คุมเข้ม

All posts tagged คุมเข้ม

เตรียมโวยผลกระทบก๊าซหุงต้ม

Published กรกฎาคม 14, 2011 by SoClaimon

14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

เตรียมโวยผลกระทบก๊าซหุงต้ม.

Pic_186189

เตรียมโวยผลกระทบก๊าซหุงต้ม  เอกชนชี้รัฐคุมเข้มนำไปใช้ผิดประเภทไม่ได้

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (ก๊าซหุงต้ม) เปิดเผยถึงกรณีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มภาคอุตสาหกรรมไตรมาสละ 3 บาทต่อ กก. ที่จะมีผล ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ว่า สมาคมจะให้เวลา 1 เดือนในการรอดูผลกระทบของผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาครั้งนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใด หากมีผลกระทบที่รุนแรง ก็จะยื่นหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เพื่อให้แก้ไขปัญหา เพราะเห็นว่ามาตรการของ ธพ.ที่ให้ ผู้ค้าก๊าซหุงต้มรายงานปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้มทุกเดือนนั้นไม่สามารถคุมการนำก๊าซหุงต้มไปใช้ผิดประเภทได้

นายชิษณุพงศ์ กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ตนมั่นใจว่าภาครัฐจะไม่สามารถคุมการใช้ก๊าซหุงต้มผิดประเภทได้อย่างแน่นอน เพราะผู้ประกอบการต่างก็ต้องดิ้นรนหาทางออกเพื่อลดต้นทุนของตัวเองอยู่แล้ว โดยการหันไปใช้เชื้อเพลิงที่มีราคาถูกกว่า เช่น น้ำมันเตา หรือเอ็นจีวี รวมทั้งอาจมีการลักลอบไปใช้ก๊าซหุงต้มในภาคครัวเรือนแทน ซึ่งสุดท้ายรัฐบาลก็ต้องอุดหนุนราคาอยู่ดี ดังนั้น หากจะมีการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ก็ควรจะปรับขึ้นทั้งภาคขนส่ง อุตสาหกรรม หรือหากจะแยกราคาจริงก็เห็นว่าควรไปควบคุมการใช้ก๊าซหุงต้มในภาคขนส่งมากกว่า

นายวีระพล จิรประดิษฐกุล อธิบดี ธพ. กล่าวว่า ยอมรับว่าการควบคุมการลักลอบนำก๊าซหุงต้มจากภาคครัวเรือนไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมทำได้ลำบาก แม้ว่า ธพ.จะพยายามหาทางป้องกันอย่างเต็มที่แล้ว เช่น การให้ผู้ค้าก๊าซตามมาตรา 7 และผู้ใช้ก๊าซหุงต้มภาคอุตสาหกรรมที่มีประมาณ 1,000 ราย รายงานตัวเลขการจำหน่าย-การใช้เป็นประจำทุกเดือนให้กับ ธพ. เพื่อให้ ธพ.ตรวจเช็กตัวเลขการใช้ป้องกันการถ่ายโอนไปใช้ผิดประเภทหรือการกำหนดให้ผู้ใช้ตั้งแต่ 1,000 กิโลกรัม ขึ้นไปต้องใช้ถังก๊าซขนาดใหญ่ (ถังเบลาว์) เพื่อแยกประเภทให้ชัดเจน

“ขอย้ำว่าคงไม่สามารถป้องกันการลักลอบใช้ผิดประเภทได้ทั้ง 100% แต่เชื่อว่าการให้ผู้ค้าก๊าซหุงต้มรายงานปริมาณการใช้ทุกเดือน เป็นการควบคุมการรั่วไหลได้ระดับหนึ่ง เพราะหากพบว่ามีปริมาณการใช้ไม่ตรงกับที่แจ้งมาก็จะมีโทษตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีคือจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ”.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 14 กรกฎาคม 2554, 05:00 น.

คุมเข้มใช้สารรักษาโรคกุ้ง

Published มกราคม 22, 2011 by SoClaimon

12 กรกฎาคม 2553, 05:01 น.

ผ่านทางคุมเข้มใช้สารรักษาโรคกุ้ง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

อุตสาหกรรมการส่งออกกุ้ง…นับว่าเป็นสินค้าเกษตรทำรายได้เข้าประเทศ ที่อยู่ในระดับ เมื่อครั้งที่ คุณปองพล อดิเรกสาร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกเป็น Product Champion ให้ทำการวิจัยและพัฒนา เพื่อความก้าวหน้าในคุณภาพ

ก็ไม่รู้ว่า…แนวนโยบายหรือโครงการนี้ดำเนินการต่อหรือไม่   เห็นเงียบๆไป ถ้าสืบสานต่อก็ถือว่าเป็นการเสริมวิสัยทัศน์ที่ดี   แต่หากปิดฉากคงจะรู้สึกเมื่อปัญหามันย่างก้าวเข้ามาถึงหัวกระไดบ้าน

ถ้าจะว่าไปแล้ว…ปัญหามีเข้ามาเหมือนกัน   จะข้องเกี่ยวหรือไม่ก็ลองวิเคราะห์ดู   ตามกระแสข่าวที่   สหรัฐอเมริกากับแคนาดาไม่อนุญาต ให้ใช้สารในกลุ่ม   Quinolone/Fluoroquinolone   กับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ   โดยเฉพาะกุ้งทะเล   ด้วยวิตกว่าสารตกค้าง   จะเกิดผลข้างเคียงต่อผู้บริโภค

ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวถึงกรณีนี้ว่า…สารเคมีในกลุ่ม Quinolone/Fluoroquinolone มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย เกษตรกรจึงมักนำมาใช้ในการรักษาโรคสัตว์น้ำ…เนื่องจากมีราคาค่อนข้างต่ำ แต่มีประสิทธิภาพสูง

ถึงแม้ว่า…สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา   (อย.)   กระทรวงสาธารณสุขของไทยเรา จะ รับการขึ้นทะเบียนและอนุญาตให้ใช้สารเคมีในกลุ่มนี้กับการเลี้ยงสัตว์น้ำได้ แต่ก็ต้องอยู่ในความควบคุม ตามฉลากยา….คือห้ามนำไปใช้ผิดประเภท

เมื่อตลาดส่งออกหลักสินค้ากุ้งหลักของไทย   กำหนดมาตรการห้ามนำเข้าสัตว์น้ำที่มีการปนเปื้อน   Quinolone/Fluoroquinolone   อย่างเข้มงวด กรมประมงจึงดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง   ด้วยคำนึงถึงผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ในภาพรวม

ตอนนี้…ได้เพิ่มความเข้มงวด ในการตรวจสอบสัตว์น้ำ โดยเพิ่มหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ที่มีการผลิตสัตว์น้ำส่งออก  6  หน่วยงาน ได้แก่   ศูนย์ศึกษาการพัฒนาประมงอ่าวคุ้งกระเบนฯ   ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งพังงา   สตูล   นครศรีธรรมราช   สุราษฎร์ธานี   กับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเลจังหวัดสมุทรสงคราม

…ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรและผู้เลี้ยงกุ้ง   ในการงดเว้นการใช้สารเคมีด้วยความตระหนัก   เบื้องต้นก็เพียงแจ้งเตือนกันก่อน เป็นการบอกกล่าว

ขั้นตอนต่อไป…หากสุ่มตัวอย่างตรวจพบการปนเปื้อน หรือ ได้รับผลยืนยันการพบสารตกค้างจากห้องปฏิบัติการ   ก็ต้องทำโทษด้วยการ เพิกถอนใบรับรองการปฏิบัติทางการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (จีเอพี) ต่อไป

ทั้งนี้…หากมีข้อสงสัยในเรื่องดังกล่าว สามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งทั้ง 6 แห่ง หรือที่ สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง โทร. 0-2579-3683…วันและเวลาราชการ.

ดอกสะแบง

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ดอกสะแบง
  • 12 กรกฎาคม 2553, 05:01 น.

 

กทช.คุมเข้มสกัดเอกชนฮั้ว 3 จี

Published กันยายน 3, 2010 by SoClaimon

3 กันยายน 2553, 06:00 น.

ผ่านทางกทช.คุมเข้มสกัดเอกชนฮั้ว 3 จี – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_108257

จับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงนามสัญญาห้ามเผยข้อมูลเกี่ยว กับการประมูล ขู่ไล่ออก-ส่งฟ้องศาล ด้านดีแทคดิ้นขู่ฟ้องกรรมาธิการสื่อสารยัดข้อหานอมินี …

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการในคณะกรรมการกิจการโทร–คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เปิดเผยว่า ได้มีขบวนการยื่นข้อมูลภายในการประมูลใบอนุญาต 3 จี โดยใช้เจ้าหน้าที่ กทช.ในการดำเนินการ จึงจำเป็นต้องออกมาตรการป้องกันการฮั้วและนำข้อมูลไปเปิดให้เอกชน โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดลงนามในสัญญาห้ามเปิดข้อมูลเกี่ยว กับการประมูล 3 จี ให้กับเจ้าหน้าที่ภายในกันเองและบุคคลภายใน หากตรวจสอบพบว่ากระทำผิด ถือว่าละเมิดกฎระเบียบถึงขั้นไล่ออกและส่งฟ้องศาลเพื่อให้ลงโทษต่อไป

ทั้ง นี้ สำหรับการประมูล 3 จี ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ก.ย.นี้ กทช.ได้เตรียมงบประมาณไว้ 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 3 จี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมงานไปจนสิ้นสุดการประมูล โดย กทช.ได้เลือกโรงแรมเอวาซอน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นสถานที่จัดการประมูล เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สามารถแบ่งเป็นสัดส่วนห้องพักและห้องประมูลสำหรับ ผู้ยื่นประมูลแต่ละรายเป็นการเฉพาะ รวมทั้งระบบการควบคุมการเข้าออกมีประสิทธิภาพ

ด้านผู้สื่อข่าว รายงานว่า จากกรณีหลังจากที่คณะกรรมาธิการและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ออกมาเปิดเผยการศึกษาปัญหาการถือหุ้นโดยคนต่างด้าวในกิจการโทรคมนาคม ได้ข้อสรุปว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ถือเป็นบริษัทต่างด้าว ขาดคุณสมบัติเข้าประมูล 3 จีนั้น ดีแทคได้ออกแถลงการณ์  ระบุว่า ข้อเท็จจริงแล้ว คณะอนุกรรมาธิการฯมิได้มีอำนาจหน้าที่ในการตัดสินเรื่องใดๆที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ต่างด้าว หรือการประมูล 3 จี

อีกทั้งข้อเท็จจริงแล้ว การประกอบธุรกิจของบริษัทก็เป็นไปโดยสอดคล้องกับ พ.ร.บ.ต่างด้าวทุกประการ ซึ่งในเรื่องนี้กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นองค์กรเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ต่างด้าว ก็ได้ให้คำรับรองมาโดยตลอดอยู่แล้ว และจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดที่สุดโดยจะถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และจะถือว่าการกล่าวหาบริษัทเช่นนี้เป็นเรื่องร้ายแรง โดยบริษัทจะพิจารณาดำเนินมาตรการต่างๆ ทางกฎหมายต่อไป.

บี้ศูนย์ราชการฯลดราคาอาหาร

Published กันยายน 1, 2010 by SoClaimon

1 กันยายน 2553, 16:23 น.

ผ่านทางบี้ศูนย์ราชการฯลดราคาอาหาร – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_107905

นางพรทิวา นาคาศัย

‘พรทิวา’ บี้ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ลดอาหารจานละ 5 บาท เริ่มต้นเหลือ 25 บาท พร้อมเล็งถกคลังลดค่าเช่าพื้นที่ หลังพบค่าเช่าแพง ทำราคาข้าวแกงพุ่ง ด้านผู้ดูแลบริษัทธนารักษ์ รับจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 ก.ย.นี้…

1 ก.ย. นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการนำคณะเดินทางไปตรวจสอบการขายอาหารที่ศูนย์อาหาร ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ ว่า ได้ขอความร่วมมือเอกชนที่บริการศูนย์อาหาร (ฟู้ดคอร์ท) ในศูนย์ราชการฯ เจรจากับร้านค้าภายในฟู้ดคอร์ทให้ปรับลดราคาขายอาหารสำเร็จรูปลงมาอย่างต่ำ รายการละ 5 บาท หลังจากได้รับร้องเรียนว่า ราคาจำหน่ายอาหารปรุงสำเร็จต่อจานสูงเกินจริง เช่น ข้าวมันไก่ จากจานละ 35 บาท ลดเหลือ 30 บาท ข้าวราดแกง 2 อย่างจานละ 30 บาท เหลือ 25 บาท อาหารตามสั่งจานละ 40-45 บาท เหลือ 35-40 บาท ไข่ดาวฟองละ 10 บาท เหลือ 7 บาท ซึ่งผู้บริหารยินดีดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันจันทร์ที่ 6 ก.ย.นี้

“จาก การสำรวจและสอบถามประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ ส่วนใหญ่ 70-80% พูดเสียงเดียวกันว่า ราคาอาหารแพงเกินไป อย่างไข่ดาวฟองละ 10 บาท ก็ขอความร่วมมือให้ไปดูแลลดราคาอาหารลงมา” นางพรทิวา กล่าว

อย่างไร ก็ตาม ยอมรับว่าเอกชนที่เข้ามาบริหารฟู้ดคอร์ท มีต้นทุนจากค่าบริหารจัดการ เพราะใช้ระบบประมูลเข้ามา ซึ่งมีค่าใช้จ่าย ทั้ง ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าพื้นที่ ที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญ ดังนั้นในเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์อาจหารือกับกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ในศูนย์ราชการฯ ให้ปรับลดค่าเช่าพื้นที่ลง เพื่อให้ราคาอาหารหรือสินค้าที่จำหน่ายภายในสถานที่ราชการมีราคาลดลง และหลังจากนี้กระทรวงจะออกตรวจสอบการขายอาหารในสถานที่ราชการอื่นๆ และหากประชาชนพบสถานที่ใดจำหน่ายอาหารราคาสูงเกินจริง สามารถร้องเรียนได้โทร.สายด่วน 1569

สั่ง พณ.คุมราคาสินค้า หลังขึ้นเงินเดือนขรก.

Published กันยายน 1, 2010 by SoClaimon

31 สิงหาคม 2553, 17:30 น.

ผ่านทางสั่ง พณ.คุมราคาสินค้า หลังขึ้นเงินเดือนขรก. – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_107648

“มาร์ค”เชื่อ”เจ๊วา” ไร้ปัญหาคุมราคาสินค้าได้ หลังประกาศขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ โยนพาณิชย์ดูแลเรื่องราคาน้ำดื่มแพง ไม่ยกเว้นร้านในทำเนียบรัฐบาล …

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 31 ส.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ราคาสินค้าเตรียมปรับตัวขึ้นหลังการประกาศขึ้นเงิน เดือนให้กับข้าราชการในเดือน เม.ย.ปี 2554ว่า ในการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ได้หารือกันเรื่องนี้ เบื้องต้นยังไม่มีการยื่นขอขึ้นราคาสินค้าเข้ามา ทั้งนี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ก็จับตาดูอยู่ว่า มีสินค้ากลุ่มไหนบ้างที่อาจได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัญหาเรื่องนมที่เกษตรกรเรียกร้องราคาที่สูงขึ้นนั้น ได้มีการกำชับในเรื่องของการใช้กฎหมายที่มีอยู่ในการเอื้อไม่ให้ผู้บริโภค ถูกเอารัดเอาเปรียบ เช่น การประกาศราคาสินค้าและให้ทำฐานข้อมูลให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่สินค้าอาจจะมีความแตกต่างตามภูมิภาคต่างๆ รวมไปถึงการดูปัญหาเฉพาะพื้นที่ โดยที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจมีการยกตัวอย่าง เช่น ที่ขายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกีรยติ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งราคาจะสูงกว่าที่อื่นก็จะให้เข้าไปดูว่าจะบรรเทาแก้ไขความเดือดร้อนตรง นี้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามถึงราคาของน้ำดื่มที่ยังสูงอยู่ แม้กระทวงพาณิชย์จะประกาศให้ร้านสะดวกซื้อลดราคาลงมา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ครม.เศรษฐกิจก็ได้หารือกัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรับไปดู เมื่อถามว่า ร้านค้าภายในทำเนียบรัฐบาลบางร้านยังขายน้ำขวดละ 10 บาทอยู่ นายกฯจะรับเป็นผู้ไปดูแลในส่วนของราคาสินค้าภายในทำเนียบรัฐบาลใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ยิ้มรับแล้วกล่าวว่า อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ บอกให้ทำโดยเร็ว เพราะต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องอยู่แล้ว และได้กำชับด้วยว่าภาวะที่มีข่าวเรื่องเงินเดือนข้าราชการและค่าแรงก็ดีต้อง ดูเป็นพิเศษอย่าให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคา.

‘ฟาสต์ฟู้ดส์’ตั้งจุดบริการน้ำดื่มฟรี แทนขายขวดละ 7 บาท

Published สิงหาคม 20, 2010 by SoClaimon

20 สิงหาคม 2553, 21:00 น.

ผ่านทาง‘ฟาสต์ฟู้ดส์’ตั้งจุดบริการน้ำดื่มฟรี แทนขายขวดละ 7 บาท – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_105065

แมคโดนัลด์-เคเอฟซี-เชสเตอร์กริลล์-เอแอนด์ดับบลิว เตรียมจัดจุดบริการน้ำดื่มฟรีแก่ลูกค้า แก้ปัญหาขายน้ำดื่มขวดละ 7 บาท อ้างต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่าฟู้ดส์คอร์ท…

เมื่อวันที่ 20 ส.ค. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค.นี้ ร้านอาหารเฉพาะด้าน (ฟาสต์ฟู้ดส์) แบบบริการตนเอง ได้แก่ แมคโดนัลด์ เคเอฟซี เชสเตอร์กริลล์ และเอแอนด์ดับบลิว จะจัดจุดบริการน้ำดื่มฟรีให้ลูกค้า เพื่อแก้ปัญหาที่ไม่สามารถขายน้ำดื่มบรรจุขวดใส (เพท) ได้ตามราคาแนะนำที่กรมการค้าภายในกำหนด ที่ขนาด 500-600 ซีซี ขวดละ 7 บาท

ส่วน ฟาสต์ฟู้ดส์แบบมีพนักงานบริการ เช่น เดอะพิซซ่า พิซซ่าฮัท จะเชิญมาหารือเพื่อเพิ่มจุดบริการน้ำดื่มฟรีด้วยเช่นกัน ซึ่งสาเหตุที่ทั้ง 2 กลุ่มไม่สามารถขายได้ตามราคาแนะนำ เพราะอ้างว่ามีต้นทุนค่าใช้จ่ายสูงกว่าฟู้ดส์คอร์ท จึงต้องขายปลีกขวดละ 15 บาท โดยขายมา 3-5 ปีแล้ว.

พาณิชย์คุมเข้มสินค้า204รายการ แม่ไก่-ลูกเจี๊ยบติดโผ

Published สิงหาคม 20, 2010 by SoClaimon

20 สิงหาคม 2553, 19:30 น.

ผ่านทางพาณิชย์คุมเข้มสินค้า204รายการ แม่ไก่-ลูกเจี๊ยบติดโผ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_105046

พาณิชย์เตรียมชง ครม. คุมเข้มสินค้า 204 รายการ และบริการอีก 20 รายการ “แม่ไก่-ลูกไก่” ติดบัญชีจับตา ชี้มีการปรับราคาสูงขึ้น …

ใน การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 24 ส.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ เสนอให้ ครม.รับทราบมาตรการกำกับดูแลสินค้าสำคัญ 204 รายการ และบริการ 20 รายการ ประจำเดือน ส.ค. โดยได้เพิ่มรายการสินค้าที่ติดตามดูแลใหม่อีก 2 รายการ คือ (1) แม่ไก่ และ (2) ลูกไก่ เนื่องจากสถานการณ์ไข่ไก่ได้มีการปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้น เพราะปริมาณผลผลิตไข่ไก่ลดน้อยลง สืบเนื่องมาจากปริมาณแม่พันธุ์ไก่ไข่ และลูกไก่ไข่มีปริมาณลดลงทำให้ตั้งแต่เดือน ส.ค. จะมีสินค้าติดตามดูแลรวมเป็น 204 รายการ และบริการ 20 รายการ

จาก การประเมินและคาดการณ์แนวโน้มของสถานการณ์ด้านราคา และปริมาณของสินค้า และบริการ ได้ปรับเปลี่ยนการจัดระดับความสำคัญของสินค้าทั้ง 3 กลุ่มเป็นดังนี้ กลุ่ม Sensitive List (SL) สินค้า 6 รายการ ได้แก่ (1) อาหารปรุงสำเร็จ ราคาวัตถุดิบหลัก คือเนื้อสัตว์และพืชผลผักทุกชนิด โดยภาพรวมมีราคาสูงขึ้น (2) น้ำตาทราย แม้ว่าปัจจุบันราคาน้ำตาลทรายในตลาดโลกจะปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2553 แต่ราคาน้ำตาลทรายภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง (3) น้ำมันเบนซิน (4) น้ำมันดีเซล ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังมีความผันผวนตามผลการรายงานทางเศรษฐกิจและนโยบาย ด้านการเงินของผู้ใช้น้ำมันรายใหญ่ คือ สหรัฐอเมริกา และจีน กอปรกับปริมาณการผลิตที่อาจลดลงจากการเกิดพายุพัดผ่านในอ่าวแม็กซิโกซึ่ง เป็นแหล่งผลิตน้ำมัน รวมทั้งเทขายน้ำมันของนักเก็งกำไร (5) เหล็กแผ่นเคลือบโครเมี่ยมราคาวัตถุดิบได้ปรับสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวและบริการ 1 รายการ ได้แก่ บริการรับส่งสินค้า เอกสาร หรือ พัสดุภัณฑ์รับส่งโทรสาร

กลุ่ม Priority Watch List (PWL) สินค้า 9 รายการ ได้แก่ (1) นมผง ราคาลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้ความต้องการซื้อน้อยลง (2) น้ำดื่มบรรจุภาชนะผนึก ราคาเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตขวดบรรจุน้ำดื่มทรงตัว แต่กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคว่าราคาน้ำดื่มบรรจุขวด พลาสติกมีราคาแพง (3) ก๊าซ LPG หุงต้ม รัฐบาลมีนโยบายตรึงราคาสินค้าถึงเดือนสิงหาคม 2553 (4) เหล็กเส้น (5) เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ (6) เหล็กแผ่น (รีดร้อน รีดเย็น และสแตนเลส) ราคาวัตถุดิบลดลง เนื่องจากภาวะการค้าซบเซา ความต้องการใช้ชะลอตัวโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้ซื้อชะลอการซื้อเพื่อรอดูราคา (7) ปูนซีเมนต์ ราคาค่าพลังงานถ่านหินปรับตัวลดลงตามความต้องการใช้ที่ลดลง (8) สายไฟฟ้า ราคาวัตถุดิบสำคัญ คือทองแดงมีความผันผวนขึ้น-ลง อยู่ในช่วงแคบ ๆ ตามความต้องการใช้ (9) ปุ๋ยเคมี ราคาขยับสูงขึ้นเล็กน้อยเป็นผลมาจากการซื้อขายเพิ่มขึ้นในตลาดโลกทั้งจาก ประเทศปากีสถานและอินเดีย และบริการ 1 รายการ ได้แก่ บริการซ่อมรถ

กลุ่ม Watch List (WL) ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ราคาเคลื่อนไหวเป็นปกติยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าจะมี ปัญหาทั้งด้านราคาและปริมาณสินค้าที่จำหน่าย ซึ่งจะทำการติดตาม ตามปกติ จำนวน 189 รายการ และบริการ 18 รายการ.

‘สมาคมค้าปลีก’ กลัวพาณิชย์หัวหด

Published สิงหาคม 18, 2010 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2553, 05:15 น.

ผ่านทาง‘สมาคมค้าปลีก’ กลัวพาณิชย์หัวหด – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_104412

ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุ มีแผนหารือกับสมาชิกสมาคมศูนย์การค้าไทย กรณีให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการขายน้ำดื่มราคาขวดละ 7 บาท และขายอาหารราคา 25 บาท…

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า ในฐานะประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยมีแผนที่จะหารือร่วมกับสมาชิกสมาคมศูนย์การ ค้าไทย ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 10 ราย ประกอบด้วยกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ป สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ มาบุญครอง เกษร และซีคอนสแควร์ เป็นต้น เพื่อหารือถึงการให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการขายน้ำดื่มราคาขวดละ 7 บาทและขายอาหารราคา 25 บาท เนื่องจากเรื่องดังกล่าวบริษัทไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องได้รับความร่วมมือจากสมาชิก หลังจากได้ข้อสรุป บริษัทจะนำไปขอความร่วมมือกับผู้ผลิต (ซัพพลายเออร์) และร้านค้าภายในศูนย์อาหาร

“ซีพีเอ็นยินดีให้ความร่วมมือกับภาครัฐ เต็มที่ โดยในส่วนของน้ำดื่มจะจัดเป็นมุมจำหน่าย ขณะที่ร้านอาหารจะจัดทำเป็นบางเมนู เนื่องจากต้นทุนอาหารค่อนข้างสูง ซึ่งที่ผ่านมาเคยให้ความร่วมมือกับภาครัฐมาแล้วครั้งหนึ่งเกี่ยวกับการขาย อาหาร 20 บาท”

สำหรับแผนการดำเนินงานปีนี้ บริษัทจะทยอยเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง เช่น สาขาพระราม 9 สาขาพิษณุโลก อุดรธานี เชียงใหม่ และเชียงราย ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเร็วๆนี้จะเปิดสาขาพระราม 9 เป็นสาขาต่อไป

โรงหนังฟาสต์ฟูด พาณิชย์่บ้อท่า ปล่อยขายน้ำแพง

Published สิงหาคม 17, 2010 by SoClaimon

16 สิงหาคม 2553, 21:00 น.

ผ่านทางโรงหนังฟาสต์ฟูด พาณิชย์่บ้อท่า ปล่อยขายน้ำแพง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_104124

พาณิชย์ เลื่อนใช้กฎหมายจับผู้ค้าไม่ขายน้ำดื่มตามราคาแนะนำเป็น 1 ก.ย.นี้ จากเดิม 16 ส.ค. ซ้ำใช้ 2 มาตรฐานคุมราคา ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องขาย 7-14 บาท แต่โรงหนัง ฟาสต์ฟูด ผับ โรงแรม รอดตัว…

นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยมาตรการดูแลให้ผู้ประกอบการขายน้ำด่ืมบรรจุขวดใส (เพท) ตามราคาแนะนำว่า กรมจะขยายเวลาการใช้มาตรการตรวจจับ ผู้ค้าที่ไม่ขายน้ำด่ืมขวดใสตามราคาแนะนำที่กรมประกาศ ออกไปเป็นวันที่ 1 ก.ย.นี้ จากเดิมวันที่ 16 ส.ค. รวมถึงกำหนดร้านค้าที่เข้าข่ายต้องขายตามราคาแนะนำ เพราะจากการลงพื้นที่สำรวจร้านค้า และพื้นที่ขายน้ำดื่มพบผู้ค้าส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่ากรมจะดำเนินการตามกฎหมาย หากไม่ขายตามราคาแนะนำ รวมถึงไม่ทราบราคาแนะนำขายปลีกที่กรมกำหนด โดยราคาขายปลีกน้ำดื่มขวดเพท ขนาด 500-600 ซีซี ไม่เกินขวดละ 7 บาท และขนาด 1.5 ลิตร ไม่เกิน 14 บาท

ทั้งนี้หากถึงวันที่ 1 ก.ย.นี้แล้ว ยังพบการขายน้ำดื่มเกินราคาแนะนำอีก จะจัดการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือหากพบเห็นการจำหน่ายน้ำดื่มเกินราคาแนะนำสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดในท้องที่

นอกจากนี้ กรมยังได้ทบทวนกลุ่มร้านค้าและผู้ประกอบการที่ต้องขายน้ำดื่มบรรจุขวดตาม ราคาแนะนำใหม่ด้วย เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค โดยผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายต้องขายตามราคาแนะนำ จะเน้นกลุ่มร้านซื้อมาขายไป ได้แก่ ซูเปอร์มาร์เก็ต มินิมาร์ท ห้างค้าปลีก-ค้าส่งสมัยใหม่ ร้านสะดวกซื้อ ร้านโชห่วย สถานีขนส่ง โรงพยาบาล และศูนย์อาหาร (ฟูดส์ คอร์ท) เพราะกลุ่มนี้มีต้นทุนการประกอบการน้อย และประชาชนนิยมซื้อเพื่อบริโภคจำนวนมากเกิน 80% ของยอดขายรวมทั้งหมด

ส่วน กลุ่มที่เป็นสถานบริการ เช่น โรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร ภัตรคาร ผับ คาราโอเกะ เธค โรงแรม ร้านอาหารแบรนด์เนม และฟาสต์ฟู้ด ยังไม่เข้าไปตรวจจับ เพราะผู้ประกอบการอ้างมีต้นทุนแฝงและต้นทุนการบริการอื่นๆ รวมอยู่ เช่น ค่าพนักงาน ค่าการตลาด จึงมึต้นทุนสูงกว่าร้านขายน้ำดื่มทั่วไป ดังนั้นกรมจะเชิญผู้ประกอบการกลุ่มนี้มาหารืออีกครั้ง เพื่อขอความร่วมมือถึงความเป็นไปได้ในการลดราคาจำหน่ายน้ำดื่ม

ขณะ ที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่ประชาชนที่ร้องเรียนปัญหาการจำหน่ายน้ำดื่มราคาแพง ส่วนใหญ่เป็นตามร้านอาหาร ฟาสต์ฟู้ด โรงภาพยนตร์ ผับ ภัตตาคาร ที่ขายขนาด 500-600 ซีซี ขวดละ 10-30 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังเข้าไปดูแลไม่ได้ ขณะที่ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ผ่านมาได้ขายตามราคาปกติอยู่แล้ว จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์แก้ปัญหาให้ถูกจุด

พาณิชย์ย้ำเอาจริงน้ำดื่มเกิน7บาท จำคุก-ปรับแน่

Published สิงหาคม 16, 2010 by SoClaimon

14 สิงหาคม 2553, 16:30 น.

ผ่านทางพาณิชย์ย้ำเอาจริงน้ำดื่มเกิน7บาท จำคุก-ปรับแน่ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_103607

โฆษณกระทรวงพาณิชย์ ย้ำ ห้ามห้างค้าปลีก, โมเดิร์น เทรด, มินิมาร์ท, คอนวีเนียน สโตร์  รวมถึงโรงพยาบาล โรงแรม ขายน้ำดื่ม ขนาด 500-600 ซีซี เกิน 7 บาท หากรายใดยังขายเกินราคา ตั้งแต่ 16 ส.ค. 53 อาจมีโทษทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อวันที่ 14 ส.ค. นายฉัตรชัย ชูแก้ว โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากนโยบายในการควบคุมน้ำดื่มตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กำชับกรมการค้าภายใน ให้กำกับดูแลราคาสินค้า โดยเฉพาะเรื่องน้ำดื่มขนาด 500-600 ซีซี  จะต้องขายไม่เกินราคา 7 บาท โดยให้ควบคุมทั้งในห้างค้าปลีก, โมเดิร์น เทรด, มินิมาร์ท, คอนวีเนียน สโตร์  รวมถึงโรงพยาบาล โรงแรม หากรายใดยังขายเกินราคา ตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. นี้ ทางกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินคดีทันที ‎ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ข้อหาค้ากำไรเกินควรโทษปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือ จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยหากประชาชนมีข้อสงสัยให้สอบถาม กรมการค้าภายใน 1569.

%d bloggers like this: