ชา

All posts tagged ชา

‘เจียวกู้หลาน’ ชาบำบัดโรค

Published กรกฎาคม 2, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/column/life/smartlife/257834

5 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

Pic_257834

การ “ดื่มชา” เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคนจีน คนอังกฤษ แขกอินเดีย หรือแขกอาหรับ ล้วนแล้วแต่มีวิถีวัฒนธรรมการดื่มชาเป็นของตัวเอง

กล่าวกันว่า มนุษย์ในโลกนี้รู้จักการ “ดื่มชา” มานานกว่า 5,000 ปี ทั้งดื่มเพื่อเป็นเครื่องดื่ม เพื่อความรื่นรมย์ และเพื่อเป็นยา

คนจีนและแขกดื่มชา เพื่อละลายไขมันจากอาหารที่บริโภคเข้าไป ศัลยา คงสมบูรณ์เวช ผู้เชี่ยว ชาญด้านโภชนบำบัด บอกว่า ชาทุกชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง โดยเฉพาะฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีคุณสมบัติในการป้อง กันโรคได้หลายโรค

นักวิจัยชาวเนเธอร์แลนด์พบว่า ผู้ที่ได้รับสารฟลาโวนอยด์อย่างสม่ำเสมอ จะมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจหลอดเลือดลดลงถึง 68% ซึ่งสารที่ว่านี้พบมากในชาดำ หัวหอม และแอปเปิ้ล

รายงานการวิจัยจากองค์การอาหารและเกษตรของสหรัฐฯระบุว่า การดื่มชาดำวันละ 5 ถ้วย ช่วยลดแอลดีแอล หรือคอเลสเทอรอลที่ชอบไปเกาะตามผนังหลอดเลือดลงถึง 11.1% ขณะที่การวิจัยในบอสตันระบุว่า ผู้ที่ดื่มชาดำวันละถ้วย จะช่วยลดความเสี่ยงจากหัวใจวายได้ถึง 44% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มชา

ปัจจุบันกระแส “ชา” กลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายพอๆกับกาแฟ ชาหลากหลายชนิดถูกออกแบบให้ตรงกับรสนิยมของผู้นิยมดื่มหรือจิบชา ถ้าชาดำขมไปก็มีชาเขียว ชาขาว ชาดอกไม้ ชาผลไม้ ชาสมุนไพร ที่ต่างก็มีรสและกลิ่นอันกลมกล่อมละมุนละไมแตกต่างกันตามชนิดของชา

“เจียวกู้หลาน” เป็นชาอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อป้องกันยับยั้งและบำบัดโรคหลายชนิด เจียวกู้หลานมีชื่อเรียกหลายชื่อในหลายประเทศ คนไทยเรียกว่า “เบญจขันธ์” ญี่ปุ่นเรียกว่า อะมาซาซูรู ที่แปลว่า ชาหวานจากเถา ส่วนคนจีนเรียกว่า เซียนเถา หรือ โสมใต้ ที่ล่าสุด สถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ องค์การเภสัชกรรม ได้มีโครงการวิจัยที่จะพัฒนาเจียวกู้หลานให้เป็นสมุนไพรต้านโรคอีกประเภทหนึ่ง

งานวิจัยในห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า ในใบชาเจียวกู้หลานมีสารสำคัญชื่อ Gypenosides ถึง 82 ชนิด ซึ่งมากกว่าที่มีในโสม 3-4 เท่า ผลการวิจัยของจีนและญี่ปุ่นพบสรรพคุณของ เจียวกู้หลาน ตรงกันว่ามีสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้นอนหลับ ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งบางชนิด ต้านการอักเสบ และลดระดับความดันโลหิตสูง รวมทั้ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยส่วนประกอบที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ ซาโปนิน ที่มีอยู่ในเจียวกู้หลาน มีคุณสมบัติในการลดอาการป่วยจากโรคตับอักเสบและโรคเบาหวาน โดยเข้าไปช่วยกระตุ้นสร้างอินซูลินจากตับอ่อน จึงช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือดได้

ข้อพิสูจน์ทางการแพทย์ที่มีการเผยแพร่ผ่านเอกสารวิชาการจำนวนมากยืนยันว่า เจียวกู้หลานสามารถป้องกันโรคเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือด โรคมะเร็งในกระเพาะอาหารและลำไส้ ช่วยลดอาการไตวาย และอาการปวดหัวข้างเดียวหรือไมเกรนได้

การดื่มชาเจียวกู้หลาน ควรดื่มหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน โดยเฉพาะก่อนนอน จะช่วยทำลายสารอาหารตกค้าง อาหารที่ไม่สะอาด ย่อยสลายไม่หมด ขับสารพิษในกระเพาะอาหารและลำไส้

เคล็ดลับการชง ชาดอกไม้ ชาดำ ชาแดง ชาอูหลง รวมทั้ง ชาเจียวกู้หลาน ควรชงด้วยน้ำร้อนจัด หรือเดือดจัด 100 องศาเซลเซียส เพื่อให้ใบชาคลายรสชาติที่ดีออกมา  มีเพียงชาเขียวเท่านั้นที่ไม่ควรชงด้วยน้ำเดือดเพราะจะทำลายรสชาติความสดของชา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 5 พฤษภาคม 2555, 05:15 น.

ชานมไข่มุก ตำรับไต้หวัน มาเปิดบริการในไทย

Published มิถุนายน 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/life/270795

25 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

Pic_270795

สามผู้บริหารชงชาไข่มุกโชว์… กฤตพณ ทัพพะรังสี, สินิสธรา รติมาศ และชเนษฏ์ ชื่นชูจิตต์.

กระแส “ชานมไข่มุก” กำลังมาแรง โก้-กฤตพณ ทัพพะรังสี ซีอีโอหนุ่มไฮโซ บริษัทฟู้ด แอนด์ ดริ้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมทีมนักธุรกิจไฟแรง  ชเนษฏ์ ชื่นชูจิตต์  และสินิสธรา รติมาศ  จึงลงขันกันนำความอร่อยของเครื่องดื่มพรีเมี่ยมอันดับหนึ่งจากไต้หวัน “CoCo Fresh Tea & Juice” มาบริการแก่นักดื่มชาวไทยได้ลิ้มลอง โดยจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งอย่างเป็นทางการที่สาขาสยามพารากอน เมื่อเร็วๆนี้

กร-รพีพรรณ  ทัพพะรังสี  นำสมาชิกในครอบครัวทั้งลูกสะใภ้และลูกตัว จิตติโสภา, ก้อง-กมลสุทธิ์ ร่วมยินดีกับกฤตพณ ทัพพะรังสี.กร-รพีพรรณ ทัพพะรังสี นำสมาชิกในครอบครัวทั้งลูกสะใภ้และลูกตัว จิตติโสภา, ก้อง-กมลสุทธิ์ ร่วมยินดีกับกฤตพณ ทัพพะรังสี.

งานนี้บอสใหญ่ “กฤตพณ” บอกถึง “CoCo Fresh Tea & Juice” ว่า เป็นร้านเครื่องดื่มระดับพรีเมี่ยมร้านแรกในเมืองไทยที่ร่วมทุนกับบริษัทแม่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์จากไต้หวัน สาขานี้เป็นลำดับที่ 959 ของโลก จุดเด่นของ CoCo Fresh Tea & Juice อยู่ที่ชงสดใหม่แบบแก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น หวานกลมกล่อม หอมละมุน ใช้วัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมได้มาตรฐานที่อิมพอร์ตจากไต้หวันโดยตรง ทั้งชา ไข่มุก พุดดิ้ง แตงเมล่อน ฯลฯ นอกจากชานมไข่มุกแล้ว ยังมีเมนูอีกหลากหลายกว่า 70 เมนู เช่น ชาผลไม้ น้ำผลไม้ กาแฟ ฯลฯ โดยจะมีเครื่องดื่มใหม่ๆมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองอยู่เสมอ เนื่องจากบริษัทแม่ที่ไต้หวันมีแผนก R&D (Research & Development) ของตัวเอง จึงสามารถครีเอทเครื่องดื่มสูตรใหม่ๆ และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวหน้าสตรี
  • 25 มิถุนายน 2555, 05:00 น.

จิบชาเคล้าขนมแสนอร่อย ไม่ไป’อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค’ไม่ได้แล้ว!!!

Published มิถุนายน 12, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/life/266724

8 มิถุนายน 2555, 16:00 น.

Pic_266724

โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค โรงแรมใจกลางเมืองสุขุมวิท 22 เปิดตัวโปรโมชั่นพิเศษมอบแด่ผู้ที่ชื่นชอบจิบเครื่องดื่มเบาๆ ยามบ่าย ในบรรยากาศสุดพิเศษ โดยโรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์คได้จัดบริเวณล็อบบี้เลาจน์ ซึ่งตกแต่งสถานที่ด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาชนิด เพื่อให้ผู้ที่มาใช้บริการมีความสุขกับมื้อขนมยามบ่าย

โปรโมชั่นพิเศษ ”High-Tea in the Park” เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคมนี้ เวลา 14.00-17.30 น. โดยไฮไลต์สุดพิเศษ ทางโรงแรมแนะนำเป็นกาแฟ Lavazza หรือ ชา Ronnefeldt รสชาติหอมกรุ่นอย่างจุใจ ที่ควงคู่มาพร้อมกับคัพเค้ก แซนด์วิช และขนมปังหลากหลายรสชาติ ฯลฯ ใครไม่ชอบรับประทานขนมหวานไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ถูกปาก เพราะมีให้เลือกทั้งแซนด์วิชประเภทคาวและหวาน นอกจากนี้ยังได้เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับบทเพลงสุดแสนไพเราะในสไตล์เปียโนซอฟต์แจ๊ส จากปลายนิ้วของนักดนตรีชั้นแนวหน้า โดยจิบชาสุดหรูแสนคุ้มค่านี้ สนนราคาอยู่ที่ท่านละ 499 บาท สามารถสำรองโต๊ะที่ โทร.02-261-9300 ต่อ 5089

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 8 มิถุนายน 2555, 16:00 น.

‘ชาเจียวกู่หลัน’สูตรดั้งเดิมชนเผ่าดอยช้าง

Published พฤษภาคม 26, 2012 by SoClaimon

‘ชาเจียวกู่หลัน’สูตรดั้งเดิมชนเผ่าดอยช้าง

ผลิตภัณฑ์ ‘ชาเจียวกู่หลัน’ สูตรดั้งเดิมชนเผ่าดอยช้าง : คอลัมน์ เกษตรทำกิน : โดย … ประภาภรณ์ เครืองิ้ว

          ขึ้นชื่อเป็นผลิตภัณฑ์จากบ้านดอยช้าง อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ไม่เพียงแต่กาแฟ แมคคาเดเมีย แต่ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากชนเผ่าที่พยายามให้เป็นสินค้าตัวใหม่ของดอยนี้ คือ “ชาเจียวกู่หลัน” ชาที่มีมานานหลายชั่วอายุคน แต่กว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์นี้ได้ต้องอาศัยความคุ้นเคยในการสังเกต การเก็บ จึงจะได้ใบชาที่มีคุณภาพ กระทั่ง สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จ.เชียงราย มาช่วยพัฒนาจนเกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ภายใต้ชื่อ “กลุ่มพัฒนาอาชีพ บ้านดอยช้าง”

“ลักขีกา ฐานพิทักษ์กุล” สมาชิกกลุ่ม บอกว่า กลุ่มเริ่มผลิตชาเจียวกู่หลันมาตั้งแต่ปี 2552 โดยชาเจียวกู่หลัน ถือเป็นชาเก่าแก่ของที่นี่ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และเป็นธรรมเนียมว่า เมื่อมีแขกมาเยือนดอยช้างจะมีการจิบชา เพื่อแสดงการต้อนรับ กระทั่งสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ได้เล็งเห็นว่าเป็นชาที่มีคุณภาพจึงเข้ามามีส่วนร่วมในการแปรรูปเพื่อนำไปจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

“ก่อนนี้กลุ่มประสบปัญหาเรื่องตลาดที่ส่งขายแค่ในพื้นที่เท่านั้น อีกทั้งปัญหาสรรพคุณที่มีหลายแหล่งข้อมูลอ้างอิงว่า ชาเจียวกู่หลันมีสรรพคุณรักษาโรคได้หลายชนิด ซึ่งกลุ่มต้องการการรับรองจากนักวิชาการว่ามีสรรพคุณช่วยรักษาโรคได้จริงหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติที่แท้จริง และเมื่อได้ผลยืนยันที่แน่นอน ชาวบ้านจะนำฉลากมาติดเพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการดื่มชามากขึ้น”

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง จ.เชียงราย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ทั้งในแง่การหาตลาดเพื่อกระจายสินค้าให้กลุ่ม รวมทั้งได้มีการส่งชาเจียวกู่หลันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสรรพคุณก่อนที่จะมีการตีพิมพ์ติดฉลากผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ ชาเจียวกู่หลัน เป็นชาที่มีคุณภาพ  สามารถขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ จึงถือได้ว่าเป็นชาที่ปลอดสารเคมี 100%

ขณะที่กรรมวิธีในการผลิตจะพิถีพิถัน เน้นความสะอาด ปลอดภัย โดยเริ่มจากการนำต้นชาเจียวกู่หลัน มาคัดแยกและนำเศษใบไม้ที่ติดกับต้นชาออก จากนั้นจึงนำมาล้างน้ำ 3 น้ำหรือจนกว่าจะแน่ใจว่าต้นชาไม่มีสิ่งสกปรกก่อนนำไปตากให้สะเด็ดน้ำ 2-3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปหั่น ซึ่งมีดที่หั่นต้องทาด้วยเกลือ เมื่อหั่นแล้วนำไปคั่วให้แห้ง ก่อนไปคลึงหรือนวดจนแห้งสนิทไม่มีน้ำ นำไปตากแดด 3-5 วัน ก่อนบรรจุถุง เพื่อจำหน่าย

“รูปแบบของชาเจียวกู่หลันบ้านดอยช้างสามารถต้มได้ 2 วิธี คือ แบบแห้งที่ผ่านการตากแดด และแบบสดด้วยนำต้นชาสดๆมาต้มแล้วดื่ม ซึ่งมีสรรพคุณเช่นเดียวกัน” ลักขีกา กล่าว

แม้ชาเจียวกู่หลันจะมีแหล่งผลิตหลายแหล่งในภาคเหนือของประเทศ แต่แน่นอนชาเจียวกู่หลันบ้านดอยช้างแห่งนี้ อาจไม่เหมือนกับแหล่งผลิตอื่นๆ เนื่องจากนักท่องเที่ยว รวมทั้งคอชา สามารถตรวจสอบวิธีการผลิตได้ เพราะที่นี่จะเน้นเรื่องความสะอาด ขั้นตอนการผลิตที่ถูกสุขลักษณะ ความปลอดภัย ตลอดจนใส่ใจเรื่องสรรพคุณ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค ทั้งนี้ ผู้สนใจในผลิตภัณฑ์ชาเจียวกู่หลันบ้านดอยช้าง สอบถามความละมุนในรสชาติ ได้ที่ 08-1165-9414

———-

(หมายเหตุ : ผลิตภัณฑ์ ‘ชาเจียวกู่หลัน’ สูตรดั้งเดิมชนเผ่าดอยช้าง : คอลัมน์ เกษตรทำกิน : โดย … ประภาภรณ์ เครืองิ้ว)

———-

ฤทธิ์ป้องกันโรคตับอักเสบเนื่องจากการสะสมไขมันในตับของชาดำ

Published มีนาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=748

ย่อยข่าวงานวิจัย

ฤทธิ์ป้องกันโรคตับอักเสบเนื่องจากการสะสมไขมันในตับของชาดำ

การทดสอบฤทธิ์ของชาดำต่อการต้านตับอักเสบเนื่องจากการสะสมไขมันในตับ (non-alcoholic steatohepatitis) พบว่าการป้อนอาหารไขมันสูงร่วมกับการให้ชาดำความเข้มข้น 2.5% ขนาด 10 มล./กก.น้ำหนักตัว นาน 30 วัน ช่วยป้องกันการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาล คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอร์ไรด์, low-density lipoprotein (LDL), very low-density lipoprotein (vLDL), high density lipoprotein (HDL) และ bilirubin ในเลือดได้เมื่อเทียบกับหนูแรทที่ได้รับ อาหารไขมันสูงเพียงอย่างเดียว และช่วยลดปริมาณเอนไซม์ aspartate aminotransferase และ alanine aminotranferase (ดัชนีชี้วัดการทำงานของตับ) ที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากตับทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังพบว่าชาดำมีผลเกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ ลดระดับ malondialdehyde และปริมาณ nitric oxide ป้องกันการลดลงของกลูตาไธโอน เพิ่มการทำงานของเอนไซม์ superoxide dismutase และ catalase ลดการทำงานของเอนไซม์ nitric oxide synthase ป้องกันการเกิดความเสียหายของเซลล์ตับ โดยยับยั้งทำงานของ caspase-3 ป้องกันไม่ให้เกิดเซลล์ตาย และลดการแตกหักของ DNA อันเนื่องมาจากการการสะสมไขมันของตับได้ จากการศึกษานี้จะเห็นได้ว่าชาดำช่วยลดความเสียหายของตับที่เกิดจากการสะสมไขมันได้โดยเกี่ยวข้องกระบวนการต้านอนุมูลอิสระเป็นสำคัญ

Phytother Res 2011; 25:1073-81


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ชาดำช่วยลดน้ำตาลในเลือด

Published มีนาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=724

ย่อยข่าวงานวิจัย

ชาดำช่วยลดน้ำตาลในเลือด

การศึกษาปัจจัยสภาพภูมิอากาศของแหล่งปลูกชาและเกรดของใบชาต่อฤทธิ์น้ำตาลในเลือดของชาดำ โดยใช้ชาดำเกรด Broken Orange Pekoe Fanning (เศษใบชา) จากแหล่งปลูกที่มีความสูงต่างกันในประเทศศรีลังกา คือ High-grown (ปลูกในพื้นที่สูงมากกว่า 1,220 ม.จากระดับน้ำทะเล), Medium-grown (ปลูกในระดับความสูง 610-1,220 ม.จากระดับน้ำทะเล) และ Low-grown (ปลูกในพื้นที่ต่ำกว่า 610 ม.จากระดับน้ำทะเล) โดยป้อนชาดำที่ความเข้มข้น 60, 120 และ 480 มก./มล. ป้อนให้หนูแรทปกติ และหนูแรทที่ถูกกระตุ้นให้เป็นเบาหวานโดย Streptozotocin ติดต่อกัน 14 วัน ผลการศึกษาพบว่าชาดำสามารถลดปริมาณน้ำตาลในเลือดได้ทั้งในหนูปกติและหนูที่เป็นเบาหวาน โดยจะออกฤทธิ์มากขึ้นเมื่อได้รับในความเข้มข้นที่สูงขึ้น และฤทธิ์ลดน้ำตาลนี้ไม่ขึ้นกับความสูงของแหล่งปลูกชา นอกจากนี้ยังพบว่าชาดำออกฤทธิ์ลดการดูดซึมกลูโคสที่ลำไส้เล็ก ยั้บยั้งการทำงานของ α-glucosidase และ α-amylase นอกจากนี้ชาดำยังออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน ซึ่งช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน (insulin sensitivity) และแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระเมื่อทดสอบในหลอดทดลอง โดยไม่ก่อให้เกิดความเป็นพิษในสัตว์ทดลองเมื่อป้อนในความเข้มข้น 480 มก./มล. ติดต่อกันนาน 50 วัน จากการศึกษานี้จะเห็นได้ว่าแหล่งปลูกใบชาและคุณภาพของใบชาไม่มีผลต่อฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของชาดำ

J Ethnopharmacol 2011; 135: 278-86


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

สารคาทีชินในชาช่วยป้องกันการเกิดภาวะความผิดปกติของผนังหลอดเลือด และต้านการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งในผู้ที่สูบบุหรี่

Published มีนาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=723

ย่อยข่าวงานวิจัย

สารคาทีชินในชาช่วยป้องกันการเกิดภาวะความผิดปกติของผนังหลอดเลือด และต้านการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งในผู้ที่สูบบุหรี่

การศึกษาในผู้ชายที่สูบบุหรี่จำนวน 30 คน ที่มีประวัติในการสูบบุหรี่ 20 มวน/วัน นาน 1 ปี หรือมากกว่า และมีสุขภาพดีไม่เป็นโรคเบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมได้รับเครื่องดื่มที่ไม่มีสารคาทีชิน กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในระดับกลาง (80 มก./วัน) กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในระดับสูง (580 มก./วัน) นาน 2 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในระดับสูงมีการตอบสองต่ออะเซตทิลโคลีน (acethylcholine) เพิ่มขึ้นทำให้การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้นเมื่อวัดภายหลังจากการดื่มชาไป 2 ชม. 1 และ 2 สัปดาห์ ในขณะที่กลุ่มอื่นๆ ไม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในระดับสูงจะเพิ่มสารไนตริออกไซด์ในกระแสเลือด และลดระดับสารอนุมูลอิสระ เช่น dimethylarginine, malondealdehyde, C-reactive protein เป็นต้น ซึ่งเป็นผลให้ป้องกันการเกิดภาวะความผิดปกติของผนังหลอดเลือด และต้านการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวได้ จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าการรับประทานเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในระดับสูงสามารถป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวในผู้ที่สูบบุหรี่ได้โดยไปเพิ่มระดับไนตริออกไซด์และลดระดับสารอนุมูลอิสระในกระแสเลือด

Circulation Journal 2010;74:578-87.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ผลของสารคาทีชินในชาต่อร่างกาย

Published มีนาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=722

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของสารคาทีชินในชาต่อร่างกาย

การศึกษาในผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานระดับกลางจำนวน 182 คน อายุระหว่าง 18 – 55 ปี ดัชนีมวลกายอยู่ระหว่าง 24 – 35 กก./ม2 ไขมันในร่างกายมากกว่า 25% รอบเอวมากกว่า 85 ซม.สำหรับผู้ชาย และไขมันในร่างกายมากกว่า 30% รอบเอวมากกว่า 80 ซม. สำหรับผู้หญิง แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยที่แต่ละกลุ่มต้องบริโภคเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในชาเป็นส่วนประกอบ 2 มื้อ/วัน โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมให้รับประทานเครื่องดื่มควบคุมทั้ง 2 มื้อ (มีปริมาณสารคาทีชิน 30 มก. และสารคาเฟอีน 10 มก./วัน) กลุ่มที่ 2 ให้รับประทานเครื่องดื่มควบคุม 1 มื้อ และอีก 1 มื้อให้รับประทานเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในปริมาณสูง (มีปริมาณสารคาทีชิน 458 มก. และสารคาเฟอีน 104 มก./วัน) กลุ่มที่ 3 ให้รับประทานเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในปริมาณสูงทั้ง 2 มื้อ (มีปริมาณสารคาทีชิน 886 มก. และสารคาเฟอีน 198 มก./วัน) นาน 90 วัน พบว่าในกลุ่มที่ 3 ที่รับประทานเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในปริมาณสูงทั้งสองมื้อรอบเอวลดลง 1.9 ซม. และน้ำหนักร่างกายลดลง 1.2 กก. ในขณะที่กลุ่มที่ 2 น้ำหนักร่างกายลดลง 0.7 กก. จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าการรับประทานเครื่องดื่มที่มีสารคาทีชินในชาปริมาณสูงทั้งสองมื้อสามารถลดระดับไขมันในร่างกายบริเวณหน้าท้องในผู้ที่มีน้ำหนักร่างกายเกินมาตรฐานระดับกลางได้

Obesity 2010;18(4):773-9.


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

การศึกษาความเป็นพิษของชาผู่เอ๋อ (Pu-erh black tea)

Published มีนาคม 16, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=717

ย่อยข่าวงานวิจัย

การศึกษาความเป็นพิษของชาผู่เอ๋อ (Pu-erh black tea)

ทดสอบความเป็นพิษของชาผู่เอ๋อทั้งแบบเฉียบพลันและกึ่งเรื้อรังในหนูแรท Sprague-Dawley โดยในการศึกษาพิษแบบเฉียบพลัน ทำการทดลองกับหนูแรททั้งหมด 20 ตัว (เพศผู้ 10 ตัว, เพศเมีย 10 ตัว) ป้อนหนูทุกตัวด้วยชาผู่เอ๋อขนาด 10 ก./กก.ของน้ำหนักตัว สังเกตความเปลี่ยนแปลงทางคลินิก และอัตราการตายของหนูในชั่วโมงที่ 1 2 4 8 และ 12 และทำการสังเกตหนู วันละสองครั้ง จนครบ 14 วัน ทำการวัดน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไป และอัตราการกินอาหารในวันที่ 0 1 3 5 7 10 และ 14 เปรียบเทียบกับหนูในกลุ่มควบคุมซึ่งมีจำนวนและเพศเท่ากันกับกลุ่มทดลอง และในวันสุดท้ายของการทดลองทำการชำแหละผ่าซากเพื่อตรวจอวัยวะภายใน ส่วนการศึกษาพิษแบบกึ่งเรื้อรัง ทำการทดลองกับหนูแรท 4 กลุ่ม กลุ่มละ 20 ตัว (เพศผู้ 10 ตัว, เพศเมีย 10 ตัว) โดยให้กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุม อีกสามกลุ่มที่เหลือป้อนด้วยชาผู่เอ๋อขนาด 1,250 2,500 และ 5,000 มก./กก.ของน้ำหนักตัว/วัน ตามลำดับ เป็นเวลา 91 วัน สังเกตความเปลี่ยนแปลงทางคลินิก และอัตราการตายของหนูทุกสองวัน และวัดน้ำหนักทุกสัปดาห์ ในวันสุดท้ายของการทดลองทำการชำแหละผ่าซากเพื่อตรวจอวัยวะภายใน และวิเคราะห์หาค่าเคมีในเลือด ผลการศึกษาพบว่า ไม่พบความผิดปกติใดๆ เกิดขึ้นกับหนูทดลอง และไม่มีหนูตายในศึกษาพิษแบบเฉียบพลัน และในการศึกษาแบบพิษแบบกึ่งเฉียบพลันพบว่าน้ำหนักตัวของหนู อัตราการกินอาหาร น้ำหนักอวัยวะภายใน และค่าเคมีในเลือดของหนูกลุ่มที่ป้อนด้วยชาผู่เอ๋อทั้งสามกลุ่มไม่แตกต่างจากกลุ่มควบคุม ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่าปริมาณชาสูงสุดในการทดลองที่ป้อนหนูในการศึกษาแบบเฉียบพลัน 10 ก./กก.ของน้ำหนักตัว และแบบกึ่งเรื้อรัง 5,000 มก./กก.ของน้ำหนักตัวในการศึกษาครั้งนี้ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง และไม่มีความเป็นพิษ

J Ethno. 2011; 134: 156-164


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316

ผลของสาร quercetin และ curcumin ในการปกป้องการทำลาย ตับ ไต และเลือด ของยาพาราเซตามอลในหนูแรท

Published มีนาคม 15, 2012 by SoClaimon

http://www.medplant.mahidol.ac.th/active/shownews.asp?id=664

ย่อยข่าวงานวิจัย

ผลของสาร quercetin และ curcumin ในการปกป้องการทำลาย ตับ ไต และเลือด ของยาพาราเซตามอลในหนูแรท

การศึกษาผลของการได้รับสาร quercetin (พบได้ในพืชหลายชนิด เช่น บร็อคโคลี่ ผักกาดหอม แอ๊ปเปิ้ล มะเขือเทศ หัวหอม ชา และกาแฟ) และสาร curcumin (พบได้ในขมิ้น) ในหนูแรทเพศผู้ที่ถูกเหนี่ยวนำให้เกิดความผิดปกติจากภาวะออกซิชั่น ตับถูกทำลาย ไตทำหน้าที่ผิดปกติ และเลือดเป็นพิษ จากการได้รับยาพาราเซตามอลขนาด 650 มก./กก. ซึ่งทำให้หนูมีระดับของ thiobarbituric acid-reactive substances (TBARS) เพิ่มขึ้น ในขณะที่ปริมาณของ glutathione ในปอด ตับ ไต และระดับของเอนไซม์ glutathione peroxidase, glutathione S-transferase, superoxide dismutase และ catalase (เป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระ) ในเลือด สมอง ปอด หัวใจ ตับ ไต และอวัยวะสืบพันธุ์ของหนูลดลง นอกจากนี้ยังทำให้เนื้อเยื่อตับเกิดการตาย ระดับของเอนไซม์ transmainases, alkaline phosphatase และ lactate dehydrogenase ในเลือดเพิ่มขึ้น ระดับ protein, albumin และ globulin ในเลือดลดลง ในขณะที่ระดับ bilirubin, urea และ creatinine เพิ่มขึ้น รวมทั้งทำให้เลือดเป็นพิษ จากผลการทดลองพบว่าหนูที่ได้รับยาพาราเซตามอลขนาด 650 มก./กก.ร่วมกับสาร quercetin ขนาด 50 มก./กก. หรือร่วมกับสาร curcumin 20 มก./กก. ระดับของ TBARS จะไม่เพิ่มขึ้น ระดับของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการต้านอนุมูลอิสระกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาพาราเซตามอล และยา N-acetylcysteine (ยาต้านพิษของยาพาราเซตามอล) นอกจากนี้สาร quercetin และสาร curcumin ยังช่วยในการปกป้องเนื้อเยื่อตับ และทำให้การทำงานของตับและไตเป็นปกติด้วย โดยที่สาร curcumin จะมีฤทธิ์มากกว่า ดังนั้นจึงอาจสามารถสรุปได้ว่าการได้รับสาร quercetin หรือสาร curcumin ร่วมกับยาพาราเซตามอลสามารถยับยั้งการเกิดพิษจากยาดังกล่าวได้เทียบเท่ากับยา N-acetylcysteine

Food Chem Toxicol 2010;48(11):3246-61


หน่วยบริการฐานข้อมูลสมุนไพร สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ถนนศรีอยุธยา พญาไท กทม. 10400 Tel. 0-2644-8677-91 ต่อ 5305, 5316
%d bloggers like this: