คณะรัฐมนตรี

All posts tagged คณะรัฐมนตรี

จัดระบบรถไฟฟ้า 20ตลอดสาย ชงรัฐ3เดือนรู้ผล

Published สิงหาคม 21, 2011 by SoClaimon

18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/195000.

Pic_195000

 

ปลัดคมนาคม เตรียมชงรัฐบาลเดินหน้าเชื่อมโยงระบบรถไฟฟ้า เก็บค่าบริการ 20 บาทตลอดสาย คาดเห็นผลใน 3 เดือน ประเดิมบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีก่อน…

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะส่งเสริมการเดินทางโดยระบบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โดยจะมีการกำหนดราคาค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย เพื่อจูงใจผู้ใช้บริการนั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมจะสรุปกรอบการดำเนินการประเด็นดังกล่าวก่อนที่ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ ซึ่งหลังจากนั้นก็จะมีการเจรจากับเอกชนผู้ให้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบ คือ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีทีเอส และ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ บีเอ็มซีแอล โดยคาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะมีความชัดเจนใน 2-3 เดือนข้างหน้า

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ที่จะมีการจัดเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายนั้น กระทรวงคมนาคมได้จัดแบ่งออกเป็น 2 แนวทางโดยแนวทางที่ 1 เมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบและมีความชัดเจนเรื่องแหล่งเงินทุนที่จะมาชดเชยราย ได้ที่เอกชนต้องสูญเสียไป ซึ่งเรือ่งการชดเชยนี้ กระทรวงการคลัง ก็จะเป็นผู้กำหนดที่มาของงบประมาณก่อนที่จะมีการเสนอให้สภาพัฒน์ให้ความเห็น ชอบ ซึ่งหากกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จ ก็จะสามารถดำเนินการในรูปแบบแรกคือการนำระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน ของ บีเอ็มซีแอล มาเชื่อมต่อการคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายกับระบบรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ส่วนแนวทางที่ 2 นอกจากการนำรถไฟฟ้าใต้ดินกับแอร์พอร์ตลิ้งค์มารวมกันแล้ว ก็จะเจรจากับผู้บริหารบีทีเอส เพื่อนำบีทีเอสเข้ามารวมเป็นโครงข่ายในการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายด้วย

ทั้งนี้ ปัจจุบัน จากการติดตามตัวเลขผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล เพิ่มขึ้นจาก 590,000 คน เป็น 900,000 คน หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 และมีรายได้เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 30-40 หรือประมาณ 18 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากความสะดวกในการใช้บริการรถไฟฟ้า และราคาค่าโดยสารใกล้เคียงกับค่าโดยสารรถเมล์ ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น ในขณะที่รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 30,000-40,000 คน ทั้งซิตี้ไลน์และแอร์พอร์ตเอ็กซ์เพรส และหากเข้ามาร่วมในระบบคิดค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสายก็จะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่วันละ 60,000 คน

ส่วนประเด็นเรื่องการชดเชยรายได้ให้แก่เอกชนนั้น โดยหลักเกณฑ์ จะเป็นการชดเชยในส่วนของรายได้ที่ลดลงของเอกชน จากรายได้ปกติ เช่น เมื่อเอกชนทั้งหมดเข้าร่วมโครงการ และมีรายได้ลดลงจากวันละ 20 ล้านบาท ลงเหลือ 18 ล้านบาท เมื่อมีการเก็บค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย ภาครัฐก็จะเข้ามาชดเชยเงิน 2 ล้านบาทที่ลดลง ซึ่งในส่วนของกระทรวงคมนาคม คิดว่า เงินที่ต้องมาชดเชย เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากการจูงใจผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวมาใช้ระบบราง สามารถประหยัดเชื้อเพลิงลงได้ เงินที่ชดเชยก็ถือว่าคุ้มค่า ส่วนการเชื่อมต่อระบบด้วยระบบตั๋วร่วมนั้นขณะนี้ ทั้งบีทีเอส และบีเอ็มซีแอล อยู่ระหว่างการพัฒนาตั๋วร่วมด้วยกัน ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงคมนาคมที่จะเชื่อมโยงรถไฟฟ้าทั้งหมดเป็นโครง ข่ายเดียวกัน

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 18 สิงหาคม 2554, 14:00 น.
โฆษณา

คลังชงครม.ลดภาษีส่งเสริมการใช้E85

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128340.

Pic_128340

กระทรวงการคลังเตรียมเสนอ ที่ประชุม ครม. วันที่ 23 พ.ย. ลดภาษีส่งเสริมการใช้น้ำมัน E85…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 23 พ.ย. กระทรวงการคลังเสนอให้ ครม.พิจารณา มาตรการส่งเสริมการใช้น้ำมัน E 85 โดยขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลังรวม 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องลดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่..) กำหนดปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10คนที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทเอทานอลไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 เป็นส่วนผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ลงร้อยละ 3 ดังนี้คือ รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบตั้งแต่ 1,780ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,000ลบ.ซม.และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220แรงม้า คิดอัตราภาษีร้อยละ 22 จากเดิมร้อยละ 25รถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,000ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 2,500 ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 27 จากเดิมร้อยละ 30 และรถยนต์ที่มีความจุของกระบอกสูบเกิน 2,500 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. และมีกำลังเครื่องยนต์ไม่เกิน 220 แรงม้า อัตราภาษีร้อยละ 32 จากเดิมร้อยละ 35

2. ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากร ตามมาตรา 12 แห่ง พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (รถยนต์ E85 สำเร็จรูป) ที่ปรับลดอัตราอากรขาเข้ารถยนต์หรือยานยนต์สำเร็จรูปที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งน้ำมันเบนซินที่มีส่วนผสมของเอทานอลในสัดส่วนต่าง ๆ ได้ทุกสัดส่วน โดยส่วนผสมของเอทานอลสูงสุดที่สามารถใช้ได้ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ที่มีขนาดความจุกระบอกสูบเครื่องยนต์ตั้งแต่ 1,780 ลบ.ซม. แต่ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม. จำนวนไม่เกิน 2,000คัน จากอัตราปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 80 ลงเหลือร้อยละ 60 สำหรับการนำเข้าเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลังมีผลใช้บังคับ

3.ร่างประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกากรตามมาตรา 12 แห่งพ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากรพ.ศ. 2530 (ฉบับที่..) (ชิ้นส่วนรถยนต์ E85) ที่ยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85 โดยตรวจและเป็นชิ้นส่วนหลัก ๆ ที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ซึ่งปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตได้ในประเทศทั้งสิ้น 15 รายการ สำหรับกรณีที่โรงงานประกอบรถยนต์นำเข้ามาใช้ประกอบหรือผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจำของกระบอกสูบไม่เกิน 3,000ลบ.ซม. ทั้งในกรณีที่มีการนำเข้าเป็รายชิ้นและมีการนำเข้าในลักษณะชิ้นส่วนสมบูรณ์ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี และยกเว้นอาการขาเข้าชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษที่ต้องสัมผัสกับน้ำมันเชื้อเพลิงประเภท E85

สำหรับกรณีที่ผู้ผลิตเครื่องยนต์นำเข้ามาในลักษณะเป็นส่วนประกอบของเครื่องยนต์เพื่อประกอบเครื่องยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภท E85 ขนาดความจุของกระบอกสูบเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,000 ลบ.ซม.ในประเทศ เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยผู้นำเข้าต้องเป็นนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงงานประกอบหรือผลิตรถยนต์หรือยานยนต์และนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์มาใช้ในการประกอบหรือผลิตเป็นรถยนต์หรือยานยนต์ภายในโรงงานของตนเองเท่านั้น

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 05:30 น.

ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีช่วยผู้พิการ

Published สิงหาคม 9, 2011 by SoClaimon

16 พฤศจิกายน 2553, 20:47 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127482.

Pic_127482

ครม.ไฟเขียว ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้พิการอายุไม่เกิน 65 ปี และมีเงินได้ไม่เกิน 1.9 แสนบาท พร้อมแถมสิทธิสถานประกอบการจ้างคนพิการอายุไม่เกิน 65 ปี เข้าทำงานร้อยละ 15 ของพนักงานหักภาษีได้ 3 เท่าของค่าใช้จ่าย…

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือคนพิการ โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาสำหรับคนพิการอายุไม่เกิน 65 ปี และมีเงินได้ไม่เกิน 190,000 บาทต่อปี พร้อมทั้งให้สิทธิผู้ประกอบการที่ว่าจ้างคนพิการที่มีอายุไม่เกิน 65 ปี เข้ามาทำงานในสัดส่วน 15 % ของพนักงานทั้งหมด สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษีได้ 3 เท่าของค่าใช้จ่าย และให้สิทธิผู้ประกอบการที่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการในสถานประกอบการ สามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักภาษี ได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่าย เพื่อกระตุ้นให้ภาคเอกชนมีการว่าจ้างคนพิการเข้ามาทำงานมากขึ้น

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงิน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอด้วยโดยผู้รับบำนาญปกติหรือผู้รับบำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ อาจนำสิทธิในบำเหน็จตกทอดไปเป็นหลักทรัพย์ในการประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงินได้โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง ไปเร่งพิจารณาและหารือรายละเอียดว่ามีสถาบันการเงินแห่งไหนสนใจเข้าร่วม ดำเนินการบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่ข้าราชการบำนาญต่างรอคอย อย่างไรก็ตามโดยหลักการการชำระหนี้แก่สถาบันการเงิน จะหักเงินงวดบำเหน็จบำนาญที่กรมบัญชีกลางจ่ายให้ข้าราชการอยู่แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 16 พฤศจิกายน 2553, 20:47 น.

ครม.คลอดมาตรการภาษีช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากม็อบ

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125671.

Pic_125671

รมว.คลัง เผย ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง รับกระทบรายได้รัฐ แต่ต้องการให้ประชาชนมีเงินหมุนเวียนในการประกอบธุรกิจอีกครั้ง

เมื่อ วันที่ 9 พ.ย. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวง การคลังเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทางการเมือง ทั้งมาตรการในด้านเงินช่วยเหลือ ด้านประกันภัย และด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้ 1. มาตรการภาษีด้านเงินช่วยเหลือ มี 2 มาตรการย่อยคือผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาลและหรือกรุงเทพมหานคร มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และนิติบุคคลที่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนของเงินเดือนประจำที่ได้จ่ายให้ ลูกจ้างไปแล้วตามบัญชี ไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือ มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

2.มาตรการ ภาษีด้านประกันภัย มี 3 มาตรการย่อยคือ บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย สามารถหักรายจ่ายที่เป็นเงินช่วยเหลือซึ่งจ่ายให้แก่ผู้เอาประกันภัยที่ได้ รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง, ผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำเงินช่วยเหลือที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี และผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลไม่ต้องนำค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจาก บริษัทที่ประกอบกิจการประกันภัย เฉพาะส่วนที่เกินมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลือจากการหักค่าสึกหรอและค่า เสื่อมราคา มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษี

และ 3.มาตรการภาษีด้านทรัพย์สินและสินค้าที่ถูกเพลิงไหม้ มีมาตรการย่อย ประกอบด้วย 1. ด้านทรัพย์สินกรณีทรัพย์สินที่เสียหายเป็นอสังหาริมทรัพย์ ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่า ของมูลค่าอาคารที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ หรือหักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 50% ของมูลค่าอาคารในวันแรกที่สร้าง เสร็จ แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า กรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และไม่สามารถซ่อมแซมได้ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากถูกเพลิงไหม้ และกรณีทรัพย์สินเสียหายที่เป็นสังหาริมทรัพย์ และได้มีการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม ให้หักรายจ่าย 2 เท่าของมูลค่าการซ่อมแซม

2. ด้านสิทธิการเช่า ให้ผู้เช่าที่มีสิทธิการเช่าในอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ และได้ก่อสร้างหรือจัดหาทรัพย์สินใหม่ทดแทน หักรายจ่ายดังกล่าวได้ 2 เท่า แต่ต้องไม่เกิน 2 เท่าของมูลค่าสิทธิการเช่าที่เหลืออยู่ในวันที่ถูกเพลิงไหม้ โดยต้องไม่นำไปหักค่าสึกหรอหรือค่าเสื่อมราคาอีก 3.ด้านสินค้าที่เสียหายจนนำไปขายต่อไม่ได้และได้มีการทำลายสินค้านั้น กรณีผู้ขายและผู้ฝากขายรับรู้รายได้และเสียภาษีจากมูลค่าการขายแล้วแต่ยัง ไม่ได้รับชำระเงิน ให้หักรายจ่ายได้เพิ่มอีก 1 เท่าของต้นทุนสินค้าที่เสียหาย หากผู้ขายและผู้ฝากขายได้ปลดหนี้ค่าสินค้าให้แก่ลูกหนี้ให้สามารถนำไป จำหน่ายเป็นหนี้สูญได้ ส่วนลูกหนี้ที่ได้รับการปลดหนี้ ไม่ต้องนำเงินได้จากการปลดหนี้มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีและกรณีเจ้าของ สินค้า/หรือผู้ซื้อสินค้าได้ซื้อสินค้ามาขายต่อโดยได้ชำระราคาค่าสินค้าแล้ว ให้หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของมูลค่าต้นทุนสินค้าที่เสียหาย และ4. ด้านค่าใช้พื้นที่ ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ต้องนำประโยชน์ที่คำนวณได้จากมูลค่าการได้ใช้พื้นที่เพื่อขายสินค้าหรือ ให้บริการโดยไม่เสียค่าตอบแทน มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเสียภาษี

“มาตรการ ภาษีที่นำเสนอ คาดว่า จะมีผลกระทบต่อรายได้ภาษีบ้าง แต่จะเป็นการช่วยเยียวยาและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการชุมนุมทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องและการขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนใน การประกอบกิจการของ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองดังกล่าว” นายกรณ์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 21:28 น.

ครม.สั่งดึงงบส่วนราชการแก้ปัญหาน้ำท่วม

Published กรกฎาคม 25, 2011 by SoClaimon

9 พฤศจิกายน 2553, 19:46 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/125669.

Pic_125669

“อภิสิทธิ์” ดึงเงินเหลื่อมปีที่ยังไม่ทำสัญญา หรือไม่จำเป็นคืนจากส่วนราชการ-รัฐวิสาหกิจ ได้เกือบ 6 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม…

9 พ.ย. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงบประมาณได้รายงานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งให้ไปทบทวนงบประมาณเหลื่อมปีของงบรายจ่ายประจำปี 2552 และ 2553 ที่กันเงินไว้เหลื่อมปี คงเหลืออยู่โดยไม่มีข้อผูกพันตามสัญญา ประมาณ 58,686 ล้านบาท แบ่งเป็นของปีงบประมาณ 2552 จำนวน 29,085 ล้านบาท และของปีงบประมาณ 2553 อีก 29,601 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนดังกล่าว มีภาระต้องนำไปจ่ายเป็นเงินรางวัลให้กับส่วนราชการจังหวัด และสถาบันอุดมศึกษา 5,500 ล้านบาท ทำให้เหลือเงินกันเหลื่อมปีโดยไม่มีข้อผูกพัน 53,186 ล้านบาท ที่สามารถนำไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยในภาพรวมได้ ซึ่งครม.ได้มอบหมายให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไปทำการโอนเปลี่ยนแปลงงบที่กันไว้เบิกจ่ายเหลื่อมปีดังกล่าว ภายใน 15 วัน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมุ่งเน้นให้นำเงินดังกล่าวสำหรับช่วยผู้ประสบอุทกภัยและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ ตลอดจนส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฏร ภายหลังพ้นภัยพิบัติ ซึ่งสำนักงบประมาณรายงานเพิ่มเติมว่า หลักการขอการปรับเปลี่ยนรายการใช้เงิน จะพิจารณาจากรายการที่ไม่มีข้อผูกพันตามสัญญา หรือรายการที่ได้ทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว แต่ผลการดำเนินงานล่าช้าไม่เป็นไปตามแผน และรายการที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน สามารถชะลอหรือระงับก่อนได้ โดยมีข้อยกเว้นให้สำหรับงบประมาณที่มีข้อผูกพันกับรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งรายการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล หากไม่ดำเนินการจะเกิดความเสียหายร้ายแรง

อย่างไรก็ตาม หากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจใด ไม่สามารถดำเนินการโอนเปลี่ยนแปลงรายการได้ ให้รายงานให้ครม.ทราบภายใน 30 วัน อีกทั้ง นายกรับมนตรียังให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม เช่น การขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินทั้งของรัฐและเอกชน ในการให้สินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 9 พฤศจิกายน 2553, 19:46 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

พาณิชย์ชงครม.ห้ามส่งออกแก้ปัญหาเนื้อหมูแพง.

Pic_182412

กระทรวงพาริชย์รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอยู่ในเกณฑ์ควบคุมได้ ยกเว้นราคาเนื้อหมูยังเกินราคาแนะนำ เนื่องจากมีการส่งออกไปต่างประเทศ เเตรียมหามาตรการห้ามส่งออกเด็ดขาด…

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต  มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้รับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าแพงของกระทรวงพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ราคาสินค้าหลายชนิดอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถควบคุมได้ รวมถึงราคาไข่ไก่ มีแต่เพียงเนื้อหมูที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากพ่อค้าบางรายใน อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา และ จ.ชลบุรียังมีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศอยู่ทำให้ปริมาณสินค้าใน ประเทศไม่เพียงพอ ราคาหมูในตลาดจึงปรับเพิ่มขึ้นมาอีก

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าก่อนหน้านี้เคยมีการใช้มาตรการขอความร่วมมือพ่อค้า ห้ามไม่ให้ส่งออกเนื้อหมูไปจำหน่ายต่างประเทศรวมถึงตรวจสอบปัญหาการลักลอบ ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพ่อค้าเป็นอย่างดีทำให้ราคาหมูปรับลดลงมาช่วงระยะเวลา หนึ่ง แต่เนื่องจากมาตรการดังกล่าว เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้นไม่มีการกำหนดบทลงโทษอะไรกลุ่มพ่อค้าก็ เลยหันกลับมาส่งออกอีกเนื้อหมูไปต่างประเทศอีกเพราะไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับ ผลกระทบอะไรทำให้ราคาหมูปรับเพิ่มขึ้นมาอีกดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาแบบถาวร คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเตรียมประชุมเพื่อหามาตรการทาง กฎหมายมาบังคับใช้ไม่ให้มีการส่งออกอีก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 18:15 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น.

Pic_182406

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว ทำให้ต้องนำน้ำมันเตามาผลิตไฟฟาแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไป ทำต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท นายกฯย้ำไม่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานได้สรุปสถานการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 1 ขนาด 34 นิ้วในอ่าวไทยรั่วให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าจะต้องมีการปรับนำน้ำมันเตามาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป ซึ่งจะทำให้ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจากเดิม 1,200 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะเจรจาเพื่อให้บริษัทผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงกรณีมีข่าวว่าท่อส่งก๊าซฯที่รั่วดังกล่าวจะเป็นผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น มีบริษัทรับประกันภัยอยู่แล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ครม.ไฟเขียวยกเว้นค่าธรรมเนียมใช้ที่ราชการถ่ายหนัง

Published พฤษภาคม 27, 2011 by SoClaimon

2 พฤศจิกายน 2553, 20:00 น.
ครม.ไฟเขียวยกเว้นค่าธรรมเนียมใช้ที่ราชการถ่ายหนัง – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123808

คณะรัฐมนตรี อนุมัติ ยกเว้นค่าธรรมเนียมใช้พื้นท่ีราชการ 7 แห่ง ถ่ายภาพยนตร์  เป็นระยะเวลา 3 ปี แต่ต้องวางเงินประกันความเสียหายตามระเบียบ…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการเข้าพื้นที่ของส่วนราชการเพื่อการถ่ายทำภาพยนตร์ รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมศิลปากร กรมธนารักษ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย และการท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยมีเงื่อนไขยังคงต้องวางเงินประกันความเสียหายก่อนการถ่ายทำภาพยนตร์ให้แก่หน่วยงานดังกล่าว ตามระเบียบที่กำหนดไว้เดิม เพื่อเป็นการบรรเทาอุปสรรคต่าง ๆ ให้แก่คณะถ่ายทำภาพยนตร์ชาวต่างประเทศและชาวไทยดังกล่าว และเป็นการจูงใจอย่างหนึ่งให้เห็นว่ารัฐบาลไทยมีความจริงใจในการส่งเสริมและ สนับสนุนให้มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย

ทั้งนี้ ในปี 2552 มีรายได้จากภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทย 800 ล้านบาท แต่จากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงจากเดิมตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมาถึง 55 %และในปี 2553 นี้ คาดว่าจะลดลงเรื่อยๆ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 พฤศจิกายน 2553, 20:00 น.

คลังขยายเวลาช่วยเหลือเขตพัฒนาเศรษฐกิจ

Published พฤษภาคม 26, 2011 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2554, 20:00 น.

คลังขยายเวลาช่วยเหลือเขตพัฒนาเศรษฐกิจ.

Pic_174365

คลังขยายเวลาให้ความช่วยเหลือเขต ฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพิเศษเฉพาะกิจโดยให้ส่วนราชการภูมิภาค สามารถจัดซื้อในวงเงินเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท หรือจัดจ้างในวงเงินเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 30 ล้านบาท ตามระเบียบสำนักนายกฯว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติ เมื่อวันที่ 26 พ.ค.52 เห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูและพัฒนาเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ โดยให้ส่วนราชการในส่วนภูมิภาค หรือส่วนราชการในส่วนกลางที่มีหน่วยงานตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค สามารถทำการจัดซื้อในวงเงินเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 15 ล้านบาท หรือจัดจ้างในวงเงินเกิน 100,000 บาท แต่ไม่เกิน 30 ล้านบาท สามารถจัดซื้อ จัดจ้าง โดยวิธีพิเศษตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้โดยอนุโลม ซึ่งเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจดังกล่าว ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา (อ.จะนะ อ.เทพา อ.นาทวี และอ.สะบ้าย้อย) ทั้งนี้มติ ครม.ดังกล่าวจะใช้ได้ถึงวันที่ 22 พ.ค.54 นั้น

“กระทรวงการคลังเห็นว่ามาตรการดังกล่าวยังมีความเหมาะสมกับ สถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ขยายระยะเวลาดำเนินการตามมาตรการนี้ออกไปอีก 2 ปี โดยมีผลใช้บังคับได้ถึงวันที่ 22 พ.ค.56 โดยหวังว่าการดำเนินการของส่วนราชการจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีความคล่องตัวมากขึ้น ส่งผลต่อการเบิกจ่ายเงินงบประมาณเพื่อนำไปพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่พิเศษเฉพาะ กิจ” นายรังสรรค์ กล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 พฤษภาคม 2554, 20:00 น.

ชี้ขายข้าวสต๊อก ขัดมติครม. เมินคำสั่งมาร์ค

Published พฤษภาคม 26, 2011 by SoClaimon

2 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.
ชี้ขายข้าวสต๊อก ขัดมติครม. เมินคำสั่งมาร์ค – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_123815

“พรทิวา-ไตรรงค์” เทขายข้าวสต๊อกรัฐบาล 3.16 ล้านตัน ส่อขัดมติ ครม. หลังให้ผู้ซื้อเลือกคลังสินค้าเอง ทั้งที่มติ ครม.ให้กำหนดขายเป็นรายคลัง แถม รมว.พาณิชย์ ยังเมินคำสั่งระงับการขายของ “มาร์ค” ชงเรื่อง กขช.ลุยขายเพิ่มอีก 1.5 แสนตัน…

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า การอนุมัติขายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค. 53 รวม 3.16 ล้านตัน อาจขัดมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 52 ที่กำหนดให้การระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลจะต้องกำหนดเป็นรายคลังสินค้าแล้วระบายออก แต่การจำหน่ายของกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานด้านการระบายข้าวสาร กำหนดให้ผู้ส่งออกที่ได้รับการอนุมัติขาย สามารถเลือกคลังสินค้าที่ต้องการได้เอง ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ทำให้ได้ราคาขายไม่เหมาะสมกับคุณภาพข้าวแท้จริง เพราะแม้จะมีการกำหนดราคาเกณฑ์กลางในการอนุมัติขาย แต่ก็ยังต่ำอยู่ดี และเมื่อผู้ได้รับอนุมัติการขายไปเลือกคลังสินค้าเอง ก็จะเลือกคลังที่คุณภาพข้าวดีที่สุดไป ทั้งที่ตามความเป็นจริง คลังที่มีการเก็บข้าวในสภาพดี รัฐจะสามารถขายได้ราคาสูง ไม่ใช่ได้ราคาเหมือนกันทุกคลัง

นอกจากนี้ การอนุมัติขายข้าวสต๊อกรัฐบาลครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ต.ค. 53 รวม 145,223 ตัน อาจขัดกับมติ ครม.เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ระงับการระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล เพราะเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่กระทรวงพาณิชย์ ลงนามโดยนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กลับเสนอเรื่องการระบายข้าวดังกล่าวให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ลงนามอนุมัติการจำหน่าย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 2 พฤศจิกายน 2553, 19:00 น.
%d bloggers like this: