กาแฟ

All posts tagged กาแฟ

กาแฟอาราบิก้าที่ปางขอน – ทิศทางเกษตร

Published มีนาคม 12, 2013 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/181935

วันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 00:00 น.

โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านปางขอน จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันมาก เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่ลาวฝั่งซ้ายและป่าแม่กกฝั่งขวา เดิมเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ แต่จากที่ชาวเขาเข้ามาบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อทำไร่เลื่อน ลอย เป็นที่อยู่อาศัย บางส่วนของพื้นที่มีการปลูกพืชเสพติด จนพื้นที่มีสภาพเสื่อม โทรม ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และถูกปล่อยให้รกร้างเป็นป่าหญ้าคา จากปัญหาดังกล่าว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถ จึงได้พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงขึ้น โดยใช้ บ้านปางขอน หมู่ที่ 7 ตำบลห้วยชมภู อำเภอเมือง จังหวัดเชียง ราย เป็นพื้นที่ดำเนินการ และให้ราษฎรที่ขาดแคลนที่ทำกิน ได้แก่ บ้านผาลั้ง บ้านปางขอน และบ้านแม่มอญ ซึ่งประกอบไปด้วยราษฎรชาวเขาเผ่า เย้า อาข่า มูเซอ ลีซอและอีก้อ เข้าร่วมโครงการฯ

โดยโครงการดำเนินการจัดหาน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตร การอุปโภคบริโภคของราษฎร ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยคัดเลือกพันธุ์สัตว์น้ำที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิประเทศ มาปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำและสร้างแหล่งอาหารโปรตีนไว้บริโภค ส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษเพื่อการบริโภคในครัวเรือน

ตลอดจนให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี โดยปลูกผสมผสานกับไม้ผลเมืองหนาวที่สำคัญทางเศรษฐกิจอีก 9 ชนิด ได้แก่ เกาลัดจีน มัคคาเดเมียนัท ศุภโชค มะเม่า ท้อ พลับ พลัม สาลี่ และบ๊วย นอกจากนี้ ยังมีผักเมืองหนาว เช่น มะระหวาน คะน้าฮ่องกง และพริกหวาน มาส่งเสริมให้ราษฎรปลูกเพื่อรับประทานที่เหลือจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

ปัจจุบันจากที่ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ได้รับการฟื้นฟู มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น จึงสามารถนำพืชเศรษฐกิจมาปลูกได้โดยเฉพาะกาแฟอาราบิก้าซึ่งเป็นกาแฟชั้นดีที่ปลูกได้ตั้งแต่เส้นรุ้ง 17 องศาเหนือขึ้นไป และที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป ที่สำคัญพื้นที่มีความลาดเอียงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ชั้นดินลึกกว่า 50 เซนติเมตร มีความเป็นกรดด่าง 5.5-6.5 และระบายน้ำดีมีอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15-25 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์มากกว่า 60% มีปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,500 มิลลิเมตรต่อปีมีการกระจายของฝน 5-8 เดือนมีแหล่งน้ำสะอาดและมีปริมาณพอที่จะให้น้ำได้ตลอดช่วงฤดูแล้ง ซึ่งพื้นที่มีคุณสมบัติเหล่านี้ครบถ้วน

กาแฟพันธุ์นี้ต้านทานต่อโรคราสนิม มีลักษณะต้นเตี้ย ข้อสั้น ผลผลิตสูงสม่ำเสมอที่นี่ปลูกด้วย ระยะ 2 x 2 เมตรขนาดหลุมปลูก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต อัตรา 100 กรัม/หลุม และปุ๋ยคอก 5 กิโลกรัม/หลุม ปลูกภายใต้สภาพร่มเงาไม้ผลยืนต้น ประกอบด้วย บ๊วย ท้อ มัคคาเดเมียนัท ผลผลิตที่ได้รับเป็นกาแฟเกรด A คือขนาดของเมล็ดมีตั้งแต่ 5.5 มิลลิเมตรขึ้นไป สีเขียวอมฟ้า เมล็ดแตกหัก มีเมล็ดไม่สมบูรณ์ หรือเมล็ดขนาดเล็กกว่า 5.5 มิลลิเมตรนั้น ไม่เกินร้อยละ 13 และเมล็ดเสีย เมล็ดที่เป็นเชื้อราหรือมีสีผิดปกติ ไม่เกินร้อยละ 1.5 และความชื้น ไม่เกินร้อยละ 13 ตามมาตรฐานของการผลิตกาแฟชั้นดี

จากความสมบูรณ์ของพื้นที่ที่ผ่านการฟื้นฟูตามโครงการยังมาซึ่งการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตที่ดีของพืชเศรษฐกิจราษฎรจึงมีรายได้ดีจากผลผลิตเหล่านั้นจึงไม่จำเป็นต้องไปแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อการทำไร่เลื่อน  ลอยเช่นดังอดีตที่ผ่านมา.

ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟโรบัสต้าของเกษตรกรภาคใต้ตอนบน

Published กุมภาพันธ์ 21, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

หน้าหลัก |  แสดงทั้งหมด |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author วิษณุศิลป์ เพชรรักษ์ pdf
Title ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟโรบัสต้าของเกษตรกรภาคใต้ตอนบน Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author พัฒน์ วิบูลย์เจริญผล, ไพศอล หะยีสาและ, อภิชาติ แก้วขำ, สุภาพร ขุนเสถียร, สาลี่ ชินสถิตย์ Thesis
Address สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร
Keywords การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกร
บทคัดย่อ ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟโรบัสต้าของเกษตรกรในเขตภาคใต้ตอนบนโดยวิธีการสัมภาษณ์เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในพื้นที่จังหวัดชุมพร จำนวน 100 ราย ซึ่งมีประเด็นศึกษาดังนี้ ข้อมูลพื้นฐาน วิธีปฏิบัติด้านการเตรียมพื้นที่ปลูก การเขตกรรม การอารักขา การเก็บเกี่ยว วิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว การจำหน่าย การได้รับการถ่ายทอดความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงความต้องการความรู้เพิ่มเติม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ผลโดยวิธีการทางคณิตศาสตร์ จัดทำเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติในแต่ละวิธีการ เพื่อประเมินการใช้และการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกร พบว่าพื้นที่ปลูกกาแฟของเกษตรกรมีลักษณะเชิงเขา มีความลาดเอียงหรือเป็นพื้นที่ภูเขามีความลาดชัน ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ดินไม่อุดมสมบูรณ์ เกษตรกรมีพื้นที่ปลูกกาแฟจำนวน 1-3 แปลง ปลูกโดยใช้กาแฟพันธุ์โรบัสต้า มีระยะปลูกที่หลากหลายไม่แน่นอน ส่วนใหญ่ไม่ปลูกพืชร่วม มีการใช้ปุ๋ยเคมีมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์และไม่เคยผสมปุ๋ยเคมีใช้เอง มักจะไม่นิยมใช้น้ำหมักชีวภาพและไม่เคยเก็บตัวอย่างดินมาวิเคราะห์ มีการกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมี ส่วนกิ่งกาแฟที่ถูกแมลงทำลายส่วนใหญ่มีการกำจัดโดยการตัดแต่งกิ่ง เก็บเกี่ยวผลผลิตโดยคัดเลือกเฉพาะผลสุกคัดผลกาแฟที่ลอยทิ้ง ส่วนการจำหน่ายใช้วิธีขายกับผู้มาซื้อที่บ้านหรือสวนในลักษณะสารกาแฟ ด้านความถูกต้องของการปฏิบัติการผลิตกาแฟในภาพรวมไม่ถูกต้อง
ผู้พิมพ์ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 สถานที่พิมพ์ กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 264
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ ของเกษตรกรภาคเหนือตอนบน

Published กุมภาพันธ์ 21, 2013 by SoClaimon
doa Home

ฐานข้อมูลผลงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร

หน้าหลัก |  แสดงทั้งหมด |  Simple Search |  Advanced Search

1–1 of 1 record found matching your query (RSS): Login

Select All    Deselect All << 1 >> print
Record Links
Author วิลาสลักษณ์ ว่องไว pdf
Title ศึกษาการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟ ของเกษตรกรภาคเหนือตอนบน Type Journal Article
Year (down) 2550 Publication การทดลองสิ้นสุด Abbreviated Journal
Volume Issue Pages
Corporate Author นัด ไชยมงคล, อนุ สุวรรณโฉม, ฉัตรสุดา เชิงอักษร, สุริยนต์ ดีดเหล็ก, สาลี่ ชินสถิตย์ Thesis
Address สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1, ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย, ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย, สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร
Keywords การยอมรับเทคโนโลยีการผลิตพืชของเกษตรกร (กาแฟ)
บทคัดย่อ ดำเนินการศึกษาการใช้เทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกรในเขตภาคเหนือตอนบนโดยใช้แบบสัมภาษณ์ คัดเลือกเกษตรกรจาก จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่ จำนวน รวม 100 ตัวอย่างเพื่อสัมภาษณ์วิธีการผลิตได้แก่ ข้อมูลพื้นฐาน วิธีปฏิบัติด้านการเตรียมพื้นที่ปลูกเขตกรรม การอารักขา การเก็บเกี่ยว ขบวนการหลังการเก็บเกี่ยว การจำหน่าย การได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงความต้องการความรู้เพิ่มเติม นำข้อมูลมากรอกในแบบ Tabulation Sheet วิเคราะห์ผลโดยใช้วิธีการทางคณิตศาสตร์ จัดทำเกณฑ์การให้คะแนนการปฏิบัติในแต่ละวิธีการ เพื่อประเมินการใช้เทคโนโลยีและการยอมรับเทคโนโลยีและการผลิตกาแฟของเกษตรกรภาคเหนือตอนบนจากแบบสอบถามที่สมบูรณ์ จำนวน 92 ตัวอย่าง พบว่าการผลิตกาแฟของเกษตรกรเป็นการปลูกในสภาพพื้นที่ภูเขาเขตที่สูง ที่ดินมักไม่มีเอกสิทธิ์ เกษตรกรปลูกกาแฟ จำนวน 1-3 แปลง ใช้พันธุ์อะราบิก้า ใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร หรือต่ำกว่า มีการปลูกไม้บังร่ม ใช้ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยอินทรีย์หรือทั้งสองชนิดร่วมกัน โดยไม่เคยผสมปุ๋ยเคมีใช้เอง ไม่ใช้น้ำหมักชีวภาพ ไม่เคยเก็บตัวอย่างดินวิเคราะห์ มีการกำจัดวัชพืชด้วยวิธีกล และบางสวนทำการป้องกันโรคแมลง เก็บเกี่ยวผลผลิตโดยคัดเลือกเฉพาะผลสุก คัดผลกาแฟที่ลอยทิ้งและนิยมจำหน่ายโดยขายผลสด เชอรี่ หรือกาแฟกะลา มีส่วนน้อยที่ทำเป็นสารกาแฟ ในภาพรวมระดับการยอมรับเทคโนโลยีการผลิตกาแฟของเกษตรกรภาคเหนือตอนบนอยู่ในระดับมาก (ร้อยละ 92) และระดับปานกลาง (ร้อยละ 8) ส่วนเทคโนโลยีการผลิตที่มีการยอมรับมากที่สุด ได้แก่ ด้านพันธุ์และการเก็บเกี่ยว
ผู้พิมพ์ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 สถานที่พิมพ์ กรมวิชาการเกษตร Editor
Language ไทย Summary Language ไทย Original Title
Series Editor Series Title Abbreviated Series Title
Series Volume Series Issue Edition
ISSN ISBN Medium
Area Expedition Conference
Notes Approved yes
Call Number doa @ user @ Serial 263
Permanent link to this record

Select All    Deselect All << 1 >> print

เครื่องสีเปลือกสดกาแฟ

Published กุมภาพันธ์ 14, 2013 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/321592

22 มกราคม 2556, 05:00 น.
Pic_321592

นับเป็นนวัตกรรมใหม่ของการสีเมล็ดกาแฟในประเทศไทย หลังจาก คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับ โครงการเกษตรในเขตพื้นที่สูง ศึกษาวิจัยคัดเลือกสายพันธุ์กาแฟอาราบิก้า ที่เหมาะสมกับพื้นที่สูงของไทย จนได้สายพันธุ์ที่เจริญเติบโตได้ดี มีความต้านทานโรคสูง ผลผลิตมีคุณภาพในระดับดีมาก เก็บเกี่ยวได้ในระยะสั้น

แต่ปรากฏว่า เมื่อได้ผลผลิตมากขึ้น การเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟ ในช่วงฤดูฝน และฤดูหนาวบางพื้นที่ไม่มีแสงแดด ทำให้การตากเมล็ดกาแฟให้แห้ง เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก จึงได้มีการประดิษฐ์… เครื่องสีเปลือกสดกาแฟอาราบิก้า ขึ้นมาแก้ปัญหา

เป็นเครื่องจักรกลที่มีหลักการทำงานที่สำคัญ คือ ปอกเปลือกแล้ว เมล็ดกาแฟจะถูกแยกออกไปด้านหลังที่มีภาชนะรองรับ ส่วนเปลือก สดนั้นจะถูกคัดทิ้งออกทางด้านหน้า

โดยมีลูกสีทรงกรวยตัดแนวตั้ง ขนาดกรวยเส้นผ่าศูนย์กลางด้านบน 240 มม. ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางด้านล่าง 260 มม. สูง 100 มม. มีช่องป้อนการสี 1 ช่อง มอเตอร์ต้นกำลัง 1.50 กิโลวัตต์ ผลทดสอบที่ความเร็วรอบลูกสีต่างๆคือ 250, 300, 350, 400 และ 450 รอบ/นาที สามารถสีกาแฟสด ได้ชั่วโมงละ 300-500 กก. ใช้น้ำในการช่วยสี ทำให้เมล็ดกาแฟที่สีแล้ว สามารถนำไปอบให้แห้งได้ภายใน 3-5 วัน

ในขณะที่การเก็บเมล็ดกาแฟแล้วนำมาตากแบบเดิมนั้น ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน กว่าเมล็ดกาแฟจะแห้งถึงระดับที่จะนำไปจำหน่ายได้ ต้องใช้เวลานานกว่า 1 เดือน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเกษตร
  • 22 มกราคม 2556, 05:00 น.

สารเสริมกาแฟ

Published กุมภาพันธ์ 1, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=001897&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สมบัติ จันทร์ศศิธร; สมยศ จรรยาวิลาส
ชื่อเรื่อง: สารเสริมกาแฟ
Article title: Coffee whitener
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 17 สาขาพืช มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน 2522: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2522
หน้า: หน้า 91
จำนวนหน้า: 94 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2522)
หมวดหลัก: Q05-Food additives
หมวดรอง: Q04-Food composition
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: COFFEE, WHITENER, EMULSIFIERS, DEXTRINS, SUCROSE
ดรรชนี-ไทย: กาแฟ, สารเสริม, EMULSIFIER, DEXTRIN, SUCROSE, พลังงาน
หมายเลข: 001897 KC1701091
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ปลูกกาแฟที่สูงส่งออกต่างประเทศ

Published มกราคม 6, 2013 by SoClaimon

http://www.mcot.net/site/content?id=50dd343f150ba05a5d0000e1#.UOl7F-SZY9o

ปลูกกาแฟที่สูงส่งออกต่างประเทศ

By สำนักข่าวไทย TNA News | 28 ธ.ค. 2555 12:55 | 334 views | View Comment

แม่ฮ่องสอน 28 ธ.ค. – บ้านห้วยห้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งผลิตกาแฟชั้นดีสามารถส่งขายไปยังต่างประเทศได้ปีละกว่า 15 ตัน สร้างรายได้ให้ชาวบ้านสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น.-สำนักข่าวไทย

เร่งคลอดยุทธศาสตร์พืชกาแฟ

Published พฤศจิกายน 22, 2012 by SoClaimon

http://www.naewna.com/local/29970

วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555, 06.00 น.

tags : เออีซีประชาคมอาเซียนพืชยุทธศาสตร์กาแฟเกษตร,

เร่งคลอดยุทธศาสตร์พืชกาแฟ

เกษตรฯตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตเตรียมพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวนว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานพืชกาแฟไปดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ของสินค้ากาแฟเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี พ.ศ.2558 เนื่องจากผลการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรและกรมวิชาการเกษตร ถึงศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มอาเซียนของสินค้ากาแฟพบว่า เมล็ดกาแฟของไทยอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีปัญหาและเป็นกลุ่มที่ต้องปรับตัวให้อยู่รอด อีกทั้งการส่งออกเมล็ดกาแฟของไทยมีอัตราเติบโตที่ต่ำกว่าการนำเข้าเมล็ดกาแฟของอาเซียนทั้งหมด และมีความสามารถในการแข่งขันอยู่ในระดับต่ำ  เนื่องจากการบริโภคของโรงงานภายในประเทศมีเพิ่มขึ้น รวมทั้งการผลิตเมล็ดกาแฟของไทยมีต้นทุนที่ 46 บาท/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าของเวียดนามที่มีต้นทุนเพียงแค่ 35 บาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านผลผลิตต่อไร่ที่ยังคงต่ำ จึงทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของไทยสู้เวียดนามไม่ได้ อย่างไรก็ตามในส่วนของกาแฟสำเร็จรูป ผลการวิเคราะห์ศักยภาพการแข่งขันพบว่าอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีอนาคตและมีศักยภาพในการสร้างรายได้ โดยมีอัตราการเติบโตในส่วนของการส่งออก มากกว่าอัตราการเติบโตของตลาดอาเซียน

นายนิวัติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงทิศทางในการดำเนินการภาคอุตสาหกรรมกาแฟ โดยในเบื้องต้นเห็นพ้องร่วมกันว่า แม้ในส่วนของกาแฟสำเร็จรูปจะอยู่ในเกณฑ์กลุ่มสินค้าที่มีอนาคต แต่การเพิ่มจำนวนโรงงานแปรรูปเป็นเรื่องยากเนื่องจากต้องลงทุนสูง และเห็นควรไปส่งเสริมในผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วบด เนื่องจากผู้ประกอบการทั่วไปสามารถลงทุนผ่านการเพิ่มมูลค่าเมล็ดกาแฟดิบส่งขายออกนอกประเทศ และเพื่อเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ต้องมีการวางแผนให้ครบวงจร ทั้งในส่วนการผลิต การแปรรูป รวมถึงบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี และการตลาด โดยเน้นตลาดเฉพาะเจาะจง สร้างความแตกต่าง หรือเน้นเป็นสินค้าเฉพาะถิ่นกำเนิด สร้างประวัติที่มาของกาแฟ เป็นต้น

สำหรับสถานการณ์การผลิตกาแฟ ปี 55/56 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้พยากรณ์สถานการณ์การผลิตกาแฟปี 55/56 ว่า มีเนื้อที่ให้ผลผลิตรวมทั้งประเทศ 279,060 ไร่ ลดลงจากปีที่แล้ว 27,052 ไร่ หรือลดลงร้อยละ 8.84 และมีผลผลิตรวมทั้งประเทศ 39,990 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว 1,471 ตัน หรือร้อยละ 3.55 เนื่องจากมีการโค่นทิ้งกาแฟโรบัสตาในภาคใต้เพิ่มขึ้น โดยจังหวัดที่มีการโค่นทิ้งมากที่สุด คือ ชุมพร ระนอง และสุราษฎร์ธานี โดยมีผลผลิตต่อไร่เฉลี่ย 143 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 8 กิโลกรัม หรือร้อยละ 5.93 ที่ประชุมจึงได้ให้คณะทำงานพืชกาแฟ ไปพิจารณาแนวทางการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้มากขึ้น โดยตั้งเป้าไว้ที่ 300-450 กิโลกรัมต่อไร่ และให้มีการจำแนกรายละเอียดผลผลิตที่เป็นการทำไร่กาแฟอย่างเดียว กับไร่กาแฟที่ปลูกแซมกับพืชอื่น เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านการผลิตยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเร่งให้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์กาแฟ โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรรับผิดชอบในการออกประกาศการขึ้นทะเบียน และการตรวจสอบข้อมูลการขึ้นทะเบียน กรมส่งเสริมการเกษตรรับผิดชอบในการขึ้นทะเบียนเกษตรกร

กาแฟดอยช้างไปได้สวย…ทำรายได้ปีละ 1 หมื่นล้าน

Published พฤศจิกายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/163786

วันพุธที่ 31 ตุลาคม 2555 เวลา 00:00 น.

นายสุรศักดิ์  พันธ์นพ รองเลขาธิการและรองโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตกาแฟพันธุ์อราบิกาในภาคเหนือของไทย ซึ่งพบว่า มีแหล่งปลูกที่สำคัญอยู่ที่ดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยนิยมปลูกในพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลที่ 1,300-1,700 เมตร ภูมิอากาศมีลักษณะหนาวเย็นเหมาะกับกาแฟพันธุ์อราบิกา ส่วนสายพันธุ์ที่นิยมปลูก ได้แก่ สายพันธุ์แคทรูรา (Caturra)  และทิปิกา (Typica )

สำหรับดอยช้างมีเนื้อที่ปลูกกาแฟประมาณ 30,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 70 ของเนื้อที่ปลูกกาแฟทั้งหมดของจังหวัดเชียงราย ซึ่งเกษตรกรจะเก็บเกี่ยวเมล็ดกาแฟสด (ผลเชอร์รี่) ขายให้แก่โรงงานแปรรูปในดอยช้าง ที่ราคากิโลกรัมละ 20-30 บาท โดยโรงงานจะนำผลเชอร์รี่มาสีและหมักระยะหนึ่งจึงได้เป็นเมล็ดกาแฟดิบ หรือที่เรียกว่าสารกาแฟ ซึ่งราคาเมล็ดกาแฟดิบ จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 180-200 บาท  และจากการสำรวจในปี 2555 ดอยช้างสามารถผลิตกาแฟดิบได้ทั้งหมด 3,500 ตัน ให้ผลผลิตต่อไร่ 350 กิโลกรัม โดยช่วงเก็บเกี่ยวจะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งผลผลิตกาแฟในดอยช้างทั้งหมดจะขายให้กับโรงงานแปรรูปในแหล่งผลิต และส่วนใหญ่นำไปแปรรูปเป็นกาแฟคั่วบด

รองเลขาธิการกล่าวต่อไปว่า กาแฟดอยช้าง นับว่าได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยทำชื่อเสียงไปทั่วโลก ทั้งในเรื่องคุณภาพ กลิ่นและรสชาติที่ดีเยี่ยม มีเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นที่ต้องการของตลาดมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีประเทศที่นำเข้ากาแฟจากดอยช้าง เช่น แคนาดา สิงคโปร์ ไต้หวัน สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้  ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการแปรรูปได้ถึงปีละ 2,000-3,000 ล้านบาท ทำให้กาแฟของดอยช้างผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มสูงขึ้นมากกว่าแหล่งผลิตอื่น โดยเมล็ดกาแฟคั่วนั้น สามารถขายได้ถึงกิโลกรัมละ 1,600 บาท ทั้งนี้จากความเหมาะสมของสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ รวมทั้งการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ปัจจุบันทั้งภาครัฐและเอกชนได้มีส่วนร่วมในการเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรขยายพื้นที่ปลูกกาแฟอราบิกาเพิ่มขึ้น และคาดว่าใน 3-5 ปีข้างหน้า กาแฟจะให้ผลผลิตได้เต็มที่ และสามารถทำรายได้เข้าดอยช้างปีละ 10,000 ล้านบาท.

กาแฟ – เรื่องน่ารู้

Published พฤศจิกายน 4, 2012 by SoClaimon

http://www.dailynews.co.th/agriculture/163465

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม 2555 เวลา 00:00 น.

กาแฟ เป็นพืชทรงพุ่มโปร่ง  ลำต้นขนาดเล็ก เมื่ออายุมากขึ้นจะแตกกิ่งยาวออกไปรอบทรงพุ่ม ออกดอกติดผลจากตาที่อยู่ตามข้อใบทุกใบของกิ่ง  ดอกสีขาวกลิ่นหอมเหมือนมะลิป่า   เมื่อผลแก่จะเปลี่ยนสีเปลือกจากเขียวเป็นเหลืองก่อน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นแดงเมื่อแก่จัดใกล้เก็บเกี่ยว

เป็นพืชเมืองร้อนสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศไทย   ชอบความชื้นในดินและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศค่อนข้างสูงและสม่ำเสมอ อายุให้ผลผลิต 3 ปีหลังปลูก และให้ผลผลิตต่อเนื่องนาน 20-30 ปี อายุผลตั้งแต่ผสมติดถึงเก็บเกี่ยว 9 เดือน  ถือเป็นผลไม้ที่มีอายุผลนานที่สุด ออกดอกติดผลได้ตลอดปีโดยไม่มีฤดูกาล.

กาแฟชุมพร เปิดโลกกว้าง ใช้ระบบสหกรณ์ รุกตลาด AEC

Published ตุลาคม 6, 2012 by SoClaimon

http://www.thairath.co.th/content/edu/295394

3 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
Pic_295394

ผลิตภัณฑ์จากสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร.

ปัจจุบันตลาดในกลุ่มอาเซียนนับเป็นอีกหนึ่งเป้าหมาย ที่นานาประเทศรวมทั้งไทยเราด้วย ต่างจับจ้อง ที่จะรุกเปิดตลาดขนถ่ายผลิตผล สินค้าชนิดต่างๆ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ทั้งที่เป็นวัตถุดิบรวมทั้งแปรรูปไปขาย เพื่อโกยเม็ดเงินกลับเข้าสู่กระเป๋าเกษตรกรไทย และเพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (AEC) ในปี 2558 หลายหน่วยงานของภาครัฐจึงได้เร่งเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิต สินค้าหลักๆที่โกยรายได้เข้าสู่ประเทศ และกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นหนึ่งในนี้

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เร่งเตรียมความพร้อมให้กับขบวนการสหกรณ์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสินค้าเกษตรหลัก 6 รายการ ได้แก่ สินค้าข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน กาแฟ ผลไม้ และ น้ำนมดิบ พร้อมทั้งจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาข้อมูลของสมาชิกในกลุ่มอาเซียน พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้สภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ระบบสหกรณ์

และ…วิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของสินค้าเกษตรสำคัญในแต่ละประเทศ เพื่อประมวลผลวิเคราะห์ข้อมูลนำมาสู่การกำหนดแผนและปรับกลยุทธ์เพิ่มโอกาสในการแข่งขันให้กับสินค้าของสหกรณ์ไทย หากประเทศไทยสามารถเตรียมความพร้อมได้เร็ว คาดว่าจะสามารถช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสหกรณ์ที่ผลิตสินค้าอ่อนไหวได้ โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน ข้าว และกาแฟ

…ที่ปัจจุบันแนวโน้มกลุ่มผู้บริโภคนับวันจะขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งในบ้านเรานั้นเกษตรกรที่รวมตัวกันผลิตกาแฟเริ่มมีจำนวนมากขึ้น หลายๆ กลุ่มเริ่มมีจุดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่าง “กาแฟของชุมพร” ที่ปัจจุบัน พบว่ามีจุดแข็งเรื่องคุณภาพและรสชาติที่เข้มข้น เมื่อเทียบกับกาแฟของประเทศเพื่อนบ้าน…

นายปิยะ หนูสุด ผู้จัดการสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด อยู่เลขที่ 274 หมู่ 9 ถ.ท่าแซะ-ปะทิว ต.ท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันสหกรณ์รวบรวมผลิตผลจากสมาชิกเพื่อจัดการขาย และให้ได้ราคาที่เป็นธรรม ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งทุกปีทางสหกรณ์จะรวบรวมผลผลิตกาแฟจากสมาชิกเพื่อส่งไปขายและอีกส่วนหนึ่งจะเก็บสต๊อกไว้ สำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟต่างๆ

สำหรับขบวนการรวบรวม  จะเริ่มจากการนำผลิตผลที่รับซื้อจากสมาชิกมาเก็บสต๊อกไว้ประมาณ 6 เดือนเป็นอย่างต่ำ จากนั้นคัดแยกเกรด นำกาแฟที่สต๊อกไว้มาคัดแยกขนาดเมล็ด เพื่อให้ง่ายต่อการคั่วและให้กาแฟสุกอย่างสม่ำเสมอ  ซึ่งในขั้นตอนการคั่ว จะนำกาแฟที่คัดแยกแล้ว มาคั่วเป็นสูตรต่างๆ มีทั้งหมด 5 สูตร ได้แก่ กาแฟคั่วอราบิกา มอคคา เอสเพรสโซ ไอซ์คอฟฟี่ และโรบัสตา บรรจุขนาด 250 กรัม 500 กรัม และ 1 กิโลกรัม

นายปิยะ หนูสุด ให้การต้อนรับนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ.นายปิยะ หนูสุด ให้การต้อนรับนายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมคณะ.

โดยล่าสุดกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 7.2 ล้านบาท สำหรับสร้างโกดังเก็บรวบรวมผลผลิตในฤดูกาลนี้ เพื่อนำมาแปรรูปและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กาแฟหลายรูปแบบ เช่น กาแฟคั่ว-บด กาแฟพร้อมดื่ม และกาแฟ 3 in 1 ภายใต้ตราสินค้า “กาแฟชุมพร” ที่นอกจากได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มมากขึ้น

…ผลิตภัณฑ์กาแฟ 3 in 1 ของสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร จำกัด ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว…

สำหรับเกษตรกรที่สนใจศึกษากรรมวิธีการผลิต หรือลิ้มลองรสชาติ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.08–0146–8425 ในวันเวลาที่เหมาะสม.

เพ็ญพิชญา  เตียว

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย เพ็ญพิชญา เตียว
  • 3 ตุลาคม 2555, 05:00 น.
%d bloggers like this: