จัดสรร

All posts tagged จัดสรร

จัดสรรน้ำเป็นไปตามเป้า ปริมาณน้ำในเขื่อน…ยังเอาอยู่ – นานาสารพัน

Published พฤษภาคม 8, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/113328

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2555 เวลา 00:00 น.

ข้อมูลจากศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ  กรม ชลประทาน ระบุว่า ในปีนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันคงเหลือประมาณ 39,716 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 57 ของปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันทั้งหมด มีปริมาณน้ำที่สามารถนำมาใช้การได้ จำนวน 16,218 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 23 ของปริมาณน้ำรวมกันทั้งหมด หากเปรียบเทียบ ณ เวลาเดียวกัน จะพบว่าปริมาณน้ำในปี 2555 มากกว่าปี 2554 จำนวน 2,481 ล้านลูกบาศก์เมตร

นายอภิชาต จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เปิดเผยว่า ผลการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งในเขตพื้นที่ชลประทานทั่วประเทศ ล่าสุดพบว่า มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้วกว่า 19.45 ล้านไร่ จากแผนกำหนดไว้ 19.23 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 101 ของแผนทั้งหมด แบ่งเป็น พื้นที่ทำนาปรัง 16.85 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 101 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 16.70 ล้านไร่) และพืชไร่-พืชผัก 2.60 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 103 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 2.53 ล้านไร่) เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งไปแล้ว
กว่า 10.29 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 103 ของแผนทั้งหมด (แผนกำหนดไว้ 10 ล้านไร่) แยกเป็นพื้นที่ทำนาปรัง 9.84 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 103 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 9.60 ล้านไร่) และพืชไร่-พืชผัก 0.45 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 113 ของแผน (แผนกำหนดไว้ 0.40 ล้านไร่)
ขณะที่ผลการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งทั่วประเทศ มีการนำน้ำไปใช้แล้ว 33,262 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 99 ของแผนจัดสรรน้ำ  เฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการนำน้ำไปใช้แล้ว 14,751 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 101  ของแผนการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผลการใช้น้ำ ณ วันที่สิ้นสุดสิ้นแผนการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งของปี 2554/2555 ที่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 54–30 เม.ย. 55 การใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

นายอภิชาต กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนหลักที่ส่งน้ำไปสนับสนุนการใช้น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีดังนี้  เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 6,828 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่างฯ  มีปริมาณน้ำใช้การได้ 3,028 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 4,951  ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 2,101 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 259 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 28 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 216 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำในอ่างฯ 202 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 26 ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำใช้การได้ 199 ล้านลูกบาศก์เมตร

ทั้งนี้  กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าฤดูฝนจะเริ่มประมาณกลางเดือน พ.ค. เป็นต้นไป ประกอบกับปรากฏการณ์ลานินญ่าได้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว คาดว่าฝนปีนี้จะอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศส่วนใหญ่มีพื้นที่ว่างพอที่จะรองรับน้ำในฤดูฝนได้ โดยไม่เกิดปัญหาน้ำล้นลงมาท่วมพื้นที่ด้านล่างจนทำให้เกิดปัญหาอุทกภัยหนักตามมาเหมือนเช่นปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังก็คือ…

…หากปีนี้มีปริมาณน้ำไหลลงอ่างเก็บน้ำในเกณฑ์น้อยจะทำให้น้ำต้นทุนที่จะใช้สนับสนุนการใช้น้ำในฤดูแล้งในปีหน้าอยู่ในเกณฑ์น้อยเช่นกัน ซึ่งจะต้องวางแผนการใช้น้ำให้เหมาะสมต่อไป.

รมช.กษ. กำชับส.ป.ก. เร่งแก้ไขปัญหาและจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร

Published สิงหาคม 31, 2010 by SoClaimon

วันที่ 30/8/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรฯ เปิดเผยภายหลังพิธีมอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค จังหวัดนครพนมและหนองคาย และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01ช) ประเภทที่อยู่อาศัยของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ณ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 27 ตำบลจุมพล อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่า สืบเนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยการจัดซื้อที่ดินให้แก่เกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค จำนวน 1,889 ราย ๆ ละ 15 ไร่ ราคาไม่เกินไร่ละ 60,000 บาท เพื่อนำมาจัดให้เกษตรกรเช่าซื้อ กำหนดระยะเวลา 25 ปี โดยปลอดดอกเบี้ยและเงินต้นใน 5 ปีแรก เริ่มชำระหนี้ในปีที่ 6-25 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ของราคาที่ดินที่จัดซื้อ

ทั้งนี้ การจัดซื้อที่ดินต้องเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม ส่วนเกษตรกรอื่น ๆ ที่ไม่มีที่ดินทำกินและไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อ 1,889 ราย ที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้กำหนดให้ไปยื่นคำขอรับการจัดที่ดิน ต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด เพื่อจะได้ขึ้นทะเบียนตรวจสอบคุณสมบัติ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป สำหรับการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ในเขตจังหวัดหนองคายมีเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ที่ต้องจัดที่ดินให้ จำนวน 75 ราย ขณะนี้สามารถจัดให้เกษตรกรเข้าทำกินได้ 29 ราย สำหรับจังหวัดนครพนมมีเกษตรกรที่จะต้องจัดหาที่ดินให้ 69 ราย จัดเกษตรกรเข้าทำกินได้ 5 ราย

สำหรับการดำเนินงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ด้านการจัดที่ดินและมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ในที่ดินของรัฐ นั้น จังหวัดหนองคายมีพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินทั้งสิ้น 1,860,271 ไร่ โดยมีเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน 1,702,897 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 17 อำเภอ 84 ตำบล ปัจจุบันสามารถดำเนินการจัดที่ดินและมอบเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกรไปแล้ว คือ ที่ดินเกษตรกรรม 78,412 ราย 93,949 แปลง เนื้อที่ 1,549,978 ไร่ และที่ดินชุมชน 15,657 ราย 16,324 แปลง เนื้อที่ 7,629 ไร่

ทั้งนี้ รมช.ได้มอบเอกสารสัญญาเช่าซื้อที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้แก่เกษตรกรสภา ประชาชน 4 ภาค จังหวัดนครพนม จำนวน 5 ราย และจังหวัดหนองคาย จำนวน 29 ราย และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01ช) ประเภทที่อยู่อาศัยให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ยังได้มอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01ช) ประเภทที่อยู่อาศัยของเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย จำนวน 82 ราย

แบ่งเค้กงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านหารลงตัว

Published สิงหาคม 11, 2010 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2553 เวลา 02:28 น.

ผ่านทางแบ่งเค้กงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านหารลงตัว.

จะเห็นว่าวัตถุประสงค์ของการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปี นอกเหนือจากการเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ก็หวังเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ให้ลงตัวกันถ้วนหน้า
ทั้งฝ่ายรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล…

โดย…ทีมข่าวการเงิน

สะท้อนจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ไฟเขียวเกลี่ยงบประมาณปี 2554 จำนวน 6.6 หมื่นล้านบาท จากที่เสนอขอมาทั้งหมดกว่า 2.89 แสนล้านบาท

จัดสรรให้กับพรรคร่วมตามโครงการที่เขียนเสนอมาเป็นส่วนใหญ่ ภายใต้การชูยุทธศาสตร์การจัดสรรงบใหม่ในครั้งนี้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ที่สำคัญๆ ของประเทศได้แก่

1.ยุทธศาสตร์การรักษาความเชื่อมั่นของประเทศ 1.22 หมื่นล้านบาท

2.ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำทางสังคม 1.48 หมื่นล้านบาท

3.ยุทธศาสตร์การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี 2.03 หมื่นล้านบาท

4.ยุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน 1.31 หมื่นล้านบาท

5.ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศของโลก 3,447 ล้านบาท

6.รายการค่าดำเนินการภาครัฐ 1,259 ล้านบาท

7.ยุทธศาสตร์การพัฒนาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม 489.7 ล้านบาท

8.ยุทธศาสตร์การรักษาความมั่นคงของรัฐ 186 ล้านบาท

ถ้าแยกประเภทตามส่วนราชการและหน่วยงาน 6.6 หมื่นล้านบาท พบว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มมากที่สุดถึง 1.85 หมื่นล้านบาท

รองลงมาได้แก่ รัฐวิสาหกิจอื่นๆ จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการได้รับงบ 9,011 ล้านบาท กระทรวงคมนาคม 8,007 ล้านบาท จังหวัดและกลุ่มจังหวัดรวมกันกว่า 3,479 ล้านบาท
ส่วนกระทรวงขนาดใหญ่อย่างกระทรวงการคลัง ได้รับเฉียดงบด้วยกว่า 266 ล้านบาท กระทรวงยุติธรรม 277 ล้านบาท

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ ช่วงนี้ผลงานน้อยปล่อยไข่ราคาแพง รับไปแค่ 24 ล้านบาท แต่กลับให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 1,723 ล้านบาท และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 1,703 ล้านบาท ยังสามารถเกาะกระแสเรื่องการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการ เมืองได้อยู่

จริงแล้วไฮไลต์เรื่องเกลี่ยงบประมาณรอบนี้อยู่ที่กระทรวงมหาดไทยและ กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยที่มีการทะเลาะตบตีกันระหว่างพรรคร่วมเพื่อชิงเค้ก ก้อนนี้

จนเป็นที่มาของเงินที่ได้รับจัดสรรสูงที่สุดถึง 1.85 หมื่นล้านบาท ที่พรรคภูมิใจไทยได้ไปจัดสรรให้กับท้องถิ่นเพื่อเกลี่ยงบให้กับ สส. อบจ. และ อบต. ตามข้อตกลง

มีรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยจะนำเงินจำนวน 1 หมื่นล้านบาท ไปจัดสรรเอาไว้ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามโครงการก่อสร้างถนนไร้ ฝุ่นและก่อสร้างลานกีฬาเพื่อสร้าง สังคมไทยเป็นสุข กระจายลงไปในทุกพื้นที่

โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นโครงการที่สามารถเบิกจ่ายได้เร็ว มีการก่อสร้างที่ชัดเจน และสามารถเบิกจ่ายได้หมดภายในปีงบประมาณ 2554 รวมถึงการทำงบอุดหนุนเฉพาะกิจอื่นๆ

จะเห็นได้ว่าในการจัดกระบวนยุทธ์เรื่องการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ทางพรรค ประชาธิปัตย์ ส่ง ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ทั้งบู๊และบุ๋น พูดเสียงดังฟังชัดขึ้นแท่นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปี 2554 แทน กรณ์จาติกวณิช รมว.คลัง ที่อาวุโสน้อยกว่า บารมีไม่ถึง

เพราะขึ้นชื่อว่า “ไตรรงค์” ก็มีแต่คนเกรงใจโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ดังนั้นการเดินหน้าเกลี่ยงบของรัฐบาลครั้งนี้ จึงไม่มีปัญหากระโตกกระตากมาก เพราะสามารถเลือกคนมาจัดสรรผลประโยชน์ได้อย่างลงตัวแทบทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม หากไม่มองที่เรื่องของผลประโยชน์ในทางการเมืองเพียงอย่างเดียว จะพบว่าการเกลี่ยงบประมาณ 6.6 หมื่นล้านบาทครั้งนี้ ได้มองถึงเรื่องของการเร่งฟื้นฟูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้ได้อย่างยั่งยืน ซึ่งมีการจัดสรรงบเพื่อการพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิตและความเหลื่อมล้ำทางสังคมไว้อีก 1.48 หมื่นล้านบาท และการจัดสรรงบตามยุทธศาสตร์การจัดการเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้อย่างมี เสถียรภาพและยั่งยืน 1.31 หมื่นล้านบาท

ต้องยอมรับว่าเรื่องการฟื้นฟูประเทศแบบยั่งยืน เป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้เน้นและให้ความสำคัญมาก

การเกลี่ยงบ 6.6 หมื่นล้านบาท ที่เตรียมจะนำเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งในเร็วๆ นี้ ถือว่านอกจากจะสามารถจัดสรรเรื่องผลประโยชน์ที่ลงตัวระหว่างรัฐบาลและพรรค ร่วมแล้ว ยังให้สามารถให้น้ำหนักกับเรื่องการของการฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจ เพื่อทดแทนกับงบลงทุนที่หดตัวลงเหลือแค่ 3.44 แสนล้านบาท

แม้ในรูปของสัดส่วนจะเพิ่มจากปีก่อนถึง 60.74% แต่ในยามที่ประเทศต้องการพัฒนาและเร่งฟื้นตัวจากเหตุความไม่สงบทางการเมือง และปัจจัยทั้งในและต่างประเทศที่ยังไม่คลี่คลาย ย่อมถือว่างบลงทุนเท่านี้มีเพียงหยิบมือเดียวที่จะพัฒนาประเทศได้

ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลชุดนี้และชุดต่อไป ที่จะต้องพยายามจัดสรรงบประมาณในองค์รวมเพื่อให้เกิดการพัฒนาต่อประเทศให้ ได้อย่างสูงสุดต่อไป

%d bloggers like this: