การเปลี่ยนแปลง

All posts tagged การเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนแปลงระดับสารยับยั้งการเจริญเติบโตในระยะต่างๆ ของช่วงการเจริญของผลมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน

Published กรกฎาคม 22, 2013 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=002196&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: สุรนันต์ สุภัทรพันธุ์; สมพร คูเจริญไพศาล
ชื่อเรื่อง: การเปลี่ยนแปลงระดับสารยับยั้งการเจริญเติบโตในระยะต่างๆ ของช่วงการเจริญของผลมะม่วงพันธุ์หนังกลางวัน
Article title: Relationship between fruit abscission and natural inhibitor in mango fruit var Nang Klang Wan
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 19 สาขาพืช อาคารศูนย์เรียนรวม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 3-5 กุมภาพันธ์ 2524: รวมเรื่องย่อ
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2524
หน้า: หน้า 21
จำนวนหน้า: 146 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก581 2524)
หมวดหลัก: F60-Plant physiology and biochemistry
หมวดรอง: F62-Plant physiology – Growth and development
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: MANGIFERA INDICA, GROWTH INHIBITORS, ABA, FRUIT, GROWTH
ดรรชนี-ไทย: มะม่วง, สารยับยั้งการเจริญเติบโต, พันธุ์หนังกลางวัน, ช่วงการเจริญของผล, การเปลี่ยนแปลง
หมายเลข: 002196 KC1901015
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

รายงานชั้นต้นเกี่ยวกับการศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงบางประการของน้ำในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ ภายหลังปิดเขื่อนกั้นน้ำแล้ว

Published มีนาคม 18, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000730&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: ชนาญวัต เทวกุล; ศรีสุมนต์ จันทนชาติ; ทวีศักดิ์ ปิยะกาญจน์
ชื่อเรื่อง: รายงานชั้นต้นเกี่ยวกับการศึกษาสภาพการเปลี่ยนแปลงบางประการของน้ำในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ ภายหลังปิดเขื่อนกั้นน้ำแล้ว
Article title: Preliminary report on the changing conditions of the water in the Ubolratana dam reservoir after operation
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 7 สาขาพืช และ ชีววิทยา ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2511
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences seventh session : Plant and Biological Sciences
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2511
หน้า: หน้า 19-21
จำนวนหน้า: 164 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2511)
หมวดหลัก: P10-Water resources and management
ดรรชนี-ไทย: น้ำ, คุณสมบัติของน้ำ, การเปลี่ยนแปลง, สิ่งมีชีวิตในน้ำ, บักเตรี, ภาวะหลังการปิดเขื่อน, อ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์
หมายเลข: 000730 KC0701004
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลง Microclimate เพื่อปลูกมันฝรั่ง

Published มีนาคม 17, 2012 by SoClaimon

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=000634&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: วิศิษฏ์ รัศมิทัต
ชื่อเรื่อง: การเปลี่ยนแปลง Microclimate เพื่อปลูกมันฝรั่ง
Article title: Conversion of microclimate on potato cultivation
ชื่อเอกสาร : รายงานการประชุมทางวิชาการเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 6 : สาขาพืชและชีววิทยา สาขาสัตว์ สาขาเศรษฐศาสตร์เกษตร ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 30 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์ 2510
Source title : Proceedings of the national conference on Agricultural Sciences sixth session : Plant and Biological Sciences, Animal Science, and Agricultural Economics
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2510
หน้า: หน้า 31
จำนวนหน้า: 646 หน้า
ภาษา: ไทยอังกฤษ
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2510)
หมวดหลัก: F40-Plant ecology
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: SOLANUM TUBEROSUM, MICROCLIMATE, GROWTH, QUALITY, SOIL TEMPERATURE
ดรรชนี-ไทย: มันฝรั่ง, MICROCLIMATE, การเปลี่ยนแปลง, การเจริญเติบโต, คุณภาพ, อุณหภูมิของดิน, สิ่งกำบัง
หมายเลข: 000634 KC0601016
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารอาหารในน้ำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบหนาแน่น

Published มีนาคม 9, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=006139&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: จารุมาศ เจริญพานิช; กฤษฎา หน่อเนื้อ; ชุติมา ขมวิลัย
ชื่อเรื่อง: การเปลี่ยนแปลงปริมาณสารอาหารในน้ำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบหนาแน่น
Article title: Changes of nutrient concentrations in intensive shrimp culture pond
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 34 สาขาพืช ประมง
Source title : 34. Kasetsart University annual conference
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2539
หน้า: หน้า 270-279
จำนวนหน้า: 406 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SB16 ก58 2539)
หมวดหลัก: P10-Water resources and management
หมวดรอง: M12-Aquaculture production
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: PENAEUS MONODON; AQUACULTURE; PONDS; NUTRIENTS; WATER QUALITY; CONCENTRATING; TIME SERIES ANALYSIS
ดรรชนี-ไทย: กุ้งกุลาดำ, สารอาหารในน้ำ, การเลี้ยงแบบหนาแน่น, บ่อเลี้ยงกุ้ง, สารอาหาร, คุณภาพน้ำ, ระยะเวลา, ปริมาณสารอาหาร, การเปลี่ยนแปลง
บทคัดย่อ: การศึกษาการเปลี่ยนแปลงปริมาณสารอาหารในน้ำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบหนาแน่นได้ดำเนินการขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการศึกษาเปรียบเทียบอิทธิพลของระยะเวลาในการเลี้ยงต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของสารอาหารประเภทต่างๆ (ได้แก่ แอมโมเนียม ไนไตรท์ ไนเตรท และฟอสเฟต) ในระหว่างขั้นตอนการเลี้ยง การศึกษาวิจัยดำเนินการโดยกำหนดจุดเก็บตัวอย่างในบ่อที่ทำการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 13 จุด และทำการสำรวจคุณภาพน้ำทั่วไป ได้แก่ อุณหภูมิ ความเค็ม pH และปริมาณออกซิเจนที่ละลายน้ำ (DO) พร้อมทั้งทำการเก็บตัวอย่างน้ำมาวิเคราะห์ปริมาณสารอาหาร โดยทำการเก็บตัวอย่างน้ำครั้งแรก ในสัปดาห์ที่ 11 หลังจากเริ่มปล่อยกุ้ง และครั้งที่ 2 และ 3 ในสัปดาห์ที่ 14 และ 17 ตามลำดับ ในช่วงระยะเวลาที่ทำการสำรวจนี้ คุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง ได้แก่ อุณหภูมิ ความเค็ม pH และ DO มีค่าอยู่ในช่วง 31-32 องศาเซลเซียส, 10-11 ppt, 8.0-8.1 และ 7.9-8.5 มก./ล. ตามลำดับ ปริมาณสารอาหารได้แก่ แอมโมเนียม ไนไตรท์ ไนเตรท และฟอสเฟต มีค่าอยู่ในช่วง 0.035-0.081, 0.013-0.060, 0.005-0.064, และ 0.038-0.097 มก./ล. โดยมีอัตราการเพิ่มเฉลี่ย 0.020, 0.027, 0.020 และ 0.033 มก./ล./เดือน ตามลำดับ ปริมาณสารอาหารที่เพิ่มขึ้นมีความสัมพันธ์กับระยะเวลาในการเลี้ยง (รวมทั้งปริมาณอาหารที่ให้) อย่างมีนัยสำคัญ (P<0.05) ลักษณะการเพิ่มของสารอาหารในน้ำนี้ อาจแสดงให้เห็นถึงการสะสมของสารอินทรีย์ที่ตกค้างอยู่ที่พื้นบ่อ ซึ่งผ่านกระบวนการย่อยสลายในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามการจัดการบ่อโดยเฉพาะการใช้เครื่องตีน้ำเพิ่มปริมาณออกซิเจน ยังนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาสภาพความเหมาะสมของน้ำที่ใช้จนสิ้นสุดระยะเวลาการเลี้ยง
หมายเลข: 006139 KC3404003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

การศึกษาความต้านทานต่อเชื้อ Aeromonas hydrophila ของปลาดุกลูกผสมโดยการทดลอง

Published มีนาคม 8, 2012 by SoClaimon

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย-ขอบคุณแหล่งข้อมูล : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/KUCON.exe?rec_id=005851&database=KUCON&search_type=link&table=mona&back_path=/KUCON/mona&lang=thai&format_name=TFMON

ผู้แต่ง: นนทวิทย์ อารีย์ชน; บุญกว้าง การุณ
ชื่อเรื่อง: การศึกษาความต้านทานต่อเชื้อ Aeromonas hydrophila ของปลาดุกลูกผสมโดยการทดลอง
Article title: Study on resistance to experimental infection of Aeromonas hydrophila in hybrid catfish
ชื่อเอกสาร : การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 32 สาขาสัตว์ สัตวแพทยศาสตร์ ประมง 3-5 กุมภาพันธ์ 2537
Source title : Proceedings of the 32nd Kasetsart University Annual Conference: Animal Science, Veterinary Science and Fisheries
หน่วยงานจัดพิมพ์: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์; กระทรวงเกษตรและสหกรณ์; กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม; ทบวงมหาวิทยาลัย
สถานที่พิมพ์: กรุงเทพฯ
ปีพิมพ์: 2537
หน้า: หน้า 475-487
จำนวนหน้า: 538 หน้า
ภาษา: ไทย
สาระสังเขป: สาระสังเขป (ไทย, อังกฤษ)
แหล่งติดตามเอกสาร: สำนักหอสมุด ม.เกษตรศาสตร์ (REF SF5 ก58 2537)
หมวดหลัก: L73-Animal diseases
อรรถาภิธาน-อังกฤษ: FRESHWATER CATFISH; AEROMONAS HYDROPHILA; DISEASE RESISTANCE; INFECTION; PATHOLOGY; MORTALITY; HYBRIDS
ดรรชนี-ไทย: ปลาดุก, AEROMONAS HYDROPHILA, แบคทีเรีย, ความต้านทาน, พยาธิสภาพ, การเปลี่ยนแปลง
บทคัดย่อ: การศึกษาความต้านทานต่อเชื้อแบคทีเรียชนิด Aeromonas hydrophila ของปลาดุกลูกผสม (ปลาบิ๊กอุย) โดยการฉีดเข้าช่องท้อง พบว่าปริมาณเชื้อที่ทำให้ปลาดุกลูกผสมขนาดความยาวเฉลี่ย 11.00 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเฉลี่ย 12.44 กรัม ตายครึ่งหนึ่ง (LD50) ในระยะเวลา 96 ชั่วโมงมีค่าเท่ากับ 4.9 * 10**(7) เซลล์ต่อมิลลิลิตร พยาธิสภาพของปลาที่ถูกฉีดด้วยเชื้อแบคทีเรีย พบเซลล์ตับเสื่อมสภาพมีการตายแบบ focal necrosis เซลล์ของไตส่วนหน้าและบริเวณท่อไตส่วนหลังถูกทำลายเป็นบางส่วน เซลล์บริเวณ red pulp และ white pulp ของม้ามถูกทำลายและมีเลือดคั่งในท่อเลือด ผนังของลำไส้ส่วนต้นอักเสบและตกเลือดบริเวณชั้น serosa และ mucosa หัวใจห้อง atrium และ ventricle มีเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น เซลล์บุผิวเหงือกบริเวณ gill lamellae มีขนาดใหญ่ขึ้น (hypertrophy) บวมน้ำ (edema) และมีจำนวนเซลล์เพิ่มขึ้น (hyperplasia) เมื่อเปรียบเทียบค่า LD50 ของเชื้อ A. hydrophila ในปลาดุกลูกผสมกับปลาดุกชนิดอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกันในการทดลองอื่น พบว่าปลาดุกลูกผสมมีความต้านทานต่อเชื้อ A. hydophila น้อยกว่า อย่างไรก็ตามการใช้เชื้อแบคทีเรียต่างสายพันธุ์อาจทำให้มีผลต่อความแตกต่างของค่า LD50 ดังกล่าว ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพ มีความคล้ายคลึงกับปลาดุกชนิดอื่นๆ ที่เกิดการติดเชื้อด้วยวิธีการทดลอง
หมายเลข: 005851 KC3204003
เอกสารฉบับเต็ม: [Download Fulltext]
ค้นข้อมูลใกล้เคียง: มีคำสำคัญเหมือนกัน   ผู้แต่งคนเดียวกัน

ยกเครื่องพยากรณ์อากาศ สร้างเกราะ-ซ่อมกลไกพิการรับมือวิกฤติโลก

Published ธันวาคม 31, 2010 by SoClaimon

29 พฤศจิกายน 2553, 05:01 น.

ผ่านทางยกเครื่องพยากรณ์อากาศ สร้างเกราะ-ซ่อมกลไกพิการรับมือวิกฤติโลก – ข่าวไทยรัฐออนไลน์.

EyWwB5WU57MYnKOvIWBcPkbMNBRBLyyJqAGAwKYaVuBa0Q1xtJ7hBv

 

ประเด็น “การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก” หรือ Climate Change กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างตระหนักถึง และหารือร่วมกันเพื่อรับมือภาวการณ์ของสภาพอากาศโลกในระยะต่อไปที่จะยิ่งทวีความผันผวนและเลวร้ายยิ่งขึ้น อันเป็นผลกระทบจากภาวะโลกร้อน

ไม่ว่าจะเป็นในเวทีใหญ่ที่สุดในโลก การประชุมประจำปีสหประชาชาติ หรือการประชุมของประเทศทรงอิทธิพลอย่างกลุ่มประเทศเศรษฐกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของโลก 7 ประเทศ หรือ “จี 7”

เพราะนับวัน โลกกำลังเผชิญหน้าจากความเลวร้ายของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแปรปรวนอย่างรวดเร็วและรุนแรง กลุ่มประเทศที่อยู่ในเขตอบอุ่นกลับต้องเผชิญกับคลื่นความร้อนอันรุนแรง ส่งผลให้มีผู้คนล้มตาย หลายประเทศกลับประสบกับสภาวะอากาศหนาวจัดผิดธรรมชาติ ติดลบสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ล่าสุด แถบตอนเหนือของสกอตแลนด์ กำลังประสบปัญหาหิมะตกก่อนฤดูกาล สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนเป็นจำนวนมาก และถ้าจำกันได้ เวียดนาม เพื่อนบ้านของเรา ปีนี้ก็เผชิญหิมะตกมาแล้วเช่นกัน

สำหรับประเทศไทย “มหาพิบัติอุทกภัย” ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และในหลายพื้นที่ แม้ระดับน้ำยังไม่ลดลง แต่ “ปัญหาภัยแล้ง” กลับกำลังสร้างความเดือดร้อนให้ผู้คนในอีกหลายพื้นที่ของประเทศในเวลาเดียวกัน เป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม แม้ความผันผวนของภูมิอากาศจะสร้างหายนะอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิตของผู้คน แต่การมีมาตรการรับมือที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมาจากความพร้อมของคุณภาพคน การบริหารจัดการ และความสามารถในการพยากรณ์ อากาศ ทำให้หลายประเทศมีความสามารถดูแลเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหล่านี้

แต่สำหรับประเทศไทย การเตือนภัยที่ล่าช้าของทางราชการ สัญญาณเตือนภัยที่ปล่อยร้างไว้จนเสียหาย ไร้การซ่อมแซม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคาดการณ์สภาพ อากาศที่ผิดพลาด ขาดความแม่นยำ ไม่มีการพยากรณ์ล่วงหน้าภายในเวลาที่เหมาะสม กลายเป็น “ประเด็นร้อน” ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการพยากรณ์ อากาศในต่างประเทศ ที่มีความแม่นยำ สามารถพยากรณ์ล่วงหน้าได้ถึง 10 วัน และเป็นพยากรณ์ที่ลงลึกในรายละเอียดว่า ฝนจะตกที่เขตใด ตกกี่ช่วง และในเวลากี่โมง หรือในประเทศชั้นนำสามารถพยากรณ์ฤดูกาลผลิตพืชผลล่วงหน้าได้ถึง 3-6 เดือน ได้อย่างแม่นยำ

ดังนั้น หากประเทศไทยต้องการจัดการแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซากให้บรรเทาเบาบางลง ลดผลกระทบความสูญเสียที่มีต่อภาคเกษตรของไทย รวมทั้งลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สินของผู้คนอย่างได้ผลแล้ว นอกเหนือจากการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพแล้ว

การปรับปรุงระบบพยากรณ์อากาศให้มีความเที่ยงตรง แม่นยำ สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงย่อมเป็นเป้าหมายที่ทุกฝ่ายต้องตระหนัก แต่สภาพของกรมอุตุนิยมวิทยาบ้านเราวันนี้ การจะเดินไปให้ถึงจุดหมายข้างต้นดูจะเป็นเรื่องท้าทาย ที่หลายภาคส่วนยังไม่อาจฝากความหวังไว้ได้

“ทีมเศรษฐกิจ” จึงอยากสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของระบบการพยากรณ์อากาศ ในฐานะที่ควรเป็นที่พึ่งของประชาชน และภาคเกษตร ที่จะช่วยลดความสูญเสียของประเทศชาติในอนาคต

เกษตรอ่วม! ไร้ข้อมูลสภาพอากาศ

เริ่มจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ คือ ภาคการเกษตร “อภิชาต จงสกุล” เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า การพยากรณ์อากาศของไทยจำเป็นต้องแสวงหาความรู้หรือเครื่องมือเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่มีอยู่ในโลกมาใช้ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง แม่นยำ รวดเร็วมากยิ่งขึ้น อย่างในประเทศญี่ปุ่น การพยากรณ์อากาศที่แจ้งออกมา สามารถจะบอกได้ว่า อีก 5 นาที จะมีฝนตก และฝนก็ตกตามนั้นจริงๆ

“แต่ของไทยจะบอกได้แค่ว่า จะมีฝนตก 60% ของพื้นที่ หรือฝนตกหนักเป็นบางแห่ง จะตกตำแหน่งไหนบ้างก็ไม่รู้ ชาวบ้านก็เลยไม่เชื่อถือ และไม่ได้นำข้อมูลการพยากรณ์นั้นมาใช้ประโยชน์ นอกจากนั้น การจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์มาใช้ในการพยากรณ์ เครื่องมือเหล่านั้นจะต้องสามารถใช้ได้จริงๆ ไม่ใช่เอามาเป็นขยะ ตั้งทิ้งไว้เฉยๆก็ไม่มีประโยชน์”

ภาคเกษตรต้องการการพยากรณ์ล่วงหน้าที่แม่นยำ เพราะการเพาะปลูก เมื่อลงมือไปแล้ว ไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสียหายได้หากเกิดภัยพิบัติขึ้น เช่น ปลูกข้าวแล้ว เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วม ก็ไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรได้ ทำได้เพียงบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนเข้าไปเยียวยา

และนับวันต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น ไม่สามารถจะลดอัตราการช่วยเหลือลงได้ เช่น การช่วยเหลือ นาข้าวที่ถูกน้ำท่วม เดิมให้ไร่ละ 206 บาท ขณะนี้เพิ่มขึ้นมาเป็นไร่ละ 2,098 บาท ปีนี้คาดจะต้องใช้งบราว 14,000 ล้านบาท และแต่ละปีต้องใช้งบประมาณมาช่วยเหลือทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ไม่ต่ำกว่าปีละ 3,000-5,000 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังต้องใช้งบประมาณในโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตรอีกปีละกว่า 40,000-50,000 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มภัยธรรมชาติจะยิ่งเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น อย่างปรากฏการณ์เอลนินโญ ที่ในอดีตจะเกิดในรอบ 5-10 ปี แต่ขณะนี้เกิดถี่ขึ้นทุก 1-2 ปีแล้ว

อีกด้านหนึ่งที่อภิชาตมองว่าเป็นสิ่งจำเป็นก็คือ การเตรียมแผนรับมือที่จะต้องตระหนักและทำกันอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสียที่จะ
เกิดขึ้น ไม่ใช่รอให้เกิดภัยแล้วค่อยตามแก้อยู่ตลอดเวลา ทั้งการวางแผนบริหารจัดการน้ำให้มีใช้ตลอดปี การจัดระบบผังเมืองไม่ให้มีสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ

ด้าน ประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุว่า ชาวนาส่วนใหญ่เชื่อถือคำพยากรณ์ของทางราชการอยู่แล้ว แต่ข้อมูลที่เกษตรกรได้รับยังน้อยมาก เพราะการประชาสัมพันธ์ยังไม่เข้าถึงเกษตรกรส่วนใหญ่ การพยากรณ์ผ่านวิทยุและโทรทัศน์ก็เหมือนออกมาเป็นข่าวแล้วก็ผ่านไป เกษตรกรไม่ได้เตรียมตัวรับมือ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่แจ้งข่าวลงไปถึงตัวเกษตรกรโดยตรง เพื่อให้เตรียมตัวในการผลิตและการเก็บเกี่ยวได้อย่างถูกต้อง

“หากจะเกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติใดๆ ทางราชการควรแจ้งให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2 เดือน เพราะเป็นระยะเวลาที่เพียงพอให้ปรับแผนการผลิตพืชผล แต่ที่ผ่านมา ข่าวสารที่แจ้งมาไม่มีความชัดเจน ทำให้เกษตรกรเตรียมตัวไม่ทัน เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เกษตรกรไม่มีใครทราบล่วงหน้าเลย มารู้ตัวกันเมื่อถูกน้ำท่วมมิดไปแล้ว”

นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวต่อว่า เรื่องธรรมชาติปริมาณน้ำและน้ำฝน ภัยแล้ง และระยะเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ล้วนเป็นข้อมูลสำคัญที่เกษตรกรต้องการทราบ อย่างเช่น ในขณะนี้มีการพูดเรื่องภัยแล้ง และสั่งห้ามเกษตรกรในบางพื้นที่เพาะปลูกข้าว เกษตรกรหลายรายก็ไม่เข้าใจที่อยู่ดีๆก็ถูกสั่งห้าม จึงไม่ปฏิบัติตาม ดังนั้น ทางราชการควรสร้างความเข้าใจให้แก่เกษตรกรด้วยว่า เหตุใดจึงปลูกไม่ได้ ปลูกแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างไร หรือปลูกแล้วจะขาดทุนอย่างไร นอกเหนือจากห้ามปลูกเพียงอย่างเดียว

“จุติ” ยอมรับระบบพยากรณ์มั่ว

อย่างไรก็ตาม “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแบบคิดบวก ว่า ระบบการพยากรณ์อากาศของไทยที่ผ่านมาอาจไม่แม่นยำมากนัก แต่การจะพยากรณ์สิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาให้ถูกต้องแม่นยำนั้น อาจไม่น่าจะมีใครทำได้ และไม่มีประเทศใดทำได้ เช่น ในช่วง เดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาในปริมาณมากแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“อย่างที่ผมได้พบกับผู้นำของเวียดนามและกัมพูชาที่กรุงพนมเปญ ก็บ่นเหมือนกันว่า ไม่คิดว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในวันเดียวจะมากถึง 1,000 มิลลิเมตร เพราะเวลาพยากรณ์อากาศบอกแค่ว่าฝนจะตก แต่ไม่ได้บอกว่าฝนที่ตกมีปริมาณเท่าไหร่ ส่วนต้องปรับปรุงหรือไม่นั้น จริงๆการพยากรณ์ก็ไม่ได้ผิด คงจำได้ว่าตอนที่มีปัญหาภัยแล้งก็มีการคาดคะเนว่า ช่วงปลายปีจะเกิดลานินญาหรือฝนตกหนักไว้แล้ว”

ขณะที่ “จุติ ไกรฤกษ์” รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) รัฐมนตรีผู้กำกับดูแลกรมอุตุนิยมวิทยาโดยตรง ยอมรับว่า ระบบพยากรณ์อากาศในไทยเกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง ยกตัวอย่าง กรมอุตุฯพยากรณ์ว่า วันนี้อุณหภูมิจะร้อนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ปรากฏว่านอกจากอากาศจะไม่ร้อนแล้วยังมีฝนตกด้วย หรือพยากรณ์ว่าอากาศจะหนาวเย็นลงในหลายพื้นที่ แต่อากาศกลับร้อนอบอ้าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการพยากรณ์ที่ผิดซ้ำซาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาหลายยุคสมัย จนกรมอุตุนิยมวิทยาที่ก่อตั้งมายาวนานกว่า 104 ปี ถูกกล่าวหาว่าเป็นกรม (นอน) อุตุฯบ้าง หรืออเนจอนาถกับกรมอุตุฯบ้าง จนไม่มีใครเชื่อถือ ถ้ากรมอุตุฯพยากรณ์ว่าวันนี้ฝนจะตก ผู้คนมักจะไม่เชื่อ จะเห็นเป็นตรงข้ามทันที

“กรมอุตุฯต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นในการพยากรณ์อากาศ นอกจากการขอรับงบประมาณประจำปีไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์พยากรณ์ให้ทันสมัยแล้ว จะต้องเร่งพัฒนาบุคลากรให้รับกับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย”

ดังนั้น กรมอุตุฯจึงต้องมีบุคลากรที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสิ่งเหล่านี้ด้วย เพราะโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องความทันสมัยของอุปกรณ์และความรู้เรื่องสภาวะอากาศของโลก ที่มีทั้งเอลนินโญและลานินญา ขณะเดียวกัน ก็ต้องปรับปรุงอุปกรณ์ของกรมให้ทันสมัยทัดเทียมนานาประเทศด้วย

“เราคงโทษว่าเป็นความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกัน เพื่อให้ประเทศมีระบบพยากรณ์อากาศที่ไม่ผิดพลาด หรือถ้าผิดก็น้อยที่สุด”

เล็งปฏิรูปใหญ่คน-เครื่อง-คอรัปชัน

“สิ่งจำเป็นเร่งด่วน คือ การปฏิรูปกรมอุตุฯครั้งใหญ่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การพยากรณ์ที่แม่นยำเทียบกับหลายประเทศในโลก” รมว.ไอซีทีกล่าวถึงภารกิจในระยะต่อไปของกรมอุตุฯที่ต้องเร่งรัดดำเนินการ และนอกจากการพัฒนาบุคลากรแล้ว การจัดซื้ออุปกรณ์พยากรณ์อากาศต่างๆ ที่แต่ละปีทุ่มเงินงบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ต้องได้อุปกรณ์ที่ดี มีคุณภาพ สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี มิใช่เป็นการล็อกคุณสมบัติ (สเปก) ให้กับเอกชนรายใดรายหนึ่ง หรือจัดซื้อมาด้วยเงินงบประมาณที่สูง แต่ใช้งานได้ไม่คุ้มค่าเงิน

โดยต้องเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างโปร่งใสในฐานะเจ้าของเงินว่า อุปกรณ์ที่จัดซื้อนั้นเป็นอุปกรณ์ชนิดใด มีประเทศใดในโลกใช้งานแล้วประสบความสำเร็จในการพยากรณ์บ้าง

“เพราะแม้สภาพอากาศแต่ละภูมิประเทศไม่เหมือนกัน แต่การพยากรณ์อากาศไม่น่าจะผิดพลาดซ้ำซากอีก”

สอดคล้องกับท่าทีของ ต่อศักดิ์ วานิชขจร รักษาการอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ที่กล่าวเสริมว่า ทิศทางการพัฒนาการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุฯในอนาคต ควรต้องเน้นการพัฒนาเครื่องมือตรวจวัดอากาศ หรือเรดาร์ตรวจอากาศ ซึ่งขณะนี้มีอยู่เพียง 200 แห่งทั่วประเทศ หากมีกระจายทั่วทุกตำบลหรือระดับหมู่บ้าน จะทำให้การพยากรณ์อากาศของประเทศแม่นยำมากยิ่งขึ้น

“หากอุปกรณ์เครื่องมือตรวจอากาศไม่ครบถ้วน การตรวจอากาศก็ต้องผิดพลาดบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าการพยากรณ์อากาศมีความแม่นยำในระดับหนึ่ง คือ พยากรณ์ได้ล่วงหน้า 3 วัน 5 วัน เช่น การเกิดอุทกภัย จ.นครราชสีมา และ จ.สงขลา ถือว่ากรมอุตุฯพยากรณ์อากาศได้แม่นยำ เพราะมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจอากาศในระดับจังหวัดใหญ่ ดังนั้น หากสามารถขยายเครื่องตรวจวัดอากาศได้ในทุกอำเภอ ทุกตำบล หมู่บ้าน จะทำให้มีข้อมูลการพยากรณ์ละเอียด อันจะส่งผลให้การพยากรณ์อากาศทำได้ดียิ่งขึ้น”

ยอมรับ “ซุปเปอร์คอมฯ” ไม่จำเป็น

ส่วนเรื่องของระบบคอมพิวเตอร์พยากรณ์อากาศแบบอัตโนมัติ หรือ “ซุปเปอร์คอมฯ” นั้น “ต่อศักดิ์” ยอมรับว่า เป็นปลายเหตุของการพยากรณ์อากาศ ซึ่งไม่จำเป็นต้องทุ่มงบลงไปหลายพันล้านบาทเพื่อจัดซื้อ แต่ควรหันมามองอุปกรณ์ที่เป็นพื้นฐานมากกว่า

ขณะเดียวกันยอมรับว่า ในกรมอุตุฯมีการคอรัปชันมาก และไม่ได้รับการแก้ไขหรือตรวจสอบอย่างเข้มข้นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางครั้งผลสอบก็ล่าช้า ทำให้การคอรัปชันยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะลงโทษใครที่ทุจริตคอรัปชันได้

“ยอมรับว่าที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสนใจกับเครื่องมือตรวจอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานของการพยากรณ์ แต่กลับสนใจสิ่งที่เป็นปลายเหตุ เช่น การจัดซื้อระบบซุปเปอร์คอมฯที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก  แต่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่า ประกอบกับเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น สิ่งจำเป็นคือ พื้นฐานของการตรวจอากาศ ซึ่งกรมอุตุฯกำลังเร่งดำเนินการ”

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าเมื่อมีเครื่องตรวจอากาศและสามารถติดตั้งได้จำนวนมากพอ จะส่งผลดีต่อการพยากรณ์อากาศอย่างแน่นอน โดยในอนาคตอันใกล้นี้ก็จะพยายามประสานงานกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 60 ล้านเลขหมาย เพื่อกระจายข่าวสารด้านพยากรณ์อากาศให้ประชาชนได้รับรู้มากที่สุด
0 0 0 0 0 0
ทั้งหมดคือบทสรุปที่สะท้อนระบบการพยากรณ์อากาศบ้านเราว่า ไม่เพียงจะขาดเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ล้าสมัย ก้าวไม่ทันความเปลี่ยนแปลงของโลกแล้ว องค์ความรู้ที่ทันสมัยด้านการพยากรณ์ ตลอดจนตัวบุคลากรด้านนี้ที่มีอยู่ยังขาดการพัฒนา

แต่การเพิ่มศักยภาพการพยากรณ์อากาศของไทยนั้น ย่อมไม่ใช่เพียงการของบประมาณวงเงินมหาศาลเพื่อซื้อเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อนำมาตั้งไว้โก้หรูเท่านั้น แต่การเสริมองค์ความรู้ใหม่ๆ และการพัฒนา “คน” ให้มีความเชี่ยวชาญในการพยากรณ์อากาศ ซึ่งเรายังไม่ได้พัฒนาอย่างจริงจัง อาจเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า

เพราะการพยากรณ์อากาศในต่างประเทศ นอกจากเครื่องไม้เครื่องมือแล้ว ยังใช้ความทุ่มเทของคนอย่างมาก รวมถึงใช้การพึ่งพาวิถีธรรมชาติ เช่น ในจีน จะมีการเลี้ยงนก งู และสัตว์อีกหลายประเภทที่ไวต่อภูมิอากาศ เพื่อสังเกตอาการและใช้เตือนภัย ขณะที่ในสหรัฐฯใช้ความรู้เรื่องการทำนายอากาศของเผ่าอินเดียนแดงผสมผสานกับวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

ดังนั้น ถึงเวลาที่จะต้องยกเครื่องสังคายนาครั้งใหญ่ และถึงแม้ว่าเจ้ากระทรวงจะวางแผนปฏิรูปกรมอุตุนิยมวิทยาไว้แล้วก็ตาม แต่จะเกิดขึ้นได้จริงและสัมฤทธิผลหรือไม่ เราคงได้แต่เฝ้าหวังรอคอยกันต่อไป

หวังว่าจะไม่เป็นความกระตือรือร้นชั่วครั้งชั่วคราว หลังพิบัติภัยใหญ่ของประเทศ …เท่านั้น.
ทีมเศรษฐกิจ

 

%d bloggers like this: