คุณชาย ตะลอนชิม

All posts tagged คุณชาย ตะลอนชิม

ส้มตำลาบ 11 อีสานแซมญี่ปุ่น

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/557242

โดย คุณชาย 4 3 ม.ค. 2559 05:01

 

คติของคุณชายถนัดศรี เจ้าของตำนานเชลล์ชวนชิม จะกินอาหารอร่อย ต้องใจเย็นๆ คติประจำใจของคุณชายสี่ ถ้าอยากกินอาหารอร่อยก็ต้องขวนขวาย แม้ไกลแค่ไหนหรือรถติดปานใดก็ต้องไปให้ถึง

วันนี้มีผู้ใหญ่ใจดีแนะนำส้มตำร้านเด็ด ชื่อ ลาบ 11 ฟังแค่ชื่อก็แปลกแล้ว

ฝ่ารถติดไปถึงร้าน ลาบ 11 แต่อยู่บ้านเลขที่ 59/8/1 หมู่บ้านเมืองทอง 3 ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เจอพี่ยุ้ย หรือทรรศิดา ละมัยกุล อายุ 47 ปี เจ้าของร้าน

พี่ยุ้ยบอกว่า เปิดร้านนี้ขึ้นมา 5 ปีแล้ว เมื่อก่อนเขาฮิตเมนูปิ้งๆย่างๆ เราอยากเปิดร้านสไตล์อีสาน แต่ไม่ใช่อีสานจ๋า เลยเอาพวกชุดย่างโคขุน จิ้มจุ่มโคขุนเข้ามาผสม

อาหารมีหลากหลายทั้งอีสาน เหนือ และอาหารทะเล แต่จุดเด่น คือส้มตำ ชุดย่าง และจิ้มจุ่ม อาหารเหนือที่เสริมเข้ามาอย่างไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ลาบหมูคั่ว ทำเองหมด สูตรแม่แฟนซึ่งเป็นคนลำพูน

จิ้มจุ่มโคขุน-หมูสไลด์.

“แม่ทำให้เรากินก่อนรู้สึกว่าโอเค ก็เอามาให้แม่ครัวที่ร้านทำขาย”

ชื่อลาบ 11 มีที่มา พี่ยุ้ยบอกว่า ตอนเปิดร้านครั้งแรกมีประท้วงกันที่ราบ 11 แฟนบอกว่าให้ตั้งชื่อลาบ 11 ของเราเป็น ล.ลิง ส่วน 11 ก็ให้บังเอิญเป็นปีเกิดพี่ยุ้ย ตั้งใจใช้เป็นเลขไทย เพราะแสดงถึงความเป็นไทยๆ ไม่ใช่อาหารฝรั่ง

วันนี้พี่ยุ้ยเสนอเมนูส้มตำแซลมอน

“เราอยากเอาส้มตำไปรวมกับอาหารญี่ปุ่น ซึ่งเทรนด์นี้กำลังมา เราเอาแซลมอนมาใส่ส้มตำแล้วเอาวาซาบิใส่เข้าไป เพื่อลดความเลี่ยนของแซลมอน”

วิธีทำ ตำส้มตำธรรมดา เอาวาซาบิผสมเข้าไป จากนั้นเอาแซลมอนลงไปคลุกเคล้า คุณชายสี่ตักแซลมอนกับส้มตำกินพร้อมกันไป เนื้อแซลมอนนุ่มลิ้นบวกกับรสจัดๆของส้มตำ บอกเลยว่าเข้ากัน

เมนูที่สอง ตำถาดวาซาบิ พี่ยุ้ยบอกว่า ตอนนี้เขากำลังฮิตตำถาด ตำถาดไทย ตำถาดปูปลาร้า แต่พี่ยุ้ยคิดเมนูขึ้นมาใหม่เป็นตำถาดวาซาบิ

ความพิเศษอยู่ที่เครื่องเคียงที่กินกับวาซาบิ อย่างไข่กุ้ง ปูอัด หอยแมลงภู่

วิธีทำ ตำส้มตำแล้วเอาวาซาบิมาคลุก เสร็จแล้ววางตรงกลางจานราดด้วยไข่กุ้ง จากนั้นก็แต่งเติมเครื่องเคียงที่รายล้อมไปด้วย กุ้ง หอยแมลงภู่ ลวกสุก ปูอัด ไข่เค็ม ไข่เยี่ยวม้า ปลากรอบ เส้นหมี่ ขนมจีนและผักสด

กลิ่นความหอมของส้มตำทำเอาคุณชายสี่รีบกลืนน้ำลาย ขออนุญาตพี่ยุ้ยตักกิน คำแรกที่เคี้ยวกลืนกลิ่นวาซาบิขึ้นจมูก รสชาติจี๊ดใจมาก ต้องยกนิ้วโป้งให้กับเมนูนี้ ใครกินวาซาบิไม่ได้คงหมดสิทธิ์

มาถึงเมนูจิ้มจุ่มโคขุน พี่ยุ้ยบอกว่าไม่เหมือนร้านจิ้มจุ่มทั่วไป ที่แค่หมักหมูหมักเนื้อ แต่ร้านลาบ 11 พิเศษจริงๆ เราใช้เป็นเนื้อโคขุนของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ซื้อมาทั้งตัว เวลาลูกค้าสั่งก็สไลด์เนื้อเป็นชิ้นๆ น้ำจิ้มมี 2 อย่าง น้ำจิ้มสุกี้และแจ่ว

ส่วนใครไม่กินเนื้อไม่ต้องเสียใจ พี่ยุ้ยมีสันคอหมูสไลด์ไว้ให้ เลือกส่วนที่เป็นสันคอเนื้อจะนิ่ม

ตัวน้ำซุป ทางแม่ครัวต้มโครงไก่ ตะไคร้ รากผักชี และใบเตย เคี่ยวไว้ตั้งแต่บ่าย

เมนูนี้ต้องลงมือเอง มีหม้อดินเผาตั้งบนเตาใส่น้ำซุป เวลากินก็แค่เติมผักต่างๆลงไป คุณชายสี่เลือกสันคอหมู คีบด้วยตะเกียบเอาไปลวกพอสุก จิ้มน้ำจิ้มสุกี้ หมูช่างนุ่มได้ใจสุดๆ ตักน้ำซุปซดสักหน่อย หวานคอดีจัง

ลาบคั่ว.

ชิมอาหารอีสานไปแล้ว ขอเมนูทางเหนือบ้าง พี่ยุ้ยบอกลองลาบหมูคั่วสูตรคุณแม่แฟน

เครื่องปรุงมี ดีปลี เม็ดผักชี มะแขว่น เครื่องเทศทางเหนือ ข่า ตะไคร้ กระเทียม พริกแห้ง ตำรวมกันแล้วใส่กะปิ เอามาผัดน้ำมัน จากนั้นลวกหมู เครื่องใน ใส่เครื่องเทศลงไปคลุก เมนูนี้มีทั้งหมูและเนื้อ

ชิมคำแรกรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมของเครื่องเทศ เคี้ยวเครื่องในหมูไม่มีกลิ่นคาว อร่อยแปลกลิ้น

กุ้งราดชีส.

เมนูสุดท้ายอาหารทะเล พี่ยุ้ยเลือกเมนูกุ้งเผาราดชีส เมนูนี้ทำไม่ยาก ใช้กุ้งแม่น้ำเผาให้สุกกำลังดี ราดด้วยชีสมอสซาเรลล่าก็พร้อมยกเสิร์ฟ เหมาะสำหรับคนรักชีส ความนุ่มของชีสเข้ากับเนื้อกุ้ง เพื่อไม่ให้เลี่ยนเกินไป ราดน้ำจิ้มซีฟู้ดไปสักหน่อย อร่อยไปอีกแบบ

เสน่ห์ของร้านเป็นบรรยากาศที่เย็นสบาย ติดริมบึง อาหารก็หลากหลาย อาหารอีสานเป็นอะไรที่ลูกค้าชอบ จุดเด่นของร้านคือส้มตำที่มีมากกว่า 20 เมนู ลูกค้ามาก็สั่งกันคนละจานๆ ตำถาดวาซาบิลูกค้าสั่งมากที่สุด

พี่ยุ้ยชอบเสาะหาอาหารอร่อย ร้านไหนดีต้องไปลอง ชอบดูรายการอาหารทางทีวี หาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเอาสูตรมาประยุกต์เป็นเมนูที่ร้าน

“พี่ชอบกินส้มตำและชอบอาหารญี่ปุ่นก็เลยเอามารวมกันเป็นเมนูตำถาดวาซาบิหรือตำแซลมอน”

ส้มตำแซลมอน.

ราคาอาหารจะกลางๆ อย่างจิ้มจุ่มโคขุนชุดละ 150 จิ้มจุ่มน่องลายชุดละ 140 ตำแซลมอน 150 ตำถาดวาซาบิ 180 ลาบหมูคั่ว 90 กุ้งเผาราดชีส 4 ตัว 250 แนะนำเวลาสั่งส้มตำแซลมอนต้องกินคู่กับชุดย่างทะเลเผาชุดละ 400 อัดแน่นไปด้วยปูม้า หอยเชลล์ หอยแมลงภู่ หอยแครง ปลาหมึกย่าง กุ้งเผา

คุณชายสี่สังเกตทุกโต๊ะลูกค้าสั่งคอหมูย่างมากิน พี่ยุ้ยรู้ทันบอกเด็กในร้านยกมาชิมสักจาน คราวนี้เลยถึงบางอ้อ “เราใช้ส่วนที่อร่อยที่สุดตรงคอ ตัวหนึ่งจะมีชิ้นเดียว กินแล้วคล้ายๆนมย่าง เนื้อนุ่ม” พี่ยุ้ยว่า

ที่ร้านมีกาแฟสดบริการ พี่ยุ้ยกระซิบ เพิ่งไปเรียนสูตรการชง อยากแวะชิมความอร่อยสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์ 0-2573-4972 ร้านเปิดตั้งแต่ห้าโมงถึงเที่ยงคืนทุกวัน หยุดช่วงวันสงกรานต์ให้เด็กได้กลับบ้าน

“ละแวกนี้มีร้านอาหารอีสานเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่ลูกค้าเลือกมาร้านเรา เพราะน้ำจิ้มของเราออกสไตล์ทางเหนือไม่เหมือนใคร แตกต่างจากอาหารอีสานทั่วไป มาแล้วต้องมีอะไรที่พิเศษแน่นอน”.

คุณชาย 4

 

 

ปลาเต๋าเต้ยพรีเมี่ยมริมโขง ร้านดาข้าวต้มปลา (ชลบุรี)

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/554562

โดย คุณชาย 3 27 ธ.ค. 2558 05:01

 

มี “เพื่อน” ไว้ทำไม?…

หลายคนรู้ดีอยู่แล้วกับประสบการณ์จาก “เพื่อน” ที่มีอยู่หลายประเภทด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนกิน…เพื่อนเที่ยว…เพื่อนรัก ที่คุยกันได้ทุกเรื่องช่วยเหลือกันได้ทุกเวลาไม่จำกัดโอกาส และเพื่อนอีกหลายประเภทที่อาจทำให้รู้สึกบาดหัวใจจนอยากฉีกสัญญาในความเป็นเพื่อน

“ยำทะเล”…ท้าประลองความสดริมแม่น้ำโขง.

“คุณชาย 3” มีเพื่อนๆพี่ๆหลายกลุ่มก๊วน หลากสาขาอาชีพ หนึ่งในนั้นที่น่ารักสุดๆก็คือกลุ่มเพื่อนพ้องน้องพี่ “Salon Club…คลับของช่างผมมืออาชีพ” นำทีมโดย ราณี นัยสุดใจ กับ สุรศักดิ์ นัยสุดใจ แอดมินเว็บไซต์เสริมสวยwww.hifulla.com ที่มักจะยกก๊วนชวนเพื่อนช่างผมมืออาชีพทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็ก เดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ความรู้ เทคนิคใหม่ๆพร้อมๆ กับหาแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่กันในหลายพื้นที่

ที่เพิ่งผ่านพ้นเมื่อไม่นานนี้ โรดโชว์ เวิร์กช็อป…กิจกรรม “คนอวดสีสัญจร” จังหวัดมุกดาหาร แน่นอนว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง ต้องไม่พลาดที่จะแวะไปลิ้มลองความอร่อยระดับมือตำนาน แม้พวกเราจะอยู่ชิดติดริมแม่น้ำโขง แต่พลพรรคก็โหยหา “อาหารทะเลสดๆ…รสจัด” อย่างที่เรียกว่า…ทะเล้…ทะเล

ooooooo

โชว์ความสดกันให้เห็นๆ…ปลาเต๋าเต้ยทอดราดน้ำปลาหวาน เมนูเด็ดสำหรับโอกาส พิเศษสุดในวันที่ครอบครัวได้อิ่มอร่อยพร้อม หน้าพร้อมตากัน

“ปลาเต๋าเต้ยทอดราดน้ำปลาหวาน”…เมนูสุดพิเศษ.

เนื่องจาก “ปลาเต๋าเต้ย” เป็นปลาที่มีความสดมากที่สุด เนื้อนุ่มละมุนลิ้น หอมกลิ่นทะเล เหมาะสำหรับทำเมนูข้าวต้มปลา เต๋าเต้ยนึ่งบ๊วย ปลาเต๋าเต้ยหม้อไฟจักรพรรดิ หรือแม้กระทั่งทอดน้ำปลากินกับข้าวสวยร้อนๆ กรุบกริบเคี้ยวได้หมดตั้งแต่หัวจดปลายหาง

เมื่อก่อนนี้คิดจะลิ้มรสชาติกันแต่ละที่ต้องระเห็จไปกินไกลถึงทะเลฝั่งอันดามัน ระนอง พังงา ภูเก็ต แต่วันนี้คนริมฝั่งโขงมีเฮ อร่อยกับปลาเต๋าเต้ยสดแท้ไม่แพ้คนทะเล ที่ร้านดาข้าวต้มปลา (ชลบุรี) ถูกใจกันทั้งบ้านพี่เมืองน้อง (ไทย-ลาว) และแขกที่มาเยือนเมืองมุกดาหาร อิ่มกันถ้วนหน้าไม่มีวันหยุด

“ดา” อุไรวรรณ ปัญญาวุฒิ แม่ครัวมือตำนาน.

พี่ดา อุไรวรรณ ปัญญาวุฒิ อดีตแม่ครัวร้านข้าวต้มปลาชลบุรี เล่าถึงความเป็นมาก่อนที่จะเป็นข้าวต้มปลาทะเลชื่อดังริมน้ำโขงว่า “เดิมทีเดียวขายอาหารทะเลอยู่ที่เมืองชลบุรี

มากว่า 20 ปี แต่พอถึงจุดหนึ่งก็อยากกลับมาทำมาหากินที่บ้านเกิด ก็เลยมาเปิดเป็นร้านข้าวต้มปลา ที่เมืองมุกดาหาร ซึ่งก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ขายมา 5 ปีเต็มแล้ว”

สำหรับอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา นั้นรับรองความสดจะสั่งตรงมาจากทั้งที่มหาชัย และที่คลองลึก จังหวัดตราด โดยจะมีรถมาส่งกันวันเว้นวัน จากแหล่งซื้อขายที่ทำมาหากินกันมานาน ฉะนั้นจึงรับประกันความสด และราคาไม่แพงแม้จะต้องเดินทางมากินไกลถึงมุกดาหาร

เมนูขึ้นชื่อของร้านดาข้าวต้มปลา มีมากมายจนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปลาเก๋า ปลาจะละเม็ด ปลากะพง ทอด ราดพริก นึ่งซีอิ๊ว นึ่งมะนาว ผัดฉ่า ผัดขึ้นฉ่าย ปลากระเบน ปลาดุกทะเลก็มีให้เลือกชมเลือกชิม ประเภทต้มๆ ยำๆ ก็ไม่น้อยหน้า ราคาเบาๆ กินกันเต็มโต๊ะไม่ถึงพัน

ยกเว้นปลามหาราชา…สดจริงอร่อยจริง ราคาตามน้ำหนักชั่งให้เห็นๆ สามารถคำนวณงบประมาณจัดเลี้ยง หรือจะพาใครมาเลี้ยงก็ไม่ทำให้ล่มจมแต่อย่างไร

ต้มยำหัวปลา (ปลาหมอทะเล) หม้อไฟ…กรุ่นกลิ่นอายทะเล.

ooooooo

ร้านดาข้าวต้มปลา (ชลบุรี) หากันไม่ยาก วิ่งตรงๆจากตลาดอินโดจีน ไปถึงหอแก้ว แล้วกลับรถมาฝั่งตรงข้าม สังเกตง่ายๆอยู่ติดกับโรงแรมมุกดาวิลล์ จอดรถกันตามอัธยาศัยริมถนนหน้าร้านได้เลย เปิดเมนูถึงกะตะลึง ราคาไม่แพงมีเมนูให้เลือกกันจุใจ

“โอกาสพิเศษวันนี้…เรามีปลาเต๋าเต้ย รับประกันความสด ราคาตามน้ำหนัก สามารถเลือกปรุงตามเมนูโปรดได้เลย” พี่ดาเจ้าของร้าน แนะนำเมนูเด็ด เพิ่งจะได้ปลาเต๋าเต้ย เนื้อแน่นๆ หวานๆ กับผู้มาเยือน ของดีมีไม่บ่อยนัก…จัดไป เต๋าเต้ยทอดน้ำปลาจานเด่นเย็นนี้ ตามด้วยต้มยำหัวปลาหม้อไฟ ซึ่งหม้อนี้บอกกันตรงๆ สำหรับคนชอบหัวปลาหมอทะเลตัวโตๆ ดูดด่ำความหวานของเนื้อปลา และซดโฮกๆ ต้มยำหม้อไฟ กรุ่นกลิ่นอายทะเล

ทะเล้…ทะเล ผัดฉ่า…ลวกจิ้ม…หอยจ๊อ…แกล้มกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา.

ทะเลผัดฉ่าก็เป็นอีกหนึ่งจานเด็ดที่เจ้าของร้านไม่หวงเครื่อง กะปิ น้ำปลาหอมนำ เสิร์ฟกันร้อนๆ หอย หมึก กุ้ง ลอยหน้ากันมาเต็มชาม นอกจากนี้เครื่องเคียงที่ปะปนมากับสหายทะเล ก็ทานได้สบายท้องดีแท้ ทั้งกระชายและพริกไทยอ่อนเบาๆสำหรับคนที่ไม่ทานเผ็ดหอยเชลล์ผัดน้ำมันหอย ยำหอยนางรม กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา ทานกันหลาก หลายจัดให้เต็มโต๊ะ พร้อมข้าวสวย ข้าวต้ม น้ำหวานและโซดา เพื่อนฝูงอิ่มกันพร้อมหน้าในราคาสบายกระเป๋า

นอกเหนือจากอาหารทะเลจานพิเศษแล้ว ร้านดาข้าวต้มปลา (ชลบุรี) ยังมีเมนูจานเดียวเอาใจลูกค้าที่ต้องการความเร่งด่วน สามารถสั่งเป็นเกาเหลา เป็นต้มยำน้ำใส ก็มีให้เลือกอิ่มสารพัดเมนู ไม่ว่าจะเป็นเกาเหลาปลาโชกุน เกาเหลาปลาเก๋า เกาเหลาปลา ไข่ พุง และรวมมิตรทะเล

ทุกครั้งที่ร่างกายต้องการทะเล…แวะไปลองลิ้มชิมรสได้ร้านดา ข้าวต้มปลา (ชลบุรี) จ.มุกดาหาร เปิดเวลา 16.00—24.00 น. (หยุดวันอาทิตย์) โทร.สอบถามได้ที่ 08—4362—8651 และ 08—4149—8266.

คุณชาย 3

 

ข้าวหน้าเป็ดเจ๊กุ๊ก อร่อยนี้ที่พระประแดง

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/551281

โดย คุณชาย 2 20 ธ.ค. 2558 05:01

 

ตลาดพระประแดงมีข้าวหน้าเป็ดประหลาดอยู่ 1 ร้าน

คำว่าประหลาดนั้นไม่ใช่สูตรพิลึกกึกกือ แต่เพราะขายเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น เริ่มประมาณ 16.00 น. ถึงเวลา 20.00 น. แม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ทันทีที่เปิดร้านลูกค้าก็เข้าตรึม “คุณชาย 2” นั่งสังเกตการณ์ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เป็ดตัวโตๆก็หายไปไม่ต่ำกว่า 3 ตัว แถมลูกค้าหนุนเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ลูกค้ามีทั้งสั่งเอาไปรับประทานนอกร้าน รายละห่อสองห่อ เรื่อยไปจนถึงรายละยี่สิบสามสิบห่อ และรับประทานในร้าน เจ้าของร้านคือ เจ๊กุ๊ก หรือสุทธิดา ศรีศักดานุวัตร มือสาละวนอยู่กับการห่อข้าว ใกล้กายมีคุณป๋อหรือกิตติ ธนติพุกนนท์ คู่ชีวิตร่วมเป็นสองแรงแข็งขัน คุณป๋อเลาะและสับเป็ดเป็นชิ้นๆเรียงบนข้าวสวยร้อนๆ

เจ๊กุ๊กยิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายลูกค้าอย่างอารมณ์ดี แต่รสชาติอาหารเป็นอย่างไร ข้าวหน้าเป็ดร้อนๆ วางอยู่หน้า “คุณชาย 2” แล้ว

คำแรกก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มของเนื้อเป็ด หนังแม้จะเหนียวตามธรรมชาติ แต่ด้วยการหมักและย่างอย่างชำนาญ ทำให้แค่ออกแรงเคี้ยวเล็กน้อยก็แหลกละเอียด ระหว่างเคี้ยวกลิ่นเป็ดย่างหอมละมุน ปราศจากกลิ่นสาบโชยฉุยออกมาให้รำคาญใจ ยังไม่ทันปรุงรสยังยั่วยวนใจเพียงนี้ ถ้าปรุงรสอีกเล็กน้อยจะเป็นอย่างไรหนอ

วิสัยคนไทย คล้ายว่าถ้าไม่ได้ปรุงรสด้วยตนเองบ้าง ดูเหมือนการรับประทานอาหารจะไม่สมบูรณ์ “คุณชาย 2” ตักน้ำจิ้มราดลงไป เติมพริกดองเข้าไปนิด ขิงดองชิ้นบางๆแนมเข้าไปอีกหน่อย คราวนี้กลายเป็นข้าวหน้าเป็ดรสแซ่บอย่างตั้งใจ เพราะมีรสเผ็ดจากพริกดอง รสหวานปะแล่มแกมปร่าน้อยๆจากขิงดอง เมื่อผสมเข้ากับเนื้อเป็ดและข้าวสวยร้อนๆ ก็ทำให้รสอร่อยเดินทางมาถึงปากอย่างนุ่มนวล

ส่งอาหารเข้าลำคอหลายคำแล้ว ค่อยใช้ส้อมทิ่มแตงกวาตามไป 1 ชิ้น เป็นการล้างปากให้พร้อมรับข้าวคำต่อๆไป แตงกวามีประโยชน์อย่างไรบ้างหนอ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายไว้ในหนังสือ มหัศจรรย์ผักว่า ช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้ ให้ความสดชื่น และยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่นอีกด้วย อ่ะ…อย่างนี้ก็ต้องเติมเข้าไปอีกชิ้นสองชิ้น

“ร้านเราเปิดมากว่า 20 ปี ก่อนหน้านั้นช่วยเตี่ยขายมากว่า 30 ปี” เจ๊กุ๊กบอก โอ…อายุรวมกันแล้วกว่า 50 ปี ไม่น้อยเลย เจ๊กุ๊กอธิบายต่อว่า เส้นทางแม่ค้าข้าวหน้าเป็ดของเธอได้มาแบบครูพักลักจำ สูตรได้มาจากเตี่ยคนไทยเชื้อสายจีนฮกเกี้ยน ตำรับของเตี่ยมาจากบรรพบุรุษโดยแท้จริง เมื่อมาเปิดขายเธออาสาเป็นผู้ช่วยมาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้ชนิดเก็บเล็กผสมน้อยเรื่อยมา เป็นต้นว่าปรุงน้ำจิ้มอย่างไร ทำเป็ดอย่างไร ย่างเป็ดอย่างไร ใช้ข้าวชนิดไหน ทุกอย่างเรียนรู้จากการกระทำ ทำให้เธอทำได้ทุกอย่างครบวงจร

ไฉนลูกค้าถึงตรึม เจ๊กุ๊กบอกว่า อาจเพราะสูตรโบราณสืบทอดกันมาหลายสิบปี แถมน้ำจิ้มรสเดิมๆนั้น เธอก็นำมาปรับปรุงให้เหมาะกับลิ้นคนสมัยใหม่ และการเลือกเป็ดก็เลือกขนาดใหญ่สุด

การหุงข้าวและย่างเป็ดเธอบอกอย่างไม่เม้มว่า ต้องใช้เตาถ่านเท่านั้น รสชาติเป็ดถึงจะดี มีกลิ่นหอม สูตรหมักมีส่วนผสมอะไรบ้างและทำอย่างไรนั้นเธอไม่บอก บอกแต่ว่าแต่ละห่อ “เราทำอย่างดีที่สุด ขายจานละ 35–50 ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกได้ตามต้องการ”
เมื่อถามว่าจานถูกกับแพงต่างกันอย่างไร คำตอบคือ “ถ้าจานละ 50 บาทก็จะได้เป็ดสองแถว ส่วนจานถูกลงมาได้น้อยลงมาตามลำดับ” คำว่าสองแถวคือ เนื้อเป็ดที่ซอยเป็นชิ้นๆเรียงอย่างสวยงามในจาน

เมื่อถามว่า ทำไมถึงเวลาประมาณ 20.00 น. ถึงเลิกขาย เธอตอบว่าเดี๋ยวนี้เมืองพระประแดงตกกลางคืนคนจะน้อยลง ประมาณสองทุ่มคนก็เริ่มเงียบแล้ว อาจเพราะสภาพเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้แม่ค้าแต่ละรายปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

บรรยากาศซื้อขายแต่ละวัน ร้านอื่นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ร้านของเจ๊กุ๊กจะมีคนทยอยเข้ามาอุดหนุนมิได้ขาด บางช่วงคนนั่งในร้านน้อย แต่สองสามีภรรยามือยังต้องเป็นระวิง เนื่องจากมีคนสั่งไว้ “บางวันคนล้อมรอบรถเข็น รอข้าวกัน”เจ๊กุ๊กเสริม

เมื่อถามว่า ทำไมไม่เช่าหรือซื้อตึกขายอย่างถาวร ได้รับคำตอบว่า ซอย…ที่ขายอยู่เป็นแหล่งของกินที่ลูกค้ารู้ๆกันอยู่ ถ้าไปขายที่อื่นอาจไม่เหมาะ อีกประการหนึ่งถ้าเช่าตึกก็ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมาก “เราขายแค่เลี้ยงชีพเท่านั้น แม้คนจะหนาแน่นหรือเบาบาง เป็ดทุกตัวที่เตรียมมาก็หมด”

ร้านข้าวหน้าเป็ดของเธอตั้งอยู่ที่ซอยสมิงปราบพยัคฆา ถนนนครเขื่อนขันธ์ ตลาดพระประแดง หรือติดต่อได้ที่เบอร์ 08-1802-9686 หยุดวันอาทิตย์

ก่อนจากกัน ได้ยินเสียงกระซิบว่า เธอเคยโลดแล่นทั้งในจอเงินและจอแก้ว เป็นต้นว่า เคยเป็นตัวประกอบเรื่องนางอาย ภาพยนตร์รักเมื่อหลายปีก่อน และยังได้แสดงละครเรื่องวันนี้ที่รอคอย อีกด้วย แม้จะชอบเส้นทางในโลกมายา แต่เธอก็เก็บไว้ในความฝัน

แต่ละวันหันหน้าเข้าเขียงและเตาถ่าน ปรุงข้าวหน้าเป็ดขายให้ลูกค้าอย่างมีความสุข.

คุณชาย 2

 

เปิบปลาทูเมนูเด็ด ครัวปลาทูทิดอ้วน

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/547990

โดย คุณชาย 1 13 ธ.ค. 2558 05:01

 

เมนูดังปลาทูราดนํ้าปลา.

“ชาย 1” แอบชื่นชมคมคิดของ “ปารเมศร์ รัชไชยบุญ” CEO บริษัท เนื้อนาบุญ จำกัด เจ้าของวรรคทอง “เมื่อทุ่มเทให้กับสิ่งใด เรามักต้องทอดทิ้งอีกสิ่งหนึ่งเสมอ”…มาเนิ่นนาน

พี่ใหญ่วงการโฆษณา..ประสบการณ์ตุงกางเกงรายนี้ เคยว่าไว้ ในชีวิตคนเรามักจะมีคำว่า “ทำ” อยู่ 3 ทำ คือ อยากทำ ควรทำ และ ต้องทำ

แต่ในชีวิตจริงโดยมากคนเรามักได้ทำอยู่แค่ 2 อย่าง คือ ควรทำกับต้องทำ…หลายคนมักพลาดโอกาส หรือละเลยที่จะได้ทำในสิ่งที่ตัวเอง “อยากทำ” ไปอย่างน่าเสียดาย!!!

ตับปลาทูผัดเผ็ดหากินยาก.

ควรทำ..เป็นเรื่องของจารีตและความถูกต้องในสังคม ต้องทำ..เป็นเรื่องของการงานและสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ แต่ อยากทำ…นี่สิ!!! เป็นเรื่องของความใฝ่ฝันในชีวิตล้วนๆ…ใครก็ตามได้ทำในสิ่งที่ตัวเอง อยาก สมใจ แถมยังทำออกมาได้ดี มีแต่คนชื่นชอบ ..555 แบบนี้นอกจากน่าอิจฉาชะมัด ยังเรียกว่า ค้นหาตัวเองเจอ!!!

พูดถึงผู้ที่ค้นหาตัวเองเจอ วันก่อน “ชาย 1” พบ “ลูกน้ำเค็ม” รายหนึ่ง เขาชื่อ ชูศักดิ์ ทองงาม หรือ “ทิดอ้วน” ชายผู้นี้เป็นทั้งพ่อครัวและเจ้าของร้านอาหารชื่อ “ครัวปลาทู” ตั้งอยู่ในซอยตลาดนัดหาดวอน เยื้องกับด้านหลังของมหาวิทยาลัยบูรพา (บางแสน) จ.ชลบุรี

เขาเคยผ่านงานมาแล้วมากมาย เคยเป็นทั้งอดีตเด็กชิมน้ำแกง ผู้ติดสอยห้อยตามใกล้ชิด “ป้าเฮี้ยง” อดีตแม่ครัวดังฝีมือดีของเมืองชล…เป็นจุมโพ่ หรือพ่อครัวในเรือหาปลาทู เรือลากกุ้ง ลากปลาอินทรี…หนักเข้าเบื่อชีวิตในเรือ หันหลังให้ทะเลขึ้นฝั่งเปลี่ยนมายึดอาชีพแกะเนื้อปู และทำลอบดักปูขาย

ปลาทูราดพริกสดรสเด็ด.

กระทั่งเมื่อ 8 ปีที่แล้ว “ทิดอ้วน” ค้นพบตัวเองว่า ไม่มีอะไรเหมาะกับเขาไปกว่าการเป็น พ่อครัว

เมนูเด็ดสร้างชื่อให้แก่ “ทิดอ้วน” มีทั้ง ปลาทูราดน้ำปลา ปลาทูราดพริกสด ปลาทูต้มมะนาว ตับปลาทูผัดเผ็ด หรืออะไรก็ตาม ทุกเมนูที่มีคำว่าปลาทู แทรกอยู่ด้วย สั่งไปเถอะ …ไม่ผิดหวัง!!!

ปลาทูราดน้ำปลา…คือเมนูแรกที่ “ชาย 1” ออเดอร์ แว่บแรกเพียงผาดเผิน..รู้สึกฉงน เพราะมองในจานหาผักสักชิ้นกินแนมไม่เจอ มีแค่ปลาทูทอดผิวเหลืองกรอบน่ากิน 4 ตัว นอนเรียงแถวหน้ากระดานมาบนน้ำปลา ในจานเปล่าเปลือย “คุณชาย 1” จากบางกอก สบตากับปลาทูบางแสน สารภาพตามตรง.. ว้าเหว่ชะมัด!!!

ปลาทูต้มมะนาว.

แต่หลังจากได้ลองตักเนื้อปลาใส่ปากเคี้ยวกับข้าวสวยร้อนๆเพียงคำแรก…จมูกสัมผัสได้ทันที ถึงกลิ่นหอมเย้ายวนของปลาทูทอดสดใหม่ ลิ้นรับรู้ถึงความกรอบนอกที่หนัง ความมัน และนุ่มอยู่ในทีที่เนื้อของปลาวัยสาวแบบเข้ากันได้อย่างวิเศษกับน้ำปรุงรสก้นจาน ที่ไม่ต้องการสิ่งปรุงแต่งอื่นใด..ให้มากเรื่องไปกว่านี้!!!

สมแล้วกับที่เป็นเมนูสร้างชื่อของทางร้าน “ชาย 1” ไม่รอช้า รีบล็อกตัว “ทิดอ้วน” จากก้นครัวมารีดเค้นความลับ เขาสารภาพหมดเปลือกว่า แท้จริงแล้วไม่มีอะไรเลย เคล็ดลับอยู่ที่ ความสดของปลา

“อย่าไปเลือกปลาทูตัวที่ตาแดง และตัวเหลืองๆ มาทำก็แล้วกัน เพราะอาจแช่น้ำยาดองศพมา ปลาทูที่สดเป็นธรรมชาติต้องตาสีขาวสดใส สมัยผมเป็นจุมโพ่ ก็ทำง่ายๆแบบนี้ให้กินกันบนเรือ”

เมื่อได้ปลาทูตามโหงวเฮ้งที่ทิดอ้วนระบุ เขาจะนำไป ดึงเหงือก ควักตับ ไต ไส้ พุง และ ขี้ปลา ในท้องออกจนเกลี้ยง ล้างน้ำทำความสะอาดอย่างดี…ก่อนนำไปทอดในกระทะที่ใส่น้ำมันพืชลงไปครึ่งกระทะ (ใช้น้ำมันท่วมคล้ายกับทอดกล้วยแขก) เพื่อให้ปลาที่ทอดลอยเด้งฟูขึ้นมา ไม่ติดกระทะเวลาทอด โดยใช้ไฟกลางทอดนานราว 5 นาที หรือพอเห็นว่าหนังปลาทูเริ่มออกสีเหลืองกรอบเกรียมน่ากิน ให้ตักขึ้นมาพักไว้

นายชูศักดิ์ ทองงาม“ทิดอ้วน”เจ้าของร้านครัวปลาทูและพ่อครัว.

จากนั้นทำเครื่องปรุงรสสำหรับปลาทู 4 ตัว ต่อ 1 จาน ด้วยน้ำปลาแท้ 4 ช้อนโต๊ะครึ่ง ผสมน้ำเปล่า 6 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย ช้อนโต๊ะครึ่ง นำไปเคี่ยวจนสุก เน้นให้มีรสเค็มนำ รสหวานตาม อย่าให้ออกเค็มปี๋…เป็นใช้ได้ ไม่ว่าจะลอยลำอยู่กลางทะเล หรือนั่งสวาปามอยู่ริมฝั่ง ใครได้ชิมเป็นติดใจทุกรายไป!!!

ปลาทูทอดราดพริกสด เป็นอีกเมนูที่ถ้าให้ “ชาย 1” หลับตาชิม แล้วบรรยายรสชาติ โอ้!! พระเจ้าช่วยกล้วยทอด…บุคลิกแห่งรสสัมผัสช่างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเมนูแรก…ถ้าปลาทูราดน้ำปลาเปรียบเหมือน ไฮโซหนุ่ม รสนิยมวิไล…“ชาย 1” ว่า ปลาทูราดพริกสดของทิดอ้วน…น่าจะมีบุคลิกแห่งรสชาติประมาณ…นักรบมาดเข้มผู้เร่าร้อน…ทำเอาสาวๆยามได้ชิดใกล้ ตักชิมเข้าไปคำ…ต้องซี้ดปากไปตามๆ!!!

แม้ว่าเทคนิคการทอดปลาไม่ต่าง…ขนาดของปลาทูที่นำไปทอด ซึ่งเลือกใช้ปลาไซส์หนัก 15 ตัว/กิโลกรัม ก็ไม่แตกต่าง…ความต่างอยู่ที่รสชาติของเครื่องปรุงรสที่เข้มข้นนั่นเอง

“ทิดอ้วน” ใช้พริกขี้หนูสวนกับกระเทียมไทยกลีบเล็ก ไม่แกะเปลือกอย่างละกำมือ นำไปโขลกหรือปั่นแค่พอแหลก ส่วนที่เป็นน้ำปรุงใช้ น้ำตาลปี๊บ น้ำปลาแท้ กับ น้ำเปล่า อย่างละ 4 ช้อนโต๊ะครึ่ง นำไปเคี่ยวให้สุก…โดยเน้นให้มีรสหวานนำ รสเค็มและเผ็ดตาม…จากนั้นนำเครื่องปรุงรสเทราดให้ทั่วบนตัวปลา ทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ …ว้าวๆๆ!! อยากรู้ว่ารสชาติสะใจแป๊ดแค่ไหน!!! ต้องไปลองกันเองนะจ๊ะแป๊ดจ๋า

แผนที่ร้าน

“ทิดอ้วน” ถือโอกาสคุย เขาบอกว่า เสน่ห์ของปลาทูจากทะเลบางแสนอยู่ตรงเป็นปลาทูน้ำเค็มล้วน เมื่อนำมาทำเมนูต้มมะนาว หรือทอด ท้องปลาจะไม่แตก…ผิดกับปลาทูน้ำกร่อย ท้องปลามักจะแตก ดูไม่น่าทาน

ทางไปร้าน “ครัวปลาทู” มาจากกรุงเทพฯ ตามเส้นทาง ถ.สุขุมวิท ให้ขับไปทางหนองมน เมื่อถึงสี่แยกไฟแดง (วัดตาลล้อม) เลี้ยวขวาไปตามลายแทงในแผนที่ แล้วขับต่อไปตาม ถ.เนตรดี ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของมหาวิทยาลัยบูรพา ประมาณ 900 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าซอยไปอีกแค่ 100 เมตร ก็จะพบร้านนี้

ร้านเปิดทุกวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่ 10.00- 21.00 น. หยุดทุกวันจันทร์ (ยกเว้นว่าจันทร์นั้นตรงกับวันนักขัตฤกษ์…ร้านไม่หยุด) ก่อนไปโทร. สอบถามได้ที่ 08-1715-0158 และ 0-3839-3541.

คุณชาย 1

 

ขนมจีนน้ำยาโกจ้อย ไม่ได้กิน ไม่ถึงกระบี่

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/544881

โดย คุณชาย 4 6 ธ.ค. 2558 05:01

 

มีคนบอกข่าวขนมจีนเจ้าดัง ชื่อร้านโกจ้อย อยู่กระบี่ พอดีมีเวลา คุณชายสี่แบกกระเป๋าไปกระบี่ ลงจากเครื่องตอนเช้า ท้องร้องเรียกหาขึ้นรถ 15 นาที ไปถึงบ้านเลขที่ 9 หมู่ 2 ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง นี่คือร้านโกจ้อย

ยังเช้าเวลานาฬิกา ภาษาใต้ว่า ตีแปดครึ่ง หมู่มวลคนรักขนมจีนนั่งจองที่กันอยู่เต็มร้าน

นั่งโต๊ะสั่งขนมจีนแล้ว นอกจากขนมจีนน้ำยาอร่อย ของดีอีกอย่างของร้านโกจ้อย คือไก่ทอด

โกจ้อย เจ้าของร้าน.

โกจ้อย หรือจ้อย จารุเกียรติกุล เจ้าของร้าน มีเวลามานั่งคุยให้ฟัง เปิดร้านขนมจีนมา 20 ปี นอกจากร้านนี้ร้านแรก ยังมีหนึ่งร้านที่ตลาดเก่าก่อนเข้าเมือง หนึ่งร้านในตัวเมืองกระบี่และอีกหนึ่งร้านที่สนามบินกระบี่

“เมื่อก่อนแม่เป็นคนทำ” โกจ้อยเล่า “ผมเป็นลูกมือ พอแม่เสียผมก็ทำเอง”ช่วยแม่ตั้งแต่อายุ 22 ปี เริ่มจากการทำเส้น ตอนแรกใช้เป็นอุปกรณ์เล็กๆ มะพร้าวก็ไปซื้อเป็นลูกๆมาขูดเอง งานหนักมาก แต่เดี๋ยวนี้สะดวกกว่า ซื้อกะทิสด ตอนแรกก็พอขายได้ จนสนามบินกระบี่เปิด ขายดีมาก

พอเริ่มดัง ลูกค้าหนาแน่น ดารามาเต็ม มีรายการทีวีมาถ่าย ถ่ายกันไปหลายรายการ

“แต่รายการที่ทำให้คนรู้จักมาก คือรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง พอกาละแมร์แนะนำร้าน มีเบอร์โทร.ร้าน ลูกค้าจำได้ นับแต่นั้นมาใครลงสนามบินก็ต้องแวะร้านโกจ้อย”

ขนมจีนโกจ้อย มีน้ำยากะทิ น้ำพริก ไตปลา แกงป่า

ที่จริงขายขนมจีนน้ำพริกน้ำยาฯ ก็เรียกลูกค้าอยู่ ชนิดสู้ไม่เคยถอยแล้ว ต่อมา โกจ้อยเห็นว่า น่าจะเพิ่มอะไรสักอย่าง ที่ไปกันได้ คิดไปๆ มาลงตัวที่ไก่ทอด

ไก่ทอด เครื่องเคียงขนมจีน.

ไก่ทอดสูตรโกจ้อย…โกจ้อยบอกไม่ได้พิเศษกว่าไก่ทอดเจ้าอื่นตรงไหน แต่ก็รู้จากลูกค้า ที่พากันบอกอร่อยมาก กรอบนอกนุ่มใน ไม่ต้องมีน้ำจิ้ม

“ผมว่าน่าจะเหมือนๆกัน” โกจ้อยพูดแบบถ่อมตัว “แต่คนกินบอกว่าไม่เหมือน ขนาดเด็กเล็กๆ ให้พ่อแม่มาซื้อ ถ้าไม่ได้ไก่ร้านโกจ้อยไม่ยอมกิน”

ขนมจีนเส้นสดใหม่ทุกวัน.

ร้านโกจ้อย ทำ…ขนมจีนเส้นสด มีอุปกรณ์ป้อนเส้นขนมจีนลงกระทะใหญ่ ทำต่อเนื่องให้เห็นตลอดวัน พอลูกค้าสั่ง ก็ตักขึ้นใส่จานราดน้ำ

ใครอยากได้วิชา โกจ้อยไม่เคยหวงวิชา บอกทุกอย่าง เริ่มจากวิธีทำน้ำยา ใช้กะทิสดๆ เครื่องแกงไม่ใช้กระชายใส่ขมิ้นแทน ส่วนผสมเครื่องแกง มีข่า ขมิ้น พริกไทย กระเทียม เนื้อปลาทะเล ใช้ปลาข้างเหลือง ตัวเล็กๆแล่เอาแต่เนื้อ เอาทั้งหมดใส่เครื่องปั่น ก็เครื่องปั่นผลไม้นั่นแหละ…ปั่นให้เข้าที่ แล้วเติมกะปิ

ขนมจีนราดนํ้ายากะทิ.

ใส่หางกะทิพอเดือดแล้ว ใส่หัวกะทิเอาทั้งหมดลงไป ปรุงรสด้วยเกลือป่นอย่างเดียว ลองตักน้ำยากะทิชิม รสชาติกลม กล่อมมาก มีความหวานและมันของกะทิ มีเนื้อปลาผสมนิดหน่อย กลิ่นหอมขึ้นจมูก

ขนมจีนราดแกงไตปลา.

แกงไตปลา ใช้ผักเยอะ มีมะละกอ มะเขือเปราะ และมันเทศ ผัก 3 อย่างนี้สำคัญ

วิธีทำเอาเครื่องแกงไตปลาที่ซื้อจากเจ้าประจำเคี่ยวกับน้ำให้เดือด พอมีกลิ่นหอม ใส่ผักลงไป พอผักนิ่มก็ใช้ได้ โกจ้อยบอกไม่ต้องปรุงรสอะไรแล้ว

ฟังโกจ้อยบรรยาย คุณชายสี่คิดว่าน้ำแกงไตปลาต้องเผ็ดแน่ๆ ลองราด ขนมจีนตักเข้าปาก นอก จากไม่เผ็ดเลย กลิ่นหอมของไตปลาบวกกับรสชาติเค็มๆกินคู่กับแตงกวา ถั่วฝักยาว เข้ากันได้ดี

แกงป่า โกจ้อยใช้เครื่องแกงพริก เนื้อปลาข้างเหลืองต้องปั่นให้ละเอียด ขั้นตอนการทำ โกจ้อยบอกทำง่าย แค่เคี่ยวเครื่องแกงพริกกับน้ำเปล่าให้หอม พอเดือดก็ใส่ปลาลงไปได้… แค่นั้น

น้ำแกงป่ารสชาติจะเผ็ดนำ กินคู่กับผักดองสดๆ อร่อยล้ำเลิศ

น้ำพริก เป็นฝีมือเฉพาะของลูกสาว โกจ้อยไม่เคยทำ รู้แต่ว่าใช้เครื่องแกงแดงและใส่ถั่วลิสง เติมน้ำตาล น้ำพริกรสชาติออกหวาน เหมาะสำหรับเด็กๆ หรือคนที่ไม่กินเผ็ด

ไก่ทอดนั้น คุณชายสี่ชิมแล้ว ขอบอกเลยว่าหนังไก่กรอบมาก เนื้อไก่นุ่ม รสชาติเค็มนิดๆกินกับขนมจีนเข้ากันได้ดี

“ทำไม? คนใต้ต้องกินขนมจีนตอนเช้า” คำถามจากคนภาคอื่น “ถือเป็นอาหารว่าง ก่อนกินข้าวเที่ยง” โกจ้อยตอบ บางคนกินขนมจีนมื้อเช้า แล้วท้องจะเสีย โกจ้อยรับประกัน ขนมจีนโกจ้อยไม่ใช้แป้งหมัก แต่ใช้แป้งสด กินแล้วรับรองไม่ท้องเสีย

สาวกคนชอบกินผักสดๆ มาร้านโกจ้อยรับรองไม่ผิดหวัง บางวันมีผักแปลกหน้า ผักที่อร่อย มียอดหมุย ยอดมะม่วงหิมพานต์ ใบมันปู ผักพวกนี้ โกจ้อยบอกว่าเป็นตัวต้านเซลล์มะเร็ง

ร้านขนมจีนโกจ้อย กระบี่ โด่งดังมากว่า 20 ปี ตอนนี้โกจ้อยได้เวลาวางมือ ปล่อยเป็นงานของลูกสาวและลูกสะใภ้ ตอนนี้ใครไปร้านโกจ้อย ก็จะเจอโกจ้อยตัวจริงเสียงจริง ทำหน้าที่คือนั่งเก็บเงิน ข้างตัวมีภาพถ่ายที่ภูมิใจ ภาพกับแอน ทองประสม อีกภาพ จอย รินลณี ศรีเพ็ญ

ดาราอื่น ก็ดังๆทั้งนั้นที่มากันจนนับไม่ไหว โกจ้อยคุยว่า ไม่เคยมีใครมาครั้งเดียว

เสน่ห์ร้านขนมจีนโกจ้อยอีกอย่างน่าจะอยู่ที่ปากโกจ้อย ที่ฝากขอบคุณลูกค้า ที่มาแล้วก็กลับไปบอกต่อ ถ้ามากระบี่ ไม่มาร้านโกจ้อย ถือว่าไม่ถึงกระบี่ร้านโกจ้อยเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงบ่าย 2 โมงครึ่ง สั่งจองโทร. 0-7569-1145, 08-1894-1932 ส่วนวันหยุดแค่วันสารทไทย 1 วัน วันตรุษจีนบางช่วงหยุด แต่ถ้าตรุษจีนตรงกับเสาร์-อาทิตย์ จะไม่หยุด

กจ้อยสารภาพ เรื่องเงินที่ขายได้ก็สำคัญ แต่อีกเหตุผลที่ต้องเปิดร้าน วันตรุษจีน ตรงกับเสาร์-อาทิตย์ ลูกค้าทั้งใหม่เก่ามากันมาก ถ้าไม่เปิดร้าน กลัวถูกต่อว่า.

คุณชาย 4

 

 

จี๊ดจ๊าด!ปูนิ่มผัดมะนาว เรือนริมน้ำซีฟู้ด จันทบุรี

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/542534

โดย คุณชาย 3 29 พ.ย. 2558 05:01

 

“ปูนิ่มผัดมะนาว”..เมนูพระเอกประจำร้าน.

ใคร? ที่ชอบเมนูอาหารทะเลสดๆรสจัดจ้านโปรดอย่าได้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงถ้าแวะเวียนผ่านไปเที่ยวจังหวัดจันทบุรี ต้องไปให้ได้ที่ “เรือนริมน้ำ ซีฟู้ด จันทบุรี” บ้านคลองตาสังข์ อำเภอท่าใหม่ นะจ๊ะจะบอกให้

คุณชาย 3 เป็นแฟนพันธุ์แท้ร้านนี้มานานหลายปีแล้ว เมนูเด็ดที่ต้องสั่งทุกครั้งหนีไม่พ้น “ปูผัดมะนาว” เขามีให้เลือกสรรหลากหลายไว้สำหรับคนรักปู ไม่ว่าจะใช้ปูนิ่ม ปูเนื้อ ปูไข่ กรรเชียงปู ก็แล้วแต่ว่าจะชอบแกะหรือไม่ชอบ ถ้าไม่แกะก็เลือก…ปูนิ่ม กรรเชียงปู แต่ถ้าชอบเนื้อแน่นๆเต็มปากเต็มคำก็ต้อง…ปูเนื้อ กับปูไข่

“ปูผัดมะนาว”…รสชาติจะออกอมเปรี้ยว อมหวาน เหมาะสำหรับเด็กก็ได้ ผู้ใหญ่ก็อร่อยที่ซู้ดดด คุณชาย 3 ขอจัดปูนิ่มผัดมะนาวก็แล้วกัน สะดวกอร่อย กินได้ทั้งจานแบบไม่เหลือซาก

“กุ้งเจ้าชู้”ท้าชน“กุ้งแช่นํ้าปลา”.

อันดับที่สอง ก็ต้องยกให้นี่เลยครับ “กุ้งเจ้าชู้” กุ้งทอดราดซอสน้ำมะขาม เป็นที่ชื่นชอบทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ เขาใช้กุ้งแชบ๊วย กุ้งธรรมชาติกินแล้วจะรู้เลยว่าธรรมชาติแท้เป็นอย่างไร เนื้อจะกรอบอร่อย เปลือกก็กรอบกว่า

“ปลากะพงหลายใจ”ห้ามพลาด ต้องสั่ง!

เมนูที่สามที่ไม่เคยพลาด ต้องสั่ง…“ปลากะพงหลายใจ” ปลากะพงทอดสองด้าน ด้านหนึ่งจะทอดราดน้ำปลา อีกด้านที่เหลือก็จะราดด้วยผัดเปรี้ยวหวานกุ้ง ปลาหมึก ความเด่นก็คือท่านจะได้ลิ้มลองสองเมนูในจานเดียว แล้วพอน้ำราดสองใจไหลมารวมกันก็จะออกอร่อยเป็นสามรส จาก… เปรี้ยว หวาน แล้วก็เค็ม

ปลากะพงหลายใจขนาดที่ใช้กะด้วยสายตาไม่น่าจะน้อยกว่าแปด…เก้าขีด “กะพงหลายใจ”…ชื่อนี้โปรดท่องจำให้ขึ้นใจ ไปถึงที่ห้ามพลาดต้องสั่ง อดสงสัยไม่ได้ก็ไถ่ถามชื่อเมนูสะดุดใจนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรกันได้ความ ว่า…แต่ละเมนูที่ร้านลูกค้าเป็นคนตั้งให้ทั้งนั้น เราทำออกมาแต่ละเมนูก่อนบรรจุเอาไว้ให้เลือกสรรก็จะทำให้ลูกค้าชิมเสียก่อน ชิม…ชิม…ชิม แล้วก็ช่วยกันตั้งชื่อ

ปรากฏว่า “กะพงหลายใจ” ขายดีมากจนน่าใจหาย

ร้าน“เรือนริมนํ้า ซีฟู้ด จันทบุรี”.

แล้วก็มาถึงพระเอกตัวจริงเสียงจริง เมนูที่สี่ “หมึกหอมคั่วน้ำปลา” อีกเมนูเด็ดตัวแรง เป็นปลาหมึกสด ผัดกับน้ำปลา ไม่เหนียว แถมเนื้อยังหนึบๆนุ่มๆอยู่เหมือนเดิม แล้วอีกเมนูที่เด่นดังต้องลองไม่อย่างนั้นไม่ครบองค์ประชุม เหมือนมาไม่ถึง นั่นก็คือ “ต้มส้มปลากระบอก” ต้มแบบพื้นบ้าน ใส่กะปิ หัวหอม ถ้ามาต้องสั่งนะครับ

สำหรับเมนูตามช่วงเวลา หรือเรียกว่าเมนูพิเศษ ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ได้มาจากทะเล วันไหนมีอะไรอย่างไร ก็ดูได้ที่ป้ายหน้าร้าน วันนี้มีปลาอะไรเข้ามาบ้าง ปลาที่หากินยาก “ปลาอั่งเก้ย”…ลูกค้าที่ได้ทานแล้วมีโอกาสกลับมากินที่ร้านอีกก็มักจะถามหาอยู่ตลอด แต่โอกาสเจอมีน้อยถึงน้อยมากๆ เพราะไม่ใช่ปลาเลี้ยง

ที่เด็ดดวงต้องยกให้ “ปลาอั่งเก้ยทอดราดน้ำปลา” อร่อยมาก ที่ต้องไม่ลืมเมนูแนะนำสำหรับคนชอบน้ำพริก ต้องนี่เลยครับ “น้ำพริกปูไข่” ทำแบบบ้านๆเอาปูมาต้มแล้วก็เอามาตำ แกะไข่ เนื้อเอามาตำรวมไม่มีใส่ไข่แดงผสมเข้าไปแน่นอน ลูกค้าเคยถามเจ้าของร้านใส่ไข่แดงไหม ก็บอก…ยังไม่รู้จักเลยว่าเอาไข่แดงมาใส่ได้อย่างไร

รสมือแม่ครัวดั้งเดิมท้องถิ่น พื้นบ้านจริงๆ กินกันอย่างไรก็ทำขายอย่างนั้น โดดเด่นด้วยรสจัดนำเผ็ดนำไปเลย แต่ต้องได้สามรส รวมเปรี้ยว หวาน เค็มไปด้วยให้กลมกล่อม

บทสรุปรสชาติ เมนู “เรือนริมน้ำ ซีฟู้ด จันทบุรี” ที่ทำกันจะมีสองโทนหลักๆ นั่นก็คือ ถ้าชอบเผ็ดก็พวกแกงป่าปลาเห็ดโคน ปลาดุกผัดฉ่า จะเผ็ดเลย ถ้ากลางๆ หน่อยก็เมนูแนะนำสี่ห้าอย่างแรกนะครับ

รุ่งโรจน์ วงเวียน หรือ“หมี”กดไลค์ตำนานความอร่อย.

“เรือนริมน้ำซีฟู้ด จันทบุรี” ร้านนี้คุณสมัคร (สมัคร สุนทรเวช) มากินหลายครั้ง มาแบบตั้งใจกินทั้งหมด 6 ครั้ง ก่อนจะเสียท่านก็มา…“หมี” หรือ รุ่งโรจน์ วงเวียน เจ้าของร้านวัย 48 ปี บอกว่า คงถูกปาก ถูกใจชอบรสจัดๆ แถมท่านยังเคยเข้าครัวผัดข้าวเองด้วยนะ เมนูที่สั่งประจำจะมี ปูนิ่มผัดมะนาว ต้มยำกุ้ง (แชบ๊วย) น้ำใส ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว กุ้งลายเผา… จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด…

“เวลามาทานเสร็จหรือทานได้ครึ่งนึงก็จะเอามือไพล่หลังเดินทักตามโต๊ะทั่วๆไป คุยกับโต๊ะโน้นบ้าง…โต๊ะนี้บ้าง เป็นไง…อาหารที่นี่เขาอร่อยนะใช้ได้ๆๆ …คล้ายๆกับว่าจะเชียร์ให้เราเสร็จเลย”

ถามถึงเคล็ดลับความอร่อย…“หมี” ตอบสั้นๆว่า “อยู่ที่ใจแหละครับ” ประโยคนี้หมายถึงความใส่ใจในทุกเรื่องตั้งแต่แรก ใช้เครื่องปรุงที่ดี ของสดก็สดจริงๆ มาตรฐานก็จะเหมือนกันหมด

11 ปีที่ผ่านมาการันตีชื่อเสียงได้อย่างเต็มปาก เมนูหลักๆก็มาจากเมนูทำกินกันในบ้าน…ง่ายๆใกล้ตัวแต่กว่าจะผ่านไปถึงลูกค้าได้ก็ต้องผ่านการทดลองชิมอยู่หลายสิบจาน ถ้าลองแล้วทุกคนบอกว่าดีแล้ว ใช้ได้ อร่อยแล้ว อยู่ตัวแล้วถึงจะใส่ในเมนูขายให้ลูกค้าทั่วไปได้

ลูกค้าช่วงแรกๆก็คนในเมืองจันทบุรี เดินทางมากิน ใครมากินแล้วก็บอกต่อๆกันไปเรื่อยๆ “มากินที่นี่นะ อร่อย มากินกี่ทีก็รสชาติไม่เปลี่ยน ราคาก็ไม่แพงมาก” ลูกค้าก็เพิ่มขยายวงเป็นทวีคูณ ถือว่ายังโชคดีที่ร้านอาหารยังไม่เยอะมาก…ชื่อเสียงก็เริ่มดีขึ้น เป็นร้านเก่าร้านแก่ในย่านนี้

ใครแวะเวียนผ่านมาให้รู้เอาไว้ว่า ร้านนี้หยุดทุกวันอังคาร ควรโทร.มาก่อนล่วงหน้า ที่เบอร์ 08-9541-4841…โดยเฉพาะช่วงเทศกาล วันหยุดยาวๆ คนอาจจะแน่นร้าน เดี๋ยวโมโหหิวจะหงุดหงิดเอาได้

“คุณชาย 3” ขอปิดท้ายด้วยสูตรเด็ดเคล็ดลับ “ปูนิ่มผัดมะนาว”…เมนูพระเอกประจำร้าน เผื่อใครยังไม่มีเวลาไปชิมของจริง อาจลองทำกินเองที่บ้านไปพลางๆ จานหนึ่งจะใช้ปูนิ่มราวๆ 3 ตัว ก่อนจะเอาไปทอด ต้องบีบน้ำออกเสียก่อน เพราะถ้าเอาไปทอดเลยจะไม่กรอบ บีบน้ำแล้วก็เอาไปคลุกแป้งทอดกรอบนิดหน่อย

แล้วทอดให้กรอบ จากนั้นนำมาผัด…เครื่องปรุงก็จะมีน้ำตาล มะนาว ผงปรุงรสนิดหน่อย ซอส ซีอิ๊วขาว ผัดรวมกับต้นหอม ขึ้นฉ่าย หอมใหญ่ พริกหยวก…ผัดให้เข้ากันแล้วก็ใส่ไข่ หน้าตาออกมาจะเหมือนๆกับปูผัดผงกะหรี่นั่นแหละ เพียงแต่ปูนิ่มผัดมะนาวไม่มีผงกะหรี่เท่านั้นเอง แทนที่ด้วยมะนาวรสเปรี้ยวนำ กลมกล่อม…เด็ดที่สุด.

คุณชาย 3

 

พีเอส เรสเทอรอง รสแซ่บแบบแม่ประนอม

Published มกราคม 7, 2016 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/540958

โดย คุณชาย 2 22 พ.ย. 2558 05:01

 

ตำน้ำพริกอร่อยแล้ว แม่ประนอมยังปรุงอาหารอร่อยด้วยหรือ!

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น “คุณชาย 2” จึงตรงไปที่ ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถึงบริเวณเยื้องๆกับทางเข้าถนนอักษะ เห็นรูปแม่ประนอมขนาดเขื่องโดดเด่นเป็นสง่า ป้ายร้านเขียนว่า พีเอส เรสเทอรอง แม่ประนอมก็ชื่อไทยๆ ไฉนตั้งชื่อร้านเสียหรูอย่างนั้น ขนาดรำพึงไปเบาๆ ก็ได้ยินเสียงกระซิบว่า หย่อมย่านพุทธมณฑลสาย 3 คืบก็บ้านเศรษฐี ศอกก็บ้านคนมีฐานะดี เมื่อมองซ้ายย้ายขวาก็ออกจะเห็นด้วย

ร้านอาหารชื่อฝรั่ง แต่เมนูเด็ดกลับเป็นอาหารไทย

ประเดิมกันที่แกงป่าปลาทราย ไอร้อนลอยจางๆในน้ำแกงสีน้ำตาลอ่อน มีมะเขือหั่นเป็นชิ้นๆ คละมากับถั่วพู ชะอม ถั่วฝักยาว พอข้าวสวยร้อนๆ มาเคียง “คุณชาย 2” ก็ตักน้ำแกงค่อนช้อนชิมอย่างบรรจง อ่ะ…รสเผ็ดจัดจ้าน แต่ไม่ถึงกับลมออกหู

ราดน้ำแกงลงไปในข้าวสวย ระหว่างตวงเข้าปากหอมกลิ่นชะอมในน้ำแกงโชยเข้าจมูก และยังหอมกลิ่นน้ำแกงและเครื่องปรุง เคี้ยวเบาๆ ปลาทรายไร้ก้างนุ่มและหวานด้วยความสด โอ…แกงป่าปลาทรายเหมาะกับข้าวสวยจริงๆ

มีความจริงจากสำนักโภชนา กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า “กินปลาแล้วฉลาด” แล้วให้เหตุผลว่า ปลามีกรดไขมันชนิดหนึ่งเรียกว่าสาร ดีเอชเอ สารนี้มีผนังเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้ไวต่อการรับสัญญาณประสาท ทำให้ปลาแต่ละชนิดเด็กก็รับประทานได้ ผู้ใหญ่ก็รับประทานดี สตรีมีครรภ์และสตรีที่ให้นมลูกยิ่งเหมาะ เพราะประโยชน์ที่ได้นั้น อิ่มที่แม่แล้วยังเผื่อแผ่ไปถึงลูกเลยเชียว

ต้มข่าปลาสลิดก็เป็นอีกหนึ่งรายการ ที่เจ้าของร้านยืนยันว่า ลูกค้าที่มากันเป็นครอบครัวถึงแล้วเป็นต้องสั่ง ลองซดน้ำไปหนึ่งช้อนเต็มๆ กะทิเข้มข้นมาก เพราะเป็นกะทิคั้นมาสดๆ ยังมีรสเปรี้ยวนิดๆ และหอมจางๆมาจากใบมะขามอ่อน รสชาติกลมกล่อมดีจัง

ตักเนื้อปลา สลิดล้วนๆตามเข้าไป ปลาสลิดจากบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการเนื้อนุ่ม ไม่ต้องกังวลเรื่องก้างจะตำคอ เพราะแม่ครัวดึงออกหมดแล้ว ขณะกลืนหอมใบมะขามอ่อน และมีกลิ่นกะทิโชยเข้าจมูกอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

นอกจากสองรายการเอกแล้ว ร้านยังมีอาหารแปลกๆ อย่างเมี่ยงห่อกลีบบัว แทนที่จะใช้ใบชะพลูก็นำเอากลีบบัวงามๆ สีหวานหวามมาห่อแทน “คุณชาย 2” ตั้งใจชิมสัก 1 คำ แต่เมื่อลิ้มรสความหวานมันของเมี่ยงเข้าไปแล้ว ก็ต้องตามใจตัวเองเพิ่มปริมาณเข้าไปอีก เมนูนี้ “คุณชาย 2” คิดว่าน่าจะเหมาะสำหรับคู่รักหวานแหว ป้อนกันพลางมองตากันพลางกลางบรรยากาศยามเย็นริมถนนอักษะ ช่างแสนจะโรแมนติก

เมนูเด่นๆของ พีเอส เรสเทอรองยังมีอีก อาทิ กุ้งทอดเกลือ กุ้งนำมาจากแม่น้ำแม่กลองชนิดวันต่อวัน ผัดไทยห่อไข่กุ้งสด กุ้งตัวโตๆ ไม่ใช่ลูกหลานกุ้งอย่างร้านทั่วๆไป ผัดเผ็ดปลาดุกทะเล ปลาดุกทะเลสดๆ ไปรับมาจากมหาชัย และยังมีอาหารยุโรปอย่างสปาเกตตี และหลากหลายเมนูให้เลือกลิ้มลอง

ทำไมรูป “แม่ประนอม” เจ้าของน้ำพริกเผาไทยมาโดดเด่นอยู่หน้าร้าน คำตอบคือ เป็นร้านของลูกสาวแม่ประนอมชื่อ ศิริวัลย์ แดงสุภา เธอเป็นผู้บริหารและมีแม่ประนอมเป็นผู้คิดค้น และกำกับดูแลเรื่องรสชาติอาหารอย่างใกล้ชิด

แม่ประนอมต้นตำรับน้ำพริกเผาไทยแม่ประนอม ปัจจุบันวัย 78 ปี แต่ยังแข็งแรง พูดจาคล่องแคล่วและที่สำคัญยังไม่หยุดคิดสร้างสรรค์การปรุงอาหาร เดิมชื่อ ประนอม อยู่ลำยอง เป็นชาวกรุงเทพมหานคร สมัยสาวๆเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง ครั้นพบรักกับหนุ่มฉายหนังเร่ก็แต่งงานกัน เริ่มอาชีพใหม่ด้วยการซื้อรถเก่าๆ มาเร่ขายอาหารกระป๋องไปขายตามโรงงาน อาศัยตัวเองมีฝีมือทางปรุงอาหาร จึงตำน้ำพริกติดไปขายด้วย ปรากฏว่าขายดี ต่อมาจึงขายน้ำพริกอย่างเดียว

“ทิ้งลูกทิ้งเต้าออกไปขายด้วยกัน ขายดีมาก ทั้งหน้าโรงงานและตลาดเช้า แม่ลองทำน้ำพริกส่งให้ร้านก็ไปได้ดี จึงตั้งโรงงานที่หมู่บ้านเศรษฐกิจประมาณ พ.ศ.2512 แล้วก็ขยายมาเรื่อย จนกลายเป็นโรงงานใหญ่ในที่สุด”

อ้าว…ขายน้ำพริกอยู่ดีๆ ทำไมมาทำร้านอาหาร แม่ประนอมบอกว่า กิจการน้ำพริกให้ลูกดูแลไปแล้ว ด้วยเกรงว่าอาหารไทยที่รสชาติไทยๆจะหายไปกับกลิ่นเนย กลิ่นชีส จึงหันมาคิดเมนูอาหารด้วยตนเอง แล้วเปิดขายมาเกือบปีแล้ว

สถานที่ตั้งของร้าน นับว่าเหมาะทีเดียว เพราะอยู่ริมถนนพุทธมณฑลสาย 3 เยื้องๆ กับปากทางเข้าถนนอักษะ มีลานจอดรถกว้างขวาง ร้านเปิดรับลูกค้าตั้งแต่ 11.00-22.00 น. ทุกวัน พร้อมเปิดรับจัดเลี้ยงงานฉลองต่างๆ อย่างเป็นกันเอง สนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 08-6029-2555 หรือ 08-1733-5529

คุณศิริวัลย์บอกว่า ร้านเรามีสถานที่ให้เลือกนั่ง คนชอบแอร์ก็นั่งในห้องโล่งโปร่งสบาย อยากได้บรรยากาศชิวๆ แบบสวนอาหารก็มีด้านนอก ถ้าอยากมองถนนอักษะยามเย็นหรือค่ำคืนก็มีชั้นบนให้นั่งกินบรรยากาศแกล้มอาหารเพลินๆ

“แม่ทำน้ำพริกมากว่า 50 ปี น้ำพริกเราอินเตอร์ไปแล้ว ตอนนี้เราทำอาหารที่อร่อย สะอาด และคุณภาพท่ีดี”

เสียงคุณศิริวัลย์ท้าทายให้ไปพิสูจน์ด้วยตนเอง ว่าอร่อยแบบแม่ประนอมนั้นเป็นอย่างไร.

คุณชาย 2

 

ร้านนิล!!บ่อพลอย เมนูอร่อยเห็ดโคน

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/539341

โดย คุณชาย 1 15 พ.ย. 2558 05:01

 

มีคนเคยเปรียบเปรย ไปสุรินทร์ ได้เยือนถิ่นรินสุรา…ไปพัทยา ได้เยือนถิ่นบาร์เกย์…เอ้อ!! แล้วถ้าไปเมืองกาญจน์ล่ะ…มีอะไรให้ไปเยี่ยมเยือนกับเขาบ้าง?

หลายคนอาจนึกถึงน้ำตกแสนสวย…เอราวัณ ไทรโยค และสายน้ำเย็นฉ่ำ บ้างอาจยังสะใจไม่รู้หายกับการล่องแพ ผู้นิยมชมชอบเพชรนิลจินดา มีหรือจะพลาดไปค้นหานิลกับไพลินเม็ดงามที่ อ.บ่อพลอย

ใครจะนึกถึงอะไรก็เชิญ…แต่คนชอบกินอย่าง “ชาย 1” ขอสารภาพพร้อมกลืนน้ำลายไปด้วยเอื๊อกๆ นึกถึงแต่ เห็ดโคนดอกใหญ่ เนื้อแน่น รสดี ที่ อ.บ่อพลอย ลอยไปลอยมายั่วต่อมอยากอยู่แต่ในหัว!!

ป้ายแนะนำอาหารอร่อย.

ไม่เพียงฝันหวานถึงเห็ดโคน “บิ๊กไซส์” เนื้อแน่น หวานกรอบ เต็มปากเต็มคำ…จะกินเห็ดชนิดนี้ให้ถูกปากกันทั้งที ยังต้องเฟ้นหาร้านที่มีศิลปะในการปรุงเจ้าเห็ดหายาก ราคาแพง…อย่าง ร้านอาหารนิล ในเขตเทศบาลตำบลบ่อพลอยด้วย มันถึงจะครบเครื่อง…ไม่เสียของ เสียอารมณ์ ที่อุตส่าห์ยอมนั่งรถไกลเพื่อไปกิน

“เห็ดโคนของบ่อพลอยมีเอกลักษณ์ต่างจากที่อื่น คือ มีรสออกหวานนิดๆ เนื้อแน่น กรอบ และมีกลิ่นหอมจางๆของดอกเห็ดปนอยู่ด้วยค่ะ”

ธัญญพัฒน์ ปิณฑขจรศิริ หรือ “แต๊ว” ผู้เป็นทั้งแม่ครัว และเจ้าของร้านอาหารนิล (ลูกสาวของ “ลุงรงค์” อดีตพ่อครัวอาหารป่าชื่อดังของบ่อพลอย) ถือโอกาสประชาสัมพันธ์เห็ดโคนที่บ้านเกิดเธอ

ธัญญพัฒน์ ปิณฑขจรศิริ(แต๊ว)เจ้าของร้าน.

แต๊วบอกว่า สาเหตุที่เห็ดโคนของบ่อพลอย มีรสชาติอร่อยไม่ซ้ำที่ใด เป็นไปได้หรือไม่ว่า เพราะสภาพดินในท้องที่ อ.บ่อพลอย มีลักษณะเป็นดินภูเขาไฟ เมื่อหลายล้านปีก่อนเคยมีลาวาจากภูเขาไฟไหลออกมา เป็นตัวก่อกำเนิดหินและแร่รัตนชาติ อย่าง นิล กับ ไพลิน แร่ธาตุบางตัวจึงอาจส่งผลต่อขนาด และรสชาติของเห็ดที่ขึ้นปะปนอยู่ในดิน

เห็ดโคนที่ขึ้นในดินแบบนี้จึงมีรสชาติต่างไปจากที่ขึ้นตามชายป่า หรือท้องไร่ ท้องนาทั่วไป

เล่นบรรยายสรรพคุณกันซะหยาดเยิ้มขนาดนี้ มีหรือที่ “ชาย 1” จะไม่รีบสั่ง เห็ดโคนผัดน้ำมันหอย มาดับความปรารถนาลึกๆในอุรา เป็นเมนูแรก…

คุยกับ “แต๊ว” ไปพลางก็ตักเห็ดโคนผัดน้ำมันหอยดอกบักเอ้…เคี้ยวใส่ปากทานกับข้าวสวยร้อนๆ ฟังเธอพรรณนาถึงเคล็ดวิธีปรุงเมนูนี้ไปด้วย อย่างออกรส…

ไก่รวนเค็ม อีกเมนูดังที่ลูกค้านิยมสั่งกันมาก.

เธอว่า จะเลือกใช้เห็ดโคนสด นำมาล้างน้ำให้สะอาด หรือจะใช้แบบที่ต้มกับน้ำเกลือในขวดโหลสุญญากาศ ผ่านการนึ่งฆ่าเชื้อ…ก็ให้ความอร่อยไม่แพ้กัน

เริ่มจากนำกระเทียมไทยกลีบเล็กสักหยิบมือมาแกะเปลือก สับให้ละเอียด ก่อนนำไปเจียวในกระทะด้วยน้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

แต๊วกระซิบ ศิลปะการปรุงอยู่ที่…คน กระเทียม ในกระทะ แค่ให้พอออกเป็นสีเกือบเหลืองเท่านั้น อย่าให้ถึงกับกลายเป็นสีเหลืองกรอบแบบที่ใช้โรยหน้าปลา หรือหมูทอดเป็นอันขาด ทั้งนี้ก็เพื่อให้คงกลิ่นความหอมของกระเทียมสดไว้นั่นเอง

จากนั้นใส่ เห็ดโคน สัก 2 ขีด ลงไปผัดในกระทะด้วยไฟกลาง ห้ามใช้ไฟแรงเด็ดขาด…นำ น้ำที่ใช้ต้มและดองเห็ด ในขวดโหลเดียวกับเห็ดนั่นแหละ ซึ่งให้ทั้งความหอม หวาน กลมกล่อม ออกมาจากตัวเห็ดดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสริมแต่งด้วยเครื่องปรุงใดๆอีก เทลงไปในกระทะ สักครึ่งถ้วยตวง หรือครึ่งแก้วน้ำดื่ม

ไข่ฟูเห็ดหอม.

จากนั้นเหยาะ น้ำมันหอย เล็กน้อย ทุบ พริกขี้หนูสด ตามลงไปสัก 5-6 เม็ด ก่อนตักขึ้นจากกระทะให้โรย ใบโหระพา 20 ใบ อ่ะฮ้า…เพียงเท่านี้…ก็พร้อมเสิร์ฟ…พาให้ใครต่อใครได้ขึ้นสวรรค์กันในปาก!!!

ไก่ไทยรวนเค็ม…เป็นอีกเมนูที่ “ชาย 1” ขอแนะนำว่า ยอมพลาดรถไฟ หรือรถทัวร์กลับกรุงเทพฯ…ยังดีกว่าพลาดเมนูนี้ เพราะเขาใช้ไก่ไทย ที่ให้หนังกรอบ เนื้อเคี้ยวกำลังเพลิน หนักตัวละ 1.5 กก. มาทำ

เหตุผลเพราะ ถ้าใช้ไก่ไซส์เล็กกว่านี้ มักมีแต่กระดูก หาเนื้อแทบไม่เจอ หรือถ้าใช้ไก่แก่ ตัวใหญ่กว่านี้ เนื้อก็จะเหนียวเหมือนเคี้ยวยางรถสิบล้อ…!! @!

ต้มยำปลาคังอีกเมนูดังของร้านนี้.

วิธีปรุงเริ่มจากนำไก่ไปสับให้มีขนาดชิ้นกำลังน่าหม่ำ ตั้งไฟกลาง…ใส่น้ำมันท่วมกระทะทอดนานราว 15 นาที หรือจนกว่าหนังไก่เริ่มออกเป็นสีเหลืองกรอบ ชวนมอง จึงตักขึ้นมาพักไว้

จากนั้นนำไก่ที่ได้ไปรวนกับน้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ ผสมซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา (รวน หมายถึงการคั่วให้อาหารสุก โดยใช้น้ำมันพืช ซีอิ๊ว หรือน้ำปลา ในปริมาณเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ หรือเก็บถนอมอาหารไว้ได้นานขึ้น) โดยใส่ ผักชีทั้งต้น สับกลาง ขึ้นฉ่าย หั่นกลางต้น และ ใบผักชีฝรั่ง ลงไปด้วย…ในระหว่างที่รวน

แต๊วบอกว่า ที่ต้องรวนกับซีอิ๊วขาว ก็เพื่อให้ไก่มีรสชาติเค็มกำลังดี และมีกลิ่นหอมยิ่งขึ้น ถ้านำไปรวนกับน้ำปลา จะออกกลิ่นคาวเกินไป… เมนูไก่รวนเค็ม 1 จาน เธอใช้ไก่ไทยหนักครึ่งกิโลกรัม รวนกับซีอิ๊วขาว และน้ำมันพืชตามสูตรที่ว่า ไม่ได้ใช้ตัวช่วยอื่นใดอีกเลย…แต่ไม่น่าเชื่อว่า ได้ผลลัพธ์อร่อยล้ำเกินคำบรรยาย

นอกจาก 2 เมนูข้างต้น ร้านนี้ยังมีอีกหลายเมนูเด็ด ไม่ว่า ต้มยำปลาคัง ที่แต๊วเคยไปคว้ารางวัลที่ 1 จากงานประกวดอาหารอร่อยของหอการค้า จ.กาญจนบุรีมาแล้ว หรือจะเป็น ไข่ฟูเห็ดหอมหมูสับ ปลาเค้าทอดน้ำปลา (หากินได้ไม่ง่าย) ฉู่ฉี่ปลาเนื้ออ่อน และ ทอดมันปลากราย เป็นต้น

ทางไปร้านอาหารนิล หาไม่ยาก ให้สังเกตร้านอยู่ฝั่งเดียวกับธนาคารออมสิน สาขาบ่อพลอย ห่างจากธนาคารประมาณ 300 เมตร และอยู่เยื้องตรงข้ามกับซอยเข้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ่อพลอย ร้านนี้เปิดขายทุกวัน แต่หยุดไม่แน่นอน ก่อนไปโทร.ถามได้ที่ 08-6517-9885, 0-3462-8249 และ 0-3462-8250.

คุณชาย 1

 

แป๊ะโจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี อร่อยหมดไปถึงข้าวต้มปลา

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/537744

โดย คุณชาย 4 8 พ.ย. 2558 05:01

 

วันนี้คุณชายสี่ตั้งใจตื่นเช้าไปหาโจ๊กอร่อยๆ กิน เกิดปัญหาตื่นสาย แต่ยังไงก็ยังไม่ละความตั้งใจ ขับรถไปแถวตลาดบางโพ เจอร้านชื่อสะดุดใจ แป๊ะโจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี

เถลิงเดช ปิยธรรมรัตน์ อายุ 35 ปี แนะนำตัว เป็นลูกชายของแป๊ะ กำชัย ปิยธรรมรัตน์ ดูแลร้านแทนพ่อที่นอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลกว่า 2 เดือน ร้านแป๊ะ โจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี เปิดมาตั้งแต่ปี 2505 ก่อนเป็นรถเข็นขายอยู่หน้าตลาดบางโพ พ่อเก็บหอมรอมริบซื้อตึกเปิดร้าน ตอนนี้กว่า 50 ปีแล้ว

ชื่อร้าน เดชเล่าว่า ตัวเลข 38 พ่อว่าเป็นเลขมงคลของจีน หม้อทองเหลืองเป็นสัญลักษณ์ของร้านอากงกับพ่อบุกเบิกกันมา ขายดีจนต้องเพิ่มรายการ ข้าวต้มปลาเก๋า กระเพาะปลา ข้าวขาหมู ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ฯลฯ

เริ่มที่โจ๊กก่อน โจ๊กร้านนี้ต้มชามต่อชาม ข้าวไม่ติดหม้อ กลิ่นจะหอม รสอร่อย ตัวโจ๊กใช้ข้าวหอมมะลิอย่างดี แช่น้ำทิ้งไว้ 4—5 ชั่วโมง ต้มไว้ 1 คืน ออกมาเป็นหัวโจ๊ก แข็งเป็นก้อน

เวลาปรุงจะตักหัวโจ๊กใส่หม้อเบอร์ 40 ผสมกับน้ำกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้ เวลาคนสั่งก็ตักใส่หม้อทองเหลืองแล้วใส่เนื้อต่างๆตามลูกค้าสั่ง จากนั้นต้มให้เดือดอีกครั้ง เทใส่ชาม โรยด้วยขิง ต้นหอม พริกไทย

“ขิงที่นี่จะเลือกใช้ขิงอ่อนสดจริงๆ เจ้าประจำจะซอยมาให้” เดชว่า

เริ่มจากเลือกซื้อหมูมาทั้งแผ่นล้างทำความสะอาด หั่นเป็นลูกเต๋าขนาด 4×4 นิ้ว ถ้าใหญ่ไปจะเข้ารูบดไม่ได้ แต่ถ้าเล็กไปก็จะเละ บดผสมกับมันหมู 10 กิโล เสร็จแล้วเติมซีอิ๊ว เกลือ พริกไทย ขยำให้เข้ากัน

จากนั้นแบ่งใส่ถาดเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นมีถุงพลาสติกวางรองกั้น ยกถาดมาซ้อน เอาเข้าตู้เย็นแช่ไว้ 1 สัปดาห์ เวลา 1 สัปดาห์ เดชว่ารับรองสดแน่นอน

ยังมีโจ๊กสูตรพิเศษ เป็นโจ๊กข้นๆ ใส่หมูสับหน่อย เอาไข่ไปตีในหม้อที่กำลังเดือด รสกลมกล่อม พ่อทำให้ลูกๆกิน เมื่อก่อนเรียกโจ๊กตีไข่แตก มาถึงรุ่นเดช เปลี่ยนชื่อเป็นโจ๊กไข่ระเบิด

เมนูต่อมา ข้าวต้มปลาเก๋า ใช้ปลาเก๋าของพรานทะเล เนื้อปลาชิ้นใหญ่ไม่มีก้าง หมดปัญหาเรื่องก้างติดคอ อาทิตย์หนึ่งเดชสั่งปลาสองถึงสามครั้ง เชื่อมั่นได้ว่าสดใหม่จริงๆ

น้ำซุปใช้กระดูกหมูต้มปรุงรสทำให้ซึมเข้าไปในเนื้อปลา น้ำจิ้มจะใช้เต้าเจี้ยวตราเด็กสมบูรณ์เอามาผสมกับน้ำซุปกระดูกหมูตั้งไฟเคี่ยวสักหน่อยเวลาจิ้มจะอร่อย เดชบอกว่าน้ำจิ้มที่นี่จะไม่เป็นเม็ดๆเหมือนที่อื่น

คุณชายสี่ลองชิมพร้อมกันสองเมนู ชิมแล้วบอกเลยว่าไม่ผิดหวัง เนื้อโจ๊กละเอียดนุ่ม ส่วนหมูเคี้ยวแล้วอร่อยมาก ไม่แข็งกระด้าง เครื่องในไม่มีกลิ่นคาว ส่วนข้าวต้มปลาเก๋า เนื้อปลาสดหวานอร่อยนุ่มลิ้น

มาถึงเมนูกระเพาะปลา ใช้ตัวกระเพาะ ปลาแผ่นใหญ่ ไม่ใช้เป็นหลอดๆ ซื้อจากเยาวราช กิโลละ 2,000 บาท ซื้อทีละหมื่นกว่าบาท เห็ดหอมใช้ดอกใหญ่ กิโลละ 300 บาท เอามาแช่ข้ามวันข้ามคืน

เวลาทำกระเพาะ ปลาก็กะปริมาณว่าใช้เท่าไหร่ แล้วเอามาตัดแช่น้ำให้เปื่อย จากนั้นเอาไปต้มให้มันที่อยู่ในกระเพาะปลาออกให้หมด หลังจากนั้นเอามาแช่น้ำแล้วบีบให้น้ำมันออกให้หมดอีก 8 น้ำ

กว่าจะเอามาทำกระเพาะปลาได้ต้องรู้สึกว่าไม่มีน้ำมันแล้ว

วิธีทำน้ำซุปกระเพาะปลา ใช้กระดูกหมูใส่ผักชีลงไปเคี่ยวจนน้ำหวานออก เปิดไฟให้เดือดเอากระเพาะปลาลง ใส่เห็ดหอมลงไปเคี่ยวจนเดือด เอาแป้งมันสำปะหลังค่อยๆเทลงไป อย่าคนช้าเพราะจะไหม้

จากนั้นค่อยปรุงรสด้วยซอสภูเขาทอง น้ำมันหอย ซีอิ๊วดำ

เดชบอกว่า “ตัวน้ำซุปอร่อยอยู่แล้ว ไม่ต้องปรุงอะไรเยอะ” คุณชายสี่ทดสอบ ตักเข้าปากได้เต็มคำเห็ดหอมชิ้นโตเคี้ยวหนึบหนับได้รสอร่อยดีนัก

เมนูข้าวขาหมู เลือกใช้ขาหน้า ที่ไม่ใช้ขาหลังเพราะมันเยอะไป เวลาตุ๋นตัวคากิเราตัดออก ต้มทุกอย่างให้เปื่อย หลังจากนั้นปรุงน้ำพะโล้ ใส่เครื่องพะโล้ทั่วไปเคี่ยวให้เข้าเนื้อ ใส่น้ำมันหอยลงไปจะทำให้น้ำหนึบหนับดูข้นๆ เหนียวๆออกหวานเค็ม ตุ๋นข้ามวัน เวลาทานเนื้อจะเปื่อย ชิมแล้วเนื้อนุ่มกำลังดี ราดด้วยพริกน้ำส้มตัดแก้เลี่ยน

เมนูแนะนำสุดท้าย..ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ เดชบอกว่า พิเศษตรงเส้น เราซื้อเส้นมาทั้งแผ่นเท่ากับหน้ากระดาษเอ 4 แล้วมาหั่นวัดขนาดหนึ่งฝ่ามือ เวลาทำ เราจะไม่เอามาขยี้กับเขียง แต่จะคลี่ทีละเส้นๆจานหนึ่งใช้ประมาณ 6 เส้น “6 เส้น กำลังอิ่มพอดี” เดชว่า

วิธีปรุง ใช้น้ำมันกระเทียมเจียวใส่ลงในกระทะ พอกระทะร้อนก็เอาเนื้อไก่ที่ปรุงรสไว้แล้วใส่ โยนเส้นตามคั่วๆ จากนั้นตอกไข่ใส่ คลุกให้ไข่พอสุก เติมตั้งฉ่าย พริกไทย ผักชี ต้นหอม น้ำตาลอีกหน่อยหนึ่ง น้ำส้ม พริกป่น แล้วคลุกเคล้าอีกที เทลงจานยกเสิร์ฟ

ตักเข้าปากหอมกลิ่นก๋วยเตี๋ยว เคี้ยวไก่ตาม รสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นกระทะแทบไม่ต้องปรุงเพิ่ม

กลางวันร้านแป๊ะ โจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี มี 6 โต๊ะ พอถึงสี่ห้าโมงเย็นแดดร่มลมตกก็ตั้งโต๊ะเพิ่มหน้าร้านอีก 3-4 โต๊ะ ทุกเมนูร้านนี้ราคาปกติ สี่ทุ่มก็หมดเกลี้ยงทุกอย่าง

เมื่อเช้า 5 มีนาคม 2547 ออกรายการชิมไปบ่นไป ของคุณสมัคร สุนทรเวช ตอนเย็น แอน ทองประสม ก็มาชิม

ร้านแป๊ะ โจ๊กหม้อทองเหลือง 38 ปี อยู่ที่ 320 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 0-2586-8852, 08-3963-6459 รับจัดเลี้ยงและมีจัดส่งราคาคิดตามระยะทาง

ร้านเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 5 ทุ่มทุกวัน หยุดวันธรรมดา เดือนละ 2 ครั้ง คือต้นเดือนและกลางเดือน จอดรถริมถนนได้ในวันจันทร์—เสาร์ ตั้งแต่เช้าได้ถึง 4 โมงเย็น วันอาทิตย์จอดได้ทั้งวัน.

คุณชาย 4

 

“เรดซัน” ต็อกปกกี่แชมป์เกาหลี เก๋…ข้าวกล่องเหล็ก ในตำนาน

Published พฤศจิกายน 17, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

http://www.thairath.co.th/content/536105

โดย คุณชาย 3 1 พ.ย. 2558 05:01

 

โอ้! ว้าววว..ต็อกปกกี่ “ชีส”.

“RED SUN”…ร้านอาหารสไตล์เกาหลีสายพันธุ์แท้ วัตถุดิบหลักสั่งตรงมาจากประเทศเกาหลี สด ใหม่ แกะกล่องได้ทุกมื้อที่ได้มาลิ้มชิมรส

“คุณชาย 3” ประเดิมเปิดเมนูเด็ดเรดซัน เล่าลือกันว่าต้องเป็น “ต็อกปกกี่ (Tokpokki)” ถ้าพูดแบบบ้านๆแบบไทยๆก็จะเรียกว่า “หม้อต้มเหมือนสุกี้” แต่รสชาติดั้งเดิมสไตล์เกาหลี เพราะได้ “ซอสสูตรพิเศษ” ที่สั่งตรงมาจากเกาหลี

เมนูต็อกปกกี่…ที่นี่ยังแยกย่อยออกเป็น 8 เมนูให้เลือกสรร ลองเหลือบตาเหลียวไปมองโต๊ะข้างรอบตัว ที่ว่าเด็ดจริงๆทุกโต๊ะต้องสั่งน่าจะเป็น ชึกซอกต็อกปกกี่…หน้าหมู นิยมรองลงมาก็เป็นหน้าเบคอน…แฮม ที่แปลกสุดเด็ดอร่อยก็คือหน้านี้ที่จะโรยด้วยชีส รสชาติไม่ต้องพูดถึง…หอมกรุ่น กลมกล่อม อร่อยถูกปากจนต้องสั่ง

นอกจากความหอมที่อบอวลกลิ่นชีสแล้ว ยังไม่ทิ้งรสชาติต็อกปกกี่ดั้งเดิมที่จะออกเผ็ดแบบต้นตำรับโดด อมหวานนิดๆ เมื่อเคล้ารวมผสมไปกับชีสก็จะกลมกล่อมเผ็ดๆ มันๆ ถูกใจวัยรุ่นทีเดียว…555

“RED SUN”…เกาหลีกระทะเหล็ก.

เขาการันตีเอาไว้ด้วยว่า “เรดซัน” เป็นร้านแรกที่โรยชีสลงไปใน “ต็อกปกกี่”

แปลกแต่จริง แปลกแต่อร่อย แปลกแต่ถูกรสลิ้นคนไทย แปลกแต่ขายดี…น่าเสียดายที่สูตรนี้ไม่ได้เป็นสูตรที่คิดขึ้นมาเอง แต่เป็นสูตรต้นตำรับจากเกาหลีส่งตรงมาเลย ที่เกาหลีขายยังไง…ที่เรดซันเมืองไทยก็ขายอย่างนั้น เรียกว่า เป๊ะ เว่อร์…ทั้งรสชาติ ทั้งวัตถุดิบ

เกือบลืมไปครับ ต็อกปกกี่ ที่ร้านเขาขายอยู่ 2 ไซส์…ไซส์เอสสำหรับทาน 2 คน ส่วนไซส์แอลทานได้ถึง 4 คน…กินก็อิ่มเลยนะจะบอกให้ แล้วก็ยังเลือกระดับความเผ็ดกันได้ 3 ระดับ…

เผ็ด 1…เผ็ด 2…เผ็ด 3 ตามลำดับ หรือถ้าเป็นเด็กเลย เขาก็มีต็อกปกกี่หม้อหวาน ชื่อว่า “จาจัง”… รับประกันไม่เผ็ดแน่ๆ คล้ายๆสุกี้ญี่ปุ่น

“ต็อกปกกี่”…สูตรเด็ดฝีมือแชมป์&ไข่ตุ๋นอบชีส&ไก่กิมจิ.

“ต็อกปกกี่” นพวินท์ รอดริน เจ้าของร้านคุยให้ฟังระหว่างนั่งกินกันเพลินๆด้วยว่า สูตรของเขาการันตีความอร่อยระดับฝีมือแชมป์ ที่…“เกาหลี” จะมีการแข่งขันชิงแชมเปี้ยนต็อกปกกี่ทุกๆปี ซึ่งต็อกปกกี่…ระดับความรู้จักในเกาหลีก็เหมือนกับคนไทยรู้จักแกงส้มนั่นแหละ ทุกคนรู้จักหมด ก็จับเอามาแข่ง เจ้าของร้าน “เรดซัน”…เกาหลีได้รางวัลที่ 1 นั่นเชียว แล้วเมื่อผ่านไป 3 ปีก็เอาแชมป์มาแข่งกันอีก… ผลปรากฏว่า ก็ได้แชมป์ออฟเดอะแชมป์ต็อกปกกี่…สุดยอดดดดดด ที่ซู้ดด

สาระให้น้อยอร่อยให้มาก “คุณชาย 3” เดินหน้าทำแต้มเรียกหาเมนูเด็ดที่สอง ต้องไม่พลาด นั่นก็คือ “ข้าวผัด”… หน้าตาไม่ใช่ข้าวผัดแบบไทยๆแน่ๆ บางคนเห็นรูปแล้วอาจอุทานโดยไม่รู้ตัว “นี่หรือ…ข้าวผัด” ก็อย่างที่รู้เราอยู่ในร้านเกาหลี ข้าวผัดก็ต้องเป็นข้าวผัดเกาหลี เมนูนี้ทำไม่ง่ายนะจะบอกให้ แต่กินอร่อยลิ้น ออกเผ็ดๆหวานๆ เด็กๆทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี รับประกันว่าน่าจะถูกปากใครหลายคน ชิมแล้วรู้สึก…เลอค่า เลิศเลอ อย่างบอกไม่ถูก

ข้าวผัดเกาหลี เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ “ซอสเรดซัน” สูตรเฉพาะจากทางร้าน รสชาติจะออกไม่เผ็ดโดด ประกอบด้วยวัตถุดิบราว 20 ชนิดผสมรวมกันอยู่ เป็นสูตรต้นตำรับที่เจ้าของสูตรเกาหลีไม่ยอมเปิดเผยเช่นกัน

ได้ซอสสูตรเด็ดมาแล้วก็ผ่านกระบวนการผัดให้เป็นข้าวผัดตัวเมนหลัก แล้วก็โรยหน้าไปตามเมนู ใครใคร่สั่งแบบไหนกันสุดแล้วแต่ตามใจชอบ

ข้าวผัดเกาหลี.

ทีเด็ด…ข้าวผัดเกาหลีอยู่ตรงก้นกระทะ จะออกเกรียมๆหน่อย ความอร่อยก็จะอยู่ตรงนี้ เวลาเสิร์ฟจะต้องคลุกเคล้ากับหน้าต่างๆก่อนรับประทาน อย่างหน้าชีส หน้าไข่กุ้ง ก็จะยิ่งกลมกล่อม

เดินหน้าต่อไป…รีบเร่งสั่งอีกเมนูสะดุดตา “ข้าวกล่องเขย่าโดซิรัค” ใส่มาในกล่องข้าวเหล็ก โรยหน้ามาด้วยกิมจิ ปลากรอบ ถั่ว ไข่ ซอสนิดหน่อย รับรองว่าต้องลองเพราะเป็นความอร่อยระดับตำนาน…

อย่างไรนั้น มีตำนานเล่ากันว่า เด็กๆที่ไปโรงเรียนแต่เช้าก็จะมีข้าวกล่องใส่กระเป๋าไปด้วย ปรากฏว่าเด็กๆก็เดินบ้าง วิ่งบ้างเพื่อไปให้ถึงโรงเรียน เปิดออกมาข้าวในกล่องก็ผสมรวมกันไปหมด คลุกเคล้ากันเบ็ดเสร็จ

…เป็นที่มาของเมนู “ข้าวกล่องเขย่า” ก่อนรับประทานพนักงานก็จะเขย่าให้ หรือใครนึกสนุกอยากจะเป็นตำนานเด็กเกาหลีเขย่ากล่องข้าวก็ได้ไม่ว่ากัน รูปร่างหน้าตาออกมาจะเป็นลักษณะข้าวคลุก

“ข้าวกล่องเขย่าโดซิรัค” อร่อยแบบมีตำนาน.

เกือบจะอิ่มอยู่แล้ว แต่ใจยังไม่ยอมแพ้ ขออีกสักสองสามเมนูก็แล้วกัน หนึ่ง…“เครันจิมชีส” เมนูนี้ขายดีมาก แปลแบบบ้านๆไทยๆเรียกว่า “ไข่ตุ๋นอบชีส” วัตถุดิบหลักจะใช้ไข่ปรุงรสนิดหน่อย แล้วก็ไปอบในเตาอบ ใส่สลับชั้นกับชีสแผ่น อบไปเรื่อยๆทีละชั้นๆจนกระทั่งเต็มชาม เวลากินถ้าเอาช้อนจิ้มลงไป ชีสจะทะลักทลายออกมาเลย โอ้…โหววว รับรองได้ว่า แฟนชีส…คนรักชีส ไม่พลาดแน่นอนอยู่แล้วใช่มั้ยครับ

สอง…“ต๊อกคาโบนาร่า” อีกเมนูทีเด็ดเกาหลีสไตล์ลูกครึ่งฝรั่งอิตาเลียน เอาแป้งต๊อกเกาหลี คล้ายๆแป้งโมจิญี่ปุ่นเป็นชิ้นๆแท่งสั้นๆขาวๆ แล้วก็มาปรุงด้วยซอสคาโบนาร่า โรยหน้าด้วยมอสซาเรลลาชีส…เบคอนกรอบ

สาม…เมนูปิดท้ายก็ต้องเป็นของหวานสิครับบบบ…“ซอฟต์ไอศกรีม” โยเกิร์ตธรรมดาที่ไม่ธรรมดา โรยท็อปปิ้งด้วยข้าวพองเกาหลี แล้วก็มีต๊อกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆรสชาติหวานๆเข้ามาเสริมความอร่อยหนึบๆหนับๆ แถมโรยหน้าด้วยไซรัปกับ 4 ท็อปปิ้ง…สตรอเบอรี่,เมลอน, พีช, เลมอน เลือกกันได้ตามใจชอบชื่นใจๆ…เสียจริงๆ

“RED SUN”…เกาหลีกระทะเหล็ก เท่าที่ “คุณชาย 3” สังเกตความครึกครื้น กลุ่มลูกค้ามีหลากหลาย นักศึกษา วัยรุ่น คนทำงาน ครอบครัวก็เยอะ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตามแต่ละช่วงเวลา

ถามไถ่ด้วยความอยากรู้ ก็ได้รู้ว่าเรดซันที่เกาหลีมีอยู่ประมาณ 50 สาขา แต่ในเมืองไทยมี 3 สาขา สยามสแควร์…ข้างศูนย์หนังสือจุฬาฯ, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น G, เซ็นทรัล ศาลายา และมีแผนจะเปิดที่เดอะมอลล์ บางกะปิ กับเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ รวมทั้งที่สีลมคอมเพล็กซ์ แหล่งรวมลูกค้าวัยทำงาน

สำหรับที่สยามสแควร์โทรศัพท์จองโต๊ะหรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 0-2252-1395 ครับผม.

คุณชาย 3

 

%d bloggers like this: