ก.ล.ต.

All posts tagged ก.ล.ต.

ก.ล.ต.ลงโทษมาร์เก็ตติ้ง4รายรวด!!

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 20:50 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194240.

Pic_194240

ก.ล.ต. ฟิตรับรัฐบาลใหม่ สั่งลงโทษผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน 4 รายรวด ฐานมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในฐานะผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนของนายอำนาจ คุระแก้ว สังกัดบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2554 เนื่องจากยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ลงทุน และตำหนิผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนอีก 3 ราย ได้แก่ (1) นางสาววัฒนา ตันติวรุณ กรณียุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ลงทุน (2) นายวุฒิพงษ์ เรืองกิจวณิช กรณีส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในลักษณะที่ไม่เหมาะสม และ (3) นายวชิระ ดวงปัญญา กรณีไม่ได้จัดเก็บที่มาของการให้คำแนะนำและการรับคำสั่งซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้ครบถ้วน

โดยกรณีนายอำนาจ คุระแก้ว ก.ล.ต. ได้รับรายงานจากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัสฯ ว่าลูกค้าร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของนายอำนาจ ที่มีการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีของลูกค้าโดยไม่มีที่มาของคำสั่งจากลูกค้า ซึ่ง ก.ล.ต. พบข้อเท็จจริงจากเทปบันทึกการสนทนาว่าลูกค้าได้มอบหมายให้นายอำนาจตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทนลูกค้า โดยอนุญาตให้ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีก่อนแล้วค่อยแจ้งให้ลูกค้าทราบภายหลัง

ซึ่งนายอำนาจ ยอมรับว่ามีข้อตกลงดังกล่าวกับลูกค้า และได้ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีลูกค้าทุกวันอย่างต่อเนื่อง ในปริมาณการซื้อขายค่อนข้างสูง การกระทำของ นายอำนาจเป็นการรับมอบหมายจากลูกค้าในการตัดสินใจซื้อขายหลักทรัพย์แทนลูกค้า ซึ่งเป็นการยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้า เป็นการปฏิบัติงานโดยไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

กรณีนางสาววัฒนา ตันติวรุณ ก.ล.ต. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งว่า นางสาววัฒนา ได้ส่งคำสั่งขายหลักทรัพย์ในบัญชีของลูกค้า โดยที่ลูกค้าไม่ได้สั่ง จากเทปบันทึกการสนทนาพบว่า นางสาววัฒนา ได้ส่งคำสั่งขายหลักทรัพย์ไว้ก่อนที่จะแจ้งลูกค้า หรือส่งคำสั่งขายหลักทรัพย์ ทั้งที่ลูกค้าแจ้งว่าไม่ขาย

ซึ่งนางสาววัฒนา ยอมรับว่าได้ดำเนินการดังกล่าวจริง การกระทำของนางสาววัฒนา เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในฐานะผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ ที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ เนื่องจากการยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินของผู้ลงทุน อาจทำให้ผู้ลงทุนที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินได้รับความเสียหายได้

กรณีนายวุฒิพงษ์ เรืองกิจวณิช ก.ล.ต. ได้รับรายงานการลงโทษจากบริษัทหลักทรัพย์ต้นสังกัดที่ตรวจพบว่านายวุฒิพงษ์ ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ที่ไม่เหมาะสมในลักษณะผลักดันราคา ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนด โดย ก.ล.ต. เห็นว่าผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนต้องกลั่นกรองและใช้วิจารณญาณในการรับคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ จากลูกค้าก่อนที่จะส่งคำสั่งดังกล่าวเข้าสู่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสภาพการซื้อขายของตลาดโดยรวม และต้องทักท้วงและตักเตือนลูกค้ามิให้ส่งคำสั่งในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด การกระทำดังกล่าวจึงเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในฐานะผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนที่ไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพการกระทำของผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนทั้งสามรายข้างต้นเป็นการไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานข้อ 14(2) แห่งประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข. 49/2552 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนและมาตรฐานการปฏิบัติงาน ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ซึ่งผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนพึงปฏิเสธคำสั่งของลูกค้าที่เป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์และมาตรฐานการปฏิบัติงานที่ดี ก.ล.ต.

จึงได้สั่งพักนายอำนาจ จากการปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ติดต่อกับผู้ลงทุน เป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2554 และได้ลงโทษตำหนินางสาววัฒนาและนายวุฒิพงษ์พร้อมทั้งบันทึกพฤติกรรมไว้ประกอบการพิจารณาหากมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานอีก

ส่วนกรณีนายวชิระ ดวงปัญญา ก.ล.ต. ได้รับรายงานการตรวจสอบจากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งว่าผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารายนายวชิระ ได้ส่งคำสั่งขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้แก่ลูกค้ารายหนึ่งอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีที่มาของคำสั่งในเทปบันทึกการสนทนาที่บริษัทจัดไว้ ซึ่งนายวชิระยอมรับว่าได้ติดต่อลูกค้าผ่านโทรศัพท์มือถือ การกระทำดังกล่าวเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานข้อ 14(7) แห่งประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข. 50/2552 เรื่อง การให้ความเห็นชอบผู้ติดต่อกับผู้ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและมาตรฐานการปฏิบัติงาน ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2552 ก.ล.ต. จึงได้ลงโทษตำหนินายวชิระ พร้อมทั้งบันทึกพฤติกรรมดังกล่าวไว้ประกอบการพิจารณาหากมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามมาตรฐานการปฏิบัติงานอีก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 20:50 น.

ก.ล.ต.ปรับหนักผู้บริหารยูนิค ไมนิ่ง อินไซเดอร์เทรดดิ้ง

Published สิงหาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 สิงหาคม 2554, 20:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/194237.

Pic_194237

ก.ล.ต.  ปรับหนักอดีตผู้บริหาร และผู้บริหาร บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส(UMS) ใช้ข้อมูลภายในขายหุ้น UMS และ UMS-W1…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) มีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายไพบูลย์ เฉลิมทรัพยากร นายพงศเฉลิม เฉลิมทรัพยากร นายชัยวัฒน์ เครือชะเอม กรณีขายหุ้นบริษัท ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส จำกัด (มหาชน) (UMS) และใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ (UMS-W1) โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการเป็นผู้บริหารของ UMS ก่อนที่ข้อมูลนั้นจะเปิดเผยต่อประชาชน และนางสาวภัทรา เฉลิมทรัพยากร ในฐานะผู้ให้ความช่วยเหลือ โดยมีคำสั่งเปรียบเทียบปรับนายไพบูลย  5,363,120.64 บาท ปรับนายพงศเฉลิม   1,296,010.44 บาท ปรับนายชัยวัฒน์  3,723,416.40 บาท และปรับนางสาวภัทรา   333,333.33 บาท

สืบเนื่องจาก ก.ล.ต. ได้รับเรื่องจากตลาดหลักทรัพย์และได้ตรวจสอบพบว่า นายไพบูลย์ ขณะดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการบริหาร นายพงศเฉลิมขณะดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการบริหาร และนายชัยวัฒน์ในฐานะกรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหารของ UMS ได้ล่วงรู้เรื่องผลดำเนินงานของบริษัท ไตรมาส 4 ปี 51 ที่มีกำไรสุทธิลดลงจำนวนมากและได้ขายหุ้น UMS และ UMS-W1 ก่อนที่ข้อมูลดังกล่าวจะเปิดเผยต่อประชาชนในวันที่ 25 ก.พ.52

โดยนางสาวภัทรา ให้ความช่วยเหลือในการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเอง  ซึ่งการกระทำของนายไพบูลย์ นายพงศเฉลิม และนายชัยวัฒน์เข้าข่ายเป็นการขายหลักทรัพย์ โดยอาศัยข้อมูลภายในที่เป็นการเอาเปรียบบุคคลอื่นมาตรา 241 ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์

ส่วนนางสาวภัทรา ในฐานะผู้สนับสนุน  โดยนายไพบูลย์ นายพงศเฉลิม นายชัยวัฒน์ และนางสาวภัทรายินยอมเข้ารับการเปรียบเทียบ คณะกรรมการเปรียบเทียบจึงได้เปรียบเทียบปรับบุคคลทั้งสี่รายดังกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 สิงหาคม 2554, 20:00 น.

เตือนระวัง โบรกฯเถื่อน หลอกซื้อขายทองคำ-น้ำมัน

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

10 สิงหาคม 2554, 20:22 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193068.

Pic_193068

ก.ล.ต. ร่วมกับ ปอศ. เข้าตรวจค้น-กล่าวโทษ บ.มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล ฐานประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาต แฉพบพฤติกรรมสุดแสบของโบรกเกอร์เถื่อนฉ้อฉลโกงเงินประชาชจำนวนมาก เตือนให้ผู้ลงทุนตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตกับ ก.ล.ต. ก่อนตัดสินใจลงทุน

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์( ก.ล.ต.) ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทาง เศรษฐกิจ (ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต. โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ ผู้บังคับการ ปอศ. นำโดย พ.ต.อ. กิตติ สะเภาทอง รอง ผบก.บก.ปอศ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นสถานประกอบการของบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนส คอนซัล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 48/7-8 ซอยรัชดาภิเษก 20 (รุ่งเรือง) แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.ฯเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 จากการตรวจค้น พบเอกสารและหลักฐานที่เชื่อได้ว่าบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนสฯ ได้ชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้ามาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิง ราคาทองคำ โดยอ้างว่าเป็นตัวแทนของโบรกเกอร์ต่างประเทศเป็นผลให้มีผู้ หลงเชื่อได้โอนเงินแก่บริษัทจำนวนหนึ่ง และบริษัทได้รับผลตอบแทนส่วน หนึ่งจากค่าธรรมเนียมในการซื้อขายของลูกค้า ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการแสดงตนว่าประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยมิได้รับอนุญาตเข้า ข่ายเป็นการ ฝ่าฝืนมาตรา 16 แห่งพ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ก.ล.ต. จึงได้กล่าวโทษบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนสฯ นายวิทยา แผนรุ่งรัตน์ ในฐานะกรรมการบริษัท และนายพินิจ รัตนจารุรักษ์ ในฐานะผู้ดูแลบริษัท ต่อ ปอศ. โดยผู้ลงทุนที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับบริษัท มาสเตอร์ บิซิเนสฯ ขอให้แจ้งข้อมูลไปยัง ปอศ. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2237-1199

ทั้งนี้ นายพินิจ รัตนจารุรักษ์ เคยถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษเมื่อเดือนธ.ค.53 ในความผิดฐานประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและ ฉ้อโกงประชาชน ในฐานะผู้จัดการทั่วไปของบริษัท คิวมี คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ/หรือ บริษัท ที. เอ็ม. บี. ลิสซิ่ง จำกัด

ด้าน นายวสันต์ เทียนหอม รองเลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ขณะนี้มีบริษัทที่ประกอบธุรกิจ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. มาชักชวนให้ผู้ลงทุนลงทุนในสัญญาที่มีสินค้าอ้างอิงต่าง ๆ เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ เป็นต้น โดยมักชักชวนให้ลงทุนเริ่มแรกประมาณ 300,000 บาท และเสนอผลตอบแทนที่สูง เพื่อโน้มน้าวและเร่งรัดให้ผู้ลงทุนตัดสินใจโดยเร็ว รวม ถึงมักจะอ้างว่าเป็นตัวแทนของโบรกเกอร์ต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตจากหน่วย งานกำกับดูแลต่างประเทศแล้ว โดยหลอกว่าไม่จำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อีกหากผู้ลงทุนหลงเชื่อและโอนเงินให้แก่บริษัทไป บริษัทก็จะแสดงให้เห็นผลตอบแทนที่สูงในระยะแรก แต่จะไม่ยอมให้ถอนกำไรออก และเมื่อลงทุนต่อมาอีกระยะหนึ่งบริษัทก็จะแจ้งว่า ลูกค้าขาดทุนต้องใส่เงินเพิ่ม หากไม่ใส่เพิ่มจะถอนเงินเก่าออกมาไม่ได้ ที่ผ่านมามีผู้ลงทุนได้รับความเสียหายแล้วหลายราย บางรายเสียหายถึงหลักล้านบาท และที่สำคัญบริษัทเหล่านี้ยังหลีกเลี่ยง กฎหมายโดยการเปลี่ยนชื่อบริษัทหรือย้ายสถานที่ทำการ ภายหลังจากที่ ก.ล.ต. กล่าวโทษหรือเข้าตรวจค้น ผู้ลงทุนจึงต้องระมัดระวังไม่ลงทุนกับบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. เหล่านี้

นายวสันต์ กล่าวต่อว่า ก.ล.ต. ขอย้ำให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ โดยหากผู้ลงทุนต้องการได้ทองคำไว้ในครอบครองจริง ก็ควรจะซื้อขายกับร้านทองตู้แดง หรือซื้อขายกับบริษัทที่มีการส่งมอบทองคำจริง และหากผู้ลงทุนต้องการลงทุนในทองคำที่เป็นสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรจะลงทุนกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ได้ รับใบอนุญาตจากก.ล.ต.เท่านั้น โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ได้รับอนุญาตได้ที่ http://www.sec.or.th และหากพบการให้บริการที่สงสัยว่าจะกระทำโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ผู้ลงทุนแจ้ง เบาะแสมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน สำนักงาน ก.ล.ต. โทร. 0-2263-6000 และ เมื่อวันที่ 2 ส.ค.54 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำพิพากษาให้ (1) บริษัท โอ. แอล. ที เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด (2) นายกิตติกร สิริเลิศสุวรรณ และ (3) นางวรุณรัตน์ สิริเลิศสุวรรณ มีความผิดตาม พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ฐานร่วมกันประกอบกิจการในลักษณะเป็นการประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วง หน้า (น้ำมันดิบ)โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยพิพากษาลงโทษทั้งปรับและจำคุก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 10 สิงหาคม 2554, 20:22 น.

กรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ค เหน็บ ธีระชัย รับใช้การเมืองจนได้เป็นรัฐมนตรี

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

5 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191782.

Pic_191782

“กรณ์” โพสต์เฟซบุ๊คเหน็บ “ธีระชัย” ถามหาความเชื่อมั่นต่อการทำงานขององค์กรอิสระในอนาคต หลังจากผู้มีอำนาจบริหารองค์กรรับใช้ฝ่ายการเมืองจนออกนอกหน้า แล้วได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัว (http://www.facebook.com/profile.php?id=668206570#!/pages/Korn-Chatikavanij/71254499739?sk=wall) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า ความเชื่อมั่นต่อการทำงานขององค์กรอิสระในอนาคตจะเป็นอย่างไร หลังจากผู้มีอำนาจบริหารองค์กรรับใช้ฝ่ายการเมืองจนออกนอกหน้า แล้วได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี

ทั้งนี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็น 1 ในแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลังจากนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ปฏิเสธการนั่งเก้าอี้ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม   ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ได้มีกระแสข่าวออกมาว่า นางสาวย่ิงลักษณ์  ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1อาจขาดคุณสมบัติของการเป็น ส.ส. เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีซุกหุ้น ภาค 2 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีผู้เป็นพี่ชาย และขณะนั้น นายกรณ์ ยังอยู่ในตำแหน่งรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือถึง นายธีระชัย  เพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว แต่หลังจากนั้น ทาง ก.ล.ต. ได้ออกแถลงการณ์ระบุคำให้การต่อศาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในคดีซุกหุ้นไม่ผิด พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ซึ่งนายกรณ์ ได้ตั้งข้อสังเหตุว่าสิ่งที่ทาง ก.ล.ต. ออกมาพูด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่ภาคประชาชนกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าให้การ เท็จต่อศาลแต่อย่างใด อีกทั้งสิ่งที่เลขาฯกลต.ออกมาให้ความเห็นเป็นข้อสรุปตั้งแต่ปี 2553 แล้ว อย่างไรก็ตาม นายกรณ์ยังระบุอีกว่า เคยทำจดหมายสอบถามความคืบหน้าเรื่องดังกล่าวไปยัง ก.ล.ต. แล้วแต่ทาง ก.ล.ต. ยังไม่มีรายงานคำตอบมา ซึ่งถือเป็นการละเว้นการการปฏิบัติหน้าที่

หลังจากนั้น นายธีระชัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ค ส่วนตัวเพื่อตอบโต้ นายกรณ์ และยืนยันว่าไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างแน่นอน

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 5 สิงหาคม 2554, 14:00 น.

‘สมพล เกียรติไพบูลย์’ผงาดนั่งประธานบอร์ดตลาดวาระ2

Published สิงหาคม 5, 2011 by SoClaimon

4 สิงหาคม 2554, 19:24 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191595.

Pic_191595

ก.ล.ต.แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ 2 ราย “สมพล เกียรติไพบูลย์ ” ผงาดนั่งประธานบอร์ดตลาดวาระ 2…

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกแถลงการณ์ระบุว่า การประชุม คณะกรรมการ ก.ล.ต. ครั้งที่ 8/2554 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2554 มีมติแต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ 2 ราย แทนกรรมการที่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ ในครั้งนี้ ได้แก่ (1) นายสมพล เกียรติไพบูลย์ ให้ดำรงตำแหน่งต่ออีกวาระหนึ่ง และ (2) นายสุภัค ศิวะรักษ์ โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 2 ปี ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2554

ทั้งนี้ คาดว่านายสมพล จะยังคงได้รับการโหวตจากคณะกรรมการตลาเหลักทรัพย์ให้ต่อวาระการดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ต่ออีกวาระหนึ่งด้วย.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 4 สิงหาคม 2554, 19:24 น.

ก.ล.ต. ประกาศรับสมัครเลขาธิการคนใหม่

Published กรกฎาคม 31, 2011 by SoClaimon

29 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190128.

Pic_190128

ก.ล.ต. ประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่…

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (“สำนักงาน ก.ล.ต.”) เปิดรับสมัครบุคคล เพื่อเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ที่จะว่างลงในวันที่ 21 ธันวาคม 2554 ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนด โดยคณะกรรมการ

ก.ล.ต. จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกบุคคล โดยคำนึงถึงความรู้ความสามารถและความเชี่ยวชาญด้านตลาดทุน และประสบการณ์อื่น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงคุณลักษณะด้านธรรมาภิบาล ตลอดจนพฤติกรรมที่สอดคล้องกับจรรยาบรรณที่ดี

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครได้ที่สำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งแต่วันที่ 1-15 สิงหาคม 2554 ทั้งนี้ คณะกรรมการ ก.ล.ต. จะพิจารณาข้อมูลที่ได้รับ และจะจัดให้ผู้สมัครแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. จำนวน 2 คน เสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพิจารณาให้เหลือ 1 คน และเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาแต่งตั้งเป็นเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต.

ในการนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายงานเลขาธิการ หมายเลขโทรศัพท์ 02-263-6002 หรือศึกษารายละเอียดและพิมพ์ใบสมัครได้ที่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th) โดยยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารประกอบการสมัครด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมายื่นแทนได้ที่ ฝ่ายงานเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. ชั้น 16 อาคารจีพีเอฟ วิทยุ ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 29 กรกฎาคม 2554, 23:00 น.

ก.ล.ต.เสนอมาตรการปราบโกง ตรวจสอบฝั่งผู้จ่ายเงินด้วย

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 22:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189289.

Pic_189289

ก.ล.ต.เสนอเพิ่มมาตรการปราบคอรัปชัน โดยตรวจสอบผู้จ่ายเงินแต่ละบริษัท ระบุมาตรฐานดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกับที่ใช้ตรวจสอบเงินในสหรัฐ-อังกฤษ…

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยภายหลังการสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย และองค์กรที่สำคัญในตลาดเงินของไทย ว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ปรึกษาหารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเพิ่มกระบวนการป้องกันและปราบปราม และตรวจสอบด้านผู้จ่ายเงิน โดยหารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย และสมาคมบริษัทจัดการกองทุนรวม และสมาคมบริษัทจดทะเบียน จากที่ผ่านมามาตรการป้องปรามคอร์รัปชั่น โดยนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงนั้น ได้เน้นการตรวจสอบเฉพาะผู้รับเงินเป็นหลัก ซึ่งมักไม่ค่อยได้ผล จากผลการศึกษาเบื้องต้นคาดว่าอาจจัดตั้งองค์กรเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว หรือทำหน้าที่โดยสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งจะต้องมีกฎหมายรองรับในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ มาตรการตรวจสอบเบื้องต้นดังกล่าว ประกอบด้วยหลักการดังนี้ 1.ควรมีมาตรการที่ทำให้จ่ายเงินคอร์รัปชั่น โดยธุรกิจต่างๆ ทำได้ยากลำบากมากขึ้น เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันกันด้วยความสามารถเป็นหลัก 2. มาตรการเหล่านี้จะเน้นผู้จ่ายเงินและควรมีมาตรการจูงใจและมาตรการลงโทษ 3. มาตรการที่กำหนดไม่ควรให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ จึงควรเน้นเฉพาะรายการที่มีนัยสำคัญ ทั้งจำนวนเงินและด้านสัดส่วนเมื่อเทียบกับขนาดธุรกิจ 4. มาตรการที่จะกำหนดควรประกาศล่วงหน้า และใช้เฉพาะกับรายการที่เกิดขึ้น ภายหลัง จากวันที่กำหนด โดยไม่เน้นการย้อนหลังรายการที่เกิดขึ้นในอดีต ทั้งนี้มาตรการในการตรวจสอบด้านผู้จ่ายเงินดังกล่าว จะเป็นลักษณะเช่นเดียวกับมาตรการที่ตรวจสอบเงินในสหรัฐฯ และอังกฤษ ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมคล้ายกับกฎหมายป้องกันการให้สินบนและคอร์รัปชั่นในต่าง ประเทศ ซึ่งจะต้องศึกษากฎหมายในต่างประเทศ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 22:00 น.

ก.ล.ต.ดันตลาดทุนไทยเป็นศูนย์กลางระดมทุนอินโดจีน

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 20:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189278.

Pic_189278

ก.ล.ต. และสภาธุรกิจตลาดทุนไทยร่วมกับองค์กรชั้นนำในตลาดการเงิน เตรียมดันตลาดทุนไทยเป็นศูนย์กลางการระดมทุนในอินโดจีน ย้ำ ต้องการให้รัฐสนับสนุนและเร่งรัดการปฎิรูปตลาดหลักทรัพย์เพื่อรองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 26ก.ค.สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกับองค์กรสำคัญในตลาดการเงินไทย เพื่อระดมสมองและแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์เกี่ยวกับความต้องการของ ภาคธุรกิจ ตลาดทุน รวมถึงภาคประชาชนและสังคม ที่ตลาดทุนสามารถตอบสนอง ซึ่งจะเป็นการตอบโจทย์ของประเทศ ที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยทั้งภายในและนอกประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การปรับปรุงแผนพัฒนาตลาดทุนไทยฉบับปัจจุบันให้สมบูรณ์ขึ้น

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ผู้ร่วมสัมนาได้ พิจารณาถึงแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอีก 10-20 ปีข้างหน้า สรุปว่า เอเชีย จะมีบทบาทสูงมากต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยการค้าขายและการลงทุนใน โครงสร้างพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นมาก และเอเชียจะยังเป็นศูนย์กลางการผลิตภาค อุตสาหกรรม แต่ขณะเดียวกันในบางประเทศจะมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงขึ้นมาก ซึ่งจะมีผลต่อการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและเงินลงทุนภายในภูมิภาค

ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องหาวิธีที่จะทำให้ตลาดทุนไทยเข้ามามีส่วนในการเพิ่ม ขีดความสามารถของภาคธุรกิจ และตอบสนองความต้องการของประเทศและภูมิภาค ได้ จนถึงขั้นมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมสัมมนามีข้อเสนอ ที่น่าสนใจและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ดังนี้ 1. เร่งปรับปรุง เพิ่มความสะดวกและลดอุปสรรค สำหรับการระดมทุนผ่านตลาดทุน โดยเฉพาะการส่งเสริมช่องทางระดมทุนของกิจการขนาดกลางและเล็ก

2. ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และสนับสนุนให้ประชาชน เข้าร่วมลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศและลดภาระ การเงินของรัฐบาล 3. เร่งพัฒนาเครื่องมืออนุพันธ์ใหม่ ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารความเสี่ยงของภาคธุรกิจให้ครบถ้วน ทั้งความเสี่ยงที่เกิดจากราคาน้ำมัน อัตราแลกเปลี่ยน หรือราคาสินค้า เกษตร 4. ให้ความสำคัญกับการใช้กลไกหรือเครื่องมือในตลาดทุนเพื่อสกัดกั้นการ คอรัปชั่นโดยจะร่วมมือกันกำหนด roadmap เพื่อผลักดัน เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชั่นอย่างจริงจังผ่านการปฏิบัติและการเปิดเผยข้อมูล ตามหลักการความรับผิดชอบต่อสังคม ( CSR) ซึ่งจะประกาศแผนงานที่ชัดเจนให้ทราบภายในสิ้นปีนี้

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า โจทย์สำคัญของตลาดทุนไทย คือต้องสามารถตอบสนองความต้องการของภูมิภาคได้ จนถึงขั้นมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ทั้งด้านการระดมทุนและการซื้อขายหลัก ทรัพย์ และทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์ไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ซึ่ง ผู้เข้าร่วมสัมมนามีความเห็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของตลาดทุน ไทย ดังนี้

1.ตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางระดมทุนสำหรับกิจการชั้นนำใน อินโดจีน เพราะมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ แต่ต้องแก้ไขกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว 2. ยืนยันให้ตลาดหลักทรัพย์ปฏิรูปให้เป็นบริษัทมหาชนโดยเร็ว เพื่อทำให้มี รูปแบบการบริหารจัดการ (governance) ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และสามารถแข่งขันการค้าหลักทรัพย์ในรูปแบบอื่น ๆ ในโลกได้

3.เร่งเปิด เสรีธุรกิจหลักทรัพย์เพราะเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่ควรทำควบคู่ กับการเปิดโอกาสธุรกิจให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการ กองทุน (บลจ.) ในประเทศสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ โดยเปิดกว้างให้ สามารถทำธุรกิจได้มากขึ้น ทั้งด้านประเภทสินค้า ด้านสกุลเงินตรา ช่อง ทางการเข้าถึงลูกค้า และช่องทางการชำระเงิน

“หลังจากนี้สภาธุรกิจตลาด ทุนไทยจะร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ตั้งคณะทำงาน มีผู้เชี่ยวชาญจากทางการ ภาคธุรกิจ และนักวิชาการ เพื่อขยายผลของประเด็นเหล่านี้และนำเสนอต่อรัฐบาลใหม่ต่อไป
โดยสิ่งที่ ต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งผลักดันโดยเร็วคือการปฎิรูปตลาดหลักทรัพย์ที่ ขณะนี้ร่างกฎหมายได้ผ่านมติครม.แล้ว หากรัฐบาลใหม่เห็นชอบด้วยโดยไม่มีการแก้ไขมากและนำเข้าสู่การพิจารณา อนุมัติจากสภาก็จะทำให้กฎหมายออกมาได้เร็วขึ้นคาดว่ากระบวนการทั้งหมด ไม่น่าจะใช้เวลาเกิน1ปีหลังจากนี้”

ขณะที่ นางสาวนวพร เรืองสกุล ประธานกรรมการ คณะกรรมการ ก.ล.ต. กล่าวว่า ตลาดเงินและตลาดทุนไทย ต้องไม่ลืมคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ โดยต้องตอบโจทย์ด้วยว่าทำอย่างไรจึงจะสร้างความรู้เรื่องการบริหารจัดการ การเงินของตัวเอง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ที่จำเป็นในการจัดการการเงินของตนเอง ทำให้ ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเงิน และตลาดทุน ขณะที่อนาคตผู้สูงอายุจะมีสัดส่วนสูงขึ้น ตลาดเงินตลาดทุนจำเป็นต้องคิด บริการทางการเงินที่จะต้องตอบสนองการบริหารการเงินของคนกลุ่มนี้ดังนั้น จึงมีความเห็นว่าตลาดทุนไทย ต้องมีบทบาทด้านสังคม โดยต้องมีองค์กรเข้ามาทำ หน้าที่ต่อเนื่องในการให้ความรู้และคำแนะนำให้ประชาชนสามารถนำไปใช้จัดการ การเงินของตัวเองได้อย่างเหมาะสม โดยองค์กรนี้ควรได้รับการสนับสนุน ทางการเงินจากทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องและต้องเร่งขยายระบบการ ออมเพื่อการเกษียณอายุให้ครอบคลุมกว้างขวางกว่าที่มีอยู่

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 20:35 น.

บลจ.ไทยพาณิชย์แจงกรณีก.ล.ต.ตรวจสอบผู้จัดการกองทุน

Published กรกฎาคม 23, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 20:43 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188373.

Pic_188373

บลจ.ไทยพาณิชย์ แจงกรณีก.ล.ต. เข้าตรวจสอบการใช้ข้อมูลของผู้จัดการกองทุน พร้อมให้ความร่วมมือและ ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด วอนลูกค้ามั่นใจในการบริหารงานของกอง ทุนที่จะมีความต่อเนื่องและมีผลดำเนินงานที่ดีจากทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. บลจ.ไทยพาณิชย์  ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่มีข่าวปรากฏถึงการที่ สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าตรวจสอบการใช้ข้อมูลของผู้จัดการกองทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความผิดปกติในการบริหารจัดการกองทุนในเรื่องดังกล่าว บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ทางสำนักงาน ก.ล.ต.ได้เข้ามาตรวจสอบข้อมูลของบริษัท เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2554 ซึ่งบริษัทได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับทางสำนักงาน ก.ล.ต. มาตลอด อย่างไรก็ตาม ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษใดๆ ต่อผู้จัดการกองทุนผู้ถูกตรวจสอบ โดยเป็นเรื่องที่อยู่ในระหว่างกระบวนการตรวจสอบตามขั้นตอน ซึ่งหากผลการตรวจ สอบที่ชัดเจนเป็นทางการออกมาแล้วทางบริษัทพร้อมที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในเรื่องที่เกิดขึ้นบริษัทไม่ได้เพิกเฉยหรือนิ่งนอนใจ โดยได้ดำเนินการต่างๆ ได้แก่ จัดให้มีการสอบทานการปฎิบัติงานโดยคณะทำงานด้านกำกับและดูแลจากธนาคาร ไทยพาณิชย์ ซึ่งจากการสอบทานรายการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 ที่ผู้จัดการกองทุนผู้นี้เริ่มทำงานกับบริษัท ไม่พบหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของรายการ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังได้ติดตามสอบถามความคืบหน้ากับสำนักงาน ก.ล.ต. อยู่เป็นระยะ ซึ่งได้รับแจ้งว่ายังอยู่ในระหว่างการดำเนินการตรวจสอบและยังไม่ยุติ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มความเข้มงวดในการปฎิบัติงานของผู้จัดการ กองทุนและส่วนงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิมที่ถือว่า อยู่ในระดับที่เข้มแข็งอยู่แล้ว สำหรับผู้จัดการกองทุนผู้ถูกตรวจสอบนี้ ก่อนที่จะมาเริ่มงานกับบริษัท ได้ตรวจเช็คประวัติตามขั้นตอน ถือเป็นบุคคลที่มีประวัติงานที่ดีโดดเด่น เคยทำงานกับบริษัทหลัก ทรัพย์จัดการกองทุนขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลานานก่อนที่ จะมาร่วมงานกับทางบริษัทในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเพื่อความสบายใจของผู้มีส่วน เกี่ยวข้องทุกฝ่าย บริษัทได้โยกย้ายหน้าที่งานของพนักงานไม่ให้เกี่ยวข้อง กับการบริหารกองทุน และมอบหมายให้ นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัท เข้ามาดูแลการบริหารจัดการกองทุนโดยตรง มีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ดังนั้นจึงขอให้ผู้ถือหน่วยลงทุนและ ลูกค้ามีความมั่นใจในการบริหารงานของกองทุนที่จะมีความต่อเนื่องและ
มีผล ดำเนินงานที่ดีจากทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ

บริษัทตระหนักถึงความไว้วางใจที่ได้รับเป็นเวลานานกว่า 19 ปี ทั้งจากท่านผู้ถือหน่วยที่เป็นรายบุคคลและรายสถาบัน จนทำให้ปัจจุบันบริษัทเติบโตมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการรวม กว่า 560,000 ล้านบาท ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทตั้งมั่นอยู่ในการบริหาร กองทุนต่างๆ ด้วยความซื่อสัตย์ มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ตลอดจนมีระบบตรวจสอบที่เข้มงวด สม่ำเสมอ ดังนั้น จึงขอให้ความมั่นใจอย่างเต็มที่แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนและลูกค้าในเรื่องของ ความโปร่งใสในการบริหารกองทุนต่างๆ และขอได้ให้ความไว้วางใจในบริษัทดังเช่นตลอด
ระยะเวลาที่ผ่านมา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 20:43 น.

บอร์ด ก.ล.ต.เผยอยู่ระหว่างตรวจสอบกรณี คนท.ร้องยิ่งลักษณ์

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

22 กรกฎาคม 2554, 00:03 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188157.

Pic_188157

บอร์ด ก.ล.ต. รับทราบข้อเรียกร้องของ คนท. เผยกรณี “ยิ่งลักษณ์” ได้ตรวจสอบพร้อมส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ระบุบางเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยอื่น …

วันที่ 21 ก.ค. รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แจ้งว่าตามที่เครือข่ายพลเมืองคัดค้านนิรโทษกรรมคอรัปชั่นทักษิณ (คนท.) ได้เรียกร้องให้คณะกรรมการ ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการกับ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เป็นไปตามผลของคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สำนักงาน ก.ล.ต. ได้นำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการประชุมวันนี้

คณะกรรมการ ก.ล.ต. เห็นว่า กรณีที่ คนท. เรียกร้องอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน ก.ล.ต. และสำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการไปตามพยานหลักฐานและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย รวมทั้งได้มีหนังสือชี้แจงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแล้ว คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงได้มีมติรับทราบโดยไม่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินการของสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องดังกล่าว นอกจากนี้ ในปัจจุบันประเด็นทางกฎหมายบางประเด็นที่ คนท. เรียกร้องให้สำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการนั้นก็อยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานอื่นในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว ดังนั้น ในชั้นนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. จึงจะไม่ดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติมอีกโดยจะให้ความร่วมมือส่งข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

อนึ่ง กรณีที่ก่อนหน้านี้ นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. ในการตรวจสอบและออกแถลงการณ์กรณีการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือมายังสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ให้ชี้แจงกรณีดังกล่าวภายใน 7 วัน สำนักงาน ก.ล.ต. ได้มีหนังสือชี้แจงไปยังรัฐมนตรีฯ แล้วตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2554 โดยได้ชี้แจงและตอบข้อสงสัยทุกประเด็นอย่างละเอียด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 กรกฎาคม 2554, 00:03 น.
%d bloggers like this: