จำนำ

All posts tagged จำนำ

เตือนทุกขั้นตอนจำนำข้าวต้องโปร่งใส “เติ้ง”ขันน็อตกรมส่งเสริมการเกษตร

Published พฤศจิกายน 8, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/28932

วันอังคาร ที่ 06 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : , จำนำข้าวโปร่งใสบรรหารกรมส่งเสริมการเกษตร

เตือนทุกขั้นตอนจำนำข้าวต้องโปร่งใส

“เติ้ง”ขันน็อตกรมส่งเสริมการเกษตร/ย้ำทำงานรอบคอบป้องกันทุจริต

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า โครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรเป็นนโยบายที่มีความสำคัญ เพราะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง มีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ  โดยในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกและออกใบรับรองแก่เกษตรกร เพื่อเป็นหลักฐานนำไปจำนำข้าวกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ  แต่ทั้งนี้จากการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน พบว่า มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว  ขณะที่จากกรายงานของอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร พบว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในส่วนดังกล่าวพบข้อผิดปกติและการทุจริตน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนข้าวนาปีและนาปรังปีการผลิต 2554/55 จำนวน 4.2 ล้านครัวเรือน โดยขณะนี้พบเพียงรายเดียว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผิดพลาดน้อยที่สุด จึงได้ย้ำให้ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง ทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องไม่ก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ในทุกขั้นตอนต้องมีผู้รับผิดชอบหลัก ต้องมีศูนย์ปฏิบัติการขึ้นทะเบียน ทำหน้าที่วางแผนการทำงาน ติดตามให้คำแนะนำ และแก้ไขปัญหาให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งวางระบบการตรวจสอบภายในและปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหรือมีการทุจริตในขั้นตอนของการขึ้นทะเบียนและออกใบรับรองด้วย

นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร  อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร  เปิดเผยว่า เพื่อให้การดำเนินงานรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่เกิดความซ้ำซ้อน จึงได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียน ด้วยการใช้ระบบ ICT ให้มีฐานข้อมูลเกษตรกรและการให้ความช่วยเหลือสามารถตรวจสอบได้ทันที การจัดซื้ออุปกรณ์อ่านพิกัดภูมิศาสตร์ GPS เพื่อตรวจสอบพื้นที่จริงของเกษตรกร การจัดทำสมุดทะเบียนเกษตรกรเพื่อให้ฐานข้อมูลเป็นปัจจุบัน การจัดทำคู่มือสำหรับเจ้าหน้าที่ และการจัดประชุม สัมมนาเจ้าหน้าที่เพื่อทบทวนการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนให้การช่วยเหลือของรัฐบาล เข้าถึงเกษตรกรอย่างแท้จริง

โฆษณา

ป.ป.ช.รับลูก สอบจำนำข้าว จ่อชงบอร์ดพิจารณา

Published พฤศจิกายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/304161

6 พฤศจิกายน 2555, 22:31 น.
Pic_304161

ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรัปชัน เผย ป.ป.ช.รับลูก สอบทุจริตโครงการรับจำนำข้าวแล้ว รอชงบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา เอกชนหวั่นใช้งบเยอะจนไม่มีเงินเหลือไปพัฒนาประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายวิชัย อัศรัสกร กรรมการเลขาธิการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอรรัปชัน ที่มีนายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธาน ได้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับพิจารณาและตรวจสอบการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เพราะเห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ซึ่งล่าสุด ป.ป.ช.ได้รับเรื่องไว้แล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อตรวจสอบในเรื่องนี้ต่อไป

นอกจากนี้ เอกชนเป็นห่วงเรื่องการใช้นโยบายการรับจำนำข้าว เพราะใช้งบประมาณสูงถึงปีละ 4 00,000 ล้านบาท ซึ่งเกรงว่ารัฐบาลจะไม่มีเงินไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น และทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มมากขึ้น แต่หากรัฐบาลนำเงินเพียงบางส่วนจากงบประมาณที่ใช้ในการรับจำนำ ไปหาทางเพิ่มผลผลิตต่อไร่ หาทางลดต้นทุนการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินอย่างมากปีละ 20,000 ล้านบาท ก็จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ 50-60 ปี เมื่อเทียบกับการรับจำนำเพียงแค่ 3 ปี ที่จะใช้เงินสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 พฤศจิกายน 2555, 22:31 น.

สั่งคุมเข้มจำนำข้าวสกลฯ หลังเคยตรวจพบทุจริต

Published พฤศจิกายน 7, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/region/304022

6 พฤศจิกายน 2555, 10:41 น.
Pic_304022

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสกลนครสั่งคุมเข้มโครงการจำนำข้าวเปลือก ปี 2555-2556 สั่งเจ้าหน้าที่ดูแลทุกจุดป้องกันการทุจริต หลังเคยดำเนินคดีขบวนการทุจริตจำนำข้าวในพื้นที่มาแล้ว…

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ทางจังหวัดร่วมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จ.) สกลนคร ได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเพื่อให้การดำเนินงานตามโครงการรับจำนำข้าวของจังหวัดสกลนคร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยเปิดจุดรับจำนำข้าวเพื่อให้พี่น้องที่เริ่มเก็บเกี่ยวข้าวได้ออกมารับประโยชน์จากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ในส่วนของการกำกับดูแลเรื่องทุจริตทางจังหวัดร่วมกับ ผบก.ภ.จ.สกลนคร ได้ซักซ้อมแนวทางป้องกันไว้แล้ว มีหน้าที่ทำให้นโยบายของรัฐบาลประสบความสำเร็จ

สำหรับจุดที่เป็นข้อบกพร่องในปีที่ผ่านมา ทางจังหวัดได้นำมาประเมินหมดแล้ว รวมถึงหาทางแก้ไขป้องกัน ด้วยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มคนเข้ามาดูแล มั่นใจว่าปีนี้โครงการรับจำนำข้าวของจังหวัดสกลนคร จะบรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ ซึ่งประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับก็คือความเป็นธรรม ในด้านการนำข้าวมารับจำนำที่จุดรับจำนำข้าว ทั้งในเรื่องความชื้น เรื่องสิ่งเจือปน รวมทั้งการชั่งน้ำหนัก และมีการเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ประจำจุดให้มากขึ้น ชาวนาก็จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้แน่นอน เพราะได้จัดเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่ายลงมาจัดการ มีตัวแทนเกษตรกร เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้าราชการตัวแทน ธ.ก.ส. ตัวแทนโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ คิดว่าคงไม่น่ามีปัญหาอะไร

ทางด้าน พล.ต.ต.พลศักดิ์ บรรจงศิริ ผบก.ภ.จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการทุจริตการรับจำนำข้าวไปแล้วที่ จ.สกลนคร ดังนั้น ปีนี้จึงพยายามหาวิธีการขั้นตอนใหม่ๆ มาควบคุม ดูแล และตรวจสอบ โดยเริ่มเปิดจุดรับจำนำข้าว ซึ่งดูแล้วทางโรงสีก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งจุดที่เป็นจุดอ่อน หรือจุดที่น่าจะมีการทุจริต ก็ได้วางระบบดูแลป้องกันไว้อย่างดีแล้ว มีขั้นตอนในการปฏิบัติชัดเจน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลประจำจุด จุดละ 2 นาย มีระดับผู้กำกับและรองสารวัตรมาควบคุมกำกับดูแลทุกจุด และทุกวันจะต้องรายงาน พร้อมสำเนาใบรับฝากส่งให้ตำรวจภูธรรวบรวม รวมถึงให้ตำรวจเอาเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ทุกคนเพื่อสุ่มและตรวจสอบว่า ทาง ธ.ก.ส.จะออกใบประทวนให้ได้ภายใน 3 วันจริงหรือเปล่า เพื่อให้เกษตรกรมั่นใจและได้รับเงินเร็ว ซึ่ง ธ.ก.ส.ก็รับปากว่าจะดำเนินการให้โดยเร็ว คาดว่าการรับจำนำข้าวปีนี้น่าจะเรียบร้อยดี

ส่วนปัญหาเจ้าหน้าที่น้อย และระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาใช้ค่อนข้างไม่ชัดเจนเกี่ยวกับน้ำหนักไม่สอดคล้องกับราคา เช่น ข้าวมา 10 ตัน มีความชื้นไปลดน้ำหนักเขา แล้วก็ไปใส่ในราคาเต็ม ชาวบ้านเขาสงสัย แต่ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นการทุจริต เป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น เป็นเอกสารที่ชาวบ้านสงสัยเลยตั้งข้อสังเกตขึ้นมา ฉะนั้น ปีนี้ต้องแก้แล้วว่า 10 ตัน คือ 10 ตัน ส่วนหายไปคือราคา ก็เป็นไปตามเกณฑ์

ขณะที่ นายทวีป ไชยมาตย์ ประธานกลุ่มข้าวตำบลนาหัวบ่อ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตัวแทนเกษตรกรที่มาทำหน้าที่ประจำจุดรับจำนำข้าว กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างดี และตั้งใจมากที่สุดสำหรับการจำนำข้าวในปีนี้ เพราะทุกฝ่ายจะร่วมกัน โดยปีที่ผ่านมาผิดพลาดเล็กน้อย ไม่เป็นไร แต่ปีนี้ตัวแทนเกษตรกรจะคอยดูแลตั้งแต่การเก็บเกี่ยวข้าว นวดข้าว พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวให้เกษตรกรรับรู้ข่าวสาร

ส่วนในเรื่องการออกใบประทวนนั้น จะต้องเข้าไปดูแลทั้งเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบประทวน ซึ่งการรับจำนำฤดูการผลิตปีที่ผ่านมา มีโรงสีที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าร่วมโครงการเหมือนโรงสีแห่งนี้ที่เป็นปัญหาในปีที่ผ่านมา แต่เป็นการรับจำนำข้าวนาปรังไม่ใช่ข้าวนาปี และโรงสีแห่งนี้ไม่ได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งปีนี้ชาวนาได้รับประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะไม่มีพ่อค้าคนกลางมาเอาเปรียบ และชาวนาก็รู้ราคาที่รัฐบาลแจ้งไว้แล้ว ต่างพอใจราคาที่รัฐตั้งไว้ จึงอยากให้ภาครัฐส่งเสริมเกษตรกร ด้วยการนำเมล็ดข้าวพันธุ์ดีกว่าที่ปลูกในปัจจุบันมาให้อีก พร้อมทั้งแยกออกไปเลยว่า เป็นข้าวเมล็ดยาว ก็ให้ยาวไปเลย อย่าส่งเสริมทั้งเมล็ดสั้นและเมล็ดยาว สลับกันเหมือนในปัจจุบัน ผลผลิตออกมาราคาก็ต่างกัน เกษตรกรชาวนาแยกไม่ออก ทั้งนี้ อธิบดีกรมการข้าวเคยเดินทางมาที่ จ.สกลนคร บอกเกษตรกรว่า ข้าวที่สกลนครมีข้าวพันธุ์ดี แต่อยากเห็นข้าวที่สกลนครดีกว่านี้อีก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 6 พฤศจิกายน 2555, 10:41 น.

เกษตรกรไทย 65.64% หนี้สินพะรุงพะรัง ชี้ประกันราคาดีกว่าจำนำ

Published ตุลาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/300863

24 ตุลาคม 2555, 09:41 น.
Pic_300863

“นิด้าโพล” เผยเกษตรกรไทย 65.64% มีหนี้สิน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. เสนอรัฐใช้วิธีประกันราคาสินค้าพืชผลเกษตรมากถึง 40.19% รองลงมา 28.12% จำนำข้าว และคาดหวังมีคุณภาพชีิวิตที่ดีขึ้น ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง…

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ความคาดหวังของเกษตรกรไทย” พบว่า เกษตรกร ร้อยละ 65.64 มีหนี้สิน และร้อยละ 34.36 ไม่มีหนี้สิน โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ ร้อยละ 81.50 มีหนี้สินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มากที่สุด รองลงมา ร้อยละ 11.90 กองทุนหมู่บ้าน และร้อยละ 7.80 หนี้นอกระบบ

เมื่อถามว่ารัฐบาลควรใช้วิธีการใดช่วยเหลือเกษตรกรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแบบยั่งยืนมากที่สุด พบว่า เกษตรกร ร้อยละ 40.19 ระบุว่ารัฐบาลควรใช้วิธีการประกันราคาสินค้าพืชผลทางการเกษตร รองลงมา ร้อยละ 28.12  การจำนำข้าว และร้อยละ 17.61 เห็นว่ารัฐบาลควรใช้วิธีการให้เงินช่วยเหลือเกษตรกร

นอกจากนี้ เกษตรกรร้อยละ 52.30 มีความคาดหวังและอยากเห็นอาชีพของเกษตรไทยไม่มีหนี้สินและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 48.10 ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบและการผูกขาดจากพ่อค้าคนกลาง และร้อยละ 44.00 มีแหล่งหรือตลาดที่แน่นอนในการจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร และท้ายที่สุดเกษตรกรไทยอยากฝากให้รัฐบาลทำงานเพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดี และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย โดยการเข้ามาดูแลราคาสินค้าผลผลิตทางการเกษตรไม่ให้ตกต่ำ และเน้นที่โครงการจำนำหรือประกันสินค้าทางการเกษตร พร้อมทั้งมิให้เกิดการทุจริตในโครงการ และช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่เกษตรกรให้จริงจังและทั่วถึง ไม่เอารัดเอาเปรียบเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกๆ ด้าน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 24 ตุลาคม 2555, 09:41 น.

โรงสีผุดอื้อรับอานิสงส์จำนำข้าว ‘พาณิชย์’ ยิ่งแจกแจงยิ่งลึกลับ ระบายสต๊อกรัฐจีทูจีสุดพิสดาร

Published ตุลาคม 25, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/300839

24 ตุลาคม 2555, 06:15 น.
Pic_300839

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. -15 ต.ค.55 กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้อนุญาตให้โรงงานประเภท โรงสีข้าว อบข้าว ระบบการผลิตข้าว คัดคุณภาพข้าว การรักษาหรือลำเลียงข้าวเปลือกในโกดัง และโกดังสำหรับสินค้าเกษตร 150 ราย มูลค่าลงทุน 6,500 ล้านบาท รองรับนโยบายการรับจำนำข้าวตันละ 15,000 บาท ของรัฐบาล ทั้งนี้ กรอ.ระบุว่า นโยบายรับจำนำข้าวส่งผลให้ชาวนาเร่งปลูกข้าวให้ได้มากที่สุด เพราะรัฐบาลรับจำนำทุกเมล็ด แต่ปัญหาที่
ตามมาในขณะนี้ คือ รัฐบาลไม่สามารถระบายข้าวได้มากนัก จนปริมาณข้าวล้นโกดังเก็บ ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างโรงสีข้าว อบข้าว และโกดังเพิ่ม เพื่อรองรับผลผลิตข้าวและแก้ปัญหาดังกล่าว

สำหรับจังหวัดที่มีมูลค่าการตั้งโรงงานประเภทดังกล่าวสูงสุด 3 จังหวัดแรก ประกอบด้วย จ.กำแพงเพชร 3 โรง มูลค่า 1,287 ล้านบาท, จ.ชลบุรี 1 โรง 1,080 ล้านบาท และ จ.ชัยนาท 6 โรง มูลค่า 376 ล้านบาท โดยโรงงานขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าลงทุนเกิน 100 ล้านบาท มีจำนวน 14 บริษัท

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า เร็วๆนี้กระทรวงพาณิชย์ จะเชิญคู่สัญญาซื้อข้าวของรัฐบาลไทยแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มาสอบถามถึงการรับมอบข้าวและการจัดส่งข้าวที่ได้ซื้อจากรัฐบาลไทยว่า มีการดำเนินการส่งออกไปแล้วเท่าไร และอยู่ระหว่างการดำเนินการปรับปรุงอีกเท่าไร เพื่อให้มีความชัดเจนในตัวเลขการส่งออก และจะชี้แจงต่อสาธารณชนต่อไป โดยยืนยันว่า คู่สัญญาต้องปฏิบัติตามระเบียบการส่งออกของไทย

สำหรับตัวเลขการส่งออกข้าวของไทยที่ยังไม่ตรงกันนั้น อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น อยู่ระหว่างการปรับปรุง หรือไม่ได้ส่งออกไปประเทศผู้ซื้อก็ได้ แต่อาจส่งต่อไปประเทศที่ 3 ตามที่ประเทศผู้ซื้อต้องการ เช่น การซื้อข้าวจากไทยเพื่อส่งไปช่วยเหลืออีกประเทศหนึ่ง ซึ่งกรณีนี้เป็นความลับของประเทศคู่สัญญาไม่อาจเปิดเผยได้ หากไทยเปิดเผยข้อมูลก็อาจทำให้เสียความสัมพันธ์ทางการค้าได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยืนยันตัวเลขการส่งออกข้าวจีทูจีที่ 1.47 ล้านตัน ตามที่เคยแถลงข่าวไปแล้ว แต่บางส่วนอยู่ระหว่างทยอยส่งออกถึงปลายปีนี้ และราคาขายถือว่าอยู่ในระดับที่ดี ไม่ได้ขาดทุนมากมายอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวหา และไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับหน่วยงานด้านข้าวที่อยู่ในสังกัดกระทรวง เพื่อปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 54/55 และการระบายข้าว ซึ่งพบว่าตัวเลขการระบายข้าวขององค์การคลังสินค้า (อคส.) และกรมการค้าต่างประเทศแตกต่างกันอยู่มาก โดย อคส.มีตัวเลขปริมาณข้าวในสต๊อกเมื่อเดือน พ.ค. แต่กรมการค้าต่างประเทศมีตัวเลขที่สูงกว่าจากการเปิดระบายข้าวถึงเดือน ต.ค. ที่ประชุมจึงสั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศ ตรวจสอบปริมาณและตัวเลขการระบายใหม่ให้ชัดเจน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 24 ตุลาคม 2555, 06:15 น.

พาณิชย์โต้มะกัน “กินปูนร้อนท้อง” ยันรับจำนำข้าวไทยไม่ได้ครึ่งที่สหรัฐละเลง

Published ตุลาคม 20, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/299913

20 ตุลาคม 2555, 05:45 น.
Pic_299913

สมาคมโรงสีข้าวไทยประเมิน รัฐบาลไม่แคล้วขาดทุนรับจำนำข้าว 1 แสนล้านบาท ขณะ “บุญทรง” โต้สหพันธ์ชาวนามะกันซัดไทยอาจทุ่มระบายข้าว ยันรับจำนำข้าวไทยไม่ได้อุดหนุนตลาดแต่สร้างความมั่นคงด้านอาหารโลก ด้าน “ยิ่งลักษณ์” เตรียมยกคณะถกเวียดหารือร่วมมือค้าข้าวอาเซียน

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยกรณีสหพันธ์ชาวนาสหรัฐฯ ได้มีจดหมายถึงผู้แทนการค้าสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลไทย ที่อาจจะส่งผลให้ไทยต้องทุ่มขายข้าวสู่ตลาดโลกในราคาต่ำกว่าต้นทุนว่า ขอชี้แจงว่านโยบายรับจำนำข้าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้มีรายได้ที่เหมาะสม และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวอาจมีผลให้ปริมาณผลผลิตข้าวไทยเพิ่มขึ้นแต่ในปริมาณที่ไม่มากนัก เนื่องจากไทยมีข้อจำกัดด้านพื้นที่การเพาะปลูกและระบบชลประทาน ดังนั้นผลผลิตข้าวจึงไม่ได้เพิ่มสูงมากเกินไป

นอกจากนี้ ปริมาณผลผลิตข้าวที่เพิ่มขึ้นน่าจะเป็นผลดีและสอดคล้องกับความต้องการบริโภคข้าวโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โครงการรับจำนำข้าวจึงเป็นการช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหารของโลกในระยะยาว ส่วนที่ฝ่ายสหรัฐฯ เกรงว่าไทยจะระบายสต๊อกข้าวในราคาถูกเพื่อมาส่งออกนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากการจำหน่ายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลได้ขายในราคาสูงไม่ต่ำกว่า 540-560 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งราคาสูงกว่าข้าวของเวียดนามและอินเดียถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ดังนั้นประเทศผู้ส่งออกข้าวรายอื่นน่าจะได้ประโยชน์จากข้าวไทยที่มีราคาสูงขึ้น

รมว.พาณิชย์กล่าวต่อว่า ไทยมีข้อผูกพันตามข้อตกลงองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เพื่อใช้สำหรับอุดหนุนสินค้าเกษตรวงเงินไม่เกินปีละ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งไทยยึดถือมาโดยตลอด และเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงถือว่าปริมาณการอุดหนุนของไทยยังต่ำมาก เมื่อเทียบกับการอุดหนุนสินค้าเกษตรของสหรัฐฯทั้งระบบที่วงเงิน  19,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท โดยสหรัฐฯ ให้การอุดหนุนแก่เกษตรกรทั้งทางตรงและอ้อม ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อเกษตรกรและการส่งออกข้าวของไทยมากกว่า

นายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า หากดูเม็ดเงินที่รัฐบาลจ่ายไปในโครงการรับจำนำข้าวฤดูกาลที่ผ่านมาเกือบ 300,000 ล้านบาท รับจำนำข้าวมาจากชาวนากว่า 20  ล้านตัน จะขาดทุนประมาณ  100,000 ล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าขายยังไงก็ต้องขาดทุน เพราะซื้อมาในราคาสูงกว่าตลาด แต่จะพูดว่ารัฐขาดทุนหรือไม่ขาดทุนก็ได้ เพราะหากมองว่าการรับจำนำข้าวในราคาสูงเป็นนโยบายเชิงสังคมเหมือนกับที่รัฐบาลก่อนเคยแจกเช็คแก่ผู้มีรายได้น้อยรายละ 2,000 บาท จะมาประเมินว่ากำไร หรือขาดทุนก็ไม่ได้

สำหรับเรื่องจำนวนโรงสีที่ตั้งข้อสังเกตว่า มีเพิ่มขึ้นหลังรัฐบาลดำเนินโครงการรับจำนำข้าวนั้นไม่เป็นจริง เนื่องจากโรงสีในประเทศเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่ช่วง 2-3 ปี  ก่อนที่รัฐบาลอินเดียประกาศงดการส่งออกข้าวนึ่ง ทำให้ไทยได้ส่วนแบ่งตลาด โรงสีในประเทศจึงปรับตัวโดยรายเล็กก็เพิ่มกำลังการผลิตแทนที่จะแปรสภาพสีข้าวเปลือกมาเป็นข้าวสารเพียงอย่างเดียว ก็ติดตั้งเครื่องนึ่ง ทำข้าวนึ่งส่งออกขายได้กำไรสูงมากประมาณตันละ  2,000-3,000 บาท เมื่อได้กำไรดีก็นำมาเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้ภาพรวมปัจจุบันกำลังโรงสีทั้งประเทศมากกว่าปีละ 100 ล้านตัน

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมเตรียมการด้านสารัตถะการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไทย-เวียดนามในวันที่ 27 ต.ค.นี้ ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ที่ประชุมได้เตรียมหัวข้อสำคัญที่จะหารือกันเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนามให้เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ โดยมีสาระสำคัญเรื่องความร่วมมือด้านพลังงานและอาหาร การเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา โดยจะมีการส่งเสริมความร่วมมือเรื่องข้าวอย่างเป็นรูปธรรมตามที่ได้ตกลงไว้ในระดับทวิภาคี และระดับภูมิภาค และให้เวียดนามสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศผู้ผลิตข้าวเพื่อการส่งออกของอาเซียน 5 ประเทศ โดยการจัดตั้งสมาพันธ์โรงสีข้าว และผู้ค้าข้าวอาเซียน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศทั้งสองฝ่ายได้หารือพูดคุยกันต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ร่วม 2 ประเทศ จะหารือถึงการสนับสนุนยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงด้านคมนาคม เส้นทาง R9 พร้อมทั้งหารือเรื่องการอำนวยความสะดวกในการใช้งานเส้นทาง R8 และ R12 ที่เป็นประโยชน์ในการขนส่งสินค้าจากไทยไปประเทศเวียดนาม โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมในเดือน ก.พ. 2556 ทั้งยังจะแสดงบทบาทไทยในฐานะผู้ประสานงานความร่วมมืออาเซียน-จีน และจะเสนอให้เริ่มการหารือระดับรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นประจำทุกปี เพื่อติดตามความคืบหน้าในความร่วมมือในทุกสาขา.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 20 ตุลาคม 2555, 05:45 น.

‘TDRI’อัดยับจำนำข้าวเอื้อคนรวย ทำรัฐขาดทุน 1.12 แสนล้าน

Published ตุลาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/299725

19 ตุลาคม 2555, 09:00 น.
Pic_299725

ทีดีอาร์ไอ เผยแพร่งานวิจัย อัดยับผลกระทบจำนำข้าว ไม่ได้ช่วยชาวนายากจนที่มีอยู่ 7.7 ล้านคนจริงแค่ข้ออ้างหาเสียง แต่ตกอยู่กับชาวนาฐานะปานกลาง-ร่ำรวยและโรงสี ทำรัฐขาดทุนเอาเงินภาษีประชาชนไปถลุง 1.12 แสนล้าน หนำซ้ำสูญเสียแชมป์ส่งออกและข้าวที่เก็บในโกดังจะยิ่งมีคุณภาพต่ำหมดความหอม จนทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย…

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้เผยแพร่งานวิจัยเรื่อง “ข้าว เงิน ชาวนา – ผลกระทบของนโยบายจํานําข้าว” โดยสรุปว่า เป็นนโยบายเอาคนจนเป็นข้ออ้างในการหาเสียง ที่ไม่ได้ช่วยชาวนายากจน ที่มีอยู่ 7.7 ล้านคน แต่กลับช่วยชาวนาฐานะปานกลาง และร่ำรวย ที่มีอยู่ถึง 9.9 ล้านคน ซึ่งผู้ได้รับประโยชน์แท้จริง คือ ชาวนารายใหญ่ที่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง หรือผู้รับซื้อข้าวจากชาวนารายย่อยมาจำนำ เพราะรัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ดังนั้น ประโยชน์จึงไม่ตกถึงมือชาวนายากจนอย่างที่รัฐบาลอ้าง โดยเงินกว่า 3 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่จะตกไปอยู่กับชาวนาฐานะปานกลาง ร่ำรวย โรงสีและกลุ่มธุรกิจต่างๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด และจะก่อให้เกิดผลกระทบด้านอื่นๆ ในตลาดข้าวไทยต่อมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านโยบายดังกล่าวจะเพิ่มรายได้ให้กับชาวนาที่เข้าโครงการ ซึ่งได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาจำนำที่รัฐบาลตั้งไว้สูงกว่าราคาตลาดโลกกว่า 30% และราคาตลาด ทำให้เพิ่มรายได้แก่ชาวนาเป็นจำนวนเงิน 72,712 ล้านบาท แต่กว่า 80% ของเงินเหล่านี้ก็ตกไปอยู่กับชาวนาฐานะปานกลางและยากจน ทำให้รัฐขาดทุนกว่า 112,521 ล้านบาท และหากราคาข้าวลดลง รัฐบาลจะขาดทุนเพิ่มขึ้นคิดเป็น 31.7 – 38.2% ของงบลงทุนประเทศในปี 2554/2555 เป็นการสูญเสียเงินภาษีประชาชนที่รัฐนำไปใช้เฉพาะชาวนาฐานะดี โรงสี และกลุ่มธุรกิจ ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าโรงสีบางแห่งลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิ์ข้าวไทย

นอกจากนี้ เป็นนโยบายที่จะส่งผลต่อคุณภาพข้าวไทยในระยะยาว ซึ่งการที่รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเมล็ด โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ จะส่งผลกระทบให้ชาวนาเร่งเพิ่มปริมาณของข้าวเปลือก โดยไม่คำนึงถึงคุณภาพของข้าวเป็นหลัก เพราะรัฐบาลสนเพียงความชื้นและสิ่งเจือปนในข้าวเท่านั้น

ทั้งนี้ จะส่งผลให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกข้าวนึ่งที่ไทยครองตลาดเป็นอันดับหนึ่ง เพราะการจำนำจะกำหนดให้โรงสีแปรสภาพข้าวเปลือกภายใน 7 วัน ทำให้โรงสีและผู้ส่งออกไม่สามารถซื้อข้าวเปลือกมาทำข้าวนึ่ง ขณะเดียวกันรัฐไม่มีความสามารถในการขายข้าวเท่าพ่อค้าส่งออก ข้าวจะถูกเก็บไว้ในโกดังเป็นเวลานาน เพื่อรอราคาให้สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้ข้าวหมดความหอม กลายเป็นข้าวแข็งคุณภาพต่ำ ไม่สามารถแข่งขันกับข้าวคุณภาพสูงจากประเทศคู่แข่งอื่นๆ ทั้งเวียดนาม และอินเดีย ในตลาดโลกได้ โดยสรุปแล้ว รัฐบาลกำลังทำลายระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมข้าว และทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก

ขณะที่ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึง นโยบายรับจำนำข้าว เป็นนโยบายด้านการสร้างราคาหรือพยุงราคาสินค้าเกษตรเพื่อให้รายได้ของผู้ผลิตสูงขึ้น อาจมีความจำเป็นดำเนินการในระยะสั้น และหากรัฐต้องเข้าแทรกแซงราคาก็ควรทำเท่าที่จำเป็น หากทำมากเกินพอดีจะเป็นภาระทางการคลังอย่างมาก นอกจากนี้ยังสร้างปัญหาต่อกลไกตลาดการค้าสินค้าเกษตรในอนาคตอีกด้วย ดังนั้นต้องทำให้เกษตรกรมีความเข้มแข็งมากขึ้นทางด้านการผลิต เพื่ออำนาจการต่อรองมากขึ้นผ่านกลไกสหกรณ์และการใช้เครื่องมือประกันความเสี่ยงและตลาดสินค้าล่วงหน้า และรัฐบาลควรถอนนโยบายด้านการแทรกแซงราคาออกและสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกเมื่อถึงคราวจำเป็นเวลาสินค้าเกษตรตกต่ำ

นอกจากนี้ การรับจำนำในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมากกว่า 40% และรับจำนำทุกเมล็ด ไม่จำกัดวงเงินรับจำนำต่อครัวเรือน จะทำให้สต็อกข้าวของรัฐบาลจะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนอาจจะเกิดปัญหาในการหาที่เก็บ ซึ่งการมีสต๊อกจำนวนมากขึ้นจะทำให้การระบายข้าวบริหารยากขึ้น เมื่อปล่อยข้าวออกมาในตลาดจะกดราคาในตลาดให้ปรับตัวลดลง รัฐบาลจะขาดทุนเพิ่มเติมอีก ส่วนการเก็บข้าวไว้รอให้ราคาตลาดโลกสูงขึ้นค่อยทยอยขาย รัฐต้องมีระบบการจัดเก็บสต๊อกข้าวที่ได้มาตรฐาน โดยเวลานี้ที่รัฐบาลทำอยู่คือการจ้างโรงสีเอกชนดำเนินการ

ดังนั้นรายละเอียดของนโยบายรับจำนำบางส่วน ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อปิดจุดที่จะสร้างปัญหาและลดการรั่วไหล ซึ่งการทุจริตนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลอมใบประทวน การนำข้าวมาเวียนเทียน สะต๊อกลม การสวมสิทธิ ตลอดจน การใช้บริษัทในเครือข่ายรับซื้อข้าวจากรัฐบาล ที่สำคัญ รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนวิธีการรับจำนำเสียใหม่โดยไม่ต้องยกเลิก เพื่อไม่ให้กลายเป็นการผูกขาดการค้าข้าวโดยรัฐบาล หรือ ตั้งราคาจำนำสูงเกินกว่าราคาตลาด ซึ่งอาจเป็นการส่งสัญญาณราคาที่บิดเบือน ทำให้มีการขยายพื้นที่ปลูกข้าวเกินพอดีเกินศักยภาพและเบียดบังพื้นที่เพาะปลูกพืชผลประเภทอื่น เนื่องจากสามารถขายข้าวในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดมากกว่า 40% ทำให้เกิดการบิดเบือนโครงสร้างการผลิตในภาคเกษตรกรรม และการรับจำนำแบบคละเกรดอาจทำให้คุณภาพข้าวย่ำแย่ลงในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
  • 19 ตุลาคม 2555, 09:00 น.

ธกส.จ่ายเงินจำนำข้าวช้า ชาวนาแห่ร้องสายด่วนพาณิชย์

Published ตุลาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/299619

19 ตุลาคม 2555, 03:33 น.
Pic_299619

กรมการค้าภายใน เผย ชาวนาแห่ร้องสายด่วน 1569 เหตุ ธ.ก.ส.จ่ายเงินจำนำข้าวล่าช้า ส่วนยอดร้องเรียนอื่นๆ ในปีนี้ลดลงจากปีก่อน 22.58% ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้า…

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้มียอดร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายใน เฉลี่ยวันละ 100 สาย ส่วนใหญ่จะเป็นการร้องเรียนจากเกษตรกรถึงความล่าช้าของการจ่ายเงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามใบประทวนที่นำข้าวเปลือกไปจำนำในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 55 และนาปี ปี 55/56 ซึ่งกรมการค้าภายในได้ส่งเรื่องการร้องเรียนไปยัง ธ.ก.ส.แล้ว

ทั้งนี้ ยอดร้องเรียนดังกล่าวตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย. 55 มีการร้องเรียนรวม 2,939 ราย เทียบช่วงเดียวกันปีก่อนลดลง 22.58% หรือ 857 ราย สะท้อนถึงภาวะการค้าที่เป็นปกติ และประชาชนมีความเดือดร้อนลดลง โดยการร้องเรียนส่วนใหญ่ในปีนี้ จะเป็นเรื่องไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและจำหน่ายสินค้าสูงกว่าราคาป้าย ขณะที่ปีก่อนไทยประสบภัยน้ำท่วมทำให้ร้องเรียนในเรื่องสินค้าขาดแคลนและการขายสินค้าอุปโภคบริโภคเกินราคา รวมถึงอาหารสำเร็จรูปมีราคาสูง

โดยได้เนินการเอาผิดตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มีโทษปรับไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือขายไม่ตรงป้ายราคา ไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งได้มีการดำเนินการปรับแล้ว 58 ราย รวมค่าปรับ 110,000 บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 ตุลาคม 2555, 03:33 น.

พาณิชย์เอาจริง ปราบนายหน้าแก๊งสวมสิทธิ์จำนำข้าวหลังเกษตกรร้องเรียน

Published ตุลาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/299617

19 ตุลาคม 2555, 02:18 น.
Pic_299617

“พาณิชย์” เอาจริง ปราบนายหน้าแก๊งสวมสิทธิ์จำนำข้าว หลังเกษตรกรร้องเรียนผ่านสายด่วน 1569 เผยหลอกให้เข้าร่วมโครงการแล้วนำใบรับรองมาขาย…

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้สามารถดำเนินคดีเอาผิดขบวนการนายหน้าสวมสิทธิ์โครงการรับจำนำข้าวเปลือกที่ จ.พัทลุง ได้แล้ว หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ว่า มีบุคคลที่มีพฤติกรรมเป็นนายหน้า เข้าไปเชิญชวนและชี้นำให้เกษตรกรนำสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการรับจำนำ และใบรับรองจากเกษตรกรมาขาย โดยจะรับซื้อในราคาตันละ 1,000 บาท

“กรมการค้าภายในได้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจเข้าดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ตามที่ได้รับการร้องเรียน และพบว่ามีการสวมสิทธิใบประทวนของเกษตรกรตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 55 จริง โดยนายหน้าในพื้นที่ร่วมกับโรงสีสวมสิทธิเกษตรกรเพื่อรับเงินส่วนต่าง ทั้งที่เกษตรกรเหล่านั้นนำผลผลิตไปจำหน่ายศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุงหมดแล้ว แต่กลับมีข้าวเข้ามาใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรังปี 55 ได้อีก ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินคดีเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด เพราะถือเป็นการทุจริตและสร้างความเสียหายแก่รัฐ”

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการป้องกันการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเต็มที่ และได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวด หากเกษตรกร ประชาชน และผู้ที่เกี่ยวข้องที่พบเห็นพฤติกรรมสวมสิทธิเกษตรกรเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือก สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ http://www.dit.go.th หรือร้องเรียนด้วยตนเอง ที่สำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ…

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 19 ตุลาคม 2555, 02:18 น.

ธ.ก.ส.ยันสภาพคล่อง เตรียมเงินจำนำข้าวรอบใหม่ 5 แสนล้าน

Published ตุลาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/eco/299583

18 ตุลาคม 2555, 21:45 น.
Pic_299583

ธ.ก.ส.ประกาศเตรียมพร้อมสภาพคล่อง โครงการจำนำข้าวปี 55/56 ไว้ถึง 500,000 ล้านบาท เผยเดือนธ.ค.พาณิชย์เตรียมคืนเงินจากการขายข้าวอีก 8.5 หมื่นล้านส่วนที่เหลือจะทยอยนำส่งคืนหลังขายได้

เมื่อวันที่ 18 ต.ค. นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ได้เตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่อง สำหรับรองรับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในปีการผลิต 55/56 ไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตลอดระยะเวลาโครงการในปีดังกล่าวจะมีสภาพคล่องราว 500,000 ล้านบาท จากเป้าหมายการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่ 26 ล้านตัน เป็นเม็ดเงิน 405,000 ล้านบาท

“สภาพคล่องดังกล่าวจะมาจาก 3 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นเงินคืนจากกระทรวงพาณิชย์ที่ได้จากการขายข้าวรอบการจำนำปีที่ผ่านมาจำนวนประมาณ 260,000 ล้านบาท ส่วนที่สองเป็นเงินสภาพคล่องของ ธ.ก.ส.ที่ได้นำไปใช้ในโครงการรับจำนำรอบปีที่ผ่านมาจำนวน 90,000 ล้านบาท และส่วนที่สาม จะเป็นเงินกู้ที่รัฐบาล โดยกระทรวงการคลังจัดสรรให้อีก 150,000 ล้านบาท”

นายลักษณ์ กล่าวว่า ในเดือน ต.ค. กระทรวงพาณิชย์ได้คืนเงินจากการขายข้าวให้แล้วจำนวน 42,000 ล้านบาท และ คืนเงินชำระหนี้ที่ ธ.ก.ส.ได้ใช้สภาพคล่องเข้าไปช่วยดำเนินโครงการนี้อีกจำนวน 49,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน สำนักบริหารหนี้ กระทรวงการคลังจะจัดสรรเงินกู้ให้ก้อนแรกจำนวน 16,000 ล้านบาท จากที่เสนอไปจำนวน 50,000 ล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในระยะแรก

“ทางกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ในเดือน ธ.ค.นี้ จะส่งคืนเงินจากการขายข้าวให้อีกประมาณ 85,000 ล้านบาท จากนั้นเงินคืนในส่วนที่เหลือ ก็จะทยอยนำส่งคืนหลังจากการขายได้แล้ว”

นายลักษณ์ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของข้าวหอมมะลิในปีการผลิตนี้ ไม่น่าจะมีผลผลิตดีเท่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากฝนทิ้งช่วงในระยะที่ข้าวต้องการน้ำ จึงมีส่วนที่ทำให้ผลผลิตลดลง และน่าจะมีผลให้ราคาข้าวหอมมะลิในตลาดปรับตัวขึ้นตามปริมาณสินค้าที่ลดลง ส่วนการผลิตข้าวเปลือกขาวในพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหลือตอนล่าง และภาคตะวันตกน่าจะเข้าโครงการรับจำนำของรัฐบาลทั้งหมด

ด้านนายสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้อำนวยการฝายกิจการนโยบายรัฐ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมพร้อมสำหรับแนวทางปฏิบัติในโครงการรับจำนำในฤดูกาลผลิตนี้เป็นอย่างดี โดยกำชับให้อนุกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดเข้าไปกำกับดูแลโครงการรับจำนำนี้ ทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่เกษตรกร กล่าวคือ จะต้องจัดส่งผู้แทนเกษตรกรเข้าร่วมในการรับจำนำจำนวน 3 คน ตัวแทนจากจังหวัดและตัวแทนจาก อคส.และ อ.ต.ก.จำนวนรวม 3 คน

“เราเป็นห่วงเกษตรกรว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการรับจำนำข้าว ทั้งในแง่การวัดค่าความชื้นหรือน้ำหนักของข้าว เพราะปีการผลิตที่ผ่านมา ได้รับร้องเรียนจากเกษตรกรจำนวนมากว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการจำนำข้าวแก่โรงสี เราจึงกำชับทุกจังหวัดไปเลยว่า ให้จัดส่งตัวแทนจากเกษตรกรและผู้แทนของข้าราชการเข้าไปร่วมบริหารจัดการในขณะที่มีเกษตรกรเข้ามาจำนำข้าวในทุกโรงสี”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 18 ตุลาคม 2555, 21:45 น.
%d bloggers like this: