ตลท.

All posts tagged ตลท.

ตลท.แนะสำรวจพอร์ตลงทุนหลังหุ้นร่วงแรง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127970.

Pic_127970

ผจก.ตลท.ระบุสาเหตุหุ้นร่วงแรง มาจากการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น แนะเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตลงทุนว่ามีคุณภาพหรือไม่ พร้อมเตือนนักลงทุนเก็งกำไรให้ระวังมากขึ้น…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมการลงทุน Set in the city 2010 ว่า ตลาดทุนไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ผ่านช่วงวิกฤติ เศรษฐกิจโลกที่ผ่านมา และกลไกของตลาดทุนยังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างอนาคตของประเทศและประโยชน์จาก นวัตกรรมทางการเงินจะให้ประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนซึ่งจะส่งผลให้ เกิดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและรองรับการแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ โลกที่เกิดขึ้น ซึ่งในปีนี้คาดการณ์ว่าอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 7-8

ด้าน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงนี้ว่า เป็นสัญญาณเตือนให้นักลงทุนพิจารณาพอร์ตการลงทุนอย่างรอบคอบ และเป็นการปรับฐานการลงทุนให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพราะหากดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้นอย่างร้อนแรงจนเกินระดับ 1,000 – 1,200 จุด โดยที่ไม่มีการพักฐานเลย ดัชนีจะปรับตัวลงแรงมาก และอาจจะเกิดปัญหาได้ ดังนั้นในช่วงนี้ จึงเป็นจังหวะที่ดีที่นักลงทุนจะกลับไปสำรวจพอร์ตการลงทุน ของตัวเองว่ามีคุณภาพหรือไม่ หากลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ก็จะมีความเสี่ยง ขณะที่นักลงทุนที่เก็งกำไรก็ต้องระวัง

สำหรับการจัดงาน Set in the city 2010 ตั้งแต่วันนี้ (18 พ.ย.) ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นการเพิ่มฐานนักลงทุนให้มากขึ้น เพราะคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็น 150,000 คน จากปีที่แล้วที่มีจำนวน 100,000 คน โดยมีปริมาณธุรกรรมเพิ่มเป็น 20,000 รายการ จากปีที่แล้ว 10,000 รายการ และเป็นการกระตุ้นให้เกิดความต้องการลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้น เพราะผู้ลงทุนกำลังมองหาทางเลือกการลงทุนที่ให้ผลคอบแทนสูงกว่าอัตรา ดอกเบี้ย และมีโอกาสเพิ่มดีมานด์ของนักลงทุนทำให้ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับ ขึ้นเกิน 1,000 จุด อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ตลท. ก็พร้อมที่จะดึงนักลงทุนต่างชาติกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น

ส่วนกิจกรรมภายในงานมีการออกบูธจากภาครัฐและเอกชน มากกว่า90 องค์กร ทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โบรกเกอร์ผู้ค้าทองคำ บริษัทประกันชีวิต ที่จะให้คำปรึกษาด้านการวางแผนการลงทุนอย่างครบวงจร ทั้งหุ้น  อนุพันธ์ ทองคำ พันธบัตร และบริการทางการเงินใหม่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 พฤศจิกายน 2553, 14:59 น.

บิ๊กซีขอพักซื้อขายหุ้นชั่วคราว คาดชนะประมูลซื้อ’คาร์ฟูร์’

Published สิงหาคม 7, 2011 by SoClaimon

15 พฤศจิกายน 2553, 15:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127181.

Pic_127181

บิ๊กซี ยื่นขอพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราว  โดยให้เหตุผลว่าอยู่ระหว่างเข้าทำรายการซึ่งขนาดรายการอันมีนัยสำคัญ ระบุ เตรียมเปิดเผยข้อมูลช่วงบ่าย คาดเป็นเรื่องการชนะประมูลซื้อกิจการคาร์ฟูร์ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย SP หุ้น BIGC  ของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เนื่องจากเมื่อเวลา 09.51 น. น.ส.รำภา คำหอมรื่น เลขานุการบริษัทและรองประธานฝ่ายบัญชีและการเงิน ได้ทำหนังสือแจ้งกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ขอให้มีคำสั่งพัการซื้อหรือขายหลักทรัพย์จดทะเบียนของบริษัทเป็นการชั่วคราว เนื่องจากบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการเข้าทำรายการซึ่งมีขนาดรายการอันมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ของบริษัทของนักลงทุนทั่วไป ทั้งนี้บริษัทฯจะสามารถเปิดเผยข้อมูลได้ในช่วงบ่ายของวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเวลา 15.13 น. หุ้น BIGC ยังไม่เปิดการซื้อขายโดยขึ้นเครื่องหมาย SP อยู่ ทั้งนี้ มีรายงานว่า บิ๊กซี ได้เข้าร่วมยื่นประมูลกิจการของคาร์ฟูร์ในประเทศไทย และมีรายงานว่า เป็นผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้ด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 15 พฤศจิกายน 2553, 15:28 น.

ปิดตลาดหุ้นลดลง1.19จุดปิดที่1,029.86จุด

Published สิงหาคม 4, 2011 by SoClaimon

11 พฤศจิกายน 2553, 17:18 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126237.

Pic_126237

ปิดตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดัชนีเคลื่อนไหวที่ระดับ 1,029.86 จุด ลดลง 1.19 จุด มูลค่าการซื้อ-ขาย  40,097.05 ล้านบาท…

ดัชนี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 พ.ย. 2553 ปิดตลาดที่ระดับ 1,029.86 จุด ลดลง 1.19 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งส้ิน 40,097.05 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 162 หลักทรัพย์ ลดลง 223 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 121 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับ ซื้อขายสูงสุดประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) ,   บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 พฤศจิกายน 2553, 17:18 น.

ตลท.จัดแข่งขัน “เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎฯ” ปีที่ 3

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 17:37 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188347.

Pic_188347

ตลาดหลักทรัพย์ฯร่วมกับองค์กรรัฐและเอกชน จัดการแข่งขัน “เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ: เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ปีที่ 3 ชิงทุนการศึกษารวมกว่าล้านบาท ปูพื้นความรู้เศรษฐศาสตร์ แก่เยาวชน

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การสร้างเยาวชนที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านการบริหารเงิน เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ความสำคัญต่อเนื่อง โดยมีโครงการสำหรับเยาวชนตั้งแต่ระดับประถม จนถึงระดับอุดมศึกษา

“สถานการณ์ เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การเงินและการลงทุนมีความซับ ซ้อนมากขึ้น เยาวชนจึงต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านการเงินและการลงทุนที่ดี และต้องตามให้ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อประโยชน์ในการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพในอนาคต การจัดการแข่งขัน ‘เศรษฐศาสตร์เพชรยอดมงกุฎ: เงินทอง ของมีค่า และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง’ ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะกระตุ้นเยาวชนไทยให้ศึกษาหาความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ และการบริหารเงินส่วนบุคคล ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลดีต่อการเพิ่มบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความเข้าใจ ด้านการเงินที่ดี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ” นายจรัมพร กล่าว

การแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-31 สิงหาคม และจะจัดการแข่งขันในวันที่ 24-25 กันยายนนี้ ที่โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ โดยในแต่ละปีที่ผ่านมา ได้รับความ สนใจจากโรงเรียนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมการแข่งขันกว่า 700 โรงเรียน และมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 2,000 ราย สำหรับปีนี้ ได้จัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ เนื่องในโอกาสพิเศษเพื่อเฉลิม พระ เกียรติ ๘๔ พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการ และปาฐกถา พิเศษหัวข้อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งเพิ่มทุนการศึกษาแก่เยาวชนในแต่ละระดับชั้นละ 84 ทุน

โครงการ นี้ได้รับความร่วมมือจาก 8 องค์กรรัฐและเอกชน ได้แก่ มูลนิธิร่มฉัตร สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ โรงเรียนสตรีวิทยา ๒ สมาคมประกันชีวิตไทย โครงการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาและเยาวชน (สพศ.) สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง จำกัด และสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ในพระราชูปถัมภ์ ผู้สนใจติดตามรายละเอียดและสมัครแข่งขันได้ที่ http://www.tsi-thailand.org หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ S-E-T Call Center 0-2229-2222

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้การดูแลสังคมเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ขององค์กร การพัฒนาด้านศึกษาและส่งเสริมความรู้เยาวชนเป็นกิจกรรมที่ให้ความสำคัญ และจัดขึ้นทุกปี นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวข้างต้นแล้ว ที่ผ่านมายังมีการสนับสนุนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โครงการพัฒนา ความรู้เยาวชนหลักสูตร ‘เงินทอง ของมีค่า’ แก่โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และกรุงเทพมหานคร โครงการ SET Junior Financial Club (SET JFC) โครงการ Young Financial Star Competition (YFS) เป็นต้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 17:37 น.

พลิกโฉมวงการค้าหลักทรัพย์ฯ กับโปรแกรมซื้อขายอัตโนมัติแห่งแรกของไทย

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 18:25 น.

พลิกโฉมวงการค้าหลักทรัพย์ฯ กับโปรแกรมซื้อขายอัตโนมัติแห่งแรกของไทย.

Pic_186112

พลิกโฉมวงการค้าหลักทรัพย์ไทย ตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับหลักทรัพย์บัวหลวงเปิดบริการ “Bualuang iProgramTrade” โปรแกรมซื้อขายแบบอัตโนมัติครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมั่นจะตอบโจทย์นักลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวันที่ 13 ก.ค. นายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บล. บัวหลวง เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิด ตัวนวัตกรรมการลงทุนรูปแบบใหม่ Bualuang iProgramTrade ซึ่งเป็นบริการส่งคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติ (Program Trading) สำหรับนักลงทุนบุคคลครั้งแรกในประเทศไทย โดยนำจุดเด่นของการวิเคราะห์ ปัจจัยทางเทคนิคมาเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน ผ่านการส่งคำสั่งซื้อขายแบบ อัตโนมัติ ตามรูปแบบกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละราย ซึ่งจะช่วย ให้การตัดสินใจลงทุนมีความแม่นยำ ถูกต้อง รวดเร็ว มีวินัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด

“ปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทเป็นอย่างมากในโลกการลงทุน เนื่องจากต้องใช้ ข้อมูลที่เที่ยงตรง การวิเคราะห์ที่แม่นยำ และการตัดสินใจที่ทันเวลา ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผิดพลาดไม่ได้ หลักทรัพย์บัวหลวงจึงได้พัฒนา Bualuang  iProgramTrade เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการแก่นักลงทุนบุคคล เพื่อให้การลงทุน มีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดแก่นักลงทุน” นายพิเชษฐ กล่าว

ทั้งนี้ Bualuang iProgramTrade เป็นการนำระบบคอมพิวเตอร์มาช่วยจัดการในการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น โดยลูกค้าเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์การลงทุนและตัวแปรต่างๆ ภายใต้การดูแลโดย ทีมที่ปรึกษาการลงทุน ซึ่งจะให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยการจัดเตรียม ชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ เพื่อให้ระบบทำการคำนวณและจับสัญญาณการลงทุน ตลอดจนส่งคำสั่งซื้อขายโดยอัตโนมัติ ช่วยให้นักลงทุนประหยัดเวลาในการนั่งเฝ้า หน้าจอคอมพิวเตอร์ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงินลงทุนสำหรับลูกค้า ของบัวหลวง” นายพิเชษฐ กล่าว

ด้าน นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ สายงานการตลาด ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า Bualuang iProgramTrade เป็นผลจากการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผ่อนผันเกณฑ์อนุญาตให้นักลงทุนบุคคล สามารถใช้การจัดชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ สำหรับการเสนอซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยอัตโนมัติ (Program Trading) ผ่านช่องทาง Internet Trading เมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งคำสั่งซื้อขายหลัก ทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และคาดว่าจะส่งผลให้ธุรกรรมในตลาด หลักทรัพย์ฯ คึกคักมากขึ้นอีกด้วย

“ตลาดหลักทรัพย์ฯ มั่นใจว่าบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ จะเข้ามามีส่วนร่วมกับการพัฒนา Program Trading อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งเสริมให้การซื้อขายสำหรับกลุ่มนัก ลงทุนบุคคลมีสภาพคล่องเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับการที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ ระหว่างการพัฒนาระบบการซื้อขายใหม่ ทั้งระบบซื้อขายตราสารทุน ตราสาร อนุพันธ์ ระบบเผยแพร่ข้อมูล และระบบงานกำกับดูแลการซื้อขาย โดยจะแล้วเสร็จ และเริ่มใช้งานสำหรับการซื้อขายตราสารทุนใน ปี 55 และตลาดอนุพันธ์ ในปี 56″ นายภากร กล่าว

ขณะที่ นายบรรณรงค์ พิชญากร กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บล. บัวหลวง กล่าวว่า Bualuang iProgramTrade เป็นระบบการซื้อขายผ่านชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมกับนักลงทุนที่มี ประสบการณ์การลงทุนในหลักทรัพย์ โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีความรู้ความเข้าใจในการ ลงทุน และมีความพร้อมในการกำหนดแผนการบริหารเงินลงทุนที่ชัดเจนโดยใช้ ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในการบริหารเงินลงทุนได้ตามเงื่อนไขที่ต้องการโดย อัตโนมัติ ภายใต้การควบคุมดูแลจากผู้เชี่ยวชาญ

“ตัวอย่างหนึ่งของการนำ Bualuang iProgramTrade มาใช้ คือระบบสามารถแปลงการวิเคราะห์ปัจจัยทาง เทคนิคมาเป็นชุดคำสั่งซื้อขายแบบอัตโนมัติที่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายตาม เงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยใช้เวลาในการส่งคำสั่งเพียงเสี้ยว วินาทีหลังจากเกิดสัญญาณซื้อขายตามกลยุทธ์ ดังนั้นสำหรับนักลงทุนที่มี แผนการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว การใช้โปรแกรมคำสั่งคอมพิวเตอร์จะช่วยเพิ่มโอกาส ในการลงทุนและมีการบริหารจัดการอย่างมีแบบแผน โดยตัดปัจจัยเรื่องอารมณ์ส่วนบุคคล ออกไป และยังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนและเจ้าหน้าที่ การตลาดผู้ดูแลบัญชี ที่สำคัญคือหลักทรัพย์บัวหลวงไม่มีพอร์ตการลงทุนแบบเก็ง กำไร นักลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการลงทุนเพื่อแข่งกับลูกค้า” นายบรรณรงค์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 18:25 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศกระตุ้นลงทุน

Published กรกฎาคม 4, 2011 by SoClaimon

2 กรกฎาคม 2554, 17:32 น.

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศกระตุ้นลงทุน.

Pic_183409

ตลาดหลักทรัพย์ฯเดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ 4-11 กรกฎาคมนี้ ให้ข้อมูลผู้ลงทุนในยุโรปและเอเชีย ตามแผนกลยุทธ์เพิ่มสภาพคล่อง เสริมความเชื่อมั่นและกระตุ้นการลงทุน…

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ นำบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่และมีผลประกอบการดีรวม 23 ราย ไปให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุน ณ ประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ อิตาลี สิงคโปร์ และมาเลเซีย ในเดือนกรกฎาคมนี้ โดย 23 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)รวมกว่า 3.23 ล้านล้านบาท หรือ 38.67% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (ณ 24 มิ.ย. 2554)

“การ ไปโรดโชว์ในประเทศกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เป็นโอกาสที่จะได้นำเสนอภาพรวมเศรษฐกิจไทย ความพร้อมและความแข็งแกร่งของตลาดทุนไทย เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนต่างประเทศ และกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยคาดว่าจะมีสถาบันการเงินและผู้บริหารกองทุนชั้นนำรับฟังข้อมูลกว่า 300 กองทุน นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสดีที่จะได้พบผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ในเนเธอร์แลนด์ อิตาลี และมาเลเซีย ซึ่งเห็นถึงศักยภาพการลงทุนในประเทศไทย” นายจรัมพร กล่าว

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับบล. สินเอเซีย และ BNP Paribas Thailand จัดงาน “SET/BNP: Thailand Sustainable Growth in a Changing Global Setting” ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมืองเอดินเบอระ สก๊อตแลนด์ กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ และเมืองมิลาน อิตาลี

โดยนายริ ชาร์ด มาร์คาเรียน กรรมการผู้จัดการ บล. สินเอเซีย กล่าวว่า ผู้ลงทุนสถาบันในยุโรปให้ความสนใจอย่างยิ่งที่จะได้ฟังข้อมูลเชิงลึกและ ทิศทางการดำเนินธุรกิจจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนทั้ง 9 ราย โดยงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเพิ่มความเข้าใจ และสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยแก่ผู้ลงทุน คาดว่าจะมีผู้ลงทุนสถาบันกว่า 100 รายร่วมงาน

ส่วนในวันที่ 7 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯได้ร่วมกับ บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) และ กระทรวงพลังงาน นำโดยปลัดกระทรวงพลังงาน พาบริษัทจดทะเบียน 7 รายในกลุ่มธุรกิจพลังงานและพลังงานทางเลือก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนชาวสิงคโปร์สนใจลงทุน ร่วมงาน “DBS Vickers Pulse of Asia Conference” ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยนางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) กล่าวว่า งาน “Pulse of Asia” เป็นงานใหญ่ที่สุดที่บริษัทจัดเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้มีบริษัทจดทะเบียน 63 รายจากจีน ฮ่องกง เกาหลี สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซียและไทยร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนสถาบัน 300 คน จาก 150 กองทุนทั่วโลก

นอกจากนี้ ในวันที่ 11 กรกฎาคม ตลาดหลักทรัพย์ฯ และบล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) นำบริษัทจดทะเบียน 9 ราย ร่วมงาน SET/CIMB Malaysia Roadshow ณ มาเลเซีย ตามแผนขยายฐานผู้ลงทุนในศูนย์กลางการเงินใหม่ที่มีศักยภาพการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น โดยนายเกษม พันธ์รัตนมาลา กรรมการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า งานครั้งนี้จะส่งเสริมให้ผู้ลงทุนสถาบันในมาเลเซียได้รู้จักบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทจดทะเบียนไทยจะมีโอกาสขยายฐานผู้ลงทุนต่างประเทศมากขึ้นด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 กรกฎาคม 2554, 17:32 น.

ตลท.ซ้อมแผนรับมือเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 19:40 น.

ตลท.ซ้อมแผนรับมือเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง.

Pic_182437

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับธนาคารและโบรกเกอร์ซ้อมแผนรับมือหากเกิดภัยพิบัติหรือเหตุ วุ่นวายหลังเลือกตั้ง ด้านโบรกเกอร์หวั่นการเมืองซ้ำรอยเกิดความรุนแรง ขณะที่ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์บอกเป็นการซักซ้อมประจำปีปกติ

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ (โบรกเกอร์) บริษัทสมาชิกตลาดอนุพันธ์ บริษัทจดทะเบียน และ สมาชิกสำนักหักบัญชีรวม 199 หน่วยงาน ได้ร่วมกันซ้อมปฏิบัติการตามแผนดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง Business Continuity Plan (BCP) ประจำปี หรือแผนการรองรับกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน เช่น ภัยพิบัติธรรมชาติ และอื่น ๆ เป็นเหตุให้พนักงานไม่สามารถเข้า ปฏิบัติงานในอาคารได้ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบการซื้อขายหลักทรัพย์และระบบงานสำคัญ จะไม่ได้รับผลกระทบหากมีเหตุการณ์รุนแรง โดยพร้อมปฏิบัติงานและ สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติได้เร็วที่สุด เพื่อมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพการจัดการด้านความเสี่ยงที่ทัดเทียม มาตรฐานสากล และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง

นายจรัมพร  กล่าวต่อว่า การซักซ้อมแผนดังกล่าวเป็นการซักซ้อมประจำปี ไม่เกี่ยวกับกรณีที่ปีที่ผ่านมามีเหตุเผาอาคารตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องเตรียมความพร้อมไว้ ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร ซึ่งไม่เฉพาะแค่ตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารแห่งประเทศไทยรวมทั้งโบรกเกอร์ต่างๆก็ต้องมีแผนสำรองไว้เช่นกัน เพื่อให้การ ทำงานมีประสิทธิภาพที่สุด

“เราต้องซักซ้อมและวางแผนว่า หากเกิดเหตุจนทำให้พนักงานและผู้บริหารเข้าตึกไม่ได้ แล้วจะไปปฎิบัติงานที่ไหน ส่วนระบบการซื้อขายเราไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะมีระบบ สำรองทำให้การซื้อขายเดินหน้าได้ต่อเนื่อง แต่ได้ทำความเข้าใจร่วมกันถึงระบบการชำระเงินและส่งมอบหลักทรัพย์ (เคลียร์ริ่ง เซ็ทเทิลเม้นท์) ในกรณีที่มีการประกาศวันหยุด เพิ่มขึ้น ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปโดยกำหนดให้ยึดหลักระยะ เวลาในการเคลียร์ริ่ง เซ็ทเทิลเม้นท์คือ T+3 หรือ 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อขาย โดยหากประกาศวันหยุดเพิ่มก็จะขยับหรือบวกวันเพิ่มตามวันหยุด โดยจะออกเป็นประกาศเพื่อถือปฎิบัติและให้เข้าใจตรงกัน” นายจรัมพร กล่าว

ขณะที่ ผู้บริหารระดับสูงในวงการหลักทรัพย์  เปิดเผยว่า ช่วงที่ผ่านมาหลายบริษัทกังวลว่า หากเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง ตลาดหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์รวมทั้งโบรกเกอร์จะร่วมกันมีแผนรับมือ อย่างไร โดยเฉพาะมาตรการดูแลระบบการซื้อขายในตลาดหหุ้นและระบบชำระราคาฯ ซึ่งความกังวลดังกล่าวมาจากเหตุรุนแรงปีที่แล้ว ซึ่งมีการวางเพลิงธนาคารและ อาคารตลาดหลักทรัพย์ จนทำให้ ระบบซื้อขาย (Trading) และระบบชำระราคาฯ เกิดปัญหา แต่ระบบซื้อขายสามารถแก้ไขได้ทันที เพราะมีศูนย์สำรองอยู่แล้ว แต่ระบบชำระราคาฯ เกิดปัญหา เพราะขณะนั้นยังไม่ได้มีข้อตกลงกันว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินและทำให้ต้อง หยุดการซื้อขายในบางช่วงของวันหรือบางวันรัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุดเพิ่ม เติมซึ่งทำให้ระยะเวลาในการชำระราคาฯมีปัญหาว่า เมื่อเปิดการซื้อขายปกติแล้วรายการที่ซื้อขายครบT+3 ที่สะสมอยู่ต้องชำระราคาฯในวันที่เปิดซื้อขายรวมทุกรายการหรือไม่ หรือทยอยไล่ชำระราคาไปตามลำดับแต่ละวัน ทำให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจไม่ตรงกัน จนทำให้มีการชำระราคาฯ ล่าช้า จนต้องมีการทำงานในวันเสาร์และอาทิตย์เพื่อให้ระบบชำระราคา ฯ แล้วเสร็จทุกรายการก่อนจะเปิดซื้อขายตามปกติ มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาลามไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 19:40 น.

ผจก.ตลท.มั่นใจหลังเลือกตั้งต่างชาติซื้อหุ้นไทย

Published มิถุนายน 17, 2011 by SoClaimon

17 มิถุนายน 2554, 04:00 น.
ผจก.ตลท.มั่นใจหลังเลือกตั้งต่างชาติซื้อหุ้นไทย – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179617

ผู้จัดการตลาดหุ้น เชื่อ หลังการเลือกตั้งต่างชาติ จะกลับมาซื้อหุ้นไทย เมื่อเห็นโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจที่จะเข้ามาบริหารเศรษฐกิจประเทศ…

วันที่ 16 มิ.ย. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า 2 ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย ขณะนี้ คือ ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และ สถานการณ์การเมืองไทย โดยเชื่อว่าหากการเลือกตั้งแล้วเสร็จ และมีความชัดเจนถึงนโยบายเศรษฐกิจและโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ เชื่อว่า นักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย เพราะพื้นฐานของประเทศยังมีความแข็งแกร่งไม่เปลี่ยนแปลง

ส่วนที่นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามามียอดซื้อสุทธิหุ้นไทยในช่วงวันที่ 14-15 มิ.ย. อาจยังไม่ใช่สัญญาณว่าแรงซื้อของต่างชาติกลับมาแล้ว แต่เป็นเพียงการซื้อหุ้นคืนหลังจากขายหุ้นออกมาหนักในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะกังวลเรื่องการเมืองในประเทศ ซึ่งจะเห็นว่า บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ต่างประเทศหลายสำนัก ที่ออกมาลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทย โดยมีปัจจัยหลักจากความกังวลกับสถานการณ์

นายจรัมพร ยังเปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่ตลาดหลักทรัพย์ตุรกี เนื่องจาก ตลาดหุ้นตุรกีนั้น มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) เท่ากับตลาดหุ้นไทย และ มีประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่มีจำนวนนักลงทุนค่อนข้างมาก โดยมูลค่าการซื้อขายที่ตลาดหุ้นตุรกี มีมูลค่าสูงกว่าตลาดหุ้นไทยถึง 1 เท่าตัว และมีจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นสูงถึง 1.3 ล้านคน จากที่มีจำนวนประชากร 70 ล้านคนทั้งนี้ จากการไปดูงานพบว่าที่ตุรกีนั้น มีการใช้เครือข่ายสาขาของระบบธนาคารพาณิชย์ในการเข้าถึงลูกค้า โดยนักลงทุนนิยมที่จะเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และ ตราสารหนี้ผ่านธนาคารพาณิชย์  ทำให้ตลาดหุ้น และตลาดซื้อขายพันธบัตรหรือตลาดบอนด์มีมูลค่าการซื้อขายที่สูงมาก ขณะที่ตลาดบอนด์ของไทยนั้นมีมูลค่าการซื้อขายไม่มาก ซึ่งภายหลังจากไปดูงานครั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ไทยก็จะมีการนำข้อมูลมาพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้วอลุ่มการซื้อขายของตลาดหุ้น และตลาดบอนด์ของไทยปรับตัวสูงขึ้นเหมือนกับตลาดหุ้นตุรกี

“ไปดูเพื่อจะได้รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้ตลาดหุ้นตุรกีประสบความสำเร็จในเรื่องการซื้อขาย เพราะมีสภาพคล่องสูงมาก จึงพบว่าตุรกี สามารถใช้เครือข่ายสาขาของธนาคารพาณิชย์ในการเข้าถึงผู้ลงทุนรายบุคคล โดยสามารถที่จะเปิดบัญชีซื้อขายหุ้น และ ตราสารหนี้ผ่านธนาคารพาณิชย์ได้ ทำให้ตลาดหุ้น และตลาดพันธบัตรมีมูลค่าการซื้อขายสูงมาก” นายจรัมพร กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 มิถุนายน 2554, 04:00 น.

เตือนนักลงทุนระวังหลังเห็นสัญญาณฟองสบู่

Published มิถุนายน 15, 2011 by SoClaimon

8 พฤศจิกายน 2553, 15:40 น.

ผ่านทางเตือนนักลงทุนระวังหลังเห็นสัญญาณฟองสบู่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_125341

ผู้จัดการตลท.รับเริ่มเห็นสัญญาณฟองสบู่ในบางหลักทรัพย์แล้ว แนะนักลงทุนเพิ่มความระวัง ระบุยังไม่มีการหารือมาตรการเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้าเพื่อชะลอบาทแข็ง

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นทะลุ 1,000 จุด มาจาก 3 ปัจจัย คือ พื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่แข็งแกร่ง ผลตอบแทนของการลงทุนในตลาดหุ้นที่อยู่ในอัตราสูงกว่าการออมเงิน และกระแสเงินทุนต่างชาติจำนวนมากที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งยอมรับว่าราคาหุ้นบางตัวปรับขึ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน และเห็นสัญญาณฟองสบู่เกิดขึ้นในบางหลักทรัพย์ จึงขอให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง รวมทั้งหาข้อมูลจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์เพิ่มเติม เพราะตลาดหุ้นมีความเสี่ยง หากนักลงทุนต่างชาติขายทำกำไรและถอนเงินลงทุนออกไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม แม้จะมีสัญญาณฟองสบู่ในหุ้นบางตัว แต่ก็ไม่ควรจะเหมารวมว่าตลาดหุ้นทั้งหมดเกิดภาวะฟองสบู่

ส่วนกรณีที่รัฐบาลอาจจะมีมาตรการเก็บภาษีเงินทุนไหลเข้าเพื่อชะลอการแข็งค่า ของเงินบาทนั้น นายจรัมพร กล่าวว่า ยังไม่มีการหารือในเรื่องดังกล่าว และไม่เชื่อว่าจะมีการเก็บภาษีเงินลงทุนในตลาดหุ้น เพราะถ้ามีการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่ผิดปกติคงจะเกิดขึ้นในตลาด พันธบัตรมากกว่า เงินต่างชาติที่มาซื้อหุ้นไทยมีสัดส่วนที่น้อย ประมาณ 60,000 ล้านบาท หากเทียบกับตลาดพันธบัตรที่สูงถึง 250,000 ล้านบาท ดังนั้น หากมีมาตรการควบคุมเงินทุนต่างชาติจริงน่าจะเป็นมาตรการเฉพาะในตลาดพันธบัตร ไม่น่าจะมีผลต่อตลาดหุ้น

นายจรัมพร กล่าวต่อว่า คณะกรรมการ ตลท.ได้อนุมัติแผนงานของ ตลท.ปี 2554 โดยมีกลยุทธ์สำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ การขยายขอบเขตธุรกิจของตลาดหลักทรัพย์ การเพิ่มคุณค่าและคุณภาพบริการ การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และการเพิ่มขีดความสามารถของตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคป จากบริษัทจดทะเบียนใหม่อีก 100,000 ล้านบาท โดยเน้นธุรกิจเป้าหมายใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ กลุ่มประกันภัย กลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคม กลุ่มยานยนต์ชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทน นอกจากนี้จะเพิ่มมูลค่าการซื้อขายมากขึ้นเป็น 30,000 ล้านบาท จากปี 2553 อยู่ที่ 27,000 ล้านบาทต่อวัน โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอีก 52,000 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีผ่านโบรกเกอร์ 40,000 บัญชี และบัญชีผ่านธนาคารพาณิชย์ 12,000 บัญชี จากปีนี้ที่เพิ่มขึ้น 40,000 บัญชี และมียอดรวมบัญชีซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต 200,000 บัญชี หรือคิดเป็นร้อยละ 23 จากบัญชีซื้อขายหุ้นทั้งหมด 600,000 บัญชี

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 8 พฤศจิกายน 2553, 15:40 น.

ตลท.ประกาศชื่อหุ้นที่ใช้คำนวณดัชนีSET50

Published มิถุนายน 15, 2011 by SoClaimon

15 มิถุนายน 2554, 07:00 น.
ตลท.ประกาศชื่อหุ้นที่ใช้คำนวณดัชนีSET50 – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_179100

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SET50 และดัชนี SET100 เริ่มใช้ 1 ก.ค. 2554…

วันที่ 14 มิ.ย. นางเกศรา มัญชุศรี ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานพัฒนาธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้คัดเลือกหลักทรัพย์ชุดใหม่ สำหรับการคำนวณดัชนี SET50 และดัชนี SET100 ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2554 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554

การคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับดัชนี SET50 ครั้งนี้ มีหลักทรัพย์ที่ได้รับคัดเลือกเข้ามาใหม่ 1 หลักทรัพย์ คือ บมจ. บางจากปิโตรเลียม (BCP) ส่วนดัชนี SET100 มี 5 หลักทรัพย์ใหม่ ได้แก่ บมจ.บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI), บมจ. เอ.เจ.พลาสท์ (AJ), บมจ. โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) (PTL), บมจ. สยามฟิวเจอร์ดีเวลอปเมนท์ (SF), และ บมจ. เอ็ม.ซี.เอส. สตีล (MCS)

สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อคำนวณดัชนี SET50 และ SET100 นั้น จะใช้ข้อมูลการซื้อขายหลักทรัพย์ย้อนหลัง 12 เดือน (1 มิถุนายน 2553 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2554) และข้อมูลมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดย้อนหลัง 3 เดือน โดยหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 50 ลำดับแรกจะใช้ในการคำนวณดัชนี SET50 ขณะที่หลักทรัพย์ 100 ลำดับแรกจะใช้ในการคำนวณดัชนี SET100 โดยมีหลักทรัพย์ 5 ลำดับถัดมาเป็นหลักทรัพย์สำรอง 5 หลักทรัพย์ สำหรับดัชนีแต่ละชุดด้วย

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 มิถุนายน 2554, 07:00 น.
%d bloggers like this: