรับเงินปันผล ให้ราคาเป้าหมายที่ 61.50 บาท

ด้าน บล.กิมเอ็ง ระบุว่า ถือเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยา เพราะไม่ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ DTAC ต่อตำรวจ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเลือกใช้วิธีส่งเรื่อง DTAC ให้ตำรวจสอบสวนต่อ หลังตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นของ DTAC อาจเข้าข่ายเป็นนอมินี เป็นสิ่งที่ไม่เกิน ความคาดหมาย โดยกระบวนการนับจากนี้ คือ การสอบสวนของตำรวจ จากนั้นจึงส่งเรื่องต่อให้อัยการพิจารณาว่าจะส่งฟ้องศาลหรือไม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการต่างๆจะใช้เวลานาน เช่นเดียวกับกรณีของ บจ.กุหลาบแก้ว (มีการส่งเรื่องให้ตำรวจตั้งแต่ปี 2549 แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ) และแม้ราคาหุ้น DTAC จะเหลือ upside จำกัดเมื่อเทียบกับราคา เป้าหมายที่ 60 บาท แต่เนื่องจากคาดหมายว่า DTAC จะจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 54 ได้ในอัตราสูง ถึง 7.1 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล(dividend yield) ราว 12.2% จึงคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรับเงินปันผล

ล่าสุด ราคา หุ้น DTAC ณ เวลา 12.31 น. (ปิดตลาดเช้า) อยู่ที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท เปลี่ยนแปลง 3.43%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 กรกฎาคม 2554, 15:01 น.

หุ้นไทยปิดตลาดขยับขึ้นเล็กน้อย 4.03 จุด

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 17:25 น.

หุ้นไทยปิดตลาดขยับขึ้นเล็กน้อย 4.03 จุด.

Pic_187308

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาดที่ระดับ 1,083.94 จุด เพิ่มขึ้น 4.03 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 22,450.40 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 237 จุด ลดลง 161 จุด และไม่เปลี่ยนแปลง 172 จุด…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันที่ 18 ก.ค. 2554 ปิดตลาดที่ระดับ 1,083.94 จุด เพิ่มขึ้น 4.03 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 22,450.40 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 237 จุด ลดลง 161 จุด และไม่เปลี่ยนแปลง 172 จุด

ส่วน 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) , บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 กรกฎาคม 2554, 17:25 น.

หุ้นไทยปิดตลาดเช้าเพิ่มขึ้น 6.03 จุด

Published กรกฎาคม 18, 2011 by SoClaimon

18 กรกฎาคม 2554, 12:46 น.

หุ้นไทยปิดตลาดเช้าเพิ่มขึ้น 6.03 จุด.

Pic_187241

ดัชนีตลาดหุ้นไทยช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 16 ก.ค.  ปิดตลาดที่ระดับ 1,085.94  จุด เพิ่มขึ้น  6.03 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 10,460.94 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 18 ก.ค. 54 ปิดตลาดที่ระดับ 1,085.94 จุด เพิ่มขึ้น  6.03 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 10,460.94 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 261 หลักทรัพย์ ลดลง 109 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 148 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน),  บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน).

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 กรกฎาคม 2554, 12:46 น.

ตลาดหลักทรัพย์ลงโทษปรับ2โบรกเกอร์ภาคทัณฑ์ผู้บริหาร

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 กรกฎาคม 2554, 01:00 น.

ตลาดหลักทรัพย์ลงโทษปรับ2โบรกเกอร์ภาคทัณฑ์ผู้บริหาร.

Pic_186417

ตลาดหลักทรัพย์สั่งปรับ-ภาคทัณฑ์มาร์เก็ตติ้งและผู้บริหาร บล.เคที ซีมิโก้ – เคจีไอ ฐานปฏิบัติงานไม่สอดคล้องกับข้อบังคับการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ …

วันที่ 14 ก.ค. นายสุทธิชัย จิตรวาณิช รองผู้จัดการสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาความผิดและลงโทษ ได้พิจารณาลงโทษและปรับบล.เคที ซีมีโก้  และบล. เคจีไอ กรณีความผิดด้านการปฏิบัติงานที่ไม่สอดคล้องกับข้อบังคับ เรื่องวิธีการเรียกค่าธรรมเนียมในการเป็นนายหน้าหรือตัวแทนซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนและการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสมาชิก และประกาศตลาดหลักทรัพย์ เรื่อง การจ่ายค่าตอบแทนให้แก่ผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน ผู้จัดการสาขาและหัวหน้าทีมการตลาดของสมาชิก ดังนี้

1. บล. เคที ซีมิโก้ จำกัด ได้จ่ายค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่การตลาด (Marketing) ในระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามสัดส่วนของรายได้ (Incentive Scheme) โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้คำแนะนำหรือรับคำสั่งซื้อขายให้กับลูกค้า ส่งผลให้ได้รับค่าตอบแทนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติให้ลงโทษปรับบริษัทเป็นเงิน 510,000 บาท และให้บริษัทลงโทษภาคทัณฑ์เจ้าหน้าที่การตลาด 2 ราย รวมทั้งกำชับผู้บริหารของบริษัท 4 ราย ให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเคร่งครัด 2. ลงโทษปรับ บล.เคจีไอ ในกรณีความผิดเดียวกับ บล.เคทีซีมิโก้ 300,000 บาท และให้บริษัทลงโทษภาคทัณฑ์เจ้าหน้าที่การตลาด 3 ราย รวมทั้งกำชับผู้บริหารของบริษัท 3 ราย ให้ปฏิบัติงานเป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ บล. เคที ซีมิโก้ และ บล. เคจีไอ ได้รับทราบมติของคณะอนุกรรมการฯ และยืนยันว่าบริษัทมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเคร่งครัดเสมอมา ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้น บริษัทมิได้มีเจตนาที่จะปฏิบัติงานไม่สอดคล้องกับข้อบังคับแต่อย่างใด ทั้งนี้บริษัทจะกำชับให้ผู้บริหารของบริษัทควบคุมดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎข้อบังคับของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ต่อไป.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 กรกฎาคม 2554, 01:00 น.
%d bloggers like this: