ครม

All posts tagged ครม

จัดระบบรถไฟฟ้า 20ตลอดสาย ชงรัฐ3เดือนรู้ผล

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195000.

Pic_195000

 

ปลัดคมนาคม เตรียมชงรัฐบาลเดินหน้าเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้า เก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย คาดเห็นผลใน 3 เดือน ประเดิมบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีก่อน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะมีการกำหนดราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อจูงใจผู้ใช้บริการนั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะสรุปกรอบการดำเนินการประเด็นดังกล่าวก่อนที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการเจรจากับเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น กระทรวงคมนาคมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางที่ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะมาชดเชยราย ได้ที่เอกชนต้องสูญเสียไป ซึ่งเรือ่งการชดเชยนี้ กระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้กำหนดที่มาของงบประมาณก่อนที่จะมีการเสนอให้สภาพัฒน์ให้ความเห็น ชอบ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินการในรูปแบบแรกคือการนำระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ของ บีเอ็มซีแอล มาเชื่อมต่อการคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายกับระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนแนวทางที่ 2 นอกจากการนำรถไฟฟ้าใต้ดินกับแอร์พอร์ตลิ้งค์มารวมกันแล้ว ก็จะเจรจากับผู้บริหารบีทีเอส เพื่อนำบีทีเอสเข้ามารวมเป็นโครงข่ายในการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จากการติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล เพิ่มขึ้นจาก 590,000 คน เป็น 900,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 และมีรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า และราคาค่าโดยสารใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000-40,000 คน ทั้งซิตี้ไลน์และแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส และหากเข้ามาร่วมในระบบคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 60,000 คน

ส่วนประเด็นเรื่องการชดเชยรายได้ให้แก่เอกชนนั้น โดยหลักเกณฑ์ จะเป็นการชดเชยในส่วนของรายได้ที่ลดลงของเอกชน จากรายได้ปกติ เช่น เมื่อเอกชนทั้งหมดเข้าร่วมโครงการ และมีรายได้ลดลงจากวันละ 20 ล้านบาท ลงเหลือ 18 ล้านบาท เมื่อมีการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐก็จะเข้ามาชดเชยเงิน 2 ล้านบาทที่ลดลง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม คิดว่า เงินที่ต้องมาชดเชย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจูงใจผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ระบบราง สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ เงินที่ชดเชยก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนการเชื่อมต่อระบบด้วยระบบตั๋วร่วมนั้นขณะนี้ ทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล อยู่ระหว่างการพัฒนาตั๋วร่วมด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่จะเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโครง ข่ายเดียวกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

ครม.อนุมัติแจกพันธุ์ข้าวซับน้ำตาชาวนา

Published สิงหาคม 15, 2011 by SoClaimon

26 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/129706.

Pic_129706

ครม.ไฟเขียวแจกพันธุ์ข้าวซับน้ำตาชาวนา ไร่ละ 10 กก. รายละไม่เกิน 10 ไร่ วงเงิน 489.2 ล้านบาท นายกฯเบรกงบภัยแล้งป้องกันกระจุกตัว …

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติให้ความช่วยเหลือเมล็ดพันธุ์ข้าวแก่เกษตรกรผู้ประสบอุทกภัยปี 53 วงเงิน 489.2 ล้านบาท โดยจะแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้เกษตรกรไร่ละ 10 กก. รายละไม่เกิน 10 ไร่ โดยเกษตรกรจะต้องมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนเกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล และนาข้าวต้องมีความเสียหายเกิน 50% ของพื้นที่ปลูกข้าวที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ ซึ่งตั้งแต่เกิดปัญหาอุทกภัยเมื่อเดือน ส.ค.-พ.ย.53 มีพื้นที่ประสบภัย 74 จังหวัด พื้นที่นาข้าว 8.348 ล้านไร่ เกษตรกร 905,355 ราย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดว่าจะมีพื้นที่ปลูกข้าวเสียหาย 5.267 ล้านไร่ เกษตรกร 407,700 ราย และเกษตรกรที่พื้นที่เสียหายมาก กว่า 50% จำนวน 244,600 ราย พื้นที่ 3.160 ล้านไร่ รวมเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ต้องช่วย 24,460 ตัน

สำหรับกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจพบว่าการใช้งบกลางประจำปีงบประมาณ 53 กรณีฉุกเฉิน 873 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง กระจุกตัวในพื้นที่ 8 จังหวัด โดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ ได้รับงบประมาณถึง 486 ล้านบาทนั้น นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวในที่ประชุม ครม.ว่า กำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้หารือกับ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว จึงขอให้ระงับการใช้งบดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าจะได้ข้อยุติ

ขณะที่ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยให้ลดราคาค่าไฟฟ้าให้ที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเดือนละ 100 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 300 บาท เริ่มตั้งแต่ ม.ค.-มี.ค. 54 คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 750 ล้านบาท โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แบกรับภาระไปก่อน โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมมีทั้งสิ้น 2.5 ล้านครัวเรือน ทั่วประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤศจิกายน 2553, 05:15 น.

สัญญาณบวกออกตัวดี

Published สิงหาคม 13, 2011 by SoClaimon

11 สิงหาคม 2554, 05:03 น.

http://www.thairath.co.th/column/pol/wikroh/193103.

Pic_193103

ถ้าเทียบกับโฉมหน้าของนายกรัฐมนตรีหญิงที่สวยติดชาร์ตระดับโลก ก็เป็นธรรมดาที่จะได้ยินเสียงติฉินนินทาหน้าตา “ครม.ยิ่งลักษณ์ 1” ที่ออกมา ไม่ปิ๊งปั๊งดังที่วาดหวังกันไว้

ไม่สมราคา “สวยเลือกได้”

ในอารมณ์ที่เจ้าตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับเป็นนัยออกตัวแล้วว่า “หน้าตา ครม.ไม่สำคัญเท่ากับผลงานที่ออกมา”

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ถ้าว่ากันตามพื้นฐานแห่งความเป็นจริง “ห้องเครื่อง” ของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ก็อยู่ที่มันสมองยี่ห้อ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่คิดแล้วให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำ

รัฐมนตรีก็แค่ “ฟันเฟือง” ที่เดินตามโปรแกรม

ในมุมนี้ การที่ได้มือระดับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง มานั่งแท่นรองนายกฯควบ รมว.พาณิชย์ เป็นหัวหอกทีมเศรษฐกิจรัฐบาล และนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล นั่งเป็นขุนคลัง ชื่อชั้นยัง

ไม่เข้าบัญชี “ซีอีโอมือปืนรับจ้าง” ระดับหัวแถวของเมืองไทย ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาในเรื่องมือถึงหรือไม่ถึง

เพราะความคาดหวังและความเชื่อมั่นมันอยู่ที่ “ทักษิณ” ที่ขึ้นชั้นระดับโลกไปแล้ว

เหนืออื่นใด โดยปมเศรษฐกิจถือเป็นเดิมพันชี้เป็นชี้ตาย ที่จะตัดสินอนาคตว่า “นายใหญ่” จะได้กลับบ้านหรือไม่ ในกรณีถ้ารัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” โชว์ฟอร์มบริหารปัญหาปากท้อง แก้ราคาสินค้าแพง ประคองค่าแรง ได้ผลในระดับที่น่าพอใจ นำความกินดีอยู่ดีกลับมาสู่ประชาชนคนไทย

กระแสก็จะเปิดทางให้พี่ชายกลับบ้านได้ง่าย

ในทางตรงกันข้าม ถ้าสถานการณ์เศรษฐกิจยังดิ่งเหว รัฐบาลพรรคเพื่อไทยบ้อท่าแก้ไม่ได้ ตามคิวโดยอัตโนมัติ กระแสความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจก็จะลากโยงไปพัวพันกับวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองที่ฝ่ายต่อต้าน “ทักษิณ” รอจังหวะ “เตะรวบ” อยู่ตลอดเวลา

ถึงนาทีนั้น “นายใหญ่” คงต้องเลิกหวังกลับเมืองไทย

ตามไฟต์บังคับ “ทักษิณ” ต้อง “ปล่อยของ” แบบสุดฝีมือ ไม่ออมกำลังเลยก็แล้วกัน

ที่สำคัญ โดยปรากฏการณ์ที่ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 1” ไม่มีแกนนำเสื้อแดง นปช.อยู่ในทีม ก็จับอาการได้ระดับหนึ่งว่า “นายใหญ่” ยอมให้เกิดแรงกระเพื่อมภายใน ดีกว่าท้าทายแรงต้านจากภายนอก

ไม่วอกแวก ต้องการสมาธิในการบริหารเศรษฐกิจแบบเต็มๆ

และก็เป็นอะไรที่ถือว่าเริ่มต้นดี ตามสัญญาณเชิงบวก

ด้านหนึ่ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ก็ออกปากชมนายกฯยิ่งลักษณ์ ดูดี พูดจาเป็นหลักเป็นฐาน ไม่น่ามีปัญหาในการทำงาน เพราะสมัยนี้ผู้หญิงผู้ชาย

ก็เก่งเท่ากันอยู่แล้วทั้งโลก

แบะท่ารอเรียกไปชี้แจงงานในส่วนของกองทัพบก

หรือกับกระแสวิกฤติหนี้สหรัฐอเมริกาจะขย่มซ้ำสถานการณ์เศรษฐกิจในเมืองไทย ฟังจากกูรูระดับนายบัณฑูร ล่ำซำ ซีอีโอธนาคารกสิกรไทย

มองว่า ปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทางอ้อม ผ่านภาคการส่งออก เพราะเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย

แต่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะยังเติบโตได้ เนื่องจากพื้นฐานที่แข็งแกร่ง  และเคยผ่านปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองมาตลอดหลายปี แต่ก็สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

เรื่องของเรื่องไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรงกึ๋นของ “ทักษิณ”

และข่าวล่ามาไว สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเขียว กันหะริด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา ระบุว่า สมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้สั่งการให้สื่อกัมพูชาทุกสำนักในประเทศกัมพูชา งดเว้นการนำเสนอข่าวที่มีเนื้อหาโจมตีหรือดูหมิ่นให้ร้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์

เนื่องจากไม่ต้องการให้มีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลใหม่ของไทย และอยากให้ยุติการทำสงครามสื่อทุกรูปแบบที่รัฐบาลกัมพูชาเคยนำมาใช้กับรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งหมดอำนาจไป

นอกจากนี้ยังขอให้บรรดาเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา หันมาส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้นนับจากนี้

จากโจทย์ที่ว่าเคลียร์ยาก เอาเข้าจริง “ยิ่งลักษณ์” ยังไม่ได้ออกแรงเลย.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวการเมือง
  • 11 สิงหาคม 2554, 05:03 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 961 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง

‘ไทยไทเกอร์’เจอโรคเลื่อนเปิดบริการเป็นพ.ค.54

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 22:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128328.

Pic_128328

บอร์ดการบินไทยเผย “ไทยไทเกอร์” เจอโรคเลื่อนเปิดบริการในไทยเป็นเดือน พ.ค.54 ยันไม่ขัด พรบ.ร่วมทุนฯ …

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแผนการจัดตั้งสายการบินไทย “ไทยไทเกอร์ แอร์เวย์ส” รวมทั้งได้ประเมินระยะเวลาในการดำเนินการเตรียมการ และขออนุมัติตามขั้นตอนต่างๆ แล้วพบว่า การเปิดให้บริการสายการบินไทยไทเกอร์นั้นพบว่าจะต้องเลื่อนเปิดการให้บริการออกไปจากเดิมในเดือน เม.ย.54 ไปเป็น พ.ค.54

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการจัดตั้งดังกล่าวเข้าข่ายว่า จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2553 (พรบ.ร่วมทุน 2535) หรือไม่นั้น นายอำพน กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้ตนพร้อมด้วยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย ได้ชี้แจงรายละเอียดความชัดเจนต่อนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาด้านกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายของการบินไทย ตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดที่อยู่ในบอร์ด ได้หารือเห็นตรงกันว่าการบินไทยไม่ต้องดำเนินการตาม พรบ.ร่วมทุน 2535

สำหรับสัดส่วนหุ้นที่ชัดเจนการบินไทยจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก 51% แบ่งเป็นบริษัทการบินไทย 49.9% พนักงานของสายการบินไทยไทเกอร์ที่มีสัญชาติไทยถือหุ้น 1.1% ส่วนอีก 49% แบ่งเป็นบริษัทไทเกอร์ แอร์เวย์ส โอลดิ้ง ลิมิเต็ด ถือหุ้น 39% และไรอัน เอเชีย ลิมิเต็ด ถือหุ้นร้อยละ 10% และมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการไทยไทเกอร์ฯ จาก 5 คนเป็น 7 คน แบ่งเป็นผู้แทนการบินไทย 4 คน ผู้แทนไรอัน เอเชียฯ 1 คน และไทเกอร์แอร์เวย์ส 2 คน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 22:28 น.

คลังชงครม.ลดภาษีส่งเสริมการใช้E85

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128340.

Pic_128340

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ที่ประชุม ครม. วันที่ 23 พ.ย. ลดภาษีส่งเสริมการใช้น้ำมัน E85…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 พ.ย. กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม.พิจารณา มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E 85 โดยขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังรวม 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่..) กำหนดปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10คนที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลงร้อยละ 3 ดังนี้คือ รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 1,780ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,000ลบ.ซม.และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220แรงม้า คิดอัตราภาษีร้อยละ 22 จากเดิมร้อยละ 25รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,000ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,500 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 27 จากเดิมร้อยละ 30 และรถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,500 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 32 จากเดิมร้อยละ 35

2. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (รถยนต์ E85 สำเร็จรูป) ที่ปรับลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์หรือยานยนต์สำเร็จรูปที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง ๆ ได้ทุกสัดส่วน โดยส่วนผสมของเอทานอลสูงสุดที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,780 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม. จำนวนไม่เกิน 2,000คัน จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 80 ลงเหลือร้อยละ 60 สำหรับการนำเข้าเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลังมีผลใช้บังคับ

3.ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (ชิ้นส่วนรถยนต์ E85) ที่ยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85 โดยตรวจและเป็นชิ้นส่วนหลัก ๆ ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศทั้งสิ้น 15 รายการ สำหรับกรณีที่โรงงานประกอบรถยนต์นำเข้ามาใช้ประกอบหรือผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจำของกระบอกสูบไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. ทั้งในกรณีที่มีการนำเข้าเป็รายชิ้นและมีการนำเข้าในลักษณะชิ้นส่วนสมบูรณ์ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี และยกเว้นอาการขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85

สำหรับกรณีที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์นำเข้ามาในลักษณะเป็นส่วนประกอบของเครื่องยนต์เพื่อประกอบเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจุของกระบอกสูบเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม.ในประเทศ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยผู้นำเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานประกอบหรือผลิตรถยนต์หรือยานยนต์และนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์มาใช้ในการประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์ภายในโรงงานของตนเองเท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

ครม.ให้แบงก์รัฐขายหุ้นได้ไม่ต้องทำตามระเบียบสำนักนายกฯ

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 21:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127505.

Pic_127505

ครม.อนุมัติตามคลังเสนอให้ธนาคารออมสิน-ธกส.- ธอส. ธสน.และตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ไม่ต้องปฏิบัติ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจำหน่ายกิจการหรือหุ้นชี้เพื่อเกิด ความคล่องตัวในการบริหาร…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายวัชระ กรรณิการ์  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอยกเว้นไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจำหน่ายกิจการ หรือหุ้นที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ พ.ศ. 2504 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ได้แก่ 1. แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจำหน่ายกิจการหรือหุ้น ที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ พ.ศ. 2504 โดยให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจอนุมัติการผ่อนผันให้ส่วนราชการหรือ รัฐวิสาหกิจได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ 2. ให้สถาบันการเงิน เฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสินธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจำหน่ายกิจการหรือหุ้นที่ส่วนราชการหรือ รัฐวิสาหกิจเป็นเจ้าของ พ.ศ. 2504 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เว้นแต่ในกรณีการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นที่ได้มาตามนโยบายของรัฐบาลหรือหุ้น ในกิจการที่กระทรวงการคลังถือครองร่วมอยู่ด้วย จะต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังก่อนจึงจะดำเนินการได้

3. ให้คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจทุกแห่งที่ได้รับยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดระเบียบวิธีปฏิบัติในการจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นหรือตราสารทุน เพื่อใช้ในองค์กรเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินการ โดยอย่างน้อยจะต้องครอบคลุมถึงกระบวนการกำหนดวิธีการจำหน่าย ราคาที่จำหน่ายเวลาที่จำหน่าย และอำนาจในการอนุมัติการจำหน่าย

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง รายงานว่า ปัจจุบันสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐได้มีการขยายขอบเขตในการดำเนินการต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้นประกอบกับธุรกรรมในตลาดเงินมี การพัฒนาอย่างกว้างขวางซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกแก่สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ของรัฐให้สามารถบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนอกจากการปล่อยสินเชื่อแล้วการลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดเงินและตลาดทุน ที่เหมาะสมกับลักษณะเงินทุนยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างผลตอบแทนให้ แก่กิจการและลดการสูญเสียโอกาสทางการเงินซึ่งการแสวงหาประโยชน์ในเรื่องดัง กล่าวหมายความรวมถึงการลงทุนในหุ้นหรือตราสารทุนของกิจการต่าง ๆ ซึ่งจะต้องจำหน่ายออกไปในระยะเวลาที่เหมาะสมและทันท่วงที

นอกจากนี้ การดำเนินกิจการของธุรกิจสถาบันการเงินเมื่อเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและส่งผลก ระทบต่อลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจทำให้ลูกค้าที่ประสบปัญหาจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะ บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์จะต้องเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่ง ถือเป็นเรื่องปกติธุรกิจจากสภาวการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลให้สถาบันการเงินเฉพาะ กิจของรัฐจำเป็นต้องได้มาซึ่งหุ้นในกิจการต่าง ๆ ที่ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้และมีความจำเป็นต้องจำหน่ายหุ้นที่ได้มาดัง กล่าวออกไปในระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อเป็นการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 21:30 น.

ครม.คลอดมาตรการภาษีช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากม็อบ

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125671.

Pic_125671

รมว.คลัง เผย ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รับกระทบรายได้รัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอีกครั้ง

เมื่อ วันที่ 9 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวง การคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทางการเมือง ทั้งมาตรการในด้านเงินช่วยเหลือ ด้านประกันภัย และด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. มาตรการภาษีด้านเงินช่วยเหลือ มี 2 มาตรการย่อยคือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาลและหรือกรุงเทพมหานคร มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และนิติบุคคลที่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของเงินเดือนประจำที่ได้จ่ายให้ ลูกจ้างไปแล้วตามบัญชี ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

2.มาตรการ ภาษีด้านประกันภัย มี 3 มาตรการย่อยคือ บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย สามารถหักรายจ่ายที่เป็นเงินช่วยเหลือซึ่งจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้ รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง, ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่า เสื่อมราคา มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

และ 3.มาตรการภาษีด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ มีมาตรการย่อย ประกอบด้วย 1. ด้านทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินที่เสียหายเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่า ของมูลค่าอาคารที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ หรือหักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 50% ของมูลค่าอาคารในวันแรกที่สร้าง เสร็จ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และไม่สามารถซ่อมแซมได้ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ และกรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และได้มีการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ให้หักรายจ่าย 2 เท่าของมูลค่าการซ่อมแซม

2. ด้านสิทธิการเช่า ให้ผู้เช่าที่มีสิทธิการเช่าในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ และได้ก่อสร้างหรือจัดหาทรัพย์สินใหม่ทดแทน หักรายจ่ายดังกล่าวได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าสิทธิการเช่าที่เหลืออยู่ในวันที่ถูกเพลิงไหม้ โดยต้องไม่นำไปหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาอีก 3.ด้านสินค้าที่เสียหายจนนำไปขายต่อไม่ได้และได้มีการทำลายสินค้านั้น กรณีผู้ขายและผู้ฝากขายรับรู้รายได้และเสียภาษีจากมูลค่าการขายแล้วแต่ยัง ไม่ได้รับชำระเงิน ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของต้นทุนสินค้าที่เสียหาย หากผู้ขายและผู้ฝากขายได้ปลดหนี้ค่าสินค้าให้แก่ลูกหนี้ให้สามารถนำไป จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ ส่วนลูกหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้ ไม่ต้องนำเงินได้จากการปลดหนี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีและกรณีเจ้าของ สินค้า/หรือผู้ซื้อสินค้าได้ซื้อสินค้ามาขายต่อโดยได้ชำระราคาค่าสินค้าแล้ว ให้หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของมูลค่าต้นทุนสินค้าที่เสียหาย และ4. ด้านค่าใช้พื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำประโยชน์ที่คำนวณได้จากมูลค่าการได้ใช้พื้นที่เพื่อขายสินค้าหรือ ให้บริการโดยไม่เสียค่าตอบแทน มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเสียภาษี

“มาตรการ ภาษีที่นำเสนอ คาดว่า จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีบ้าง แต่จะเป็นการช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องและการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนใน การประกอบกิจการของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว” นายกรณ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

ครม.ตาละห้อยไล่บี้ราคาสินค้า

Published กรกฎาคม 13, 2011 by SoClaimon

13 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

ครม.ตาละห้อยไล่บี้ราคาสินค้า.

Pic_185920

มาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการ ประจำเดือน ก.ค.ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้จับตาดูเป็นพิเศษรายวันมากถึง 9 รายการ

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.นัดสุดท้าย ได้รับทราบมาตรการกำกับดูแลสินค้าและบริการ ประจำเดือน ก.ค.ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้จับตาดูเป็นพิเศษรายวันมากถึง 9 รายการ ทั้งน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล เนื่องจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาก เพราะสถานการณ์ความไม่สงบในลิเบียที่ยืดเยื้อ รวมทั้งกลุ่มโอเปกตัดสินใจคงโควตาการผลิตน้ำมันดิบไว้ที่ระดับเดิม คือวันละ 24.84 ล้านบาร์เรล, เหล็กเส้น, เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ราคาวัตถุดิบปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจากไตรมาส 2 ของปี 52 ขณะที่เหล็กแผ่นรีดร้อนและสเตนเลส ราคาวัตถุดิบปรับลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูง

นอกจากนี้ ยังมีปูนซีเมนต์ที่พบว่าราคาถ่านหินยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แม้จะอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้มีอุปสรรคในการขนส่งในประเทศ รวมทั้งสายไฟฟ้า ที่ราคาทองแดงปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากการเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้าค่อนข้างสูง, ปุ๋ยเคมี ที่พบว่าราคาปุ๋ยยูเรียสูงขึ้นเนื่องจากความต้องการใช้เพิ่มมากขึ้น ผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกปุ๋ยยูเรียรายใหญ่ทำการส่งออกปุ๋ยยูเรียลดลง และสุดท้ายคืออาหารสัตว์ ราคาข้าวโพดมีความผันผวนขึ้น-ลงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากช่วงนี้มีสินค้าอยู่ในสต๊อกเพียงพอจึงชะลอการรับซื้อ

อย่างไรก็ตาม ยังมีบริการอีก 1 ประเภท ที่กระทรวงพาณิชย์ได้จับตาดูเป็นพิเศษคือบริการรับส่งสินค้า เอกสารหรือพัสดุภัณฑ์ สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการที่กระทรวงพาณิชย์จับตาดูเป็นพิเศษ มี 8 รายการสินค้าคือ น้ำตาลทราย ที่พบว่าผลผลิตอ้อยมีมากกว่าที่ประมาณการไว้ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาด้านปริมาณ ส่งผลให้ราคาน้ำตาลทรายในประเทศทรงตัว, น้ำมันพืชที่รัฐบาลประกันราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ ส่งผลให้ราคายังทรงตัวในระดับสูง.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 13 กรกฎาคม 2554, 06:00 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง.

Pic_182412

กระทรวงพาริชย์รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ยกเว้นราคาเนื้อหมูยังเกินราคาแนะนำ เนื่องจากมีการส่งออกไปต่างประเทศ เเตรียมหามาตรการห้ามส่งออกเด็ดขาด…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต  มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้รับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ราคาสินค้าหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงราคาไข่ไก่ มีแต่เพียงเนื้อหมูที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากพ่อค้าบางรายใน อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรียังมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศอยู่ทำให้ปริมาณสินค้าใน ประเทศไม่เพียงพอ ราคาหมูในตลาดจึงปรับเพิ่มขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีการใช้มาตรการขอความร่วมมือพ่อค้า ห้ามไม่ให้ส่งออกเนื้อหมูไปจำหน่ายต่างประเทศรวมถึงตรวจสอบปัญหาการลักลอบ ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพ่อค้าเป็นอย่างดีทำให้ราคาหมูปรับลดลงมาช่วงระยะเวลา หนึ่ง แต่เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้นไม่มีการกำหนดบทลงโทษอะไรกลุ่มพ่อค้าก็ เลยหันกลับมาส่งออกอีกเนื้อหมูไปต่างประเทศอีกเพราะไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบอะไรทำให้ราคาหมูปรับเพิ่มขึ้นมาอีกดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแบบถาวร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเตรียมประชุมเพื่อหามาตรการทาง กฎหมายมาบังคับใช้ไม่ให้มีการส่งออกอีก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น.

Pic_182406

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว ทำให้ต้องนำน้ำมันเตามาผลิตไฟฟาแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไป ทำต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท นายกฯย้ำไม่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานได้สรุปสถานการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 1 ขนาด 34 นิ้วในอ่าวไทยรั่วให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าจะต้องมีการปรับนำน้ำมันเตามาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป ซึ่งจะทำให้ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจากเดิม 1,200 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะเจรจาเพื่อให้บริษัทผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงกรณีมีข่าวว่าท่อส่งก๊าซฯที่รั่วดังกล่าวจะเป็นผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น มีบริษัทรับประกันภัยอยู่แล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.
%d bloggers like this: