ก๊าซธรรมชาติ

All posts tagged ก๊าซธรรมชาติ

ปตท.เร่งตรวจสอบท่อส่งก๊าซ คาดส.ค.ใช้การได้ปกติ

Published กรกฎาคม 7, 2011 by SoClaimon

5 กรกฎาคม 2554, 17:40 น.

ปตท.เร่งตรวจสอบท่อส่งก๊าซ คาดส.ค.ใช้การได้ปกติ.

Pic_184069

ปตท. เร่งสอบระบบท่อส่งก๊าซให้ใช้การได้เร็วที่สุด คาดกลางเดือนส.ค.54 จะเริ่มส่งก๊าซเข้าท่อตามปกติ ส่วนการจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน  ปตท. ได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว รวมทั้งยังคงจัดหาและจัดส่งน้ำมันเตาให้แก่โรงไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ  บริษัท  ปตท. จำกัด  (มหาชน)  เปิดเผยว่า ขณะนี้ ปตท. สามารถหยุดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติของระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลได้แล้ว โดยการส่งนักประดาน้ำลงไปปิดวาล์ว เพื่อตัดแยกระบบท่อกิ่ง (24 นิ้ว) ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่ว ออกจากระบบท่อประธานในทะเลขนาด 34 นิ้ว (ท่อเส้นที่ 1) เมื่อเวลา 01.15 น. ของวันที่ 4 ก.ค.

สำหรับการดำเนินการขั้นตอนต่อไป  ปตท. จะร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพภายนอกของท่อประธาน กำจัดน้ำและความชื้นออกจากระบบท่อฯ หลังจากนั้นจึงจะตรวจสอบสภาพภายในระบบท่อฯ อย่างละเอียด  ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการนำระบบท่อกลับเข้าสู่การส่งก๊าซฯ ตามปกติ คาดว่าประมาณกลางเดือน ส.ค. 2554  โดยการดำเนินงานทุกขั้นตอนจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวัง และปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยระบบท่อส่งก๊าซฯ ในทะเลอย่างเคร่งครัด

นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า การจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน  ปตท. ได้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มมากขึ้นจากแผนในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2554 ในปริมาณ 210,000 ตัน (3 ลำเรือ)  รวมทั้งยังคงจัดหาและจัดส่งน้ำมันเตาให้แก่โรงไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอ และ ปตท. ยังคงจัดส่งก๊าซแอลพีจีจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ สำหรับการใช้เป็นเชื้อเพลิงภายในประเทศได้ตามแผน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 5 กรกฎาคม 2554, 17:40 น.

ปตท. ย้ำคุมสถานการณ์ท่อส่งก๊าซฯได้ ไม่กระทบการผลิตไฟฟ้าประเทศ

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

29 มิถุนายน 2554, 11:00 น.

ปตท. ย้ำคุมสถานการณ์ท่อส่งก๊าซฯได้ ไม่กระทบการผลิตไฟฟ้าประเทศ.

Pic_182584

ปตท.ย้ำคุมสถานการณ์ท่องส่งก๊าซฯได้ ไม่กระทบการผลิตไฟฟ้าประเทศแน่นอน เพราะจะหาเชื้อเพลิงทดแทนทั้งน้ำมันเตาและแอลเอ็นจี ให้เพียงพอต่อความต้องการ

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ  บริษัท  ปตท. จำกัด  (มหาชน)  เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่ว  ซึ่งเป็นท่อฯ ต่อเชื่อมระหว่างท่อฯประธานในทะเลขนาด  34 นิ้ว (ท่อเส้นที่ 1) กับท่อกิ่ง (24 นิ้ว)  ที่ส่งก๊าซฯ มาจากแหล่งปลาทอง เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา   โดยที่ ปตท. ได้ส่งอุปกรณ์สำรวจใต้น้ำ ROV (Remotely Operated Vehicle) ลงไปตรวจสอบ เพื่อจะนำข้อมูลมาประเมินและเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซมแล้ว นั้นจากผลการสำรวจในเบื้องต้นพบว่า ท่อฯประธานเส้นที่ 1 ขนาด 34 นิ้ว และอุปกรณ์วาล์วควบคุมการจ่ายก๊าซฯ ที่เกี่ยวข้องไม่มีความเสียหาย  และหากพบว่าไม่มีน้ำทะเลไหลเข้าสู่ระบบฯ  การจัดส่งก๊าซฯ ก็จะสามารถกลับมาดำเนินการได้ในระยะเวลาอันสั้น  แต่หากพบว่ามีน้ำทะเลอยู่ในท่อฯ ก็ต้องใช้เวลาดำเนินการเพื่อกำจัดน้ำออกจากระบบฯ ก่อนที่จะกลับมาส่งก๊าซฯได้อีกครั้ง สำหรับท่อ กิ่งขนาด 24 นิ้ว ซึ่งเกิดการแตกและฉีกขาด  ปตท. อยู่ระหว่างการจัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อส่งนักประดาน้ำลงไปปิดวาล์ว เพื่อตัดแยกระบบฯ  ซึ่งคาดว่าจะสามารถปิดวาล์วได้ภายในเย็นวันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้  หลังจากนั้นจะดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อเตรียมการซ่อมแซมต่อไป

นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า  ปัจจุบัน ปตท. สามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ  และ ปตท. จะบริหารการผลิตของโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้สอดคล้องกับความต้องการ โดยไม่หยุดเดินเครื่อง ในขณะเดียวกัน ปตท. จะจัดหาเชื้อเพลิงทดแทน  โดยเบื้องต้นได้จัดหาน้ำมันเตาในปริมาณ 10 ล้านลิตรต่อวัน  และจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพิ่มขึ้นอีกจำนวน 70,000 ตัน  ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 29 มิถุนายน 2554, 11:00 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น

Published มิถุนายน 29, 2011 by SoClaimon

28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว นายกฯยันไม่ทำให้ค่าไฟแพงขึ้น.

Pic_182406

ครม.ถกปัญหาท่อก๊าซรั่ว ทำให้ต้องนำน้ำมันเตามาผลิตไฟฟาแทนก๊าซธรรมชาติที่หายไป ทำต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาท นายกฯย้ำไม่ทำให้ค่าไฟเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. น.พ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ากระทรวงพลังงานได้สรุปสถานการณ์ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เส้นที่ 1 ขนาด 34 นิ้วในอ่าวไทยรั่วให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบว่าจะต้องมีการปรับนำน้ำมันเตามาใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติที่ขาดหายไป ซึ่งจะทำให้ ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติมจากเดิม 1,200 ล้านบาท โดยในส่วนนี้จะเจรจาเพื่อให้บริษัทผู้รับประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีแสดงความเป็นห่วงกรณีมีข่าวว่าท่อส่งก๊าซฯที่รั่วดังกล่าวจะเป็นผลให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้น มีบริษัทรับประกันภัยอยู่แล้วจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 28 มิถุนายน 2554, 16:49 น.

ปตท.เร่งแก้ไขท่อก๊าซในทะเลรั่ว ลั่นไม่กระทบสิ่งแวดล้อม

Published มิถุนายน 27, 2011 by SoClaimon

26 มิถุนายน 2554, 12:20 น.
ปตท.เร่งแก้ไขท่อก๊าซในทะเลรั่ว ลั่นไม่กระทบสิ่งแวดล้อม – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_181866

ปตท.เร่งแก้ปัญหาท่อก๊าซฯในทะเลรั่ว ระบุปัญหาดังกล่าวทำส่งก๊าซลดลงประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งกระทบต่อการส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ลั่น ไม่กระทบต่อระบบนิเวศในทะเลแน่นอน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายวิชัย พรกีรติวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ   บริษัท  ปตท. จำกัด  (มหาชน)  เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุท่อส่งก๊าซธรรมชาติรั่ว (ห่างจากจุดท่อฯ ขึ้น ที่ชายฝั่งทะเลระยอง ประมาณ  325  กิโลเมตร)    เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา  นั้น   จากการตรวจสอบพบว่า จุดที่ก๊าซฯ รั่ว คือบริเวณท่อฯ ต่อเชื่อมระหว่างท่อฯประธานในทะเลขนาด  34 นิ้ว (ท่อเส้นที่ 1)  กับท่อย่อย (24 นิ้ว)  ที่ส่งก๊าซฯ มาจากแหล่งปลาทอง   โดยเช้าวันนี้ (26 มิถุนายน 2554)   ปตท. ได้ส่งอุปกรณ์สำรวจใต้น้ำ ROV (Remotely Operated Vehicle) ลงไปตรวจสอบ เพื่อจะนำข้อมูลมาประเมินและเร่งดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม เบื้องต้น ปตท. จึงมีความจำเป็นต้องหยุดส่งก๊าซฯผ่านท่อฯประธานเส้นดังกล่าวเป็นการชั่วคราว  และอยู่ระหว่างการประเมินระยะเวลาในการดำเนินการแก้ไขซ่อมแซม

ทั้งนี้ ผลกระทบจากเหตุดังกล่าว ทำให้ความสามารถในการส่งก๊าซธรรมชาติมีปริมาณลดลงประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน   ซึ่งกระทบต่อการส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ     โดย ปตท. อยู่ระหว่างการจัดหาน้ำมันเตาปริมาณ 30 ล้านลิตรให้กับโรงไฟฟ้า  พร้อมทั้งมีแผนจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)  รวมทั้งจัดหาก๊าซฯ จากแหล่งอื่นๆ เข้ามาเสริม  ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

อนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในทะเล  ทั้งสิ่งมีชีวิต  คุณภาพน้ำทะเล และสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ  เนื่องจากก๊าซธรรมชาติมีคุณสมบัติเบากว่าอากาศ ไม่ละลายน้ำ และไม่มีสิ่งเจือปนอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม  อย่างไรก็ตาม ปตท. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 26 มิถุนายน 2554, 12:20 น.

ปตท.เดินหน้าฟังความเห็นโครงการวางท่อก๊าซไทย-พม่า

Published เมษายน 29, 2011 by SoClaimon

29 เมษายน 2554, 10:35 น.
ปตท.เดินหน้าฟังความเห็นโครงการวางท่อก๊าซไทย-พม่า – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_167708

ปตท. เดินหน้า รับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโครงการวางท่อก๊าซไทย-พม่าเส้นที่ 2 เส้นทางกาญจนบุรีเชื่อมต่อระบบสถานีบ้านอีต่อง…

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 เม.ย. นายจิร  จบหิมเวศน์  ผู้จัดการฝ่ายสนับสนุนโครงการหน่วยธุรกิจก๊ซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. กำหนดจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) ของ โครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก จากชายแดนไทย-สหภาพพม่า มายังสถานีควบคุมความดันก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกที่ 1 (BVW#1) (การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากแหล่งยาดานา (สหภาพพม่า) ในวันพุธที่ 4 พ.ค. 2554 ตั้งแต่เวลา 8.00-12.30 น. ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ 1 โรงแรมนาคาคีรี รีสอร์ท แอนด์ สปา ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของโครงการในทุกภาคส่วน ตลอดจนประชาชนทั่วไป มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อันอาจจะเกิดจากโครงการดังกล่าว

“โครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก จากชายแดนไทย-สหภาพพม่า มายังสถานีควบคุมความดันก๊าซฯ ฝั่งตะวันตกที่ 1 (BVW#1) เกิดขึ้นจาก คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในมติของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2553 เรื่องแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติในระยะยาว และการทบทวนแผนแม่บทระบบท่อส่งก๊าซฯ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2544-2554 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม) ซึ่งมอบหมายให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทพลังงานแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการแสวงหา และพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกประเภทต่างๆ จากภายในและภายนอกประเทศ เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ” นายจิร กล่าว

นายจิร กล่าวด้วยว่า ปตท. มีแผนที่จะดำเนินการวางท่อส่งก๊าซฯ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 28 นิ้ว จากบริเวณจุดส่งมอบก๊าซธรรมชาติ บริเวณชายแดนประเทศไทย-สหภาพพม่า ที่บริเวณ หมู่ที่ 1 บ้านอีต่อง ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี มาเชื่อมต่อกับระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกของ ปตท. ที่สถานีควบคุมความดันก๊าซที่ 1 (BVW# 1) จ.กาญจนบุรี รวมระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 4 ของ ปี 2556 ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถมั่นใจได้ว่าประชาชนชาวไทย จะมีแหล่งพลังงานสำรองที่สามารถรองรับความต้องการใช้ประโยชน์จากก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในภาคการผลิตกระแสไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และภาคคมนาคมได้อย่างเพียงพอในอนาคต

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวภูมิภาค
  • 29 เมษายน 2554, 10:35 น.

ไทย-มาเลเซียจับมือผลิตปิโตรเลียมร่วมกัน

Published เมษายน 23, 2011 by SoClaimon

22 เมษายน 2554, 17:25 น.
ไทย-มาเลเซียจับมือผลิตปิโตรเลียมร่วมกัน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_166028

รมว.พลังงาน เผย ไทย-มาเลเซีย ได้ลงนามร่วมกันผลิตปิโตรเลียม ในแหล่งปิโตรเลียมภูมี ของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย คาดจะส่งมอบก๊าซธรรมชาติวันละ 400 ล้านลูกบาศก์เมตรให้กับ ปตท.เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้า…

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงาน ได้ร่วมลงนามกับกระทรวงพลังงานของมาเลเซีย ว่าด้วยการร่วมกันผลิตปิโตรเลียม (Unitisation Agreement, UA) ระหว่างองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย กับ บริษัท ปิโตรนาส จำกัด ของมาเลเซีย ในแหล่งปิโตรเลียมภูมีของพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย โดยข้อตกลงดังกล่าว ทั้ง 2 ประเทศ จะได้ร่วมกันผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกัน หลังจากที่ได้สำรวจและประเมินศักยภาพของแหล่งในแปลง A18 แล้วมีข้อมูลบ่งชี้ว่าแหล่งภูมี มีศักยภาพทั้งปริมาณและคุณภาพของน้ำมัน และ ก๊าซธรรมชาติ โดยพื้นที่ดังกล่าว มีขนาด 149 ตารางกิโลเมตร โดยอยู่ในเขตพื้นที่พัฒนาร่วม 95 กิโลเมตร และอยู่ในเขตมาเลเซีย 54 กิโลเมตร และจะส่งมอบก๊าซธรรมชาติวันละ 400 ล้านลูกบาศก์เมตรให้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อนำไปใช้ผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าจะนะ ที่ จ.สงขลา ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและ ส่งป้อนให้โรงแยกก๊าซธรรมชาติของปตท.ที่จ.ระยอง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 เมษายน 2554, 17:25 น.

ปตท.ทุ่มลงทุน 9 หมื่นล้าน เสริมความมั่นคงก๊าซธรรมชาติ

Published มกราคม 12, 2011 by SoClaimon

7 มกราคม 2554, 06:15 น.

ผ่านทางปตท.ทุ่มลงทุน 9 หมื่นล้าน เสริมความมั่นคงก๊าซธรรมชาติ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_139511

 

ปตท.พลิกเกมค่าเงินบาทแข็ง แสวงหาแหล่งพลังงานในต่างประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคง เปิดแผนการลงทุน 5 ปี (2554-2558) จะลงทุนกว่า 320,000 ล้านบาท เฉพาะปี 2554 ทุ่มลงทุน 90,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ส่วนธุรกิจน้ำมัน จะมุ่งเน้นการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกในปั๊ม ภายใต้แนวคิด ความสุขหลากสไตล์…ในที่เดียว

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแนวโน้มค่าเงินบาทในปี 2554 และทิศทางการดำเนินธุรกิจ ปตท.ในอนาคต ว่า เป็นที่คาดกันว่าค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง แต่จะแข็งค่าขึ้นถึงระดับใด ไม่มีใครมีคำตอบที่ชัดเจน เนื่องจากมีหลายปัจจัยเกี่ยวข้องทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และแน่นอนว่าการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะส่งผลกระทบในทางลบต่อภาคส่งออก ซึ่งในที่สุดย่อมกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการส่งออก 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ แต่ผลกระทบจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับว่า การปรับตัวเพิ่มผลผลิต และประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม วิกฤติค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อาจเป็นโอกาสแก่ภาคอุตสาหกรรม และธุรกิจในการขยายการผลิต หรือปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต โดยการนำเข้าสินค้าทุน และเครื่องจักรจากต่างประเทศ รวมทั้งโอกาสในการซื้อสินทรัพย์ และการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ตลอดจนโอกาสในการชำระหนี้ที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศ

ทั้งนี้ การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะส่งผลกระทบต่อรายได้และผลกำไรของกลุ่ม ปตท. โดยเฉพาะบริษัทในเครือที่รับรู้รายได้เป็นเงินสกุลต่างประเทศ ได้แก่ บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จึงต้องมีการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า เพื่อบริหารผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาท

นายประเสริฐกล่าวว่า ธุรกิจของ ปตท.นั้นรายได้ส่วนใหญ่ ทั้งจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และปิโตรเคมี จะอิงสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ จึงมีการบริหารจัดการความเสี่ยง 2 ลักษณะ ได้แก่ การจัดโครงสร้างของเงินกู้ที่เป็นสกุลต่างประเทศ ให้มีสัดส่วนสมดุลกับรายได้ที่เป็นสกุลต่างประเทศ และการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เช่น การบริหารเงินในบัญชีเงินฝากที่เป็นสกุลต่างประเทศ และซื้อ-ขาย เงินสกุลต่างประเทศ ล่วงหน้า เพื่อเตรียมการชำระหนี้เงินกู้สกุลต่างๆ และธุรกรรมการค้า

“การที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ก็เป็น โอกาสของ ปตท. ในการแสวงหาแหล่งพลังงานในต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งภาคเอกชนก็ควรมีการบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเอกชนที่มีความพร้อมก็เป็นโอกาสดีที่จะขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ”

อย่างไรก็ตาม การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นจะส่งผลดีกับผู้บริโภค เช่น หากราคาน้ำมันไม่เปลี่ยนแปลง แต่เงินบาทแข็งค่าขึ้น ต้นทุนนำเข้าน้ำมันจะลดลง และหากภาครัฐไม่มีการเรียกเก็บเงินกองทุนน้ำมันเพิ่มเติม ราคาน้ำมันขายปลีกก็จะลดราคาลง แต่ในช่วงที่ผ่านมา แม้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอัตราที่มากกว่าการแข็งค่าของเงินบาท

ส่วนเรื่องการขยายการลงทุนของ ปตท.ขณะนี้จะพิจารณาตัดสินใจจากผลตอบแทนการลงทุนและความเหมาะสมสอดคล้องกับกลยุทธ์วิสัยทัศน์ของบริษัทเป็นหลัก ซึ่งในสถานการณ์ที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เนื่องจากต้นทุนโครงการและการลงทุนจะลดลงอย่างมาก

โดยจากวิสัยทัศน์ของกลุ่ม ปตท. ที่จะเป็นบริษัทพลังงานไทยข้ามชาติชั้นนำ ติดลำดับ 1 ใน 100 ของบริษัทที่มียอดขายสูงสุดของโลกตามการจัดลำดับของนิตยสาร Fortune 500 ภายในปี 2563 มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยติดอันดับความยั่งยืนดาวโจนส์ ภายในปี 2556 มีความแข็งแกร่งของผลประกอบการ โดยมีผลการดำเนินงานติดระดับชั้นนำในแต่ละธุรกิจ กลุ่ม ปตท. จึงกำหนดทิศทางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจะมุ่งขยายธุรกิจไปในห่วงโซ่ธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ

รวมทั้งกระจายการลงทุนในธุรกิจไปยังธุรกิจ พลังงานและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเน้นความสำคัญของการขยายในธุรกิจหลัก ที่เป็นธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นผู้เล่นที่เป็นผู้นำในธุรกิจน้ำมันและก๊าซ และก้าวไปสู่การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานต่อเนื่อง ตลอดจนการหาโอกาสในการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่มีความต่อเนื่องและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินที่มีอยู่ และแบรนด์ ปตท.ในเครือทั้งหมด

โดยตามแผนการลงทุน 5 ปีข้างหน้า (ปี 2554-2558) ปตท. จะมีการลงทุนกว่า 320,000 ล้านบาท เฉพาะในปี 2554 จะมีการลงทุนทั้งสิ้นกว่า 90,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ได้แก่ การขยายโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติและการสร้างท่าเรือรับก๊าซธรรมชาติเหลว รองมาเป็นการลงทุนในธุรกิจการลงทุนต่างประเทศ โดยครอบคลุมธุรกิจถ่านหิน, การผลิตไฟฟ้าใน ประเทศเพื่อนบ้าน, ก๊าซธรรมชาติและก๊าซธรรมชาติเหลว เพื่อความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และธุรกิจปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้จากต่างประเทศ

สำหรับธุรกิจน้ำมัน จะมุ่งเน้นการส่งเสริมธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการ ในสถานีบริการน้ำมัน จากนวัตกรรมการปรับรูปลักษณ์ สถานีบริการเป็นแบบขายปลีกครบวงจร ภายใต้แนวคิด ความสุขหลากสไตล์…ในที่เดียว หรือ PTT  Life Station เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาด

ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น และธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ จะมุ่งเน้นการสร้างพลังร่วมในกลุ่ม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมที่จะเผชิญกับวัฏจักรขาลงของธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นที่กำลังเกิดขึ้น สามารถแข่งขันได้กับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่ และมีความได้เปรียบด้านวัตถุดิบทั้งจากประเทศตะวันออกกลาง จีน และอินเดีย รวมทั้งพร้อมรองรับกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยมีการดำเนินการผ่านโครงการ GISMO (Group Integrated Supply chain Manage ment and Optimization) ประกอบด้วยการแสวงหาโอกาสขยายตลาดในภูมิภาคอินโดจีน และการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศร่วมของกลุ่ม (Group Trading)

ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. จะมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยการสร้างพลังงานร่วมในการสร้างการเติบโตเป็นองค์กรแห่งความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับการดูแลรับผิดชอบสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี ก้าวผ่านพ้นวิกฤตการณ์ ต่างๆ ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อเป็นองค์กร 100 ปีอยู่คู่กับการพัฒนาประเทศสืบต่อไป.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 7 มกราคม 2554, 06:15 น.

 

“อภิสิทธิ์” จี้สอบโครงสร้างราคาก๊าซ

Published ตุลาคม 18, 2010 by SoClaimon

12 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

ผ่านทาง“อภิสิทธิ์” จี้สอบโครงสร้างราคาก๊าซ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_118105

“อภิสิทธิ์” จี้สอบโครงสร้างราคาก๊าซ หลัง นักลงทุนต่างชาติโวยมีราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

นาย เกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เปิดเผยว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ไปพิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม ว่าแพงกว่าต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่ เพราะนายกฯได้รับการร้องเรียนจากนักลงทุนต่างประเทศที่กำลังตัดสินใจเข้ามา ลงทุนว่า ราคาก๊าซธรรมชาติดังกล่าวที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมของไทยที่ 8-9 เหรียญสหรัฐฯต่อลูกบาศก์ฟุต สูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านที่ 4-5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อลูกบาศก์ฟุต จึงขอให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ชี้แจงโครงสร้างต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ขายให้โรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้งพิจารณาว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาดังกล่าวแพงกว่าประเทศเพื่อน บ้านนั้นเป็นเพราะในต่างประเทศมีการอุดหนุนโดยรัฐบาลหรือไม่ หรือเป็นเพราะไทยมีผู้ประกอบการเพียงรายเดียว จึงทำให้ไม่มีการแข่งขัน “ราคาจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่แพงกว่าประเทศอื่น ทำให้ ต้นทุนการผลิตในอุตสาหกรรมบางประเภทของไทยที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการ ผลิตสูงกว่าอุตสาหกรรมเดียวกันกับประเทศคู่แข่ง จึงมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนที่จะมาลงทุนในไทย”

ผู้สื่อข่าว รายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี พิจารณาโครงสร้างราคาสินค้าที่มีผลกระทบต่อค่าครองชีพประชาชน และราคาขายปลีกน้ำมัน ที่จะมีผลต่อต้นทุนผลิตสินค้า เพราะตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นกว่า 10% แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการยังไม่ปรับลด หรือลดลงน้อยมาก จึงต้องดูโครงสร้างต้นทุนทั้งหมด คาดจะสรุปได้ภายใน 2 สัปดาห์ ขณะที่นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงข่าวปุ๋ยเคมีขาดตลาดและขายราคาสูงกว่าราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์ กำหนดว่า ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบ และเรียกผู้ประกอบการปุ๋ยเคมีมาหารือเพื่อรับทราบข้อเท็จจริง ส่วนกรณีที่เกษตรกรไม่สามารถหาซื้อได้ หรือซื้อแพงกว่าราคาแนะนำสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569 หรือสำนักงานการค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเพื่อหาทางแก้ไข สำหรับผู้ที่ขายเกินราคาแนะนำ หรือกักตุน ปฏิเสธการขายจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 ตุลาคม 2553, 05:30 น.

tags:
เกียรติ สิทธีอมร อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก๊าซ ค่าครองชีพ ก๊าซธรรมชาติ

“ณอคุณ”แย้มภารกิจด่วน ลดม็อบต่อต้านพลังงาน

Published ตุลาคม 4, 2010 by SoClaimon

1 ตุลาคม 2553, 06:45 น.

ผ่านทาง“ณอคุณ”แย้มภารกิจด่วน ลดม็อบต่อต้านพลังงาน – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_115401

ณอคุณ สิทธิพงศ์

ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่เผย ภารกิจด่วน 3 เรื่อง ตั้งกลุ่มดูแลงานด้านประชาสังคม แพร่บทบาทการทำงานภาครัฐ-จัดทำแผนพัฒนาคนขององค์กร-เชื่อมโยงระบบข้อมูลให้ มีประสิทธิภาพ …

นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ เปิดเผยว่า ภารกิจเร่งด่วนที่จะดำเนินการหลังรับตำแหน่งจะเน้น 3 เรื่องคือ 1. จะมีการจัดตั้งสำนักงานหรือกลุ่มงานดูแลงานด้านประชาสังคมขึ้นมาใหม่ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ทั้งนี้ เนื่องจากภาคประชาชนยังไม่เข้าใจถึงบทบาทการทำงานของภาครัฐ โดยเฉพาะหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน ทำให้เกิดการต่อต้านก่อม็อบประท้วง เป็นต้น

“ผมถือเป็นเรื่องเร่งด่วนมากในการทำความเข้าใจกับประชาชน เพราะงานหลายอย่างมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศทั้งการขุดเจาะสำรวจ ปิโตรเลียม การผลิตไฟฟ้า ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้มีการต่อต้านการลงทุนส่วนนี้อย่างรุนแรง”

สำหรับภารกิจที่ 2 ซึ่งสอดรับกับนโยบายของ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน ที่จะจ้างที่ปรึกษาในการจัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกระทรวงพลังงาน ในช่วง 5-10 ปี ในอนาคต ก่อนที่จะเกิดวิกฤติขาดแคลน และ 3. มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและไอที เพื่อให้ระบบข้อมูลเชื่อมโยงมีประสิทธิภาพ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์
  • 1 ตุลาคม 2553, 06:45 น.

tags:
ณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน ไอที เทคโนโลยี ก๊าซธรรมชาติ องค์กร ประชาสังคม ม็อบ

%d bloggers like this: