ครั้งที่ 33

All posts tagged ครั้งที่ 33

ผลของการเพิ่มไขมันและการเก็บรักษา ต่อการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันในอาร์ทีเมีย

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006055&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ศราวุธ คเชนทองสุวรรณ; สุธีวัฒน์ สมสืบ; พิศมัย สมสืบ
ชื่อเรื่อง: ผลของการเพิ่มไขมันและการเก็บรักษา ต่อการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันในอาร์ทีเมีย
Article title: Effect of enriched and storaged on fatty acid profile of Artemia
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 139-147
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: Q55-Feed additives
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ARTEMIA; SEA BASS; FATTY ACIDS; FEEDS; NUTRITIVE VALUE; GROWTH RATE; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: อาร์ทีเมีย, กรดไขมัน, ปลากะพงขาว, สารเพิ่มคุณภาพ, การเพิ่มคุณภาพ, การเก็บรักษา, องค์ประกอบ, ปริมาณ, คุณภาพ, การอนุบาล, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การเพิ่มคุณภาพของอาร์ทีเมีย ในระยะ instar II โดยการใช้สารเพิ่มคุณภาพ (enrichment) 2 ชนิดเป็นอาหารคือ สารที่ซื้อจากท้องตลาด (SELCO) และสารที่เตรียมขึ้นจากไข่แดงผสมวิตามินรวมและน้ำมันปลาทูน่าเปรียบเทียบกับอาร์ทีเมียที่ไม่มีการให้อาหาร(control) ระยะเวลาการให้อาหารแก่อาร์ทีเมีย คือ 4, 6, 8, 10, 12 และ 24 ชม. แล้วทำการรวบรวมอาร์ทีเมียที่ให้อาหารระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ชุดแรก ทำให้แห้งก่อนเข้าตู้แช่แข็ง เพื่อนำไปวิเคราะห์กรดไขมัน ส่วนชุดที่สองนำไปใส่ตู้เย็นที่อุณหภูมิปกติ (-4 องศาเซลเซียส) เป็นเวลา 24 ชม. ก่อนจะนำไปแช่งแข็งเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบและการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันในอาร์ทีเมีย พบว่าการใช้สารเพิ่มคุณภาพทั้ง 2 ชนิด ทำให้ปริมาณกรดไขมันเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรดไขมันที่มีความไม่อิ่มตัวสูง (DHA = 22 : 6W3) ซึ่งจะไม่พบในอาร์ทีเมีย ที่เพิ่งฟักหรือชุด control และการเก็บอาร์ทีเมียที่อุณหภูมิ -4 องศาเซลเซียส มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของกรดไขมันน้อยมาก จากการทดสอบเบื้องต้น (Pretest) โดยการอนุบาลลูกปลากระพงขาวอายุ 12 วัน ด้วยอาร์ทีเมียที่เพิ่มคุณภาพด้วยสารอาหาร 2 ชนิด ดังกล่าว เปรียบเทียบกับอาร์ทีเมียที่ไม่มีการให้อาหาร พบว่า ลูกปลามีอัตราการรอดไม่แตกต่างกันแต่ลูกปลาที่อนุบาลด้วยสารเพิ่มคุณภาพทั้ง 2 ชนิด มีการเข้า metamorphosis เร็วกว่าชุด control และลูกปลาอายุ 20 วัน ซึ่งอยู่ในระยะ post-metamorphosis ให้ผลไม่แตกต่างกันเมื่อนำมาทดสอบที่ความเค็ม 50 ppt เป็นเวลา 3 ชม.
หมายเลข: 006055 KC3304018
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

คาริโอไทพ์ของปลาพรม ปลากระมัง ปลาแปบ และปลาซิวควายที่พบในประเทศไทย

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006054&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิเชียร มากตุ่น; ธวัช ดอนสกุล
ชื่อเรื่อง: คาริโอไทพ์ของปลาพรม ปลากระมัง ปลาแปบ และปลาซิวควายที่พบในประเทศไทย
Article title: Karyotypes of four cyprinid fishes, Osteochilus melanopleura, Puntioplites proctozysron, Paralaubuca riveroi and Rasbora sumatrana, from Thailand
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 128-138
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FRESHWATER FISHES; KARYOTYPES; CHROMOSOMES; CHROMOSOME NUMBER; DIPLOIDY; THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ปลาพรม, ปลากระมัง, ปลาแปบ, ปลาซิวควาย, คาริโอไทพ์, โครโมโซม, จำนวนโครโมโซม
บทคัดย่อ: การทดลองครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาจำนวนโครโมโซมและคาริโอไทพ์ ของปลาพรม ปลากระมัง ปลาแปบ และปลาซิวควายที่ในประเทศไทย ปลาแต่ละชนิดจำนวนชนิดละ 4 ตัว ที่นำมาใช้ศึกษามีความยาวมาตรฐาน 12.2-15.4 ซม. 10.0-11.3 ซม. 8.0-9.2 ซม. และ 5.1-6.5 ซม. ตามลำดับ การเตรียมโครโมโซมเพื่อศึกษาดัดแปลงมาจากวิธีของอีดะและคีโอ (Ida and Kyo, 1980) การจำแนกโครโมโซมถือเอาตามวิธีของลีแวนและคณะ (Levan et al., 1964) ผลการทดลองพบว่า 1) ปลาพรมมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 18 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 5 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 1 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 1 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 96 2) ปลากระมังมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 10 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 3 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 3 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 9 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 76 3) ปลาแปบมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=48 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 8 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 9 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 2 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 5 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 82 4) ปลาซิวควายมีจำนวนโครโมโซมแบบดิพลอยด์ 2n=50 คาริโอไทพ์ประกอบด้วยโครโมโซมแบบเมตาเซนตริก 13 คู่ แบบสับเมตาเซนตริก 8 คู่ แบบสับทีโลเซนตริก 1 คู่ และแบบอะโครเซนตริก 3 คู่ จำนวนแขนโครโมโซมเท่ากับ 92 ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ปลาพรม ปลากระมัง และปลาซิวควายมีจำนวนโครโมโซม 2n=50 เท่ากัน แต่ปลาแปบมีจำนวนโครโมโซมต่างออกไปคือมีโครโมโซม 2n=48 ส่วนจำนวนแขนและคาริโอไทพ์ของปลาทั้ง 4 ชนิดแตกต่างกัน ผลการศึกษามีประโยชน์ทางด้านเซลล์อนุกรมวิธานและความสัมพันธ์ด้านวิวัฒนาการของปลา
หมายเลข: 006054 KC3304017
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเปรียบเทียบวิธีการทำลายก้านตา เพื่อเร่งการวางไข่ของกั้งตั๊กแตน Oratosquilla nepa (Latreille, 1825)

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006053&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นฤมล เดชะประเสริฐ; สาธิต โกวิทวที
ชื่อเรื่อง: การเปรียบเทียบวิธีการทำลายก้านตา เพื่อเร่งการวางไข่ของกั้งตั๊กแตน Oratosquilla nepa (Latreille, 1825)
Article title: Comparison of different ablation methods for induced spawning of mantis shrimp Oratosquilla nepa (Latreille, 1825)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 123-127
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L53-Animal physiology – Reproduction
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PRAWNS; RESECTION; OVIPOSITION; INDUCED OVULATION; EGG HATCHABILITY; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กั้งตั๊กแตน, การทำลายก้านตา, การเร่งการวางไข่, อัตราการรอดตาย, การฟักเป็นตัว
บทคัดย่อ: การทดลองเร่งการวางไข่ของกั้งตั๊กแตน Oratosquilla napa (Latreille, 1825) โดยวิธีการทำลายก้านตา 5 กรรมวิธี คือ การบีบตา จี้ตา ผูกตา และการตัดตา เทียบกับกั้งตั๊กแตนที่ไม่ทำลายก้านตา พบว่าเวลาเฉลี่ยในการวางไข่ของกั้งกั๊กแตนหลังจากทำลายก้านตาแล้วใช้เวลา 3.62, 7.33, 7.63, 10.14 และ 8.50 วัน ตามลำดับ เปอร์เซ็นต์ที่แม่กั้งตั๊กแตนออกไข่ในแต่ละกรรมวิธีมีค่าเท่ากับ 53.33, 40.00, 73.33, 46.67 และ 80.00 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ อัตราการรอดตายของแม่กั้งตั๊กแตนที่ทำการทดลองอยู่ระหว่าง 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ สำหรับไข่ที่แม่กั้งตั๊กแตนให้นั้นสามารถฟักออกเป็นตัวอ่อนได้ทุกกรรมวิธี โดยใช้เวลาในการฟักประมาณ 10 วัน
หมายเลข: 006053 KC3304016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การพัฒนารูปแบบและวิธีการอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำระบบปิด

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006052&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: อารี จันทร์นาค; ธงชัย เพิ่มงาม; ธนัญช์ สังกรธนกิจ; สุพิศ ทองรอด; อนันต์ ตันสุตะพานิช
ชื่อเรื่อง: การพัฒนารูปแบบและวิธีการอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำระบบปิด
Article title: New technology for nursing giant tiger shrimp (Penaeus monodon) larvae in closed system
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 114-120
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; AQUACULTURE TECHNIQUES; WATER MANAGEMENT; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, การอนุบาล, การเลี้ยงระบบปิด
บทคัดย่อ: จากการพัฒนารูปแบบและวิธีการอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำเชิงพาณิชย์ระบบปิดในรูปแบบใช้บ่ออนุบาลลูกกุ้ง เป็นบ่อบำบัดน้ำพร้อมกันไปด้วย ในครั้งนี้นั้นมีหลักการปฏิบัติงาน ที่จะใช้ วิธีการทั้งทางชีวภาพ ฟิสิกส์ และเคมีที่สอดคล้องกับกลไกธรรมชาติบำบัดควบคู่ผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในการบำบัดปรังปรุงฟาร์มและบำบัดปรับปรุงคุณภาพน้ำที่มีมลภาวะปนเปื้อนซึ่งเก็บกักพักไว้ภายในฟาร์มให้กลับคืนสู่สภาวะที่เหมาะสม สะอาด ถูกหลักอนามัยก่อนที่จะนำไปใช้ในการอนุบาล ส่วนในระหว่างการอนุบาลก็จะใช้อาหารสำเร็จรูปแทนการใช้อาหารธรรมชาติพวกไดอะตอมและจะรักษาคุณภาพน้ำให้อยู่ในภาวะสมดุลย์อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องดูดตะกอนและเปลี่ยนถ่ายน้ำทิ้ง ซึ่งจะอนุบาลลูกกุ้งจากระยะนอร์เพลียสจนถึงระยะโพสลาร์วี 1 ในบ่อซีเมนต์ แล้วจึงย้ายลูกกุ้งทั้งหมดไปอนุบาลต่อทั้งในบ่อซีเมนต์และบ่อดินที่เตรียมไว้ก่อนแล้วจนถึงระยะโพสลาร์วี 15 ผลการปฏิบัติงานอนุบาลลูกกุ้งในบ่อซีเมนต์ ขนาด 5 ตัน จำนวน 4 บ่อ จากระยะนอร์เพลียสจนถึง ระยะโพสลาร์วี 1 ลูกกุ้งมีอัตรารอดระหว่าง 80-85 เปอร์เซ็นต์ (400,000-425,000 ตัว/บ่อ รวม 1,645,000 ตัว) และจากระยะโพสลาร์วี 1 ถึงระยะโพสลาร์วี 15 มีอัตรารอด 40-60 เปอร์เซ็นต์ (150,000-250,000 ตัว/บ่อ รวม 765,000 ตัว) ส่วนการอนุบาลลูกกุ้งในบ่อดิน ขนาด 1 ไร่ จำนวน 3 บ่อ จากระยะโพลลาร์วี 1 ถึงระยะโพสลาร์วี 15 ลูกกุ้งมีอัตรารอดระหว่าง 55-70 เปอร์เซ็นต์ (550,000-700,000 ตัว/ไร่ รวม 1,880,000 ตัว) จากการทดลองนี้ ผลผลิตที่ได้อยู่ในขั้นที่ดี มีการใช้น้ำอย่างประหยัด ลดมลภาวะ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และลดต้นทุนการผลิตพร้อมกันไปด้วย แต่ก็เป็นเพียงการริเริ่มทดสอบรูปแบบและวิธีการอนุบาลลูกกุ้งระบบปิดขั้นพื้นฐานเท่านั้นยังจะต้องช่วยกันพัฒนาต่อไปอีกมาก
หมายเลข: 006052 KC3304015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาวิธีการบำบัดเลนและน้ำที่มีมลพิษปนเปื้อนกลับมาใช้ ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิด

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006051&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เจริญ โอมณี; ธงชัย เพิ่มงาม; ธนัญช์ สังกรธนกิจ; อนันต์ ตันสุตะพานิช
ชื่อเรื่อง: การศึกษาวิธีการบำบัดเลนและน้ำที่มีมลพิษปนเปื้อนกลับมาใช้ ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำระบบปิด
Article title: Study on elimination of pollutants in closed system culture of giant tiger shrimp (Penaeus monodon)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 107-113
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: P10-Water resources and management
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; POLLUTANTS; AQUACULTURE TECHNIQUES; WASTEWATER TREATMENT; STOCKING DENSITY; WATER QUALITY; SURVIVAL; YIELDS
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; สารมลพิษ; เทคนิคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ; การปฏิบัติต่อน้ำเสีย; ความหนาแน่นของสัตว์ต่อพื้นที่เลี้ยง; คุณภาพน้ำ; การอยู่รอด; ผลผลิต
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, การบำบัดเลน, การบำบัดน้ำเสีย, วิธีการ, การเลี้ยงระบบปิด, คุณภาพน้ำ, ผลผลิต
บทคัดย่อ: จากการศึกษาวิธีการบำบัดเลนและน้ำที่มีมลพิษปนเปื้อนกลับมาใช้ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เชิงพาณิชย์ระบบปิดในรูปแบบใช้บ่อเลี้ยงกุ้งเป็นบ่อบำบัดน้ำพร้อมกันไปด้วย ในครั้งนี้ทั้งที่เพชรบุรีและฉะเชิงเทรา นั้น มีหลักการปฏิบัติงานที่จะใช้วิธีการทั้งทางชีวภาพ ฟิสิกส์ และเคมี ที่สอดคล้องกับกลไกธรรมชาติบำบัดควบคู่ผสมผสานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อการบำบัดปรับปรุงฟาร์ม การบำบัดเลน บำบัดน้ำ และทำความสะอาด ซ่อมบำรุงเครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีมลภาวะปนเปื้อน ให้กลับคืนสู่สภาวะที่เหมาะสม สะอาดปราศจากสารพิษ และเชื้อต่างๆ ภายในฟาร์ม ก่อนที่จะใช้ในการเลี้ยงกุ้ง อีกทั้งในระหว่างการเลี้ยงก็จะควบคุมการให้อาหาร และรักษาคุณภาพน้ำภายในฟาร์มให้อยู่ในภาวะสมดุลย์อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องดูดเลนและไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำทิ้ง ผลการปฏิบัติงาน ปรากฏว่า ยังคงสามารถเลี้ยงกุ้งได้ (ขนาดประมาณ 43 ตัว/กิโลกรัม) ผลผลิตสูง (350-550 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยง 30,000 ตัว/ไร่, 1,300, 1,500 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยง 100,000 ตัว/ไร่ และ 1,960 กิโลกรัม/ไร่ เมื่อปล่อยลูกกุ้งลงเลี้ยง 150,000 ตัว/ไร่) จากการทดลองนี้ มีการใช้น้ำอย่างประหยัด อีกทั้งน่าจะมีส่วนช่วยลดมลภาวะ ลดขั้นตอนการปฏิบัติงานและลดต้นทุนการผลิตพร้อมกันไปด้วย ซึ่งน่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งขั้นพื้นฐานในการที่จะช่วยกันพัฒนาการเลี้ยงกุ้งให้ยั่งยืนต่อไป
หมายเลข: 006051 KC3304014
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของการใช้สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ในปลาสด

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006050&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นงนุช รักสกุลไทย; มยุรี จัยวัฒน์; ดุษฎี ตันหัน
ชื่อเรื่อง: ผลของการใช้สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ในปลาสด
Article title: Effect of formaldehyde in fresh fish
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 101-106
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: J14-Handling, transport, storage and protection of fisheries and aquacultural products
หมวดรอง: Q03-Food contamination and toxicology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: RASTRELLIGER; SAURIDA; FORMALDEHYDE; STORAGE; APPLICATION RATES; TEMPERATURE; ORGANOLEPTIC ANALYSIS; QUALITY
ดรรชนี-ไทย: ปลาลัง, ปลาปากคม, FORMALDEHYDE, การเก็บรักษา, อุณหภูมิ, การแช่แข็ง, คุณภาพ, ความเข้มข้น
บทคัดย่อ: ผลการทดลองจุ่มปลาสดในสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ที่ระดับความเข้มข้นต่างๆ ก่อนวางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องหรือแช่ในน้ำแข็ง หรือแช่แข็งและเก็บในห้องเย็นที่ -18 องศาเซลเซียส พบว่าผลการใช้ในปลาลังและปลาปากคมมีลักษณะคล้ายคลึงกัน การวางปลาสดในอุณหภูมิห้องนั้นสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์เข้มข้น 250 ส่วนในล้านส่วน หรือสูงกว่าจะทำให้ปลาลังคงลักษณะทางกายภาพของปลาสดไว้ได้นานกว่าตัวอย่างควบคุม 3 ชั่วโมง ส่วนปลาปากคมต้องใช้สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์เข้มข้น 500 ส่วนในล้านส่วนขึ้นไป จึงจะให้ผลทำนองเดียวกัน แต่หากแช่ปลาสดในน้ำแข็งสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์เข้มข้น 500 ส่วนในล้านส่วน หรือสูงกว่าจึงจะทำให้ทั้งปลาลังและปลาปากคมเก็บได้นานขึ้น 4 และ 3 วัน ตามลำดับ สำหรับการแช่แข็งปลาสดและเก็บที่ -18 องศาเซลเซียส นั้นตลอดเวลา 24 สัปดาห์ ทุกตัวอย่างยังมีคะแนนประสาทสัมผัส และค่า TVB ผ่านการยอมรับการใช้หรือไม่ใช้สารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ พบการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางกายภาพในลักษณะเดียวกัน การจุ่มปลาในสารละลายฟอร์มัลดีไฮด์ 500 ส่วนในล้านส่วนไม่มีผลดีต่อคุณภาพปลา แต่ตรงกันข้ามกลับทำให้ปลาปากคมซึ่งสามารถสร้างฟอร์มัลดีไฮด์ได้เองตามธรรมชาติทวีความรุนแรงในการเสื่อมคุณภาพยิ่งขึ้น โดยมีเนื้อสัมผัสกระด้างมากขึ้นและมีของเหลวไหลออกจากตัวปลาเมื่อละลายน้ำแข็งมากขึ้น เมื่อเทียบกับตัวอย่างควบคุมที่เก็บไว้ในระยะเวลาเท่ากัน ผลการวิเคราะห์ทางสถิติพบว่าค่าเฉลี่ยคะแนนประสาทสัมผัสและค่า TVB ของตัวอย่างในช่วงที่เก็บปลาสดจนถึงครั้งสุดท้ายของการเก็บตัวอย่างที่ยังมีการยอมรับอยู่ทั้ง 3 สภาวะ มีค่าไม่แตกต่างกัน (P>0.05) จึงสรุปว่า แม้ฟอร์มัลดีไฮด์จะมีส่วนในการทำให้กล้ามเนื้อปลาแข็งขึ้น และมีส่วนในการทำลายแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมากับปลาสด ซึ่งทำให้การสลายตัวของโปรตีนและการสร้างด่างระเหยลดลงก็ตามแต่ฟอร์มัลดีไฮด์ไม่สามารถทำให้คุณภาพปลาสดดีขึ้นหรือทำให้การเก็บรักษานานขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หมายเลข: 006050 KC3304013
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเก็บรักษาน้ำเชื้อปลาดุกอุย

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006049&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: กฤษณ์ มงคลปัญญา; นิศา ไชยรักษ์
ชื่อเรื่อง: การเก็บรักษาน้ำเชื้อปลาดุกอุย
Article title: Preservation of milt of gunther’s walking catfish Clarias macrocephalus Gunther
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 94-100
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS; SEMEN; SEMEN PRESERVATION; MOVEMENT; FERTILIZATION; SODIUM CHLORIDE; BICARBONATES
อรรถาภิธาน-ไทย: สกุลปลาดุก; น้ำอสุจิ; การเก็บรักษาน้ำเชื้อ; การเคลื่อนที่; การผสมพันธุ์; โซเดียมคลอไรด์; ไบคาร์บอเนต
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกอุย, น้ำเชื้อ, น้ำยารักษาน้ำเชื้อ, การเก็บรักษา, สูตรน้ำยา, เปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไหว, เปอร์เซ็นต์การปฏิสนธิ
บทคัดย่อ: จากการทดลองเก็บรักษาน้ำเชื้อปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus Gunther) ในตู้เย็นอุณหภูมิ 0-6 องศาเซลเซียส นาน 72 ชั่วโมง ในน้ำยา 8 สูตร คือ สูตรที่ 1-4 คือ MC no.1, FRS, 0.8 percent NaCl และ HCO3 ส่วนสูตรที่ 5-8 เป็นสูตรที่ได้จากการปรับแรงดันออสโมติกสูตรน้ำยา สูตรที่ 1-4 ให้ได้ค่าประมาณ 300 mOsm แล้วนำน้ำเชื้อที่เก็บรักษามาตรวจคุณภาพ โดยดูเปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไหว และอัตราการปฏิสนธิ จากผลการทดลองเก็บรักษาน้ำเชื้อปลาดุกอุย ในน้ำยาสูตรที่ 1-4 พบว่า สูตร 0.8 เปอร์เซ็นต์ NaCl สามารถเก็บรักษาน้ำเชื้อได้ดีที่สุด คือมี เปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไหว 6.22+-1.56 อัตราการปฏิสนธิ 22.96+-11.13 (ประมาณ 34 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำเชื้อสด) ส่วนสูตรน้ำยาที่ปรับความดันออสโมติก (สูตรที่ 5-8) พบว่าทุกสูตรมีความสามารถเก็บรักษาน้ำเชื้อได้ดีกว่าสูตรที่ 1-4 แต่สูตร 0.85 เปอร์เซ็นต์ NaCl (281 mOsm) สามารถเก็บรักษาน้ำเชื้อได้ดีที่สุด คือมีเปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไหว 8.89+-1.11 และเปอร์เซ็นต์ปฏิสนธิเป็น 45.17+-13.3 (ประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำเชื้อสด) และพบว่าความสัมพันธ์ของเปอร์เซ็นต์อสุจิที่เคลื่อนไหวกับอัตราปฏิสนธิจะไปในทางเดียวกัน (r=0.88, n=24) จากผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าในการเก็บรักษาน้ำเชื้อปลาดุกอุยในตู้เย็นน้ำยาที่ใช้เจือจางที่พอใช้ได้ประหยัด และเตรียมได้ง่ายคือน้ำเกลือ 0.85 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006049 KC3304012
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ระดับของคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในอาหารสำหรับการอนุบาลลูกปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus Gunther)

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006048&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ประทักษ์ ตาบทิพย์วรรณ; วราภรณ์ แจ้งสุทธิวรวัฒน์
ชื่อเรื่อง: ระดับของคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในอาหารสำหรับการอนุบาลลูกปลาดุกอุย (Clarias macrocephalus Gunther)
Article title: Optimum level of carbohydrate in feed for catfish fry (Clarias macrocephalus Gunther)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 86-93
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: Q54-Feed composition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS; FEEDS; CARBOHYDRATES; INGREDIENTS; FEEDING LEVEL; GROWTH RATE; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกอุย, อาหารผสมสำเร็จรูป, สูตรอาหาร, ระดับคาร์โบไฮเดรต, อัตราการเจริญเติบโต, อัตราการรอดตาย, องค์ประกอบทางเคมี, พยาธิสภาพของตับ
บทคัดย่อ: การทดลองอนุบาลลูกปลาดุกอุยด้วยอาหารผสมสำเร็จรูป 5 สูตร ที่มีระดับโปรตีนและพลังงานเท่ากัน (ร้อยละ 20 และ 4000 กิโลแคลลอรีต่อกิโลกรัม) แต่มีระดับคาร์โบไฮเดรตต่างกัน คือ ร้อยละ 63.99, 52.13, 42.36, 36.10 และ 24.98 เป็นเวลานาน 6 สัปดาห์ ลูกปลาที่อนุบาลด้วยอาหารที่มีระดับคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 63.99 จะมีการเจริญเติบโตสูงสุด ระดับคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมต่อลูกปลาดุกอุยจากการทดลองนี้ คือ ร้อยละ 52.13 เนื่องจากลูกปลามีการเจริญเติบโต อัตราการเจริญเติบโตจำเพาะและอัตราการรอดตายสูง องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อปลาดี (โปรตีนสูงและไขมันต่ำ) และการสะสมไกลโคเจนในตับไม่แตกต่างจากระดับคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ ยกเว้นที่ระดับคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 24.98 ที่มีการสะสมไขมันในตับมาก
หมายเลข: 006048 KC3304011
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ความแตกต่างของคุณลักษณะทางชีวเคมีของซีรั่มโปรตีน ของปลาในตระกูลปลานิลที่ศึกษาด้วยวิธี SDS-polyacrylamide gel

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006047&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ชำนาญ พงษ์ศรี
ชื่อเรื่อง: ความแตกต่างของคุณลักษณะทางชีวเคมีของซีรั่มโปรตีน ของปลาในตระกูลปลานิลที่ศึกษาด้วยวิธี SDS-polyacrylamide gel electrophoresis
Article title: Biochemical characterisation of blood-serum protein of tilapias by SDS-polyacrylamide gel electrophoresis
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 80-85
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: L50-Animal physiology and biochemistry
หมวดรอง: L10-Animal genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: TILAPIA; OREOCHROMIS; BLOOD SERUM; BIOCHEMISTRY; ELECTROPHORESIS
ดรรชนี-ไทย: ปลานิล, ซีรั่มโปรตีน, ลักษณะทางชีวเคมี, วิธี SDS-POLYACRYLAMIDE GEL ELECTROPHORESIS, ความเข้มข้น
บทคัดย่อ: การใช้วิธี SDS-polyacrylamide gel electrophoresis (SDS-PAGE) ร่วมกับ silver staining ศึกษาคุณลักษณะทางชีวเคมีของซีรั่มโปรตีนของปลาในตระกูลปลานิล 3 ชนิด ได้แก่ Oreochromis niloticus, O. aureus และ O. spilurus กับปลาลูกผสมระหว่าง O. niloticus และ O. aureus โดยใช้ความเข้มข้นของ gel = 8 percent พบว่าวิธีดังกล่าวสามารถแยกซีรั่มโปรตีนเป็น polypeptide fragments ขนาดต่างๆ ซึ่งสามารถประมาณน้ำหนักโมเลกุลของแต่ละ fragment ได้ นอกจากนี้ การศึกษา eletrophoretic patterns ของ polypeptide fragments ขนาดน้ำหนักโมเลกุลระหว่างประมาณ 105-170 kDa ยังสามารถบ่งชี้ความแตกต่างระหว่างชนิดรวมทั้งปลาลูกผสม การใช้วิธีดังกล่าวจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษาด้านพันธุศาสตร์และอนุกรมวิธาน
หมายเลข: 006047 KC3304010
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

Comparison of cold and heat shocks to induce diploid gynogenesis in Thai walking catfish (Clarias macrocephalus) and potential use of the meiotic gynogens for aquaculture

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006046&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Uthairat Na-Nakorn
ชื่อเรื่อง: Comparison of cold and heat shocks to induce diploid gynogenesis in Thai walking catfish (Clarias macrocephalus) and potential use of the meiotic gynogens for aquaculture
Article title: Comparison of cold and heat shocks to induce diploid gynogenesis in Thai walking catfish (Clarias macrocephalus) and potential use of the meiotic gynogens for aquaculture
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 33 สาขาประมง วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ อุตสาหกรรมเกษตร ศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2538
Source title : Proceedings of the 33rd Kasetsart University Annual Conference: Fisheries, Science, Engineering, Agro-Industry, Education, Humanities, Social Sciences, Resource and Environmental Management
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2538
หน้า: หน้า 69-79
จำนวนหน้า: 568 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SH1 ก58 2538)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L53-Animal physiology – Reproduction
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: CLARIAS; GYNOGENESIS; DIPLOIDY; INDUCED POLYPLOIDY; HEAT TREATMENT; COLD; GROWTH; SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุกอุย, GYNOGENESIS, MEIOTIC GYNOGENS, ความเย็น, ความร้อน, การกระตุ้น
บทคัดย่อ: Diploid meiotic gynogens were induced in Thai walking catfish aiming at creating all female stocks. Induction was performed using UV-irradiated sperm of striped catfish (Pangasius sutchi) followed by either cold or heat shock at 4.5 minutes after activation. Results showed that heat shock at 42 C lasted 1 minute was the best condition among various heat shock regimes. When comparison was made, cold shock (7 C lasted 14 minutes) gave significant higher percentage of meiotic diploid fry than that of heat shock. Six months old meiotic gynogens were all female and showed slightly inferior growth to male and female control. Survival of the gynogens (73.0) were slightly inferior to the mix sex control (87.3). GSI of the gynogens and control female were 5.66 and 8.82 respectively. Therefore, the attempt to use the gynogens for grow-out was doubtful. But they can potentially used as brooders.
หมายเลข: 006046 KC3304009
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: