ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

All posts tagged ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

การใช้น้ำของพืชไร่ (ถั่วเหลือง ยาสูบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)

Published กุมภาพันธ์ 18, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002016&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ศจี เจริญยิ่ง
ชื่อเรื่อง: การใช้น้ำของพืชไร่ (ถั่วเหลือง ยาสูบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์)
Article title: Trial on consumptive use of upland crops (Soybean, Tobacco, Corn)
ชื่อเอกสาร : รวมเรื่องย่อการประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 18 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 28-30 มกราคม 2523
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2523
หน้า: หน้า 31
จำนวนหน้า: 114 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2523)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: GLYCINE MAX, NICOTIANA TABACUM, ZEA MAYS, PLANT WATER RELATIONS, VARIETIES, GROWTH, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: ถั่วเหลือง, ยาสูบ, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ปริมาณการใช้น้ำ, พันธุ์, การเจริญเติบโต, ผลผลิต
หมายเลข: 002016 KC1801032
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การปลูกพืชไร่ปลายฤดูบนดินโคราชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

Published เมษายน 9, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001406&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: Finkner, V.C.; ชัยวัฒน์ หงษ์งาม
ชื่อเรื่อง: การปลูกพืชไร่ปลายฤดูบนดินโคราชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Article title: Late season planting of upland crops on Korat soils in northeast
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ และ ชีววิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ 14 สาขาพืช ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 2-4 กุมภาพันธ์ 2518
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural and Biological Sciences fourteenth session: Plant Science
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2518
หน้า: หน้า 405-414
จำนวนหน้า: 498 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2518)
หมวดหลัก: F01-Crop husbandry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ZEA MAYS, SORGHUM BICOLOR, ARACHIS HYPOGAEA, GLYCINE MAX, VIGNA RADIATA, CITRULLUS LANATUS, PLANTING, WET SEASON, SOIL TYPES, YIELDS, THAILAND
ดรรชนี-ไทย: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, ข้าวโพดหวาน, ข้าวฟ่าง, ข้าวสมุทรโคดม, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, แตงโม, การปลูก, ช่วงปลายฤดูฝน, ดินชุดโคราช, ผลผลิต, ต้นทุนการผลิต, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หมายเลข: 001406 KC1401044
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาถึงประสิทธิภาพในการรวมของสายพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำมาจากอินเดีย โดยใช้พันธุ์ทดสอบต่างกัน

Published กุมภาพันธ์ 10, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000104&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุจินต์ จินายน
ชื่อเรื่อง: การศึกษาถึงประสิทธิภาพในการรวมของสายพันธุ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำมาจากอินเดีย โดยใช้พันธุ์ทดสอบต่างกัน
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์และชีววิทยา (สาขาพืช) ครั้งที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 21-23 กุมภาพันธ์ 2505: รวมเรื่องย่อ
Source title : Proceedings of the 1st national Conference on Agriculture and Biology (Plant Science): Collected Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: สภาวิจัยแห่งชาติ; มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2505
หน้า: หน้า 115-116
จำนวนหน้า: 128 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 S3 2505)
หมวดหลัก: F30-Plant genetics and breeding
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: ZEA MAYS, COLLECTIONS, VARIETY TRIALS, VARIETIES, EFFICIENCY
ดรรชนี-ไทย: ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, การรวบรวมพันธุ์, พันธุ์ทดสอบ, ประสิทธิภาพ
หมายเลข: 000104 KC0101105
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การวิจัยเทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

Published กันยายน 28, 2011 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

Home |  Show All |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author นายประดิษฐ์ บุญอำพล pdf
Title การวิจัยเทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ Type Journal Article
Year (up) 2548 Publication รายงานผลโครงการวิจัย Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author Thesis
Address สถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร
Keywords เทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
Abstract เทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ใช้หลักการของการนำธาตุอาหารมาให้กับข้าวโพดโดยผ่านทางดิน ผ่านทางต้นใบ เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของข้าวโพดใช้ในการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตสูง ตลอดจนรักษาสมดุลของสถานภาพดินและสิ่งแวดล้อม โดยนำเอาข้อมูลปัจจัยดิน ปัจจัยพืชและสภาพภูมิอากาศมาร่วมพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ผ่านโปรแกรมสำเร็จรูปในวิธีการต่างๆ จนได้ปริมาณธาตุอาหารในรูปของปุ๋ยเคมี เพื่อใส่ให้กับข้าวโพดที่ปลูกในกลุ่มดินต่างๆ ในท้องถิ่นที่เหมาะสมต่อการปลูกข้าวโพด โดยมีข้อมูลที่ให้ความรู้เกี่ยวกับดินและธาตุอาหารพืช เพื่อให้ผู้ใช้ได้มีความรู้ความเข้าใจในสาระของข้อมูลดังกล่าว เช่น คำแนะนำการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน คำแนะนำการใช้ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ตามค่าวิเคราะห์ดิน/ชนิดกลุ่มดิน คำแนะนำการใช้ปุ๋ยตามกลุ่มเนื้อดิน สีดิน และปริมาณ P และ K ในดิน ตลอดจนการคำนวณปรับเปลี่ยนปริมาณธาตุอาหารในปุ๋ยชนิดต่างๆ เป็นต้น
Publisher สถาบันวิจัยพืชไร่ Place of Publication กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 615
Permanent link to this record

ระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชหลัก

Published ธันวาคม 20, 2010 by SoClaimon

ฉบับที่ 8 ประจำเดือน กันยายน  พ.ศ. 2553

ผ่านทางขยายผล.

ผลิใบ ขยายผล
อรรณพ  กสิวิวัฒน์

ระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชหลัก

ข้าวโพดเลี้ยวสัตว์  เป็นวัตถุดิยหลักที่สำคัญในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์   และปัจจุบันได้มีการแปรรูปไปสู่พลังงาน    โดยเฉพาะใช้เป็น
วัตถุดิบในการผลิตเอทานอล  ผลผลิตข่าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทดยมีประมาณ 4 ล้านตันต่อปี จากพื้นที่เพาะปลูกรวมประมาณ 6 ล้านไร่  ซึ่งปริมาณ
ผลผลิตดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ  ซึ่งมีอยู่ประมาณปีละ 5.5 ล้านตัน   ในขณะที่พื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มี
แนวโน้มลดลงจังหวัดเพชรบูรณ์    มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ    ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลอนคลื่นมีความลาดชัน เกิด
ปัญหาพังทลายของดินสูง    ดินเสื่อมมความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ  เกิดปัญหาแผ่นแข็งผิวดิน และดินดาน    ส่งผลให้ผลผลิตข้าวโพดค่อนข้างต่ำ
และทำให้เกษตรกรมีรายได้ต่ำตามไปด้วย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ จึงได้ทดสอบระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเป็นพืชหลักในพื้นที่ลาดชัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ปี 2551
–2552 ในสภาพไร่ฤดูฝน   ในแปลงเกษตรกที่มีความลาดชันไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์      เพื่อเป็นการทดสอบระบบการปลูกพืชให้เกมาะสมกับพื้นที่
ลาดชัน  และเพื่อให้ได้เป็นข้อมูลปัจจัยการผลินที่มีผลต่อการยอมรับหรือไม่ยอมรับระบบการปลูกพืชที่คัดเลือกแล้ว    เพื่อถ่ายทอดไปสู่เกษตรกร
โดยดำเนินการทดสอบในไร่เกษตรกร  อำเภอหนองไผ่ และดำเภอเขาค้า  จังหวัดเพชรบูรณ์

วิธีการดำเนินการ

การทดลองดำเนินการในพื้นที่ของเกษตรกรที่มีความลาดชันไม่เกิน  20 เปอร์เซ็นต์  ปี  2551 – 2552     เพื่อทดสอบระบบการปลูกพืชที่มี
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชหลัก  โดยพิจารณาพืชอายุสั้น  คือ  ถั่วเหลืองฝักสดกลิ่นหอม มาทดสอบในระบบพืช 2 กรรมวิธี    คือ กรรรมวิธีที่ 1   วิธี
แนะนำการปลูกถั่วเหลืองตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์   และกรรมวิธีที่ 2    เป็นวิธีของเกษตรกร  คือ ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว โดยคัดเลือก
เกษตรกรเข้าร่วมศึกษาครั้งนี้  จำนวน 3 ราย ๆ ละ 5 ไร่ รวม 15 ไร่  แปลงที่  1 นายสำราญ  เครือขวัญ บ้านเลขที่ 71 หมู่ที่ 8 บ้านวังเจริญรัตน์
ตำบลบ่อไทย   อำเภอหนองไผ่  จังหวัดเพชรบูรณ์   แปลงที่ 2   นายประกอบ อินทร์พร บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 3  บ้านริมสีม่วง    ตำบลริมสีม่วง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และแปลงที่ 3 นายเฟี่ยม  ชาญเทียม บ้านเลขที่ 146  หมู่ที่  10  บ้านร่มไทร  ตำบลหนองแม่นา  อำเภอเขาค้อ
จังหวัดเพชรบูรณ์

ทุกกรรมวิธีปลูกพืชในช่วงระหว่างแนวแฝก  ที่ปลูกขวางความลาดชันระยะห่าง 10 เมตร    ในการทดสอบครั้งนี้   พันธุ์พืชที่ใช้ พันธุ์แนะนำ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม พันธุ์นครสวรรค์ 3 ถั่วเหลืองฝักสดกลิ่นหอม พันธุ์แนะนำ (MJ 0108-11-5) เทียบกับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสม พันธุ์จาก
ภาคเอกชนและพันธุ์แฝก คือ พันธุ์อินเดียพระราชทานและพันธุ์สุราษฎร์ธานี โดยมีลายละเอียดดังนี้

กรรมวิธี  1  วิธีแนะนำ การปลูกถั่วเหลืองตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เทคโนโลยีการผลิตถั่วเหลืองฝักสด ใช้พันธุ์ถั่วเหลืองฝักสด
กลิ่นหอม  (MJ 0108-11-5)เป็นพันธุ์แนะนำ โดยศูนย์วิจัยพืชไร่เชียงใหม่ ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีอายุสั้น
เก็บเกี่ยวผลผลิต 65 วัน  เจริญเติบโตได้ดี ในต้นฤดูฝน (ปลูกในเดือนพฤษภาคม)  เก็บเกี่ยวในต้นเดือนกรกฎาคม  การเตรียมดิน ใช้เครื่องจักรกล
การเกษตร ไถพรวน  1 – 2  ครั้ง มีความลึก 5  –  10  เซนติเมตร  รองพื้นด้วยปุ๋ยชีวภาพ  50  กิโลกรัมต่อไร่ อัตราเมล็ดพันธุ์  10 – 12   กิโลกรัม
ต่อไร่ (ขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์การงอก)  ระยะปลูก  50 x 20 เซนติเมตร หยอดหลุมละ 3 – 4 เมล็ด ใส่ปุ๋ยเคมี 16 – 20 – 0  อัตรา 50  กิโลกรัมต่อไร่ รองพื้นและปุ๋ยเคมี 46 – 0 – 0   อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่   โรยข้างแถวในระยะ 25 – 30 วันหลังงอก    พ่นสารเคมีกำจัดเพลี้ยอ่อน    แมลงหวี่ขาว
และหนอนกัดกินใบ  4  ครั้ง หยุดพ่นสารเคมีก่อนการเก็บเกี่ยว  1  เดือน   เก็บเกี่ยวถั่วเหลืองฝักสดในระยะเมล็ดโตเต็มที่ ฝักเขียวสด (สำหรับการ
บริโภคฝักสด โดยทำความสะอาดแล้วนำไปต้มในน้ำเดือด เวลา 5 นาที จะได้ถั่วเหลืองฝักสดรสชาติหอมหวาน) พันธุ์ดังกล่าวสามารถเก็บเป็นเมล็ด
พันธุ์ได้เนื่องจากสุกแก่พร้อมกัน     การเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์ลดความชื้นเมล็ด เหลือ  12  เปอร์เซ็นต์    เก็บรักษาในถุงพลาสติกที่อุณหภูมิห้องเย็น
20 –  25  เซลเซียส

เทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามถั่วเหลืองฝักสด หลังจากการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองฝักสดเดือนกรกฎาคม  ไถพรวนคราดกลบ
1 ครั้ง แล้วปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตาม วิธีการปลูก  วิธีการจัดการดูแลรักษา ปฏิบัติเช่นเดียวกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามวิธีเกษตรกร

กรรมวิธีที่   2 วิธีของเกษตรกร ผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของเกษตรกรจังหวัดเพชรบูรณ์  ในเขต
ที่ลาดชัน เริ่มปลูกในช่วงกลางเดือนเมษายนไปจนถึงพฤษภาคม  เก็บเกี่ยวในเดือนสิงหาคม – กันยายน เป็นต้นไป บางพื้นที่ในพื้นที่สูงจะเก็บล่าช้า
ไปถึงเดือนธันวาคมของทุกปี พันธุ์ข้าวโพดที่ใช้ เป็นข้าวโพดลูกผสมจากภาคเอกชน  99  เปอร์เซ็นต์ อัตราเมล็ดพันธุ์  3 กิโลกรัมต่อไร่ การเตรียม
ดินโดยใช้เครื่องจักกลการเกษตร ไถพรวน 1 – 2  ครั้ง หยอดเมล็ดโดยใช้เครื่องหยอด พร้อมปุ๋ยเคมี  15 -15 -15  อัตรา  50  กิโลกรัมต่อไร่ โดย
ใช้ระยะ 60 –  75  x  50  เซนติเมตร 2 – 3 เมล็ดต่อหลุม และปุ๋ยเคมี 46 – 0 – 0 อัตรา  25  กิโลกรัมต่อไร่  โรยข้างแถวหลังอายุ 25 – 30 วันหลัง
งอก พร้อมกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมีฉีดพ่นเก็บเกี่ยวอายุ  120  วันขึ้นไป

ผลการวิจัย
ผลผลิตและรายได้

จากการทดสอบระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ลาดชัน  จังหวัดเพชรบูรณ์  2  กรรมวิธี คือ วิธีแนะนำ ถั่วเหลืองฝักสดตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวิธีเกษตรกร ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว 3 แปลงทดลอง  ปี  2551-2552 พบว่า

ผลผลิต

1. วิธีแนะนำ  (ถั่วเหลือง  ตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) ถั่วเหลืองฝักสด  พันธุ์  MJ 0108 – 1 – 5  เป็นพันธุ์กลิ่นหอม  เก็บเกี่ยวในระยะ
เมล็ดเต่งเต็มที่อายุ 65 วัน หลังปลูกเกษตรกรจะต้องเก็บให้ทันในช่วงอายุดังกล่าว  ถ้าเก็บล่าช้าไป 3 – 4 วัน จะทำให้ฝักถั่วเหลือง  คุณภาพรสชาติ
ด้อยลงให้ผลผลิตฝักสดมาตรฐาน 2 เมล็ดต่อฝักขึ้นไป  เฉลี่ย 951 กิโลกรัมต่อไร่   ผลผลิตสูงสุด 1,102  กิโลกรัมต่อไร่   และผลผลิตต่ำสุด 730
กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตต่ำสาเหตุเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ   และความชื้นในดินไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์  พันธุ์
ข้าวโพดลูกผสมนครสวรรค์ 3 เป็นพันธุ์รับรองจากกรมวิชาการเกษตร มีลักษณะเด่น หักฝักง่าย ขั้วไม่เหนียว ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,008 กิโลกรัมต่อไร่
ผลผลิตสูงสุด 1,321 กิโลกรัมต่อไร่  ผลผลิตต่ำสุด 702  กิโลกรัมต่อไร่  ผลผลิตต่ำสาเหตุเนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ดินต่ำ และความชื้นในดินไม่
เพียงพอในระยะติดฝักและเมล็ด

2. วิธีของเกษตรกร  (ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมนครสวรรค์ 3   ให้ผลผลิตเฉลี่ย 1,029 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตสูงสุด 1,388 กิโลกรัม ผลผลิตต่ำสุด702 กิโลกรัมต่อไร่ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้ง 2 วิธี ให้ผลผลิตไม่แตกต่างกัน

รายได้
ผลการวิเคราะห์ค่าอัตราส่วนของผลตอบแทนต่อต้นทุน(Benefit  Cost  Ratio : BCR) 3 แปลง    พบว่าค่า  BCR   มีค่ามากกว่า 1 กล่าวคือ
วิธีแนะนำ ให้ผลผลิตตอบแทนสูงกว่าวิธีเกษตรกร ค่า  BCR  2.08   และ  1.94   ตามลำดับ หรือเมื่อคำนวณรายได้     ผลตอบแทนสุทธิเฉลี่ย 2 ปี
พบว่า วิธีแนะนำ  ปลูกถั่วเหลืองตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์   มีผลตอบแทนสุทธิเป็นเงินสด 7,108 บาทต่อไร่  วิธีเกษตรกร ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
อย่างเดียว มีผลตอบแทนสุทธิ  เป็นเงินสด 2,896 บาทต่อไร่ ให้ผลต่าง 4,212 บาทต่อไร่  หรือ อัตราส่วนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าร้อยละ 146 เป็น
กิจกรรมที่มีกำไรสามารถทำการผลิตได้

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

สภาพพื้นที่และชนิดดิน สภาพพื้นที่การทดสอบระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชหลักในพื้นที่ลาดชัน     จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 3 แปลง พบว่า อำเภอหนองไผ่  มีพื้นที่ความลาดชัน 12 เปอร์เซ็นต์ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 200 เมตร  ความอุดมบูรณ์ดินต่ำ มีค่าความเป็น
กรดด่าง ปานกลาง แต่อำเภอเขาค้อ 2 แปลง   มีพื้นที่ความลาดชัน 6 – 8 เปอร์เซ็นต์  สูงกว่าระดับน้ำทะเล 700 – 800 เมตร  ความอุดมสมบูรณ์ดิน
ปานกลาง – สูงแต่มีความเป็นกรดด่างต่ำ ในทางปฏิบัติเกษตรกร อำเภอเขาค้อ มีการปลูกพืชผักกันมาก  มีการใส่ปุ๋ยชีวภาพและมูลสัตว์สูง มากกว่า
ในเขตอำเภอหนองไผ่ ลักษณะดินมีความแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ สภาพพื้นที่อำเภอเขาค้อจึงเหมาะสมกับการปลูกพืชผัก

ระบบพืชในแปลงปลูกข้าวโพด   และพืชที่แข่งขันกับข้าวโพด ระบบพืชในพื้นที่ปลูกข้าวโพดในพื้นที่ทดสอบ  อำเภอหนองไผ่   เป็น
ระบบข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามด้วยข้างฟ่าง  และปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว  สำหรับอำเภอเขาค้อ   มีหลายระบบการปลูกพืช คือ ปลูกข้าวโพด
เลี้ยงสัตว์อย่างเดียว  แต่หมุนเวียนเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเดียว  และพืชผักเป็นพืชเชิงเดี่ยว  เช่น กะหล่ำ  ผักชี  ชาโยเต้  แครอท
ผักกาดหัวและข้าวไร่ ตามภาวะราคาที่เกษตรกรสนใจที่เป็นพืชแข่งขันกับข้าวโพดในท้องที่  แต่ปฏิบัติได้เฉพาะเกษตรกรบางรายเท่านั้น  เนื่องจาก
มีข้อจำกัด  เรื่องน้ำซึ่งบางปี  ทำให้ผลผลิตข้าวโพดไม่ดีพอ   ไม่จูงใจให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเพิ่มขึ้น สรุปได้ว่า  เกษตรกรมีทางเลือกมากในการ
ปลูกพืชอื่นทดแทนข้าวโพดในพื้นที่

การปลูกหญ้าแฝกขวางที่ลาดชัน
หญ้าแฝกพันธุ์สุราษฎร์ธานี  เป็นพืชทนทานแล้ง  เหมาะสมกับสภาพที่ดอน   ได้ดีกว่าพันธุ์อินเดียพระราชทานที่เหมาะสมกับที่ชุ่มชื้น  ระยะ
ระหว่างร่องแฝกอยู่ในช่วง 10 – 20  เมตร แล้วแต่สภาพพื้นที่  ในการนำเครื่องจักรเข้ามาปฏิบัติงาน  เพื่อลดการพังทลายของดิน

ต้องการของเกษตรกร

การปลูกถั่วเหลืองฝักสด มีข้อดี คือ เป็นพืชปลูกง่าย  ให้ผลผลิตเร็ว(อายุสั้น)  แต่มีความเสี่ยงในด้านความงอกของเมล็ด และแมลงศัตรูสูง
จำเป็นต้องอาศัยการดูแลอย่างประณีต  สำหรับการจำหน่ายถั่วเหลืองฝักสดเพื่อบริโภคในครัวเรือน เกษตรกรทั่วไปนิยมบริโภคเนื่องจากเป็นพืชผัก
ที่ไม่มีการจำหน่ายในท้องที่  ความต้องการปลูกถั่วเหลืองฝักสด  เกษตรกรทั้ง 3 ราย   ให้ความเห็นต่อการปลูกถั่วเหลืองฝักสดว่าเป็นพืชอายุสั้นให้
ผลตอบแทนสูง  มีข้อดีสามารถปลูกในช่วงต้นฝนในเดือนพฤษภาคม ได้แต่ต้องมีการจัดการในเรื่องการเตรียมแปลงให้เหมาะสมกับสภาพน้ำฝนใน
แต่ละปี

มีข้อด้อยในเรื่อง ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ดี  ควรมีเมล็ดพันธุ์สนับสนุนเนื่องจากเป็นพันธุ์พืชใหม่ ไม่มีจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งเมื่อทางราชการ
มาแนะนำการผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ก็สามารถ เป็นทางเลือกหนึ่งของเกษตรกรได้  ความต้องการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประสบการณ์ของเกษตรกร มีมากกว่า 5 – 10  ปี ขึ้นไป   เกษตรกรมีความชำนาญและพอใจเนื่องจากระบบตลาดข้าวโพดมั่นคง   ถึงแม้ว่าพื้นที่ปลูกข้าวโพดจะลดลง เนื่องจาก
ต้นทุนผลผลิตสูง  สาเหตุจากเมล็ดพันธุ์   ปุ๋ยเคมี  ราคาสูง   แต่เมื่อได้เห็นผลการทดสอบการจัดการระบบการปลูกข้าวโพดทั้งต้นฝน และปลายฝน
ทำให้ได้ผลผลิตข้าวโพดทั้ง 2 ฤดู   ไม่แตกต่างกันแต่มีข้อจำกัดในเรื่อง   การเตรียมแปลงปลูกในปลายฤดู   เครื่องจักรกลการเกษตรเข้าไปปฏิบัติ
ในแปลงยุ่งยาก  เนื่องจากมีความชื้นในดินสูงวัชพืชมีมากแต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้น้อยลงได้

สรุปภาพรวม ศักยภาพการผลิตถั่วเหลืองฝักสดตามด้วยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สามารถปลูกในฤดูฝนเพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกรได้ เกษตรกร
อยู่ในเขตอาศัยน้ำฝน  และในเขตที่มีปัญหาการชะล้างพังทลายของดินสูง  ความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ    เช่น เขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
การปลูกหญ้าแฝก เป็นแนวขวางความลาดชันพร้อมกับการจัดการการปลูก เป็นระบบก็สามารถแก้ไขปัญหาความอุดมสมบูรณ์ของดินได้     ปริมาณ
น้ำฝนที่ตกในแต่ละปี รากหญ้าแฝกสามารถดูดซับความชื้นได้มากกว่าแปลงที่ไม่มีการปลูกหญ้าแฝก

ท่านใดที่มีความสนใจ เกี่ยวกับระบบการปลูกพืชที่มีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชหลัก           สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนา
การเกษตรเพชรบูรณ์  สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร  เขตที่ 2 โทรศัพท์  0 – 5673 – 6209

กรมวิชาการเกษตร ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ : 0-2561-2825, 0-2940-6864
โทรสาร : 0-2579-4406

สถานการณ์ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สดใส เกษตรแจงราคาไม่น่าห่วง ความต้องการในตลาดอื้อ

Published ตุลาคม 25, 2010 by SoClaimon

วันที่ 25/10/2010

ผ่านทางแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา.

นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ข้าวโพดด้านผลผลิตในไทย มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 7.11ล้านไร่ ปริมาณผลผลิต 4.48 ล้านตัน โดยคาดว่าเดือนตุลาคม 2553 จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดประมาณ 1.23 ล้านตัน หรือคิดเป็นร้อยละ 27 ของผลผลิตที่คาดว่าจะผลิตในฤดูกาลนี้

สำหรับปริมาณการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ คาดว่าในปี 2553 จะมีผลผลิตเท่ากับ 4.28 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 92 ของผลผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 1.66 เนื่องจากราคามันสำปะหลังสูงขึ้น ส่งผลให้โรงงานอาหารสัตว์หันกลับมาใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เช่นเดิม ส่วนด้านการส่งออก ช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม ปริมาณการส่งออกเท่ากับ 0.32 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาร้อยละ 13 โดยประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ เวียดนาม นำเข้าร้อยละ 53 ของปริมาณการส่งออกของไทย รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย ร้อยละ 25 และฟิลิปปินส์ ร้อยละ 20

ด้านการนำเข้า ไทยมีการนำเข้าข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาวและกัมพูชา โดยในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมนำเข้า 0.25 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 3 ขณะที่ราคาที่เกษตรกรได้รับ ณ ไร่นา ความชื้นไม่เกิน 14.5% เฉลี่ยช่วงเดือนมกราคม-กันยายน กิโลกรัมละ 8 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2552 ร้อยละ 52 เนื่องจากการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งของโลกและไทยผลิตได้ใกล้เคียงกับ ความต้องการใช้ ขณะที่ผลผลิตธัญพืชอื่น เช่น ข้าวสาลี มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน ทำให้ราคาธัญพืชปรับตัวสูงขึ้น

ส่วนสถานการณ์โลก จากรายงานประจำเดือนตุลาคมของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา ผลผลิตทั่วโลกมีปริมาณ 819 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.16 เนื่องจากอาร์เจนตินา แคนาดา จีน อินเดีย แม็กซิโก ยูเครน อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ผลิตได้เพิ่มขึ้น

สำหรับสถานการณ์ราคาที่ตลาดชิคาโกเดือนกันยายนเฉลี่ยตันละ 5,994 บาท เพิ่มจากระยะเดียวกันของปีที่แล้วร้อยละ 45.18 เนื่องจากในหลายประเทศที่ผลิตธัญพืชได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อน ส่งผลให้ราคาธัญพืช โดยเฉพาะข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้น จึงมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาทดแทนมากขึ้น

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์พันธุ์รับรอง

Published ตุลาคม 13, 2010 by SoClaimon

http://www.doae.go.th/library/html/2549/0709/Corn_Maize1/index.htm.

พันธุ์ : พันธุ์แท้นครสวรรค์ 1
วันที่รับรอง : 02 กุมภาพันธ์ 2543
ประเภทพันธุ์ : ขึ้นทะเบียน

เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ มีชื่อเดิมว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ Nei 9008 ดำเนินการคัดเลือกโดยการผสมตัวเองจากประชากร (DA9-1(S)-7-3xSW1(S)C9)F2 ในสภาพการก่อให้เกิดโรคราน้ำค้าง จนกระทั่งสามารถคัดเลือกข้าวโพดสายพันธุ์ (DA9-1(S)-7-3xSW1(S)C9)-S5-177 ซึ่งมีสมรรถนะการผสมสูง ต้านทานโรคราน้ำค้าง และทนทานต่อการหักล้ม ต่อมาตั้งชื่อเป็น Nei 9008

ลักษณะดีเด่น :

1. ให้ผลผลิต 610 กิโลกรัมต่อไร่
2. มีความต้านทานโรคราน้ำค้าง

พันธุ์ : พันธุ์แท้นครสวรรค์ 2
วันที่รับรอง : 02 กุมภาพันธ์ 2543
ประเภทพันธุ์ : ขึ้นทะเบียน

เป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ มีชื่อเดิมว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สายพันธุ์แท้ Nei 9202 ดำเนินการคัดเลือกโดยการผสมตัวเองจากประชากร Pop.28(HS)C5 ในสภาพการก่อให้ เกิดโรคราน้ำค้าง จนกระทั่งสามารถคัดเลือกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ Pop.28(HS)C5-S5-129 ซึ่งมีสมรรถนะการผสมสูงต้านทานโรคราน้ำค้างและทนทานต่อการหักล้มต่อมาตั้งชื่อเป็น Nei 9202

ลักษณะดีเด่น :

1. ให้ผลผลิต 343 กิโลกรัมต่อไร่
2. มีความต้านทานโรคราน้ำค้าง

พันธุ์ : ลูกผสมสามทางสุวรรณ 2602 (มก.)
วันที่รับรอง : 29 ธันวาคม 2529
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง

เป็นข้าวโพดลูกผสมให้ผลผลิตสูงเฉลี่ย 995 กก./ไร่ ( ผลจากการเปรียบเทียบพันธุ์ ในท้องถิ่นต่าง ๆ เป็นเวลา 3 ปี ) มีลักษณะทางเกษตรกรรมที่ดี สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้อย่างกว้างขวางในแหล่งปลูกข้าวโพดต่าง ๆ ของประเทศไทย ลักษณะเมล็ดสีส้มเหลือง หัวแข็ง

พันธุ์ : ลูกผสมสามทางสุวรรณ 3101(มก.)
วันที่รับรอง : 01 กุมภาพันธ์ 2534
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง

ประวัติ : ได้มาจากการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์แท้เกษตรศาสตร์เบอร์ 27 และ28 เป็นพันธุ์ ที่รวมตัวสูงต้านทานต่อโรคราน้ำค้าง กับสายพันธุ์แท้เกษตรศาสตร์ เบอร์ 21 มีเชื้อพันธุ์ จากต่างประเทศสูงมาก และต้านทานต่อโรคราน้ำค้างทำการคัดเลือกตามขั้นตอนการปรับ ปรุงพันธุ์ตั้งแต่ปี 2529 – 2532 พบว่าให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์รับรองที่มีอยู่

ลักษณะทางการเกษตร :

1. ผลผลิตเฉลี่ยจาก 95 การทดลองใน 4 ปี ได้ 1,049 กิโลกรัมต่อไร่
2. จำนวนวันออกไหม ( 50 )% 51 วัน 3. ความสูงของต้น 209 เซนติเมตร
4. ความสูงของฝัก 123 เซนติเมตร 5. จำนวนต้นหักล้ม 8.0 เปอร์เซ็นต์
6. โรคทางใบ (1-5) 1.8 เปอร์เซ็นต์
7. จำนวนต้นเป็นโรคราน้ำค้าง 4.6 เปอร์เซ็นต์
8. จำนวนต้นที่เปลือกหุ้มฝักไม่มิดชิด 3.5 เปอร์เซ็นต์
9. จำนวนฝักเน่า 8.5 เปอร์เซ็นต์ 10. จำนวนฝักต่อต้น 100.0 เปอร์เซ็นต์
11. ความชื้นเมล็ด 27.5 เปอร์เซ็นต์ 12. เปอร์เซ็นต์เปลือกกระเทาะ 78 เปอร์เซ็นต์
13. สีและชนิดของเมล็ดสีเหลืองส้มกึ่งหัวแข็ง 14. สีของซังขาว

ลักษณะดีเด่น :

1. ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์สุวรรณ 2602 = 16 % พันธุ์สุวรรณ 1 รอบคัดเลือกที่ 11 = 21 % และพันธุ์สุวรรณ 3 รอบคัดเลือกที่ 4 = 13 %
2. มีเสถียรภาพในการให้ผลผลิตและปรับตัวได้ดีในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
3. มีลักษณะทางการเกษตรอื่น ๆ ได้แก่ ความสูงของต้น จำนวนหักล้ม โรคทางใบ เปลือกหุ้มฝักมิดชิด และเปอร์เซ็นต์กระเทาะดีกว่า พันธุ์สุวรรณ 2602 สุวรรณ 1 และสุวรรณ 3

พันธุ์ : สุวรรณ 3 (มก.)
วันที่รับรอง : 09 ธันวาคม 2530
ประเภทพันธุ์ : พันธุ์รับรอง

ประวัติ : ข้าวโพดสุวรรณ 3 (KS4) ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นโดยการผสมระหว่าง สายพันธุ์ S1 จำนวน 30 สายพันธุ์ของพันธุ์สุวรรณ 1 รอบคัดเลือกที่ 8 มาผสมกับสายพันธุ์ S1 จำนวน 20 สายพันธุ์ของสายพันธุ์ เคซี 1แล้วปรับปรุงโดยวิธี S1 recurrent selection ตามขั้นตอนการปรับปรุงพันธุ์ของกรมวิชาการเกษตร พบว่าพันธุ์นี้ให้ผลผลิตดีกว่าพันธุ์รับรองที่มีอยู่

ลักษณะดีเด่น : ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์สุวรรณ 1 ประมาณ 9 % ( 1,017 กิโลกรัม/ไร่ ) ทนทานต่อ โรคราน้ำค้าง มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้สูง และไม่มีข้อจำกัดในแหล่งปลูก ข้าวโพดที่ผ่านการทดสอบ ส่วนในท้องที่ ๆ ไม่การทดสอบมาก่อนอาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้าง

ลักษณะทางการเกษตร : ลักษณะเมล็ดมีสีส้มเหลือง หัวแข็ง – กิ่งหัวแข็ง ส่วนลักษณะอื่นๆ ใกล้เคียงกับสุวรรณ 1 เช่น วันออกไหม ความสูงของต้นและฝัก จำนวนฝักต่อต้น ความชื้นเมล็ดขณะเก็บเกี่ยว เป็นต้น

ที่มา : http://www.doa.go.th/pl_data/CORN/3var/var14.html
จัดทำโดย : ดาราวรรณ ทวีศักดิ์บวรกุล

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

Published มิถุนายน 14, 2010 by SoClaimon

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.



สถานการณ์

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เป็นพืชอาหารที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ เป็นอย่างมาก ซึ่งการส่งออกในรูปเนื้อสัตว์จะมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าการส่งออกในรูปข้าวโพด เมล็ดและความต้องการใช้
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากหลังจากที่มีการขยายการ เลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ปี 2535 เป็นผลให้การส่งออกลดลงตามลำดับ ปัจจุบันการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในและมี ปริมาณไม่แน่นอนเนื่องจากการผลิตขึ้นกับดินฟ้าอากาศ ทำให้มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความแห้งแล้งมาก และพื้นที่ปลูกต้องแข่งขันกับพืชเศรษฐกิจอื่นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะ 4 – 5 ปี ที่ผ่านมาประเทศไทยจำเป็นต้องนำเข้าเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการการใช้ภาย ในทั้ง ๆ ที่ในอดีตไทยเคยเป็นประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่รายหนึ่งของโลกและไทยมีศักยภาพ ด้านการผลิตการตลาดที่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ ดังนั้นจึงควรเร่งการผลิตภายในประเทศให้เพิ่มขึ้นทันกับความต้องการใช้และมี เหลือส่งออก

แหล่ง ผลิตในประเทศที่สำคัญ
ภาคเหนือ ได้แก่ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ นครราชสีมา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ
ภาคกลาง ได้แก่ สระบุรี ลพบุรี
ภาคตะวันตก ได้แก่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี
ภาคตะวันออก ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี

ฤดูปลูก แบ่งเป็น 2 ฤดู

ต้นฝน เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ปลายฝน เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม

ปริมาณการ ผลิตในประเทศ

ที่ ประเด็น หน่วยวัด ปี หมายเหตุ
2540/41 2541/42 2542/43 2543/44 2544/45
1 พื้นที่ปลูก ล้านไร่ 8.729 9.008 7.803 7.866 7.900
2 ผลผลิตรวม ล้านตัน 3.832 4.617 4.286 4.462 4.470
3 ผลผลิตเฉลี่ย กก./ไร่ 439 513 549 567 566

พันธุ์ส่งเสริม
ลักษณะ ประจำพันธุ์ข้าวโพดลูกผสมเดี่ยวของหน่วยงานราชการ

ชื่อพันธุ์ สุวรรณ 3601

ลักษณะพันธุ์ พันธุ์รอยัล 1
ผลผลิต(กก./ไร่) ให้ผลผลิตสูงสุดถึง 110 ถังต่อไร่ หรือ 1,500 กก./ไร่
การปรับตัว ปรับตัวได้ดีทุกสภาพแวดล้อม
การหักล้ม เปอร์เซ็นต์ต้นหักล้มต่ำ
การออกไหม 50% 52 วัน
ความสูงของต้น 166 ซม.
ความต้านทานโรคทางใบ ดีมาก
ความต้านทานโรคราน้ำค้าง ดีมาก
ลักษณะใบและต้น ใบสีเขียวเข้ม โคนลำต้นมีสีม่วง
เปลือกหุ้มฝัก เปลือกฝักหุ้มมิด หัวไม่โผล่
จำนวนฝักเน่า เปอร์เซ็นต์ฝักเน่าต่ำ แกนฝักไม่ผุง่าย
จำนวนฝัก/ต้น ต้นละ 1 ฝัก ถ้าดินดีบางต้นจะมี 2 ฝัก
การเก็บเกี่ยว หักง่าย
เปอร์เซ็นต์เมล็ด/ฝัก 83 – 85 %
สีและลักษณะเมล็ด สีส้มเหลืองกึ่งหัวแข็ง

ลักษณะประจำพันธุ์ข้าวโพดลูกผสม เดี่ยวของบริษัทเอกชน

ชื่อบริษัทรอยัลซีด
ชื่อพันธุ์รอยัล 1
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์รอยัล 1
ผลผลิต(กก./ไร่) ให้ผลผลิตสูงถึง 110 ถังต่อไร่ หรือ 1,660 กก./ไร่
การปรับตัว ปรับตัวได้ดีทุกสภาพแวดล้อม
การหักล้ม เปอร์เซ็นต์ต้นหักล้มต่ำ
การออกไหม 50% 52 วัน
ความสูงของต้น 166 ซม.
ความต้านทานโรคทางใบ ดีมาก
ความต้านทานโรคราน้ำค้าง ดีมาก
ลักษณะใบและต้น ใบสีเขียวเข้ม โคนลำต้นมีสีม่วง
เปลือกหุ้มฝัก เปลือกหุ้มมิด หัวไม่โผล่
จำนวนฝักเน่า เปอร์เซ็นต์ฝักเน่าต่ำ
จำนวนฝัก/ต้น ต้นละ 1 ฝัก
การเก็บเกี่ยว หักง่าย
เปอร์เซ็นต์เมล็ด/ฝัก 81 %
สีและลักษณะเมล็ด สีส้มเหลืองกึ่งหัวแข็ง
ชื่อบริษัทยูนิซีดส์ จำกัด
ชื่อพันธุ์U-90
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์ U-90
ชนิดพันธุ์ ลูกผสมเดี่ยว
ผลผลิต(กก./ไร่) 1,350-1,500
สีเมล็ด สีเหลืองส้ม
ชนิดเมล็ด หัวแข็งกึ่งบุบ
ขนาดเมล็ด ขนาดกลาง
สีซัง ขาว
ทรงใบและสีใบ ใหญ่/สีเขียวเข้ม
ความสูงฝัก 105 เซนติเมตร
ความสูงต้น 210 เซนติเมตร
อายุออกดอก 53 วัน
อายุเก็บเกี่ยว 105 วัน
ความทานแล้ง ดีมาก
ต้านทานโรคทางใบ ดีมาก
ความต้านทานโรคราน้ำค้าง ดี
ความสม่ำเสมอ ดี
จุดเด่น
1. ผลผลิตสูง
2.
ต้นแข็งแรง
3. ต้านทานโรค เมล็ดดีมาก
4.
เหมาะในการ ปลูกทั่วไป

.

ชื่อบริษัทแปซิฟิค เมล็ดพันธุ์ จำกัด
ชื่อพันธุ์แปซิฟิค 328
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์แปซิฟิค328
ชนิดพันธุ์ ข้าวโพดลูกผสมเดี่ยว
ผลผลิตเฉลี่ย 1,594 กก./ไร่ (เฉลี่ยจาก 16 ท้องที่การทดลอง)
ผลผลิตสูงสุด 2,085 กก./ไร่ (ข้อมูลจากการทดลอง)
เปอร์เซ็นต์กระเทาะ 81.3 เปอร์เซ็นต์
วันออกดอก 49 วัน
ความสูง 205 เซนติเมตร
อายุเก็บเกี่ยว 105-110 วัน
ระบบราก ดีมาก
ต้านทานการหักล้ม 210
สีเมล็ด ส้มหัวแข็ง
ลักษณะพิเศษ
1. ให้ผลผลิตสูงมากทุกสภาพแวดล้อม
2.
มีความสม่ำ เสมอสูงมาก
3.
ระบบรากดีมาก
4.
ทนแล้งดีมาก
5. ลำต้นอวบใหญ่ แข็งแรง
6.
ฝักมีขนาดใหญ่ และไม่เน่า
ชื่อบริษัทไพโอเนีย ไฮ-เบรด (ไทยแลนด์) จำกัด
ชื่อพันธุ์ไพโอเนีย 3012
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์ ไพโอเนีย 3012
ความสูงของต้น 180-120 เซนติเมตร
อายุเก็บเกี่ยว 95-100 วัน(กรณีต้องการเก็บเกี่ยวเร็ว) 110 วัน (กรณีต้องการเก็บเกี่ยวปกติ)
ลักษณะเมล็ด หัวแข็ง
สีเมล็ด สีส้ม
ลำต้น แข็งแรง
ระบบราก ดีมาก
ความทนแล้ง ดีมาก
ต้านทานโรค ดีมาก
ผลผลิต 1,500-2,200 กก./ไร่
ลักษณะเด่น
ฝักยาว ฝักใหญ่ เมล็ดติดฝักสุด น้ำหนักดี กาบหุ้มฝักมิด อัตราการกระเทาะสูงมาก (ประมาณ 83 %) หักง่าย ขั้วไม่เหนียว ทั้งฝักและลำต้นมีความสูงสม่ำเสมอสูง ปรับตัวได้ดีเกือบทุกพื้นที่ ตอบสนองต่อการใช้ปุ๋ยสูตรที่มีโปรแตสเซียมผสมอยู่ด้วย
ชื่อบริษัทเจริญโภคภัณฑ์เมล็ดพันธุ์ จำกัด
ชื่อพันธุ์ซีพี.ดีเค.888
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์ ซีพี.ดีเค 888
ลักษณะพันธุ์ ลูกผสมเดี่ยว
ผลผลิต (กก./ไร่) 1,400
% การกระเทาะ 82
สีเมล็ด สีเหลืองอมส้ม
ลักษณะของเมล็ด หัวแข็งบุบเล็กน้อย
ลักษณะฝัก (ขนาด,ทรง) ฝักเรียวขนาดกลาง มักมี 2 ฝัก ติดเมล็ดถึงฝัก
ขนาดแกน เล็ก
สีของซัง ขาว
ลักษณะใบ สีเขียวค่อนข้างตั้ง ปลายใบห้อย
สีของดอกตัวผู้ ม่วงแดง
ตำแหน่งฝัก (ซม.) 110
ความสูงต้น (ซม.) 195
อายุออกดอกหัว (วัน) 55
อายุเก็บเกี่ยว (วัน) 110
ความทานแล้ง ดีมาก
ต้านทานโรคทางใบ ดีมาก
ความต้านทานโรคราน้ำค้าง ดีมาก
ความสม่ำเสมอ
จุดเด่นของ พันธุ์
1. มี 2 ฝัก 70-80%
2. สีสวย สีส้ม
3.
ผลผลิตสูงมาก
4.
ต้านทานการหัก ล้มดีมาก
5.
ความสม่ำเสมอ สูง
6. ปลูกได้ทั้ง 2 รุ่น
7. ทนแล้งได้นาน 45 วัน
ชื่อบริษัทคาร์กิลล์เมล็ดพันธุ์ จำกัด
ชื่อพันธุ์บิ๊ก 919
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์ บิ๊ก 919
ผลผลิต (กก./ไร่) 1,900-2,000
ลักษณะฝัก ฝักใหญ่สม่ำเสมอ
ลักษณะของเมล็ด เมล็ดมีคุณภาพดีเต็ม
อายุเก็บเกี่ยว(วัน) 105-110
สีเมล็ด สีส้มสวยสด
ความทนแล้ง ทนแล้งได้ดีมาก
จุดเด่น
การปรับตัวได้กว้างขวางมาก ปลูกได้ดีในทุกสภาพดิน สีได้น้ำหนัก เปอร์เซ็นต์การกระเทาะสูงกว่า 8ขีด ต่อ 1 กิโลกรัม
ชื่อบริษัทโนวาร์ตีส (เอ็ม พี แอล) จำกัด
ชื่อพันธุ์เหล็กแดง 45 (G5445)
ลักษณะพันธุ์ พันธุ์ G5445
ชนิดพันธุ์ ลูกผสมเดี่ยว
ผลผลิตเฉลี่ย(กก./ไร่) 1,500-2,000
ลักษณะของเมล็ด หัวแข็ง
สีเมล็ด สีแดงสวย
อายุออกไหม 53 วัน
อายุการเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวสีสดอายุ 95 วันขึ้นไป สีแห้ง 110 วันขึ้นไป
ความทนแล้ง ไม่ต่ำกว่า 45 วัน
จุดเด่น
1. ปลูกได้ดีในดินทุกชนิด และทุกฤดูกาล
2.
เก็บเกี่ยว ง่าย
3.
ทนต่อโรครา สนิม
4. ปลูกในรุ่น 2 ได้ดีเยี่ยม


ประมาณการ ต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เฉลี่ยทั้งประเทศ ปีเพาะปลูก 2540/41 – 2542/43
หน่วย : บาท/ไร่

รายการ 2543/44
(2543)
2544/45
(2544)
2545/461/
(2545)
1. ต้นทุนผันแปร 1,716.71 1,763.24 1,785.49
1.1 ค่าแรงงาน 1,079.28 1,097.60 1,110.74
เตรียมดิน 263.47 275.25 277.05
ปลูก 125.92 125.93 129.64
ดูแลรักษา 176.46 176.46 178.59
เก็บเกี่ยว 513.43 519.96 525.46
1.2 ค่าวัสดุ 588.79 603.26 611.62
ค่าพันธุ์ 244.46 250.30 252.00
ค่าปุ๋ย 233.84 241.93 248.42
ค่ายาปราบศัตรูพืชและวัชพืช 61.67 62.12 62.37
ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและหล่อลื่น 15.86 15.95 15.87
ค่าอุปกรณ์การเกษตรและวัสดุอื่น ๆ 28.14 28.14 28.14
ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์การเกษตร 4.82 4.82 4.82
1.3 ค่าเสียโอกาสเงินลงทุน 48.64 62.38 63.13
2. ต้นทุนคงที่ 235.62 235.62 235.62
ค่าเช่าที่ดิน 227.76 227.76 227.76
ค่าเสื่อมอุปกรณ์การเกษตร 7.86 7.86 7.86
3. ต้นทุนรวมต่อไร่ 1,765.54 1,947.31 1,949.25
4. ต้นทุนรวมต่อกิโลกรัม (บาท/กก.) 3.44 3.53 3.60
ผลผลิตต่อไร่ (กก./ไร่) 2/ 268.00 566.00 562.00
ราคาผลผลิตที่เกษตรกรขายได้ ณ ไร่นา (บาท/กก.)3/ 3.82 3.95
5. ผลตอบแทนต่อไร่ 2,169.76 2,235.70
6. ผลตอบแทนสุทธิต่อไร่ 217.43 236.84
7. ผลตอบแทนสุทธิต่อกิโลกรัม (บาท/กก.) 0.38 0.42
หมายเหตุ :
1/ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปีเพาะปลูก 45/46 หมายถึง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลูกระหว่างมี.ค.45 – 28 ก.พ. 46
(ประมาณการเฉพาะปีเพาะปลูก 2545/46)
2/ รูปผลผลิตเป็นเมล็ดข้าวโพดที่สีแยกออกจากฝักแล้ว ความชื้นไม่เกิน 14%
3/ ราคาที่เกษตรกรขายได้ที่ไร่นา ปี 2544/45 หมายถึง ราคาเฉลี่ยระหว่าง (ก.ค.44 – 31 มี.ค.45)
ที่มา : สผ. 2 ศูนย์สารสนเทศการเกษตร โทร. 0-2579-8544 โทรสาร 0-2940-6638

.
การใช้ ประโยชน์จากข้าวโพด

1. ใช้เป็นอาหารมนุษย์ ได้แก่ การใช้เมล็ดข้าวโพดเป็นอาหารประจำวัน เช่น การทุบเมล็ดให้แตกแล้วหุงต้มรับประทานหรือใช้แป้งข้าวโพดทำเป็นขนมปังโรตี ประชาชนที่รับประทานข้าวโพดในรูปเมล็ดและแป้ง ได้แก่ ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน เม็กซิโก สเปน อิตาลี ปอส์ตุเกต อเมริกาใต้ และหลายประเทศในยุโรป

2. ใช้เป็น อาหารสัตว์ เมล็ดข้าวโพดเป็นธัญญพืชที่มีคุณค่าอาหารสูง เป็นที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ในหลายประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย เดนมาร์ก สำหรับประเทศที่มีพลเมืองหนาแน่นทำให้ไม่มีพื้นที่ว่างพอที่จะปลูกข้าวโพด แต่ต้องการเนื้อสัตว์มากจึงจำเป็นต้องสั่งเมล็ดข้าวโพดจากประเทศที่ปลูกข้าว โพดได้มากเพื่อเอาไปเลี้ยงสัตว์ประเทศเหล่านี้ ได้แก่ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน และประเทศทางตะวันออกกลาง เป็นต้น สำหรับประเทศที่ปลูกข้าวโพดเองสามารถใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบต่าง ๆ กันคือ เมล็ด ซัง ต้นสด ต้นแก่ และผลพลอยได้อื่น ๆ จากโรงงานอุตสาหกรรมข้าวโพด ได้แก่ เปลือกเมล็ด กาก และรำ เป็นต้น ในประเทศไทยปัจจุบันมีโรงงานอาหารสัตว์ได้ใช้ข้าวโพดเป็นส่วนประกอบส่วนใหญ่ ของอาหารสัตว์ ฉะนั้น ความต้องการข้าวโพดของโรงงานเหล่านี้จึงมีปริมาณสูงมาก

3. ใช้ใน อุตสาหกรรม แป้งข้าวโพดเป็นแป้งที่มีคุณภาพดีและนิยมใช้เป็นอุตสาหกรรมในการประกอบอาหาร ในรูปแบบต่าง ๆ ได้มากมายหลายชนิด สำหรับผลพลอยได้จากเมล็ดข้าวโพดได้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแห้ง น้ำมัน น้ำตาล น้ำเชื่อม แอลกอฮอล์ น้ำส้ม เวชภัณฑ์ น้ำหอม น้ำมันใส่ผม แบตเตอรี่อุปกรณ์กันความร้อน เครื่องเคลือบ สีย้อมหมึก พรม น้ำมันน้ำยาชักเงา สารแทนพวกยาง สารเคมี สารระเบิด อุตสาหกรรมกระดาษแผ่นใยอัดแน่น ซังใช้ทำจุกก๊อกและกล้องสูบยา วัตถุฉนวนไฟฟ้า

ภาวะการตลาด
การผลิตและ การตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของประเทศไทย
ประเด็น หน่วยวัด ปี 2540/
41
ปี 2541/
42
ปี 2542/
43
ปี 2543/
44
ปี 2544/
45
1. พื้นที่ปลูก ล้านไร่ 8.729 9.008 7.803 7.866 7.900
2. ผลผลิต ล้านตัน 3.83 4.617 4.286 4.462 4.470
3. ผลผลิตเฉลี่ย กก./ไร่ 439 513 549 567 566
4. ต้นทุนการผลิต บาท/ไร่
บาท/กก.
1,765.54
4.02
1,918.38
3.74
1,961.50
3.57
1,901.92
3.35
1,947.31
3.44
5. ราคาที่เกษตรกรขายได้ บาท/กก. 4.40 3.69 4.29 3.82 3.95
6. มูลค่าของผลผลิตตาม
ราคาที่ เกษตรกรขายได้
ล้านบาท 16,860.80 17,036.73 15,301.02 14,947.70 15,376.80
7. ปริมาณการใช้ภายในประเทศ ล้านตัน 3.95 4.18 4.19 4.16 4.26
8. ปริมาณการส่งออก ล้านตัน 0.074 0.144 0.020 0.281 0.235
(กค.-กพ.)
9. มูลค่าการส่งออก ล้านบาท 446.61 611.33 111.28 1,315.50 1,031.28
10.ปริมาณการนำเข้า ล้านตัน 0.228 0.082 0.387 0.006 0.004
(กค.-กพ.)
11.มูลค่าการนำเข้า ล้านบาท 1,179.65 439.74 1,648.99 66.75 47.12
ที่มา : ศูนย์สถิติการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กรมศุลกากร กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์

เทคโนโลยีการ ปลูกข้าวโพด

1. การ เตรียมดินปลูกข้าวโพด

วัตถุประสงค์ของการเตรียมดิน
– ผิวดินจะอ่อน ตัว และห่อหุ้มเมล็ดข้าวโพดให้ชื้นอยู่เสมอ
– ดินมีอากาศถ่าย เทสะดวก
– ดินเก็บความ ชื้นได้ดี
– ทำลายเหง้า วัชพืชให้แห้งตาย และฝังกลบซากวัชพืชเดิมให้จมดิน
1. ไถดะด้วยรถแทรกเตอร์ หรือแรงงานสัตว์ 1 – 2 ครั้ง ให้ลึก 8 – 10 นิ้ว และตากดินไว้ 7 – 15 วัน
2. ไถแปรอีก 1 – 2 ครั้ง โดยไถขวางรอยเดิมของไถดะ
3. ปรับผิวดินให้เรียบ และเก็บวัชพืชโดยทำการพรวน การคราด
4. หลังจากนั้น ใช้รถแทรกเตอร์แถกร่องเพื่อเตรียมปลูกโดยจะใช้แรงคนหรือรถแทรกเตอร์ปลูกเลย ก็ได้

2. การปลูกข้าวโพด

ควรหยอดเมล็ด ข้าวโพดให้ลึก 2.5 – 3 นิ้ว ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด 3 กิโลกรัมต่อไร่ ใน 1 ไร่ จะมีต้นข้าวโพดประมาณ 8,533 ต้น ถ้าใช้อัตราและระยะปลูกดังนี้
1. ระยะปลูก 75 x 25 ซม. หยอด 2 เมล็ดต่อ 1 หลุม ถอนแยกเหลือ 1 ต้นต่อ 1 หลุม
2. ระยะปลูก 75 x 50 ซม. หยอด 3 เมล็ดต่อ 1 หลุม ถอนแยกเหลือ 2 ต้นต่อ 1 หลุม
3. ระยะปลูก 75 x 75 ซม. หยอด 4 เมล็ดต่อ 1 หลุม ถอนแยกเหลือ 3 ต้นต่อ 1 หลุม

3. การใส่ปุ๋ย

ชนิดดิน                                   สูตรปุ๋ย                    อัตรา (กิโลกรัม/ไร่)
ดินเหนียวสีดำ                      21 – 0 – 0                         25 – 50
ดินเหนียวสีแดง                  16 – 20 – 0                        25 – 50

ประกันรายได้…ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

Published มิถุนายน 3, 2010 by SoClaimon

26 พฤษภาคม 2553, 05:00 น.

ผ่านทางประกันรายได้…ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

แผนงาน ช่วยเหลือเกษตรกร…ตามโครงการ ประกันรายได้เกษตรกร ที่ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในปีการเพาะปลูก 2552/53 ถือว่าเป็นรอบแรกหรือ นำร่อง….ได้รับความสำเร็จ เป็นอย่างดี

คุณธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ บอกถึงเรื่องนี้ว่า…การประกันรายได้ฯ ที่ผ่านมา ในรอบแรกมีเกษตรกรมาขึ้นทะเบียนร่วมโครงการ 4,374,998 ราย เป็นผู้ปลูกข้าว 3,528,364 ราย มันสำปะหลัง 447,306 ราย และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 400,328 ราย…

…ภาพรวมถือว่ากิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จ เป็นที่น่าพอใจ เนื่อง จาก สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้เป็นจำนวนมาก ทั้งรายใหญ่ รายย่อย ให้เกิดความมั่นใจในอาชีพว่า เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตจะต้องมีรายได้แน่นอน

เพื่อ ให้เกิดความมั่นคงและต่อเนื่อง อีกทั้งกระจายโครงการฯให้ทั่วถึงเกษตรกร จึงให้ดำเนินการโครงการฯ ต่อในรอบที่ 2 (ปี 2553/54) โดยมอบหมายให้ กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบ

หลังรับหน้าเสื่อ…คุณอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร บอกว่า…กรมฯได้เร่งขึ้นทะเบียนผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก 3 ชนิด มี ข้าว มันสำปะหลัง และ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตามที่กระทรวงฯสั่งการลงมา

และ…เพื่อ ให้ได้ฐานข้อมูลทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ในการปลูก และพันธุ์ที่ปลูก ถูกต้องตามความเป็นจริง อันเป็นการเตรียมพร้อมนำเข้าสู่โครงการในปีที่ 2 นี้ จึงได้ มอบหมายให้สำนักงานเกษตรอำเภอทั่วประเทศ รับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกพืชทั้ง 3 ชนิดนี้ ตั้งแต่เดือนนี้ (พฤษภาคม) ถึงกุมภาพันธ์ ปีหน้า

ซึ่ง…เปิดขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ก่อน โดย กำหนดตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม จนถึง 15 ตุลาคม พ้นจากนี้ถือว่าหมดสิทธิ คาดว่าจะมีเกษตรกรเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 4.4 แสนราย…งบประมาณในการปฏิบัติงานครั้งนี้ราวๆ 50 ล้านบาท

…เกษตรกร ที่จะเข้าร่วมโครงการ (ขึ้นทะเบียน) จะต้องมีเอกสารสิทธิที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย หรือที่ทางราชการรับรอง (กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้) ต้องลงมือปลูกข้าวโพดฯ ก่อนแล้วจึงจะมาขอขึ้นทะเบียนได้ และต้องเป็นเจ้าของแปลงผลิตนั้นๆ (หากไม่สามารถมาขึ้นทะเบียนด้วยตนเอง จะมอบหมายให้สมาชิกในครัวเรือนที่มีชื่อในทะเบียนมาดำเนินการแทนได้)

…หนึ่ง ครัวเรือนเกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนได้เพียง 1 ครั้งต่อพืช 1 ชนิดเท่านั้น (กรณีมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันมากกว่า 1 ครัวเรือน และมีการแบ่งแยกพื้นที่ปลูกเป็นสัดส่วนที่แน่นอน สามารถแยกขอขึ้นทะเบียนเป็นรายครัวเรือนได้)

…หากมีเอกสารสิทธิ หลายฉบับ ให้แยกขึ้นทะเบียน 1 เอกสารสิทธิต่อ 1 แปลงปลูก…พื้นที่ปลูกที่ขึ้นทะเบียนแล้วไม่สามารถนำมาขึ้นทะเบียนพืชอื่น ซ้ำได้อีก ในรอบระยะเวลาเดียวกัน

ที่สำคัญสุด…เกษตรกรที่ขึ้น ทะเบียน ต้องเป็นคนไทย (ที่มีความสงบไว้ในหัวใจ)…!!

ดอกสะแบง

%d bloggers like this: