การบินไทย

All posts tagged การบินไทย

‘ไทยไทเกอร์’เจอโรคเลื่อนเปิดบริการเป็นพ.ค.54

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

19 พฤศจิกายน 2553, 22:28 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/128328.

Pic_128328

บอร์ดการบินไทยเผย “ไทยไทเกอร์” เจอโรคเลื่อนเปิดบริการในไทยเป็นเดือน พ.ค.54 ยันไม่ขัด พรบ.ร่วมทุนฯ …

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ดว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแผนการจัดตั้งสายการบินไทย “ไทยไทเกอร์ แอร์เวย์ส” รวมทั้งได้ประเมินระยะเวลาในการดำเนินการเตรียมการ และขออนุมัติตามขั้นตอนต่างๆ แล้วพบว่า การเปิดให้บริการสายการบินไทยไทเกอร์นั้นพบว่าจะต้องเลื่อนเปิดการให้บริการออกไปจากเดิมในเดือน เม.ย.54 ไปเป็น พ.ค.54

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการจัดตั้งดังกล่าวเข้าข่ายว่า จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2553 (พรบ.ร่วมทุน 2535) หรือไม่นั้น นายอำพน กล่าวต่อว่า ในเรื่องนี้ตนพร้อมด้วยนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย ได้ชี้แจงรายละเอียดความชัดเจนต่อนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาด้านกฎหมาย ฝ่ายกฎหมายของการบินไทย ตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุดที่อยู่ในบอร์ด ได้หารือเห็นตรงกันว่าการบินไทยไม่ต้องดำเนินการตาม พรบ.ร่วมทุน 2535

สำหรับสัดส่วนหุ้นที่ชัดเจนการบินไทยจะต้องเป็นผู้ถือหุ้นข้างมาก 51% แบ่งเป็นบริษัทการบินไทย 49.9% พนักงานของสายการบินไทยไทเกอร์ที่มีสัญชาติไทยถือหุ้น 1.1% ส่วนอีก 49% แบ่งเป็นบริษัทไทเกอร์ แอร์เวย์ส โอลดิ้ง ลิมิเต็ด ถือหุ้น 39% และไรอัน เอเชีย ลิมิเต็ด ถือหุ้นร้อยละ 10% และมีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการไทยไทเกอร์ฯ จาก 5 คนเป็น 7 คน แบ่งเป็นผู้แทนการบินไทย 4 คน ผู้แทนไรอัน เอเชียฯ 1 คน และไทเกอร์แอร์เวย์ส 2 คน.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 19 พฤศจิกายน 2553, 22:28 น.

ผลประกอบการไตรมาส 2 ‘บินไทย’ขาดทุน 7 พันกว่าล้าน

Published สิงหาคม 12, 2011 by SoClaimon

12 สิงหาคม 2554, 03:37 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/193366.

Pic_193366

การบินไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 45,559 ล้านบาท ขาดทุนจากการดำเนินงานจำนวน 5,959 ล้านบาท และมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 2,265 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากเงินสกุลยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท จึงเป็นผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิจำนวน 7,874 ล้านบาท

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การขาดทุนในช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นผลจากการที่ไตรมาส 2 เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (Low Season) ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางน้อยกว่าปกติ ดังจะเห็นได้จากอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ของไตรมาส 2/2554 อยู่ในระดับร้อยละ 66.4 ประกอบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันเครื่องบินเฉลี่ย (in to plane) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 46.3 จากระดับ 95 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาส 2/2553 เป็น 139 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงไตรมาส 2/2554 ทำให้ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 5,569 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทฯ จะได้รับการชดเชยจากการประกันความเสี่ยงน้ำมันในช่วงไตรมาสที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 430 ล้านบาทก็ตาม

อีกทั้งยังมีการแข่งขันทางการตลาดที่รุนแรงในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาค ยุโรป จากทั้งสายการบินชั้นนำอื่นๆ (Premium Airline) และสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Carrier) ทำให้มีขีดจำกัดในการปรับราคาค่าโดยสาร ประกอบกับเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญ ส่งผลให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าออกประเทศไทยและการขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ลดลง

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสที่ 2/2554 สถานการณ์ในประเทศมีความสงบ จึงทำให้มีจำนวนผู้โดยสารในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสารวัดจากจำนวนผู้โดยสาร – กิโลเมตร (Revenue Passenger– Kilometer / RPK) เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.8 ส่งผลให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ของไตรมาส 2/2554 อยู่ในระดับร้อยละ 66.4 สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่เท่ากับร้อยละ 64.6 ในขณะที่ปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (Revenue Freight Ton – Kilometer / RFTK) ลดลงร้อยละ 0.8 เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2554 (1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2554) บริษัทฯ ขาดทุนจากการดำเนินงาน 1,847 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา 5,623 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ ขาดทุนสุทธิ 7,256 ล้านบาท หรือขาดทุน 3.32 บาทต่อหุ้น เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนซึ่งกำไรสุทธิ 11,973 ล้านบาท หรือกำไร 7.05 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 8,788 ล้านบาท โดยบริษัทฯ มี EBITDA เท่ากับ 9,775ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 4,433 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานเดือนกรกฎาคม 2554 การบรรทุกผู้โดยสารดีขึ้นมาก ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารวัดจากจำนวนผู้โดยสาร – กิโลเมตร (Revenue Passenger– Kilometer / RPK) อยู่ในระดับ 5,234 ล้านคน – กิโลเมตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 25 ซึ่งนับว่าเป็นเดือนกรกฎาคม ที่มีอัตราส่วนการบรรทุกและปริมาณการขนส่งผู้โดยสารดีที่สุดในรอบ 4 ปี โดยมีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ยร้อยละ 77.3

นอกจากนี้ อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในแต่ละเส้นทางบินที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ เส้นทางบินในภูมิภาค (Regional Route) มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 74.4 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 6.8 เส้นทางบินยุโรป (European Route) มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 79.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 31.7- เส้นทางบินทิศเหนือ (Northern Route) เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น มีอัตราการส่วนบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 77.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 8.1- เส้นทางบินอินโดจีน (Indochina Route) เช่น เวียดนาม ฮานอย พนมเปญ เป็นต้น มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 77.5 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 17.05- เส้นทางบินในตะวันออกกลาง (Middle East Route) มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 83.9 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 13 เส้นทางบินออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 79.2 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 18.9- เส้นทางบินแอฟริกา (African Route) มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 81.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 35.6- เส้นทางบินภายในประเทศ (Domestic Route) มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารร้อยละ 78.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายน 2554 ร้อยละ 25.1

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2554 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 283,028 ล้านบาท ลดลงจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 จำนวน 13,530 ล้านบาท โดยมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 216,662 ล้านบาท ลดลง 3,514 ล้านบาท โดยมีภาระหนี้สินสุทธิ (Net Interest Bearing Debt) 120,254 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 66,366 ล้านบาท ทำให้มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Interest Bearing Debt to Equity ratio) เท่ากับ 1.81 เท่า สำหรับสภาพคล่องในไตรมาส 2 และรอบครึ่ง ปีแรกของปี 2554 อยู่ในเกณฑ์ดี โดยในเดือนกรกฎาคม 2554 บริษัทฯ มีเงินสดหมุนเวียน รวมวงเงินกู้หมุนเวียน (Revolving Credit Line) เท่ากับร้อยละ 20.6 ของรายได้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 สิงหาคม 2554, 03:37 น.

บินไทยเปลี่ยนเที่ยวบินหนีโคมลอย

Published สิงหาคม 10, 2011 by SoClaimon

17 พฤศจิกายน 2553, 14:47 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/127696.

Pic_127696

คมนาคม สั่งเฝ้าระวังปล่อยโคมลอย จุดบั้งไฟ เทศกาลลอยกระทง หวั่นกระทบการบิน ด้านบินไทย แจ้งเปลี่ยน – ยกเลิกเที่ยวบิน 20 – 22 พ.ย. นี้…

วันที่ 17 พ.ย. นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการเตรียมพร้อมเทศกาลลอยกระทงว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เฝ้าระวัง และแจ้งเตือนการเล่นบั้งไฟ และการปล่อยโคมลอย เพื่อไม่ให้กระทบกับการบิน ซึ่งที่ผ่านมามีมาตรการดูแลอยู่แล้ว เช่น ก่อนการจุดบั้งไฟ หรือปล่อยโคมลอย ในจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคเหนือ และอีสาน ผู้ที่จะปล่อยโคมลอย หรือจุดบั้งไฟ ต้องขออนุญาตจากนายอำเภอในท้องที่ก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงตารางบิน โดยเทศกาลลอยกระทงปีที่ผ่านมา สถานการณ์การปล่อยโคมลอย และจุดบั้งไฟ เริ่มดีขึ้น มีการแจ้งประสานงานมากขึ้น

นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า สายการบินไทยได้ปรับตารางบิน และยกเลิกเที่ยวบินระหว่างวันที่ 20 – 22 พ.ย. ในเส้นทางไป – กลับ กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ – เชียงราย เนื่องจากจังหวัดทางภาคเหนือ จัดให้มีเทศการลอยกระทง และปล่อยโคมลอย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการปฏิบัติการบิน โดยได้ยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ วันที่ 20 พ.ย. เที่ยวบิน ทีจี 122 เวลาออกเดินทาง 21.30 น. เที่ยวบิน 123 เชียงใหม่ – กรุงเทพฯ วันที่ 21 พ.ย. เวลาออกเดินทาง 07.00 น.

นอกจากนี้ได้ปรับตารางบิน เที่ยวบินที่ ทีจี 116 เส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20 – 22 พ.ย. ทีจี 116 ตารางบินเดิมออกเดินทาง 17.15 น. เปลี่ยนเป็นออกเดินทาง 15.00 น. ทีจี 120 เวลาเดิม 18.50 น. เปลี่ยนเป็น 15.55 น. ทีจี 122 เวลาเดิม 21.30 น. เปลี่ยนเป็น 16.40 น. เปลี่ยนตารางบินเส้นทางเชียงใหม่ – กรุงเทพ ฯ ระหว่างวันที่ 20 -22 พ.ย. เที่ยวบินทีจี 117 ตารางเดิม 19.15 น. เปลี่ยนเป็น 16.55 น. เที่ยวบินทีจี 121 เดิม ออกเดินทาง 21.00 น. เปลี่ยนเป็น 17.50 น.

ส่วนเส้นทางกรุงเทพฯ – เชียงราย ระหว่างวันที่ 20 – 22 พ.ย. เที่ยวบิน ทีจี 140 เดิม 18.20 น. เปลี่ยนเป็น 15.50 น. เส้นทางเชียงราย – กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 20 – 22 พ.ย. เที่ยวบินทีจี 141เดิม 20.20 น. เปลี่ยนเป็น 17.50 น. ซึ่งหากผู้โดยสารมีข้อสงสัย สอบถามได้ที่หมายเลข 02-356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 17 พฤศจิกายน 2553, 14:47 น.

เจ้าจำปีฝันปีนี้จะมีกำไรกว่าหมื่นล้านบาท

Published สิงหาคม 6, 2011 by SoClaimon

12 พฤศจิกายน 2553, 23:23 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/126526.

Pic_126526

บอร์ดบินไทย ฝันหวาน ปีนี้มีกำไรกว่า1  หมื่นล้านบาท ส่วนตั้งสายการบินไทย ไทเกอร์ รอพิจารณาคราวหน้า อ้างเวลาน้อย ต้องพิจารณารอบคอบ

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดการบินไทยได้มีการพิจารณารับทราบผลประกอบการไตรมาส 3 และคาดว่าในปีนี้การบินไทยจะมีกำไรมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนสาเหตุที่ไม่พิจารณาเรื่องการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส เพื่อจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ ไทย ไทเกอร์ แอร์เวย์ส นั้น เนื่องจากมีเวลาน้อย และต้องการข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเพื่อความรอบคอบในการพิจารณาเรื่อง ดังกล่าว ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้มีการประชุมเรื่องการร่วมทุนกับไทเกอร์ ฯ ในวันที่ 19 พ.ย.53

“เรื่องการร่วมทุนเป็นเรื่องที่สำคัญ และมีเอกสารจำนวนมากที่จะต้องพิจารณาทั้ง เงื่อนไขและข้อกฎหมายในการเจรจา เพื่อความรอบคอบและเพื่อประโยชน์ของบริษัทการบินไทย จึงไม่อยากเร่งรัด เมื่อมีข้อมูลไม่เพียงพอและมีคำถามเพิ่มเติม จึงต้องการให้กรรมการมีเวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยหลักการจะต้องเป็นการจัดตั้งบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมาย” นายอำพน กล่าว

นาย อำพน กล่าวต่อว่า สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3 (1ก.ค.-30 ก.ย.53 ) ซึ่งเป็นฤดูนอกจากท่องเที่ยวนั้น แต่ผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังมีกำไรก่อนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและภาษีเงินได้ด้วย ประกอบกับในไตรมมาสที่ 3 อัตราส่วนบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 74.7% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนการขนส่งพัสดุภัณฑ์ เฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปีก่อนถึง 61.3% เดิมเฉลี่ยเพียง 53.8% ในส่วนที่ปีนี้บริษัทกำไรดีเป็นผลจากการปรับยุทธศาสตร์การบริหารงานใหม่ มีการบริหารความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราน้ำมัน ปัจจัยดังกล่าว ทำให้ความเสี่ยงลดลง รวมถึงบริษัทได้มีการปรับโครงสร้างทางการเงิน มีการเพิ่มทุน กู้เงินเพื่อบริหารค่าใช้จ่าย เดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยปีละ 4,000-5,000 ล้านบาท ทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติให้บริษัท จัดหาวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนจากธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงิน 3,000 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อหมุนเวียนไปแล้วเป็นเงิน 2,500 ล้านบาท ซึ่งได้จากธนาคารทหารไทย 1,000 ล้านบาท และธนาคารทิสโก้ 1,500 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 5,500 ล้านบาท

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 12 พฤศจิกายน 2553, 23:23 น.

บินไทยยกเครื่อง 747-400 ติดเบาะใหม่ไฉไลกว่าเก่า

Published สิงหาคม 3, 2011 by SoClaimon

3 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/191299.

Pic_191299

ฝ่ายช่างการบินไทย โชว์ศักยภาพในการปรับปรุงเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 เพื่อสร้างความพึงพอใจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เป็นการเสริมศักยภาพในการแข่งขัน เพื่อให้ได้รับการจัดอันดับเป็นสายการบินที่ติดอันดับยอดเยี่ยม 1 ใน 5 ของโลก

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ กำหนดให้มีโครงการปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบินแบบ โบอิ้ง 747-400 ที่มีแผนในการปรับปรุงที่นั่งทุกชั้นโดยสาร และมีการติดตั้งจอทีวีส่วนตัว พร้อมทั้งระบบสาระบันเทิง (In-flight Entertainment) อย่างครบครัน เพื่อตอบสนองต่อความความพึงพอใจของผู้ใช้บริการ และเป็นการเสริมศักยภาพในการแข่งขันอีกด้วย โดยแผนงานการปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 จำนวน 12 ลำนั้น ได้แบ่งการปรับปรุงออกเป็น 2 ชุด ชุดละ 6 ลำ มีรายละเอียด ดังนี้ การปรับปรุงเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 ชุดที่ 1 จำนวน 6 ลำ จะปรับปรุงและติดตั้งเก้าอี้ชุดใหม่ให้มีจอทีวีส่วนตัว พร้อมระบบสาระบันเทิงในชั้นประหยัดทุกที่นั่ง โดยได้กำหนดแผนงานการดำเนินการปรับปรุงไว้ ดังนี้ เครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 ลำที่ 1 ในชุดที่ 1 นามพระราชทานสิริวัฒนาเป็นเครื่องบินลำแรกที่ปรับปรุงแล้วเสร็จเมื่อ วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 ที่ผ่านมา เครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 ลำที่ 2 – 6 ในชุดที่ 1 ฝ่ายช่างการบินไทยเป็นผู้ทำการปรับปรุง โดยใช้ศูนย์ซ่อมใหญ่อากาศยาน ที่ดอนเมือง เป็นฐานดำเนินการปรับปรุงที่นั่งของเครื่องบินทั้ง 5 ลำดังกล่าว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของฝ่ายช่างการบินไทย

สำหรับ แผนงานการปรับปรุงเครื่องบิน ลำที่ 2 นามพระราชทานเทพประสิทธิ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตั้งที่นั่ง และระบบสาระบันเทิง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จวันที่ 9 สิงหาคม ศกนี้ ส่วนลำที่ 3 และลำที่ 4 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน ลำที่ 5 คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนพฤศจิกายน และลำที่ 6 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2554 ตามลำดับ สำหรับการปรับปรุงเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 ชุดที่ 2 อีกจำนวน 6 ลำ ตามแผนการปรับปรุงจะทำการติดตั้งที่นั่งใหม่ในทุกชั้นโดยสาร ติดตั้งจอทีวีส่วนตัว และระบบสาระบันเทิง (In-flight Entertainment) ซึ่งคาดว่าทั้ง 6 ลำ จะปรับปรุงแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2555ทั้งนี้ แผนงานการปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบิน ของฝ่ายช่างการบินไทยนั้น ในทุกขั้นตอนการรื้อและติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ในเครื่องบินแบบโบอิ้ง 747- 400 ทุกลำจะต้องได้รับการตรวจสอบรับรองด้านมาตรฐาน จาก บริษัท ผู้ผลิตเครื่องบิน FAA / Federal Aviation Administration แห่งสหรัฐอเมริกา และกรมการบินพลเรือน (บพ.) ของไทย อีกด้วย

นอกจากนี้ เครื่องบินแบบโบอิ้ง 747-400 ที่ทำการปรับปรุงห้องโดยสารและผลิตภัณฑ์บริการบนเครื่องบิน การติดตั้งที่นั่งชั้นประหยัดแบบใหม่ที่มีจอทีวีส่วนตัวแล้ว ยังติดตั้งโทรศัพท์ไว้ที่ที่นั่ง เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถติดต่อสื่อสารกับเครือข่ายโทรศัพท์ที่ภาคพื้นดินได้ ระหว่างการเดินทางโดยผู้ใช้บริการสามารถชำระค่าโทรศัพท์ผ่านบัตรเครดิตได้ อีกด้วย และทุกที่นั่งในทุกชั้นโดยสารได้ติดตั้งปลั๊กสำหรับระบบจ่ายกำลัง ไฟฟ้าแรงดัน 110 VAC 60 Hz ไว้พร้อม

ทั้งนี้ เครื่องบินแบบโบอิ้ง 747-400 ทุกลำได้จัดที่นั่งในชั้นต่างๆ ไว้บริการทุกท่าน ดังนี้ ประกอบด้วยที่นั่งสำหรับผู้โดยสารชั้นหนึ่ง จำนวน 10 ที่นั่ง ในรูปแบบที่มีความเป็นส่วนตัวที่สามารถปรับ ที่นั่งให้เอนนอนได้ 180 องศา และที่นั่งมีความกว้าง 21.84 นิ้ว มีระยะห่างระหว่างแถว76 นิ้ว มีจอทีวีส่วนตัวขนาด 10.4 นิ้ว ทุกที่นั่ง , ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารชั้นธุรกิจ จำนวน 40 ที่นั่ง สามารถปรับเอนนอนได้ 170 องศามีความกว้างของที่นั่งขนาด 20 นิ้ว มีระยะห่างระหว่างแถว 60 นิ้ว มีจอทีวีส่วนตัวขนาด10.4 นิ้ว ทุกที่นั่ง ,ที่นั่งสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด จำนวน 325 ที่นั่ง มีความกว้าง 18 นิ้ว มีระยะห่างระหว่างแถว 34 นิ้ว พร้อมติดตั้งจอทีวีส่วนตัวขนาด 9 นิ้ว ทุกที่นั่ง ในช่วงระหว่างการเดินทางท่านจะได้สัมผัสกับระบบสาระบันเทิง (In-flight Entertainment) ที่มีความเป็นส่วนตัว สามารถเลือกรับชมได้ตามความต้องการ โดยสามารถควบคุมสั่งการด้วยระบบ Interactive Menu Screen แบบทันสมัย ง่ายต่อการเลือกชมและสอดคล้องกับรายการสาระบันเทิงที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้โดยสาร เช่น ข้อมูลสนามบิน ข้อมูลของเมือง ณ จุดหมายปลายทาง เป็นต้น ซึ่งมีการบรรจุรายการต่างๆ ลงในระบบสาระบันเทิงในเที่ยวบิน ดังนี้ เลือกชมรายการภาพยนตร์ 100 เรื่อง เลือกชมรายการทีวีและสารคดีสั้น 150 รายการ เลือกฟังเพลงได้จาก CD 500 อัลบั้ม เลือกฟังรายการเพลง 17 ช่อง

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า บินไทยฯ มีความตั้งใจในการพัฒนาฝูงบิน การพัฒนาผลิตภัณฑ์บนเครื่องบินการบริการภาคพื้น และการบริการในเที่ยวบิน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายอย่างสูงสุดแก่ผู้โดยสาร ส่งผลให้การบินไทย สายการบินแห่งชาติของคนไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นสายการบินยอดเยี่ยมอันดับที่ 5 ของโลก ซึ่งได้เลื่อนอันดับขึ้นจากอันดับที่ 9 เมื่อปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลเป็นสายการบินยอดเยี่ยมอันดับ 1 ด้านการให้บริการอาหารบนเครื่องบินชั้นประหยัดยอดเยี่ยม และเก้าอี้โดยสารชั้นประหยัดยอดเยี่ยม จากการประกาศผลการลงคะแนนของผู้โดยสารกว่า 18.8 ล้านคนจากชาติต่างๆ กว่า 100 ชาติ ของสกายแทรกซ์ในปีนี้

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 3 สิงหาคม 2554, 17:00 น.

ครัวบินไทยได้รับรองฮาลาล ฟุ้งดันตลาดส่งออกเพิ่ม

Published สิงหาคม 1, 2011 by SoClaimon

31 กรกฎาคม 2554, 19:18 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/190556.

Pic_190556

 

ครัวการบินได้รับการรับรองฮาลาล ใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล และระบบ HAL-Q ตามหลักศาสนาอิสลาม มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล คาดดันตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น…

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ฝ่ายครัวการบิน ได้จัดให้มีพิธีรับมอบใบรับรองฮาลาลจากคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และรับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล จากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยพร้อมทั้งได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านวิชาการและใบรับรองระบบ HAL-Q จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อแสดงถึงมาตรฐานในการผลิตอาหารฮาลาลที่ได้ดำเนินการตามกรรมวิธีอย่างถูก ต้องตามหลักศาสนาอิสลาม โดยใบรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสำคัญในครั้งนี้ จะทำให้การผลิตอาหารฮาลาลของฝ่ายครัวการบิน ที่ดอนเมือง ได้รับการยอมรับในระดับสากล ตรงตามวัตถุประสงค์สำคัญของคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านมาตรฐานฮาลาลของวุฒิสภา เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทางด้านการบริการอาหารฮาลาลโดยขอบข่ายโครงการนี้ ยังครอบคลุมถึงทุกกิจกรรมการผลิตอาหารฮาลาลของฝ่ายครัวการบินดอนเมือง เพื่อการผลิตอาหารคาว อาหารหวาน ผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ และเครื่องดื่มประเภทต่างๆ สำหรับใช้บริการบนเที่ยวบินการบินไทยเส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศ รวมทั้งการนำไปจำหน่ายโดยทั่วไป และการจัดส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อปี 2553 ก่อนได้รับการรับรองระบบฮาลาล ฝ่ายครัวการบิน ดอนเมือง ได้เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์เบเกอรี่แช่แข็งไปยังประเทศญี่ปุ่น จำนวน 3.3 ล้านชิ้น มีมูลค่าการส่งออก 15.3 ล้านบาท และคาดว่าหลังจากได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลระบบต่างๆ แล้ว จะสามารถเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารเบเกอรี่แช่ แข็งไปยังกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิมในประเทศต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การได้รับใบรับรองให้ฝ่ายครัวการบิน ที่ดอนเมืองเป็นครัวฮาลาลอีกแห่งหนึ่ง ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการรับการบริการอาหารในเที่ยวบินให้แก่ผู้ โดยสารชาวไทยมุสลิมที่เดินทางโดยเที่ยวบินพิเศษของบริษัทฯ เพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ประจำปี 2554 ที่จะออกเดินทางไปและกลับระหว่าง วันที่ 29 กันยายน-25 พฤศจิกายน 2554 ด้วยสำหรับขีดความสามารถในการผลิตอาหารฮาลาล ของฝ่ายครัวการบิน ดอนเมืองนั้น มีความสามารถและศักยภาพในการผลิตอาหาร ฮาลาลประเภทต่างๆ ดังนี้

ประเภทอาหารร้อน สำหรับบริการบนเที่ยวบินการบินไทยเส้นทาง ภายในประเทศ ประมาณ 486,000 ชุด/ปี สำหรับการจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 300,000 ชุด/ปี ส่วนประเภทอาหารกล่อง (จัดเป็นชุด) สำหรับ บริการบนเที่ยวบินการบินไทย เส้นทางภายในประเทศ ประมาณ 3.66 ล้านกล่อง/ปี สำหรับการจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 280,000 กล่อง/ปี สำหรับบริการจัดงานนอกสถานที่ ประมาณ 127,000 กล่อง/ปีส่วนประเภทผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ สำหรับ บริการบนเที่ยวบินการบินไทย เส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศประมาณ 27 ล้านชิ้น/ปี สำหรับจัดจำหน่ายภายในประเทศ ประมาณ 12 ล้านชิ้น/ปีสำหรับส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 5.8 ล้านชิ้น/ปีประเภทอาหารว่างบรรจุกล่อง สำหรับจัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ ประมาณ 1.2 ล้านกล่อง/ปี ส่วนประเภทเครื่องดื่มสำหรับ จัดจำหน่ายทั่วไปภายในประเทศ เช่น น้ำดื่ม น้ำผลไม้ น้ำสมุนไพรไทย ประมาณ 13 ล้านหน่วย/ปี

นายปิยสวัสดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการระบบบริหารเพื่อเตรียมอาหารฮาลาล และระบบ HAL-Q ฝ่ายครัวการบินดอนเมือง บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร และความร่วมมือด้านวิชาการจากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการตรวจประเมินผล จนได้รับใบรับรองระบบฮาลาล รับใบอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายฮาลาล และใบรับรองระบบ HAL-Q แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างกัน และความไว้วางใจในกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานจนได้รับการรับรองให้เป็นครัวฮาลาล.

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 31 กรกฎาคม 2554, 19:18 น.

ATSB เมืองจิงโจ้สั่งสอบ 777ของการบินไทย บินต่ำกว่ากำหนด

Published กรกฎาคม 28, 2011 by SoClaimon

27 กรกฎาคม 2554, 20:35 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189558.

Pic_189558

ATSB เมืองจิงโจ้สั่งสอบ 777ของการบินไทย เที่ยวบินทีจี 461 ที่ถูกแจ้งเตือนจาก จนท.ควบคุมการจราจรทางอากาศ ท่าอากาศยานเมลเบิร์นว่า บินร่อนลงในระดับต่ำกว่าปกติ ขณะที่การบินไทยยัน บินต่ำเพราะรันเวย์ไม่มีระบบนำร่องช่วยลงจอด นักบินต้องลงด้วยสายตาแต่อยู่บนความปลอดภัย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 27 ก.ค.อ้างแถลงการณ์ของสำนักงานความปลอดภัยด้านขนส่งแห่งออสเตรเลีย (ATSB)ระบุทางการออสเตรเลียอยู่ระหว่างสอบสวนเหตุเครื่องบินโดยสารของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) แบบ โบอิ้ง-777 เที่ยวบินทีจี 641 จากกรุงเทพฯสู่นครเมลเบิร์น ทางภาคใต้ของออสเตรเลีย ถูกตรวจพบร่อนลงจอดที่สนามบินนครเมลเบิร์นเมื่อช่วงคืนวันอาทิตย์ 24 ก.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยเพดานบินต่ำกว่าข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของออสเตรเลียในระยะห่างรอบ สนามบิน 11 กม. ซึ่งออสเตรเลีย โดยการบินต่ำลักษณะดังกล่าว ถือเหตุการณ์ลักษณะนี้น่าวิตกกังวลยิ่ง อย่างไรก็ตาม ทางการออสเตรเลียอยู่ระหว่างรวบรวมข้่อมูลประเมินผลสรุปเรื่องนี้ต่อไป

ต่อวมาวันเดียวกัน ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บ.การบินไทย ได้ชี้แจงต่อกรณีดังกล่าวว่า กรณีเที่ยวบินที่ ทีจี 461 วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 ทำการบินออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 08.10 น. กำหนดถึงท่าอากาศยานเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ในเวลา 20.00 น.ของวันเดียวกัน ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าวบรรทุกผู้โดยสาร 361 คน นักบิน 3 คน และลูกเรือ 16 คน

เที่ยวบินดังกล่าวได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศให้ ทำการบินลงที่ทางวิ่งจากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ ในขณะที่นักบินกำลังทำการบินร่อนลงนั้น ได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ ควบคุมการจราจรทางอากาศว่าเครื่องบินบินต่ำกว่ามุมร่อนปกติ โดยทางวิ่งดังกล่าวไม่มีระบบ ILS : Instrument Landing System ซึ่งนักบินที่ 1 ของเที่ยวบินทีจี 461 ได้ทำการบินลงด้วยสายตา (Visual Approach) ทั้งนี้ นักบินของการบินไทยได้ฝึกอบรมให้ทำการบินลงในแบบ Visual Approach ได้อย่างเชี่ยวชาญ

ในกรณีนี้ บริษัทฯ ได้รับรายงานดังกล่าวจากนักบิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของออสเตรเลีย ซึ่งบริษัทฯ ได้ร่วมกับกรมการบินพลเรือนของไทยทำการสอบข้อเท็จจริงในทันที และขณะเดียวกันได้ให้ความร่วมมือในการรวบรวมข้อเท็จจริง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการปฏิบัติการบินของเที่ยวบินดังกล่าวส่งให้แก่ หน่วยงาน ATSB : Australian Transportation Safety Bureau ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติการบินของ ออสเตรเลีย เพื่อใช้ในการสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ขณะนี้ การบินไทย และกรมการบินพลเรือนของไทยยังอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริงไปพร้อมๆ กับหน่วยงาน ATSB

อย่างไรก็ตาม การบินไทยขอยืนยันว่าการปฏิบัติการบินของเที่ยวบินทีจี 461 วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 นักบินได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการทำการบินอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 27 กรกฎาคม 2554, 20:35 น.

กัปตันบินไทยแจงลงจอดที่ภูเก็ตไม่ได้เหตุทัศนวิสัยต่ำ

Published กรกฎาคม 27, 2011 by SoClaimon

26 กรกฎาคม 2554, 20:20 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/189275.

Pic_189275

บินไทยแจงเหตุเที่ยวบินที่ ทีจี 201 ไม่สามารถลงจอดสนามบินภูเก็ตได้ เป็นเพราะทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ฝ่ายสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เที่ยวบินที่ ทีจี 201 เส้นทางบิน กทม.-ภูเก็ต ที่บินออกจาก กทม.เมื่อเช้าวันนี้ (26 ก.ค.) เพื่อเดินทางไปยังท่าอากาศยานภูเก็ตแล้ว ไม่สามารถลงจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ตามปกติว่า สาเหตุที่ไม่สามารถบินลงได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่อำนวย และมีฝนตกหนัก ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นต่ำกว่าเกณท์มาตรฐานความปลอดภัย ดังนั้นนักบินจึงได้ตัดสินใจที่จะนำเครื่องบินกลับมาลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรอสภาพอากาศที่ท่าอากาศยานภูเก็ตดีขึ้น หลังจากที่สภาพอากาศดีขึ้น ทางนักบินจึงได้นำเที่ยวบินลำดังกล่าว ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกครั้งในเวลา 11.19 น. และนำลงจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตในเวลา 12.35 น. ซึ่งการปฏิบัติการบินในครั้งนี้นักบินได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความปลอดภัย ในการทำการบินอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารสูงสุด

กัปตันเจตน์ เมืองครุธ ผู้จัดการกองสอบสวนและตรวจสอบด้านความปลอดภัยด้านการบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ก่อนการนำเครื่องขึ้นบินจะต้องวางแผนการบินทั้งทัศนวิสัยจุดหมาย และแรงลม รวมทั้งวางแผนล่วงหน้าว่าหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นจะต้องนำเครื่องบินลง จอดที่สนามบินใด ซึ่งการที่ต้องนำเครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเพราะ เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินรุ่น 747-400 ซึ่งขนาดใหญ่ที่สุดที่การบินไทยมีอยู่ซึ่งใช้บินในประเทศเพียงเส้นทาง เชียงใหม่และภูเก็ตเท่านั้น ดังนั้นในแผนการบินจึงกำหนดให้นำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเพราะ มีความสะดวกและปลอดภัยมากกว่าการลงบินจอดที่สนามบินหาดใหญ่หรือสนามบินขนาด เล็กทั่วไป เนื่องจากขณะที่จะนำเครื่องบินลงจอดนั้นเกิดมีกลุ่มเมฆเข้ามาและทัศนวิสัย ไม่ดีทำให้นักบินไม่สามารถนำเครื่องบินลงจอดได้เพราะทัศนวิสัยต่ำกว่ากำหนด คือต่ำกว่า 1.2 กม. ทำให้นักบินต้องตัดสินใจนำเครื่องบินบินกลับมาลงจอดที่สุวรรณภูมิ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เพราะหากลงจอดจะทำให้ผู้โดยสารเกิดความเสี่ยงจนเกินไป

ด้าน เรืออากาศอธิศักดิ์ พัดชื่นใจ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายพัฒนาทรัพยากรการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวยืนยันว่า กรณีที่เที่ยวบินทีจี 201 เส้นทางบินกรุงเทพ-ภูเก็ต ไม่สามารถลงจอดที่ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ว่า เกิดจากสภาพอากาศในขณะนั้นมีฝนตกหนัก ท้องฟ้ามีเมฆหนา ในระหว่างนำเครื่องลงจอดปรากฏว่าเกิดพายุฝนทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นแย่ มาก นักบินจึงได้ตัดสินใจนำเครื่องบินขึ้น และประเมินว่าหากจะบินวนรอไม่มั่นใจในสภาวะอากาศ จึงตัดสินใจบินกลับมายังสนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้ง เพราะเป็นสนามบินสำรองที่กำหนดไว้ในแผนการบิน และใช้เวลาบินเพียง 1 ชั่วโมง เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่พร้อมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ในหลักการบินการบินไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอด ภัย นักบินจะถูกฝึกฝนยึดตามหลักการบิน ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงสภาพของสนามบินภูเก็ตด้วยว่า พื้นที่ภูมิประเทศเป็นเขาล้อมรอบ ทำให้มีข้อจำกัดในการนำเครื่องลงและในช่วงเดือนนี้ถือเป็นเรื่องปกติที่ภาค ใต้จะมีมรสุมและฝนฟ้าคะนอง มีสภาพอากาศแปรปรวน การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทางการบินนักบินจะถูกฝึกให้คำนึงถึงความปลอดภัยของ ผู้โดยสารเป็นหลัก.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 26 กรกฎาคม 2554, 20:20 น.

บินไทยดึงระบบไอที พลิกโฉมระบบจองตั๋วโดยสาร

Published กรกฎาคม 22, 2011 by SoClaimon

21 กรกฎาคม 2554, 18:42 น.

http://www.thairath.co.th/content/eco/188098.

Pic_188098

บินไทยจับมืออะมาดิอุส นำระบบไอที พลิกโฉมระบบจองตั๋วโดยสาร จัดการที่นั่งและบริการผู้โดยสาร คาดเริ่มนำระบบใหม่ใช้ปลายปี 56

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยได้ลงนามสัญญาร่วมกับบริษัท อะมาดิอุส เพื่อเปลี่ยนระบบข้อมูลที่ใช้บริการผู้โดยสารเป็นระบบอะมาดิอุส อัลเทีย ช่วยสนับสนุนระบบการให้บริการลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การสำรองที่นั่งผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศ ระบบจัดการที่นั่งผู้โดยสาร รวมทั้งระบบบริการผู้โดยสารที่สนามบิน คาดว่า เริ่มใช้ระบบใหม่ปลายปี 56

“ระบบอะมาดิอุส อัลเทีย เป็นระบบที่สายการบินชั้นนำทั่วโลกนิยมใช้บริการ โดยเฉพาะสายการบินพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งการบินไทยเป็นสมาชิก ใช้ระบบนี้ 17 สายการบิน จากสมาชิกทั้งหมด 27 สายการบิน จะทำให้การบินไทย รับทราบข้อมูลประวัติส่วนตัวของผู้โดยสารจากทุกสายการบิน เช่น อาหารที่ชอบ ที่นั่ง สัมภาระ และนำข้อมูลดังกล่าวมาพัฒนาบริการ ได้ตรงความต้องการของผู้โดยสารมากที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้ระบบการสำรองที่นั่งสะดวก รวดเร็วขึ้น เพราะจะสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลที่นั่งผู้โดยสารที่ยังว่างอยู่ของสายการบิน พันธมิตรได้ด้วย” นายปานฑิต กล่าว

นายปานฑิต กล่าวต่อว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และสะท้อนต้นทุนค่าใช้จ่ายที่แท้จริงของระบบการสำรองที่นั่ง เนื่องจากปัจจุบันการบินไทยมีค่าใช้จ่ายในการสำรองที่นั่งผู้โดยสารเป็น อัตราคงที่ แต่เมื่อใช้ระบบอะมาดิอุส อัลเทีย การบินไทยจะเสียค่าใช้จ่ายให้กับบริษัท อะมาดิอุส ตามจำนวนผู้โดยสาร คือ ผู้โดยสารมากจ่ายมาก ผู้โดยสารน้อยจ่ายน้อย โดยผลการศึกษาพบว่าการบินไทยจะได้รับผลตอบแทนการลงทุนมากกว่า 10%

ส่วนภาพรวมของการดำเนินงานในไตรมาส 2 พบ ว่า อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบิน แฟคเตอร์ ) อยู่ในระดับที่น่ำพอใจ เมื่อเทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งเหตุการณ์สึนามิ ในประเทศญี่ปุ่น หรือราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งมีอัตราสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน อาจเป็นเพราะปีก่อนได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศ โดยปีก่อนมีเคบิน แฟตเตอร์ประมาณ 70% ขณะที่ยอดจองตั๋วผู้โดยสารล่วงหน้าในไตรมาส 3 และ 4 มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 3%

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 21 กรกฎาคม 2554, 18:42 น.

‘บินไทย’เปิดบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่นตามปกติ

Published กรกฎาคม 16, 2011 by SoClaimon

15 กรกฎาคม 2554, 15:37 น.

‘บินไทย’เปิดบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่นตามปกติ.

Pic_186613

“การบินไทย” เปิดบิน ไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น ในทุกจุดบินตามตารางบินเดิม ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทางดังกล่าวได้กลับมาเดินทางตามปกติ

นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้การบินไทยได้กลับมาให้บริการเส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ญี่ปุ่น ในทุกจุดบินตามตารางบินเดิม ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ได้กลับมาเดินทางตามปกติ อีกทั้งยังมีแผนเพิ่มเที่ยวบิน สำหรับตารางบินฤดูหนาวที่จะถึงนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะเพิ่มเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา อีกสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน โดยทำการบินในวันพุธ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์ โดยเที่ยวไป เที่ยวบินที่ทีจี 626 จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา 08.30 น. และเที่ยวกลับ เที่ยวบินที่ทีจี 627 จะเดินทางออกจากโอซากาเวลา 17.00 น. ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777-300 ซึ่งได้รับการปรับปรุงห้องโดยสารและติดตั้งเก้าอี้โดยสารรุ่นใหม่

ทั้งนี้ การเพิ่มเที่ยวบินทั้ง 3 เที่ยวบินดังกล่าว จะทำให้บริษัทฯ มีเที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซากา สัปดาห์ละ 17 เที่ยวบิน ซึ่งจะช่วยสร้างความสะดวกสบายให้ผู้โดยสารในการเดินทางเพื่อเชื่อมต่อไปยังทวีปยุโรป นอกจากนี้ จะมีการปรับตารางบินเพื่อเพิ่มความสะดวกให้ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อเชื่อมต่อไปยัง จ.ภูเก็ต อีกด้วย ผู้สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ http://www.thaiairways.com หรือ THAI Contact Center (662) 356-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 15 กรกฎาคม 2554, 15:37 น.
%d bloggers like this: