ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

All posts tagged ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

หุ้นสุดสัปดาห์แกว่งตัวปิดลดลงเล็กน้อย0.40ที่1008.77จุด

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 17:26 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128305.

Pic_128305

ตลาดหุ้นไทยสุดสัปดาห์ยังยืนระยะเหนือพันจุด ปิดตลาดแดนลบ 0.40 จุด ที่ 1008.77 จุด ซื้อขายทั้งสิ้น 42,043.76 ล้านบาท บ.ซีพี ซื้อขายสูงสุด…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยประจำวันศุกร์ที่ 19 พ.ย. 53 ปิดตลาดที่  1008.77  จุด ลดลง 0.40  จุด  มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 42,043.76  ล้านบาท  หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น  203  หลักทรัพย์ ลดลง 159 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง  122 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 17:26 น.

ตลท.แนะสำรวจพอร์ตลงทุนหลังหุ้นร่วงแรง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127970.

Pic_127970

ผจก.ตลท.ระบุสาเหตุหุ้นร่วงแรง มาจากการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น แนะเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตลงทุนว่ามีคุณภาพหรือไม่ พร้อมเตือนนักลงทุนเก็งกำไรให้ระวังมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมการลงทุน Set in the city 2010 ว่า ตลาดทุนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ผ่านช่วงวิกฤติ เศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา และกลไกของตลาดทุนยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตของประเทศและประโยชน์จาก นวัตกรรมทางการเงินจะให้ประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนซึ่งจะส่งผลให้ เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและรองรับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ โลกที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 7-8

ด้าน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงนี้ว่า เป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนพิจารณาพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ และเป็นการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหากดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นอย่างร้อนแรงจนเกินระดับ 1,000 – 1,200 จุด โดยที่ไม่มีการพักฐานเลย ดัชนีจะปรับตัวลงแรงมาก และอาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นในช่วงนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตการลงทุน ของตัวเองว่ามีคุณภาพหรือไม่ หากลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ก็จะมีความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนที่เก็งกำไรก็ต้องระวัง

สำหรับการจัดงาน Set in the city 2010 ตั้งแต่วันนี้ (18 พ.ย.) ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นการเพิ่มฐานนักลงทุนให้มากขึ้น เพราะคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คน จากปีที่แล้วที่มีจำนวน 100,000 คน โดยมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มเป็น 20,000 รายการ จากปีที่แล้ว 10,000 รายการ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น เพราะผู้ลงทุนกำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลคอบแทนสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ย และมีโอกาสเพิ่มดีมานด์ของนักลงทุนทำให้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับ ขึ้นเกิน 1,000 จุด อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ตลท. ก็พร้อมที่จะดึงนักลงทุนต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น

ส่วนกิจกรรมภายในงานมีการออกบูธจากภาครัฐและเอกชน มากกว่า90 องค์กร ทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โบรกเกอร์ผู้ค้าทองคำ บริษัทประกันชีวิต ที่จะให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งหุ้น  อนุพันธ์ ทองคำ พันธบัตร และบริการทางการเงินใหม่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

หุ้นไทยปิดตลาดติดลบ 9.45 จุด ซื้อขาย 3.3 หมื่นล้านบาท

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 17:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191580.

ตลาดหุ้นไทย ปิดที่ระดับ 1,124.01 จุด ลดลง 9.45 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 33,833.30 ล้านบาท โดยหุ้น บ.แอดวานซ์ฯ และกลุ่มธนาคาร ซื้อขายมากที่สุด…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 ส.ค. 2554 ปิดตลาดที่ระดับ 1,124.01 จุด ลดลง 9.45 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 33,833.30 ล้านบาท โดยมีหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 172 หลักทรัพย์ ลดลง 318 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 119 หลักทรัพย์

โดย 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุด ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน).

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 4 สิงหาคม 2554, 17:15 น.

ปิดตลาดหุ้นลดลง1.19จุดปิดที่1,029.86จุด

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 17:18 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126237.

Pic_126237

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,029.86 จุด ลดลง 1.19 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย  40,097.05 ล้านบาท…

ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ย. 2553 ปิดตลาดที่ระดับ 1,029.86 จุด ลดลง 1.19 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 40,097.05 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 162 หลักทรัพย์ ลดลง 223 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 121 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับ ซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 17:18 น.

ตลท.จัดแข่งขัน “เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎฯ” ปีที่ 3

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 17:37 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188347.

Pic_188347

ตลาดหลักทรัพย์ฯร่วมกับองค์กรรัฐและเอกชน จัดการแข่งขัน “เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ: เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ปีที่ 3 ชิงทุนการศึกษารวมกว่าล้านบาท ปูพื้นความรู้เศรษฐศาสตร์ แก่เยาวชน

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การสร้างเยาวชนที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารเงิน เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำหรับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถม จนถึงระดับอุดมศึกษา

“สถานการณ์ เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเงินและการลงทุนมีความซับ ซ้อนมากขึ้น เยาวชนจึงต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่ดี และต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพในอนาคต การจัดการแข่งขัน ‘เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ: เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง’ ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะกระตุ้นเยาวชนไทยให้ศึกษาหาความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ และการบริหารเงินส่วนบุคคล ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อการเพิ่มบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจ ด้านการเงินที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ” นายจรัมพร กล่าว

การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม และจะจัดการแข่งขันในวันที่ 24-25 กันยายนนี้ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ โดยในแต่ละปีที่ผ่านมา ได้รับความ สนใจจากโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 700 โรงเรียน และมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 2,000 ราย สำหรับปีนี้ ได้จัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสพิเศษเพื่อเฉลิม พระ เกียรติ ๘๔ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการ และปาฐกถา พิเศษหัวข้อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งเพิ่มทุนการศึกษาแก่เยาวชนในแต่ละระดับชั้นละ 84 ทุน

โครงการ นี้ได้รับความร่วมมือจาก 8 องค์กรรัฐและเอกชน ได้แก่ มูลนิธิร่มฉัตร สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ สมาคมประกันชีวิตไทย โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาและเยาวชน (สพศ.) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ในพระราชูปถัมภ์ ผู้สนใจติดตามรายละเอียดและสมัครแข่งขันได้ที่ http://www.tsi-thailand.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ S-E-T Call Center 0-2229-2222

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้การดูแลสังคมเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ขององค์กร การพัฒนาด้านศึกษาและส่งเสริมความรู้เยาวชนเป็นกิจกรรมที่ให้ความสำคัญ และจัดขึ้นทุกปี นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ที่ผ่านมายังมีการสนับสนุนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการพัฒนา ความรู้เยาวชนหลักสูตร ‘เงินทอง ของมีค่า’ แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และกรุงเทพมหานคร โครงการ SET Junior Financial Club (SET JFC) โครงการ Young Financial Star Competition (YFS) เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 17:37 น.

แฉแผนฮุบ’ปิคนิค’ จับเสือมือเปล่า ‘ทรีซิกตี้ไฟว์’เพิ่มทุนเอาเงินรายย่อยซื้อ

Published กรกฎาคม 19, 2011 by SoClaimon

19 กรกฎาคม 2554, 21:31 น.

แฉแผนฮุบ’ปิคนิค’ จับเสือมือเปล่า ‘ทรีซิกตี้ไฟว์’เพิ่มทุนเอาเงินรายย่อยซื้อ.

Pic_187576

เปิดแผนฮุบ”ปิคนิค”ไม่ต้องควักสตางค์ซักแดงเดียว “ทรีซิกตี้ไฟว์” เพิ่มทุนเอาเงินรายย่อยซื้อ-พร้อมตั้งโต๊ะรับซื้อหุ้นคืนจากรายย่อย ขณะที่วงการผวาเกมส์ปั่นหุ้นย้อยรอยกลับมาหลอนนักลงทุน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ม.ล.สิทธิฉันท์ วรวุฒิ กรรมการ บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) หรือ TSF เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติจะเข้าไปซื้อกิจการบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PICNI โดยเงินที่ใช้ในการซื้อหุ้นปิคนิคนั้น มาจากการเพิ่มทุน TSF คาดว่าจะได้เงินจากการเพิ่มทุนรวมทั้งสิ้น 2,100 ล้านบาท โดยนำเงินส่วนหนึ่ง 1,700 ล้านบาท ไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทปิคนิค ซึ่งปิคนิคจะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนนี้ไปชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ตาม แผนฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้จะใช้เงินอีก 100 ล้านบาท ซื้อหุ้นปิคนิคในส่วน ของการแปลงหนี้เป็นทุนของเจ้าหนี้อีก 100 ล้านหุ้น หลังจากนั้นจะตั้งโต๊ะรับซื้อหรือทำคำเสนอซื้อ (เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) หุ้น ปิคนิคคืนจากผู้ถือหุ้นรายย่อยที่มีอยู่ประมาณ 200 ล้านหุ้น และเงินที่เหลือจากการเพิ่มทุนจะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของปิคนิค ซึ่ง หากทุกอย่างสำเร็จตามนี้จะทำให้บริษัทถือหุ้นปิคนิคได้ทั้ง 100%

ทั้งนี้ บริษัทได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิในการเข้าไปลงทุนในปิคนิค นำทีมโดย พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายศุภชัย พิศิษฐวานิช อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และนายฉัตรภูมิ ขันติวิริยะ เป็นเลขานุการของคณะที่ปรึกษา ซึ่งบุคคลเหล่า นี้ถือว่าเป็นผู้มีความรู้ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนต่อผู้ถือหุ้นของ TSF และ PICNI ได้ โดยจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสมีธรรมาภิบาล เป็นไปตามเกณฑ์ ของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้ง 2 บริษัท ซึ่งคณะที่ปรึกษานี้ยังทำหน้าที่ในการปรับภาพลักษณ์ของปิคนิคด้วย หลังจากที่ผ่านมาได้สร้างความบอบช้ำให้กับผู้ถือถือหุ้นมามาก

อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อกิจการปิคนิคครั้งนี้ มีเงื่อนไขดังนี้ 1. จำนวนหุ้นที่บริษัทเข้าซื้อได้ต้องไม่น้อยกว่า 51% ของจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของปิคนิค 2. ผลการตรวจสอบสถานะของกิจการ (Due Diligence) เป็นที่น่าพอใจต่อการลงทุน 3. การเข้าทำรายการต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นของบริษัท TSF เองและผู้บริหารแผนรวมทั้งเจ้าหนี้ของปิคนิค

“การที่บริษัทเข้ามามี ส่วนร่วม ในการเข้าลงทุนกับกลุ่มนายพิมล ศรีวิกรณ์ ในฐานะที่นายพิมลได้รับความเห็นชอบจากศาลในการเป็นผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ นั้น ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมเจ้าหนี้ของปิคนิคก่อน ส่วนกลุ่ม TSF เข้ามาได้อย่างไรใครเป็นคนชวนเข้ามานั้น เห็นว่า ธุรกิจของปิคนิคในการเป็นผู้จัดส่งและจำหน่ายก๊าซแอลพีจีน่าสนใจและเชื่อว่า มีผู้สนใจจำนวนมากหลายกลุ่ม บริษัทเองก็สนใจถือว่าเป็นโอกาสของธุรกิจ”

ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ออกประกาศแจ้งเตือนผู้ลงทุนให้ศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนในหุ้น บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน) (TSF) ขณะที่สั่งให้บริษัทชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุผลและประโยชน์ที่จะได้จากการซื้อกิจการปิคนิคภายในวันที่ 22 ก.ค.นี้ เพราะปิคนิคยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายและยังมีผลขาดทุนมาตลอด ขณะที่หุ้นยังถูกสั่งห้ามการซื้อขายอีกด้วย โดยประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ตามที่ TSF ได้แจ้งมติคณะกรรมการเกี่ยวกับการอนุมัติให้บริษัทลงทุนซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ปิคนิค คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) (PICNI) ในสัดส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของทุนชำระแล้ว คิดเป็นมูลค่าการลงทุนซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวรวมไม่น้อยกว่า 1,632 ล้านบาทโดยจะลงนามในบันทึกข้อตกลงในการซื้อหุ้น PICNI จากผู้ถือหุ้นกลุ่มหนึ่ง ของ PICNIและจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ PICNI ต่อไป หาก TSF ถือหุ้นข้ามจุดทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์

โดย TSF จะชำระค่าหุ้น PICNI ด้วยการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมใน สัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ จำนวน 3,533,784,693 หุ้น ในราคาหุ้นละ 0.55 บาท และให้บุคคลเฉพาะเจาะจง 200 ล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 0.90 บาทซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของราคาตลาดของหุ้นของ TSF ย้อนหลังเฉลี่ย 15วันทำการนับจากวันที่คณะกรรมการมีมติ

ทั้งนี้ PICNI เป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถูกสั่งพักการซื้อขายหลักทรัพย์เนื่องจากเป็นบริษัท จดทะเบียนที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด (Non-Performing Group หรือ NPG) และอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลายโดยรายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็น รายการ ได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต.จะต้องได้ รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนทำรายการ

ดังนั้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเพียงพอ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ TSF ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมภายในวันที่ 22 ก.ค.ดังนี้ 1. เหตุผล ที่มาที่ไปของการตัดสินใจเข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญของ PICNI พร้อมระบุประโยชน์ ที่ TSF คาดว่าจะได้รับจากการซื้อหุ้นในครั้งนี้เนื่องจาก PICNI ยังคงอยู่ระหว่างฟื้นฟูกิจการประกอบกับยังคงมีผลการดำเนินงานขาดทุนมา โดยตลอด และนโยบายการประกอบธุรกิจในอนาคตของ TSF 2. ราคาซื้อหุ้นสามัญของ PICNI และหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดราคาซื้อดังกล่าว 3. ข้อมูลของผู้ ถือหุ้น PICNI ที่จะลงนามขายหุ้นให้บริษัท ได้แก่ ชื่อและความสัมพันธ์กับ บริษัท จำนวนหุ้นที่จะขายของผู้ถือหุ้นแต่ละท่าน ในกรณีที่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ขอให้ระบุกำหนดวันที่คาดว่าจะ เปิดเผยข้อมูลได้

4. สาระสำคัญและเงื่อนไขในสัญญาซื้อขายหุ้นดังกล่าว 5. ชื่อที่ปรึกษาทางการเงินและที่ปรึกษาทางการเงินอิสระที่จะเป็นผู้ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการทำรายการซื้อหุ้น PICNI ต่อผู้ถือหุ้นของ TSF 6. ความคืบหน้าตรวจสอบสถานะกิจการของ PICNI และกำหนดเวลาที่คาดว่าจะ แล้วเสร็จ 7. ขอให้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนให้บุคคลเฉพาะ เจาะจงจำนวน 200 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.90 บาทซึ่งเป็นการเสนอขายหุ้นในราคาต่ำ ดังนี้ 7.1 เหตุผลที่เลือกการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับบุคคลเฉพาะเจาะจง 7.2 หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกบุคคลเฉพาะเจาะจง พร้อมระบุประโยชน์ที่จะได้ รับจากการเลือกบุคคลเฉพาะเจาะจงดังกล่าว 7.3 หลักเกณฑ์ในการกำหนดราคาขายต่อหุ้น และเหตุผลที่เลือกเกณฑ์กำหนดราคาดังกล่าว 7.4 เงื่อนไขหรือข้อตกลงอื่นใดกับบุคคลเฉพาะเจาะจงดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการตั้งข้อสังเกตก่อนที่จะมีการเปิดเผยมติคณะกรรมการบริษัทในครั้งนี้ ราคาหุ้น TSF ได้ถูกปั่นไล่ราคาหุ้นไปอย่างผิดปกติ ทำให้น่าแปลกใจว่าอาจมีผู้ที่ล่วงรู้ข้อมูลแผนการเทคโอเวอร์หุ้นปิคนิคในครั้งนี้เข้ามาหาประโยชน์ โดยซื้อขายอินไซเดอร์ เทรดดิ้ง เอาเปรียบผู้ลงทุนกลุ่มอื่น โดยจากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์พบว่า ราคาหุ้น TSF มีการคึกคักเคลื่อนไหวผิดปกติมาตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อนโดยราคาหุ้นทะยาน ขึ้นจากที่ยืนๆ แทบไม่เคลื่อนไหวระดับ 0.80-0.90 บาท จู่ๆ วันที่ 12ก.ค.ทะยานขึ้นมาชนเพดาน (ซิลลิ่ง) ที่ 1.15 บาท บวก 0.26 บาท หรือ 29.21% จากราคาวันก่อนหน้าที่ 0.89 บาท และปรับขึ้นต่อเนื่องในวันถัดมา โดยราคาปรับขึ้นไปสูงสุดที่ 1.43 บาทในวันที่ 13 ก.ค. โดยการซื้อขายยังคงคึกคักวอลุ่มซื้อขายแน่นมาต่อเนื่องในวันที่ 14 และ 18 ก.ค.ก่อนจะถูกขายทำกำไรวันที่ 19 ก.ค.ที่มีการแถลงข่าวเปิดเผยแผนฮุบปิคปิค โดยล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 1.20 บาท ลบ 0.07 บาท และลงไปต่ำสุดที่ 1.16 บาท

ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงในวงการตลาดทุนให้ความเห็นว่า ขณะนี้มีกลุ่มก๊วนนักเก็งกำไรหลายกลุ่มต่างจับจ้องจะเข้าฮุบกิจการของปิคนิค เพื่อหวังปลุกผีให้บริษัทแห่งนี้สามารถกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้อีกครั้ง เพื่อหวังผลเก็งกำไรในราคาหุ้น ทำให้เป็นที่น่ากังวลว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอยเหมือนในอดีตที่กลุ่มนายสุริยา ลาภวิสุทธิสินเข้ามาปลุกผีหุ้นปิคนิคและไล่ปั่นราคาโดยใช้สูตรสำเร็จ เดิมๆ ในการเพิ่มทุน แจกวอร์แรนท์ให้นักลงทุนเพื่อล่อใจ และสร้างเรื่องราวปั่นราคาหุ้นปิคนิคจนพุ่งกระฉูด พร้อมๆไปกับการตกแต่งบัญชี สร้างบริษัทกระดาษและไซฟ่อนเงินออกจากบริษัท จนทำให้ปิคนิคกลายเป็นบริษัทที่ล้มละลายมีหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องถูกนำเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการในที่สุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 กรกฎาคม 2554, 21:31 น.

MAJOR เล็งเพิ่มเป้ารายได้ปี 54 โตมากกว่า 15%

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 21:15 น.

MAJOR เล็งเพิ่มเป้ารายได้ปี 54 โตมากกว่า 15%.

Pic_184389

MAJOR เล็งขยับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โตมากกว่า 15% หลังผลงานไปได้สวย คุยเตรียมโรดโชว์กองทุนไทย-เทศ เพราะนักลงทุนสถาบันต้องการถือหุ้น MAJOR เพิ่ม ขณะที่ล่าสุดเปิดตัวโรงภาพยนต์ 4 มิติสมบูรณ์แบบเป็นแห่งแรกใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR กล่าวว่า บริษัทจะทบทวนเป้าหมายรายได้ทั้งปีนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะ เติบโต 10-15% จากปีก่อน แต่แค่ ไตรมาส 1 ที่ผ่านมารายได้เติบโต 14% ทั้งที่มีภาพยนตร์ออกฉายไม่มาก ส่วนไตรมาส 2 มีภาพยนตร์เข้าฉายค่อนข้างมาก และทำรายได้เป็นที่น่าพอใจคาดว่าผลงานจะ ออกมาดีมาก ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลัง แนวโน้มธุรกิจยังคงอยู่ในเชิงบวก โดยเริ่มจากภาพยนตร์ Transformer 3 คาดว่าจะทำรายได้เกิน 300 ล้านบาท ตามด้วย Harry Potter และ Cowboys and Aliens และพระนเรศวรมหาราช ภาค 4

ทั้งนี้ ในวันที่ 7-8 ก.ค. นี้ บริษัทจะไปโรดโชว์พบผู้จัดการกองทุนขนาดใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ 12 กองทุน ที่บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวงจัดขึ้น โดยเหตุผลที่ผู้จัดการกองทุนอยากพบผู้บริหารของบริษัท เพราะกองทุนต่างๆ สนใจและ ต้องการที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นของบริษัท เพราะปัจจุบันหุ้นของบริษัทมีFreeflot หรือจำนวนหุ้นที่หมุนเวัยนซื้อขายในตลาดหุ้นมากถึง 55% ส่วนใหญ่เป็นรายย่อย แต่ยังมีสัดส่วนการถือหุ้นของกองทุนค่อนข้างน้อย

นายวิชา กล่าวถึงรัฐบาลชุดใหม่ว่า ต้องดูว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำนโยบายต่างๆ ได้ เร็วมากน้อยแค่ไหน จากที่ได้เคยหาเสียงไว้ช่วงเลือกตั้ง ซึ่งนโยบายเรื่องการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ รวมถึงนโยบายอื่นๆ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อมากขึ้น ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจโดยรวม และรวมถึงธุรกิจบันเทิงด้วย ดังนั้นแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ที่ดีขึ้น นอกจากจะมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายจำนวนมากแล้ว อานิสงค์จากปัจจัยการเมืองก็มีส่วนช่วยกระตุ้นภาคธุรกิจด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมาเมเจอร์ฯได้เปิดตัวโรงภาพยนตร์ 4 มิติ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเงินลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งลงทุนสูงกว่าโรงภาพยนตร์ปกติกว่า 5 เท่านั้น

นายวิช  กล่าวด้วยว่า คาดว่าจะใช้เวลาในการคืนทุนประมาณ 4-5 ปี เนื่องจากราคาบัตรที่จำหน่ายไม่ได้แพงกว่าปกติถึง 5 เท่า แต่จะอยู่ที่ 300, 400 และ 500 บาท ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายภายใน 3 ปี มีโรงภาพยนตร์ ดิจิตอลมากกว่า 80% สำหรับโรงภาพยนตร์ 4 มิติดังกล่าว สาขาแรกตั้งอยู่ที่สยามพารากอน ชั้น 6 และบริษัท ตั้งเป้าหมายจะขยายเพิ่มปีละ 1 โรง เนื่องจากแต่ละโรงภาพยนตร์ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง อย่างไรก็ตามหากผลตอบรับจากผู้บริโภคดีมากอาจจะขยายเพิ่มขึ้นไปอีก โดยแผนในครึ่งปีหลังบริษัท จะขยายโรงภาพยนตร์ ไปยังเซ็นทรัล พิษณุโลก และบิ๊กซี จ.ระยอง ส่วนราคาตั๋วภาพยนตร์เฉลี่ยปีนี้น่าจะอยู่ต่ำกว่า 130 บาท จากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 130 บาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 21:15 น.

หุ้นไทยขานรับผลเลือกตั้ง ทะยานขึ้น 42.80 จุด

Published กรกฎาคม 4, 2011 by SoClaimon

4 กรกฎาคม 2554, 12:58 น.

หุ้นไทยขานรับผลเลือกตั้ง ทะยานขึ้น 42.80 จุด.

Pic_183786

ดัชนีตลาดหุ้นไทย ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. 2554 ปิดตลาดที่ 1,084.28 จุด เพิ่มขึ้น 42.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,406.04 ล้านบาท…

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. 2554 ปิดตลาดที่ 1,084.28 จุด เพิ่มขึ้น 42.80 จุด มูลค่าการซื้อขาย 36,406.04 ล้านบาท โดยหลักทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 392 หลักทรัพย์ ลดลง 72 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 76 หลักทรัพย์

โดย 5 อันดับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุด ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน).

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 4 กรกฎาคม 2554, 12:58 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศกระตุ้นลงทุน

Published กรกฎาคม 4, 2011 by SoClaimon

2 กรกฎาคม 2554, 17:32 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศกระตุ้นลงทุน.

Pic_183409

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ 4-11 กรกฎาคมนี้ ให้ข้อมูลผู้ลงทุนในยุโรปและเอเชีย ตามแผนกลยุทธ์เพิ่มสภาพคล่อง เสริมความเชื่อมั่นและกระตุ้นการลงทุน…

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ นำบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และมีผลประกอบการดีรวม 23 ราย ไปให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุน ณ ประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดย 23 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)รวมกว่า 3.23 ล้านล้านบาท หรือ 38.67% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (ณ 24 มิ.ย. 2554)

“การ ไปโรดโชว์ในประเทศกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจไทย ความพร้อมและความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนต่างประเทศ และกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าจะมีสถาบันการเงินและผู้บริหารกองทุนชั้นนำรับฟังข้อมูลกว่า 300 กองทุน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้พบผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ในเนเธอร์แลนด์ อิตาลี และมาเลเซีย ซึ่งเห็นถึงศักยภาพการลงทุนในประเทศไทย” นายจรัมพร กล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับบล. สินเอเซีย และ BNP Paribas Thailand จัดงาน “SET/BNP: Thailand Sustainable Growth in a Changing Global Setting” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองเอดินเบอระ สก๊อตแลนด์ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ และเมืองมิลาน อิตาลี

โดยนายริ ชาร์ด มาร์คาเรียน กรรมการผู้จัดการ บล. สินเอเซีย กล่าวว่า ผู้ลงทุนสถาบันในยุโรปให้ความสนใจอย่างยิ่งที่จะได้ฟังข้อมูลเชิงลึกและ ทิศทางการดำเนินธุรกิจจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนทั้ง 9 ราย โดยงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพิ่มความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยแก่ผู้ลงทุน คาดว่าจะมีผู้ลงทุนสถาบันกว่า 100 รายร่วมงาน

ส่วนในวันที่ 7 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมกับ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และ กระทรวงพลังงาน นำโดยปลัดกระทรวงพลังงาน พาบริษัทจดทะเบียน 7 รายในกลุ่มธุรกิจพลังงานและพลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนชาวสิงคโปร์สนใจลงทุน ร่วมงาน “DBS Vickers Pulse of Asia Conference” ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) กล่าวว่า งาน “Pulse of Asia” เป็นงานใหญ่ที่สุดที่บริษัทจัดเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้มีบริษัทจดทะเบียน 63 รายจากจีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซียและไทยร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบัน 300 คน จาก 150 กองทุนทั่วโลก

นอกจากนี้ ในวันที่ 11 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ และบล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) นำบริษัทจดทะเบียน 9 ราย ร่วมงาน SET/CIMB Malaysia Roadshow ณ มาเลเซีย ตามแผนขยายฐานผู้ลงทุนในศูนย์กลางการเงินใหม่ที่มีศักยภาพการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น โดยนายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า งานครั้งนี้จะส่งเสริมให้ผู้ลงทุนสถาบันในมาเลเซียได้รู้จักบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทจดทะเบียนไทยจะมีโอกาสขยายฐานผู้ลงทุนต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 กรกฎาคม 2554, 17:32 น.

เอเชีย พลัส แนะลงทุนหุ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศ

Published มิถุนายน 28, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 14:28 น.

เอเชีย พลัส แนะลงทุนหุ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจประเทศ.

Pic_182360

เอเชีย พลัส ประเมินหลังเลือกตั้ง 1 เดือน ไทยจะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ พร้อมแนะนำให้ ซื้อและถือหุ้นกลุ่ม อสังหาฯ-โรงไฟฟ้า-รถยนต์ -อาหาร-ขนส่ง-บันเทิง-ค้าปลีก…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. บล.เอเชีย พลัส ออกบทวิเคราะห์น่าสนใจ โดยระบุว่าฝ่ายวิจัยได้รวบรวมข้อมูลเรื่อง ช่วงเวลานับจากการเลือกตั้ง จนถึงการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ย้อนหลังในช่วงการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 18 จนถึง ครั้งที่ 23 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดพบว่า ช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุด นับจากการเลือกตั้ง จนถึงได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือ 1 เดือน กับอีก 6 วัน ซึ่งเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งที่ 23 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 50 และได้ นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ส่วนระยะเวลาที่สั้นที่สุดเกิดขึ้น ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 19 เมื่อ 17 พ.ย.39 และได้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 พ.ย.39 ตามด้วยการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 18 เมื่อ 2 ก.ค.38 ซึ่งได้ นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 38 ซึ่งหากนำกรอบเวลาดังกล่าว ข้างต้นมาใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้ ซึ่งเป็นครั้งทื่ 24 (3 ก.ค.54) น่าจะประมาณได้ว่า หลังการเลือกตั้ง ประมาณ 1 เดือน ก็น่าจะได้ตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่มาทำหน้าที่บริหารประเทศ

อย่างไรก็ตาม จะเป็นท่านใดขึ้นมาดำรงตำแหน่งคงเป็นเรื่องที่คาดการณ์ได้ยาก นักลงทุน ควรติดตามข้อมูลต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อทิศทางการเคลื่อนไหวของ ดัชนีตลาดหุ้น ส่วนผลที่ดีที่สุดฝ่ายวิจัยยังเห็นว่าน่าจะเป็นไปตานแนวทางที่ฝ่ายวิจัยได้นำ เสนอไปแล้ว กล่าวคือเป็นการเลือกตั้งที่มีจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเกิน 80% , ผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นที่ยอมรับ และมีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงชนะอย่างขาดลอย ซึ่งจะนำมาซึ่งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

ส่วนค่าเงินยูโรฟื้นตัวเมื่อเทียบดอลลาร์ สะท้อนว่าตลาดเชื่อมั่นต่อแผนรัดเข็มขัดของกรีซ และน่าจะผ่านมติที่ประชุมธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 3 ก.ค.นี้ เพื่อนำเสนอกองทุนการเงินระหว่างประเทศ( IMF) ในการประชุมอีก 1 สัปดาห์ถัดไป ซึ่งจะสนับสนุนให้สินค้าโภคภัณฑ์ฟื้นตัวสั้นๆ และทำให้หุ้นไทย เคลื่อนไหวในกรอบ 1,000-1,040 จุด

ขณะที่กลยุทธ์ การลงทุนแนะนำให้ซื้อหรือถือหุ้น Domestic Plays ได้แก่ BBL, SCB อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ PS, SPALI โรงไฟฟ้า ได้แก่ RATCH รถยนต์ ได้แก่ STANLY อาหาร ได้แก่ CPF, TUF ขนส่ง ได้แก่ BECL บันเทิงได้แก่ MAJOR และค้าปลีก ได้แก่ BIGC

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 14:28 น.
%d bloggers like this: