ค่าครองชีพ

All posts tagged ค่าครองชีพ

“พาณิชย์” ชงเผือกร้อนรอ “กิตติรัตน์” แก้ปัญหาปากท้อง

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193055.

Pic_193055

“พาณิชย์” ชงเผือกร้อนรอ “กิตติรัตน์” แก้ไขปัญหาปากท้อง จำนำข้าว และดันการส่งออก ด้านข้าราชการพาณิชย์ เชื่อมือดันการค้าโตได้ ขณะที่นักวิชาการ ให้คะแนน ครม.ปู 1 ที่ 7 เต็ม 10

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า ที่กระทรวงพาณิชย์ มีเรื่องสำคัญรอให้ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.พาณิชย์คนใหม่ เข้ามาแก้ไขปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ การเตรียมความพร้อมในการรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าตันละ 15,000 บาท และข้าวเปลือกหอมมะลิ 20,000 บาท และส่งเสริมการส่งออกให้ขยายตัวท่ามกลางความเปราะบางของวิกฤตเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทแข็งค่า และการแข่งขันกับชาติอาเซียน

ด้านนางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวถึง รมว.พาณิชย์คนใหม่ว่า ถือเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะด้านการเงิน ซึ่งจะทำให้เข้าใจ เรื่องการค้า ระบบเศรษฐกิจเชิงลึก และสามารถดูแลงานได้อย่างไม่มีปัญหา โดยกรม ได้เตรียมเสนอโครงสร้างราคาสินค้าทั้งระบบและผลกระทบให้รัฐมนตรีคนใหม่ พิจารณา เพื่อใช้ในการพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชนลดค่าครองชีพอย่างเร่งด่วน

ส่วน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลับหอการค้าไทย กล่าวว่า โฉมหน้า ครม.ของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีภาพลักษณ์ที่สังคมรับได้ แต่ไม่โดดเด่น โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ที่ยังไม่มีมือเศรษฐกิจด้านมหภาคเข้ามาดูแล โดยในส่วนของ รมว.คลัง มีความโดดเด่นด้านการเงิน เข้ามาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อจัดการการเคลื่อนไหวของเงินทุนเข้ามาในประเทศ ขณะที่ รมว.พาณิชย์ ยังไม่มีประสบการณ์ในด้านเศรษฐกิจมหภาคเช่นเดียวกัน แต่เชื่อว่าจะสามารถผลักดันการส่งออกให้เจริญเติบโตได้ อย่างไรก็ตาม ให้คะแนนครม.ชุดนี้ที่ 7 จากเต็ม 10 คะแนน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 18:30 น.

พณ.ชงลดค่าครองชีพ-แนวทางคุมราคาให้รบ.ใหม่

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

25 กรกฎาคม 2554, 01:44 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188817.

Pic_188817

พณ.ยื่นโครงสร้างต้นทุน 10 สินค้าจำเป็นต่อการครองชีพ พร้อมแนวทางคุมราคาให้รัฐบาลใหม่พิจารณา ลดค่าครองชีพประชาชนตามนโยบายหาเสียง…

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้จัดส่งโครงสร้างต้นทุนสินค้า 10 รายการ ได้แก่ หมู ไก่ ไข่ไก่ เนื้อวัว กุ้ง น้ำมันปาล์ม น้ำตาล ข้าวสารบรรจุถุง อาหารจานเดียว และผักผลไม้ พร้อมทั้งมาตรการและแนวทางกำกับดูแล ไปยังทีมเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลแล้ว หลังจากที่ได้ขอมาเพื่อไปจัดทำมาตรการดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนตามนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง

“กระทรวงฯ ได้เสนอรายละเอียดของโครงสร้างต้นทุนสินค้าทั้ง 10 รายการว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง และหากต้องการที่จะดึงหรือชะลอไม่ให้สินค้าเหล่านี้ปรับขึ้นราคา จะมีวิธีการดำเนินการอะไรบ้าง ซึ่งมีทั้งส่วนที่กระทรวงพาณิชย์สามารถดำเนินการได้เอง และส่วนที่รัฐบาลจะต้องตัดสินใจในระดับนโยบาย” นายยรรยง กล่าว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 25 กรกฎาคม 2554, 01:44 น.

อลงกรณ์ฝากการบ้านรัฐมนตรีพาณิชย์ใหม่

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

6 กรกฎาคม 2554, 18:48 น.

อลงกรณ์ฝากการบ้านรัฐมนตรีพาณิชย์ใหม่.

Pic_184376

“อลงกรณ์” ฝากการบ้านรัฐบาล เน้นดูแลเงินเฟ้อ-แก้ค่าครองชีพ แนะทบทวนข้อดีระบบประกันราคาสินค้าเกษตรมาใช้ เหตุห่วงจำนำตั้งราคาสูงทำสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรพุ่ง

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่จะเข้ามารัฐมนตรีในกระทรวงพาณิชย์ แก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชน โดยเน้นลดปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น แก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง และปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เศรษฐกิจของไทยขับเคลื่อนต่อไปได้

ทั้งนี้ ในส่วนการดูแลภาคสินค้าเกษตรนั้น มีความเป็นห่วงการใช้นโยบายรับจำนำ จะทำให้เกิดการสวมสิทธิ์สินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข้าว เพราะข้าวประเทศเพื่อนบ้านมีราคาต่ำกว่าราคารับจำนำของไทย จึงอยากให้รัฐบาลใหม่ทบทวนข้อดีของระบบประกันราคามาใช้ สำหรับนโยบายไข่ไก่ชั่งกิโลกรัม ไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลวของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการแก้ไขขณะนั้นได้หารือกับสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ เพื่อแก้ไขปัญหาไข่ไก่ราคาแพง เมื่อตลาดส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ก็ยกเลิก และก็ไม่ได้สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมไข่ไก่

ขณะที่งานภายในกระทรวงพาณิชย์ที่ตนกำกับดูแลและอยากให้ผู้มาเป็นรัฐมนตรีใหม่สานต่อด้านนโยบายมี 5 ด้าน คือ นโยบายการสร้างศักยภาพการค้าทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ นโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันธุรกิจ นโยบายพัฒนาผู้ประกอบการและธุรกิจเอสเอ็มอี นโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา และนโยบายมุ่งสู่การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ)

นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่อยากฝากให้สานต่อ 10 โครงการ ได้แก่ โครงการเมกะโปรเจกต์ทวาย-กาญจนบุรี โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด โครงการนิติบุคคลหมายเลขเดียว โครงการแผนพัฒนาธุรกิจแห่งชาติ โครงการเมืองสร้างสรรค์ โครงการสหกรณ์สร้างสรรค์ โครงการลิมอร์ ดาร์ซา โครงการเตรียมความพร้อมสู่เออีซี โครงการสินเชื่อพิเศษเพื่อเอสเอ็มอี และโครงการพัฒนาธุรกิจบิสเนสคลับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 กรกฎาคม 2554, 18:48 น.

คลังฉวยโอกาสบาทแข็ง เดินหน้าแผนลงทุนอุตฯ

Published มิถุนายน 19, 2011 by SoClaimon

8 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.
คลังฉวยโอกาสบาทแข็ง เดินหน้าแผนลงทุนอุตฯ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_125376

“กรณ์”ฉวยโอกาสบาทแข็งค่า เดินหน้ากำหนดแผนลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ระบุรัฐ-เอกชนต้องจับเข่าคุยรายละเอียดการพัฒนาที่ชัดเจน แย้มเร็วๆ นี้ “มาร์ค” เล็งคลอดแผนอุ้มรากหญ้า หวังแก้ปัญหาคุณภาพชีวิต-ค่าครองชีพแพง…

เมื่อวันที่ 8 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลและภาคเอกชนควรร่วมกันพิจารณาว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นได้อย่างไร เนื่องจาก ในอนาคตชัดเจนอยู่แล้วว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบน้ำ ระบบราง โทรคมนาคมและการศึกษา เป็นจำนวนหลายล้านๆ บาท และที่สำคัญต้องซื้อสินค้าจากต่างประเทศไม่มากก็น้อย ดังนั้น การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นก็ส่งผลทำให้ไทยสามารถซื้อสินค้าได้ถูกลง และเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณในการลงทุนด้วย

“ประเทศไทยเสียเวลาไปเยอะกับการที่จะพูดถึงมาตรการในการต่อสู้กับเงินบาท เนื่องจาก เห็นอยู่แล้วว่า ผลเกิดขึ้นโดยทั่วไป ที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากนโยบายของสหรัฐฯ ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าในอนาคตไทยจะต้องมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนหลายล้านๆ บาท การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นก็ส่งผลทำให้ไทยสามารถซื้อสินค้าจากต่างประเทศได้ถูกลง” รมว.คลัง กล่าว

พร้อมกันนี้ รมว.คลังได้ยกตัวอย่างประเทศมาเลเซียที่มีการร่วมกันหารือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่จะกำหนดว่ามี 12 หมวดอุตสาหกรรมที่จะเป็นอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศ และตกลงร่วมกันว่าจะพัฒนาแต่ละหมวดอุตสาหกรรมอย่างไร รวมไปถึงมีการกำหนดแผนว่าจะต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนจำนวนเท่าใด เพื่อให้ทั้ง 12 หมวดอุตสาหกรรมมีความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น

“ผมได้มีโอกาสคุยกับรัฐมนตรีของมาเลเซีย ตอนนี้เขารู้สึกดีใจด้วยซ้ำว่า ค่าเงินของมาเลเซียแข็งค่าขึ้น เพราะเขารู้ว่าตอนนี้ประเทศเขาต้องการที่จะใช้เงิน ซึ่งรัฐบาลไทยและเอกชนไทยเองก็ต้องเร่งดำเนินการหารือและร่วมกันพิจาณาถึง รายภาคอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะต้องพัฒนาในอนาคต” นายกรณ์ กล่าว

นายกรณ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันในการแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศ โดยจะเป็นการวิเคราะห์ในเชิงลึกถึงต้นตอของปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาที่มอง ว่าเป็นปัญหาของประชาชน เช่น เรื่องของค่าครองชีพของประชาชนที่ยังสูงอยู่ และอีกหลายๆ เรื่อง โดยขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรียบร้อยแล้ว และหากทุกอย่างเรียบร้อยนายกรัฐมนตรีจะประกาศแผนดังกล่าวออกมา โดยจะเดินหน้าแก้ปัญหาโดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกที่จะทำคือตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาของประชาชน และด้วยวิธีการเดียวกัน จะทำงานร่วมกับเอกชนที่จะหาคำตอบถึงสิ่งที่รัฐบาล และเอกชนควรที่จะร่วมลงทุนด้วยกัน เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมที่มองว่าเป็นอุตสาหกรรมในอนาคต และเชื่อมโยงกับแผนงบประมาณ ขณะที่ปัจจุบันแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ยังตอบโจทย์ไม่เพียงพอ และยังไม่สามารถตอบโจทย์ไม่ชัดเจน และไม่โยงใยในเรื่องของงบประมาณแผ่นดินด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 8 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.

เผย​เหตุ​แรงงาน​คืน​ถิ่น​สู่​เกษตรกร

Published พฤษภาคม 6, 2011 by SoClaimon

6 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.

เผย​เหตุ​แรงงาน​คืน​ถิ่น​สู่​เกษตรกร.

Pic_169326

สศช. เผย​เหตุ​แรงงาน​คืน​ถิ่น​สู่​เกษตรกร ตกงาน​แต่​ค่าครองชีพ​ยัง​เพิ่ม​ขึ้น ราคา​สินค้า​สูง​รัฐ​ประกัน​ราย​ได้ …

นาย​อาคม เติม​พิทยา​ไพ​สิ​ฐ เลขาธิการ​สำนักงาน​คณะ​กรรมการ​พัฒนาการ​เศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย​ว่า ผล​การ​ศึกษา​ข้อเท็จจริง​การ​เคลื่อน​ย้าย​แรงงาน​กลับคืน​สู่​ภาค​เกษตร​และ​การ​ออม​ของ​ภาค​เกษตร​ พบ​ว่าจาก​วิกฤติ​เศรษฐกิจ​ปี 51 ทำให้​มี​การ​เลิก​จ้าง​งาน ส่ง​ผล​ให้​มี​การ​เคลื่อน​ย้าย​แรงงาน​จาก​ภาค​การ​ผลิตกลับ​เข้า​มา​ทำ​งาน​ใน​ภาค​เกษตรกรรม​เพิ่ม​ขึ้น โดย​ปี 52 มี​แรงงาน​ย้าย​ถิ่น​กลับ​ภาค​เกษตรกรรม​สูง​กว่า 300,000 ราย และ​ปี 53 ย้าย​ถิ่น​กลับ​ภาค​เกษตร​อีก 491,774 ราย ซึ่ง​การ​ย้าย​ถิ่น​คืน​ภาค​เกษตร เกิด​จาก​หลาย​ปัจจัย ได้แก่ ค่าครองชีพ​ใน​เมือง​ใหญ่​สูง​ขึ้น การ​เลิกจ้าง​งาน การ​ย้าย​ตาม​ฤดูกาล รวม​ทั้ง​การ​ดำเนิน​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้​ ภาค​เกษตร​และ​ราคา​สินค้า​ที่​สูง​ขึ้น สำหรับ​ผล​สำรวจ​แยก​ตาม​ราย​ภาค​ปี 53 โดย​สุ่มตัวอย่าง 4 ภาค รวม 65 จังหวัด 127 หมู่​บ้าน แบ่ง​เป็นภาค​กลาง มี​การ​ย้าย​คืน​ถิ่น​สู่​ภาค​เกษตร 14.36% ภาค​เหนือ​มี 12.41% ภาค​ใต้ 7.24% ทั้งหมด​ให้​เหตุผล​ว่า​เนื่องจาก​ค่าครองชีพ​เมือง​ใหญ่​สูง​ขึ้น สินค้า​เกษตร​ราคา​เพิ่ม​ขึ้น รวม​ทั้ง​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้ ส่วน​ภาค​ตะวันออกเฉียงเหนือ มี​แรงงาน​ย้าย​คืน​ถิ่น​มาก​ที่สุด 65.98% ของ​แรงงาน​คืน​ถิ่น​ทั่ว​ประเทศ ให้​เหตุผล​การ​ย้าย​ถิ่น​ว่า​เป็น​ไป​ตาม​ฤดูกาล

ส่วน​การ​ออม​เงิน​และ​การ​ลงทุน​ภาค​เกษตร​พบ​ว่า​มี​เพิ่ม​ขึ้น โดย​ราคา​สินค้า​เกษตร​ที่​สูง​ขึ้น​ทำให้​ปี 51 ยอด​เงิน​ฝาก​ของ​เกษตรกร​กับ​ธนาคาร​เพื่อ​การ​เกษตร​และ​สหกรณ์​การ​เกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่ม​เป็น 31,240 ล้าน​บาท เพิ่ม 300% จาก​ปี 50 ที่​มี​การ​ฝาก​เงิน 18,046 ล้าน​บาท ยอด​เงิน​ฝาก​ต่อ​ราย​เพิ่ม​ขึ้น​เป็น 11,736 บาท/ ราย/ปี​ หรือ​เพิ่ม​ขึ้น 384.4% จาก​ปี 50 ที่​มี​การ​ฝาก 3,053 บาท/ราย/ปี ขณะ​ที่​ปี 52 ยอด​เงิน​ฝาก​ของ​เกษตรกร​เพิ่ม​เป็น 56,592 ล้าน​บาท ยอด​เงิน​ฝาก​เฉลี่ย​ต่อ​ราย​ลด​ลง​เหลือ 9,276 บาท/ราย/ปี สำหรับ​การ​ชำระ​ หนี้​คืน​ปี 52 เพิ่ม​ขึ้น​เป็น 300,567 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 5.61% ทำให้​ยอด​เงิน​ชำระ​หนี้​คืน​เฉลี่ย​ต่อ​ราย​เพิ่ม​เป็น 49,263 บาท/ราย

นอกจาก​นี้​ เกษตรกร​ยัง​กู้​เงิน​เพื่อ​ลงทุน​เพิ่ม 332,000 ล้าน​บาท เพิ่ม​ขึ้น 7.76% จาก​ปี 51 ที่​มี​การ​กู้​เงิน 308,087 ล้าน​บาท ส่ง​ผล​ให้​ยอด​เงินกู้​ต่อ​ราย​เพิ่ม​ขึ้น​เป็น 54,415 บาท ​ใน​ปี 52 สาเหตุ​ที่​ทำให้​เกษตรกร​ตัดสินใจ​ลงทุน​เพิ่ม​ขึ้น เพราะ​มี​เงิน​ออม​เพิ่ม​ขึ้น ​และ​ส่วน​หนึ่ง​เกิด​จาก​การ​มี​โครงการ​ประกัน​ราย​ได้ ที่​เกษตรกร 3,956,177 ราย ได้​รับ​เงิน​ชดเชย​ใน​ปี​การ​ผลิต 52/53 รอบ​แรก​ จำนวน 36,498 ล้าน​บาท.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 6 พฤษภาคม 2554, 05:45 น.

พณ.สั่งลาชงครม.ขอ200ล.จัดมหกรรมลดค่าครองชีพ

Published พฤษภาคม 5, 2011 by SoClaimon

2 พฤษภาคม 2554, 20:20 น.
พณ.สั่งลาชงครม.ขอ200ล.จัดมหกรรมลดค่าครองชีพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_168518

“พรทิวา” เตรียมชง ครม.ของบ 200 ล้านบาท จัดมหกรรมลดค่าครองชีพประชาชนต่อเนื่อง 3 เดือน พร้อมเดินหน้าโครงการปุ๋ยธงฟ้า 1 แสนตัน…

เมื่อวันที่ 2 พ.ค. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 3 พ.ค. กระทรวงพาณิชย์ เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณวงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนระยะเร่งด่วนทั่วประเทศ ด้วยการจัดงานมหกรรมสินค้าลดค่าครองชีพในระดับอำเภอ หากได้รับความเห็นชอบจะสามารถดำเนินการทันทีกลางเดือน พ.ค.ต่อเนื่อง 3 เดือน

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยืนยันจะเดินหน้าโครงการปุ๋ยธงฟ้าต่อไป แม้รัฐบาลจะมีโครงการปุ๋ยสั่งตัดอยู่แล้ว เพราะโครงการปุ๋ยธงฟ้าเป็นการขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้จำหน่ายปุ๋ยใน ราคาเดิมคือตันละ 11,000บาท ปริมาณ 100,000 ตัน โดยกระทรวงพาณิชย์จะเป็นผู้บริหารจัดการให้ถึงมือเกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่จำเป็นต้องของบประมาณรัฐบาลมาดำเนินการ

นางพรทิวา กล่าวด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมออกประกาศราคาควบคุมไข่คละหน้าฟาร์มให้ปรับลดลง 10 สตางค์ มาอยู่ที่ฟองละ 3 บาท จากราคาควบคุมปัจจุบันที่ฟองละ 3.10-3.20 บาท เพราะแม่พันธุ์ไก่กว่า 50,000 ตัว ที่นำเข้ามาช่วงปลายปีที่แล้วเริ่มออกไข่มากขึ้น เชื่อว่าสถานการณ์ราคาไข่ไก่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในไม่ช้า.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 พฤษภาคม 2554, 20:20 น.

“พาณิชย์”เดินหน้าจัดมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ

Published เมษายน 12, 2011 by SoClaimon

11 เมษายน 2554, 18:46 น.

“พาณิชย์”เดินหน้าจัดมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ.

Pic_163086

 

พาณิชย์ เดินหน้าจัดมหกรรมธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพประชาชนต่อเนื่อง 3 เดือน หลัง “มาร์ค” ไฟเขียว คาดเร่ิมเร็วๆ นี้ ระบุ หากประชาชนสนใจอาจขยายต่อเป็น 6 เดือน…

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เห็นด้วยกับแนวคิดการจัดงานมหกรรมลดค่าครองชีพคนไทย ของกระทรวงพาณิชย์ โดยให้กรมการค้าภายในจัดทำรายละเอียดและงบประมาณที่จะใช้ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเห็นว่าเป็นมาตรการที่ดี และเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลที่จะช่วยดูแลค่าครองชีพให้กับประเทศชน ทั้งประเทศ โดยเฉพาะในหลายๆ พื้นที่ประสบปัญหาจากภัยธรรมชาติ

“นายกฯ เห็นด้วย เพราะตรงและสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ก็จะเน้นการจัดงาน โดยจัดหาสินค้าที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งของกิน ของใช้ วัสดุก่อสร้าง สินค้าปัจจัยการเกษตร และอื่นๆ ที่ถูกกว่าท้องตลาด 20-30% โดยจะจัดงานต่อเนื่องในช่วง 3 เดือนนี้ หากได้รับการตอบรับและประชาชน ต้องการก็จะขยายเป็น 6 เดือน” รมว.พาณิชย์ กล่าว

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 เมษายน 2554, 18:46 น.

 

พาณิชย์จัดปุ๋ยราคาถูกแสนตัน ขายตรงเกษตรกร

Published เมษายน 11, 2011 by SoClaimon

11 เมษายน 2554, 14:15 น.

พาณิชย์จัดปุ๋ยราคาถูกแสนตัน ขายตรงเกษตรกร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_163041

 

“พาณิชย์” จัดปุ๋ยราคาถูกแสนตัน ขายตรงเกษตรกร พร้อมชง ครม.วันนี้ (12เม.ย.) อนุมัติงบ คชก. 300 ล้านบาทอุดหนุนผู้ผลิตปุ๋ย แลกกับการไฟเขียวเอกชนขึ้นราคาปุ๋ย….

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับปุ๋ยเคมีทั้งระบบ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมชาวนาไทย และสมาคมส่งเสริมชาวนาไทย มาหารือเพื่อหามาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ตามนโยบายของนายกฯ ภายหลังจากที่นายกฯได้สั่งการให้ชะลอปรับขึ้นราคาปุ๋ยเคมีว่ารัฐบาลจะ จัดหาปุ๋ยเคมีราคาถูก 100,000 ตัน เป็นสูตร 46-0-0 มาจำหน่ายให้กับชาวนาในช่วงฤดูการเพาะปลูกที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนพ.ค.-มิ .ย.นี้ ในราคาตันละ 11,000 บาท หรือถุง (50 กก.) ละ 550 บาท

ขณะเดียวกัน ในการประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 12 เม.ย.นี้ จะเสนอขอให้อนุมัติงบประมาณจากกองทุนนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) 300 ล้านบาท เพื่อใช้อุดหนุนราคาปุ๋ยให้กับเกษตรกร ในส่วนที่เกินจาก 100,000 ตัน เพื่อให้เกษตรกรยังซื้อปุ๋ยได้ในราคา 11,000 บาท โดยเงินดังกล่าวจะจ่ายให้กับผู้ผลิตปุ๋ยเคมี พร้อมกันนั้น จะเสนอให้ รัฐบาลสั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พิจารณาปล่อยสินเชื่อซื้อปุ๋ย โดยคิดดอกเบี้ยอัตราพิเศษ รววมถึงจะขอให้กระทรวงเกษตรฯเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบการจำหน่ายปุ๋ยเคมีปลอม และรณรงค์ให้เกษตรกรใช้ยาปราบศัตรูพืชอย่างถูกต้อง ไม่ให้ใช้เกินความจำเป็น เพื่อลดต้นทุนการผลิต

ด้านนายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเป็นมาตรการที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร ตามที่นายกฯเป็นห่วง และขอให้กระทรวงพาณิชย์ไปดูแล ส่วนแรกจะมีปุ๋ยราคาถูก 100,000 ตันมาขายให้ ส่วนที่เหลือ รัฐจะใช้เงินจากกองทุนคชก.เข้าไปอุดหนุน โดยจ่่ายให้กับผู้ผลิตปุ๋ยเพื่อให้ยังสามารถผลิตปุ๋ยราคาเดิมออกมาขาย ให้กับเกษตรกรได้ โดยในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.นี้ จะมีความต้องการใช้ปุ๋ยเดือนละ 400,000 ตัน ซึ่งก็หวังว่ารัฐบาลจะสบายใจว่าเกษตรกรจะไม่ได้รับความเดือดร้อน ส่วนการจะให้ปรับขึ้นราคานั้น กระทรวงพาณิชย์สามารถอนุมัติได้ทันที แต่ผู้ผลิตจะขึ้นราคาได้เมื่อไร คงต้องรอฟังจากรัฐบาลก่อน หรือจนกว่ารัฐบาลจะสบายใจ.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 เมษายน 2554, 14:15 น.

 

ซีพีเอฟเดินหน้าลดค่าครองชีพ

Published มีนาคม 31, 2011 by SoClaimon

31 มีนาคม 2554, 05:15 น.

ผ่านทางซีพีเอฟเดินหน้าลดค่าครองชีพ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_160141

 

ซีพีเอฟ เตรียมจัดมหกรรมคาราวานสินค้า CP เดินหน้าลดค่าครองชีพช่วยประชาชน

นายพงษ์ วิเศษไพฑูรย์ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟจัดมหกรรมคาราวานสินค้า CP ลดค่าครองชีพประชาชนต่อเนื่อง เป็นปีที่ 3 โดยเริ่มจัดที่สวนริมเขา จ.สระบุรี เพื่อบรรเทาปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่สร้างความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพแก่พี่น้องประชาชนชาวสระบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเพื่อนนักเดินทางไปกลับระหว่างกรุงเทพฯกับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดขึ้นในระหว่างวันนี้ถึง 3 เม.ย.2554 ตั้งแต่ เวลา 10.00-22.00 น.

“ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในบูธซีพีเฟรชมาร์ทครั้งนี้ ได้นำความหลากหลายผลิตภัณฑ์อาหารซีพี คุณภาพดีราคาถูกพิเศษมาจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยเฉลี่ยต่ำกว่าราคาปกติ 30-50% อาทิเช่น เกี๊ยวกุ้งถ้วย ซื้อ 2 แถม 1 ไก่ย่างห้าดาวตัวละ 95 บาท ไส้กรอกซีพี 4 แพ็ก 100 บาท กุ้งสดซีพี กก.ละ 120 บาท ไข่ไก่สดแพ็ก 30 ฟอง 75 บาท นอกจากนี้ยังมีข้าวหอมมะลิตราฉัตร นมซีพี-เมจิ ไอศกรีมเอเต้ อาหารสัตว์เลี้ยง และอื่นๆอีกมากมาย”

พร้อมกันนี้ มีการแข่งขันมวยสากลอาชีพ เพื่อป้องกันแชมป์โลก WBC Inter รุ่นสตรอว์เวทของวันเฮง ไก่ย่างห้าดาวยิม กับ โนลี่ โมราเลส ผู้ท้าชิงชาวฟิลิปปินส์ และการชกอุ่นเครื่องของนกน้อย ซีพีเฟรชมาร์ท รองแชมป์โลกอันดับที่ 2 WBC ในรุ่นไลต์ฟลายเวท กับไมเคิล โรดริเกวซ เพื่อสนับสนุนและพัฒนากีฬามวยให้สามารถสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศไทยต่อไป นอกจากนี้ยังมีมหกรรมคอนเสิร์ตและความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง อาทิ แมงปอ ชลทิชา หลิว อาจาริยา บ่าววี และวงไอน้ำ ให้ได้ชมฟรีตลอดงาน.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 31 มีนาคม 2554, 05:15 น.

 

ม.หอการค้าไทย หนุนรัฐอุ้มดีเซลต่อระยะสั้น

Published มีนาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 มีนาคม 2554, 15:50 น.

ผ่านทางม.หอการค้าไทย หนุนรัฐอุ้มดีเซลต่อระยะสั้น – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_154915

 

ม.หอการค้าไทย เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.54 ลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน หลังราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุด ราคาสินค้าแพงหูฉี่ ทำประชาชนชะลอใช้จ่าย สวนกระแส ประกาศหนุนรัฐเดินหน้าอุ้มราคาดีเซลต่อระยะสั้น หวังหยุดเศรษฐกิจช็อก…

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดี ฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.พ.54 ที่สำรวจจากตัวอย่างประชาชน 2,235 คนทั่วประเทศว่า ดัชนีปรับลดลงครั้งแรกในรอบ 3 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 72.2 ลดลงจาก 72.6 ในเดือน ม.ค. 54 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานอยู่ที่ 72.6 ลดจาก 72.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 97.9 ลดจาก 99.2 ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ก.พ.54 อยู่ที่ 80.9 ลดจาก 81.5 ในเดือน ม.ค.54 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตอยู่ที่ 85.6 ลดจาก 86.9 ยกเว้นดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 65.3 เพิ่มจาก 64.7

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลง มาจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่เพิ่มขึ้นตลอดเดือน ก.พ. ส่วนดีเซลยังตรึงไว้เท่าเดิม 29.99 บาท ประกอบกับผู้บริโภควิตกกังวลกับปัญหาค่าครองชีพ และราคาสินค้าที่ทรงตัวในระดับสูง นอกจากนี้ ยังกังวลต่อปัญหาการเมือง และการชุมนุมประท้วงภายในประเทศ รวมถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และความรุนแรงทางการเมืองในประเทศแถบแอฟริกา และตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นที่ลดลงในเดือนนี้ มาจากปัญหาค่าครองชีพ น้ำมันเชื้อเพลิง และราคาสินค้าแพงเป็นสำคัญ ส่งผลรุนแรงในเชิงจิตวิทยาและอาจบั่นทอนอำนาจซื้อ ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการหารายได้ในอนาคต แม้ภาพรวมเศรษฐกิจประเทศยังจะขยายตัวได้ดีก็ตาม ส่วนทิศทางในระยะสั้นเชื่อว่า ประชาชนชะลอการใช้จ่าย โดยเฉพาะการซื้อสินค้าคงทน ทั้งรถยนต์ บ้าน รวมถึงชะลอการท่องเที่ยว และชะลอลงทุนของผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) อย่างต่อเนื่องจนถึงเดือน พ.ค.

อย่างไรก็ตาม สนับสนุนให้รัฐบาลแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซลต่อไปในระยะสั้น เพื่อให้ประชาชนปรับตัว และไม่ให้เศรษฐกิจต้องหยุดการเติบโต โดยเม็ดเงินที่นำไปแทรกแซงกว่า 20,000 ล้านบาท จะช่วยลดความเสียหายของตัวเลขทางเศรษฐกิจได้ถึง 40,000-50,000 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจและรัฐเก็บภาษีอื่นๆ ได้เพิ่มขึ้น แต่หากรัฐไม่ทำ ปัญหาราคาน้ำมันแพงอาจทำให้จีดีพีปีนี้ลดลง 0.3-0.4%.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 มีนาคม 2554, 15:50 น.

 

%d bloggers like this: