ชาวนา

All posts tagged ชาวนา

จำแนกปัญหาพื้นที่ชาวนา เพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าว – ดินดีสมเป็นนาสวน

Published สิงหาคม 31, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/152068

วันพุธที่ 29 สิงหาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ปัจจุบันปัญหาความยากจนของภาคเกษตรไทย ยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่แก้ไขได้ยาก เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ และการบริหารจัดการ ปัญหาเรื่องทุน และโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะที่ทำกิน การพัฒนาดินและน้ำ ซึ่งยังพบว่าไม่เพียงพอ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทยเกิดความล่าช้า อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ยากจน มีหนี้สิน …

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาการผลิต  กล่าวว่า  ขณะนี้รัฐบาลสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการ จำแนกปัญหาพื้นที่ของเกษตรกร ออกมาให้ชัดเจน เพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตข้าวให้มากขึ้น โดยการจำแนกพื้นที่ผลิตข้าวตามผลผลิตเฉลี่ยออกเป็น 2 ระดับ คือ พื้นที่พัฒนาที่มีผลผลิตเฉลี่ยมากกว่า 350 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่นี้ต้องกำหนดกิจกรรมเข้าไปพัฒนาเพิ่มผลผลิตแยกตามรายพื้นที่ และพื้นที่ที่มีผลผลิตต่ำกว่า 350 กิโลกรัมต่อไร่ โดยพื้นที่นี้ต้องกำหนดชัดเจนว่าจะคงสภาพให้มีการผลิตข้าวอยู่ต่อไป หรือว่าจะมีการชดเชยเพื่อให้เปลี่ยนไปปลูกพืชอื่น โดยต้องไม่มีการนำผลผลิตในส่วนนี้ไปคำนวณค่าเฉลี่ยของประเทศอีก เพราะจะทำให้ค่าเฉลี่ยของประเทศไม่ถูกต้องในเชิงสถิติ เป็นภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นบวกต่อการทำตลาดส่งออกของประเทศ

นอกจากนี้ ยังต้องมีการ พัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมือง ให้มีความหลากหลายมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ไทยให้มีคุณค่าและคุณลักษณะเฉพาะให้สูงขึ้น เพื่อคงอัตลักษณ์ และเอกลักษณ์ความเป็นที่สุดของสายพันธุ์ข้าวเพื่อการบริโภคของโลก เนื่องจากคู่แข่งคือพม่าและเวียดนามมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาข้าวสายพันธุ์พื้นเมือง ให้มีเอกลักษณ์สูงกว่าข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ไทย อีกทั้งยังต้องจัดทำระบบทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้ชัดเจนและเป็นปัจจุบัน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิข้าวภายนอกในกรณีที่ภาครัฐต้องการสนับสนุนเกษตรกร และยังสามารถใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาและยกระดับผลผลิตของเกษตรกรแต่ละพื้นที่ด้วยสายพันธุ์ข้าวที่ผ่านการพัฒนาให้มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้นแล้ว

นายนิวัติ กล่าวต่อไปว่า การที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์ในการทำตลาดใหม่ โดยแยกกลยุทธ์ในการทำตลาดตามประเภทของข้าว เช่น ข้าวนึ่ง ข้าวหอมมะลิ ข้าวพันธุ์พื้นเมือง โดยใช้ประเทศปลายทางมากำหนดเป็นเป้าหมายตลาดส่งออก เนื่องจากกลุ่มสมาชิก AEC เป็นประเทศผู้ผลิตข้าวเหมือนกัน และที่สำคัญต้องไม่สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นผลลบต่ออุตสาหกรรมข้าวไทยผ่านการนำเสนอข้อมูลข้าวในเชิงเปรียบเทียบภาพรวมเช่นเดียวกันกับคู่แข่ง ทั้งนี้ต้องให้ความสำคัญที่ข้าวหอมมะลิและข้าวนึ่งเป็นลำดับแรก โดยเฉพาะข้าวนึ่งที่ประเทศไทยมีศักยภาพสูงเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ผลิตรายอื่นที่ผลิตข้าวนึ่งคุณภาพต่ำกว่าและขายในราคาที่ต่ำกว่า

…สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ผลผลิตต่ำกว่า 350 กิโลกรัมต่อไร่ และมีรายได้จากการผลิตข้าวต่ำ เป็นกลุ่มเกษตรกรที่ทางกระทรวงเกษตรฯต้องรีบเข้าไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้สูงและมีโรงสี หรือมีผู้ส่งออกเข้ามาค้ำชู กระทรวงเกษตรฯจะลดบทบาทตรงนี้ไป โดยปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ มีเจ้าหน้าที่ที่จะให้คำแนะนำและช่วยเหลือเกษตรกรประจำอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อนำข้อมูลและข้อเท็จจริง รวมถึงปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่มาพัฒนาปรับปรุงคุณภาพให้ดีขึ้น …

…แนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนพร้อมทั้งสร้างคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นได้หรือไม่ต้องคอยดูกันต่อไป.

ระดมสมองสร้างอนาคตชาวนา วช.ดึงนักคิดเปิดเวทีแลกเปลี่ยน แก้ปัญหาจน-ฟื้นความมั่นคงอาชีพ

Published สิงหาคม 31, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/20384

วันศุกร์ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : ระดมสมองสร้างอนาคตชาวนาวช.แก้ปัญหายากจน,

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย กล่าวในงานสัมมนาวิชาการกับการฟื้นฟูชีวิตและเศรษฐกิจชาวนา จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าเจเอสพีเอส แห่งประเทศไทย (สศจท.) ในงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2555 ว่า สถานการณ์ของชาวนาปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป มีการเน้นที่จะผลิตข้าวเพื่อการค้าขายเป็นหลักมากขึ้น ผลที่ตามมาทำให้ชาวนามีต้นทุนสูงขึ้น จากการใช้ปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยและสารเคมีต่างๆ ทำให้มีปัญหาหนี้สิน ยากจนลงเรื่อยๆ สำหรับแนวทางการพัฒนาอาชีพของชาวนาไทย จะต้องสร้างความมั่นคงให้กับชาวนา พัฒนาประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาองค์กรชาวนา ให้เข้มแข็งมีอำนาจต่อรอง และส่งเสริมชาวนารุ่นใหม่ให้เกิดขึ้น

ด้าน รศ.ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์ อาจารย์สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า การแก้ปัญหาชาวนาต้องแก้แบบรื้อโครงสร้างทั้งระบบ ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบที่ทำกันอยู่ในขณะนี้ นโยบายพรีเมียมข้าวซึ่งเป็นการลงโทษภาคการเกษตร เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญที่ส่งผลให้เศรษฐกิจชนบทไทยเปลี่ยนแปลงจากเศรษฐกิจที่มีรายได้และค่าจ้างสูง กลายเป็นเศรษฐกิจที่มีรายได้และค่าจ้างต่ำ ทำให้เกิดการละทิ้งอาชีพ ไม่มีชาวนารุ่นใหม่ที่จะสานต่อ

ศ.ดร.ทัศนีย์ อัตตะนันทน์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่าปัจจุบันเกษตรกรไทยยังคงใช้คำแนะนำปุ๋ยสำหรับพืชเศรษฐกิจอย่างกว้างๆ ไม่เฉพาะเจาะจงกับดินและพืชแต่ละชนิด อีกทั้งไม่คำนึงถึงการสูญเสียหรือการได้มาของธาตุอาหารในช่วงการเจริญเติบโตของพืช การใช้ปุ๋ยไม่ตรงกับความต้องการของพืช ส่งผลให้มีการใช้ปุ๋ยมาก ไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนการผลิตของชาวนาไทยสูง ทางออกหนึ่งคือการนำ “ปุ๋ยสั่งตัด” หรือการจัดการธาตุอาหารพืชเฉพาะพื้นที่มาใช้

ศ.ดร.บุษบา ยงสมิทธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การค้าสินค้าข้าวในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นปฐมภูมิในรูปของข้าวเปลือก และข้าวสารเพื่อการบริโภคโดยตรงเป็นหลัก มีการแปรรูปบ้างเล็กน้อย ทำให้มูลค่าข้าวน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณ จึงต้องมีการแปรรูปข้าว และผลพลอยได้จากข้าวมากขึ้น โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ต้านเบาหวานมีธาตุเหล็กสูง ข้าวที่ลดคอเลสเตอรอลมีการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์จุลินทรีย์ที่เกิดขึ้นจากข้าวมากยิ่งขึ้น ก็จะเป็นการสร้างมูลค่า ทำให้ข้าวมีราคาสูงขึ้น

ธ.ก.ส.แจกบัตรเครดิตชาวนาบุรีรัมย์ ใช้ซื้อสินค้าเกษตร แถมจัดสิทธิ์ล่อใจเพียบ

Published สิงหาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/18198

วันอังคาร ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555, 09.53 น.

tags : บุรีรัมย์บัตรเครดิตชาวนาธ.ก.ส.สินค้าเกษตร,
นายนิยม รัตนเย็นใจ ผู้อำนวยการสำนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ธ.ก.ส.บุรีรัมย์ ทั้ง 15 สาขาหลัก 14 สาขาย่อย 24 หน่วยอำเภอ ได้ดำเนินโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร สำหรับเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส.ผู้ปลูกข้าว ซึ่งเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตด้วยบัตรสินเชื่อเกษตรกรของธนาคาร ไปชำระค่าสินค้าหรือบริการกับห้างร้านค้าที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับธนาคารได้ทุกวันตามที่ต้องการใช้จริง ผ่านระบบหักตัดวงเงินตามสินเชื่อฯ โดยไม่ต้องใช้เงินสด ซึ่งขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้ทดลองใช้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก่อน เมื่อระบบสมบูรณ์แล้วก็จะได้ใช้กับเกษตรกรลูกค้าที่ปลูกพืชอื่นๆ ต่อไป

โดยการดำเนินงานตามโครงการบัตรสินเชื่อเกษตรกร ของสำนักงาน ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ มีเป้าหมายดำเนินการบัตรสินเชื่อเกษตรกร ทั้งหมด 83,550 ราย ซึ่งร้านค้าเข้าร่วมโครงการทั้ง 23 อำเภอ มีการติดตั้งเครื่องรูดบัตรเครดิต ร้านค้า 75 เครื่อง ปั๊มน้ำมัน 10 เครื่อง

ล่าสุด จนถึงขณะนี้ ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการบัตรสินเชื่อไปแล้วจำนวน 8,200 บัตร จากจำนวนบัตรที่รับมาครั้งที่ 1 จำนวน 26,961 บัตร โดยคาดว่า จะจ่ายบัตรได้ทั้งหมดภายในเดือนสิงหาคมนี้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก สร้างความปลอดภัยให้กับเกษตรกร โดยเกษตรกรไม่ต้องพกพาเงินสดในการจัดซื้อสินค้าในการทำนาข้าว ซึ่งบัตรสินเชื่อเกษตรกรสามารถใช้ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ปุ๋ยใส่นาข้าว และยากำจัดศัตรูพืชในนาข้าว สามารถใช้ได้ที่ร้านค้า สกต.และร้านค้าท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับ ธ.ก.ส.ภายในพื้นที่ใกล้บ้านเกษตรกรเอง โดยไม่ต้องใช้เงินสด และใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ตามวงเงินที่ ธ.ก.ส.กำหนดไว้ให้แต่ละราย นอกกจากนี้ ได้มีสิทธิพิเศษ ฟรีค่าธรรมเนียมออกบัตร ค่าธรรมเนียมรายปี และปลอดดอกเบี้ย 30 วันแรกเมื่อใช้บัตรแต่ละครั้งอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม พบว่าเกิดปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ เนื่องจากขณะนี้ในหลายพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ กำลังประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง ทำให้เกษตรกรยังไม่เปิดใช้บัตรดังกล่าว ซึ่ง ผอ.ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากแผนการดำเนินงานที่ได้กำหนดไว้ ธ.ก.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ มั่นใจว่า จะสามารถดำเนินงานตามโครงกาบัตรสินเชื่อเกษตรกรให้บรรลุผลด้วยประสิทธิภาพของพนักงาน สำเร็จและเกิดประโยชน์กับเกษตรกรตามวัตถุประสงค์ที่คาดหวังไว้ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีประโยชน์และสามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้

“กรมการข้าว” จัดงานวันข้าวและชาวนาสกลนคร ประจำปี 55

Published มิถุนายน 19, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/10893

วันอังคาร ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 16.57 น.

tags : วันข้าวและชาวนาสกลนครกรมการข้าวกรมข้าวชาวนาสกลนคร,

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษารมวเกษตรฯ เปิดเผยว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญต่อประเทศและสังคมไทยอย่างมาก โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน มีพื้นที่ปลูกข้าวถึง 61 ล้านไร่ สามารถผลิตข้าวเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และยังเหลือพอที่จะส่งออกได้ปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าการส่งออกประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้น เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา ตลอดจนเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติของชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ คณะรัฐมนตรีจึงมีมติกำหนดให้วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ.2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 พร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรกิจกรรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งได้ทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เองในแปลงนาของมหาวิทยาลัย จึงถือเป็นสิริมงคลต่อวงการข้าวและชาวนาไทยเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ กรมการข้าว เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ดูแลชาวนาทั้งประเทศ ได้ดำเนินการจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ทั้งในพื้นที่ส่วนกลางและภูมิภาค สำหรับจังหวัดสกลนคร ได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสกลนคร จัดงานวันข้าวและชาวนาสกลนคร ประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการจัดงานติดต่อกันเป็นปีที่ 3 แล้ว เพื่อร่วมกันรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยและพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่ทรงให้ความสำคัญต่อกิจการด้านข้าวมาโดยตลอด พร้อมกับเชิดชูเกียรติสร้างขวัญและกำลังใจชาวนาในฐานะผู้ผลิตอาหารหลักให้กับประชาชนชาวไทยและชาวโลก ที่สำคัญยังเป็นการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าว เพื่อให้ลูกหลานชาวนารุ่นใหม่ภาคภูมิใจและสืบทอดอาชีพการทำนาของบรรรพบุรุษต่อไป เพราะอาชีพทำนานั้นมีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างมาก

ด้าน นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานวันข้าวและชาวนาสกลนครในปีนี้ ได้บูรณาการจัดงานวันรณรงค์และสาธิตการงดเผาตอซังและฟางข้าวเข้าไว้ด้วยกัน แบ่งเป็นกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้และสาธิตการปลูกข้าวด้วยวิธีต่างๆ เพื่อแนะนำทางเลือกที่เหมาะสมแก่ชาวนา การใช้จุลินทรีย์ย่อยตอซังและฟางข้าวในแปลงนาหลังการเก็บเกี่ยว ทดแทนการเผาตอซัง ซึ่งจะช่วยให้ดินแปลงนามีอินทรียวัตถุ ธาตุอาหารและจุลินทรีย์ที่เหมาะสมเป็นประโยชน์ต่อต้นข้าวสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวนาปลูกข้าวได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อถ่ายทอดความรู้แก่เกษตรกร และการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP ของกลุ่มเครือข่ายอีกด้วย

ข้าวและชาวนา (เกษตรสร้างสรรค์)

Published มิถุนายน 9, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/columnist/1751

07 มิ.ย. 2555

5 มิถุนายน ถือเป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ แต่คนแทบทั้งชาติกลับไม่รู้ว่า มีวันนี้กับเขาด้วย ทั้งที่กินข้าวทุกวัน วันละหลายมื้อด้วยซ้ำ

เป็นข้าว และเป็นชาวนาที่ใครๆต่างพากันเมินว่างั้นเถอะ

ข่าวล่ามาเรือบึงฉวากบอกว่า ยังมีคนสนใจชื่อบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรฯประกาศชัดเจนให้เวลา 3 เดือน ทำยังไงก็ได้ที่จะเพิ่มผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่ให้สูงกว่า 470 กก.ไร่ แพ้อาเซียนทุกประเทศ ยกเว้นเขมรที่ไทยชนะเล็กน้อย

เป็นการประกาศให้อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร คุณพรรณพิมล ชัญญานุวัตร เตรียมตัวไว้ในการแต่งตั้งโยกย้ายในปลายปีงบประมาณนี้

ทำได้ก็รอดตัวเป็นอธิบดีต่อไปจนเกษียณปี 2556 ทำไม่ได้ ข่าวไม่ได้บอกด้วยว่า คุณบรรหารจะมีบรรหารโยกไปไว้ที่ไหน  ที่แน่ๆคงไม่ใช่ตำแหน่งอธิบดีกรมที่เป็นอยู่หรือกรมวิชาการเกษตรที่อยากอยู่เกษียณที่นั่น

ฟังแล้ว ยังกังขาว่า ผิดเพี้ยนไปหรือไม่  ที่แท้ที่ควรน่าจะเป็นกรมการข้าวของอธิบดีชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ เสียมากกว่า  เพราะรับผิดชอบเรื่องข้าวล้วนๆ

แต่ประธานที่ปรึกษารมว.เกษตรฯพูดก็ต้องแสดงว่า เป็นอย่างนั้น ผิดกับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร พูดแล้วไม่มีใครเชื่อ แถมยังถูกส.ส.เขวี้ยงหนังสือใส่ ไล่ลงบัลลังก์ ซ้ำยกเก้าอี้ออกอีกตะหาก

เรื่องผลผลิตข้าวต่ำจำได้ว่า  ได้ยินได้ฟังมานานนมเต็มทีว่า ผลผลิตข้าวเฉลี่ยของไทยต่ำกว่าใครๆ แต่ไม่ยักมีนักการเมืองหน้าไหน ข้าราชการคนใด รู้สึกวิตกกังวล และหาทางแก้ไข

เมื่อคุณบรรหารหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็พอรู้สึกได้ว่า เออ….บ้านเมืองนี้ยังพอมีที่พึ่งได้บ้าง แม้ยังไม่รู้จะเป็นท่อนไม้หรือฟางข้าว เวลากำลังจมน้ำเป็นต้องคว้ากันทั้งนั้น  รู้สึกได้ว่า คุณบรรหารเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่ไปคาดโทษกับอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  ก็รู้สึกว่า ออกจะไม่ยุติธรรมนัก เพราะผลผลิตข้าวเป็นผลผลิตของการบูรณาการ ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ น้ำชลประทาน ดิน วิชาการเกษตรในการปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว โดยมีกรมรับผิดชอบ เช่น กรมการข้าว  กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมวิชาการเกษตร ในส่วนของกรมส่งเสริมการเกษตรก็เกี่ยวข้องในฐานะหน่วยงานส่งเสริมปลูกในพื้นที่

กรมส่งเสริมการเกษตรนั้นเคยเป็นกรมเกรดเอมาก่อน ในระยะ 1-2 ทศวรรษที่ผ่านมา กรมนี้ตกเป็นกรมเกรดบีไปเฉยๆ งบประมาณที่ได้รับก็แค่ค่าจ้างเงินเดือนข้าราชการ ลูกจ้างร่วมหมื่นคนก็แทบหมดแล้ว

จะไปส่งเสริมอะไรใครเขาได้ ยกเว้นทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนคอยเก็บสถิติชาวนามาขึ้นทะเบียนทำนากี่ไร่กี่คน อันที่จริงจ้างเด็กนักศึกษาพันสองพันคน ในช่วงรับจดทะเบียนปีหนึ่งครั้งหนึ่ง ก็ประหยัดงบประมาณแผ่นดินมหาศาลแล้ว

ทั้งตำแหน่งเกษตรตำบลล่างสุดในกระบวนการข้าราชการ ในระยะ 10 ปีข้างหน้าก็เกษียณจนสิ้น  เมื่อสิ้นเกษตรตำบล   กรมส่งเสริมการเกษตรก็น่าสิ้นใจไปด้วย

เพราะงานอะไรสุดท้ายก็ไปลงเอาที่เกษตรตำบลที่ทำงานรับผิดชอบมากกว่าใครอื่นในกรม

ถ้าอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรทำไม่ได้ใน 3 เดือน แทนที่จะย้ายอธิบดีอย่างเดียว คุณบรรหารควรจะเสนอรมว.เกษตรฯยุบกรมนี้ทิ้งเสียเถอะ

ปล.เพื่อความเป็นธรรม คิดว่ามีบางกรมก็น่าจะยุบพร้อมกันไปด้วย เพราะอธิบดีไม่เคยทำงานในหน้าที่ มัวแต่ไถอย่างเดียว คุณบรรหารไม่ได้ยินบ้างหรือครับ

พอใจ สะพรั่งเนตร

เกษตรฯจัดงานเชิดชูเกียรติ วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ

Published มิถุนายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/8669

วันศุกร์ ที่ 01 มิถุนายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : วันข้าวและชาวนาแห่งชาติเกษตรฯ,

นายอภิชาต พงษ์ศรีหดุลชัย ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปีเป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เพื่อเชิดชูเกียรติชาวนาไทยที่มีอยู่กว่า 12 ล้านคน ในฐานะผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติในการผลิตข้าวซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศไทย กระทรวงเกษตรฯโดยกรมการข้าวจึงได้จัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี

สำหรับปีนี้นับเป็นครั้งพิเศษและยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เนื่องด้วยมีการร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน กำหนดจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2555 ขึ้นในระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน ที่กรมการข้าว เกษตรกลางบางเขน กรุงเทพฯ และที่สำคัญในปีนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดงานในวันที่ 6 มิถุนายน จึงขอเชิญให้ชาวนาตลอดจนประชาชนทั่วไปมาร่วมรับเสด็จฯพร้อมกับเข้าร่วมชมงานดังกล่าว

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มว่า ปีนี้ได้จัดให้มีกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในชื่อ “บ้านของพ่อและแม่” ซึ่งเป็นการรวบรวมเครื่องมือ วัสดุ พระบรมฉายาลักษณ์ ของทั้ง 2 พระองค์ที่เกี่ยวกับด้านข้าวมาจัดแสดง โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างผลงานของชาวนาดีเด่นแห่งชาติ การจำลองวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการผลิตข้าวของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ รวม 11 กลุ่มชาติพันธุ์ มีการจัดแสดงกระบวนการผลิตข้าวตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ รวมทั้งการสาธิต โชว์ ชิม การแปรรูปข้าว การแข่งขันตำข้าวแบบโบราณ การหุงข้าวด้วยหม้อดิน และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของศาลาข้าวไทย และสินค้าจากผู้ประกอบการมาจำหน่ายในงานอย่างหลากหลาย จึงขอเชิญชวนให้ชาวนาและประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย

รายงานพิเศษ : กรมการข้าวจัดงาน“วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ”เพื่อเชิดชูกระดูกสันหลังของชาติ

Published มิถุนายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/8524

วันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : รายงานพิเศษกรมการข้าววันข้าวและชาวนาแห่งชาติกระดูกสันหลังของชาติชาวนา,

 
ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี รัฐบาลมีมติกำหนดให้เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เนื่องด้วยข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศไทย เป็นทั้งอาหารหลักของคนในชาติ และยังเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศปีละนับแสนล้านบาท

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ มีขึ้นเพื่อเชิดชูชาวนาไทยที่มีอยู่ประมาณ 3.7 ล้านครอบครัว ผู้ซึ่งทำการผลิตข้าวได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และเหลือจนสามารถส่งออกข้าวได้มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ที่สำคัญข้าวไทยเป็นข้าวที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของทั่วโลก ดังนั้น กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี

โดยในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงพาณิชย์ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2555 ณ บริเวณกรมการข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2555 ในวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 15.30 น.

สำหรับวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานครั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา และยังเป็นการยกย่องเกียรติชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าว และเป็นการเชิดชูให้ลูกหลานชาวนารุ่นใหม่ภาคภูมิใจและสืบทอดอาชีพการทำนาของบรรรพบุรุษ เพราะอาชีพทำนานั้นมีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างมาก

ทั้งนี้ กิจกรรมภายในงานดังกล่าว จะมุ่งเน้นกิจกรรมเชิดชูชาวนา มีการเสวนาผู้นำชาวนาจากทั่วประเทศ ผลงานชาวนาดีเด่น มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าว นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ชาวนาได้เรียนรู้ นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับข้าวจากหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน ซึ่งในส่วนของกรมการข้าว จะจัดนิทรรศแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ มีการแสดงวิถีการผลิตข้าวของชาวนาในประเทศไทย ซึ่งมีวัฒนธรรมข้าวของกลุ่มชาติพันธ์ต่างๆ รวม 11 กลุ่มชาติพันธ์ พร้อมกันนี้ จะจำลองหมู่บ้านต้นแบบผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว จากตำบลนางลือ อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท มาจัดแสดงให้ชมวิธีการผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อแก้ปัญหาเมล็ดพันธุ์ขาดแคลน ควบคู่กับจัดแสดงพันธุ์ข้าวต่างๆ ที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะสุดยอดข้าวของโลก คือ ข้าวขาวดอกมะลิ 105

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่สำคัญในงานดังกล่าวจะนำเสนอเรื่องการจัดระบบปลูกข้าว เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบปลูกข้าวสามารถแก้ปัญหาให้กับชาวนาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงในเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติและแมลงศัตรูข้าว ซึ่งจะได้นำผลสำเร็จของจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดต้นแบบในการจัดระบบปลูกข้าว ที่มีชาวนาเข้าร่วมโครงการปลูกถั่วเขียวหลังนา เพื่อพักดินและแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่เข้าระบบปลูกข้าวแล้วกว่า 5 แสนไร่ มาจัดแสดงให้ชาวนาตระหนักว่าการทำนาปีละ 2 ครั้งและพักดิน จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

อาชีพการทำนามีความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะการทำนาปลูกข้าวของชาวนาไทยเป็นทั้งวิถีชีวิต ทั้งวัฒนธรรม จิตวิญญาณและยังเป็นความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ณ โครงการพัฒนาพื้นที่โคกกูแว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2536 ความตอนหนึ่งว่า “ข้าวต้องปลูกเพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไรประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก”

ดังนั้น การยกย่องและเชิดชูชาวนา ตลอดจนการผลักดันให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยค้ำจุนให้อาชีพการทำนาอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไปตราบนานเท่านาน ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนให้ชาวนา เกษตรกรตลอดจนประชาชนมาร่วมในงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติตามวันเวลาที่กำหนด และร่วมกันรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมกันเชิดชูชาวนาและข้าวไทยที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี

จัดงาน…วันข้าวและชาวนาแห่งชาติเชิดชูกระดูกสันหลังของชาติ – เกษตรทั่วไทย

Published มิถุนายน 2, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/116714

วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ทุกวันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี รัฐบาลมีมติกำหนดให้เป็น วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เนื่องด้วยข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศไทย เป็นทั้งอาหารหลักของคนในชาติ และยังเป็นสินค้าส่งออกที่สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศปีละนับแสนล้านบาท

นายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ มีขึ้นเพื่อเชิดชูชาวนาไทยที่มีอยู่ประมาณ 3.7 ล้านครอบครัว ผู้ซึ่งทำการผลิตข้าวได้ปีละไม่ต่ำกว่า 30 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งเพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ และเหลือจนสามารถส่งออกข้าวได้มากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ที่สำคัญข้าวไทยเป็นข้าวที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของทั่วโลก ดังนั้น กรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้กำหนดจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ เป็นประจำทุกปี

โดยในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมการข้าว ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมการค้าภายใน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงพาณิชย์ กำหนดจัดงานในระหว่างวันที่ 4-7 มิถุนายน 2555 ณ บริเวณกรมการข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ประจำปี 2555 ในวันที่ 6 มิถุนายน เวลา 15.30 น.

การจัดงานครั้งนี้ เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา และยังเป็นการยกย่องเกียรติชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของข้าว และเป็นการเชิดชูให้ลูกหลานชาวนารุ่นใหม่ภาคภูมิใจและสืบทอดอาชีพการทำนาของบรรพบุรุษ เพราะอาชีพทำนานั้นมีความสำคัญต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยอย่างมาก

งานนี้จะนำเสนอเรื่อง การจัดระบบปลูกข้าว เพื่อแสดงให้เห็นว่าระบบปลูกข้าวสามารถแก้ปัญหาให้กับชาวนาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต ลดความเสี่ยงในเรื่องภัยพิบัติทางธรรมชาติและแมลงศัตรูข้าว ซึ่งจะได้นำผลสำเร็จของจังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดต้นแบบในการจัดระบบปลูกข้าว ที่มีชาวนาเข้าร่วมโครงการปลูกถั่วเขียวหลังนา เพื่อพักดินและแก้ปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ซึ่งขณะนี้มีพื้นที่เข้าระบบปลูกข้าวแล้วกว่า 5 แสนไร่ มาจัดแสดงให้ชาวนาตระหนักว่าการทำนาปีละ 2 ครั้งและพักดิน จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

อาชีพการทำนามีความสำคัญกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะการทำนาปลูกข้าวของชาวนาไทยเป็นทั้งวิถีชีวิต ทั้งวัฒนธรรม จิตวิญญาณและยังเป็นความมั่นคงทางอาหาร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส ณ โครงการพัฒนาพื้นที่โคกกูแว อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2536 ความตอนหนึ่งว่า

“…ข้าวต้องปลูกเพราะอีก 20 ปี ประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อย ๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไรประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก…”

ดังนั้นการยกย่องและเชิดชูชาวนา ตลอดจนการผลักดันให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะเป็นสิ่งที่ช่วยค้ำจุนให้อาชีพการทำนาอยู่คู่กับประเทศไทยสืบไปตราบนานเท่านาน ทั้งนี้ จึงขอเชิญชวนให้ชาวนา เกษตรกรตลอดจนประชาชนมาร่วมในงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติตามวันเวลาที่กำหนด และร่วมกันรับเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมกันเชิดชูชาวนาและข้าวไทยที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 5,000 ปี.

การพัฒนาบ้านชาวนา

Published เมษายน 9, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001414&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิทยา วุฒิจำนงค์; เฉลิมชัย ห่อนาค; สมิทธิ์ คำเพิ่มพูล
ชื่อเรื่อง: การพัฒนาบ้านชาวนา
Article title: Farmer’s house development
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ และ ชีววิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 14 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2-4 กุมภาพันธ์ 2518
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences fourteenth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2518
หน้า: หน้า 489-498
จำนวนหน้า: 498 หน้า
ภาษา: ไทย
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2518)
หมวดหลัก: E14-Development economics and policies
หมวดรอง: E50-Rural sociology and social security
ดรรชนี-ไทย: ชาวนา, บ้านพักอาศัย, การพัฒนา, ชีวิตประจำวัน, อาชีพ, รายได้
หมายเลข: 001414 KC1401052
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

ก.เกษตรฯ เตรียมจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ปี 55

Published เมษายน 3, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/2677

วันอังคาร ที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2555, 12.55 น.

tags : ก.เกษตรฯวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ,

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการจัดงานวันข้าวและชาวนาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2555 ว่า ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี รัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันข้าวและชาวนาไทย” ซึ่งจะเป็นยกย่องและเชิดชูชาวนาไทย โดยขณะนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ในระหว่างการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดงานฯ ในภาพรวม ซึ่งในปีนี้กำหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 4 – 7 มิถุนายน 2555 รวม 4 วัน ณ บริเวณกรมการข้าว ภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน กรุงเทพฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาข้าวและสร้างคุณค่าให้กับอาชีพการทำนา รวมถึงยกย่องเชิดชูชาวนาผู้มีคุณแก่ประเทศ ขณะนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เร่งเตรียมงานในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของแผนผังบริเวณการจัดงาน สถานที่ การเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นเจ้าภาพ รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในงานดังกล่าว เพื่อให้การดำเนินงานสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ด้วยความเรียบร้อยสำหรับความสำคัญของวันข้าวและชาวนาแห่งชาตินั้น เกิดจากในอดีตเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2489 เป็นวันที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัฐกาลที่ 8 พร้อมด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการทำนาที่อำเภอบางเขน และทอดพระเนตรกิจการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทั้งได้ทรงหว่านข้าวด้วยพระองค์เอง ในแปลงนาหลังตึกขาว เกษตรบางเขน จึงนับเป็นวาระสำคัญต่อกิจกรรมข้าวไทย และรัฐบาลได้เห็นควรกำหนดให้วันนี้เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ และเพื่อเป็นการทำให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของอาชีพการทำนา และยกย่องชาวนาผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ ที่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนไทย คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2552 ให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ” จนถึงปัจจุบัน

%d bloggers like this: