กุ้งกุลาดำ

All posts tagged กุ้งกุลาดำ

การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งของสารสกัดหยาบจากใบมะม่วงเขียวเสวยต่อเชื้อไวรัสหัวเหลืองและไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006644&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วีณา เคยพุดซา; มณฑิรา ถาวรยุติการต์; สมภพ รุ่งสุภา; ชลิดา ชมานนท์
ชื่อเรื่อง: การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งของสารสกัดหยาบจากใบมะม่วงเขียวเสวยต่อเชื้อไวรัสหัวเหลืองและไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ
Article title: Inhibiting activity of crude extract isolated from mango leaves (Mangifera indica L. c.v. Khiew Sawoey) against yellow-head virus and systemic ectodermal and mesodermal baculovirus on Penaeus monodon
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 132
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, ANIMAL DISEASES, VIRUSES, BACULOVIRIDAE, MANGIFERA INDICA, LEAVES, PLANT EXTRACTS, ANTIVIRAL AGENTS, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, เชื้อไวรัส, โรคหัวเหลือง, โรคตัวแดงดวงขาว, ใบมะม่วงเขียวเสวย, สารสกัดหยาบ, การยับยั้งเชื้อ, อัตราการรอด
บทคัดย่อ: การศึกษาฤทธิ์ยับยั้งของสารสกัดหยาบจากใบมะม่วงเขียวเสวยต่อเชื้อไวรัสหัวเหลืองและไวรัสตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำโดยผสมสารสกัดดังกล่าวที่ละลายใน K-199 ให้มีความเข้มข้นเท่ากับ 10,000, 7,500, 5,000, 2,500, 1,000, 100, 10 และ 1 มิลลิกรัมต่อลิตร (ppm) กับเชื้อไวรัสหัวเหลืองและไวรัสตัวแดงดวงขาวที่เจือจาง 1:1,000,000 และ 1:100,000 ตามลำดับ จากนั้นนำไปฉีดเข้ากล้ามเนื้อกุ้งกุลาดำขนาดน้ำหนัก 7.09-15.68 กรัม แล้วเลี้ยงต่อเป็นเวลา 7 วัน พบว่าความเข้มข้นของสารสกัดที่ 100 ppm สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิดโดยกุ้งมีอัตรารอด 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่แตกต่างกันทางสถิติกับความเข้มข้นที่ 1 ppm และความเข้มข้นที่สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสทั้ง 2 ชนิดโดยกุ้งมีอัตรารอด 100 เปอร์เซ็นต์ คือ 10,000 pppm
หมายเลข: 006644 KC3604037
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจโรคดวงขาวโดยการใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) และการใช้ฟอร์มาลินในการป้องกันการเกิดโรคในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006636&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วาริณี ปัญญาวชิระ; ศุภกร พัฒนาวิบาก; พรเลิศ จันทร์รัชชกูล; ชลอ ลิ้มสุวรรณ
ชื่อเรื่อง: ความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจโรคดวงขาวโดยการใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) และการใช้ฟอร์มาลินในการป้องกันการเกิดโรคในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ
Article title: Detection of white spot baculovirus (WSBV) using polymerase chain reaction (PCR) and use of formalin treatment to prevent outbreaks in cultured shrimp, (Penaeus monodon (Fabricius)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 124
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, ANIMAL DISEASES, BACULOVIRIDAE, DIAGNOSIS, POLYMERASE CHAIN REACTION, FORMALDEHYDE, DISEASE CONTROL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, โรคดวงขาว, การตรวจโรค, ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส, ฟอร์มาลิน, การป้องกันกำจัดโรค
บทคัดย่อ: วิธีตรวจการติดเชื้อไวรัสดวงขาวในกุ้งกุลาดำโดยการใช้ปฏิกิริยาลูกโซ่โพลีเมอเรส (PCR) เป็นวิธีการหนึ่งซึ่งให้ความแม่นยำสูง การศึกษาครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบการเกิดโรคในบ่อเลี้ยงกุ้งระหว่างกลุ่มที่มีการใช้ PCR ในการตรวจสอบการติดเชื้อก่อนปล่อยลูกกุ้ง และกลุ่มที่ไม่มีการตรวจสอบจากฟาร์มเลี้ยงกุ้งในภาคตะวันออกจำนวน 31 บ่อ และจากภาคใต้จำนวน 98 บ่อ นอกจากนั้นยังทำการศึกษาเปรียบเทียบ การเกิดโรคในกลุ่มฟาร์มทางภาคตะวันออกที่มีการใช้ฟอร์มาลินแช่ลูกกุ้งเพื่อกำจัดลูกกุ้งอ่อนแอออกจากลูกกุ้งแข็งแรงก่อนปล่อยลงเลี้ยงและกลุ่มที่ไม่มีการใช้ฟอร์มาลิน ผลการศึกษาพบว่าบ่อเลี้ยงกุ้งในภาคตะวันออกจำนวน 6 บ่อ ซึ่งไม่มีการตรวจสอบการติดเชื้อของลูกกุ้งก่อนปล่อย สามารถเลี้ยงกุ้งจนจับขายได้เพียง 1 บ่อ ในขณะที่บ่อเลี้ยงกุ้งที่มีการตรวจสอบลูกกุ้งก่อนปล่อยจำนวนทั้งสิ้น 25 บ่อ สามารถเลี้ยงกุ้งจนจับขายได้จำนวน 15 บ่อ ซึ่งเป็นบ่อที่มีการใช้ฟอร์มาลินคัดลูกกุ้งอ่อนแอทิ้งไปก่อนปล่อย ส่วนบ่อเลี้ยงกุ้งอีก 10 บ่อ ซึ่งไม่มีการคัดลูกกุ้งอ่อนแอทิ้งไปก่อนปล่อย พบกุ้งเป็นโรคและตายหมดภายใน 75 วันหลังจากปล่อยลงเลี้ยงและสามารถตรวจการติดเชื้อไวรัสได้โดยวิธี PCR ส่วนฟาร์มในภาคใต้ซึ่งมีการใช้ PCR ตรวจสอบลูกกุ้งและปล่อยลูกกุ้งที่ไม่พบการติดเชื้อเลย นอกจากนั้นก่อนการปล่อยยังมีการคัดแยกลูกกุ้งอ่อนแอทิ้งไปโดยใช้ฟอร์มาลิน และมีการตรวจสอบการติดเชื้อโดยวิธี PCR อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง พบว่าจากจำนวนบ่อกุ้ง 108 บ่อ สามารถตรวจพบการติดเชื้อในระหว่างการเลี้ยงจำนวน 51 บ่อ และมีเพียง 14 บ่อเท่านั้นที่สามารถจับกุ้งได้ตามปกติ ส่วนบ่อที่ตรวจไม่พบการติดเชื้อในระหว่างการเลี้ยงเลยจำนวน 57 บ่อ สามารถจับกุ้งได้ตามปกติ จำนวน 55 บ่อ ส่วนอีก 2 บ่อ พบการติดเชื้อก่อนจับขาย โดยพบว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นสูงสุดในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักมาก
หมายเลข: 006636 KC3604029
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของการใช้ฟอร์มาลินเพื่อลดการระบาดของโรคดวงขาวในกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006635&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จารี ผลชนะ; ชลอ ลิ้มสุวรรณ; พรเลิศ จันทร์รัชชกูล
ชื่อเรื่อง: ผลของการใช้ฟอร์มาลินเพื่อลดการระบาดของโรคดวงขาวในกุ้งกุลาดำ
Article title: Use of formalin to prevent white spot baculovirus outbreaks in black tiger shrimp, Penaeus monodon (Fabricius)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36 บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 123
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, ANIMAL DISEASES, BACULOVIRIDAE, EPIDEMICS, FORMALDEHYDE, DISEASE CONTROL, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, โรคดวงขาว, ฟอร์มาลิน, การป้องกันกำจัดโรค, อัตราการรอด
บทคัดย่อ: โรคดวงขาวในกุ้งกุลาดำที่เกิดจากเชื้อไวรัสสร้างความเสียหายอย่างมาก เนื่องจากเชื้อไวรัสดังกล่าวสามารถแพร่ระบาดได้โดยการติดต่อผ่านทางน้ำและพาหะต่างๆ รวมทั้งสามารถติดมากับลูกกุ้งได้ แนวทางการป้องกันการระบาดวิธีหนึ่งคือ การลดปริมาณการติดเชื้อผ่านทางลูกกุ้งโดยการคัดแยกลูกกุ้งด้วยสารเคมี ซึ่งการทดลองนี้ได้ใช้ฟอร์มาลินความเข้มข้น 100 และ 200 ส่วนในล้านส่วน (ppm.) แช่ลูกกุ้งเป็นเวลานาน 30, 60 และ 90 นาที พบว่าสามารถแยกลูกกุ้งที่อ่อนแอและติดเชื้อโรคออกจากลูกกุ้งที่แข็งแรงได้ และไม่มีผลกระทบในด้านอัตรารอดต่อลูกกุ้งที่แข็งแรงหลังจากแช่เป็นเวลา 1 วัน และได้มีการทดลองใช้ฟอร์มาลินความเข้มข้น 100 ppm แช่ลูกกุ้งที่มีการติดเชื้อไวรัสดวงขาวเป็นเวลานาน 30 นาที ก่อนที่จะแยกลูกกุ้งที่แข็งแรงปล่อยลงอนุบาลในบ่อดินจำนวน 3 บ่อ ในอัตราความหนาแน่น 500,000 ตัว/ไร่ ในเดือนธันวาคมซึ่งเป็นช่วงอากาศหนาวและมีปัญหาการเกิดโรคดวงขาวรุนแรง จากนั้นย้ายกุ้งบางส่วนปล่อยในบ่อดินอีก 7 บ่อ ทำการติดตามผลการเลี้ยงกุ้งดังกล่าวตลอดฤดูกาลเลี้ยง และตรวจหาการติดเชื้อโรคดวงขาว โดยการใช้วิธี PCR (polymerase chain reaction) ทุก 10 วัน ถ้าผลการตรวจโรคเป็นบวกจะใช้ฟอร์มาลินความเข้มข้น 30 ppm. เพื่อกำจัดกุ้งอ่อนแอออกจากบ่อ ผลการเลี้ยงพบว่า กุ้งมีอัตรารอดอยู่ระหว่าง 60-90 เปอร์เซ็นต์ โดยมีขนาดน้ำหนักเฉลี่ยที่ 14-24 กรัม เมื่อทำการจับขาย และมีระยะเวลาเลี้ยงตั้งแต่ 110-150 วัน
หมายเลข: 006635 KC3604028
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของคลอรีน (แคลเซียมไฮโปคลอไรท์) ต่อแบคทีเรียเรืองแสงในน้ำทะเลและน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006629&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุนิตย์ โรจนพิทยากุล; สถาพร ดิเรกบุษราคม
ชื่อเรื่อง: ผลของคลอรีน (แคลเซียมไฮโปคลอไรท์) ต่อแบคทีเรียเรืองแสงในน้ำทะเลและน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน
Article title: Effect of chlorine (Calcium hypochlorite) in seawater and seawater with soil on Vibrio harveyi
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 114
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, SEA WATER, SEDIMENT, CHLORINE, VIBRIO, ANIMAL DISEASES, DISEASE CONTROL, EFFICIENCY
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, น้ำทะเล, ตะกอนดิน, คลอรีน, แบคทีเรียเรืองแสง, โรคเรืองแสง, การป้องกันกำจัด, ประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ: เปรียบเทียบฤทธิ์ของคลอรีน (65 เปอร์เซ็นต์ แคลเซียมไฮโปคลอไรท์) ในน้ำทะเลและน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน ในการกำจัดแบคทีเรีย Vibrio harveyi ที่เป็นสาเหตุของโรคเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ พบว่าคลอรีนที่ระดับความเข้มข้น 1, 5 และ 10 ppm สามารถกำจัดแบคทีเรียเรืองแสงในน้ำทะเลได้ภายใน 24 ชั่วโมง ในขณะที่ คลอรีนความเข้มข้นสูงถึง 50 ppm ในน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน ไม่มีผลในการยับยั้งหรือกำจัดแบคทีเรียเรืองแสง ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาการสลายตัวของคลอรีนในน้ำทะเลและน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน ที่พบว่าคลอรีนในน้ำทะเลที่มีตะกอนดิน มีอัตราการสลายตัวของคลอรีนสูงกว่าในน้ำทะเลที่ไม่มีตะกอนดิน โดยเปอร์เซ็นต์ของคลอรีนที่ออกฤทธิ์ในน้ำทะเลที่มีตะกอนดินลดลงเหลือ 0.9 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมง ในขณะที่ในน้ำทะเลยังคงมีเปอร์เซ็นต์การออกฤทธิ์ของคลอรีนอยู่ถึง 37.8 เปอร์เซ็นต์ จากการทดลองนี้สรุปได้ว่าคลอรีนสามารถใช้ในการกำจัดแบคทีเรียในน้ำทะเลเช่นในโรงเพาะฟักได้แต่ไม่ควรใช้คลอรีนในบ่อเลี้ยงที่เป็นบ่อดินเพราะดินมีสารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ที่จะทำปฏิกริยากับคลอรีน ทำให้เปอร์เซ็นต์การออกฤทธิ์ของคลอรีนลดลงอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในการกำจัดแบคทีเรียได้
หมายเลข: 006629 KC3604022
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลของการควบคุมให้มีคลอเรลลาในบ่ออนุบาลลูกกุ้งกุลาดำ ในระยะโพสท์ลาวา (พี5-พี15)

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006628&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สถาพร ดิเรกบุษราคม; ธิดา เพชรมณี; ชาญเดช วังสะวิบูลย์
ชื่อเรื่อง: ผลของการควบคุมให้มีคลอเรลลาในบ่ออนุบาลลูกกุ้งกุลาดำ ในระยะโพสท์ลาวา (พี5-พี15)
Article title: Effect of maintaining Chlorella on postlarval (P5-P15) nursing of black tiger shrimp (Penaeus monodon fabricius)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 113
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, CHLORELLA, AQUACULTURE, POSTLARVAL STAGES, GROWTH, SURVIVAL, WATER QUALITY
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, คลอเรลลา, การอนุบาล, ลูกกุ้งกุลาดำ, ระยะโพสลาวา, บ่ออนุบาล, การเจริญเติบโต, อัตราการรอดตาย, คุณภาพน้ำ
บทคัดย่อ: ศึกษาการควบคุมให้มีคลอเรลลาในการอนุบาลลูกกุ้งกุลาดำระยะโพสท์ลาวา โดยทำการทดลองสองครั้ง ในแต่ละครั้งจะแบ่งการทดลองเป็นสองชุดการทดลอง ชุดการทดลองละสามซ้ำโดยให้ชุดแรกมีคลอเรลลาโดยมีคลอเรลลาอยู่ในช่วง 2*10**(6)-7*10**(6) เซลล์ต่อมิลลิลิตร ชุดที่สองไม่มีคลอเรลลา พบว่าอัตราการรอดของทั้งสองชุดการทดลองไม่มีความแตกต่างทางสถิติ สำหรับการเจริญเติบโตของกุ้งที่อนุบาลในน้ำที่มีคลอเรลลามีการเจริญเติบโตที่แตกต่างจากกุ้งที่ไม่ได้เลี้ยงในคลอเรลลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) คือ 1.225+-0.001 เซ็นติเมตรและ 1.019+-0.014 เซ็นติเมตรตามลำดับ และจากการสำรวจภายนอกไม่พบพาราไซด์จากการทดลองทั้งสองชุด และจากการทดสอบความเครียดโดยใช้ฟอร์มาลิน 100 ส่วนในล้านส่วน ไม่แตกต่างทางสถิติทั้งสองชุดการทดลองโดยชุดที่มีคลอเรลลาอัตราการรอด 98.66+-0.626 เปอร์เซ็นต์และในชุดที่ไม่มีคลอเรลลามีอัตราการรอด 98.10+-0.158 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อทำการเก็บตัวอย่างเชื้อวิบริโอจากน้ำพบว่าปริมาณของเชื้อวิบริโอในกลุ่มที่มีคลอเรลลาและไม่มีคลอเรลลาไม่แตกต่างกันทางสถิติ ส่วนในด้านคุณภาพน้ำพบว่าช่วงแรกปริมาณ NO3, NH4 และ PO4 (30.2+-4.003, 7.85+-0.72 และ 2.799+-0.323 mg/l) จะมีค่ามากกว่าชุดที่ไม่มีคลอเรลลา เนื่องมาจากการใส่ปุ๋ยในน้ำเลี้ยงคลอเรลลาและในช่วงท้ายการทดลองพบว่าค่า BOD จะแตกต่างกัน (7.78+-5.405 mg/l ในชุดที่มีคลอเรลลา และ 4.36+-5.2 mg/l ในชุดที่ไม่มีคลอเรลลา)
หมายเลข: 006628 KC3604021
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดจากใบฝรั่งและอ็อกซีเตตร้าซัยคลิน ในการกำจัดแบคทีเรียเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006627&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เยาวนิตย์ ดนยดล; ชาญเดช วังสะวิบูลย์; สถาพร ดิเรกบุษราคม
ชื่อเรื่อง: เปรียบเทียบประสิทธิภาพของสารสกัดจากใบฝรั่งและอ็อกซีเตตร้าซัยคลิน ในการกำจัดแบคทีเรียเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ
Article title: Comparison on the efficiency of guava and oxytetracycline to eliminate luminous bacteria in black tiger shrimp (Penaeus monodon)
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 112
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
หมวดรอง: F60-Plant physiology and biochemistry
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, BACTERIA, PSIDIUM GUAJAVA, LEAVES, PLANT EXTRACTS, OXYTETRACYCLINE, DISEASE CONTROL, EFFICIENCY
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, แบคทีเรียเรืองแสง, ใบฝรั่ง, สารสกัดจากพืช, OXYTETRACYCLINE, การป้องกันกำจัด, ประสิทธิภาพ
บทคัดย่อ: จากการศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพของใบฝรั่งและอ็อกซิเตตร้าซัยคลินในการกำจัดแบคทีเรียเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ โดยแบ่งการทดลองเป็น 4 ชุดการทดลองๆละ 5 ซ้ำๆละ 6 ตัว ดังนี้ ชุดควบคุมใช้น้ำเกลือ 2.6 เปอร์เซ็นต์ สารสกัดจากใบฝรั่งเข้มข้น 10 และ 1 mg/ml และอ็อกซิเตตร้าซัยคลินเข้มข้น 10 mg/ml โดยฉีดเข้ากล้ามเนื้อปล้องที่ 6 ตัวละ 0.2 ml แล้วฉีดแบคทีเรียเรืองแสง (Vibrio harveyi) ที่ความเข้มข้น 1.4*10 sup(10) CFU/ml เข้ากล้ามเนื้อกุ้งตัวละ 0.2 ml หลังจากนั้น 30 นาที ทำการเจาะเลือดกุ้งที่บริเวณโคนขาคู่ที่ 3 แล้วนำมาตรวจหาปริมาณแบคทีเรียในเลือดกุ้งโดยวิธีการกระจายเชื้อ พบว่าปริมาณของแบคทีเรียเรืองแสงในน้ำเลือดกุ้งจะลดลงอย่างรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการกำจัดแบคทีเรียเรืองแสงของกุ้งกุลาดำที่ได้รับสารสกัดจากใบฝรั่งจะดีกว่าในกลุ่มที่ได้รับอ็อกซิเตตร้าซัยคลิน เปอร์เซ็นต์การลดลงของแบคทีเรียเมื่อเทียบกับชุดควบคุมของกลุ่มที่ได้รับสารสกัดจากใบฝรั่งเข้มข้น 10 และ 1 mg/ml มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 68.05 เปอร์เซ็นต์ และ 62.99 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ส่วนในกลุ่มที่ได้รับยาอ็อกซีเตตร้าซัยคลินมีค่าเพียง 51.4 เปอร์เซ็นต์
หมายเลข: 006627 KC3604020
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (ที่ไม่ปลอดเชื้อจากการตรวจ พีซีอาร์) ด้วยระบบรีไซเคิ้ล

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006625&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: เจริญ โอมณี; สุพิศ ทองรอด; ธนัญช์ สังกรธนกิจ; อนันต์ ตันสุตะพานิช
ชื่อเรื่อง: การเลี้ยงกุ้งกุลาดำ (ที่ไม่ปลอดเชื้อจากการตรวจ พีซีอาร์) ด้วยระบบรีไซเคิ้ล
Article title: Culture of (Virus infected) penaeus monodon (Test by PCR technique) in recycle system
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 110
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, AQUACULTURE, VIRUSES, INFECTION, POLYMERASE CHAIN REACTION, SURVIVAL, GROWTH, YIELDS
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, การเลี้ยงระบบรีไซเคิล, การตรวจวินิจฉัยโรค, เทคนิคพีซีอาร์, อัตราการรอดตาย, การเจริญเติบโต, ผลผลิต
บทคัดย่อ: เมื่อธุรกิจโรคสัตว์น้ำชี้นำ จนกระทั่งเกิดสภาวะตื่นตูม ทำให้พากันเข้าใจและตั้งความหวังไว้สูงมาก ว่าลูกกุ้งกุลาดำที่ใช้เทคนิคพีซีอาร์ตรวจวินิจฉัยเชื้อโรคเป้าหมายก่อนที่จะนำไปเลี้ยงในบ่อดิน และได้รับการระบุว่าปลอดเชื้อกุ้งที่เลี้ยงจะไม่ตาย ส่วนลูกกุ้งที่ตรวจวินิจฉัยแล้วได้รับการระบุว่าไม่ปลอดเชื้อ ก็จะถูกชี้นำให้พากันเข้าใจไปว่า เมื่อนำไปเลี้ยงในบ่อแล้วกุ้งที่เลี้ยงจะตาย แต่จากการทดลองครั้งนี้ซึ่งได้ใช้ลูกกุ้งที่ได้รับการระบุว่าไม่ปลอดเชื้อ กลับได้ผลตรงกันข้าม เพราะปรากฎว่าลูกกุ้งกุลาดำที่ผลการตรวจหาเชื้อโรคด้วยเทคนิคพีซีอาร์ แล้วได้รับการระบุว่าไม่ปลอดเชื้อไวรัสโรคหัวเหลือง และโรคตัวแดงจุดขาว เมื่อนำไปเลี้ยงในระบบรีไซเคิ้ล ในบ่อดินขนาด 1 ไร่ , 2 ไร่ และ 4 ไร่ รวม 3 บ่อ ในอัตราปล่อย 100,000 ตัว/ไร่ โดยใช้ระยะเวลาเลี้ยง 105, 110 และ 135 วัน ตามลำดับ มีอัตรารอดอยู่ระหว่าง 53.7-67.4 เปอร์เซ็นต์ (เฉลี่ย 59.9 เปอร์เซ็นต์) และขนาดกุ้งที่จับอยู่ระหว่าง 35-70 ตัว/กก. ได้ผลผลิตกุ้งทั้งหมด 8,050 กก. (เฉลี่ย 1,150 กก./ไร่) และอัตราแลกเปลี่ยนอาหารกลับเป็นเนื้อระหว่าง 1.55-1.62 เฉลี่ย 1.59 ผลจากการทดลองครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้เทคนิคพีซีอาร์ ตรวจวินิจฉัยโรคเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะระบุคุณภาพของลูกกุ้งได้
หมายเลข: 006625 KC3604018
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ศึกษาการใช้อาหารสำเร็จรูปเลี้ยงกุ้งกุลาดำวัยอ่อนโดยใช้เครื่องกวนอาหารอัตโนมัติ

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006624&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ธีรวัตน์ จริตงาม; ธนัญช์ สังกรธนกิจ; อนันต์ ตันสุตะพานิช; สุพิศ ทองรอด
ชื่อเรื่อง: ศึกษาการใช้อาหารสำเร็จรูปเลี้ยงกุ้งกุลาดำวัยอ่อนโดยใช้เครื่องกวนอาหารอัตโนมัติ
Article title: Study on a utilization of artificial feed and automatic rotary mixer for rearing shrimp (Penaeus monodon) larvae
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 109
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, FEEDS, AQUACULTURE, MIXERS, GROWTH, SURVIVAL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, อาหารสำเร็จรูป, การเลี้ยง, เครื่องกวนอาหารอัตโนมัติ, การเจริญเติบโต, อัตราการรอดตาย
บทคัดย่อ: การทดลองแบ่งเป็น 2 ชุด คือในระบบบ่อขนาดใหญ่ (บ่อคอนกรีต) จำนวน 8 บ่อ และในระบบบ่อขนาดเล็ก ใช้ถังไฟเบอร์กลาส ขนาด 500 ลิตร จำนวน 8 ถัง วางท่อลมที่พื้นบ่อและติดตั้งเครื่อกวนแต่ละบ่อ/ถัง อย่างละ 4 บ่อ/ถัง และต่อระบบเข้ากับชุดควบคุมการทำงาน ส่วนอีก 4 บ่อ/ถัง ที่เหลือ วางระบบลมเพียงอย่างเดียว เติมน้ำทะเลที่บำบัดและฆ่าเชื้อแล้ว ให้น้ำในบ่อคอนกรีตลึก 60 ซม. และปล่อยลูกกุ้งกุลาดำระยะนอร์เพลียส 100 ตัว/ลิตร ส่วนในถังไฟเบอร์กลาสเติมน้ำให้จุถังละ 500 ลิตร และปล่อยลูกกุ้ง 200 ตัว/ลิตร เปิดเครื่องกวนน้ำให้ทำงานอัตโนมัติ ให้อาหารสำเร็จรูปในอัตรา 2.5-4.0 กรัม/ลูกกุ้ง 100,000 ตัว/วัน และเมื่อลูกกุ้งพัฒนาเข้าสู่ระยะไมซิส-1 ให้อาร์ทีเมียเสริมในเวลากลางคืน ระหว่างการทดลองไม่มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำแต่มีการควบคุมคุณสมบัติของน้ำโดยการใช้สารเคมี ผลการตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำระหว่างการทดลองอยู่ในช่วงที่ไม่เป็นอันตรายต่อลูกกุ้ง อัตรารอดและการเจริญเติบโต (ความยาว) โดยเฉลี่ยของลูกกุ้งระยะโพสลาวา-3 จากบ่อคอนกรีตที่ใช้เครื่องกวนน้ำให้อาหารแขวนลอยอัตโนมัติ เท่ากับ 30.69 เปอร์เซ็นต์ และ 7.13+-0.81 มม. และจากถังไฟเบอร์กลาส เท่ากับ 56.35 เปอร์เซ็นต์ และ 7.12+-0.283 ตามลำดับ ในขณะที่อัตรารอดและการเจริญเติบโตของลูกกุ้งจากบ่อคอนกรีตที่ไม่ได้ใช้เครื่องกวนอาหาร เท่ากับ 8.70 เปอร์เซ็นต์ และ 5.81+-0.40 มม. และจากถังไฟเบอร์กลาส เท่ากับ 25.05 เปอร์เซ็นต์ และ 6.40+-0.504 มม. ตามลำดับ ผลการทดลองทั้ง 2 ชุด แสดงให้เห็นว่า การใช้เครื่องกวนน้ำให้อาหารแขวนลอยอัตโนมัติมีผลต่อการเพิ่มอัตรารอดและการเจริญเติบโตของลูกกุ้ง และมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับบ่อ/ถังที่ไม่ได้ใช้เครื่องกวนอาหาร
หมายเลข: 006624 KC3604017
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาความสามารถของตัวอ่อนแมลงปอในการกินลูกกุ้งกุลาดำ

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006618&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: พงศ์เชฎฐ์ พิชิตกุล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาความสามารถของตัวอ่อนแมลงปอในการกินลูกกุ้งกุลาดำ
Article title: Study on ability of dragon fly nymph on consuming black tiger shrimp
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 103
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: L72-Pests of animals
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, ODONATA, NYMPHS, PESTS OF ANIMALS, GROWTH, PEST CONTROL
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, แมลงปอ, ตัวอ่อนแมลงปอ, การกินลูกกุ้ง, การเจริญเติบโต, การป้องกันกำจัด
บทคัดย่อ: การศึกษาความสามารถของตัวอ่อนแมลงปอบ้าน (Tramea sp.) ในการกินลูกกุ้งกุลาดำระยะโพสต์ลาวา 15 ได้ทำการทดลองที่ภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าตัวอ่อนแมลงปอที่อยู่ในน้ำเป็นตัวห้ำของลูกกุ้งกุลาดำในบ่อ โดยตัวอ่อนแมลงปอสามารถกินลูกกุ้งกุลาดำเฉลี่ย 1.56-4.74 หรือ 2-5 ตัวต่อวัน เมื่อสิ้นสุดการทดลองพบว่าตัวอ่อนแมลงปอมีอัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย 0.04-0.07 ซม.ต่อวัน ซึ่งทั้งความสามารถในการกินลูกกุ้งกุลาดำและอัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อนแมลงปอมีความสัมพันธ์โดยตรงกับขนาดและอายุของตัวอ่อนแมลงปอ ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาจากตัวอ่อนแมลงปอ เกษตรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำในเขตน้ำจืดจึงไม่ควรเตรียมน้ำไว้นานเกินไป และกำจัดสิ่งที่ช่วยในการวางไข่ของแมลงปอ เช่น พืชบริเวณขอบบ่อและในบ่อ เนื่องด้วยปัจจุบันยังไม่มีวิธีการควบคุมตัวอ่อนแมลงปอในการเลี้ยงกุ้ง
หมายเลข: 006618 KC3604011
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบางประการต่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabriclus)

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006614&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สัมพันธ์ ปานจรัตน์; นพดล ศุกระกาญจน์; พรเลิศ จันทร์รัชชกูล
ชื่อเรื่อง: ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมบางประการต่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของกุ้งกุลาดำ (Penaeus monodon Fabriclus)
Article title: Effect of some environmental changes on the shrimp, Penaeus monodon (Fabricius) immune response
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 36: บทคัดย่อ 3-5 กุมภาพันธ์ 2541
Source title : Proceedings of the 36th Kasetsart University Annual Conference: Abstracts
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2541
หน้า: หน้า 99
จำนวนหน้า: 297 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF S293 ก589บ 2541)
หมวดหลัก: M12-Aquaculture production
หมวดรอง: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON, ENVIRONMENTS, IMMUNE RESPONSE, TEMPERATURE, WATER, PH, BACTERIA, INHIBITION
อรรถาภิธาน-ไทย: PENAEUS MONODON; การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน; อุณหภูมิ; น้ำ; พีเอช; BACTERIA; การยับยั้ง
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, สภาพแวดล้อม, การตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน, อุณหภูมิ, ความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำ, แบคทีเรีย, การยับยั้งเชื้อโรค
บทคัดย่อ: การศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและความเป็นกรดเป็นด่างของน้ำต่อการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันของกุ้งกุลาดำโดยการปรับอุณหภูมิและความเป็นกรดเป็นด่างอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นพบว่า การเพิ่มอุณหภูมิน้ำจาก 26 องศาเซลเซียส เป็น 35 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง มีผลทำให้การทำงานของเอนไซม์ phenoloxidase และความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรีย (bactericidal activity) ลดลงในขณะที่ความสามารถในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยการกลืน (phagocytosis) ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการลดอุณหภูมิจาก 26 องศาเซลเซียสเป็น 15 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมงพบว่า ไม่มีผลทำให้การตอบสนองของระบบป้องกันตนเองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนการเพิ่มค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของน้ำจาก 7.8 เป็น 10.0 นาน 3 ชั่วโมงทำให้การทำงานของเอนไซม์ phenoloxidase เพิ่มขึ้น ส่วนความสามารถในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียลดลง แต่ไม่มีผลต่อการกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยการกลืน ส่วนการลด pH จาก 7.8 เป็น 6.0 นาน 3 ชั่วโมง พบว่า การทำงานของเอนไซม์ phenoloxidase และความสามารถในการกำจัดสิ่งแปลกปลอมโดยการกลืนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และความสามารถในการยับยั้งแบคทีเรียมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน
หมายเลข: 006614 KC3604007
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน
%d bloggers like this: