คชสีห์

All posts tagged คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 29 ธันวาคม 2557

Published กันยายน 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/16170

1040

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…จิ๊กซอว์ เริ่มปรากฏเค้าโครงออกมาให้เห็นกันลางๆ แล้วว่า โฉมหน้าค่าตาของรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นใด แม้หน้าตาจะยังไม่ชัดเจน แต่เพียงแค่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แพลมไต๋หลักการและแนวคิดออกมา ก็โดนสวดยับไม่มีชิ้นดี…

nn เอาแค่ 2 ประเด็นคือ เปิดทางให้นายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ โดยไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง และอีกประเด็นคือ ริบอำนาจกกต. ไม่ให้จัดการเลือกตั้ง โดยมีหน้าที่เพียงแค่การควบคุมการเลือกตั้ง แค่นี้อุณหภูมิการเมืองก็ร้อนฉ่าขึ้นมาทันที…

nn ยิ่งโดยเฉพาะพวกผีเจาะปากมาพูด ก็นินทากันสนุกปาก ต่อว่าต่อขานว่า เป็นการร่างรัฐธรรมนูญแบบ “ถอยหลังลงคลอง” ที่นี่ “คชสีห์” จับจ้องและสังเกตบทบาทของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธานแล้ว บอกตรงๆ ว่า ความคิดของ 36 อรหันต์ทองคำกรรมาธิการยกร่างฯ ยังไม่ตกผลึก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด บางวันก็เสนอว่า นายกรัฐมนตรีควรจะมาจากการเลือกของประชาชนโดยตรง แต่วันนี้ กลับจะเปลี่ยนให้มาจากคนนอก ไม่ต้องลงเลือกตั้งก็ยังได้…

nn เวลายังพอมีเหลือ “คชสีห์” ตรวจสอบเงื่อนเวลาปรากฏว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญรายมาตราจะทำไปจนถึงวันที่ 11 มกราคม 2558 ก่อนจะส่งให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 มกราคม 2558…

nn จากนั้นจะมีการเดินสายรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนจนถึงวันที่ 17 เมษายน 2558 ซึ่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ แต่หลังจากนี้ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ หากมีคำขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยขีดเส้นตายวันสุดท้ายๆ จริงคือวันที่ 23 กรกฎาคม 2558 จากนั้นขั้นตอนต่อไปคือ การส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)พิจารณาต่อไป…

nn ฉะนั้น ในเมื่อเวลายังมีเหลืออยู่ กมธ.ยกร่างฯ ก็ต้องพูดคุยกันให้ตกผลึก คนนั้นพูดที คนโน้นพูดที เก่งๆ กันทั้งนั้น ประชาชนได้ฟังแล้วก็สับสน โดยเฉพาะการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการนำพาประเทศชาติให้ถอยหลังลงคลองจริงๆ น่ะหรือ?…

nn ตัวอย่างเช่น การริบอำนาจกกต.ไม่ให้จัดการเลือกตั้ง รวมทั้งยังไม่ให้มีอำนาจในการแจกใบแดงด้วยนั้น “คชสีห์” ว่า ถ้ากมธ.ยกร่างฯคิดและจะทำอย่างนี้จริงๆ ถือว่าถอยหลังเข้าคลองแน่นอน…

nn ไม่ใช่จะชื่นชมว่า กกต.ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมจนแตะต้องไม่ได้ แต่การคิดจะมอบหน้าที่และอำนาจในการจัดการเลือกตั้งให้กับกระทรวงมหาดไทยและศึกษาธิการไปดูแลแทนนั้น หากยังจำกันได้ สมัยก่อน มหาดไทยเป็นคนจัดการเลือกตั้ง ก็ถูกต่อว่าต่อขานว่า มหาดไทยรับใช้นักการเมือง ผูกพันกับนักการเมืองไม่เป็นกลาง ขณะที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ก็จะกลับมามีบทบาทอีกครั้งในการเป็นหัวคะแนนให้กับนักการเมือง ฉะนั้น พอมีการแก้รัฐธรรมนูญ มีการจัดตั้งองค์กรอิสระอย่างกกต. ให้เข้ามารับผิดชอบดูแลและจัดการเลือกตั้ง จึงมีการถ่ายโอนอำนาจในการจัดการเลือกตั้งจากมหาดไทยมาเป็นของกกต. แต่วันนี้ กลายเป็นว่า จะโอนอำนาจกลับไปให้มหาดไทยดูแลเลือกตั้งอีกแล้ว…

nn ใครได้ยินได้ฟังก็คงงงๆ กับแนวคิดของกมธ.ยกร่างฯ แต่ “คชสีห์” ว่า ถ้าจะทำกันจริงๆ อย่างนี้ “ถอยหลังลงคลอง” แน่นอน…

nn “คชสีห์” เสนอว่า ถ้ากกต.ไม่ได้มีอำนาจจัดการเลือกตั้ง ก็ควรจะถูกยุบไปเลย ไม่ต้องมาอ้อมแอ้มกันแล้ว เพราะอยู่ไปก็เปรียบเสมือนยักษ์ไม่มีกระบอง และ 5 เสือกกต. ก็ควรจะออกมาปกป้องและดูแลบ้านของตัวเองด้วย ไม่ใช่ทำตัวเป็นเตมีย์ใบ้ให้ใครต่อใครมาสั่งซ้ายหันขวาหันได้ตามอำเภอใจอย่างนี้…

nn อีกประเด็นร้อนๆ คือ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้ง(สส.) ประเด็นนี้คงต้องคุยกันยาว เพราะมีการอ้างไปถึงมาตรา 7 ด้วย แต่ถ้าเอาแบบสั้นๆ จำกันได้หรือไม่ว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2535 ที่ต้องเลือดตกยางออกกันก็เพราะต่อต้านนายกฯคนนอก แต่คราวนี้บทจะเอาก็เอากันง่ายๆ อย่างนั้นน่ะหรือ?…

nn ยัง…ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอนสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญ!!

คชสีห์

โฆษณา

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 26 ธันวาคม 2557

Published กันยายน 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/16123

1040

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง… “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เปิดแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 3 เดือน ตั้งแต่ 12 กันยายน-12 ธันวาคม 2557…

nn “คชสีห์” ฟังถ้อยแถลงของ “พล.อ.ประยุทธ์” รวมๆ แล้ว 3 เดือนที่ผ่านมา ยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก โดยรัฐบาลจะทำงานเคียงคู่กับไปคสช. ซึ่งการแก้ปัญหาบางอย่างแก้ไขด้วยระบบราชการปกติได้ แต่บางอย่างต้องอาศัยอำนาจพิเศษในการดำเนินการเพื่อทำให้สถานการณ์เรียบร้อย…

nn “พล.อ.ประยุทธ์” แจงว่า การทำงานของรัฐบาลจะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ นโยบาย ขับเคลื่อน และผู้ปฏิบัติ โดยมีหน้าที่ 3 ประการ คือ 1.การรักษาความสงบเรียบร้อย ใช้คสช. และส่วนราชการปกติในการดูแล 2.การขับเคลื่อนบริหารประเทศในขณะที่เป็นรัฐบาล โดยมี คสช.เป็นผู้ช่วยเหลือ 3.การปฏิรูป และการร่างกฎหมาย ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทั้ง 3 อย่างจะต้องเดินไปตามโรดแมปที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)…

nn 3 เดือนที่ผ่านมา ให้คะแนนรัฐบาลสอบได้หรือสอบตกนั้น “คชสีห์” โนคอมเมนท์ แต่ที่เห็นชัดเจนก็คือ บรรยากาศความขัดแย้งในประเทศเริ่มคลี่คลายลงไป แต่ที่ยังหนักอกหนักใจกันก็คีอ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจยังไม่มีผลงานอะไรที่เด่นๆ เข้าตากรรมการ ขณะที่รัฐมนตรีหลายต่อหลายคน ก็กลายเป็นรัฐมนตรีโลกลืม ไม่มีผลงานอะไร บางกระทรวงยังจำชื่อเสียงเรียงนามไม่ได้ว่าเจ้ากระทรวงชื่ออะไร…

nn ที่ผ่านๆ มา “พล.อ.ประยุทธ์” ตั้งคณะกรรมการหลายสิบชุด มีทั้งบอร์ดธรรมดา ทั้งซูเปอร์บอร์ด มีการตั้งที่ปรึกษาฯหลายสิบคน แต่ผลงานกลับเงียบฉี่ เรียกคะแนนไม่ได้ ภาพที่ออกมามันเลยกลายเป็นว่า รัฐบาลชุดนี้ มีคนทำงานกันอยู่เพียงไม่กี่คน ตัวนายกรัฐมนตรีต้องแบกรับภาระเอาไว้ทุกเรื่อง…

nn รู้ซึ้งถึงปัญหากันเต็มหัวอก “พล.อ.ประยุทธ์” จึงต้องตั้งพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และรมว.กลาโหม มาคอยติดตามการทำงานของบรรดารัฐมนตรี โดยโจทย์ที่มอบให้ “พล.อ.ประวิตร” ก็คือ การติดตาม ไล่เช็คตรวจสอบผลงานของรัฐมนตรี งานติดขัดตรงจุดไหนก็ให้ไปตามแก้ที่จุดนั้น…

nn หากใช้ภาษาชาวบ้านก็ต้องใช้ว่า “พล.อ.ประยุทธ์” มอบ “ไม้เรียว” ให้กับ “พล.อ.ประวิตร” เพราะถ้าผลงานไม่ได้เรื่องก็ต้องปรับออกจากครม…

nn จำกันได้หรือไม่ว่า รมว.แรงงาน มีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร?…“คชสีห์” ตอบตรงนี้ รมว.แรงงาน ชื่อ “พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” ไม่ใช่ไม่มีผลงาน แต่ชื่อเสียงอาจจะไม่ติดหูประชาชนเท่าใดนัก…

nn เร็วๆ นี้ “พล.อ.สุรศักดิ์” กำลังจะทำผลงานชิ้นโบแดง ตัดวงจรอุบาทว์ ซึ่งเต็มไปด้วยผลประโยชน์มหาศาล คือการโอนย้ายภารกิจด้านบริหารแรงงานต่างด้าวจากกรมการจัดหางาน มาสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน หรือพูดง่ายๆ ก็คือ ในอนาคตกรมการจัดหางานไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวอีก แต่เปลี่ยนให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงานแทน…

nn เหตุผลคือ “พล.อ.สุรศักดิ์” ต้องการให้กรมการจัดหางานหันไปเน้นส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ เพราะปัจจุบันมีแรงงานไทยว่างงานกว่า 3 แสนคน ซึ่งจำนวนนี้ยังไม่รวมกับบัณฑิตจบใหม่อีกปีละ 1.5 แสนคน โดยต่อไปนี้ หน้าที่ของกรมการจัดหางานก็คือ การหางานให้คนไทยทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ…

nn แต่ “คชสีห์” ว่า เหตุผลหลักๆ ก็คือ ที่ผ่านมากรมการจัดหางานถูกมองว่ามีผลประโยชน์กับแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีวิธีการสารพัดรูปแบบ ตัวอย่างเช่น การเรียกค่าหัวคิวจากนายจ้าง การจับแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย แล้วเรียกเงินสินบน ที่สำคัญ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา มีการย้ายรองอธิบดีที่กำกับดูแลแรงงานต่างด้าวถึง 3 คน…

nn อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ยังอยู่ในระหว่างการตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษาข้อมูล ส่วนจะแก้ปัญหาการทุจริต งาบหัวคิว รับประทานสินบนกันได้หรือไม่นั้น “คชสีห์” ไม่ได้ดูผิด แต่ขอดูถูก ตอบตรงๆ ว่า ยาก เพราะโครงสร้างใหม่นี้ คือการเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากกรมการจัดหางาน ไปให้สำนักปลัดกระทรวงแรงงานดูแลแทน โดยให้แรงงานจังหวัด รับผิดชอบแทนจัดหางานจังหวัด ไปๆ มาๆ มันก็อาจจะกลายเป็น แบ่งกันกิน สมบัติผลัดกันชมเท่านั้น!!…

nn สังคมทั่วไป “พงษ์ วิเศษไพฑูรย์” ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการซีพีเอฟ ร่วมกับกองทัพภาคที่ 1 จัดคาราวานธงฟ้าและสินค้าจากซีพีเอฟ มาจำหน่ายในราคาลดพิเศษ วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม เวลา 14.00 น. ณ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน กรุงเทพฯ…nn

คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 19 ธันวาคม 2557

Published กันยายน 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/16003

1040

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

nn คนไทยดีๆ มีอยู่เยอะ แต่พวกล้มเจ้า หมิ่นสถาบัน มีกันอยู่เพียงไม่กี่คน นับหัวได้ แต่ทำไมมันถึงได้ยากเย็นแสนเข็ญ จับตัวมารับโทษทัณฑ์ได้ไม่กี่คน…

nn “คชสีห์” ไม่ได้ดูถูกหรือดูแคลนรัฐบาลไทย แต่สังเกตกันได้ว่า ทางการไทยไม่สามารถจะจับกุมตัวพวกที่อยู่ต่างประเทศมารับโทษในคดี ม.112 ได้เลยสักคนเดียว!!…

nn คดี 112 ที่ผ่านมานั้น คนที่ถูกจับกุมดำเนินคดีล้วนแล้วแต่อยู่ในเมืองไทย ส่วนไอ้พวกที่หนีคดีไปอยู่ต่างประเทศ กลับติดปีกบิน รอดตัวไปได้ทุกราย…

nn “คชสีห์” ยอมรับว่า เรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งบางประเทศไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับไทยก็ยิ่งหมดหวังไปกันใหญ่ แต่ที่ต้องกระตุกขากันก็คือ รัฐบาลที่ผ่านๆ มานั้น “แอ๊กชั่น” กันมากน้อยแค่ไหน เคยแสดงออกหรือท้วงติงประเทศเหล่าบ้างหรือไม่ ว่าทำไมถึงได้ปล่อยให้ไอ้พวกล้มเจ้าโจมตีสถาบันสูงสุดของคนไทย!!…

nn ช่วง 1-2 วันนี้ “คชสีห์” ดีใจที่เห็นรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ออกมาแอ๊กชั่นให้ความสนใจกับพวกที่กระทำผิดตาม ม.112 เป็นพิเศษ โดยเฉพาะพวกที่หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ…nn อ่านกันชัดๆ กับความเห็นของพล.อ.ประยุทธ์…

nn “ต่างชาติไม่ส่งตัวมาให้ ตำรวจไปจับก็ไม่ได้ และวันนี้มีเรื่องสิทธิมนุษยชนมากขึ้น หลายคนหนีไปอยู่ประเทศโน้นประเทศนี้ ซึ่งต่างประเทศไม่เข้าใจกฎหมายเรา คงต้องทำเรื่องชี้แจงว่ามีความผิดอย่างไร และหารือกันต่อไปเพราะไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว แต่ยังดีกว่าให้บุคคลเหล่านี้ไปพูดให้เกิดความเสียหาย ซึ่งจะใช้คำว่าส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็ไม่ได้ ต้องใช้ว่าผู้ที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายของไทย แจ้งให้ต่างประเทศรับทราบเพื่อให้ผู้กระทำผิดหยุดเคลื่อนไหว ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีจำนวนไม่ถึงร้อยคน ปล่อยเอาไว้ไม่ได้”…

nn สำทับด้วย “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯและรมว.กลาโหม รวมทั้ง “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา” รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่าจะประสานกับอัยการและตำรวจ เพื่อล่าตัวพวกแก๊งล้มเจ้ากลับมาดำเนินคดีในไทยให้ได้…nn นี่คือ ความเคลื่อนไหวล่าสุดที่ “คชสีห์” ไล่เรียงให้เห็นเป็นฉากๆ แต่ก็นั่นแหละ เพราะที่เราทำได้ดีที่สุดก็คือ การขอความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ แต่ถ้าประเทศนั้นๆ ไม่ให้ความร่วมมือ เราก็ทำอะไรไม่ได้…

nn แต่ที่ทางการไทยสามารถทำได้ทันทีเลยก็คือ การยกเลิกหนังสือเดินทางของพวกนี้ ไม่ว่าจะเป็น “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” รวมทั้ง “ตั้ง อาชีวะ”…

nn จริงอยู่ที่พวกนี้ หากถูกทางการไทยเพิกถอนหนังสือเดินทาง ก็อาจจะเปลี่ยนไปใช้หนังสือเดินทางของประเทศอื่น และก็จริงอยู่ที่ไม่สามารถจะเพิกถอนเชื้อชาติและสัญชาติในการเป็นคนไทยของผู้กระทำผิดเหล่านี้ได้ แต่การที่ประเทศไทยยกเลิก “หนังสือเดินทาง”ของพวกนี้ มันแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยปฏิเสธ ไม่ยอมรับการกระทำของคนพวกนี้ หากจะใช้หนังสือเดินทางไทยก็ต้องพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไทย!!…

nn ตบท้ายวันนี้ กับความเห็นอันคมๆ ของนักธุรกิจใหญ่ “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ที่โพสต์เฟซบุ๊คแสดงความเห็นต่อการปฏิรูประบบพลังงานไทย “นายกฯ ต้องรีบปฏิรูปพลังงานด่วน โดยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันให้หมดให้เหลือศูนย์ ลดกองทุนน้ำมันต่างๆ เหลือศูนย์เหมือนในสหรัฐอเมริกา ประชาชนจะได้ใช้ พลังงานในราคาถูก ต้นทุนในการผลิตสินค้าต่างๆ ก็จะถูกลง ทำให้ประเทศสามารถส่งสินค้าไปแข่งที่ต่างประเทศได้ ในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างทุกวันนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยไปรอดได้ แล้วรัฐบาลไทยก็จะได้รับภาษีคืนมามากกว่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่เสียไป แต่คนที่จะเสียผลประโยชน์มากที่สุดคือ ปตท.ไม่มีเงินกองทุนน้ำมันให้ปั่นเล่น และทำการคอร์รัปชั่นได้ อีกพวกที่จะเสียผลประโยชน์คือผู้ค้าน้ำมันเถื่อนทั้งหลาย สรุปแล้วประชาชนจะได้ผลประโยชน์และประเทศชาติก็จะได้ประโยชน์ด้วยในส่วนรวม”…nn

คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 12 ธันวาคม 2557

Published กันยายน 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15888

1040

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

nn ระยะนี้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี โกอินเตอร์เป็นว่าเล่น หลังจากเดือนที่แล้ว ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 22 ที่พม่า มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับผู้นำระดับโลกหลายชาติ โดยเฉพาะยังมีโอกาสได้กระทบไหล่ “บารัค โอบามา” ผู้นำสหรัฐ…

nn หลังกลับจากพม่า ผู้นำไทย ชีพจรลงเท้าออกเดินทางไปเยือนลาว เวียดนามและมาเลเซีย โดยวันนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” อยู่ในระหว่างการเยือนประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งจุดประสงค์หลักๆ ของการไปเยือนต่างประเทศก็เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย ที่ถูกบางประเทศแอนตี้จากการทำรัฐประหาร ขณะเดียวกันก็เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน การันตีว่าไทยมีเสถียรภาพที่มั่นคง…

nn “คชสีห์” เช็คตารางงานนายกฯ ตอนแรกวางคิวว่าจะไปเยือนญี่ปุ่นทันทีหลังกลับจากเกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่า ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยประเทศที่เข้ามาเสียบแทนคือ จีน ซึ่ง “พล.อ.ประยุทธ์” จะไปเยือนระหว่างวันที่ 22-23 ธันวาคมนี้…

nn ภาระนอกประเทศว่าหนักแล้ว แต่ “คชสีห์” ว่าภาระในประเทศถือว่าหนักกว่า เพราะประเทศไทยยังอยู่ในช่วงชำระล้างคราบไคลที่หมักหมมกันมานาน โดยเฉพาะช่วงเวลานี้กำลังอยู่ในช่วงมะรุมมะตุ้มกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่…nn ทำความเข้าใจเอาไว้ตรงนี้ว่า สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) มีคณะกรรมาธิการปฏิรูปถึง 18 คณะ ซึ่งแต่ละคณะก็มีสโคป หมวดหมู่เนื้อหาของงานที่แตกต่างกันออกไป โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วย 36 อรหันต์ทองคำ กำลังรอรับฟังข้อคิดเห็นของคณะกรรมาธิการจากสปช. ทั้ง 18 คณะ ก่อนจะนำมาสรุปเพื่อร่างรัฐธรรมนูญต่อไป…

nn ปัญหาก็คือ กรรมาธิการของสปช.ทั้ง 18 คณะนั้น แต่ละคณะมีทั้งคนพูดน้อย คนพูดมาก คนอยากดัง คนไอเดียกระฉูดแหวกแนว คิดไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่อง ฉะนั้น ทุกๆ วันจึงได้เห็นข้อเสนอรวมทั้งสูตรการเมืองแปลกๆ ออกมาจากคนเหล่านี้เสมอ…ตัวอย่างเช่น การเสนอโมเดลเลือกตั้งแบบเยอรมนี การเลือกตั้งนายกฯโดยตรง การให้สส.และสว.โหวตเลือกตัวนายกรัฐมนตรี หรือจะเอาตัวอย่างล่าสุดก็คือ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เสนอว่า กกต.ควรจะมี 5 คนเท่าเดิม แต่ให้ลดวาระดำรงตำแหน่งจาก 7 ปีเหลือ 6 ปี และเป็นได้เพียงแค่วาระเดียวเท่านั้น โดยกกต.จะมีหน้าที่เฉพาะการจัดการเลือกตั้ง รวบรวมหลักฐานความผิดในกรณีการทุจริตเลือกตั้งเท่านั้น แต่จะไม่มีอำนาจแจกใบเหลือง-ใบแดง เหมือนที่ผ่านๆ มา โดยอำนาจในการแจกใบเหลือง-ใบแดง จะเปลี่ยนไปให้เป็นอำนาจของศาลแทน…

nn นี่คือตัวอย่างสั้นๆ ของคณะกรรมาธิการปฏิรูปจากสปช.เพียงคณะเดียวเท่านั้น แต่อย่าเพิ่งไปทึกทักว่าจะเป็นจริง เพราะมันเป็นเพียง “ข้อเสนอ” เท่านั้น ยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธานยกร่างฯจะ “สนองตอบ” หรือไม่…

nn สปช. มีหน้าที่คิด ระดมความคิดเห็นก่อนจะนำเสนอ ส่วนคนที่จะตัดสินใจและร่างรัฐธรรมนูญก็คือ คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 36 คน ซึ่งได้ฤกษ์คิกออฟแล้ว โดยวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ กมธ.ยกร่างฯ จะต้องไปรับฟังข้อเสนอจากที่ประชุมสปช. ซึ่งคณะกรรมาธิการปฏิรูปทั้ง 18 คณะจะร่วมเสนอความคิดเห็น ก่อนที่กมธ.ยกร่างฯ จะนำข้อเสนอทั้งหมดกลับมาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องร่างให้เสร็จภายในวันที่ 17 เมษายน 2558 ก่อนจะส่งให้สปช., สนช. และครม.เห็นชอบต่อไป…

nn “คชสีห์” ว่า ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะถึงเดือนเมษายน เสร็จจากถกเถียงกันในสปช.แล้ว คงไปใส่กันในกมธ.ยกร่างฯต่อ เพราะดูจากรายชื่อกมธ.ยกร่างฯ ทั้ง 36 คนก็ประเภทดีเด่นดังด้วยกันทั้งนั้น ประเภทร้อนวิชาก็มีอยู่เยอะ คงไม่มีใครยอมใครง่ายๆ…

nn ข่าวดีๆ กันบ้าง เมื่อปลายเดือนที่แล้ว “คชสีห์” คิดว่า “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หายตัวซุ่มเงียบเตรียมประเด็นเรื่องปฏิรูปเพื่อพูดคุยกับสปช. แต่ปรากฏว่า แอบเดินทางไปเยือนจีนในฐานะแขกของรัฐบาล และได้มีโอกาสพบปะกับผู้นำทางการเมืองที่สำคัญของจีนทั้งในรัฐบาลและกรมการเมืองหลายคน ทำเอา “อภิสิทธิ์” ปลื้มไม่หยุดที่รัฐบาลจีนให้เกียรติ แต่งานนี้ต้องยกนิ้วให้ “วีระชัย วีระเมธีกุล” มือประสานสิบทิศที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจีนของจริง…

nn กองทัพเรือ และมูลนิธิราชสกุลอาภากร ในพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จัดงานเดินวิ่ง 134 ปี กรมหลวงชุมพร ในวันที่ 14 ธันวาคม ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ สอบถามโทร.0-2468-2696…ขอเชิญ ศิษย์เก่าวงโยธวาทิตโรงเรียนวิสุทธรังษี จ.กาญจนบุรี ร่วมงาน “33 ปี วงโยฯแฟนตาซี 60 ปี ธนาคาร แพทย์วงษ์” เวลา 17.00 น. วันเสาร์ที่ 13 ธันวาคมนี้ ที่บ้านไร่ปลายตะวัน (ทางเข้าวัดเขาเม็ง)…nn

คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 1 ธันวาคม 2557

Published กันยายน 7, 2015 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15711

1040

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 1 ธันวาคม 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

nn กรณี “พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์” อดีตผบช.ก. ควรจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้ทุกภาคส่วนต้องฉุกคิดกันได้ว่า มันถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยจะต้องให้ความสำคัญกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นกันอย่างจริงจัง…

nn “พงศ์พัฒน์” ถือเป็นรอยด่างของวงการสีกากีไทย แต่ขณะเดียวกันมันก็กลายเป็น “ใบเสร็จรับเงิน” โชว์กันให้เห็นจะจะ ว่า มีการทุจริตฉ้อฉลเกิดขึ้นจริงๆ กับตำรวจไทย ทั้งการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง การค้าน้ำมันเถื่อน การเปิดบ่อนการพนัน การฟอกเงิน ซึ่งถ้าจะว่ากันจริงๆ ไม่ใช่มีแต่เพียงตำรวจเท่านั้นที่ทุจริต แต่มันลามไปทั้งวงการ “ข้าราชการไทย”…

nn เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา “ดร.ธวัชชัย ยงกิตติกุล” สปช. และเลขาธิการสมาคมธนาคารไทย พูดถึงปัญหาคอร์รัปชั่นเอาไว้ “คชสีห์” ได้ยินได้ฟังแล้วถึงกับสะอึก “ผมมองว่าการปฏิวัติ หรือทหารเข้ามา เป็นแค่ปลายเหตุ นักธุรกิจเป็นคนที่ประสบปัญหาคอร์รัปชั่นใกล้ชิด คนกินเงินเดือนประจำ อาจารย์มหาวิทยาลัยไม่ต้องติดต่อกับส่วนราชการ จะไม่รู้สึกถึงความขมขื่นของการที่ต้องจ่ายเงินเพื่อให้ทำธุรกิจได้ นักวิชาการ เคยไปขอใบอนุญาตสร้างโรงงาน หรือใบอนุญาตอะไรก็ได้ เคยไหมครับ ท่านเคยต้องไปประมูลงานราชการไหม ท่านเคยไปออกของที่การท่าเรือไหม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่นักธุรกิจประสบทุกวัน และก็หนักขึ้นหนักขึ้น ที่มีการบอกว่า กินเปอร์เซ็นต์ 15 20 30 40 ผมขอเรียนให้ทราบในที่นี้ หากเป็นโครงการประมูลขนาดเล็ก 3 เท่าก็มี”…

nn นี่คือหัวอกของนักธุรกิจที่ต้องเจอกับปัญหาการโกงกินแบบมูมมามซึ่งร่วมกันระหว่างข้าราชการประจำกับนักการเมือง แต่ที่อาจจะยังค้างคาใจกันอยู่ก็คือ เมื่อมีการปฏิวัติยึดอำนาจแล้ว เงินสินบน ค่าคอมมิชชั่น 30 เปอร์เซ็นต์ ที่นักธุรกิจเคยจ่ายให้กับนักการเมืองเพื่อให้ได้งานนั้น ยังคงต้องจ่ายอยู่หรือไม่ สมมุติว่าถ้ายังต้องจ่ายอยู่ ต้องจ่ายให้ใคร?…

nn มีกรณีตัวอย่างเล็กๆ “คชสีห์” มีเพื่อนเป็นข้าราชการประจำระดับสูง สมัยรัฐบาลเลือกตั้งต้องวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านนักการเมืองเกือบจะทุกวัน แต่หลังจากวันที่ 22 พฤษภาคม ทหารยึดอำนาจ ก็หยุดสัมพันธ์กับนักการเมืองทันที ไม่เข้าบ้าน ไม่สุงสิงด้วย เพราะกลัวจะถูกทหารจับตาว่ามีคอนเนคชั่นกับนักการเมือง…

nn ฉะนั้น วันนี้เมื่อทหารยึดอำนาจ ข้าราชการประจำส่วนใหญ่จึงตีปีกหลังตกอยู่ใต้อุ้งมืออุ้งเท้านักการเมืองมานาน ที่สำคัญ เงินสินบนที่เคยได้จากนักธุรกิจก็ไม่ต้องส่งให้กับนักการเมือง เหมือนในอดีต…

nn แต่ปัญหาก็คือ ในวันที่ไม่มีการเมือง นักธุรกิจและข้าราชการประจำ ต้องส่งเงินให้กับใคร? เชื่อกันหรือว่า ไม่ต้องจ่ายเงินแล้ว?…

nn บังเอิญจริงๆ วันดีคืนดี “ผู้ดีรัตนโกสินทร์-อานันท์ ปันยารชุน” อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดในเวทีสัมมนาของทีดีอาร์ไอ อยู่ดีๆ ก็โยนคำพูดออกมาว่า “ได้กลิ่นโกง” ส่วนจะโยนใส่ใคร โยนใส่ทหารหรือไม่ ไม่มีคำตอบจากปากอดีตนายกฯ แต่ที่พูดแน่ๆ ก็คือ เริ่มจะมีการโกงกินกัน…

nn ที่นี่ “คชสีห์” ยืนยันว่า เห็นใจ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี เพราะต้องแบกรับปัญหาเอาไว้ทุกเรื่อง อย่างเรื่องทุจริตโกงกิน มันก็เห็นกันชัดๆ ว่ามีอยู่จริง จากกรณี “พงศ์พัฒน์” เลยมีข่าวว่าจะมีการตั้งซุปเปอร์บอร์ดขึ้นมาอีกชุดเพื่อสะสางปัญหาทุจริตโดยเฉพาะ โดยซุปเปอร์บอร์ดหรือคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการทุจริต จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการจะประกอบด้วย ตัวแทนจากปปง. สตง. ป.ป.ท. ป.ป.ช. โดยคณะกรรมการชุดนี้จะมีหน้าที่เร่งรัด กระชับการทำงาน ตรวจสอบโครงการต่างๆ ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว…

nn มองกันพื้นๆ มีการตั้งกรรมการชุดนี้ขึ้นมาเพื่อตรวจสอบโครงการต่างๆ ก็ถือว่า ดีกว่าไม่มีอะไรเลย แต่ที่ต้องห่วงกันก็คือ ทุกวันนี้ “พล.อ.ประยุทธ์” ต้องนั่งหัวโต๊ะ ประชุมบอร์ดหลายชุดเหลือเกิน ลุยงานมากเครื่องจะพังเร็ว ขณะที่เวลาของรัฐบาลก็เหลืออีกเพียงปีเดียวเท่านั้นต้นปี 2559 ก็ต้องเลือกตั้งกันใหม่แล้ว ฉะนั้น หากมองโลกกันในแง่ร้ายๆ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นคงจะต้องอยู่คู่กับสังคมไทยไปอีกนานแสนนาน ไม่ว่าจะเป็นยุครัฐบาลพลเรือนหรือรัฐบาลทหาร…

nn ตบท้ายวันนี้ กับคำพูดของ “พล.อ.ประยุทธ์” ที่พูดเอาไว้ในรายการคืนความสุขให้ประชาชน “ตอนนี้มีข่าวลือในหนังสือพิมพ์มาจากไหนไม่รู้ว่า ทำโครงการมีการเรียก 50% เดิมเรียก 30% วันนี้เป็น 50% ซึ่งอย่าให้เจอ และหนังสือพิมพ์เอง ก็ต้องไปหามาด้วยว่า คนพูดเอามาจากไหน ถ้าไม่มีก็ต้องว่ากัน ถ้ามีแจ้งผมมา อย่าเขียนอย่างนี้ เสียหายกับรัฐบาลและ คสช. ในส่วนของ คสช.และรัฐบาล ถ้าไปทำเองก็ต้องลงโทษสถานหนัก ต้องดำเนินคดี ขอเตือนทุกคนไว้ อย่ามาอ้าง หลายคนบอกว่า ผมจะพังเพราะเพื่อน พังเพราะพี่ ผมไม่กลัว ไปหามาได้เลย ไม่ว่าจะเป็นใคร ผิดก็ลงโทษทั้งนั้น ในเมื่อผมพยายามอยู่เสมอว่าต้องโปร่งใส”!!…nn

คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 25 พฤศจิกายน 2557

Published มกราคม 27, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15609

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 25 พฤศจิกายน 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

nn ปรับครม. เดินหน้ารัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีรัฐมนตรีเพิ่มเข้ามาอีก 2 คนคือ “อำนวย ปะติเส” เป็นรมช.เกษตรฯ ส่วนอีกคนคือ “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” เป็นรมช.คลัง…

nn ทั้ง 2 คนนี้ ได้แรงสนับสนุนทั้งผลักทั้งดันจาก “หม่อมอุ๋ย-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล…nn “อำนวย” จะเข้ามาดูแลเรื่องหนี้สินเกษตรกรชนบท ความเดือดร้อนภาคประชาชน และราคายางพารา ส่วน “วิสุทธิ์” จะเข้ามาช่วยงานขุนคลัง “สมหมาย ภาษี”…

nn งานด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเดินหน้าไปได้กี่มากน้อย สามเดือนที่ผ่านมาของรัฐบาลเป็นอย่างไรก็คงเห็นๆ กันอยู่ นับต่อแต่นี้จะมาอ้างว่าขาดคน ขาดอะไรไม่ได้แล้ว หากไม่มีอะไรดีขึ้นคนที่ต้องรับผิดชอบเต็มๆ ก็คือ “หม่อมอุ๋ย” ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล…

nn ถามว่า 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลโดยทีมงานด้านเศรษฐกิจทำอะไรไปแล้วบ้าง เท่าที่ “คชสีห์” เห็นว่าพอจะเป็นรูปธรรมก็คือ รายการประเภทลดแลกแจกแถม เริ่มตั้งแต่การชำระหนี้ให้กับชาวนาที่รัฐบาลชุดก่อนติดค้างมาจากโครงการจำนำข้าว รวมทั้งแจกเงินช่วยเหลือให้กับชาวนาไร่ละ 1 พันบาท ไม่เกิน 15 ไร่ เช่นเดียวกับชาวสวนยางพารา ที่ได้รับเงินช่วยเหลือด้วยเช่นกัน…

nn ส่วนการให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลกแบบฟรีๆ กันถ้วนหน้า โดยให้กสทช.จ่ายเงินชดเชยให้กับบริษัทอาร์เอส เจ้าของลิขสิทธิ์นั้น “คชสีห์” ไม่มั่นใจนักว่าจะถือเป็นผลงานได้หรือไม่!!…

nn 6 เดือนเต็มๆ หลังจาก “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ปรากฏว่า แม่น้ำ 5 สายคือ คสช. รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต่างเดินหน้าทำงานตามโรดแมป 3 ระยะที่วางเอาไว้ โดยสรุปคร่าวๆ ก็คือ ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากนี้ ทุกอย่างต้องจบ คนไทยจะได้เลือกตั้งกันภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่…

nn คสช.มีอายุ 6 เดือน ส่วนรัฐบาลมีอายุ 3 เดือน ซึ่งถือว่าทั้งคสช.และรัฐบาล ยังมีความ “แข็งแกร่ง” อยู่ โดยคสช.จะทำงานคู่ขนานไปกับรัฐบาล ขณะเดียวกับที่ยังมีกฎอัยการศึกเป็นดาบอาญาสิทธิ์…

nn รูปแบบการทำงานคู่ขนานระหว่างคสช.กับรัฐบาลนั้น ได้ยึดรูปแบบการทำงานของ “โปลิตบูโร”(politburo) ซึ่งคำว่า “โปลิตบูโร” เป็นภาษารัสเซียแปลว่า “คณะกรมการเมืองประจำศูนย์กลางพรรค”…

nn รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 เปิดช่องให้สามารถแต่งตั้งบุคคลเข้าไปเป็นคสช. ได้ไม่เกิน 15 คน และวันนี้ก็มีการตั้งคสช.เต็มจำนวนแล้ว มีทั้งทหารและพลเรือน ใครเป็นใคร? ตรวจสอบรายชื่อดูกันได้ “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” เป็นหัวหน้าคสช. และมีรองหัวหน้าคสช. 5 คน คือ “พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ-พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร-พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย-พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง-พลตํารวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว”…

nn มีสมาชิกอีก 8 คน คือ “พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล-พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร-พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา-พลเรือเอกไกรสร จันทร์สุวานิชย์-พลอากาศเอกตรีทศ สนแจ้ง-พลตํารวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง-นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์” โดยมี “พลเอกอุดมเดช สีตบุตร” เป็นเลขาธิการคสช…nn ปิดปากเงียบมานาน “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เพิ่งจะหลุดปากออกมาว่า หากไม่ติดขัดในข้อกฎหมาย หรือมีปัญหาอะไร ก็พร้อมที่จะเลือกตั้งอีกครั้งในปี 2559…

nn “คชสีห์” ว่า “ยิ่งลักษณ์” คงจะฝันไป เพราะมีคดีเป็นชนักติดหลังอยู่บานตะเกียง โดยเฉพาะคดีที่ปล่อยให้มีการทุจริตข้าวจนเสียหายไปหลายแสนล้านบาท โทษหนักอย่างนี้มีทางเลือกคือหนีหรือไม่เท่านั้น เรื่องจะกลับมาลงเลือกตั้งอีกครั้งเลิกฝันได้!!…nn

คชสีห์

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 17 พฤศจิกายน 2557

Published มกราคม 27, 2015 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15481

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 17 พฤศจิกายน 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

nn บริหารประเทศมากว่า 3 เดือน อีกไม่กี่อึดใจนี้ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จะต้องปรับครม. ตั้งต้น “รัฐบาลประยุทธ์ 2”…

nn ตรวจสอบรายชื่อเอาที่แน่ๆ จะมีรัฐมนตรีเพิ่มเข้ามา 2 คน คือ “อำนวย ปะติเส” เป็นรมช.เกษตรฯ ส่วนอีกคนคือ “วิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ” เป็นรมช.คลัง…

nn ทั้ง 2 คนนี้ ได้แรงสนับสนุนเต็มที่จาก “หม่อมอุ๋ย-ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล” รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ
ของรัฐบาล ซึ่งทั้งผลักทั้งดันอย่างเต็มที่ โดย “อำนวย” จะเข้ามาดูแลปัญหายางพารา โดยโผทั้ง 2 รายชื่อนี้ อยู่ในมือ “พล.อ.ประยุทธ์”เรียบร้อยแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า นายกรัฐมนตรีจะปรับครม.วันไหนเท่านั้นเอง…

nn “คชสีห์” ยังประเมินไม่ถูกว่า นอกจากการเสริมทีมเศรษฐกิจตามข้อเสนอของ “หม่อมอุ๋ย” ทั้ง 2 ตำแหน่งนี้แล้ว จะมีการปรับเพิ่ม ปรับลดในกระทรวงอื่นๆ อีกหรือไม่ และใครจะถูกแจ๊กพอตกระเด็นตกจากเก้าอี้เป็นคนแรก แต่ในชั้นนี้ ต้องยอมรับว่า “หม่อมอุ๋ย” กำลังตีปี๊บเร่งสร้างผลงานให้กับกลุ่มของตัวเองเร่งด่วน…

nn “คชสีห์” อธิบายตรงนี้ แม้ “หม่อมอุ๋ย” จะได้ชื่อว่า เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลก็จริงอยู่ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลมีถึง 3 ทีม โดยทีมแรกเป็นของ “หม่อมอุ๋ย” ซึ่งยึดกระทรวงการคลัง ทีมที่สองเป็นของ “พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ” รมว.พาณิชย์ ซึ่งแตะมือเป็นมิตรกับ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” และทีมที่สามเป็นของ “พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง” รมว.คมนาคม…

nn ทั้งเศรษฐกิจทั้งสามทีมนี้ฝีไม้ลายมือพอฟัดพอเหวี่ยงกัน จึงไม่มีใครฟังใคร ตัวอย่างเช่น “พล.อ.อ.ประจิน” ก็เน้นดูแลระบบการคมนาคมขนส่ง เป็นเอกเทศไม่ขึ้นกับใคร ส่วน “พล.อ.ฉัตรชัย” ก็กำลังจับเรื่องขายข้าวเพื่อสร้างผลงาน…

nn ผลงานล่าสุด คือการเสนอให้จีน ซื้อข้าวจากไทย 2 ล้านตัน และยางพาราอีก 2 แสนตัน ซึ่งดีลนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก เพราะจะอาศัยการขายข้าว 2 ล้านตันในครั้งนี้ เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ครบรอบ 40 ปี จากเดิมที่ปีที่แล้วจีนซื้อข้าวจากไทยเพียงแค่ 7 แสนตันเท่านั้น โดยดีลนี้ถือเป็นผลงานของ 2 ประสาน “ฉัตรชัย-สมคิด” ซึ่งไปไหนไปด้วยกันตลอด…

nn แต่ที่สำคัญก็คือ “พล.อ.ประยุทธ์” เพิ่งจะเซ็นคำสั่งแต่งตั้งคณะที่ปรึกษานายกฯรวดเดียว 12 คน โดยมี “สมคิด” เป็นประธาน ส่วนอีก 11 คนที่เหลือ ล้วนแล้วแต่เป็นเครือข่าย “สมคิดคอนเนคชั่น” เกือบจะทุกคน…

nn ที่เด่นๆ คุ้นชื่อคุ้นตากันดีก็คือ “พลเอกวิลาศ อรุณศรี” เป็นรองประธานที่ปรึกษา และที่ปรึกษา อาทิ “ชัยวัฒน์  วิบูลย์สวัสดิ์” “สมพล เกียรติไพบูลย์” “คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม” “บรรยง พงษ์พานิช” “วีระศักดิ์ ฟูตระกูล”…

nn อำนาจหน้าที่ของคณะที่ปรึกษานายกฯชุดนี้คือ ประสานงาน และขับเคลื่อนนโยบาย ติดตามงานที่เป็นภารกิจหลักของนายกฯ รวมทั้งยังมีหน้าที่ให้คำปรึกษานายกฯ ตลอดจนมีอำนาจในการเชิญหน่วยงานต่างๆ มาให้ข้อมูล…

nn มองตามขอบข่ายอำนาจของคณะที่ปรึกษานายกฯชุดนี้แล้ว “คชสีห์” ถือว่า ใหญ่โคตรๆ “พล.อ.ประยุทธ์” ติดทั้งดาบทั้งปืนให้กับ “สมคิด” แม้จะไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน…

nn สรุป วันนี้ทีมงานเศรษฐกิจทั้ง 3 ทีมของรัฐบาลต่างคนต่างทำงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน บางครั้งอาจจะมีการขบเกลียวกันบ้างระหว่างทีมคลังกับทีมพาณิชย์ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นหันมาฟาดปากกันเอง ซึ่งทั้ง 3 ทีมก็มองกันออกว่า “พล.อ.ประยุทธ์” ใช้หลักบริหารแบบคานอำนาจ ถ่วงดุลซึ่งกันและกัน เอาทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ถ้าทีมไหนบริหารไม่ดี หากมีการปรับครม.ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน…

nn “สวนดุสิตโพล” สํารวจความคิดเห็นของประชาชนภายหลังจากที่ คสช. เข้าควบคุมบริหารประเทศ โดยสิ่งที่ประชาชนสบายใจหรือคลายความกังวลมากที่สุด หรือร้อยละ 82.36 บ้านเมืองสงบสุข เป็นระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศในประเทศดีขึ้น โดยสิ่งที่หนักใจ/วิตกกังวล ร้อยละ 68.35 ระบุว่า เป็นเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆ เช่น การเมือง เศรษฐกิจ ของแพง ไฟใต้ ฯลฯ…nn

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 3 พฤศจิกายน 2557

Published พฤศจิกายน 11, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15241

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 3 พฤศจิกายน 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง

“สวนดุสิตโพล”เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศถึงความคิดเห็นต่อการทำงานของคสช. พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.43 ระบุว่า เด็ดขาด จริงจัง มุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุข ให้ประชาชนอยู่ดีกินดี…

ส่วนด้านการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 66.56 มองว่า มีนโยบายการทำงานที่เน้นแก้ปัญหาสังคม เรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน การให้ความช่วยเหลือต่างๆ ควรให้โอกาสในการทำงาน…

พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์  “พล.อ .ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กลับถึงเมืองไทยเรียบร้อยหลังเดินทางไปเยือนจีน ท่ามกลางกระแสข่าวลือแพร่สะพัดว่ามีนัดไปพบกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ไปปรากฎตัวอยู่ที่เมืองจีนด้วย…

แต่ถึงที่สุดแล้ว มันก็เป็นข่าวปล่อย ข่าวโคมลอย เชื่อถือไม่ได้ เพราะ “พล.อ.ประวิตร” คงไม่บ้าจี้ไปพบกับนักโทษหนีคดีให้ตัวเองต้องมัวหมองแน่นอน แต่เรื่องนี้ “คชสีห์”ว่า มันมีการสร้างเรื่องขึ้นมาจาก “ทักษิณ”นั่นเอง…

สังเกตได้ว่า ช่วงนี้ “ทักษิณ” คะแนนตกยับเยิน ทางเดียวก็คือต้องทำตัวให้เป็นข่าว และสูตรเดิมๆก็คือ ใช้น้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เป็นเครื่องมือ  โดย “ยิ่งลักษณ์” ยื่นจดหมายขอนุญาตคสช.ออกนอกประเทศ เพื่อเดินทางไปเที่ยวเมืองจีนกับลูกชาย โดยมี “ทักษิณ” รอไปพบอยู่ทั่นั่น จากนั้นก็มีการช่วยกันประโคมข่าวทางอินเตอร์เนตและหนังสือพิมพ์บางฉบับ…

“คชสีห์” ไม่แปลกใจกับเรื่องนี้เพราะที่ผ่านมา “ทักษิณ”ใช้วิธีนี้มาตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองหายไปจากสนามข่าว แต่ครั้งนี้ที่มันกลายเป็นประเด็นขึ้นมาเพราะ “พล.อ.ประวิตร”ดันไปอยู่เมืองจีนในช่วงเวลาเดียวกันพอดี…

อาจสงสัยกันว่า ทำไมจีนถึงยอมให้ “ทักษิณ”เข้าประเทศในช่วงเวลาเดียวกับตัวแทนของรัฐบาลไทยไปเยือนแบบพอดิบพอดี  คำตอบก็คือ จีนใช้หลักการทูต 2 หน้ามาตลอด หน้าหนึ่งก็ต้อนรับรัฐบาลไทย แต่อีกหน้าหนึ่งก็ไม่ได้ตัดไมตรีกับพวก “ชินวัตร” เพราะมองออกว่า “ระบอบทักษิณ”ยังไม่ได้หมดไปจากเมืองไทย ยังไงๆก็ต้องผูกมิตรเอาไว้ทั้งสองฝั่ง…

สรุป เรื่องของ “ประวิตร” และ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” จบกันไปแบบไม่มีอะไร เพราะมันไม่มีอะไรจริงๆ ส่วน 2 พี่น้องก็ได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ไปหลายวัน นี่คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้มาตลอด ขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครยอมเหยื่อหลงเชื่อกี่มากน้อย!!…

สำหรับ“ยิ่งลักษณ์”นั้น  “คชสีห์” ว่า หลังเดินทางกลับไทยก็จะได้เริ่มต้นนับหนึ่งในการใช้ชีวิตแบบไม่เป็นปกติสุขหลังจากสนช.มีการบรรจุวาระถอดถอนจากคดีจำนำข้าวในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้…สรุปกันตรงนี้  ปปช. ระบุว่า “ยิ่งลักษณ์” มีพฤติการณ์จงใจกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 178 ส่อขัดต่อ พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 11 (1) และยังขัดต่อ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา 58…

โดยการพิจารณาของ สนช. นั้น จะพิจารณาว่า “ยิ่งลักษณ์” ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และถ้าหากที่ประชุมรับเรื่อง “พรเพชร วิชิตชลชัย” ประธานสนช. จะต้องนัดผู้กล่าวหา คือป.ป.ช. และ “ยิ่งลักษณ์”ผู้ถูกกล่าวหา ให้มาชี้แจง ซึ่งการจะลงมติถอดถอนนั้น สนช.จะต้องใช้เสียง 3 ใน 5 จึงจะสามารถถอดถอนได้…สื่อที่ดีต้องมีพื้นที่ให้กับคนดีๆที่ถูกกล่าวหา

“ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล”รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชึ้แจงหลัง ป.ป.ท.ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับไมค์และระบบเครื่องเสียงของห้องประชุมฯ ที่ทำเนียบมีใจความตอนหนึ่งว่า“…

แต่ได้มีผู้ไม่ปรารถนาดีให้ร้ายแก่กระผมอย่างปราศจากเหตุผลว่ากล่าวถึงบรรพบุรุษของกระผมซึ่งหากคุณพ่อและคุณแม่ของกระผมยังมีชีวิตอยู่คงจะบอกกับกระผมว่าอย่าไปถือโทษโกรธใครเลย จงรู้จักการให้อภัยที่ถือเป็นลาภอันประเสริฐสุดไม่มีผู้ใดที่ดีเลิศครบถ้วนแม้ตัวเราเองวันนี้นอกจากครอบครัวของกระผมแล้วดวงวิญญาณคุณพ่อคุณแม่ของกระผมคงจะมีความสุขอยู่ในสัมปรายภพและเป็นกำลังใจแก่กระผมและครอบครัวในการดำรงรักษาวังวรดิศณ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายอันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพสมเด็จปู่ของพ่อ ให้เป็นมรดกทางการศึกษา การปกครอง การทหารและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของประเทศชาติสืบไป”…

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 27 ตุลาคม 2557

Published พฤศจิกายน 11, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15124

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 27 ตุลาคม 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง…

”สวนดุสิตโพล” เปิดเผยผลสำรวจประชาชนภายหลังคณะคสช. เข้าบริหารประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงขณะนี้เป็นเวลา 5 เดือน โดยภาพรวม ร้อยละ 82.17 ระบุว่า ยังคงควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้ดี ไม่มีความขัดแย้งหรือการทะเลาะเบาะแว้งที่รุนแรง…

อย่างไรก็ตาม เมื่อให้คะแนนการทำงานของ คสช. หลังครบ 5 เดือน พบว่า ได้ 8.52 จาก 10 คะแนน ลดลงจากเดือนก่อน 0.05 คะแนน…

ระฆังตีเวลาเริ่มนับหนึ่งแล้วสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เริ่มประชุมเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา…

“คชสีห์” กางรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557  ตรวจสอบ ปรากฏว่า หลังจากประชุมสปช.นัดแรก 15 วัน จะต้องได้ตัวคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 36 คน(กมธ.ยกร่างรธน.) ซึ่งถ้าดูจากเงื่อนเวลานี้ ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จะต้องได้กมธ.ยกร่างฯทั้ง 36 คน ส่วนตัวประธานกมธ.ยกร่างฯนั้น “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและหัวหน้าคสช. ยอมรับออกมาตรงๆว่า  “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า มีชื่อติดอยู่ในโผด้วย ฉะนั้น ก็ไม่ต้องไปคาดเดาหรือมองหาใครอีก เพราะ “บวรศักดิ์” ถูกล็อคตัวเอาไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งตำแหน่งรองประธานสปช.คนที่ 1 และประธานกมธ.ยกร่างฯ…

ที่สำคัญ “บวรศักดิ์” จะหมดวาระในการเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในวันที่ 20 ธันวาคมนี้  ได้นั่งเบิ้ลตำแหน่งพร้อมๆถึงกัน 2ตำแหน่ง ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม ยิ่งได้มาทำงานร่วมกับคนรู้ใจ  รู้มือกันอย่าง“วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ก็ปลอดโปร่ง สบายๆ ต่อสายถึงหัวหน้าคสช.ได้โดยตรง..ส่วนคนที่จะมารับไม้ต่อเป็นเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าคนใหม่นั้น “คชสีห์” เขียนชื่อทำนายเอาไว้ได้เลยว่า คือ “รศ.วุฒิสาร ตันไชย” รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า!!…

กมธ.ยกร่างฯทั้ง 36 คนมาจากไหน? รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดให้กมธ.ยกร่างฯ มีสัดส่วนโควตามาจากสปช. 20 คน และมาจาก คสช. ครม. และ สนช.  อีกแห่งละ 5 คน รวมกับตำแหน่งประธานกมธ.ยกร่างฯ ซึ่ง คสช.เป็นผู้เสนออีก 1 คน รวมเป็น 36 คน…

ทั้ง 36 คนนี้ถือเป็นโควตาของแต่ละองค์กร แต่ไม่ได้กำหนดด้วยว่าจะต้องเป็นคนใน สมาชิกขององค์กรเท่านั้น นั่นหมายความว่า สามารถส่งคนนอกให้เข้ามาเป็นกมธ.ยกร่างฯตามโควต้าของตัวเองได้…

คสช. ครม.และสนช.ไม่มีปัญหา แต่ปัญหาดันเกิดขึ้นกับสปช. เพราะได้รับโควตามากกว่าใครถึง 20 คน เลยมีคนเสนอให้กัน 5 ตำแหน่งไว้ให้กับคนนอก ซึ่งมาจากภาคการเมือง คู่ขัดแย้งต่างๆ เพื่อระดมความคิดที่แตกต่างในการร่างรัฐธรรมนูญ…ฝ่ายที่ไม่อยากให้โควต้ากับคนนอกอ้างว่า สปช.ทั้ง 250 คนมีคนเหมาะสมมากมาย และพร้อมจะเป็นกมธ.ยกร่างฯกันหลายคน ส่วนฝ่ายที่ต้องการให้โควตาคนนอก ซึ่งคนเสนอไอเดียมาจากสปช.สายตัวแทนจังหวัด ก็อ้างว่า ต้องการระดมความคิดเห็นที่แตกต่างจากภาคการเมือง เพราะสปช.มีแค่ 250 คน เอาแค่เฉพาะผู้สมัครสปช.อีก 7 พันกว่าคน ก็ยังมีคนที่เหมาะสมอีกมากมายแต่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสปช. …

“คชสีห์”โนคอมเม้นท์เรื่องสัดส่วนโควตา เรื่องถกเถียงกันเป็นเพียงแค่ความเห็นที่แตกต่างเท่านั้น แต่ยังไงๆวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ต้องจบ เพราะต้องเดินตามรัฐธรรมนูญเป๊ะๆ โดยกมธ.ยกร่างฯ จะต้องทำงานเคียงคู่ไปกับสปช. ซึ่งสปช.จะต้องเริ่มต้นศึกษาข้อมูลการปฏิรูปด้านต่างๆทั้ง 11 ด้านให้เสร็จสิ้นภายในเดือนํธันวาคมนี้ จากนั้นกมธ.ยกร่างฯจะต้องมารับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะจากสปช.ที่ทำการศึกษามา…

หลังจากนั้น กมธ.ยกร่างฯ ก็ต้องไปยกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายใน 120 วัน ซึ่งตามกำหนดเวลาต้องเสร็จภายในเดือนเมษายน 2558…สเต็ปต่อไป ก็จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้คสช. สนช. และสปช. พิจารณาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ จะมีการแก้ไขอะไรหรือไม่ โดยท้ายสุดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องเสร็จสิ้นกันภายในเดือนสิงหาคม 2558…

ที่สำคัญสุดๆ เหนืออื่นใดเลยก็คือ  หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านตามกำหนดเวลา ทั้งกรรมาธิการยกร่างฯและ สปช.ก็ต้องยุติบทบาทและเริ่มต้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่!!…

ประสา “คชสีห์” ว่า ก็คงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวกันต่อไป หากไม่เถียงกันมากจนถึงขั้นทะเลาะวางมวย ต่อยกันปากแตก ปลายปีหน้าก็คงได้เลือกตั้งกันใหม่ แต่ที่บรรดา “นักเลือกตั้ง” ลุ้นกันแบบใจจดใจจ่อก็คือ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดห้ามนักการเมืองที่มีคดีคอร์รัปชั่น ทุจริตเลือกตั้งลงสนามหรือไม่  เพราะถ้าใส่เอาไว้ นักการเมืองที่เคยต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี ทั้งนักการเมืองจากบ้านเลขที่ 111 และเลขที่ 109 จะต้องเลิกเล่นการเมืองกันไปตลอดชีวิต!!

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 20 ตุลาคม 2557

Published พฤศจิกายน 11, 2014 by SoClaimon

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/politic/columnist/15008

บุคคลแนวหน้า : คชสีห์ 20 ตุลาคม 2557

แนวหน้าหนังสือพิมพ์คุณภาพ ทุกบรรทัดคือสาระและข้อเท็จจริง

ข่าวดีสำหรับชาวนาไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.จะเปิดให้ชาวนาที่มีสิทธิ์รับเงินช่วยเหลือปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรี รับเงินได้ โดยเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 20 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป…

ตัวเลขที่อยู่ในมือ “คชสีห์” ปรากฏว่า ปัจจุบันมีชาวนามาขึ้นทะเบียนรับรองการเป็นเกษตรกรไว้แล้วประมาณ 2.8-2.9 ล้านราย ซึ่งคาดว่าหลังปิดการลงทะเบียนในสิ้นเดือนตุลาคมนี้จะมีเพิ่มขึ้นประมาณ  3 ล้านราย ซึ่งเม็ดเงินที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้ 4 หมื่นล้านบาทเพียงพอที่จะจ่ายเงินให้ชาวนาแน่นอน…

ไม่ว่าอะไรที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ “คชสีห์” เห็นด้วยทั้งนั้น แต่มันต้องไม่ใช่ประชานิยมเหมือนที่ผ่านมาๆ ตัวอย่างเช่น โครงการรับจำนำข้าวที่ถูกนักการเมืองถลุงงบ เผาผลาญกันมันปากนั้น ประเมินกันว่า เสียหายไปหลายแสนล้านบาท…

มูลค่าจริงๆที่ประเทศเสียหายไปจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่นั้น ยังไม่มีตัวเลขที่เป๊ะๆตายตัว แต่ถ้าฟังจากที่ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ไปพูดเอาไว้ทิ่อิตาลีแล้ว รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน “ ข้าวในโครงการรับจำนำข้าว ไม่สามารถขายได้ เนื่องจากจะขาดทุน เพราะถ้าขายข้าว 20 ล้านตัน จะขาดทุน 4 -7 แสนล้านบาท หากปล่อยไปอีก 3 ปี อาจทำให้ประเทศล้มละลายได้ แต่รัฐบาลก็ไม่สามารถเลิกโครงการนี้ จึงต้องช่วยเหลือต่อไป “

เงิน 7 แสนล้านบาทที่สูญเสียไปนี้ ชาวนาได้รับเพียงเศษเงินเท่านั้น เด็กอมมือก็รู้ว่ามันมีการโกงกินกัน แต่รัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะเลิกโอบอุ้มชาวนาก็ไม่ได้ เพราะเป็นกระดูกสันหลัง เส้นเลือดใหญ่ของประเทศ ยังไงๆก็ต้องช่วย ขึ้นอยู่กับว่าจะช่วยกันรูปแบบไหนและใช้วิธีการอะไรเท่านั้น…

ฉะนั้น เงินช่วยเหลือ 4 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลช่วยชาวนาในครั้งนี้เมื่อนำไปเทียบกับเงิน 7 แสนล้านบาทที่สูญเสียไป ถือว่าสมเหตุสมผล มีที่มาที่ไป ในฐานะที่ชาวนาก็คือ “คนไทย”  ที่ต้องได้รับการอุดหนุนดูแลจากภาครัฐ ตามฐานานุรูป!!…

เอาล่ะ เมื่อชาวนาได้ เกษตรกรที่ปลูกผลิตผลอื่นๆก็สมควรจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐเช่นกัน และที่กำลังตามมาติดๆก็คือ ยางพารา โดยรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนให้ชาวสวนยาง 1,000 บาท/ไร่ ครัวเรือนละไม่เกิน 15 ไร่ รวมเงินช่วยเหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งใช้มาตรฐานเดียวกันกับข้าว เพื่อไม่ให้มองว่ารัฐบาลช่วยเหลือยางพารามากกว่าข้าว หรือช่วยเหลือข้าวมากกว่ายางพารา…

ช่วยกันอย่างนี้ เกษตรกรที่ไม่ได้ปลูกข้าวหรือยางพาราน้อยใจแน่นอน ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะหาทางช่วยเหลืออย่างไรนี่ถ้าเป็นรัฐบาลปกติ รับรองว่าได้ออกมาประท้วงเดินตามท้องถนนกันวุ่นวายแน่ ไม่ว่าจะเป็นอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด แต่ก็นั่นแหละ “คชสีห์”พูดไม่ออก เพราะน้ำท่วมปาก ผลิตผลทางการเกษตร 2 ชนิดทั้งข้าวและยางพารานั้น มันถือว่าเป็นพืชผลเศรษฐกิจที่ถูกจับเอาไปโยงกับการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย ใครทำไม่ดีก็มือพอง

ยังไม่สะเด็ดน้ำสำหรับการโยกย้ายข้าราชการประจำระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม “พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา”รมว.ยุติธรรม  ล่าสุดแต่งตั้งให้ “พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์” อธิบดีกรมสอบสวนคดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม แต่ที่ฮือฮาก็คือ แต่งตั้ง “สุวณา สุวรรณจูฑะ” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ…

“คชสีห์”ทีฮือฮากันก็เพราะ ที่ผ่านมา “สุวณา” ทำตัวโลว์โปรไฟล์มาตลอด แต่คนในกระทรวงยุติธรรมรวมทั้งบรรดาผู้พิพากษารู้จักคนในตระกูลนี้ดี เพราะชื่อเสียงไม่เคยด่างพร้อย ที่สำคัญ สามี “ก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ” ยังเป็นผู้พิพากษาอนาคตไกล เพราะวันนี้มีตำแหน่งเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 9…

เกือบจะสิ้นเดือนตุลาคมแล้ว บางกระทรวง รัฐมนตรียังตระเวนตรวจเยี่ยมหน่วยงานในสังกัดกันไม่เสร็จ แต่ที่กระทรวงแรงงาน “บิ๊กเต่า- พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์” รมว.แรงงาน เข้าตรวจเยี่ยมสำนักงานประกันสังคมเป็นที่สุดท้าย โดยให้ระวังการลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย เพราะเงินทั้งหมดไม่ใช่เงินของประกันสังคมแต่เป็นเงินของผู้ประกันตนและนายจ้าง การนำเงินของผู้ประกันตนไปใช้ ต้องเกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า และโปร่งใส…

“คชสีห์” เห็นด้วยกับ “พล.อ.สุรศักดิ์” โดยเฉพาะหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงแรงงานนี้ ประกันสังคมต้องถูกตรวจสอบการใช้จ่ายมากที่สุด โดยเฉพาะการใช้จ่ายงบประชาสัมพันธ์ซึ่งที่ผ่านมาเลอะเทอะมาตลอด ตัวอย่างเช่น การประชาสัมพันธ์ข่าว มีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ วงเงินหลายล้านบาท ทั้งๆที่สำนักงานประกันสังคมก็มีพนักงานของตัวเองอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมใช้ ดันไปจ้างเอกชนมาทำแทน ขณะเดียวกัน งบพีอาร์ต่างๆ ทั้งการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ก็มีการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย กลายเป็นแดนสนธยา หลุมดำของกระทรวงแรงงานที่ไม่มีใครแตะต้องได้ “ปราณิน มุตตาหารัช” เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมคนใหม่สดๆร้อนๆ ต้องรีบเร่งสะสางอย่างเร่งด่วน!!…

%d bloggers like this: