ครั้งที่ 35

All posts tagged ครั้งที่ 35

ความหนาแน่นของไดอะตอม Chaetoceros calcitrans ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของโรติเฟอร์ Brachionus plicatilis ในห้องปฏิบัติการ

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006470&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วินัย ครุฑสมพลี; ชุลีพร เดือนแจ่ม; สาธิต โกวิทวที
ชื่อเรื่อง: ความหนาแน่นของไดอะตอม Chaetoceros calcitrans ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของโรติเฟอร์ Brachionus plicatilis ในห้องปฏิบัติการ
Article title: Suitable density of diatom, Chaetoceros calcitrans for growth and development of rotifer, Brachionus plicatilis in the laboratory
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 210-217
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: BRACHIONUS, CHAETOMIUM, AQUACULTURE, STOCKING DENSITY, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: โรติเฟอร์, ไดอะตอม, BRACHIONUS PLICATILIS, CHAETOCEROS CALCITRANS, การเพาะเลี้ยง, ความหนาแน่น, การเจริญเติบโต, ปริมาณการให้อาหาร
บทคัดย่อ: การเลี้ยงโรติเฟอร์ Brachionus plicatilis โดยการใช้ความหนาแน่นของไดอะตอม Chaetoceros calcitrans ต่างกัน 5 ระดับ คือ 40*10**(4), 80*10**(4), 120*10**(4), 160*10**(4) และ 200*10**(4) เซลล์/มล. โดยทำการทดลองระดับละ 3 ซ้ำ และปล่อยเลี้ยงโรติเฟอร์ลงในขวดทดลองที่ความหนาแน่น 5 ตัว/มล. ในสภาพห้องปฏิบัติการมีค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐานของอุณหภูมิ ความเป็นกรดเป็นด่าง และความเค็ม ตลอดการทดลองเท่ากับ 29.42+-0.88 ซ., 8.57+-0.88 และ 28.49+-0.79 พีพีที ตามลำดับ ผลจากการตรวจนับจำนวนไดอะตอมและโรติเฟอร์ทุกๆ 24 ชั่วโมง พบว่าไดอะตอมมีจำนวนสูงสุดของแต่ละระดับความหนาแน่นในวันที่ 2, 1, 1, 1 และ 1 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 83.17*10**(4), 129.83*10**(4), 208.50*10**(4), 248.83*10**(4) และ 317.41*10**(4) เซลล์/มล. ตามลำดับ สำหรับโรติเฟอร์มีจำนวนสูงสุดในวันที่ 5, 6, 5, 5 และ 6 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 78.52, 136.67, 148.33, 262.16 และ 161.67 ตัว/มล. ตามลำดับ โดยไดอะตอมที่ความหนาแน่น 160*10**(4) เซลล์/มล. จะได้จำนวนโรติเฟอร์สูงสุด และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญยิ่งทางสถิติ (P<0.01) จากระดับความหนาแน่นอื่นๆ ในวันที่ 5 ของการทดลอง
หมายเลข: 006470 KC3504025
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การจำแนกพันธุกรรมของปลา Catfish ด้วยวิธี PCR และ Restriction enzyme

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006469&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กฤษณ์ มงคลปัญญา; Tiersch, Terrence R.; Cooper, R.K.; เสาวลักษณ์ ถิ่นจันทร์; มิ่งขวัญ มิ่งเมือง; อมรา ทองปาน
ชื่อเรื่อง: การจำแนกพันธุกรรมของปลา Catfish ด้วยวิธี PCR และ Restriction enzyme
Article title: Genomic identification of catifish species by polymerase chain reaction and restriction enzyme analysis of the gene encoding the immunoglobulin M heavy chain constant region
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 201-209
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS, ICTALURUS, PANGASIUS, ANDROGENESIS, DNA, NUCLEOTIDE SEQUENCE, GENETICS, IDENTIFICATION, RESTRICTION ENZYMES, PCR
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, ปลาบึก, ปลาสวาย, DNA, การจำแนกพันธุกรรม, วิธี POLYMERASE CHAIN REACTION, วิธี RESTRICTION ENZYME, การวิเคราะห์
บทคัดย่อ: DNA ที่สกัดได้จากเลือดของปลา Catfish 3 วงศ์ (Clariidae, Pangasiidae, และ Ictaluriidae) มีระดับความบริสุทธิ์ (A sub(260)/A sub(280)) อยู่ในช่วง 1.8-2.1 เมื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่อง PCR โดยใช้ไพรเมอร์ที่จำเพาะกับ CH4 exon ของ IgM สายยาว พบว่า DNA ของปลาดุกอุย, ปลาบึก, ปลาสวาย และลูกผสมบึก X สวาย ให้แถบ DNA เพียงหนึ่งแถบ (about 300 bp) ในขณะเดียวกันในปลาดุกยักษ์ และลูกผสมดุกอุย X ดุกยักษ์ (บิ๊กอุย) มี 2 แถบ (300 bp และ 340 bp) เป็นผลให้สามารถชี้แสดงความแตกต่างกับปลาดุกอุยในระดับโมเลกุล และเมื่อนำ DNA ที่ผ่านกรรมวิธี PCR ของปลากดหลวง (channal catfish), ปลาบึก และ ปลาสวาย มาวิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอไทด์ทำให้สามารถเลือกเอนไซม์ HpaI (เอนไซม์ตัดจำเพาะตำแหน่ง) มาใช้ตัด DNA เพื่อหาความแตกต่างในระดับโมเลกุลระหว่างปลาในวงศ์ Pangasiidae ต่อไปอีกขั้นหนึ่ง และพบว่า DNA ของปลาบึกไม่ถูกตัดได้ DNA 1 แถบ (300 bp), ในขณะที่ DNA ปลาสวายถูกตัดได้ 2 แถบ (100 bp และ 200 bp) และลูกผสมบึก X สวาย ได้ 3 แถบ (100 bp, 200 bp และ 300 bp) ผลจากการวิเคราะห์ในระดับโมเลกุลนี้ทำให้สามารถจำแนกพันธุกรรมของปลาต่างๆ ที่กล่าวมา และเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบสายพันธุ์ปลาที่เกิดจากการทำแอนโดเจเนซีส, ไจโนเจเนซีส และโพลีพลอยด์ ได้อย่างชัดเจน
หมายเลข: 006469 KC3504024
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การผสมเทียมปลากะพงแดง Lutjanus argentimaculatus

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006468&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นุดล โมฬี; อคัสซึ, สุมิโต; พอจำ อรัณยกานนท์
ชื่อเรื่อง: การผสมเทียมปลากะพงแดง Lutjanus argentimaculatus
Article title: Artificial fertilization of the red snapper, Lutjanus argentimaculatus
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 197-200
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: LUTJANUS, ARTIFICIAL INSEMINATION, HORMONES, OVULATION, HATCHING, AQUACULTURE, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลากะพงแดง, การผสมเทียม, วิธีการ, การอนุบาล
บทคัดย่อ: ได้ทำการผสมเทียมปลากะพงแดง Lutjanus argentimaculatus ได้สำเร็จโดยใช้ฮอร์โมน Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ฉีดกระตุ้นบริเวณกล้ามเนื้อหลังของปลาตัวเมียในอัตรา 0.15 I.U. ต่อน้ำหนักตัว 1 กรัม ส่วนปลาตัวผู้มีความพร้อมจึงไม่ต้องใช้ฮอร์โมนกระตุ้น สามารถรีดไข่ได้หลังจากฉีดฮอร์โมนแล้ว 38-43 ชั่วโมง ไข่ที่ได้รับการผสมกับอสุจิฟักออกเป็นตัวในเวลา 20 ชั่วโมงที่อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส ทำการอนุบาลลูกปลาด้วยตัวอ่อนของ Copepod และตัวอ่อนของปูม้าได้อัตราการรอด 20 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006468 KC3504023
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

รูปแบบการแพร่กระจายและความหนาแน่นของ Noctiluca scintillans ในอ่าวไทยตอนบน

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006467&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สมภพ รุ่งสุภา
ชื่อเรื่อง: รูปแบบการแพร่กระจายและความหนาแน่นของ Noctiluca scintillans ในอ่าวไทยตอนบน
Article title: Distribution pattern and density of Noctiluca scintillans around the upper gulf of Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 187-196
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
หมวดรอง: P10-Water resources and management
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PHYTOPLANKTON, NATURAL DISTRIBUTION, DENSITY, SEASONS, PLANKTON BLOOMS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: แพลงตอนพืช, NOCTILUCA SCINTILLANS, ความหนาแน่น, การแพร่กระจาย, ปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี, การสำรวจ, อ่าวไทยตอนบน
บทคัดย่อ: ผลจากการออกภาคสนามตั้งแต่ พ.ศ.2533-2538 รวมทั้งข้อมูลการศึกษา ตั้งแต่ พ.ศ.2525-2530 ที่ได้มีผู้รายงานไว้ และการบินสำรวจและบันทึกบริเวณและขอบเขตของการเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี ระหว่าง พ.ศ. 2537-2538 พบว่าบริเวณที่เกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี จาก Noctiluca scintillans บ่อยครั้งที่สุด ได้แก่ บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง จนถึงศรีราชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างฤดูฝน (พฤษภาคม ถึง ตุลาคม) โดยพบมากที่สุด เท่ากับ 1.47 * 10**(6) เซล/ลบ.เมตร ในขณะที่ความหนาแน่นของ N. scintillans ที่พบในระยะที่ทำให้สัตว์น้ำตาย ในบริเวณอ่าวศรีราชา ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2534 เท่ากับ 0.6792 * 10**(6) เซล/ลบ.เมตร ไม่พบว่าความหนาแน่นของ N. scintillans เพิ่มตามเวลาที่ผ่านไป แต่พบว่าบริเวณที่พบ N. scintillans มากขยายออกไปครอบคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันออกทั้งหมด โดยเฉพาะบริเวณที่พบมากที่สุดเคลื่อนลงมาพบบริเวณ ศรีราชา ถึง ใกล้เกาะสีชัง เทียบกับในอดีตที่พบมากบริเวณใกล้ปากแม่น้ำสายหลัก
หมายเลข: 006467 KC3504022
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การทดลองใช้เครื่องหมายติดตามตัวกุ้งแบบทำเองจากวัสดุราคาถูกในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006466&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์; ภาวิณี พัฒน์จันทร์; ชลิดา ชมานนท์; สมภพ รุ่งสุภา
ชื่อเรื่อง: การทดลองใช้เครื่องหมายติดตามตัวกุ้งแบบทำเองจากวัสดุราคาถูกในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
Article title: Self marking streamer tag from cheap material in black tiger prawn pond cultured
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 181-186
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M40-Aquatic ecology
หมวดรอง: N20-Agricultural machinery and equipment
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, MARKING, PLASTICS, GROWTH RATE, LENGTH, WEIGHT
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, เครื่องหมายติดตามตัว, พลาสติกไวนิล, การทำเครื่องหมาย, วัสดุ, ความคงทน, อัตราการตาย, อัตราการเจริญเติบโต
บทคัดย่อ: จัดทำเครื่องหมายติดตามกุ้งทะเลจากแผ่นพลาสติกไวนิลสีฟ้า (ใช้สำหรับรองผู้ป่วย) ขนาดกว้างxยาว เท่ากับ 0.50*3.50 ซม. โดยมีการจัดทำเช่นเดียวกับ สมภพ(2536) ติดเครื่องหมายกับกุ้งกุลาดำขนาดยาวสุดเฉลี่ย 7.85 ซม. น้ำหนักตัวเฉลี่ย 4.18 กรัม จำนวน 727 ตัว และเครื่องหมายที่จัดซื้อจากต่างประเทศ ขนาดกว้างxยาว เท่ากับ 0.30*3.50 ซม. จำนวน 248 ตัว รวมทั้งหมด 975 ตัว เลี้ยงกุ้งกุลาดำที่ติดเครื่องหมายทั้งสองแบบรวมกับกุ้งกุลาดำที่ไม่ติดเครื่องหมายจำนวนประมาณ 18,000 ตัว ในบ่อดินขนาด 4 ไร่ ณ ศูนย์พัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดฉะเชิงเทรา ระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม 2539 ถึง 13 กันยายน 2539 รวมเวลา 35 วัน ทำการสุ่มจับกุ้งกุลาดำที่มีเครื่องหมายและไม่มีเครื่องหมายทั้งหมดจำนวน 197 ตัวพบกุ้งกุลาดำที่มีเครื่องหมายแบบทำเอง จำนวน 12 ตัว คิดเป็น 1.65 เปอร์เซ็นต์ มีเครื่องหมายจากต่างประเทศ จำนวน 5 ตัว คิดเป็น 2.01 เปอร์เซ็นต์ กุ้งกุลาดำที่ติดเครื่องหมายแบบทำเองมีขนาดความยาวสุดเฉลี่ย 11.9 ซม. น้ำหนักเฉลี่ย 13.7 กรัม อัตราการเจริญ 227.75 เปอร์เซ็นต์ กุ้งกุลาดำที่ติดเครื่องหมายจากต่างประเทศ มีขนาดความยาวสุดเฉลี่ย 11.6 ซม. น้ำหนักเฉลี่ย 12.2 กรัม อัตราการเจริญ 191.87 เปอร์เซ็นต์ กุ้งกุลาดำที่ไม่ติดเครื่องหมาย มีขนาดความยาวสุดเฉลี่ย 11.63 ซม. น้ำหนักเฉลี่ย 12.57 กรัม อัตราการเจริญ 200.72 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006466 KC3504021
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่รวบรวมได้จากการใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006465&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เฉลิมวิไล ชื่นศรี; อนุตร กฤษณะพันธุ์
ชื่อเรื่อง: ชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่รวบรวมได้จากการใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง
Article title: Species composition of aquatic fauna harvested by small-scale fishing gears at Amphoe Sikao, Changwat Trang
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 173-180
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M11-Fisheries production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: AQUATIC ANIMALS, FISHING GEAR, SURVEYS, SPECIES, DIMENSIONS, WEIGHT, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: สัตว์น้ำ, เครื่องมือประมงพื้นบ้าน, การสำรวจ, ชนิด, ปริมาณ, จ.ตรัง, อ.สิเกา
บทคัดย่อ: การศึกษาชนิดและปริมาณสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือประมงพื้นบ้าน 3 ชนิดคือ อวนลอยกุ้ง 3 ชั้น อวนจมปูม้า และไซหมึก ที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2537 ถึงเดือนมีนาคม 2538 พบว่าอวนลอยกุ้ง 3 ชั้นจับสัตว์น้ำได้ 21 ชนิด เป็นกุ้งร้อยละ 28.45 ปลาร้อยละ 49.23 ปูร้อยละ 3.78 หมึกร้อยละ 9.8 และกั้งร้อยละ 3.8 อวนจมปูม้าจับสัตว์น้ำได้ 11 ชนิด เป็นปูร้อยละ 75.58 ปลาร้อยละ 18.59 หมึกร้อยละ 1.63 และกั้งร้อยละ 4.2 ไซหมึก จับสัตว์น้ำได้ 7 ชนิด เป็นหมึกร้อยละ 77.8 ปลาร้อยละ 14.82 และปูร้อยละ 7.38 เครื่องมือประมงพื้นบ้านทุกชนิดยกเว้นอวนลอยกุ้ง 3 ชั้นสามารถจับสัตว์น้ำได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังพบว่าขนาดของสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือประมงบางชนิดแตกต่างไปตามฤดูกาล แต่ชนิดของสัตว์น้ำที่จับได้จากเครื่องมือประมงทั้ง 3 ชนิดในฤดูมรสุมและนอกฤดูมรสุมไม่มีการเปลี่ยนแปลง
หมายเลข: 006465 KC3504020
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การสำรวจสถานภาพการใช้สารฆ่าเชื้อในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำสภาพความเค็มต่ำ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006464&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: มณฑิรา ถาวรยุติการต์; สมภพ รุ่งสุภา; ชลิดา ชมานนท์
ชื่อเรื่อง: การสำรวจสถานภาพการใช้สารฆ่าเชื้อในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำสภาพความเค็มต่ำ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
Article title: Use of disinfectants at low salinity in Penaeus monodon culture in Amphur Bang Pakong, Chachaengsoa province and Amphur Phan Thong, Chonburi province
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 165-172
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, DISINFECTANTS, APPLICATION RATES, SURVEYS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, ยาฆ่าเชื้อ, การสำรวจ, ชนิด, อัตราการใช้, สภาพความเค็มต่ำ, จ.ฉะเชิงเทรา, อ.บางปะกง, จ.ชลบุรี, อ.พานทอง
บทคัดย่อ: การออกสำรวจสถานภาพการใช้สารฆ่าเชื้อในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำสภาพความเค็มต่ำ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชนิดของสารฆ่าเชื้อ อัตราการใช้ เหตุผลที่ใช้หรือแนะนำกับเกษตรกรและผู้จำหน่ายสารฆ่าเชื้อตามแบบสอบถามที่จัดทำขึ้น ระหว่างวันที่ 1-13 เดือนพฤศจิกายน ปี 2539 พบว่า ชนิดของสารฆ่าเชื้อที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในพื้นที่สำรวจ คือ โพวิโดนไอโอดีน เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ และกลูตารัลดีไฮด์ ซึ่งกลูตารัลดีไฮด์ เป็นสารฆ่าเชื้อที่เกษตรกรในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการใช้ในปริมาณมากที่สุด (73.3 เปอร์เซ็นต์) รองลงมา คือ โพวิโดน-ไอโอดีน (18.6 เปอร์เซ็นต์) และเบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (8.1 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ ขณะที่เกษตรกรในอำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี มีการใช้กลูตารัลดีไฮด์ในปริมาณมากที่สุด (50 เปอร์เซ็นต์) เช่นกัน รองลงมาคือ เบนซัลโคเนียมคลอไรด์ (33.3 เปอร์เซ็นต์) และโพวิโดน-ไอโอดีน (16.7 เปอร์เซ็นต์) ตามลำดับ โดยใช้สารฆ่าเชื้อทั้งสามชนิดเพื่อการฆ่าเชื้อโรคในน้ำทั้งแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส และโปรโตซัว ขณะเตรียมบ่อหรือระหว่างการเลี้ยงกุ้ง หรือใช้ในการควบคุมแพลงก์ตอนในบ่อเลี้ยง อัตราการใช้ทั่วไปของกูลตารัลดีไฮด์ขณะเตรียมบ่อ 2-3 มิลลิกรัม/ลิตร (ppm) และขณะเลี้ยง 0.5-1 ppm ส่วนโพวิโดน-ไอโอดีน 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะเตรียมบ่อใช้ 0.5-0.8 ppm และขณะเลี้ยง 0.8-2 ppm และเบนซัลโคเนียมคลอไรด์เข้มข้น 50 เปอร์เซ็นต์ และ 80 เปอร์เซ็นต์ ใช้ 0.8-1 และ 0.5-0.8 ppm ตามลำดับ
หมายเลข: 006464 KC3504019
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาโครโมโซมของปลาส้อยขาว ปลาร่องไม้ตับ ปลาเขยา และปลาซิวใบไผ่ ที่พบในประเทศไทย

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006463&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธวัช ดอนสกุล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาโครโมโซมของปลาส้อยขาว ปลาร่องไม้ตับ ปลาเขยา และปลาซิวใบไผ่ ที่พบในประเทศไทย
Article title: Chromosome study on four species of cyprinid fishes, Cirrhinus jullieni, Osteochilus vittatus, Acrossocheilus deauratus and Danio regina, from Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science; Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 155-164
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CIRRHINUS, CHROMOSOMES, CHROMOSOME NUMBER, KARYOTYPES, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลาส้อยขาว, ปลาร่องไม้ตับ, ปลาเขยา, ปลาซิวใบไผ่, โครโมโซม, คาริโอไทพ์, จำนวนโครโมโซม
บทคัดย่อ: การทดลองครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาจำนวนโครโมโซม และคาริโอไทพ์ของปลาส้อยขาว ปลาร่องไม้ตับ ปลาเขยา และปลาซิวใบไผ่ที่พบในประเทศไทย ปลาแต่ละชนิดจำนวนชนิดละ 6 ตัว ที่นำมาใช้ศึกษามีความยาวมาตรฐาน 8.2-8.5 ซม. 6.5-7.1 ซม. 6.2-6.9 ซม. และ 3.5-4.5 ซม. เรียงตามลำดับ การเตรียมโครโมโซมเพื่อศึกษาดัดแปลงมาจากวิธีของอีดะและคีโอ (Ida and Kyo, 1980) การจำแนกโครโมโซมถือเอาตามวิธีของลีแวนและคณะ (Levan et. al., 1964) ผลการทดลองพบว่า (1) ปลาส้อยขาวมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 18 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 3 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 1 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 3 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 92 (2) ปลาร่องไม้ตับมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 13 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 5 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 7 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 86 (3) ปลาเขยามีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 6 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 3 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 4 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 12 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 68 (4) ปลาซิวใบไผ่มีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 7 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 5 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 8 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 5 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 74 ข้อมูลทางด้านเซลล์พันธุ์ศาสตร์นี้มีประโยชน์ทางด้านเซลล์อนุกรมวิธานของปลา
หมายเลข: 006463 KC3504018
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเพาะเลี้ยงเททระไฮมีนา(โพรโตซัว) และผลของการปนเปื้อน ด้วยเททระไฮมีนาต่อการเพาะฟักไข่ปลา

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006462&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิกรม รังสินธุ์; อมรา ทองปาน; นันทพร จารุพันธุ์; เสาวลักษณ์ ถิ่นจันทร์; กฤษณ์ มงคลปัญญา
ชื่อเรื่อง: การเพาะเลี้ยงเททระไฮมีนา(โพรโตซัว) และผลของการปนเปื้อน ด้วยเททระไฮมีนาต่อการเพาะฟักไข่ปลา
Article title: Monoculture of Tetrahymena pyriformis (Protozoa) and its effect on fertilization in fish
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 151-154
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L53-Animal physiology – Reproduction
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: HOLOTRICHIA (PROTOZOA), CLARIAS, CELL CULTURE, OVA, FERTILIZATION
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกยักษ์, TETRAHYMENA PYRIFORMIS, โปรโตซัว, การเพาะเลี้ยง, ปรสิต, อัตราการปฏิสนธิ, ผลกระทบ
บทคัดย่อ: รายงานนี้อธิบายถึงวิธีการสำหรับแยก และเพาะเลี้ยงแบบ monoculture สำหรับโพรโทซัวพวกมีขนเซลล์ (เททระไฮมีนา ไพริฟอร์มิส Tetrahymena pyriformis) ที่ปนเปื้อนมากับไข่ปลาที่ใช้ทดลอง นอกจากนั้นได้ทดลองเติมเททระไฮมีนา (0, 2.6*10**(3), 5.2*10**(3), 10.4*10**(3) ตัว/ไข่หนึ่งฟอง) ลงไปในน้ำเพาะฟักไข่ปลาดุกยักษ์ พบว่าอัตราการปฏิสนธิของไข่เท่ากับ 68, 65, 61 และ 62 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (P>0.05)
หมายเลข: 006462 KC3504017
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ฤทธิ์ของสารสกัดจากสมุนไพรบางชนิดต่อเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดโรคตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006461&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นิพัทธ์ โชติการ; สมพร รุ่งกำเนิดวงศ์; เครือวัลย์ อ่อนทอง; สถาพร ดิเรกบุษราคม
ชื่อเรื่อง: ฤทธิ์ของสารสกัดจากสมุนไพรบางชนิดต่อเชื้อไวรัส ที่ทำให้เกิดโรคตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ
Article title: Virucidal activity of some Thai traditional herbs against systemic extodermal and mesodermal baculovirus in tiger shrimp (Penaeus monodon)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 35 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม คหกรรมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2540
Source title : Proceedings of the 35th Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Environmental Management, Home Economics, Education and Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2540
หน้า: หน้า 145-150
จำนวนหน้า: 725 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF Q101 ก58 2540)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, SYSTEMIC DISEASES, BACULOVIRIDAE, PSIDIUM GUAJAVA, PHYLLANTHUS, DRUG PLANTS, PLANT EXTRACTS, DISEASE CONTROL, APPLICATION RATES, MORTALITY, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, โรคตัวแดงดวงขาว, พืชสมุนไพร, ไวรัส, พญายอ, ฝรั่ง, ก้างปลาเครือ, มะยม, ลูกใต้ใบ, สารสกัดจากพืช, การควบคุมโดยชีววิธี, การออกฤทธิ์, ความเข้มข้น, ประสิทธิภาพ, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การทดสอบฤทธิ์การทำลายเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตัวแดงดวงขาว (SEMBV) ของสารสกัดจากสมุนไพรไทย 8 ชนิด คือ พญายอ (Clinacanthus nutans), ฝรั่ง (Psidium guajava), ก้างปลาเครือ (Phyllanthus reticulatus), มะยม (Phyllanthus acidus), ธรณีสาร (Phyllanthus pulcher), ลูกใต้ใบ 2 ชนิด ได้แก่ Phyllanthus amarus, Phyllanthus debelis และหญ้าใต้ใบ (Phyllanthus urinaria) โดยผสมสารสกัดสมุนไพรในอัตรา 10 มก/มล กับไวรัส SEMBV ที่เจือจาง 1:1,000,000 เท่า จากนั้นนำไปฉีดเข้ากล้ามเนื้อกุ้งกุลาดำแล้วเลี้ยงต่อไปเป็นเวลา 14 วัน พบว่าสมุนไพรทุกชนิดที่ใช้ในการทดสอบครั้งนี้ให้ผลในการยับยั้งเชื้อไวรัส SEMBV ได้ดีที่สุดคือหญ้าใต้ใบ (Phyllanthus urinaria) โดยทำให้กุ้งที่ใช้ทดสอบมีอัตรารอดตายถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อัตราการรอดตายของกุ้งที่ฉีดด้วยสมุนไพรชนิดอื่นอยู่ระหว่าง 58-85 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006461 KC3504016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: