การแข่งขัน

All posts tagged การแข่งขัน

การศึกษาถึงอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประเทศไทย

Published มีนาคม 19, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000727&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรัตน์ วายากูล
ชื่อเรื่อง: การศึกษาถึงอุตสาหกรรมยางธรรมชาติโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประเทศไทย
Article title: Study of the natural rubber with special reference to Thailand
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 7 สาขาพืช และ ชีววิทยา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2511
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences seventh session : Plant and Biological Sciences
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2511
หน้า: หน้า 3-4
จำนวนหน้า: 164 หน้า
ภาษา: อังกฤษ
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2511)
หมวดหลัก: E21-Agro-industry
ดรรชนี-ไทย: ยางธรรมชาติ, อุตสาหกรรมยาง, ราคา, การแข่งขัน, การตลาด, คุณภาพ
หมายเลข: 000727 KC0701001
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

“พาณิชย์” เตรียมประกาศใช้มาตรฐานข้าวไทยเพื่อส่งออกใหม่

Published มิถุนายน 22, 2011 by SoClaimon

22 มิถุนายน 2554, 20:12 น.
“พาณิชย์” เตรียมประกาศใช้มาตรฐานข้าวไทยเพื่อส่งออกใหม่.

Pic_180996

พาณิชย์ เตรียมประกาศใช้มาตรฐานข้าวไทยเพื่อส่งออกใหม่ ยันไม่ได้อุตริ แต่ทำให้ข้าวไทยเข้าถึงตลาดทุกระดับ ด้านเทรดเดอร์ข้าวขานรับ แต่ห่วงรักษามาตรฐานไม่ได้ตลอด

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเสวนา เรื่อง “คุณภาพมาตรฐานของข้าวหอมมะลิไทยและข้าวไทย” ระหว่างการประชุม World Rice Standard Summit 2011 ที่ จ.นครสวรรค์ว่า ขณะนี้ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้นในการบริโภคข้าว รวมถึงชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อสูงเกิดใหม่มากขึ้น และต้องการสินค้าคุณภาพสูง ดังนั้น ผู้ผลิตข้าวไทยต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อการเข้าถึงและขยายตลาดใหม่ๆ ขณะเดียวกัน ก็เป็นการรักษาตลาดเก่าด้วย

ด้านนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า มาตรฐานข้าวไทยเพื่อการส่งออก ที่กระทรวงพาณิชย์ได้หารือร่วมกับคนในวงการข้าว และกำหนดจะใช้ใหม่นั้น จะมีมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยแท้ (Thai Hommali Rice) โดยจะกำหนดใหม่เป็น 2 มาตรฐาน คือ มีเนื้อข้าวหอมมะลิแท้ 95% และมีเนื้อข้าวหอมมะลิแท้ 92% จากเดิมมีมาตรฐานเดียวคือข้าวหอมมะลิ 92% นอกจากนี้ ยังจะกำหนดให้มีมาตรฐานข้าวหอมมะลิผสมเพื่อการส่งออก (Blended Thai Hommali Rice) โดยจะกำหนดให้มีข้าวหอมมะลิไม่ต่ำกว่า 80% และผสมข้าวอื่นผสมได้ไม่เกิน 20% จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานข้าวชนิดนี้

ส่วนข้าวขาวเพื่อการส่งออก จะกำหนดเป็น 2 มาตรฐาน ตามคุณสมบัติของข้าว จากเดิมที่ไม่มีการกำหนดเช่นกันทั้งนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรฐานดังกล่าวยังสามารถรับฟังความเห็นก่อนกำหนดเป็นข้อบังคับได้ เพื่อให้การปฎิบัติจริงเป็นไปได้ตามที่กำหนดไว้ เพราะก่อนหน้านี้ มีผู้ส่งออกบางรายแสดงความไม่เห็นด้วยการมาตรฐานข้าวใหม่ โดยอ้างว่า เป็นมาตรฐานที่สูงขึ้น และราคาขายสูงขึ้น ทำให้ทำตลาดข้าวได้ยากมากขึ้น

ส่วนนายเคน บี ผู้จัดการบริษัท โกลล์ เกตส์ จำกัด ผู้ค้าข้าว (เทรดเดอร์) ในประเทศไทย กล่าวว่า มาตรฐานข้าวใหม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะผู้ซื้อจะมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น แต่ยังกังวลว่าไทยจะสามารถรักษามาตรฐานข้าวให้ได้ตามที่กำหนดไว้ได้หรือไม่ หากไม่สามารถทำได้ ลูกค้าก็จะไม่เห็นความแตกต่างระหว่างข้าวไทย และข้าวของคู่แข่ง เช่น เวียดนาม หรือพม่า อย่างไรก็ตาม แม้การกำหนดมาตรฐานข้าวใหม่ อาจทำให้ราคาสูงขึ้น แต่เชื่อว่าตลาดจะตอบรับได้ หากราคาสอดคล้องกับคุณภาพข้าว โดยไม่ควรนำราคาข้าวไปผูกติดกับเรื่องการเมือง แต่ควรให้เป็นไปตามกลไก

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 22 มิถุนายน 2554, 20:12 น.

‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ

Published สิงหาคม 8, 2010 by SoClaimon

8 สิงหาคม 2553, 19:21 น.

ผ่านทาง‘ทัศพล’ดับเครื่องชนไทเกอร์แอร์ฯรับโลว์คอสต์แข่งดุ – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

Pic_102241

นายทัศพล แบเลเว็ลด์

“ทัศพล” ดับเครื่องชน “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” ชี้โลว์คอสต์แข่งดุรับเสือคำราม แย้มตลาดโลว์คอสต์ยังมีส่วนแบ่งเหลือบ้าง แต่ต้องขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหาร…

เมื่อ วันที่ 8 ส.ค. นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำรายแรกของประเทศไทย กล่าวยืนยันว่า แม้ว่าการบินไทย จะจับมือกับ “ไทเกอร์ แอร์เวยส์” จากสิงคโปร์ เพื่อจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ หรือ โลว์คอสต์ “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” และตามแผนดำเนินงานจะเริ่มขายตั๋วโดยสารในเดือน ก.ย. 2553 นี้ และจะเปิดบินให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือน มี.ค. 2554 ปีหน้านั้น เชื่อว่าตลาดโลว์โคสต์จะยังเติบโตได้อีก 4-5% จากนี้ และแต่ละสายการบินจะแข่งขันกันในเรื่องราคาต่ำสุดอย่างดุเดือด แน่นอน เพราะตลาดโลว์คอสต์ในประเทศ และต่างประเทศ ยังพอมีส่วนแบ่งการตลาดเหลืออยู่บ้าง แต่ก็ขึ้นอยู่กับระบบการบริหารจัดการ และฝีมือของผู้บริหารของแต่ละสายการบิน จะมีกลยุทธ์และมีความสามารถที่จะดึงส่วนแบ่งการตลาดให้อยู่กับตัวเองมากน้อย แค่ไหน ส่วนไทยแอร์เอเชีย ยืนยันว่าจะไม่ถอยหนี และไม่หายไปไหนแม้ว่าจะแข่งกันดุในเรื่องราคาถูกสุดเพื่อเอาใจตลาด แต่ก็จะทำแบบมีลิมิตและเป็นจังหวะเวลา

ทั้งนี้ เนื่องจากไทยแอร์เอเชียมั่นใจว่าจะยังครองส่วนแบ่งการตลาดโลว์คอสต์และยังคง เข้าไปแย่งแบ่งเค้กก้อนนี้ได้อยู่เนื่องจาก ไทยแอร์เอเชีย ปรับกลยุทธ์การตลาดสม่ำเสมอ รวดเร็วทันเหตุการณ์ โดยปัจจุบันไทยแอร์เอเชีย มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศกว่า 27.5% ขณะที่การบินไทยมีส่วนแบ่ง 32 % นกแอร์ 16% บางกอกแอร์เวยส์ 15.8% วันทูโก 8.4% ส่วนตลาดในเอเชีย ก็จะเห็นว่าตลาดโลว์คอสต์เข้ามาครองส่วนแบ่งการตลาดไปกว่า 18.1% และในส่วนนี้เป็นของแอร์เอเซียกว่า 11.5% ซึ่งจากตัวเองต่างๆ ก็พอจะมั่นใจได้ว่าแม้ว่าจะมีโลว์คอสต์ทั้งเก่า และ ใหม่แข่งกันดุ“ไทยแอร์เอเซีย”จะยังคงสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้อีกกว่า ปีละ 20-30% แน่นอน

นายทัศพล กล่าวเสริมต่อว่า แต่ขณะนี้ได้เป็นที่กังขากันในวงการอุตสาหกรรมการบินว่าการที่ฝ่ายบริหาร การบินไทย ได้เลือก “ไทเกอร์แอร์เวยส์” ให้เข้ามาพันธมิตรเพื่อให้บริการ โลว์คอสต์ ในนาม “ไทยไทเกอร์แอร์เวยส์” นั้น มีเหตุผลอะไรเพราะหากเป็นสายการบินอื่นๆ หรือ นกแอร์ ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ หลายๆ คนจะไม่ข้องใจเลย เพราะขณะนี้เป็นที่รู้กันว่า ไทเกอร์แอร์เวยส์ ทั้งในสิงคโปร์ และที่ออสเตรเลียประสบปัญหาขาดทุนการดำเนินงานอย่างหนัก และการที่ การบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยจับมือกับสายการบินต่างชาติให้ เข้ามาบินในเส้นทางบินในประเทศในเส้นทางบินหลักๆ และทำกำไรที่การบินไทยและ นกแอร์ บินอยู่ จึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อ สังเกตกันว่า เส้นทางการเข้ามาร่วมทุนของ “ไทเกอร์แอร์เวยส์” กับ การบินไทย คล้ายกับกรณีการตั้งสายการบิน “ไทยแอร์เอเซีย” อย่างมาก เนื่องจากมีกลุ่มกองทุนเทมาเสก เป็นผู้ถือหุ้นพันธมิตรทั้งคู่แต่ในช่วงที่ ไทยแอร์เอเชียจัดตั้งสายการบินกลับถูกกระแสรักชาติต่อต้านอย่างหนักในเรื่อง นี้มองว่า เป็นเพราะ ไทยแอร์เอเชีย มาเร็ว และ เติบโตอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่ากว่า 7-8 ปี ที่ไทยแอร์เอเชียก่อตั้งขึ้นมากว่าจะมาถึงวันนี้ได้ก็ล้มลุกคลุกคลาน กว่าจะฝ่าด่านตัวเอง สิ่งแวดล้อมปัจจัยภายนอกทั้ง ภัยธรรมชาติ ราคาน้ำมันที่ผันผวนรวมถึงปัญหาวิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนส่งผลกระทบ เป็นลูกโซ่ ก็ถือเป็นภูมิคุ้นกันอย่างดีที่จะทำให้ ไทยแอร์เอเซียกล้าที่ก้าวอย่างมั่นคง และสู้ต่อไปเพราะทุกวันนี้ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ไทยแอร์เอเซียได้รับการยอมรับมีผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเฉลี่ยเพิ่มขึ้น กว่าปีละ20-30%

โดยในปี 2553 คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการไม่ต่ำกว่า 6.2 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการที่ 5.8ล้านคน อย่างไรก็ตามในปี53 คาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาทและมีกำไรเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10%.

%d bloggers like this: